240115-2-282 ทางเอกภาค2-ตอน282(หน้า539)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาต่อที่เราได้อธิบายอะไรต่ออะไรกันไปเรื่อยๆก็ต้องพยายามตั้งใจฟังอะไรที่อธิบายมันอธิบายกันไปมาทุกวันทุกวันมันก็มากมาให้เราก็ฟังรู้บ้างไม่รู้บ้างแล้วเราก็จะถือว่านี่เป็นของฟรีโดยไม่เอาใจใส่ โดยปล่อยปละละเลยบอกโอ้อธิบายอยู่บ่อยๆเมื่อไหร่ก็อธิบายแล้วเราก็ไม่ได้เสียสตางค์ด้วยฟังเมื่อไหร่ก็ฟังได้ถ้าคิดซะอย่างงั้นมันก็ประมาณในการประมาทพระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญคนประมาททั้งนั้นเชิญคนที่ต้องมนสิการเป็นคนอุตสาหะวิริยะมุ่งในความเจริญมุ่งเน้นการศึกษาผู้ที่มีการศึกษาไม่ว่าศีลศึกษาหรือว่าจิตศึกษาหรือว่าปัญญาศึกษาก็เป็นเรื่องแต่ที่เราบรรยายกันนี่ก็คือศีลศึกษาหรือปริยัติ แล้วเราก็รู้ไปในตัวด้วยแล้วเราก็ได้ปฏิบัติไปในตัวด้วยขนาดฟังนี่ก็ปฏิบัติพ่อฟังนี่ก็มีสภาวะรองรับไอ้ที่รู้แล้วไม่รู้แล้วทบทวนไปทบทวนไปด้วยเพราะฉะนั้นฉันถึงได้ตรัสเอาไว้ว่าการฟังธรรมก็บรรลุธรรมได้แล้วก็มีจริงพวกเรานี่ทุกคนน่ะมีได้บรรลุได้ในการฟังธรรมไปด้วยนี่แหละมันได้มันซาบซึ้งมันแน่ใจมันชัดแจ้งเลยมันแทงทะลุไปเรื่อยๆน้อยบ้างมากบ้างมันเจ็บไปเรื่อยแหละมันไปได้เรื่อยๆๆซึ่งเราเองเราสนใจตั้งใจอยู่มันก็เป็นไปจริงมันเป็นไปได้เพราะส่วนสะสมมีเหตุมีปัจจัยพอเพียงมัน วางแล้วมันโล่งที่เดียวแล้วมันสบายทีเดียวล่ะเราได้แน่ๆร้อนเราก็ต้องเก็บให้ได้มากๆฉันอยากไปเข้าข้างกิเลสกับภาคเพียรไม่มีการศึกษาปริยัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติไปในตัวเมืองนอกเหนือเหนือกว่านี้แล้วเราเข้าใจด้วยหลักการดีมีเหตุผลที่เราจะกระทำแล้วและเราก็ดูตัวดูตนดูจุดสำคัญของเราเองให้มากๆพอเวลาเราได้อะไรมากขึ้นแล้วมันก็จะไม่ไม่ยากแล้วเวลามันเหลือน้อยข้าวน้อยข้าวนี่มันค่อยมันไม่ค่อยมีหรอกเพราะเ
อ่านต่อ
หลือน้อยเขาน้อยเข้านี่ไม่ค่อยจะ เราไม่ค่อยจะตื่นเต้นอะไรมากนอกจากไม่ตื่นเต้นแล้วมันก็ไม่หนักหนาอะไรมันก็เบาก็ว่าง่ายๆมันก็เลยเรื่อยๆมันจะทำให้ผู้ประมาทประมาทยิ่งขึ้นผู้ที่บรรลุธรรมหรือผู้ที่ได้มรรคได้ผลอะไรไปเรื่อยๆแล้วมันก็จะมีฐานพักมันมีความจริงมันสบายทีนี้เราได้สบายน้อยนึงนิดนึงแล้วเราก็หลงมันไม่เพียรต่อก็แค่นี้ก็ดีแล้วก็ดีดีไม่ใช่ไม่ดีก็แค่นี้แค่ได้น้อยได้นิดเดียวนี้เราต้องคิดให้เห็นนะถ้ามันได้ดีกว่านี้เรารู้ตนอยู่ว่าเราเองเรายังมีอีก กิเลสเรายังมีอะไรต่ออะไรอยู่ชัดๆแล้วก็เธอมันมากกว่านี้มันก็ต้องดีกว่านี้อย่างมากสิขนาดน้อยเท่านี้เราก็ยังดีเท่านี้อยู่แล้วเราได้น้อยเท่านี้แล้วเราได้ขนาดนี้มันก็ยังดียังได้อาศัยอย่างสบายขนาดนี้ถ้าเผื่อมันได้มากกว่านี้มันจะสบายกว่านี้ไปขนาดไหนอีกล่ะเราต้องคิดให้เห็นข้อนี้แล้วเราก็ภาคเรียนขึ้นไปเราไม่ควรจะไปติดคนติดแบบนี้ถือว่าประมาทและยิ่งได้มากขึ้นมากขึ้นมายิ่งสบายมากขึ้นมีฐานอาศัยที่สบายมากขึ้นและจะทำให้เราประมาทยิ่งขึ้นแค่นี้แหละใช้เวลาจะล้างไอ้สิ่งที่มันละเอียดขึ้นไปอีกบางทีมันก็ยากเหมือนกันมันละเอียดละออมันต้องใส่ใจให้ละเอียดมีจิตแยกขาย ระวังให้สุขุมมันก็ยากขึ้นบ้างแล้วเราก็ประมาทมันถึงพาให้ประมาทง่ายขึ้นง่ายขึ้นง่ายขึ้นยิ่งสูงยิ่งประมาทง่ายเหมือนกับคนรวยคนมีสตางค์ขึ้นไปหน่อยนึงกระชับประมาทแล้วปวดนี่ปวดดีขึ้นพอสมควรเพราะยิ่งรวยขึ้นมากๆเบ่งใหญ่เลยอวดดีกว่าดีใหญ่ยิ่งมากๆเลยไม่เป็นปัญหาเราเงินมันเยอะจะทำอะไรต่ออะไรก็ได้โน่นไม่มีอะไรก็ได้ทิ้งๆขว้างๆประปาอะไรก็ได้จะคือมันแล้วไม่พอใจความทิ้งไปซื้อมาใหม่ทำอะไรก็ได้เอาตามอำเภอใจยิ่งมีความอยากขายยิ่งมีความรู้สึกสบายยิ่งมี ตัวอย่างที่ไม่ดีขึ้นมากๆๆถ้าเรารู้เราเห็นต้องเข้าใจคนที่รวยๆมากขึ้นยิ่งทำอะไรต่ออะไรเป็นตัวอย่างให้แก่คนโลกให้แก่สังคมที่ลำบากเพราะฉะนั้นกิเลสมันเกิดมาจากคนรวยหรือกิเลสเกิดมาจากผู้ใหญ่ที่เป็นตัวอย่างโดยประมาทและก็ไม่เกิดปัญญาทำอะไรก็ได้ซับซ้อนทำกิเลสซับซ้อนหรือทำความหยาบซับซ้อนมันดูเหมือนไม่อยากมันหลงผิดมันหลงผิดยิ่งกรีดกรายยิ่งเบ่งมีอำนาจบาตรใหญ่มีการซ่อนแสงอะไรพวกนี้มันเป็นกิเลสใหญ่ที่มันซ้อนและก็ทำให้คนอื่นอยากเอา เพราะว่าดูมันเป็นดิสเป็นแรงเหมือนกันดูมันเป็นง่ายๆเหมือนกันแล้วก็คนอื่นก็อยากจะเอาตามอย่างเพราะเราต้องระมัดระวังมันเป็นผลประโยชน์ทั้งตนและท่านถ้าเราเองเราทำไม่ได้เราก็ไม่เป็นประโยชน์ตนและเรายังเป็นตัวอย่างที่จะให้คนอื่นๆเขามองเห็นเป็นในแง่เชิงดังกล่าวแล้วซึ่งเป็นแง่เชิงมันน่าเอาอย่างเออมันง่ายดีนี่มันเป็นอำนาจบาตรใหญ่มันเป็นฤทธิ์เป็นแรงมันดูเครื่องดูๆอะไรๆต่างๆนานาพวกนี้แล้วคนต้องที่ยังไม่ได้ก็อยากจะได้ทำบ้างเพราะมันไปเป็นแบบโลกแบบโลโก้อย่างนี้มันดีมันเหนือเหนือเขาเชิงหนึ่งเหมือนกันคนมันก็อยากได้เชิงเหนือพวกนี้เหมือนกันก็เป็นตัวอย่างแก่คนเขาอยู่ตลอดเวลามัน บาปตนเองไม่เจริญแล้วตนเองยังสร้างค่านิยมสร้างกิเลสตัณหาสร้างอุปทานให้คนอื่นเขายึดเขาถือตามอย่างเราด้วยมันก็ทำให้บรรลัยไปสิทำให้ทุกอย่างมันเสื่อมตามไปสังคมเองผู้อื่นเองที่ตามเราหรือว่าเราเองมีตัวอย่างอันไม่ดีเราไม่ได้ไปบังคับมันก็ตามแต่เขาอยากตามเพราะเขาหลงผิดกันอย่างนั้นมันซับซ้อนอยู่อย่างนี้เพราะงั้นเราต้องพยายามพากเพียรขึ้นไปมันเป็นเครื่องที่จริงมันเป็นเครื่องบังคับถ้าเราเป็นผู้ที่ฉลาดแล้วเป็นผู้ที่มีปัญญาแล้วเราจะเห็นว่ามันเป็นเครื่องบังคับให้เราต้องดีมันเป็นเครื่องบังคับให้เราต้องดีให้เราต้องพากเพียรให้เรา เร่งขวนขวายขึ้นไปขึ้นไปจนกว่าจะสึกมันสุดได้รอบใดรอบใดมันก็สบายรอบนั้นรอบนั้นไอ้รอบที่เรายังอดทนข่มขืนอยู่มันมีทุกขั้นตอนรอบนี้มันเราก็จะต้องทำอันนี้อันนี้อยู่มันก็ยากสำหรับเราทั้งนั้นน่ะขั้นตอนที่เราทำยังไม่ได้มันยากสำหรับเราทุกขั้นตอนจนกว่าเราจะถึงสุดท้ายเป็นพระอรหันต์แล้วมันไม่มีอะไรยากทีนี้ไม่มีอะไรยากมีแต่ว่าเราจะทำช่วยเหลือเขาเดี๋ยวนี้ยากจะช่วยเขายังไงแม่มันยากไอ้ตัวเราเองน่ะมันง่ายจะหยุดจะไม่เอาจะตัดจะไม่วุ่นและสงบแล้วจะดับแล้วมันไม่ยากมันไม่ยากสำหรับตนเมื่อไหร่ก็ได้เดี๋ยว ประจันหน้าก็อยู่เดี๋ยวนี้จะยังไงยังไงมาแล้วก็ดับอยู่เดี๋ยวนี้มันก็ได้จะยังไงเราก็อยู่เดี๋ยวนี้ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเราแต่เราจะช่วยเขานี่มันยากนี่พระอรหันต์ท่านก็มีแต่แค่นี้จะทำประโยชน์ท่านก็พยายามกระทำไปด้วยใจมีเมตตาจะเกื้อกูลได้เท่าที่เท่าไรแค่ไหนสมควรก็ทำให้สมควรท่านก็ไม่หาเรื่องอะไรที่ต่อไปแล้วขนาดนี้พอแล้วถ้าเจตนาคิดว่าตัวเองมีความสามารถเท่านี้จะเรียกว่าจะพันโตจะรบจะสู้จะทำขนาดนี้ท่านก็ทำสมการแรงเราเราทำไม่ได้คิดว่ามันไม่เสียหายมันไม่เลวร้ายทำแม้ว่าร้องไปแล้วมันพลาดพลั้งมันเกินไปมากไปมันไม่เข้าท่ามันชัก บันทึกเสียจะไม่ดีท่านก็รถถอยไม่อวดดีรถถอยก็รู้นี่เราคำนวนผิดก็ประมาณผิดแล้วก็หาจุดหมายยอมรับผิดที่เราทำผิดไม่ใช่ว่าดันทุรังอยู่ผิดแล้วเราก็ไม่ยอมรับผิดอย่างนั้นไม่ใช่พระอรหันต์พระอรหันต์ผิดแล้วรับผิดที่ยังมีที่ยังทำอยู่แล้วก็ไม่รับผิดน่ะถ้าจะว่าไปแล้วถ้าเป็นพระอริยะสูงจริงก็อันนาใครถือดีถือตัวยังมีเหลี่ยมแต่ที่จริงมันไม่ใช่อนาคตที่แล้วธนาคารก็ยังมีหิริโอตัปปะอย่างง่ายนะถ้าเป็นจริงนะเป็นพระอริยะจริงแม้แต่ผิดท่านก็จะอาจจะดันไปนิดๆหน่อยพอรู้ตัวแล้วพอชัดก็ยอมรับความจริงเพราะว่าพระองค์นี้พระอริยะคือผู้มีสัจธรรมไม่ใช่ผู้ที่ แว่วๆเวียนๆยิ่งสูงก็ยิ่งมีปัญญารู้สัจธรรมที่แท้แล้วเราไปจนแต้มที่สัจธรรมเอ้ยนี่เป็นความจริงเราผิดก็ผิดอันนี้มันจริงเราถูกก็ถูกเราไม่ดีก็ไม่ต้องรับเราไม่ดีเพราะท่านเห็นค่าของความที่ว่าเรายอมรับว่าไม่ดีเราจึงได้ดีแต่เห็นคุณพยายามให้เห็นคุณความที่เรายอมรับว่าไม่ดีเราผิดพลาดเราจึงได้แก้ตัวแล้วเราจึงได้ดีเพราะเรายอมรับถ้าเราไม่ยอมรับนะไม่ว่าใครทั้งนั้นไม่ยอมรับว่าเราเนี่ยสิ่งที่ไม่ดีจริงๆของเราแล้วเราไม่ยอมรับว่าเราไม่ดีแล้วเราก็ไม่มีปัญญารู้ว่ามันไม่ดีคุณจะได้แก้ยังไงคุณไม่มีปัญญารู้ว่าไอ้สิ่งนี้มันไม่ดีนะแต่คุณก็ไม่รู้นี่มันไม่ได้แก้อะไรหนึ่งสองแม้คุณรู้แล้วว่านี่มันไม่ดีจริงๆด้วยแล้วคุณก็ไม่ยอมรับไม่ยอมรับแล้วคุณจะได้แก้ ในเมื่อคุณไม่ยอมรับคุณรู้นะคุณรู้ด้วยซ้ำเข้าใจนะว่ามันไม่ดีแล้วคุณก็ไม่ยอมรับอย่าไปหลงหรือเปล่าถึงไม่ดีก็เอาไม่ดีก็เอาไม่ยอมรับไม่แก้ไขแล้วเมื่อไหร่มันจะได้ดีอ่ะไอ้แบบนี้มันมันน่าทุบทิ้งด้วยไอ้ที่รู้อยู่ว่าไม่ดีแล้วก็ยังไม่ยอมรับว่าไม่ดีแล้วก็ไม่ยอมแก้ก็ไม่ดีมันน่าทุบทิ้งเลยไอ้ที่ไม่รู้ก็อีกเรื่องนึงไม่รู้ว่าไม่ดีมันก็ไม่ได้แก้อะไรจึงต้องให้รู้ว่ามันไม่ดีเมื่อรู้แล้วก็ต้องยอมรับยอมรับแล้วก็ค่อยๆแก้ไขไปคนนั้นช่วยคนนี้ช่วยจึงจะได้ดีเพราะฉะนั้นเจ้าชั้นสูงขึ้นสูงขึ้น เน้นคุณค่าของความรักว่าของการของความเป็นจริงไอ้นี่ไม่ดีเราก็ต้องยอมรับว่าไม่ดีแล้วเราต้องแก้ไม่อายอ่ะความไม่ดีเราเนี่ยเราดับมาเราเลิกมาแล้วมาเราจึงได้ดีปานฉะนี้ถ้าเราไม่ยอมรับมาจากต้นเราจะไม่ได้ดีอย่างไรไม่ได้ดีเพราะเรายอมรับว่าไม่ดีแล้วเราก็แก่แล้วก็คนอื่นก็ช่วยแก้บางอย่างบางสิ่งเราแค่คนเดียวไม่ไหวเลยคนนั้นคนนี้ช่วยไอ้โน่นไอ้นี่นิดๆหน่อยๆเดี๋ยวเขาก็เกินพอเดี๋ยวเขาก็เห็นแล้วเขาก็ชวนเขาก็รู้แล้วเราก็ยอมรับคนอื่นเขาก็กล้าท้วงเพราะว่าเราเองเรายอมรับก็กราบรวมถ้าเราไม่ยอมรับเขาไม่กล้าทวงคุณจะผิดคุณจะเป็นของคุณอย่างที่ไม่ดีอย่างนั้นอย่างไรอย่างไรเขาก็ไม่กล้าทวงคุณทีไรคุณก็แหวแต่เขาทุกทีว่าคุณไม่ยอมรับฉันไม่เป็นหรือฉันเป็นก็ช่างฉัน จะต้องอะไรเงี้ยใครเขาจะไปกล้าช่วยมิตรดีสหายดีมันมีประโยชน์มากแต่เราเองเรากลับไม่ไม่ให้ไปเป็นมิตรดีสหายดีซะแล้วเราเองเรากลับปิดกั้นโดยตนเองนี่ก็เป็นคนที่ไม่ฉลาดเรายอมรับและเราได้ดีเพื่อนช่วยคนช่วยรอบด้านเราเจริญเราเจริญเราเห็นอานิสงส์ในกรรมวิธีนี้เป็นอิสระเป็นอุบายเครื่องออกที่ดีจะเห็นได้ว่ามันส่งเสริมคำว่ามิตรดีสหายดีเพื่อนดีมีเป็นทั้งสิ้นของพรหมจรรย์มันเป็นยอดจริงๆเออมิตรดีเพื่อนดีสหายดีคราวนี้คุยออกมาจากพระไตรปิฎกในศาลอโศกที่ท่านทำ ได้คุยออกมาพูดถึงเรื่องของเมจิยโสหรือว่าพระเมฆิยะที่ได้ปฏิบัตินั่นชี้จุดสำคัญออกมาให้เราสังเกตเห็นดีถ้าเราจะเข้าใจศาสนาพุทธมากขึ้นพระพุทธเจ้าท่านตรัสกับเมฆิยะอย่างไรและเราจะเห็นแม้แต่สูตรในธรรมะ 5 ประการตั้งแต่ข้อที่ 1 มิตรดีสหายดีก็ต้องมีมิตรดีสหายดีต้องมีอะไรต่อค.ศข้อ 3 ข้อหาวัตถุ 10 ข้อ 5 จำได้ปัญญาและมี 5 ข้อซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและยังแถมมีรายละเอียดสูตรนี้เห็นแล้วก็คิดว่าจะต้องเอา ทวนไม่ต้องเอามาใช้สำคัญสูตรนี้เป็นจุดเด่นเหลือเกินเคยผ่านนะแต่ก็ยังยังไม่ได้มีเหตุปัจจัยพร้อมพรั่งก็เลยยังไม่ได้เด่นชัดคราวนี้มีเหตุปัจจัยอื่นๆเข้ามาเป็นเหตุผลพร้อมพรั่งขึ้นมามากชัดจะเอาออกมาใช้ออกมาขยายสู่กันฟังว่ามันเป็นเนื้อหาพระเมฆิยะนึกว่าตัวเองจะไปนั่งอยู่ในที่สงบสงบเข้าไปในสวนมะม่วงอัมพวันนั่งเสร็จแล้วกิเลสกินรีบวิ่งซื้อออกมาหาพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าห้ามแล้วบอกว่าไม่ให้ไปอยู่กันนี่แหละมีมิตรดีใช้ดีรอมิตรรอเพื่อนซะก่อนไม่เชื่อไปอยู่คนเดียวนี่อยู่แต่ผู้เดียวเสร็จแล้วก็วิ่งมาหาพระพุทธเจ้าก็เลยบอกให้ก็ปฏิบัติตามหลัก 5 ประการ อาจมีมิตรดีมีการสังวรระวังอยู่รู้ตัวอะไรต่ออะไรต่างๆนานามีกถาวัตถุ 10 หัดคาถาวัตถุดิบอภิชาสันติวิเวกกับสังฆะวิริยารัมภะนั้นหัดฝึกหัดฝึกหัดทำจนได้ดีด้วยข้อที่ถูกต้องเพราะว่าคำว่ามิตรดีแล้วท่านยังอธิบายหลังต่อไปอีกนะว่าเพราะมีมิตรดีสหายดีเพื่อนดีจึงเกิดธรรมะประการที่ข้อที่ 2 ธรรมะประการข้อที่ 3 ก็เกิดจากเพราะมิตรดีเพื่อนดีสหายดีธรรมะข้อประการที่ 3 แม้แต่ถามวัตถุ 10 นี่ก็เกิดเพราะมิตรดีเพื่อนดีสหายดีแม้แต่ ข้อที่ 4 ข้อที่ 5 ท่านก็ยืนยันว่าเพราะมิตรดีเพื่อนดีสหายดีจึงเกิดธรรมะอีกทั้ง 4 ข้อนั้นตามข้อมิตรดีสหายดีเพื่อนดีนี่เป็นข้อต้นและข้อเหล่านั้นก็เกิดตามเพราะมิติสายดีเป็นเหตุปัจจัยทั้งสิ้นเลยถ้าอธิบายสอนถึงอย่างนั้นทีเดียวแล้วก็ให้พิจารณาประโยคตั้งถึงประมาณด้วยอะไรจนกระทั่งถึงอันนี้จะสัญญาเห็นอันนี้จะสัญญาก็จะถึงอนัตตาเองอะไรต่ออะไรต่างๆนานาไม่เป็นไรหรอกขี้เกียจนะยังจำมันจากเหล่านั้นยังไม่ได้หมดก็ขอไว้โอกาสหน้าจะเอามาขยายสู่ฟังแล้วทีนี้เราก็หันเข้ามาหาทางเอกเรา อย่างที่เราได้อธิบายกันแล้วก็ทำความรู้กันไปละเอียดละออไปเรื่อยๆอยู่อย่าประมาทในการฟังในการที่รู้ขณะนี้มันขั้นสูงขั้นสำคัญแม้ว่าเราเองจะยังไม่ถึงฐานยังไม่ถึงฐานที่เราจะทำปานฉะนี้ก็ตามแต่เราก็จะต้องเป็นโอกาสจะต้องเข้าใจว่าเป็นโอกาสที่เราได้พบกันได้ฟังได้เรียนนะเราทำเป็นเพราะๆไปๆเข้าใจทฤษฎีฟังได้จำอะไรไว้ได้พอสมควรมันก็เป็นดีเราจะไปมัวแต่ว่ายังไม่ถึงขั้นพอถึงขั้นแล้วก็วิ่งหาแล้วก็ไม่มีโอกาสแล้วก็เลยซวยไปเลยมันเที่ยงแท้แน่นอนที่ไหน เดี๋ยวนี้มันก็ยากในหนังสือมันไม่กระจ่างมันไม่มากนักหรอกแต่ว่ามันก็พอไปสำหรับผู้มีปฏิภาณมีปัญญาดีๆแต่มันก็ไม่ง่ายเลยทีเดียวเราจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจพอสมควรอ้าวเราควรหน้า 500 ซีซี 10 500 39 กระจกนี่แหละเราจบขึ้นไปกราบใหม่นี่นะเราเอาแค่นี้แล้วเราควรไปเล็กน้อยหน้า 540 เนี่ยแหละเรารู้สภาพของอาการซ้อน การเรียกว่าถึงขั้นฌานขั้นอุฏฐานสัมปทาขั้นสันติวิหารแยกชานออกจริงๆเป็นสภาพพบสภาพจิตสภาพชั้นสูงเพราะฉะนั้นป่วยการกล่าวบรรยายถึงกามตัณหาหรือกามาสวะขนาดนี้มันขั้นผาสว่างจะเรียนจบเพราะว่าแต่ว่าเราก็พ้นอวิชชาสวะโลกนี้ก็มีอยู่ 2 ส่วนมีโลกตามเป็นโรคอัตราหรือโรคภพชาติของจิตอ่าโรคที่เกี่ยวข้องกับวัตถุนอกเรียกว่ากามกับโลกที่อยู่ที่จิตตรงๆเลยอยู่ที่จิตตรงๆเรียกว่าเพราะว่าพบว่าปัญหาคือเรียกว่าสวะเรียกว่า อนุสัยอาสวะของภพและขณะนี้เรากำลังไล่อนุสัยกับอัศวินพบมันเป็นจิตที่หยุดกับจิตเลยกินง่ายเอาง่ายอยู่ง่ายๆของเราปลงเอาสร้างเอาทำเอาเองติดเอาเองง่ายๆหลงเอาเองอยู่ที่จิตไม่เกี่ยวอะไรกับใครมันง่ายแสนง่ายแล้วเพราะเดือนละทีไม่มีปัญญาเรียนพอฤาษีต่างๆก็หลงเพ้อพกไปอยู่อาศัยพบเห็นหน้าอาศัยภพของจิตฟุ้งเฟ้อฝันไปยึดไปติดไปอร่อยไปสนุกไปไม่ได้ละเพราะว่าสวะไม่ได้รับภพชาติไม่ได้สิ้นการเกิดหรอกแล้วก็เพลินอยู่อย่างนั้นจึงหลงเสพกามจะเหลืออะไรต่ออีกไม่เข้าใจเพราะว่าไปหลงเพลินอยู่ที่ใดที่หนึ่งเอาแต่ของ มันเหมือนกับคนบ้าหลวงพ่อติดเองสร้างสรรค์แล้วก็ข้างนอกไม่เอาแล้วมันอร่อยอยู่ในนี้คนอื่นๆไม่เกี่ยวแล้วใครจะยังไงช่างหัวใครไม่เอาด้วยแล้วมันก็เพิ่มพกอยู่ในภพของตัวเองไปแล้วไปวันๆๆต่อวันทั้งชาติแล้วก็ตายไปชีวิตหนึ่งกรามก็ยังมีนะที่จริงอ่ะไม่ใช่ว่าไม่มีแต่มันก็น้อยมันไม่มันเท่าภพเพราะว่าปัญหามันแรงกว่าก็หลงเพราะว่าตัณหากามตัณหานั้นพอบรรเทาได้เพราะว่าไม่ติดใจเท่าก็มาหลงอยู่ที่ภรรยาเป็นอัตราเป็นอัตลักษณ์เบาบางเบาแต่ไม่ใช่หมดนะมันไม่มีฤทธิ์แรงไอ้นี่มันอร่อยกว่าก็มาเพลินอยู่กับ จนตายไปตายไปไม่ได้สิ้นซากอะไรพระพุทธเจ้าจึงไม่รับรองแม้แต่ว่าเป็นโสดาบันไม่รับรองแม้แต่เป็นโสดาหลงในคำอธิบายสมัยก่อนเขาเรียกว่าหลงรูปฌานอรูปฌานที่แท้ของพุทธเป็นอย่างนี้แต่ก็ขอแนะนำซ้อนอีกวนกลับไปอธิบายซ้ำอีกแล้วก็ไม่ใช่ไปลงรูปประชาชนอย่างที่เขาว่าเป็นนั่งหลับตาแล้วนะไปนั่งหลับตาปีแล้วก็มานั่งติดแล้วก็เอาแต่นั่งโอ้ยอันนี้ยิ่งสวยใหญ่เลยช่วยตรงที่ว่าเราจะต้องไปนั่งอ่ะสิไปนั่งอยู่อย่างนั้นน่ะเราไปทำอะไรกันน่ะชานหลับตาต้องไปนั่งหลับตาเข้าที่กินเวลากินแรงกินตัวคนไป 1 คนพอเข้าฌาน เข้าไปติดชาญก็ไปเสียเวลาอยู่กับฌานแบบนี้วันนึงเท่านั้นชั่วโมงวันนึงตอนนี้ชั่วโมงไม่เป็นอันทำผิดทำการทำงานอะไรนั่นน่ะของชาญฤาษีแล้วเขาก็ติดชาอย่างนั้นเหมือนกันและที่เขาอธิบายกันเข้าหมายศาลอย่างนี้ติดรูปประชารัฐหมายถึงไปนั่งหลับตาแล้วก็ไปติดจมอยู่เหมือนกันนี่ส่วนใหญ่เลยทีนี้เรากำลังพูดนี่เราพูดถึงฌานพุธด้วยซ้ำไปแล้วก็ยังมีกิเลสติดรูปประทานด้วยตรงติดนี่ก็คือว่าเราเองยังเป็นจริงแม้จะยืนเดินนั่งนอนไม่ไปนั่งหลับตาเอาหรอกถูกทำถูกคือติดเป็นรูปบัญชาได้ไม่มีนิวรณ์มีที่จะทำสุขกับวิหารอาศัยก็จริงทำงานทำการอยู่พอติดรูปฌานอย่างนี้คุณก็ หลงมีปิติแรงนี่เรียกว่ายังติดยังมีเศษของจิตจะมีเชื้อของจิตที่ยังไม่ละเอียดสุขุมบริบูรณ์ติดปิติแรงบางคนไปตีแรงไม่ต้องทำงานพอพี่ตกวิชาแน่นอนไม่มีอะไรก็พบอะไรก็อาศัยทำไปแต่ก็ผิดๆแต่มีแต่ปิติซ้ำแซะไอ้โน่นไอ้นี่อย่างนั้นอย่างนี้ไม่ก็เป็นอันทำงานอะไรไปมากมีแต่เรื่องติดติดหลงหลงอยู่ในสภาพที่ดียังเป็นส่วนของมานะยังเป็นส่วนของจิตมานะก็คือจิตแล้วมันหลงความดีหลงถือดีหลงติดดีหลงอะไรก็ได้ในจุดดีเรียกว่าปิติมันได้ดีแล้วมันก็หลงดีนี่ก็ ผู้ชายอยู่แต่กับดีนี้ไม่เป็นอันไปคิดอื่นไม่เป็นอันไปทำงานอื่นเพราะว่าที่อื่นชื่นชมชื่นเชยอยู่ในนั้นน่ะปิติยินดีซ้ำแซะชื่นชมอยู่ตรงนี้เรียกว่าหลงทางหลงปิติชา 1 ชาญ 2 วิตกวิจารณ์อยู่นั่นแล้วปิติอยู่นั่นแหละสุขใจอยู่นั่นเองเฉยตอนนี้เฉยคือเฉยตัวเองกลายเป็นเฉยกิเลสไงเฉยๆไม่เอาถ่านกับใครหรอกเอาอยู่แต่พอของตัวเองก็คือวุ่นอยู่แต่ไอ้ของดีที่ตัวเองทำได้ดีจริงๆนะไม่ใช่ของไม่ดีนะตัวเองสร้างตัวเองศาลตัวเองทำตัวเองคิดตัวเองอ่านตัวเองประดิษฐ์ดอกไม้คนอื่นใช้หรือไม่ก็มองดูแต่คนอื่นก็ทำดีติดมุทิตาสิเขาดียินดีก็ยินดีกับเขาช่วยเขาแล้วนี่ทำแล้วนี่เมตตาเขาสงสาร ก็ชวนเขาเข้าใจดีก็นั่งชมเชยก็โอนมาจะมาเป็นพระโสดานั่งชื่นใจเออก็ดีนะแล้วไม่เป็นอันทำอะไรต่อจะช่วยคนอื่นอีกต่อไปแล้วนั่งเสพความดีของตัวเองที่สร้างขึ้นอยู่อย่างนั้นแหละมันก็เฉยไปมันทำให้เราลดพลังงานมันทำให้เราลดกรรมกิริยาที่จะดีอีกมัวแต่มานั่งชมเชยแหวนดมดอกไม้ได้ดอกไม้ปลูกดอกไม้ได้ดอกไม้แล้วก็เอาดอกไม้มาชมสีชมกลิ่นอยู่นั่นเองอะไรอย่างเงี้ยงานนี้เรียกว่าทานกิเลสของถ่านกิเลสของชานแบบพุทธกิเลสของชาญแบบเมื่อเรารู้แล้วมุทิตาได้ดีแล้วก็ยินดีกับเขาแล้วก็อุเบกขาปล่อย ไม่ใช่ถอยแบบที่เรียกว่าเป็นธรรมกลายเป็นเฉยแบบกิเลสเพราะฉะนั้นอุเบกขาในลักษณะนี้ก็คืออุเบกขาเฉยๆก็คือมาจมอยู่กับอันนี้นั่นเองมันเป็นการมันว่างจากจิตจากสัมมากัมมันตะสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจามันว่างจากกรรมกริยาว่างจากอาชีพเคยทำแต่ก่อนนี้ทำขยันก็ทำเสร็จแล้วก็นั่งแช่อิ่มเลยชมเชยเมื่อไม่มีสัมมาอาชีวะนั้นอาชีพเคยทำไม่ทำตอนนี้ว่างแล้วมากมายอะไรมานั่งชมเชยหลงได้ดีรู้ดีแล้วพอเข้าใจว่าเออดีแล้วและเป็นประโยชน์ดีแล้วทีนี้ก็เป็นประโยชน์คนอื่นก็รับไปช่วงไปเราก็ไม่ต้องไปลงจะฟังข่าวคราวมีผลจะดีหรือไม่ดีแท้จะมีสิทธิ์บกพร่องอะไรก็รับไปแล้วก็ทำอย่างอื่นต่อไปทุกอย่างก็จะเดินหน้าด้วยไปเลยอันนี้เสร็จอันนี้ทันดีแล้วก็รับผลว่าเออก็เข้าใจแล้ว แล้วก็ต่อไปด้วยอะไรด้วยไม่ต้องไปแช่อิ่มอะไรมากนักอย่างนี้เจริญๆยิ่งเพราะฉะนั้นการที่ติดแม้แต่ทิฏฐธัมสุขกับวิหารหรือติดรูปฌานเป็นอย่างนี้อ่ะรูปประชานแบบพุทธเรามีจิตว่างโล่งเป็นฉันต่อวิหารซึ่งเป็นสิ่งซ้อนสิ่งแฝงอาศัยเท่านั้นเองเป็นสิ่งอาศัยที่ไม่ปัจจุบันเท่าทิฏฐธัมสุขกับวิหารทิศทางแปลว่าปัจจุบันเป็นตัวแสดงออกหน้าเป็นตัวที่มีสภาวะมากกว่าส่วนสันตะวิหารเป็นสภาวะในในของแต่ละผู้จัดการของเขาอาศัยซ่อนอยู่เพราะฉะนั้นจึงไม่เด่นพระพุทธเจ้าไม่ไม่โชว์มากไม่อธิบายมากแล้วก็ไม่ได้ยืนหลักว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ต้องเป็นผู้รู้เองรู้ เข้าใจเข้าใจว่าอาการสาคืออะไรและเรามีสภาวะหรือไม่มีดูเมื่อไหร่ก็เห็นอยู่ที่ราวไม่มีที่อื่นอ่าววิญญาณจาเป็นวิญญาณสะอาดมีอากิญจัญญายตนะว่าสัญญานาสัญญาพ้นแล้วเราก็จะดีใจอยู่บ้างซ้อนเป็นปิติเหมือนกันเป็นรูปประชาชนคือมันได้ดีมันรู้ มันก็จะติดอยู่หน่อยสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรู้เคยเห็นจริงก็ให้โอกาสเหมือนพระพุทธเจ้าที่ว่าเป็นรูปประธรรมหรือว่าเป็นเศษวิมุติหรือ 49 วันแล้วก็อธิบายนามธรรมหรือทำอธิษฐานให้ฟังแล้วว่า 49 วันคืออะไรได้ขยายให้ฟังแล้วทีนี้ของคนหรือของพระอริยเจ้าชั้นสูงนี่ก็เหมือนกันก็จะมีบ้างมีบ้างแต่ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเสพ 49 วันยังพระพุทธเจ้าเราเท่าไหร่ก็รู้รู้ว่าเออก็พอสมควรจิตใจของเราเข้าใจให้ดีทำความเข้าใจให้ดีเมื่อดึงเรามีปริยัติมีหลักการบอกนำหน้านี้เราก็ยิ่งไม่ต้องไปเสียเวลาอะไรมากมายนักเข้าใจให้ชัดแท้อย่าหลงผิดก็แล้วกันวันนี้เป็นอาสานี่เป็น เป็นอย่างนี้ 7 โล่งโปร่งเป็นอย่างนี้สบายวิญญาณแล้วก็จิตของเราก็รู้แจ้งรู้อะไรก็ว่าจะมารีลงไปหรือไม่ดีลงไปมันก็เป็นอย่างนี้รู้ชัดวิญญาณเป็นอย่างไรก็รู้ว่ากิเลสเนี่ยมีอยู่ตอนไหนไม่มีตอนไหนแล้วไม่มีทำให้ไม่มีแล้วก็รู้เราตลอดเวลาเราไม่มีกิเลสนี่เราก็ดีแล้วถ้าคิดอยู่เฉยๆมันก็อยู่เฉยๆมันจะมีกิเลสอะไรเราไปกระทบสัมผัสไปตรงไปสร้างแล้วก็ทนได้ทนได้แค่ไหนทีนี้เราจะรู้เพราะงั้นเราจะไม่จมอยู่กับไอ้จิตอย่างนี้เราก็ไปปรุงไปสร้างไปทำไปตามควรเราก็จะได้พบเหตุปัจจัยต่างๆนานาเราถึงจะเก่งขึ้นกล้าขึ้นไม่ใช่มาจนก็อารมณ์ของฉันต่อวิหารแบบที่จะเอาออกมาเป็นรัชกาลที่ 5 ก็ปล่อยให้เรากลายเป็นผู้ที่ติดอยู่อีก ไม่ใช่เพราะจิตนี่มันดึงให้ติดแล้วมันก็เลยไม่เป็นอะไรมันไม่มีคุณค่าไม่มีกำลังกายไม่เป็นสมาธิองค์ 8 แล้วกลายไปเป็นติดภพกลายเป็นพบอัดรูปด้วยจิตว่างก็จะว่างๆลอยไปลอยมาเดินยืนนั่งนอนรู้อะไรกับเขาก็รู้บ้างว่าไม่คิดกับเขาไม่มีสัมมาสังกัปปะจะพูดกับเขาไม่พูดอ่ะติดเอารูปประคบก็ว่าโล่เงินก็รู้ก็เข้านะไม่ใช่ไม่รู้แต่ไม่เอากับเขาไม่คิดคิดก็ไม่คิดรู้แล้วก็วางรู้แล้วก็วางจะพูดกับเขาไม่พูดน่ะกลัวดอกพิกุลร่วมจากปากเพราะมันไม่อร่อยก็มันไม่พูดถ้ามันอร่อยกว่าก็ไม่มี ก็ทำกับเขาก็ไม่ทำก็รู้ว่าอะไรคืออะไรรู้เข้าใจเขาทำอะไรมีอะไรต่ออะไรยังไงรู้ไม่เอาอ่ะสู้เราอยู่กับว่างๆโล่งๆนี่ไม่ได้ก็เป็นคนตื่นๆเป็นคนธรรมดานี่แหละพระรูปธรรมดามีสิทธิ์สบายจิตก็ติดสบายติดโล่งๆอย่างงั้นก็ทำก็ทำไปไม่มีสัมผัสทีนี้สมาชิกคืออะไร เป็นตัวสงบก็ไม่โกรธไม่เคืองไม่อะไรต่ออะไรคนจะว่าซะด้วยไปก็ไม่โกรธไม่เคืองอะไรหนักๆเข้าถ้าคนทั้งโลกเขาก็บอกว่าคนนี้มันบ้าแล้วต้องเอาส่งไปเช็คที่โรงพยาบาลบ้าแล้วแน่นอนก็ต้องเข้าใจอย่างนั้นเด็ดขาดหยุดผมหยุดสูงตัวเองสบายนี่ติดอร่อยไงมันดีไม่เห็นมีเรื่องให้มันไม่เห็นมีอะไรเลยจะต้องทำไมก็เราก็อยู่เฉยๆว่างๆลอยๆใจว่างๆก็ดีแล้วไม่ต้องไปคิดไปปรุงอะไรก็เท่านั้นแหละมันเข้าใจนะมันมีภูมิซะด้วยนะถ้าวันนี้เป็นพระอริยะจริงแล้วก็ยังหลงผิดอยู่ติดอยู่อย่างนี้นะขออนุญาตเหมือนกันแต่ก็ติดอยู่อย่างนี้ก็ได้แค่เนี้ยอย่างนี้ยังไม่ใช่ว่าพระพุทธเจ้าไม่เอาอ่ะมันก็ได้ประโยชน์ตนประโยชน์ประโยชน์ตนที่เรียกว่ามันก็เบาๆว่างๆดี แต่มันไร้คุณค่ามันไม่ใช่มนุษย์ประเสริฐแล้วมันก็อย่างงั้นเดี๋ยวก็บ่นเสียไปเสพมาไปอยู่ไปอยู่มาอยู่มาอยู่ไปเพชรเกษมมีท่าอะไรแต่ถ้าเราเป็นไปด้วยดีเมื่อเราเข้าใจแล้วจิตว่างไปอย่างนี้ก็เข้าใจแล้วก็อาศัยฐานอาศัยถึงเวลาที่เราจะบอกว่าจิตของเราเป็นยังไงจิตเราอยู่ยังไงจะทำอยู่เราก็ตรวจสอบดูได้เสมอเราทำงานทำการอยู่ก็ดูจิตเราได้เสมอจิตอาสาไหมจิตก็เราทำงานวิญญาณของเราหรือธาตุรู้ของเรากำลังทำงานเต็มที่อยู่มันก็อยู่นี่ไม่ได้ฟุ้งซ่านไปไหนนิวรณ์ 5 ธรรมดาไม่มีแล้วก็ทำอยู่ได้สบายอยู่แล้วจะปรุงจะคิดอะไรเราก็รู้เหตุรู้ปัจจัยทำอะไรอยู่วิญญาณของเราเรามีกิเลสอะไรไหมเนี่ยเรากำลังทำไปในตรวจเรื่อยๆ อากิญจัญญายตนะกระทบสัมผัสหรือว่าคิดอ่านทำอะไรต่อไปมีวู่วามอะไรจะเห็นแก่เอาตัวเองเอาตัวตนอะไรออกไปซัดไปผสมเมื่อไหร่เอาความเป็นตัวเองเอาความเป็นตัวตนแม้แต่ความคิดความเห็นของเราก็ไปดันทุรังเกินไปถึงคราวที่จะแสดงความเห็นของเราก็แสดงล่ะก็มีทิฐิแต่ว่าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ใช่ว่ายึดเอาเป็นเอาตายของตัวของตนอย่างเกินการเสนอเข้ากับหมู่เสนอเข้ากับเพื่อนอะไรก็เสนอไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องไม่เขาไม่เอาตามเราเราก็วู่วามเราก็เกิดอาการอารมณ์ที่ไม่สบายใจอะไรก็ไม่ใช่เขาเป็นไปด้วยดีเท่าที่มันเป็นไปได้แสดงอยู่รู้ตลอดเวลาว่าเรามีไม้กิเลสอาจจะนะนิดนึงน้อยนึงมันก็ไม่มีขึ้นนะก็รู้ว่าตัวเองไปเราก็ไม่มีก็รู้ไม่มีแล้วมันก็ทำอะไรไปได้มีสัม สัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะเป็นงานการอยู่จึงจะเป็นสัมมารามองค์ 8 ที่เป็นนิโรธเราถึงฟังให้ดีนะข้อนี้เป็นข้อที่ 4 ของอริยสัจผ่านนิโรธเพราะนิโรธของพระพุทธเจ้าจึงมีสมาธิองค์ 8 เป็นองค์บริบูรณ์เป็นผลเป็นสิ่งที่เดินบทอยู่เป็นที่กระทำสุดของวิหารไม่ไปแช่อยู่ที่อรูปฌานหรือสันตะวิหารเป็นบทเด่นสะด้วยไม่แช่ไม่กลายเป็นผู้ลอยไปลอยมาเป็นผู้อุเบกขาสงบแบบซ้อนฟังดูดีๆจะเห็นสภาพมันสงบแบบนี้อย่างนั้นถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วสังเกตจากในหมู่พวกเราก็มีอยู่กลายเป็นเสวยไม่เอาถ่านนะโอ้ยหนัก ป๊าลำบากแล้วใจมันไม่เอาจริงๆจ่ายมึงจะต้องการจะรู้อะไรก็รู้ว่าเขารู้แต่ไม่เอายิ่งสะสมมากๆเข้าติดมากๆเข้าทีน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive