240120-2-287 ทางเอกภาค2-ตอน287(หน้า547)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์203 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 20 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกพาเรามาต่อนะเมื่อวานนี้เราได้พยายามสภาวะธรรมของสัญญาเวทยิตนิโรธหรือวิโมกข์ปลายๆซึ่งฉันมีคำอธิบายเป็นภาษาบาลีด้วยขยายความตามมาลีแล้วเราก็แปลกันผู้รู้ก็แปลไปตามภูมิแปลว่าสัญญารอดต้องมีอาการ มีสภาวะอย่างนี้ก็แปลกันไปอธิบายกันไปผมก็มาแปลผมก็มาอธิบายผมก็มาหยิบออกมาของผมบ้างก็มาพี่เปรียบเทียบกันดูใครจะเอาสัญญาเวทีแต่นิโรธหรือวิโมกข์คันปลายคันนี้กันเนี่ยใครจะเอายังไงอย่างคนอื่นอธิบายคำอธิบายความว่าอาการต้องเป็นอย่างนี้เนี่ยมีมอบของพระพุทธเจ้าเรามีอาการอย่างนี้เขาก็อธิบายมาของใครของคนนั้นก็ต้องอธิบายกันล่ะแต่ของผมผมอธิบายอย่างนี้ผมว่าเป็นอย่างนี้ผมได้รับอย่างนี้ผมเห็นอย่างนี้ผมรู้ว่ามันเป็นอย่างนี้แต่ผมก็อาศัยอันนี้แหละเป็นสันตะวิหารของผมล่ะผมมีที่จะทำศึกกับวิ อย่างนี้ผมมีสภาพอย่างนี้ปัจจุบันนี้ผมก็เห็นอย่างนี้มีความสุขอยู่ด้วยวิหารธรรมอย่างนี้สุญญตาวิหารของผมก็เป็นอย่างนี้คนอื่นจะเป็นอย่างไรเขาก็อธิบายของเขาบางคนเขาไม่เป็นด้วยซ้ำเขาได้แปลภาษาออกมาสู่ภาษาอธิบายตามภาษาแปลกันไปเล่นๆโกๆไปงั้นตัวเองก็ไม่ได้สัมผัสสภาวะนั้นไม่มีอันนั้นไม่เป็นไม่เป็นจริงมันยังไม่มีจริงเป็นแต่เพียงใช้ภาษาเดาๆโดนๆแปลๆว่าอย่างนั้นเองเพราะการพูดที่จะมีอะไรใหม่มีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมอธิบายคำกล่าวจุดเก่าแต่อธิบายแปลกหน้าคิดนะ เอาไปนึกไปคิดน่าเอาไปพิจารณาโดยเฉพาะที่ว่าเขาว่าเขาแปลเขามีความหมายเขาอะไรต่ออะไรไปน่ะเขามีจริงด้วยซ้ำเนี่ยมันน่าคิดนะมันน่าเอาไปพิสูจน์คำที่เขาว่ากันเล่าเรื่องกันตามๆกันมาด้วยความหมายเก่าๆนั้นมีมานานมีมาเยอะซ้ำซากอาจารย์นู่นอาจารย์นี่ก็ว่าต่อทอดกันสืบทอดกันมาเรื่อยๆแล้วมันก็เพี้ยนไปเพี้ยนไปเพี้ยนไปตามค

อ่านต่อ

วามเห็นที่ค่อยๆทำให้เพี้ยนหักมุมเพี้ยนเรื่อยๆๆมาจนกระทั่งเสียชีวิตลังกากลับเลยตีนกากลับเลยอย่างเช่นจะจับจุดให้ฟังว่านิพพานของพระพุทธเจ้านั้นเป็นนิพพานที่สติเต็มแจ้งสว่างโพรงหาได้ดับธาตุรู้ไม่ยิ่งมีธาตุรู้เต็มพร้อมครบด้วยซ้ำอย่างนี้เป็นต้น งานนี้ของผมยืนยันอย่างนี้รู้อย่างนี้แน่ใจอย่างนี้เป็นนิพพานยืนยันไปก็ไปตรงกันกับที่พระบาลีท่านยืนยันไว้ว่าเป็นจะคุมมาปรินิพพานติดบอกว่าเป็นนิพพานรอบอย่างลืมตาเป็นนิพพานถ้วนสิ้นอย่างลืมตาจากครูบาปรินิพพานติดยังลืมตาเห็นๆผมเติมคำว่าเห็นเห็นท่านพุทธทาสแปลว่านิพพานลืมตาผมแปลต่อไปอีกนิพพานลืมตาอย่างเห็นๆเห็นๆกันได้อยู่เลยไม่ใช่หมายความว่าเป็นนิพพานหลักการดับดิ่งไปนิโรธหรือว่าสัญญาเวทยิตนิโรธก็เลยอัปรีย์ไม่รู้เรื่องผมยืนยันว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่และสภาพเช่นนั้นผมก็ไม่ใช่ไม่รู้ ผมแน่ใจว่าผมได้รู้ตรงกันกับฤาษีทั้งหลายรู้ด้วยผมแน่ใจว่าผมได้เคยมีเคยเป็นตรงกันกับที่ฤาษีทั้งหลายเคยมีเคยเป็นด้วยผมไม่ประหลาดผมไม่แปลกใจผมไม่เห็นวิเศษกันยิ่งอะไรนักหนาแต่สัญญาเวทยิตนิโรธหรือนิโรธของพระพุทธเจ้าเนี่ยผู้วิเศษนะผมว่าวิเศษกว่าประเสริฐกว่ามีประโยชน์มีคุณค่ากว่าและสบายกว่าอนันตังโดยเฉพาะจุดที่เรากำลังขายแจ้งกันตรงนี้ขณะนี้มันเป็นการขายเผยหรือไขแสดงออกมาอย่างผมว่ามันกระจ่างดีที่สุดแล้วอย่างที่เราได้ขายเผยกันออกมาว่าอันนั้นตังค์อาการโซ่ติดหรือว่า ตังค์ไอ้นั้นโตก็ได้ตังค์วิญญาณนันตินัตถิกิมจิจุดเหล่านี้เป็นจุดที่เป็นคำอธิบายหรือเป็นความหมายที่ขยายความอยู่ในพระบาลีหรือในพระไตรปิฎกไม่ใช่อยู่ในระดับของอนุกรมฎีกาหรือว่าอาจารย์รุ่นหลังว่าแต่นี่เป็นตัวพยัญชนะตรงๆของในพระไตรปิฎกเลยว่าอย่างนี้ผมก็ได้อธิบายแจกวิเคราะห์ให้ฟังซะมากมายแล้วว่าอนันตังอากาศปกติคืออนันตังวิญญาณอันติก็ดีนัตถิกิมจิต่างๆพวกนี้ก็ดีมันหมายความว่าอย่างไรพูดกันวิเคราะห์กันซ้ำซากให้ฟังหลายนัยยะ ซึ่งมันมีสภาวะรองรับผมว่าผมมีสภาวะทำรองรับจึงหยิบชิ้นนั้นอย่างนั้นออกมาอธิบายเป็นภาษาให้ง่ายที่สุดเหมือนหงายของที่คว่ำหรือเหมือนทำของลึกให้ตื่นเหมือนจุดไฟในที่มืดอะไรอย่างนี้ผมก็ว่าผมพยายามจะทำตามนัยยะที่พระพุทธเจ้าพาทำอย่างนี้แล้วก็คิดว่าได้จุดไฟหรือว่าได้งานของขึ้นมาหรือว่าดึงของลึกขึ้นมาให้ตื้นขึ้นมาแล้วจริงนะเพราะว่าเราจะเห็นได้ชัดแจ้งว่ามันไม่ต้องมันไม่ต้องไปที่ได้เสียเวลาไม่ต้องไปทำเอาไม่ต้องไปลำบากเป็นช่วงเป็นตอนมันมีเสมอไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเมื่อไรเมื่อไรก็มีอาการโซ่ติดสภาพของ ความว่างโล่งมันมีอยู่ตลอดเวลามันไม่อึดไม่อาจไม่ขัดไม่เคืองไม่อุปาทานไม้โทมนัสไม่ทุกข์ไม่มีอะไรถ่วงไม่มีอะไรห่วงไม่มีอะไรลำบากมันสบายจึงเป็นสภาพของสันตะวิหารแท้เป็นอาการอย่างที่อธิบายเป็นภาษาคนนี้คุณทำความเข้าใจแล้วคุณก็ไปทำในใจให้ได้ไปทำในใจของเราว่าเป็นอย่างนี้ให้ได้มากขนาดจนกระทั่งมันไม่ต้องลำบากมันได้เสมอมันเป็นอนันตนาอนันตังมันไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดมันเป็นตัวในเนี่ยเป็นมันเป็นตัวยอดมันเป็นตัวปลายที่เป็นอยู่เนี่ยมันเป็นตัวปลายมันก็เป็นอย่างนี้มันก็โล่งๆๆขณะใดหรือว่าโอกาสใดที่เราเองเราปรุงเราสร้างเราทำเรามีกรรมการงานเรามีอันนู้นอันนี้ ก็จะต้องเอาพลังของความคิดพลังของกายกรรมวจีกรรมเข้าไปกระทำเป็นบทบาทการงานอยู่ก็แน่นอนแล้วเราก็ไม่ได้ว่างจากการงานนั้นแต่แม้การงานนั้นเราก็ยังว่างจากกิเลสเรามีปัญญาอันยิ่งที่จะชำแรกก็ไปอ่านจิตเราไหมล่ะมีปัญญาจะชำรุดเข้าไปอ่านผิดในขณะที่กระทำการงานอยู่อย่างนั้นโดยแท้แต่เราไม่มีนัตถิกิมจิไม่มีไม่มีโลภะโทสะโมหะอะไรมันมีความโลภในการงานแม้ขั้นกรรมมาลามาตราแม้แต่เรามีความยินดีผู้เพ่งมุ่งมั่นรุนแรงเกินการอะไรไปนักเป็นอารามดีใจเกินไปนักในขณะที่ทำงานนั้นลุกลี้ลุกลิกหรือว่าทำให้แรงเกินทำให้ไม่ มาไม่พอดีมันอาจจะล้นออกมานิดเหลือเกินออกมาในหน่อยมันมีความบกพร่องผสมกระแสอยู่อะไรนั่นเองแม้ทำการงานอย่างที่มันล้นออกมาบ้างขาดไปนิดไม่ใช่ขาดลักษณะนี้เป็นลักษณะล้นอารามตายเป็นลักษณะล้นมันล้นมันเลยมันเกินมันเปื้อนออกไปมันเลอะออกไปมีบ้างไหมเนี่ยถ้าไม่มีเราไม่ได้ทำงานด้วยกันมารามมาตาธรรมดาไม่ได้ทำงานเป็นไปเพื่อความเกินเลยไม่ได้ทำด้วยความอารามดีใจยินดีมากไปมุ่งเพ่งแรงจัดจ้านไปเป็นอภิสิทธิ์ว่ากันให้เต็มก็คือเป็นอภิชาวิศวะโลภะมันเป็นสภาพที่เพ่งรอบจัดแรง มันก็เลยแรงกล้าไปหน่อยมันล้นๆไปไหมถ้ามันล้นไปเราก็ไม่เอารถละมาเพราะว่าเป็นพันความเสื่อมพระพุทธเจ้าเตือนเราไว้ให้เข้าใจชัดๆอารามเหนืออารามมาตามการทำงานหรือมีการงานอยู่เป็นอารามต่างๆจะเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังไม่ใช่ว่าเราอยู่ในสัมมากัมมันตะแล้วเรื่อยไปโดยที่ไม่รู้ไม่เจียดเจียรไม่พิจารณาไม่พินิจพิเคราะห์ในธรรมะต่างๆของเรามันจะเป็นกัมมสุทโธหรือยังเป็นการงานที่บริสุทธิ์ดีหรือยังถ้ายังไม่บริสุทธิ์แม้ในการงานนั้นมันยังมีเศษกิเลสอะไรอย่างไรเขาก็รู้ให้ชัดเลยว่ามีเศษกิเลสอะไรมาผสม อยู่มีจิตอันแยบคายชำแรกอ่านรู้ว่าการงานที่เราทำอยู่ขณะนี้หนักยังไงเหนื่อยยังไงเราก็รู้ยากหรือไม่ยากเราก็รู้เรายังไม่ชำนาญเรายังไม่เก่งยังไม่เข้ายังไม่คล่องยังไม่รู้ชัดรู้แจ้งยังไม่รู้เหลี่ยมมุมของมันยังไม่ได้ฝึกอะไรก็แน่นอนแล้วมันก็เก่งๆกลางๆมันจะไปคล่องแคล่วอะไรมันจะไปชำนาญมันจะเป็นมันจะยากเพราะมันจะง่ายอะไรมันก็ยากหน่อยล่ะบางทีงานหนักจริงก็มีงานต้องแบกต้องยกต้องห้ามต้องเข็นต้องร้อนต้องเย็นอะไรแล้วแต่ต้องวุ่นมันก็แน่นอนมันก็ต้องมีบ้างล่ะแต่ถ้างานนั้นมันสมควรสมควรจำเป็นหน้ากระทำเขาก็ทำสิมันเป็นประโยชน์ยิ่งมันเป็นประโยชน์อยู่พอ ไปอยู่เป็นโอกาสเป็นช่วงที่ควรทำก็ทำแล้วเรามีจิตปัญญาที่รู้ว่างานนี้มันมีดีไม่ดีมันเป็นกุศลไม่เป็นกุศลอะไรก็แล้วก็ทำไปจิตใจเราก็มีความกว้างอยู่นั่นแหละนับถือจริงๆมันก็ไม่มีนิดนึงน้อยหนึ่งก็ไม่มีไม่มีโลภะโทสะโมหะอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดอย่างแม้เป็นธุลีหมองธุลีทุเรียนไม่มีนี่จะต้องสัมผัสกันอยู่แท้ๆก็ต้องสัมผัสกันอยู่มันก็งานลูกๆธรรมดานี่แหละงานในโลกไม่ใช่โลกโลกตรงที่มันไม่เป็นแบบมอมเมาแบบโลกๆไม่ได้ไปเป็นงานที่ทำออกไปแล้วก็ไปเที่ยวทวงดึงมนุษย์ตกต่ำเปล่างานนี้ก็เป็นงานบทบาทการงานการสร้างการก่อ รูปโลกแต่ก็ไม่ได้มีผลผลิตที่จะเป็นไปเพื่อไปทำเป็นความเป็นมอมเมาโรคอะไรปรับจะไปขัดเกลาเขาไปทำให้เขาเกิดปัญญาซะด้วยซ้ำเราก็มีสัมมากัมมันตะนี้เป็นที่สุดอยู่ซึ่งไม่เป็นกรรมการไม่ค้านแย้งกันนะมีปกติที่มีสัมมากัมมันตะมีสัมมากัมมันตะสติสัมมาสัมมากัมมันตะกับกัมมารตาก็ดีไม่ได้ขัดแย้งกันนะเป็นการงานหรือเป็นการกระทํา กรรมเป็นกำเนิดมีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยก็มีกรรมนี่แหละอาศัยเป็นเผ่าพันธุ์มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมที่จะจำแนกเราว่าเราเองเป็นสัตว์หรือเราไม่เป็นสัตว์แม้ที่สุดเราไม่เหลือสัตวาเลยเพราะเป็นวิโมกข์แท้เราไม่ได้เหลือความเป็นสัตว์โลกใดๆเลยแล้วก็ทำการงานอยู่อย่างไม่เป็นสัตว์เพราะฉะนั้นมันจะจำแนกเป็นสัตว์ชั้นต่ำสัตว์ชั้นกลางสัตว์ชั้นสูงก็กรรมทั้งนั้นเป็นตัวชี้กรรมทั้งนั้นเป็นตัวชี้ว่าเราเองถ้าเราทำงานนี้ต่ำอยู่ยิ่งต่ำทั้งภายนอกก็เห็นเลยทำงานหยาบไปทำการงานมอมเมาผลิตสิ่งมอมเมาก็เป็นสัตว์ชั้นต่ำเราไม่ผลิตสิ่งมอมเมาแล้วเราทำการงานชั้นสูงชั้นดีเป็นยาหรือเป็นอาหารหรือ ทำให้มนุษย์เจริญด้วยซ้ำไปเราผลิตของเป็นของจำเป็นของมนุษย์ให้มนุษย์ได้รับไปด้วยซ้ำเพราะก็เป็นผู้ที่มีการงานแบ่งความเป็นสัตว์ที่เป็นที่เป็นผู้มีค่ามีคุณมีความประเสริฐถ้ากรรมมีแบบแบ่งจำแนกสัตว์จริงๆนอกจากจะมีผลผลิตทางรูปวัตถุดังกล่าวแล้วอย่างนั้นเรายังมีกิเลสอยู่หรือเปล่าการงานก็แบ่งอีกกรรมแบ่งอีกอ่านเพราะผู้อ่านถึงจิตได้ก็รู้ว่าเราทำการงานแม้แต่อย่างกิเลสก็แน่นอนยิ่งไม่รู้กิเลสอะไรไม่รู้แม้แต่วัตถุว่ามันหยาบมันมอมเมาเราก็ต้องทำด้วยความโง่ๆอยู่ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะไปมอมเมาคนอื่นเขาทั้งนั้นแหละแต่ถ้าเราอ่านแล้วเราทำสิ่งนี้ดีด้วยตามผู้อื่นพาทำด้วย เราพิจารณาและวันนี้ผู้ใหญ่ผู้รู้ท่านพลาซ่าก็พาทำและสิ่งที่ท่านพลาซ่าต่อพาทำนี้มีกิเลสหรือไม่มีกิเลสในตัวเราเนี่ยพูดทำให้มีหรือไม่มีเราก็จะต้องอ่านอีกยิ่งเราทำอย่างไม่มีกิเลสปราศจากกิเลสในใจของเราอีกด้วยไม่ทุกข์ร้อนไม่ลำบากเป็นไปด้วยความสบายดีไม่หนักหนาเหน็ดเหนื่อยอะไรในเรื่องของกิเลสมาต่อต้านอะไรไม่มีแต่หนักหนาเหน็ดเหนื่อยเพราะงานมันหนักงานมันมากอะไรตามแต่ภาวะที่มันจะต้องเป็นบทบาทของการงานปฏิกิริยาของการงานมันก็มีไปตามส่วนของมันจริงๆมันก็ไม่แปลกอะไรตามความเป็นจริงมันก็ย่อมมีของมันแต่พอเป็นไปได้มันก็ทำได้ไปเรื่อยๆ พักเมื่อยมากเปรียบเทียบกับพักผ่อนไปเดี๋ยวก็ทำใหม่มันก็เป็นธรรมชาติอยู่อย่างนั้นเราก็จัดแจงของมันไม่สมส่วนเหมือนการงานยิ่งภายในจิตก็ยิ่งไม่มีกิเลสอีกด้วยผลผลิตก็เป็นผลผลิตที่ดีไปสร้างสรรค์เป็นรังสรรค์มนุษยชาติจิตใจก็ไร้กิเลสดับสนิทซึ่งกิเลสนิดนึงน้อยหนึ่งแห่งกิเลสก็ไม่มีการงานนั้นยิ่งมีคุณค่ามากยิ่งเลยเพราะการงานที่ปราศจากกิเลสด้วยออกมาจากเป็นการงานเป็นกรรมที่กระทำโยนิที่เกิดเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นมาของมหาบุรุษของพระอริยเจ้าผลิตเป็นผลผลิตของผู้ประเสริฐ วันนี้เป็นการงานที่มีคุณค่ามากมายเพราะว่าจะต้องมีทัศนวิสัยจะต้องมีญาณทัศนะมองรอบเห็นว่าการงานนี้ควรทำตามหลักเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจหรือไม่มันจะมีปัญญารู้เองเอออันนี้เราควรทำแต่แท้จริงถ้ายืนร้องอยู่จะตายกันสร้างงานที่เป็นผลผลิตทางศาสนาสภาพสิ่งที่มันจะเป็นอุบายเครื่องไปจูงดึงให้ผู้อื่นชำระกิเลสคือสร้างสิ่งสื่อธรรมะสิ่งที่จะไปทำให้การขัดเกลาเกิดขึ้นทำอยู่อย่างนี้แม้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยมันก็ทำยังไม่พอเรายังไม่มากพอสักเครื่องมอมเมาในโลกเครื่องขัดเกลากิเลสเนี่ยสร้างขึ้นมาให้เขาเห็นแล้ว ใจพอใจเอาไปใช้เถอะเพราะในโลกก็ซื้อมาเพื่อให้คนเอาไปใช้ผลิตขึ้นมาให้คนเอาไปใช้แม้สิ่งนั้นจะเป็นเครื่องมอมเมาเขาก็พยายามที่จะจูงดึงน้ำใจให้คนมันชอบให้คนมันปรารถนาแล้วมันก็เอาไปใช้เราก็พยายามแต่เราก็จะรู้ว่าถ้าผมไปมอมเมาทาสีประดิษฐ์ประดาประดับประดาอะไรจะกระทั่งมันเออเกิดการนักเราก็จะไม่เอาบางคนมันจะไปติดไอ้เครื่องประกอบข้างนอกมันไม่ใช้ถึงแก่นด้วยซ้ำแค่นั้นเราก็ไม่ทำไม่พยายามที่จะให้มันเกินเลยไปถึงปานนั้นมันก็เท่านั้นเองกรรมเป็นการงานธรรมดาเป็นที่พึ่งอาศัยกรรมของใครกรรมของมันและทำดีก็เป็นดีของใครของมันได้ดิบได้ดีก็เพราะกรรม ปั๊มนี่แหละจะเป็นตัวสืบสานกรรมจะเป็นทายาทกรรมทายาโทการกระทำจะเป็นทายาทจะเป็นเครื่องสืบต่อจะเป็นมรดกถ้าใครไม่มีกรรมไม่มีการงานอะไรเลยมันจะไปมีมรดกอะไรพระศาสนาฤาษีจึงไม่มีกรรมมันโตศาสนาฤาษีมีแต่นั่งเป็นตามไฟคือนั่งหลับตาอย่าลืมตานะถ้าลืมแล้วเดี๋ยวมันไม่หายหมดเพราะตามันเป็นไฟอย่าลืมบอกมานั่งหลับเอาไว้เขาจึงเรียกไอ้เจ้าฤาษีตาไฟเขาพูดประชดประชันดังที่ได้อธิบายความหมายให้ฟังแล้วก็นั่งหลับตาปี๋ปีเป็นกลางคืนบางทีกินข้าวก็จะหลับตาเอามันขี้เกียจเปิดไม่เปิดตาเขาเคยพูดยัดเยียดว่าไปหาใบเบี้ยไปไปหาใบเบี้ย ถ่างตาเอาไว้เคยได้ยินบ้างไหมคนแก่ๆเก่าๆคงจะเคยได้ยินไปเอาใบเบี้ยน่ะไปใบเบี้ยใบกลมๆเอามาค้ำเอาไว้ผนังตามันมันหนักเกินไปมันจะไม่อยู่ค้ำเอาไว้บังคับตาไว้ไม่งั้นมันลืมไม่ขึ้นเอาใบเบี้ยมาทำไปมันเอากะหรี่ๆอะไรอย่างนั้นมันไม่ใช่พูดตื่นผู้เบิกบานมันเป็นผู้ที่ยังมองมัวๆๆๆเห็นได้สัมผัสได้ทั้งรูปนอกรูปในถ้ามันประสานสอดคล้องกันแล้วลูกนอกก็เห็นชัดว่าเป็นผู้รู้ผู้ตื่นในก็ตื่นนอกก็ตื่นไม่ใช่ตื่นหรอกด้วยนอกตื่นแต่ในหลับก็ไม่ใช่ไหนๆก็ยังขี้หลอก ขี้หลอกๆเป็นเจตนาตรังเป็นนักรบนักหรอกอย่างเก่งในข้างนอกตั้งท่าไว้แจ๋วเลยแข็งตรงบานเป๋งเลยนะแต่ข้างในเงียบดับไม่รู้หลบไปไหนแล้วฟุ้งซ่านไปไหนไม่รู้ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาด้วยกันหรอกถ้าอย่างนั้นมันไม่ใช่เอกัคคตาหรือไม่ใช่สมาธิหรือไม่ใช่เป็นตัวบุคคลที่มันสมพรมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นผู้รู้ผู้ตื่นมันไม่รู้มันไปรู้อะไรไม่รู้มันไม่ได้อยู่ในส่วนต่างที่เป็นเอกัคคตารมณ์หรือเป็นสมาธิหรือเป็นบุรุษผู้มีความจริงความตรงความประกอบที่สมพร้อมอยู่ด้วยกันน่ะเป็นพลังเป็นที่ อะไรมันไม่เป็นอย่างนั้นเพราะเราจะต้องเข้าใจในความหมายละเอียดต่างๆที่อธิบายยืนยันตามหลักทฤษฎีต่างๆของพระพุทธเจ้าเอามาร้อยเรียงเอามาขับเด่นเอามาขับขยายเพื่อที่จะเห็นเด่นชัดว่ามันลงตัวหมดทุกอย่างมันไม่ค้านแย้งมันสอดคล้องมันสนับสนุนสัจธรรมของพระพุทธเจ้าสนับสนุนการสอดคล้องกันไปอย่างนี้เป็นขั้นเป็นตอนดูเหมือนมันจะขัดแย้งบางอันด้วยซ้ำแต่แท้จริงมันส่งเสริมไปหมดนะมันส่งเสริมไปหมดเพราะเราจะเป็นดับสัญญาดับเวทนาแล้วมันจะไปเหลือกรรมอะไรมันก็เป็นกรรมตายๆมันก็มีแต่มีมันเป็นความจำไม่ได้มันก็พบรู แข็งไม่มีอะไรไม่มีบทบาทแห่งกรรมบทบาทในกรรมมันโตไม่มีไม่มีเพราะงั้นเราจะต้องทำความเห็นให้ดีมั่นใจแล้วก็พากเพียรเลยจุดสำคัญอะไรที่เรารู้ในทฤษฎีอื่นๆอีกมากหลายวันนี้ผ่านคืออย่างไรจุดอย่างไรและเหตุปัจจัยมีเป็นชั้นเป็นตอนเป็นอย่างไรเราก็จับมาขยายความไปได้ไม่ใช่ขยายความแต่เหตุผลเท่านั้นประพฤติปฏิบัติแล้วก็มีตรงมีสภาพตรงตามที่ทฤษฎีนั้นๆขยายความต่างๆชัดเจนแต่ทีนี้เรา บังมาถึงสภาพของนิพพานในนัยยะที่ผมเองเป็นผู้ที่จะต้องชี้ออกมาผมมีผมเป็นผมก็อธิบายผมก็เอามาบอกสัญญาเวทีคิดแบบนิโรธสมาบัติสัญญาจะเวทนาจะนิรุตติพอถึงสภาพนี้แล้วจะมาปัณณะศักดิ์เข้าถึงสภาพนี้แล้วหรือผู้ที่เขาเรียกว่าเป็นผู้เข้าสัญญาเวทีพิษณุโลกติดต่ออยู่เป็นผู้ที่เข้าไปอยู่ในนั้นจุดนั้นเรามีสภาพนั้นแล้วเขาบอกว่าดับสัญญาดับเวทนาเราก็จะต้องมีความแยบคายรู้ว่ามันดับแต่ว่ามันไม่ได้ดับเหมือนเขาหมายไปดักตีเป็นอสัญญีสัตว์หรือเป็น สัญญากับอายตนะเป็นสัตว์ที่ดับอายตนะดับธาตุรู้ไม่รู้อะไรเลยดับปี๋ไปเลยไม่เอาอันนี้ไม่เอาบอกแล้วว่ามีอยู่ในสภาวะในวิโมกข์ไม่มีเป็นเครื่องชี้ชัดๆยืนยันอยู่แล้วแม้หลายหลักฐานพยัญชนะไม่มีมีโมไม่มีอสัญญา ไอ้อย่างนั้นมันก็โง่ไปเผามันทำไมระวังวางเอาไว้ใช้สิภูเขาเอาไว้ใช้สิ่งประกอบตั้งเยอะตั้งแยะเอาไว้ใช้จับตัวโจรให้แม่นๆแล้วก็ฆ่าแต่โจรนั่นน่ะเพียวๆมันถึงจะเรียกว่ามือแน่ถึงเรียกว่ามือดีที่จริงแล้วไอ้โจรมันตัวเล็กตัวน้อยมันอยู่ในวังมันอาจจะหลบๆเลี่ยงๆขุดใต้ดินนี้ไปไหนแล้วก็ไม่รู้เรานึกว่ามันอยู่ในวังขณะที่เผาวางอยู่มันก็ขุดใต้ดินหนีไปได้และกิเลสมันเป็นอย่างนั้นด้วยไปทำเป็นดับกายดับอะไรสีไปดับจิตไปทั้งดวงไอ้กิเลสมันไม่มีปัญหาหรอกกิเลสมันมันไม่ติดอะไรมันไม่มีตัวตนที่จริงมันไม่ใช่ตัวเช็ดตนอะไรมันล่องหนไปมันไม่อยู่ให้เผาหรอกโดยบริหารโลกแล้วมันไม่มีทางให้เผาได้ อ่านโดจินจะทำอย่างนั้นน่ะเขานึกว่าเขาฆ่ากิเลสเพราะมันไม่มันไม่มั่นแน่มันไม่มั่นมือมันไม่ได้จับมันฉันตายจับเลยตัวกิเลสนี่ไปเม้าท์แข่งมันจะไปเหมาโลงอย่างนั้นไม่ใช่จับคันตาวันนี้กิเลสขาดยากำหนดให้ชัดมีสัญญาณนี่ไงกิเลสนี่ยังอยากล้างละเอียดนี่ไงตัวนี้ตัดเฉือนฆ่าตัวกิเลสตายคามืออย่างจับมั่นฉันตายนี่จึงจะเก่งและฉันจะแน่ชัดแน่แท้ดับสนิทจนไม่ดิ้นไม่มีเรียกว่าไม่กระเพื่อมขึ้นอีกเลยไม่แน่ๆ ละเอียดเท่าไรก็จับล้างจนเกลี้ยงเลยมันจึงจะแพ้ถ้าอย่างนี้แล้วก็สัญญามีความหมายมากการกำหนดรู้อย่างละเอียดการรู้ชัดจนกระทั่งถึงขั้นเวทนาระดับใดระดับใดเราก็ยังมีสัญญาซอกแซกลงไปในเวทนาทุกระดับจะโทรมานัดโสมนัสอ่อนเบาขนาดไหนจะเป็นสภาพอากาศดีกำหนดสัญญาขั้นอรูปก็กำหนดเอารูปอสัญญีนาฏศิลป์สัญญาไม่ว่าจะกำหนดขนาดใดอัตราขนาดไหนนานนับจากสัญญาอัตราใดๆขนาดในสัญญากำหนดลงไปหมดเลยไอ้ที่ไม่เคยกับไอ้ที่ไม่กำหนดไม่เพ่งอ่านให้ละเอียดละออไม่มีมีแต่การเพ่งอ่านอย่างละเอียดชัดเจนสัญญาเป็นตัว งานต้องกำหนดสัญญาต้องกำหนดรู้มันเรียบเรียงละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นคัมภีร์ราวผ้าพาโซเป็นปริวัตร 3 อาการ 12 ครบถ้วนทำสอนอย่างหมดพลเนวินสัญญานาสัญญาจะชนะจริงๆมีธาตุรู้ที่รู้ว่ามันมีแล้วไอ้ที่ไม่น่ะมีแล้วไม่เด็ดขาดเลยเด็ดขาดเลยไอ้ที่ใหม่ที่ว่าเป็น Network อย่างที่ว่า never mind นี่เขาเรียกว่ามายด์ก็ไม่รู้จำไม่แม่นผู้รู้วอลเลย์บอลมันใจเหมือนกันสบายดีเหรอนึกว่ามา ไม่มันถึงใจแล้วใจมันไม่มีแล้วจริง Never มดเนวะใจนี่มันก็หมดแล้วปล่อยไว้ไม่เป็นไรอโหสิกำลังจะไปคำพูดหยาบๆก็มีนัยยะอันเดียวกันนั่นแหละยาวๆก็เหมือนกันคือเลิกติดใจแล้วใจมันไม่ติดอะไรอีกแล้วจริงๆหมดจิตใจหมดถือซะหมดเอาความปล่อยนึกออกมาคนเนวสัญญานาสัญญายตนะเมื่อใดเมื่อใดบอกแล้วอันนั้นโตหรืออนันตังไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเมื่อใดเมื่อใดมันก็เป็นตัวนี้ประมาณอยู่สบายเมื่อใดเมื่อใดมันก็เป็นตัวที่ไม่เป็นไรอโหสิอยู่ตลอด ฮัลโหลอยู่ตลอดอากาศโชติอากาศโชติมีสันติวิหารอยู่อย่างนั้นอาการดีโว้ยสบายดีไหมไอ้เว่ยตอนนี้มันเป็นปิติหน่อยนะมันเป็นอาจจะเป็นขาปิติหน่อยๆมันคือแรงหน่อยนะไอ้คำภาษาสำเนียงมันบอกลักษณะว่ามันมันแรงกูเพลงพาไปตีนี่คือปิติที่แรงจนมีรูปพลอยยังน่ากลัวหรือว่ามันพิสดารไปหน่อยแล้วโอเคนะแล้วก็เคยอธิบายให้ฟังอยู่แล้วมันจะเห็นอยู่เอาแต่แค่พิจารณาแล้วกันมันจะรู้พี่ตี๋รู้ว่ามันน่ายินดีอยู่ในใจแผ่ซ่านอยู่ในใจเท่านั้นไม่ใช่ออกมาเป็นโว้ยโว้ยอย่างที่ว่าโวยวายขอสัญญาโวหาร แสดงความหมายออกมาให้ชัดๆมันเห็นชัดมันเองมันชัดชัดมันแสดงอยู่ว่ามันดีดีรู้ดีเข้าใจดีเพราะมันมีสภาพของดีรองรับอยู่มันมีว่างโล่งมันมีวิญญาณธาตุรู้ก็รู้เต็มตัวมีสติสัมปชัญญะไม่สูญหายไปไหนไม่ไปดับเล่นไม่เป็นใช่ไม่ใช่ว่าไปตัดสัญญาเวทนาไม่ใช่เลยไม่ใช่เลยไม่ดับเวทนาไม่ดับสัญญาดังนั้นในย้ำจุดสำคัญสำคัญมันต่างกันเหลือเกินในฤาษีอธิบายมาว่าดับสัญญาดับเวทนาแม้แต่ในพระไตรปิฎกนี่ก็แปลว่าได้สำนวนนั้นบอกว่าเนี่ยสัญญาณจากเวทนาจะรู้ทางหนิก็แปลว่าสัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธย่อม ไปหมดสิ้นเปลืองก็แปลว่าอย่างนี้ย่อมดับสนิทบางสำนวนก็แปลว่าย่อมดับสนิทย่อมดับสนิทหมดใครอ่านก็ต้องรู้ว่าอ๋อผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนี่แล้วไอ้สภาพคำแปลว่าเข้าๆนี่มันก็เลยชักจะมีความหมายไปในเชิงก็เข้าๆต้องไปนั่งเข้านะแล้วจะดับสนิทปีเลยเนี่ยมันเข้าใจอย่างนี้จริงๆด้วยนะในพระไตรปิฎกเขาก็แปลว่าอย่างนั้นตามภูมิของเขาตามจำนวนของเขาซึ่งเราเข้าใจสภาพอย่างนี้มันก็ไปชนแล้วก็อาศัยนะอย่างที่ว่าไปชนกับอสัญญีพรหมไปชนก็มาเรียกอากิญจัญญายตนะแล้วก็อธิบายว่าไม่มีนิดนึงนะมึงไม่มีเขาก็ไปดับจิตอีกแหละมันไปชนกันหมดเลย ซ้ำซ้อนมันเป็นวนไปเป็นสภาพทั้งๆที่อธิบายลักษณะภูมิสูงขึ้นสูงขึ้นแต่ก็วนลงไปหาภูมิต่ำอันเก่ามีเหมือนเก่าลักษณะดับจิตเหมือนกันอันเก่าอ้าวแล้วมันจะไปสูงขึ้นตรงไหนแล้วก็มันวนเข้าไปหาตัวต่ำอันเก่ามันไม่มีอะไรดีเหนือกันเลยมันไม่ได้ดีเหมือนกันมันไม่ใช่สภาวะที่ต่างกันได้อะไรอธิบายไม่ออกว่ามันต่างกันวนกลับไปที่เก่าไปตามอย่างเก่าไปเป็นภูมิเก่าและไหนว่าสูงขึ้นสูงแต่ภาษาขี้โม้แต่พออธิบายสภาวะไปเป็นสัตว์ต่ำเช่นเก่าแล้วมันเจริญตรงไหนอ่ะมันไม่ใช่อย่างนี้มันไม่ใช่ภูมิที่แปลกใหม่หรือว่าสูงเจริญแท้ขึ้นไม่ใช่นี่ก็เป็นข้อสังเกตที่ที่ให้พิจารณาให้คิดหาให้เห็น วันนี้เขาแยกไม่ออกก็เห็นใจเขาอยู่ที่เขาเองไม่มีทุนเพราะความเห็นใจจริงๆคือเรามีเจโตปริยญาณแท้เลยเห็นเห็นเลยใจครับใจเขาทั้งปัญญาของเขาทั้งจิตของเขาจิตของเขาไม่มีจริงเขาจึงอธิบายไม่ได้เขาจะหยิบหยิบมาอธิบายไม่มีเชิงภาษาของเขาไม่ได้บอกว่าเขารู้เลยว่าอ๋อจิตสภาวะอย่างนี้เป็นอย่างนี้เขาไม่ได้เอาจิตมาอธิบายแต่ก็แปลภาษากับความรู้เดิมของเขาเท่านั้นความรู้เดิมก็คงจะไปเอาอธิบายของใครอื่นมาด้วยก็ได้ก็อธิบายอยู่เคยแค่นั้นเราก็เข้าใจแล้วเห็นใจเขาเลยไม่ได้ไม่ใช่มาหมายความว่าไม่ได้เห็นจากโมโมไม่ได้หมายความว่าการเห็นใจแบบความหมายลูกโลกนะมันจะชัดเจนโอ้โหใจของคนนี้ปัญญาก็เท่านี้เจโตก็เท่านี้ความนึกคิด รู้ก็เท่านี้เจโตมันก็เท่านี้เองเขาไม่มีตัวสภาวะที่เรามีอันนี้เขาไม่มีก็อธิบายไม่ออกเพราะเขาไม่มีอันนี้เราก็รู้เลยเพราะยิ่งไปลองอย่างดูอธิบายสูตรก็ฟังดูยิ่งค้านหญิงเลยค้านยังมืดๆเลยนะคลานไปเอาแต่ไอ้ดันดันทุรังไอ้ตัวเองพูดนั่นน่ะไม่ฟังเราพูดไม่มีความเข้าใจที่เราหมายเลยไม่มีปัญญาที่จะรู้ด้วยมีมานะแรงต้านปังๆเอาไว้ด้วยไม่ยอมรับคิดด้วยมันพิจารณาด้วยไม่เป็นนักเรียนไม่เป็นนักศึกษาแต่เป็นชนลูกเดียวดันลูกเดียวเถียงลูกเดียวเอาชนะขาดลูกเดียวอย่างนี้เราก็จะรู้คนผู้นั้นอ๋อคนนี้มีมานะแรงไม่ยอมฟังความไม่พิจารณาผู้อื่นเลย เอาแต่ตัวเองว่ารวยไปด้วยดีๆๆๆแล้วไม่เข้ากับที่เราพูดคือเราอธิบายอย่างนี้น่าจะเข้าใจไปนิดนึงบ้างไม่เข้าใจเลยเถียงกับของตัวเองตัดของเราเลยจะรู้ว่าคำเขียนของเขานี่เป็นคำตัดของเราทิ้งลูกเดียวโดยของเราไม่เข้าใจไม่เอาไปผสมผสานไม่เอาไปร่วมวิเคราะห์ด้วยไม่เอาไปเห็นเหตุผลอะไรด้วยไม่ตัดอาจจะตัดด้วยสำนวนว่าเออดีของคุณก็ดีแต่ว่าไม่ใช่อย่างนี้อาจจะมีสำนวนอย่างนี้ก็ได้เพราะงั้นเราก็ต้องจับรู้ไปเรื่อยๆเราจะเข้าใจคนที่เขาไม่มีภูมิอะไรก็ว่าไปตามนั้นโดยจริงแล้วสภาพธรรมนี้ก็อธิบายย้ำแล้วตอนหลับทีนี้จะลองเน้นข้อที่ 1 2 3 สรุปเล็กๆน้อยแล้วจะต่อท่อที่ 4 ที่บอกว่าสภาพสัญญาไว้ที่ 23 นั้น 1 ท่านจะบอก ดับสัญญาเวทนาแล้วพระอรหันต์เจ้าเมื่อท่านตายเน่าหมดรูปนามขันธ์ 5 สลายเป็นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุท่านหมดสัญญาเวทนาแหมแหมแหมแซะแน่นๆเลยเมื่อดับเมื่อเวลาหมดเนื้อหนังเน่าถ้าจะหมดแล้วไม่มีเหลือแล้วสัญญาเวทนาอนุปาทิเสสนิพพานธาตุแม่ 2 ท่านเองในขณะที่ยังไม่ตายเน่าเนี่ยสัญญาเวทนาของท่านเป็นอนุภาคพิเศษภาคได้รู้ท่านก็รู้แต่ไม่ใช่นิพพานนะรู้จะดับสัญญาดับเวทนาท่านก็รู้บางองค์ก็ทำได้บางองค์ทำ เรียกว่าเจโตสมถะบางอย่างเจโตสมถะไม่ใช่โลกุตระไม่ใช่เรื่องเป็นเครื่องชี้ถึงความเป็นพระอรหันต์หรือพระอริยเจ้าอะไรเป็นเรื่องโลกิโลกีย์อย่างนี้พูดที่เป็นพระอรหันต์แม้ท่านทำไม่ได้ท่านก็จะเข้าใจการดับสัญญาดับเวทนาปีลงไปเฉยๆอย่างนั้นท่านก็จะเข้าใจถ้าถ้าทำเองได้บางองค์ท่านก็ทำได้ด้วยซ้ำแต่ไม่ใช่ลักษณะของนิพพานเป็นโลกียดับจิตเฉยๆนะอันนี้เป็นนัยยะที่ 2 เป็นเจโตสมถะไม่ใช่โลกุตระเลยนะอันนี้ต้องรู้อย่าเข้าใจผิดเพราะงั้นจะบอกว่าดับสัญญาดับเวทนาในนัยยะความหมายอย่างนี้รู้ แล้วแยกออกด้วยว่าไม่ใช่ใช่คืออะไร 3 เป็นผู้ที่รู้จักสัญญาและเวทนาชัดและละเอียดลึกซึ้งไปถึงขั้นสัญญาใดอามิสสัญญากามสัญจรแล้วว่าสัญญาณถึงขั้นเนว่าสัญญานาสัญญายตนะสัญญาวิราคะสัญญาอนัตตสัญญาปรมัตถ์สัญญากำหนดรู้ถึงปรมัตถ์สุดท้ายสัจจะสัญญาแม่มั่นมีสัญญาอันถึงสัจจะสุดท้ายได้แล้วกลับเป็นผู้ที่มีสัญญาด้วยมีเวทนาซะด้วย แต่ไม่มีเวทนาที่เป็นเศษโลกียะรถไม่มีสัญญาที่ไม่มีสัญญาฟังให้ดีนะไม่มีสัญญาที่ไม่มีสัญญาไม่มีมีสัญญาที่มีสัญญาเป็นสัญญาตามยถากรรมอย่าถามบุษยาท่านชนะเห็นรู้เลยว่ามันเป็นความเป็นจริงตามความเป็นจริงสัญญาก็คือขันธ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน