240108-2-278 ทางเอกภาค2-ตอน278(หน้า533)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์211 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 8 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านปลอดได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานบรมศพพระวันนี้เราก็มาต่อหน้า 533 เริ่มต้นในเขตต้นเลยเพราะฉะนั้นความเห็นถูกความเข้าใจถูกที่เรียกว่าสัมมาทิฏฐิจึงเป็นความสำคัญมากเพราะพระพุทธเจ้าทรงยกให้เป็นประธานแห่งสัมมนาทั้ง 8 องค์ทีเดียวยกตัวอย่างเช่นผู้เป็นหลง ใจเอาว่าอากิญจัญญายตนะนั้นคือจะต้องดับจิตดับความรับรู้ไปทั้งหมดบางทีเคยพูดถึงมาแล้วดังนี้เป็นต้นและแล้วแม้จะดับจิตดับความรับรู้กันให้สนิทปานใดมันก็ไม่ต้องกลับมารู้กลับมามีจิตอีกตามปกติอยู่นั่นเองแต่ก็ยังไม่เข้าใจแง่นี้ยังเห็นมุมแม่นี้ไม่ได้เขาจะพอใจจะดับจิตยังมีความเห็นโน้มเอนไปทางไม่รู้เสียดายนั่นแหละเป็นสุขดังนั้นพอเขาดับได้สมภูมิมากินจรรยา วงเล็บเปิดตามความเห็นหรือตามความหลงของเขาวงเล็บปิดเมื่อทำได้เท่านี้แล้วภูมิต่อมาคือเนวสัญญานาสัญญายตนะจึงมีสภาพเป็นว่าเมื่อดับจิตไม่รับรู้อะไรได้เลยอยู่ก็นั่นแหละเป็นสุขวงเล็บเปิดบางคนหลงว่าเป็นนิพพานเอาเลยด้วยวงเล็บปิดอาทิตย์นี้โรคพริกฟื้นกลับมามีรู้เมื่อพลิกฟื้นพอดับแล้วทีนี้มันก็จะต้องกลับมามีรู้พอพลิกฟื้นกลับมามีรู้อีกก็จะไม่ยอมรู้ให้เต็มที่หรือไม่ยอมรู้อะไรมากอันนี้ก็คือสภาพแนวสัญญานาสัญญาจะชนะดังในเครืออธิบายผ่านมาแล้วซึ่งเป็นสภาพธรรม ที่แตกต่างกับสภาพที่พุทธศาสนาหมายอยู่มากดังนั้นผู้ที่ได้ทำความรู้ทำความเข้าใจต่อสภาพจิตแท้ว่าจิตหรือวิญญาณหรือสัญญาก็ดีมันคือธาตุรู้ว่าจะให้รู้ก็เปิดจิตรู้เต็มไปเลยเมื่อไม่รู้ก็ดับหรือแม้จะตกอยู่ในสภาพรู้บ้างไม่รู้บ้างเป็นสภาพภวังค์จิตติไม่เต็มรอบซึ่งก็อาจจะมีได้เป็นได้ในคนผู้รู้แจ้งในสภาพนี้ก็จะไม่ติดไม่ยึดไม่ยินดีไม่หลงเสพสภาพเนวสัญญานาสัญญายตนะในลักษณะนี้ด้วยอันนี้ถ้าเผื่อว่าเกิดปัญญา แจ้งแล้วนั้นก็จะไม่มีแม้แต่ในสภาพที

อ่านต่อ

่แข็งๆคล้ายๆมิตรภาพที่หลายๆแง่หลายๆเงื่อนไขที่พยายามอธิบายอธิบายไปก็ยังไม่หมดหรอกนะแต่ว่าก็เท่าที่จะพอมีเที่ยวมีแรงแจกแจงพูดเอาเองบ้างเขียนไว้ในนี้บ้างน่ะภูมิใจว่าสัญญาณน่ะสัญญาณมันเป็นความเข้าใจผิดหรือมันเข้าใจผิดมาตั้งแต่อากิญจัญญายตนะมันเข้าใจผิดมาตั้งแต่การดับจิตเข้าใจว่ากินเป็นยาชนิดคือดับจิตหมดเลยทีนี้มันดับไม่ได้หรอกคนน่ะดับยังไงมันก็ต้องตื่นหลับยังไงมันก็ต้องออกมาจากการดับเพราะว่าจิตเป็นธาตุรู้คนมันยังไม่หมดธาตุรู้มันก็ต้องพลิกฟื้นกลับมามีรู้อยู่จนได้ กลับมารู้แล้วเขาก็จะพยายามกลับไปดับอีกทีนี้ดับถ้ามันไม่หมดเรี่ยวแรงแล้วมันพักพอหรือว่ามันมันไม่ๆไม่เห็นว่าจะเป็นดับอีกทำไมอะไรนักหนาเนี่ยมันก็จะหมดกำลังที่จะเข้าไปดับสนิทไม่รับรู้อะไรต่อเนื่องกันอยู่นี่คือเขาเรียกว่าสมาธิเขาเรียกว่าสีที่เขาเรียกว่าการเข้าไปดับอย่างนั้นได้ทำทรงไว้ซึ่งในสภาพอย่างนั้นได้มันก็จะไม่ค่อยจะเป็นไปมันก็จะกลับมารู้การรู้เนี่ยเขาก็จะต้องพยายามดับรู้อีกแต่มันก็ไม่หมดรู้มันก็จะรู้ต้องทำบุญเรืองสภาพรู้รำๆๆอย่างนั้นเขาเรียกว่าเนวัดสัญญาณมาสัญญาณจะชนะคือเขาจะพยายามไม่รับรู้น่ะมันจะไม่รู้อะไรให้มากจะอยู่ในสภาพไม่รู้ หารูปภาพถือว่ามันยังไม่ดับสนิทนี่พวกเรากินเป็นยาจะชนะรู้ว่านิพพานคือดับสนิทไม่รู้อะไรเลยถ้ารู้แล้วมันก็ไม่ใช่นิพพานเขาก็จะหมุนเข้าไปหาดับแต่มันก็จะออกมารู้มันก็จึงเป็นเรื่องคาราคาซังลำลำๆเมืองๆแต่ว่าไม่รู้ดับคือไม่รู้ก็ไม่ใช่จะว่ารู้ก็ไม่ได้รู้อะไรเลยแต่ว่ารู้ก็ไม่ได้รู้อะไรหรอกเรื่องอย่างนั้นน่ะมันเป็นสภาพที่ต้องการดับเป็นแกนแต่การดับจิตเป็นแกนแต่มันพ้นมันมันพ้นอำนาจที่เราจะทำให้มันเป็นการดับได้มันทรุดที่จะทำได้แล้วก็กลับมามีอาการผิดที่รู้ๆๆพอมาดูๆๆผสมกระแสอยู่นั่นแหละแล้วมันก็ไม่รู้ อะไรมากมายร่ำๆรวยๆอยู่นั่นแหละแต่ว่าไม่รู้ตัวไม่ได้รู้ตัวรู้อยู่ว่ามีจิตไม่ได้ดับสนิทนะรู้อยู่ว่ามีธาตุรู้อะไรลึกๆเลอะเทอะๆอยู่อย่างนั้นน่ะฟุ้งซ่านอะไรก็ฟุ้งไปเป็นอะไรก็เป็นไปอยู่นั้นแต่ไม่รู้เรื่องอะไรหรอกจับอะไรก็ไม่ติดอาการนี้เสียเวลาเสียพลังงานและก็เจ็บถ้าเกิดว่าทำได้ก็จะเสพอาการอย่างนี้เป็นสภาพที่สบายดับสนิทไปไม่รู้เรื่องเลยมันก็สบายอย่างนั้นตอนนี้ภูมิฐานคนๆนี้เราต้องเข้าใจสมุนไพรซะก่อนว่าเขาหลงว่าการดับจิตสนิทเนี่ยเป็นนิพพานแต่ก็ทำแล้วมันก็จะเหลือเกิดอาการนี้แต่เขาไม่รู้ว่าอาการนี้เป็นอาการ ที่มันเป็นเศษอาการหนึ่งที่มันเป็นอาการที่มันทำไม่ได้คุณทำไม่ได้เพราะฉะนั้นในระหว่างภูมิฐานของพวกที่นั่งดับจิตอธิบายในแง่ดับจิตก่อนนะนั่งสลับตาเข้าไปแล้วก็ดับแล้วก็จะเป็นอย่างนี้แล้วเขาก็ไม่รู้คือเอาวิชาอยู่ในตรงที่มันรำลึกไม่รู้จะทำยังไงก็แก้ไม่ได้แต่เขาไม่รู้ก็ตัดทิ้งไปเลยเหมือนเศรษฐีนิยมอย่างนั้นพวกนี้ก็ถือจุดนิพพานคือดับจิตไปพูดได้ถึงนิพพานก็คือผู้นำจิตได้ดับได้นานก็ผ่านมาดับได้น้อยกว่านิพพานน้อยเขาก็ถือว่างั้นพิเศษอะไรมาก็คือเศษที่ไม่ใช่นิพพานเท่านั้นก็ได้ดับได้มากมายเขาก็เป็นนิพพานมากไปเท่านั้นเขาก็เข้าใจ ไปพบดับจิตที่นี่ไม่ใช่ในพบดับจิตก็เคยอธิบายมาแล้วที่จริงตรงนี้ในนี้ไม่มีคือเป็นสภาพที่ลืมตาโพลงๆเนี่ยมีชีวิตธรรมดามีชีวิตธรรมดาเนี่ยหรือว่าไม่รับรู้อะไรมากไม่ว่าสัญญานะสัญญานะเข้าตรงนี้เป็นสภาพที่ว่าเจ้าว่ารู้ก็รู้เท่าที่เรารู้อย่าไปรู้อะไรมากรู้อะไรมากมันทุกข์พวกนี้ในพวกที่จะปิดทางฉลาดของตัวเองชี้ว่าท่านแคบโลกก็ทักแคบโลกก็ไม่ถูกไม่มีไม่ยอมรับรู้อะไรหนังสือพิมพ์ไม่อ่านข่าวคราวเรื่องราวอะไรก็จะเป็นยังไงอย่าไปรู้ไปรู้มามันทุกข์มันเป็นโรค แล้วเป็นเรื่องของโลกจะเป็นลูกเขาอยู่เฉยๆอยู่กับ ICT ไม่มีอะไรวุ่นวายเลยอยู่กับที่ที่เหมือนกบจำศีลอยู่ในกะลาครอบได้อยู่ในกะลาอย่าไปรู้อะไรมารู้มามันทุกข์สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอกนี่ก็เป็นความคิดที่แค่เป็นพวกที่ไม่มีชีทโลกกระทัดเป็นผู้ที่ไม่มีทางที่ฉลาดขึ้นไม่มีทางฉลาดก็ไม่รู้โลกไม่อยู่เหนือโลกเป็นพวกที่จับโรคของคนนี้ก็จะแคบๆแล้วเขาก็จะดับของเขาอยู่หรือว่าอยู่ในวังวนเล็กๆน้อยๆกินขี้เยี่ยวอยู่อย่างนั้นก็ทำตัวให้เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ไปทุกวันทุกวันทุกวันทุกวันก็กิน ไปเยี่ยวก็ตื่นก็หลับก็นอนนอนแล้วก็กินกินก็ขี้ก็เยี่ยวอยู่อย่างนั้นน่ะไม่รับรู้อะไรไม่มีธุระอะไรลงไปคนพวกนี้ก็จะเป็นอย่างนั้นเราลองทำความเข้าใจดูดีๆตั้งอกตั้งใจฟังใช้ปัญญาได้ใช้ปฏิภาณชัดๆดูจะเห็นได้ว่าคนนี้มาจัดให้โลกให้แคบเข้าทำตนให้หมดค่าหมดคุณปัญญาก็ไม่ต้องใช้สมองมีมากในระบบความคิดมีมากไม่ใช้ระบบเลยเหมือนกับเรามีเครื่องยนต์ชั้นเลิศแต่เราไม่ใช้มันจะไปติดเครื่องติดให้หน่อยให้ไอ้น้อยไอ้วงจรที่สุดให้มีวงจรที่เล็กที่สุดอย่าไปติดเครื่องวงจรอื่นๆตัดหมดตัดหมดตัดหมดตัดหมดทั้งๆที่เราเป็นเครื่องยนต์ที่มีวงจรซับซ้อนมากมายเป็นเรื่องของปีเตอร์ที่ มีวงจรมีเซอร์กิตที่มากสลับซับซ้อนช่วยเหลือหนุนเพื่อกันอยู่ตั้งเยอะแต่ปากไม่เอาดับมันพังมันเล่นหมดยึดไม่ใช่ใช้วงจรได้น้อยที่สุดคิดไม่น้อยที่สุดอย่างนี้มันเป็นการทำลายทำลายสิ่งที่มีอยู่แล้วให้สูญสิ้นไปทำลายสิ่งที่มีแล้วเป็นแล้วแล้วมันก็มีอยู่นะแต่ไม่ใช้มันเลยเอาเก็บทิ้งของโกดังปิดกุญแจหมดเลยเอามาใช้แต่โกดังน้อยที่สุดแต่เขาก็ถือว่าเขาเขาเองเป็นการดับหรือเป็นการไม่ต้องทุกข์และวิธีหาทุกข์แบบนี้มันเป็นมิจฉาทิฐิอยู่นะอย่าไปรู้อะไรมากอย่าไปติดต่ออะไรมากปิดให้หมดนี่ก็เป็นการหลงผิด วัดสัญญานาสัญญาคืออยากรู้อะไรมากแต่ว่ารู้ก็ไม่ใช่จะว่าไม่รู้ก็ไม่เชิงก็รู้อยู่ว่าเป็นคนรู้อยู่ว่ามีจิตวิญญาณมีความรู้สึกแต่จะไม่รับรู้ไม่พิจารณาอะไรทำไมมีอีกอันนึงที่ไม่ได้พูดขึ้นพึ่งนึกได้เดี๋ยวนี้ก็คือที่เขาสอนกันว่าจิตสัมผัสรู้ระหว่างอันนี้ก็เรียกว่าสัญญานะสัญญาเจตนาเป็นนัยยะคล้ายกันเป็นนัยยะอันเดียวกันคือโง่หรือโง่ลงแตะอะไรก็ไม่รู้แล้วก็วางไม่มีธรรมเอาวิจัยสมโภชจงไม่มีการวิจัยไม่มีการวิเคราะห์ไม่มีการรู้อะไรเพิ่มเติมรู้เท่าที่ตนรู้แล้วมันก็จะรู้น้อยลงทุกทีเพราะมันไม่เกิดการสัญญาหรือว่าวิจัยหรือว่าวิเคราะห์หรือว่าเข้าใจอะไรให้มันเสริมขึ้นมันเป็นจิตที่เป็นเพราะไปฝึก รู้ระหว่างรู้ระหว่างรู้ระหว่างมันก็ยังอาจารย์ที่เขาสอนก็อยู่ในนี้มีโดยเฉพาะอาจารย์สุจินต์บริหารวนเขตต์อะไรทั้งนั้นน่ะไม่ต้องไปพิจารณาอะไรทั้งนั้นอยากพิจารณาไม่ต้องไปเพ่งด้วยรู้ระหว่างรู้ระหว่างเฉยๆอย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นฐานนิพพานสถานีผ่านแค่นี้ก็ผิดกับโทษของ 7 แล้วถ้าให้วิจัยท่านให้วิเคราะห์ถ้าไม่รู้กุศลอกุศลให้ชัดแจ้งแล้วเราก็ไม่ทำสิ่งที่ชั่วไม่ทำอกุศลจะทำก็ทำสิ่งที่เป็นกุศลจิตจะต้องแข็งแรงเป็นอุเบกขาฐานเฉยวางว่างปล่อยอยู่เหนือรู้ทั้งรู้ไม่อ่อนแอไม่พ่ายแพ้อยู่เหนือจริงๆอย่าง เป็นลักษณะของพุทธแต่นี่เปล่าเพราะงั้นเมื่อไปทำใจในใจด้วยวิธีทำวิธีการทำในใจเป็นการทำด้วยวิธีที่ผิดมันไม่มีทางแบบนี้ก็เป็นในวัดสัญญาณน่ะสัญญาณนะจะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่ก็รู้เพราะว่าสัมผัสนั้นรู้แล้ววางเลยรู้แล้วไม่รู้รายละเอียดเพราะฉะนั้นไอ้สิ่งที่รู้เคยรู้มันก็ยังพอจะจำได้ว่ารู้อย่างนี้เป็นอันนี้อันนั้นก็พอสมควรเท่าที่เคยรู้สิ่งใหม่จะไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยเพราะว่าไม่พิจารณาจะไปรู้สิ่งใหม่ได้นะแต่ก็รู้ว่าจะรู้แล้วว่าอะไรก็ไปสักด้วยก็รู้แล้วว่าคือเข้าไปหลงในคำพูดของพระพุทธเจ้าหรือคำสั่งที่ว่าสักแต่ว่ารู้ไปตีความคำว่าสักแต่ว่ารู้ผิดไปแล้วก็ถือโอกาสนี้เป็นฐานสูงเป็นการปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาเพราะว่าเขาปฏิบัติวิปัสสนาเพราะว่าเขาว่าเขาบอกให้ปฏิบัติวิปัสสนาคือบ่ได้ไปปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาวิปัสสนาแบบนี้ไม่มีศีลสมาธิปัญญาวิปัสสนาต้องมีศีลสมาธิปัญญาต้องรู้ชัดรู้แจ้งและละกิเลสออกอย่างที่เราได้พากันทำจนอยู่เหนือมันจริงๆเพราะฉะนั้นการเข้าใจความหมายเป้าหมายในการปฏิบัติวิปัสสนาหรือสติปัฏฐานหรือปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาที่เหมือนกันสอดคล้องกันหมดอธิบายเชิงไหนเอาแง่ไหนก็มาอธิบายนำก็ไม่ไม่คันแยงกันการปฏิบัติอย่างนี้เป็นการปฏิบัติการอย่างไม่ลงตัวกับพวกชงไม่มีทำเอาไปจ่ายเพราะฉะนั้นการที่จะได้ดีที่ถูกต้องมีการรู้ละเอียด ลึกซึ้งเพราะว่ามีธรรมวิจยะมีพิจารณามีปัญญามีสติสัมปชัญญะปัญญามันไม่ไปแล้วนี่มันมีแต่สติเฉยๆมันไม่มีสัมปชัญญะและไม่มีปัญญาไร้ปัญญาและเป็นศาสนาที่ไร้ปัญญาจึงเป็นแนวรับสัญญานะสัญญาจะชนะด้วยงั้นไม่ได้อธิบายไว้ในนี้อันนี้คือเรานึกขึ้นได้มีว่าเป็นสภาพที่กั้นการวิเคราะห์วิจัยขั้นการรู้ที่มีชั้นเชิงการมีเงื่อนไขที่แตกต่างการมีรายละเอียดวิจัยวิเคราะห์นี่มีรายละเอียดที่เพิ่มเติมขึ้นมันไม่มีเพิ่มเลยมีแต่การหยุดจิตให้พิจารณาให้การขบคิดให้มีการวิเคราะห์วิจารณ์อะไรต่างๆหมดไม่มีประโยชน์อย่างเพราะฉะนั้นการทำอย่างนั้นจึงไม่ใช่การทำที่จะเกิดสมาธิปัญญา รื้อเรืองปัญญาหรือวิปัสสนาแท้ไม่ใช่แต่เขายืนยันว่านี่คือวิปัสสนานี่คือวิปัสสนาวิปัสสนานั้นคือเจริญปัญญาโดยไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดมันจะวุฒิวุฒิมันจะเจริญในทางปัญญามากขึ้นมากขึ้นเสมอเลยยิ่งปฏิบัติยิ่งมีปัญญาชาญฉลาดเข้าใจแจ้งทะลุโลกรู้อะไรละเอียดและออสุขุมโดยเฉพาะชีวิตโดยเฉพาะรู้จิตวิญญาณโดยเฉพาะรู้แก่นสารของมนุษย์โดยเฉพาะรู้คุณงามความดีโดยเฉพาะรู้ว่าเราเป็นผู้ที่ไม่เห็นแก่ตัวยิ่งขึ้นและเสียสละได้ยิ่งขึ้นจิตใจจะสายโปร่งตื่นเป็นตื่นหลับเป็นหลับรู้เป็นรู้ทีนี้ในอาการต่อมาเป็นอาการที่เป็นอุปกิเลสอยู่มีรำรำเรืองๆไม่ อานิสโสมนสิการไม่ว่าจะการจะควรจะมีจิตใจอยู่ในอะไรก็ต้องมีเอาใจนั้นไปใส่เคยแปลภาษาอังกฤษฉันทะวิริยะจิตตะนี่จิตเท่าไหร่ก็ถมเข้าไปกับอันนั้นเลยอยู่กับอันนั้นเต็มร้อยเรียกว่าสติสติสติแปลว่าเต็มร้อยเพราะฉะนั้นสติของเรามันตกนิดนึงก็คือลักษณะหินนั้นมีพระถ้ามันไม่มันน่ะสิการอมมนสิการก็เป็นอุปกิเลสคือไม่ติดเอาใจจะเอาจิตใจไม่เอาจิตเต็มร้อยนั้นผูกไว้กับสิ่งนั้นอันนั้นเป็น ago เป็นเอกัคคตารมณ์เราจะอยู่กับอะไรก็อยู่กับเอกัคคตารมณ์มีอารมณ์อยู่กับอันนั้นอย่างยิ่งเรียกว่ามันนะสิทธิ์กาละจิต การนั้นจิตนั้นงานนั้นเรื่องนั้นเต็มถ้ามันไม่ผูกลีลงมานิดนึงก็เนวสัญญานานแล้วทีนี้อธิบายตีกลับอธิบายนิดนึงเรียกว่ารู้แต่ว่ารู้จะว่าไม่รู้ไม่ใช่รู้มากเลยนะรู้ต้องมากเรียกว่าเศษไม่รู้มันมีอยู่จุดศูนย์หนึ่งอย่างนี้นั่นแหละจุด 01 นั่นแหละเริ่มต้นเป็นเชื้อของในวัดสัญญาณหาสัญญาจะชนะคือจะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่รู้แต่ไม่เต็มผลักจิตไปอื่นจิตไปไหนจึงหลับหนีหลับต้องไปทีนะมีพระถ้าไม่มีรับไปไหนฟุ้งซ่านไปอื่นไปคิดอื่นตัวการที่ไปคิดอื่นที่ว่าแบ่งไปใช้อื่นนั่นแหละคือการไม่เต็มร้อยการหักออกไปจากร้อย เรียกว่าจิตตรีพิชิตจะเอารถไปไหนรถไปฟุ้งซ่านอื่นเอาไปแบ่งเป็นอื่นก็ไม่เป็นเอกัคคตารมณ์ไม่เป็นเอกัคคตารมณ์ไม่เป็นอารมณ์อันหนึ่งอย่างเต็มครบยิ่งใหญ่ไม่เป็นเอกัคคตานะก็หักออกไปฟุ้งซ่านถ้าผมเอาไปคิดอื่นก็เป็นเรื่องของอุทยานถ้าเผื่อว่าเป็นตัวดับตัวดีลงไปตัวไม่รู้เรื่องก็เป็นสีดำมีพระคุณจะเป็นอะไรก็ตามใจคุณทำออกอะไรไปก็เรียกว่านั่นคือในวัดสัญญานาสัญญาเย็ดกันนะในส่วนที่อธิบายซ้อนให้ฟังในมุมเหลี่ยมว่าสติที่แปลว่าเต็มร้อยมันไม่เต็ม 100% มันแหว่งไปแล้วมันแหว่งไปละ อยากไปฟุ้งซ่านก็เป็นฟุ้งซ่านแหว่งไปที่นั่นมีธาตุก็เป็นทีนะมีพระมนสิการจึงอธิบายเป็นเชิงแบ่งออกไปฟุ้งซ่านหรือแบ่งออกเป็นอื่นส่วนที่นั้นมีทานนั้นหมายความว่าหรี่ลงดับหลับหลบเพราะฉะนั้นอุปกรณ์กิเลสพวกนี้ก็เป็นเครื่องอธิบายด้วยว่าเราเองเราอยู่ที่ไหนตื่นเราก็ควรจะเป็นคนตื่นเต้นอยากเป็นคนดับจิตของเรายังติดอยู่ได้กิเลสถ้าพักผ่อนไม่พอมีจริงพระอรหันต์ท่านก็จะง่วงได้หลับได้พระอรหันต์สำหรับความเป็นจริงมันพักผ่อนไม่พอมันเปรี้ยวมันเพลียกำลังที่จะต้องฟื้นตั้งอยู่ก็สู้ไม่ได้มันเมื่อยมากแต่ถ้าเผื่อว่ามัน สู้ได้มันพอมีกำลังผมก็ให้ได้คนเรานี่มันไม่ใช่ว่ามันจะเปรียบเทียบไปซะหมดเพราะงั้นเวลาที่มันยังพอแม่มันที่จริงมันควรพักอ่ะแต่ว่ามันก็ยังมีกำลังต่อสู้ท่านก็ไม่ห่วงอะไรถ้ามีอินทรีย์ภาระถ้ามีเรี่ยวแรงนะแต่ถ้าพักก็พอแล้วอะไรแล้วก็พอแล้วแต่ก็ยังมีการหรี่มีการหลบอยู่ก็กิเลสห่วงลูกเดี๋ยวกิเลสกูจะจับลูกเดียวถึงกิเลสที่มันดึงไปจิตเราฟุ้งซ่านเองสงสารมันเพราะกิเลสมันเป็นเองกับมันดีแต่มันดีมันฝึกมันปฏิเสธว่านามันขอบคุณมันเป็นไปมันเคยชินจิตใจมันก็ชอบชอบจริงๆมันยังอยากได้มันยังโหยหามันยังอาวรณ์มันยังอะไรมันเด็กไม่ขาดมันก็ เช็คสภาพที่แม้แต่จุด 01 บางทีอธิบายให้ฟังนี้มันก็เริ่มเป็นในลักษณะสัญญาเจตนาคือรู้ไม่เต็มรู้ไม่แต่งพอมันธาตุรู้ก็ต้องรู้สิมีสติก็หมายความว่ามีเต็มสติก็คือร้อยครบดีเท่าไหร่ก็ยังเป็นเท่านั้นทีนี้ก็ป่วยการที่จะเพิ่มมาจุด 01 แล้วทีนี้ก็มากๆเข้ากว่านั้นกลายมาเป็นจุดหนึ่งเลยกลายเป็นหนึ่งเลยกลายมาเป็น 2 เลยทีนี้ยิ่งมากเข้ามากเข้ากลายเป็น 3 4 5 เลยทีนี้ไม่ต้องจุดแล้วยิ่งแบ่งตัวฟุ้งซ่านไปเป็น 1 เป็น 5 แบ่งไปเป็นสิบเลยหรือแบ่งเป็นสีนั้นมีพระเป็นสิบเลยเป็น 20 เลยมันก็ยิ่ง Never สัญญานาสัญญาใหญ่ เพียง 80 รู้เพียง 90 ไอ้ไม่รู้อยู่อีก 10 มันก็ร่ำๆรวยๆอยู่อย่างนั้นยิ่งลำเรื่องมากขึ้นรู้ 50 ไม่รู้ 50 อยู่อย่างนั้นแหละเร็วๆอยู่นั่นเลยมีสติแค่ 50 ไม่รู้อีก 50 มันก็เลอะๆอยู่อย่างนั้นยิ่งไปรู้เพียงหนึ่งไม่รู้ 99 ตอนนี้ก็ไม่รู้จะว่างไงตอนนี้เย็นนี้ว่าสัญญาณอะไรมันเอาวิชาแล้วตอนนี้ก็มันรู้เพียงหนึ่งไม่รู้ตั้ง 99 นี่มันก็เอาวิชานั้นน่ะไม่ควรจะเรียกว่าในวัดสัญญาณนะสัญญาแล้วคือว่ายิ่งหมายความว่าทั้งโคตรของโรงเรียนสัญญาแล้วตอนนี้ไม่ต้องสัญญาอะไรไม่เป็นมันจะเป็นสัญญาอะไรได้ก็มันรู้เพียงหนึ่งแล้วไม่รู้ต้อง 99 มันจะไปกำหนดอะไร โหลดอะไรไม่ได้เราสังเกตมันจะพิมพ์ว่าเราดีลงไปพอประมาณนี้ไม่มีอำนาจพอที่จะไปเอาสัญญาไปกำหนดไปวิจัยไปวิจารณ์ไม่พอสติที่จะวิจัยได้จะไปทำมาวิจัยได้สติก็ต้องแข็งแรงเราจะรู้สึกว่าบางครั้งในสติเราไม่เต็มไม่เต็มร้อยแต่เราก็พอวิจัยได้เล็กๆน้อยๆมันไม่เป็นมันไม่แน่นอนมันไม่เด่นชัดมันไม่เลิศยอดเพราะมันเอาใจไปแบ่งไปอะไรไปคิดไปพิจารณานิดนึงมันก็พอรู้ได้มันก็พอวิจัยได้แต่มันไม่เต็มเพราะมันไม่เลิกยอดมันไม่เป็นวิปัสสนาที่เต็มร้อยมันจะเรื่องปัญญาจริงก็เอาปัญญามาใช้จริงเอาจิตเต็มจริงๆมาใช้ ถึงจะเรืองปัญญาจะไปให้ผีดึงไปทำไมเพราะเราแพ้ลูกเดียวเราไม่เก่งลูกเดียวเราถึงเป็นได้เราถึงลืมแล้วถึงเป็นอะไรต่ออะไรไปได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญสิ่งที่เราควรจะกระทำให้ได้ครบได้ทันได้เต็มรอบคุณจะทำอะไรให้ได้อานิสงส์เต็มพอคบไม่ต้องเป็นมีอุปกิเลสอะไรเราก็ต้องมีสติให้เต็มร้อยเพราะช่อง 7 จึงมีสติสติแปลว่าร้อยแล้วก็ทำมาวิจัยมันก็ครบร้อยวิริยะให้เต็มมันก็เต็มเพราะฉะนั้นองศามีครบกันมีทั้งโพชฌงค์ 3 มีสติคือมีตัวธาตุวิญญาณธาตุที่เต็มร้อยทำงานเต็มร้อยมีทำมาวิจารณ์คุณมีปัญญาจะวิเคราะห์วิจัยยังไงคุณก็ต้องใช้เต็มมีวิริยะอยากให้มัน ไปกว่านี้อย่าให้มันถูกดึงไปอย่าฟุ้งซ่านอย่าฟุ้งซ่านอย่าลืมอย่าหนีหลับอย่าพรางเมื่อตัวเองเต็มใจอย่างนี้เลยนะทรงผมพูดถึง 3 เดินเครื่องนี้เริ่มบอกแล้วเธอกับฉันกับเธอจนสามีเป็นตัวเป็นแรงตนเองแล้วเราจึงจะเกิดผลดีจึงจะเกิดปิติถึงจะเกิดได้ดีตัววิปัสสนาแท้ก็อยู่ที่โพชฌงค์ 3 นี่แหละจนเดินพุทธะถ้าไม่มีพุทธะแล้วก็จะรู้ไม่ได้จะตื่นไม่ใช่จะไม่ใช่ตื่นตื่นเต็มก็คือมีสติร้อยมีความรู้รู้ตัวร้อยเท่าไหร่มีความรู้เท่าไหร่ก็รู้ทั้งร้อยวิจัยก็ทำหน้าที่เดินเครื่องวิจัยมีวิริยะก็พยายามอย่าให้มันเว้ามันแหว่งเพราะโดย สีมนุษย์แล้วปกติมนุษย์ทำไม่ได้เป็นฌานอย่างนี้ไม่ได้ปลง 3 เต็มนี่คือฌานทำเอาวิจัยหรือวิตกวิจารที่ว่านี่คือควบคุมตัวให้อย่าไปมีนิวรณ์อะไรเลยตามไม่ไปไม่ฟุ้งไปตามไม่ฟุ้งเป็นพยาบาลไม่ฟุ้งเป็นโรคเป็นเครื่องอะไรใจกลางใจใสไม่รีไม่ฟุ้งซ่านเศษนิดเศษหน่อยเจ็บเห็นจิตอย่างนี้อย่างชัดแจ้งเลยว่าไม่มีวิธีอิจฉารู้จิตรู้วิญญาณอย่างนี้และทำองค์สภาพอย่างนี้ได้เต็มรู้ว่าสติเต็มร้อยคืออะไรรู้ว่าธรรมะวิจัยคืออะไรรู้ว่าวิริยะหรือเปลี่ยนหรือสัมมาวายามะพยายามอยู่แล้วก็มีสติอยู่องค์มรรคก็ครบเหมือนกันองค์ 3 ความเห็นแจ้งคือสมาชิกที่เข้าใจอ๋อเราต้องทำสภาพนี้ทำในใจให้มันได้อาการ อาการอะไรอาการที่มีสติเต็มร้อยระลึกรู้ตัวอยู่ทั่วพร้อมเต็มร้อยแล้วก็มีธรรมะวิจัยอยู่พร้อมอาการอย่างนี้เป็นความเห็นแล้วต้องต้องมีความพยายามส่งมันไว้ให้ได้ทรงมันไว้ให้ได้ทรงมันไว้ให้ได้ให้จิตมีอย่างนี้อย่าให้ตามเข้ามากวนอย่าให้พยาบาทเข้ามากวนอย่าให้ผีนะมีท่าไปอยากให้ฟุ้งซ่านไปเห็นไอ้ชาติหน้าอย่าวิจารณ์อย่าลังเลสงสัยทำความเข้าใจให้ดีโดยความหมายแล้วก็ทำในใจอย่างนี้ให้ตรงตามความหมายที่เราเข้าใจเราไม่เคยสงสัยตั้งแต่ความรู้แล้วตั้งแต่ความหมายแล้วไม่สงสัยแล้วเราทำจิตอย่างนี้เป็นอย่างนี้ตรงกับตามที่เราเข้าใจหรือเปล่าเราก็เห็นว่าโอทำได้แล้วทำได้แล้วไม่สงสัยชัดแล้วชัดแล้วมันก็เป็นความหมายของ ทานด้วยเป็นอริยมรรคองค์ 3 อริยมรรคองค์ 3 คือมีสัมมาทิฏฐิแล้วก็มีสัมมาวายามะมีสัมมาสติของห้อมล้อมทำงานร่วมด้วยมีความพยายามหรือวิริยะนั่นเองพยายามให้มีสติเต็มมันมีสติเต็มแล้วมันก็วิจัยเองเพราะเรารู้แล้วด้วยความเห็นด้วยความรู้เป็นสมาชิกทำยังไงทำอย่างโพชฌงค์เมื่อมีสติก็เต็มมันก็พยายามวิเคราะห์วิจัยเองมาวิเคราะห์วิจารณ์อะไรผ่านมาสัมผัสมาอะไรต่ออะไรเพราะมันก็จะทำงานไปอย่างปานกลางไม่เป็นไม่เอียงเพราะไม่มีกิเลสอะไรแล้วมันจะเกิดปัญญาเกิดปัญญามีศาสนาก็เดินเครื่องเองแล้วก็จะเห็นดีรู้ดีทีนี้เมื่อเห็นดีรู้ดีก็เดินตาม มากเลยพยายามและสัมมาสังกัปปะจะดำริอะไรจะให้อะไรเกิดจิตใจจะเกิดปรุงเกิดสร้างเกิดธรรมเกิดเป็นอะไรไปต้องกำหนดหมายให้ดีต้องเอาสิ่งที่ดีกุศลอกุศลไม่เอานี่เราก็รู้เป็นสมาธิที่อยู่แล้วว่าเราจะต้องปฏิบัติตามโอวาทปาฏิโมกข์และชั่วประพฤติดีและทำให้ใจใสอย่าให้มีกิเลสอย่างนั้นไปเรื่อยๆทำในใจลงร่องลงช่องไปเรื่อยๆอย่างนั้นความนึกคิดตั้งแต่เริ่มที่สัมมาสังกัปปะนี้ขึ้นก่อนอริยมรรคองค์ 8 เนี่ยพระพุทธเจ้าท่านได้เลี้ยงบอกไว้แม้จะไปเอามากับสติไปไว้ต่อท้ายอาชีวะก็เวลาอธิบายการกระทำงานพยายามมากกว่าสติก็เอาขึ้นมาก่อนนอนกับสติสัมมาสมาธิที่มีสติมี พยายามแล้วก็พยายามปรับปรุงให้แม้แต่เริ่มต้นสังกัปปะเริ่มต้นดำริริเริ่มอะไรก็ตั้งไว้ให้มันถูกทางตั้งให้มันเป็นไปในทางดีตั้งให้เป็นไปในทางเจริญเป็นตัวสัมมาทางกัปปะเพราะฉะนั้นแม้พูดมันก็จะพอหมอตามเพราะว่าเมื่อจิตเป็นทุนทุกอย่างไปแต่จิตทุกอย่างเป็นเศรษฐกิจมโนปุพพังเพราะตั้งแต่เริ่มต้นจิตเป็นทุนสัมมาสังกัปปะเริ่มแรกดีแล้ววาจามันก็มีแรงเพราะจิตมันเป็นอำนาจจิตมันเป็นประธานจิตมันเป็นสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างจิตวิญญาณเนี่ยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเราวาจาก็ตามกายกรรมก็ตามกรรมมันต่างใดๆก็ตามก็จะพอเหมาะลงตัวได้จริงๆถ้าใครทำถูก สัมมาอริยมรรคอย่างที่ว่านี้ตรงๆแต่พอเหมาะได้พอเหมาะได้ถ้ามาถึงกับปากก็พอเหมาะได้สัมมาวาจาก็พอเหมาะได้สัมมากัมมันตะก็พอเหมาะได้เพราะฉะนั้นการที่ยังมีชีวิตอยู่จะทำอะไรในส่วนมากเรียกว่าอาชีวะชีวิตของเราจึงจะทำอาชีวะหรือทำในส่วนมากนั้นเป็นสัมมาเราจะมีจิตมีการอะไรเราจะมีเรื่องใหญ่เรื่องเคยเป็นกิจวัตรเป็นตารางสอนเป็นอะไรกลายเป็นกรรมอะไรก็ตามมันก็จะพอเหมาะมันจะเข้าท่ามันจะชอบแล้วควรแล้วดีแล้วมันจะเป็นการกระทำที่ดีที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ที่งามพร้อมที่ถูกทำที่จะเจริญหรือเป็นกุศลแท้เป็นตัวดี สวัสดีนี่เป็นทฤษฎีหรือเป็นหลักการของศาสนาพระพุทธเจ้าที่พระพุทธเจ้าท่านประมวลอะไรต่ออะไรลงมาแล้วเป็นกรรมวิธีสะมาเรียมรรคองค์ 8 ก็ดีโพชฌงค์ 7 คดีเป็นกรรมวิธีที่ชัดเด่นมากเพราะฉะนั้นในอวิชชาสู่หรือตัณหาสูตรที่มันคล้ายกันอวิชชาสูตรนิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอวิชชาทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์ 5 อย่างนี้เป็นต้นการไม่สำรวมอินทรีย์ 6 เป็นอาหารของทุจริต 3 เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ย้อนทวนมันดีฟังสัจธรรมและเข้าใจแล้วได้พยายามแล้วจนเรามีจิตแยกขายคือเราละเอียด จะทำคลิปได้จิตจะมีเศษหลักเศษหลบเศษฟุ้งซ่านเศษอะไรเป็นในวัดสัญญานาสัญญาเรากำหนดมันเข้าไปไม่ถึงหรือกำหนดมันได้แต่เราไม่มีกำลังแรงพอก็คือเราไม่มีอำนาจจิตเราไม่มีเจโตว่า 10 ประตูปล่อยให้ผีกิเลสกินเราไม่มีวัสดุประตูไม่มีอำนาจไม่มีอำนาจเจโตว่า 10 ประตูวัสสะไม่มีอำนาจไม่มีกำลังไม่มีไม่เป็นวัสดุไม่เคยเป็นเทวะไม่เป็นเทพไม่เจอไม่เป็นเทพแต่โดนว่าสารวัตรตีมารมารที่มีอำนาจผีที่มีอำนาจดึงไปชนะไป มากก็ไกลมากถ้าผีมันชนะมากก็ไปเป็นอย่างกิเลสมากถ้าเทวะชนะมากก็ชนะมาได้เก่งและสุดท้ายก็มีใจโตมา 10 กว่าโตเต็มที่มีอำนาจเต็มที่อย่าทำเลยถูกต้องตามความเข้าใจตามความเห็นที่เรารู้เราฝึกตนหรือมีตนอันส่งไปแล้วมีตัวนั้นส่งไปตามที่เราพยายามวิตกวิจารณ์วิจัยแล้วก็ทำให้สุจริตหมดกายก็สุจริตวจีก็สุจริตมโนโดยเฉพาะเราทำในใจอันนี้เป็นเรื่องปรมัตถ์และทำจิตใจเป็นสิ่งของเราเข้าร่องคารูไม่มีกิเลสนิวรณ์อะไรพยายามดับกลิ่นแบบนี้ก่อนการดับกิเลสนิวรณ์จึงใช้โพชฌงค์ 7 และสมาธิพระองค์ 8 ดังที่ ดูแล้วพอสูตรนี้พอมาถึงเราจะดับอาหารอาหารของนิวรณ์คือดับทุจริต 3 กายกรรมของเราไม่ได้ไปคลุกคลีเกี่ยวข้องไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับกิเลสว่าเจก็ไม่มีเหลือแต่ทำในใจก็คือทำปรมัตถ์ทำจิตใจนายสิบของเราก็ทำมันให้เป็นสภาพที่ไม่ให้นิวรณ์เข้าได้เลยขณะนี้เราไม่ได้เป็นสัมผัสแตะต้องอะไรตายต่างหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มีอะไรยั่วยวนมันก็สะอาดแล้วขณะนี้สะอาดแล้วไม่มีนิวรณ์ด้วยกายเพราะว่ากายไม่ได้ไปลงรูปลงรถลงกลิ่นหลงสัมผัสอะไรนั่งอยู่ขณะนี้วาจาก็ไม่ได้มีอะไรวาจาเราไม่ได้ไปพูดไปเกี่ยวไปเลอะเทอะไปคลุกคลิกเกี่ยวข้องแต่แถวผ่านอะไร นิวรณ์ 5 เหลือแต่ใจนั่งอยู่ขณะนี้ก็เหลือแต่ใจเป็นทวารที่ควบคุมง่ายแล้วบอกแล้วเวลานั่งนั่งทำสมาธิหรือนั่งทำใจให้สะอาดจากนิวรณ์ไงมันเป็นทางง่ายของชั้นประถมมานั่งหลับตาเข้าไปอีกด้วยมันก็ยิ่งง่ายปิดหูดับหูดับหูด้วยมันก็เป็นสภาพหลบหลบเข้าไปหลบเข้าไปหาอะไรป้องกันแล้วก็หลงเข้าไปมันก็สะอาดง่ายมันจะเหลือแต่ช่องฟุ้งซ่านถ้าเผื่อว่าดับจะจากกับดักผีหน้าเท่านั้นแหละพอเราตัดจิตพวกโน้นไม่ให้มันเป็นตาแล้วตัดทวาร 5 ก็ไม่มีแล้วนี่กลับมาคูณกามคุณ 5 เพราะว่าตัดทวาร 5 ไปเหลือแค่ 7 ฟุ้งซ่านไปเสพกามในภพเท่านั้นเองหรือสีนั้นมีธาตุก็เป็นห่วงดีหลับเท่านั้นเองเมื่อเวลามันนั่งทำสมาธิหลับตามันก็ฝึกจิตแบบควบคุมการกระทำแบบวิธีนั้น ท่านเห็นว่าไม่ใช่ทางไม่ใช่ทางที่จะบรรลุนิพพานลืมตามาสู้กันดีกว่ามีสัมผัสเป็นปัจจัยสำรวจอินทรีย์ทั้ง 6 ศาสนาพระพุทธเจ้าจะสอนให้รู้ได้แต่ว่าการอินทรีย์ทั้งหมดเท่านั้นจึงท้าทายแปลว่าในพระไตรปิฎก 45 เล่มคำว่าหลับตานะโดยเฉพาะตับทวารทั้ง 5 เนี่ยมีด้วยขอเอาคำนี้ด้วยบอกว่าคำตัดทวารรับรู้สึกจากสวรรค์ทั้ง 5 ในพร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน