211208-1-082 ทางเอกภาค1-ตอน082(หน้า277)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 บทที่ 7 ครั้งที่ 82 ที่พุทธสถานสันติอโศกชาวนาทำวัตรกันต่อถึงเราถึงหน้า 277 แต่ตอนนี้เรากำลังเน้นรายละเอียดลงไปให้ชัดๆเต็มๆให้ถึงเป้าสำคัญจุดสำคัญของจุดหมายในเรื่องของทำจิตการทำจิตเราจะต้องเข้าใจความหมายคำว่าความหมายภาษาบาลีว่าสัญญา การกำหนดสัญญาการรู้ความหมายการเข้าไปถึงเข้าไปถึงจุดนั้นจุดหมายนั้นสัญญาเกิดหมายความว่าสิ่งนั้นมันผิดปกติเนี่ยเข้าไปเป็นอย่างนั้นหรือว่าสัญญาเกิดถึงซึ่งสัญญาคำว่าสัญญามีความหมายมากมันไปสัมผัสจริงเกิดจริงมีสภาวะจริงในสัญญาแล้วก็ตรงตามที่หมายถ้ายังไม่ตรงก็ยังไม่เซ็นสัญญาเราไปเข้าใจอะไรไว้ผิดอย่างไรและเราก็ไปเจอสภาพผิดนั้นตรงกับที่เราเข้าใจผิดนั้นก็เป็นสัญญาของผิดๆสัญญาจริงนะแต่ว่ามันจำเป็น เป็นความเบียดเบียนเป็นความเห็นผิดที่มันไม่ใช่กุศลเป็นอกุศลไปก็เป็นจริงถ้าไปสัญญาไว้หมั้นหมายไว้ถูกกำหนดจิตไม่ถูกเขาทำความเข้าใจไว้ถูกแล้วก็ทำตรงเกิดตรงตามที่เราทำไว้ถูกเขาเรียกว่าสัญญาบริบูรณ์เปิดสัญญาณแล้วบริบูรณ์เรามีความนึกคิดมีความเข้าใจในความรู้มีทิฐิความเห็นอย่างถูกแล้วก็ได้แต่เรายังไม่เกิดสิ่งที่จิตจึงไม่ลงตัวจิตจะไม่เป็นสภาพนั้นอย่างบริบูรณ์ละเอียดถึงจิตในจิตก็เรียกว่ายังไม่เกิดสัญญาเกิดได้ไปแค่ปัญญาหรือเกิดได้แค่ความเห็นไปถึงสัญญา ตรวจจับสภาพลงตัวจริงยังไม่ยังไม่ได้แล้วก็ยังเรียกว่ายังไม่ถึงสัญญาจะไม่เกิดสัญญาแท้ยังไม่เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธสัญญาว่าชีวิตสันนิษฐานนิโรธใดที่ถูกต้องแท้จริงเป็นนิโรธอริยสัจแล้วก็เกิดเหตุเกิดสัญญาทั้งความหมายที่เราเข้าใจทั้งการ เป็นจริงเกิดขึ้นด้วยว่าสัญญาเวทยิตนิโรธสัญญาเวทีสังข์นิโรธทั้งเป็นตัวสูงสุดถ้าไม่ถูกก็เซ็นสัญญาแล้วก็ไปทำให้มันเบลอๆมันก็ไม่ถูกทั้งนั้
อ่านต่อ
นเช่นว่าไปนั่งหลับตาแล้วก็ทำเป็นตัวแข็งติดดับติดอัสนีสัตว์แล้วก็คนสัญญาหรือว่าปัญญาความเข้าใจว่าอันนี้เป็นนิพพานมีเป็นต้นมีความเข้าใจของคนบางคนปฏิบัติธรรมคิดว่ากลายเป็นนั่งหลับตับสนิทไม่รับรู้อะไรเลยอันนี้เป็นจุดของนิพพานเหมือนกันนะเพราะฉะนั้นเข้าใจอย่างนั้นโดยบรรยายโดยความเห็นเสร็จแล้วก็ไปนั่งทำเอาจริงๆเพราะจิตให้เป็นสัมผัสคืออารมณ์นี้ เกิดอารมณ์นี้จริงๆทำจนเกิดสิ่งเป็นจริงได้ก็ตามคนนี้ยังไม่เรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธเรียกว่านิโรธอย่างที่เขาคิดหมายอย่างที่เขาสัญญาว่าผิดผิดผิดผิดเพียงแต่มิจฉาสัญญาจะเป็นมิจฉาทิฐิจากพุทธพุทธไม่ได้หมายเอาอย่างนี้พูดไม่เห็นวันนี้รอดเป็นอย่างนี้เป็นของสำคัญนิโรธไม่ได้เป็นนิโรธที่ถูกต้องเป็นมิจฉาแต่ก็เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธคนละอย่างไม่ใช่นิโรธอริยสัจเป็นยุโรปหมายความว่ากรรม ตัวนี้เป็นต้นภาษากับความหมายกับสิ่งที่เป็นจริงเราจะต้องเข้าใจให้ลงตัวบางทีภาษาอย่างหนึ่งหมายเอาอีกอย่างหนึ่งก็ได้เราจะประสานอย่างนึงหมาอย่างหนึ่งแล้วจะไปทำอีกอย่างหนึ่งว่าเลยมันหลายอย่างไรเพราะเราจะต้องทำความหมายความเข้าใจให้ชัดเจนนอกจากชัดเจนแล้วต้องทำให้ได้ทำให้ถูกโจมตีภาษาบัญญัติอะไรต่างๆที่เราดูด้วยตาก็เป็นบรรยากาศโดยความรับรู้ทวารใดๆก็ตามที่มันเป็นความรู้เกิดความรู้ได้และก็ พื้นผิวก่อนเป็นความรู้นอกก่อนจะบัญญัติให้เป็นส่วนที่ยังไม่ใช่ตัวจริงลงตัวเลยมันก็เกิดความรู้ก่อนได้แต่ต่อไปเราก็ทำให้มันลงตัวจริงๆเมื่อเห็นว่าอันนี้ควรทำไม่ลงตรงไปเป็นได้จริงก็ทำจนเป็นถึงจะเรียกว่ามีทั้งปริยัติมีทั้งปฏิบัติโดยปริยัติปฏิบัติตนกันและเกิดถึงที่สมตามทฤษฎีสมตามหลักการที่เราว่าไว้หมดครบมันก็เป็นปฏิเวธธรรมเป็นธรรมะทะลุถึงที่เข้าถึงในการเข้าถึงคำว่าเข้าถึงมีปัญหาก็ว่าปฏิบัติอะไรก็ว่าเป็นการเข้าถึงปัจจัย ถึงบวชนี่แหละบอกว่าชาตินี้ก็เป็นการเข้าถึงเข้าถึงสิ่งนั้นจริงเป็นจริงถึงที่ทำแล้วก็พยายามปฏิบัติดูทีนี้ในที่นี้ขณะนี้เรากำลังยกมหาสาโรปมสูตรนะมาอธิบายประกอบในเรื่องของวิมุตว่าเราปฏิบัติธรรมนี้ไม่ใช่เพื่อศีลเพื่อลาภสักการะมาก่อนอยากเป็นเป้าหมายเป็นอานิสงส์ก็ไม่ใช่ 39 ล่างไม่ใช่เพื่อความคุ้มครองศีลก็ไม่ใช่เพื่อความคุ้มครองสมาธิเป็นอานิสงส์ก็ไม่ใช่เพื่อปัญญาเท่านั้นก็ไม่ใช่เพื่อเก็บเงิน เป็นเจโตวิมุตติอันเนื่องจากกำเริบอันที่ดับได้ดับสิ่งที่ควรดับเราต้องรู้สิ่งที่ควรดับได้สนิทอยู่ที่จิตจริงๆเจโตนี่ไม้เอาจิตเป็นไม่ใช่ว่าแต่จิตรู้แค่จิตรู้มาเกาะแขนเป็นคันนึงทีนี้รู้แล้วก็ต้องเป็นได้ด้วยจิตเป็น 17 ต่อไปหมดมันเป็นดั่งที่เราเข้าใจและการเข้าใจของศาสนาพุทธการเป็นวิมุตไม่ใช่วิมุตหลับตาวิมุตไม่รู้เรื่องเลยดับไปแล้วไม่รู้ไม่ใช่กลับเป็นว่าดับแล้วรู้เห็นๆอยู่เลยมีชานมโตเห็นอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั้นเชียวไม่ใช่คนละตอน ถ้าอนาคตก็หมายความว่าไม่ใช่ปัจจุบันถ้าอดีตก็ไม่ใช่ปัจจุบันปัจจุบันก็คือตัวปัจจุบันตัวที่เป็นอยู่ทีเดียววิหารรติวิหารรันติดขณะนั้นอยู่นะเห็นดับก็เห็นดับอยู่ทีเดียวมันดับอยู่ต่อหน้าต่อตาหลัดๆส่วนอันแสนดีก็เลยไม่ได้หลับอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาหลับคนละช่วงหนึ่งมันเป็นคนละเรื่องแต่ละเรื่องรู้ก็ถามว่าอดีตดาวก็เป็นอนาคตข้างหน้าเพราะเขาไม่รู้เรื่องเพราะเวลาเขาออกมาจากส่วนต่างเขาจึงมารู้ว่าเขาดับมันไม่ใช่ตัวปัจจุบันนิโรธแบบอสัญญีมันไม่เกี่ยวกันแต่ก็เราก็ไม่มีปัญหาอย่างที่กล่าวแล้วมัน โลกก็ว่าจะอะไรถ้าเราจะฝึกจะปรือเอาก็ทำได้แล้วเราควรเรียนรู้ข้อสำคัญสัมมาทิฏฐิต้องมีว่าจะไปติดมันชวนติดด้วยนะมันชวนติดมันก็คนบอกว่ายังไม่เคยสูบสิ่งเดียวก็หัดสูบเลยไม่เคยติดฟิล์มรัฐภูมิใจอ่อนๆจิตอ่อนๆติดฝิ่นได้ง่ายๆชั้นเดียวกันสิ่งนี้ก็เหมือนกันนิโรธอสัญญีแบบนั่งหลับดับไปทีเดียวถ้าเราไม่รู้เป็นสัมมาทิฏฐิว่าเป็นของไม่น่าติดเราไปนึกว่าเป็นของเป็นนิทานด้วยเลยก็ติดเลยมันก็ไปสะพานไปมันก็หยุดไปมันก็ยิ่งเก่งด้วยไม่ใช่ของเล่นง่ายๆจะทำให้มันมีเวลาให้มันเป็นนิโรธ ดับไปนานๆนั่งดับไปเป็นชั่วโมงหรือต่อกันไปหลายชั่วโมงนี้ไม่ใช่ของง่ายๆเจ็บนี่ไม่ใช่ของเล่นตอนนี้ผู้ใดไปฝึกปรือแล้วก็ทำได้ด้วยมันภูมิใจในความเก่งด้วยแล้วมันก็เบามันก็ง่ายมันก็เงียบมันก็ไม่วุ่นวายในโลกมันก็ดับผ่านไปช่วงนึงรู้สึกว่ามันดีมันติดง่ายๆเพราะถ้าผู้ใดรู้เป็นสมาธิจิตก่อนรู้ดีความเป็นจริงไปก่อนจะชัดมันไม่ใช่ผ่านและนี่ก็เป็นของที่ชวนติดได้ลงได้มันก็รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแบบโล่งๆมีโลกียะรถติดตามรถเหมือนกันไอ้นี่ก็เป็นอัตตาเป็นรถ มันไม่ใช่สุขแบบปรุงโล่งๆแต่สุขแบบยืดน่ะเป็นงูไปสโมสรเป็นสุขแบบสงบลงไปสงบลงไปแล้วไปติดได้เหมือนกันระหว่างผู้รู้รู้แล้วก็ระวังตนจะฝึกก็ต้องฝึกระวังเหมือนกันแต่เรารู้ก่อนว่าเราจะไปหักสูบกลิ่นลองดูถ้าเรารู้นำหน้าไปก่อนแล้วก็เป็นแล้วก็พอไปได้ถ้าเกิดจะหักแต่ถ้าไม่หักก็ไม่เป็นไรถ้าเกิดว่าเรายังมีประโยชน์ในทางทำอยู่เรารู้ความจริงว่ากฎหมายอะไรที่เป็นเนื้อแท้ๆเราจะทำโลกุตระก่อนโดยเจโตสมถะแบบ แต่ยังไม่ต้องไปหลงใหลไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรมากนักก็ไม่เป็นไรแต่เราก็เอาโลกุตตระที่แท้จริงให้ได้ที่ใดยกมาให้ฟังแล้วบุคคลได้ปฏิบัติและก็ได้โลกุตระก็มีอยู่ปฏิบัติได้แต่เจโตสมถะก็มีอยู่ผู้ได้แก่ตัวสมถะไม่ได้โลกุตระก็มีผู้ปฏิบัติและได้โลกุตระไม่ได้เจอสมถะก็ดีนะเจโตสมฐานะไม่ได้หมายความว่า Play Store สมถะที่รัฐบอกไม่ใช่ทหารอธิบาย ยืนยันให้ฟังว่าไม่ใช่ไม่ใช่เจโตวิมุตติที่กำลังหมายถึงที่ท่านกล่าวอยู่ในมหาสาโรปมสูตรไม่ใช่เจโตวิมุตติแบบสมถะ 872 ไม่ใช่เป็นเจโตวิมุติแบบโลกุตระเป็นเห็นอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั้นเชียวพยายามเข้าใจความหมายคำว่าปัจจุบันอดีตอนาคตอะไรของจิตที่ดีๆจิตปฏิบัติปัจจุบันจริงๆมันมีอยู่รู้เห็นเห็นกับผ่านไปแล้วไอ้ที่ไอ้นี่ไม่รู้ไม่เห็นผ่านไปแล้วคนมาระลึกมันไม่ใช่ปัจจุบันเข้าใจความหมายของปัจจุบันที่เป็นจิตนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ยาวๆนะไม่ใช่ช่วงระยะวินาทีชั่วโมง ใช่แล้วปัจจุบันความเกิดดับของจิตนะจิตเห็นจิตดูจิตอยู่สภาพที่ดับกิเลสมันดับไปอยู่เห็นกิเลสดับอยู่นี่ไม่ได้ดับไปอะไรความรู้สึกสติสัมปชัญญะของเราเต็มโพลงจึงเรียกวันนี้โลดไม่ใช่เป็นดับจิตเพราะตัวดับจิตถ้าเป็นดับจิตไม่รับรู้อะไรเลยมันไม่มีปัจจุบันระดับจิตจิตที่มันดับเองมันไม่ได้เกิดปัจจุบันมันไม่เห็นเห็นไม่ได้เห็นจิตดับของตัวเองไม่ได้ดันก็คือจิตของเราไม่รับรู้มันจะไม่รู้อะไรมันไม่มีสติสัมปชัญญะอะไรเลยมันหมดการกำหนดหมายมันไม่รู้เรื่องเพราะฉะนั้นไม่มีปัจจุบันในอัสนีไม่มีปัจจุบันในอดีต แต่สิ่งที่หมดอาสวะสิ้นกิเลสสูตรไหนก็สูตรนั้นเป็นปัจจุบันนั่นเคี่ยวทุกสูตรหมดสิทธิ์สิทธิ์สิ้นภาระเป็นเจโตวิมุติอันไม่จับกำเริบใดๆทุกสูตรเป็นปัจจุบันนั่นเทียวรู้อยู่เห็นอยู่เป็นฌานนั้นโตกับศัตรูบาดีบอกว่าฌานนะโมชายในตัวแปลว่ารู้จัก Store แปลว่าเห็นเห็นอยู่รู้อยู่คนเดียวเป็นปัจจุบันนั้นเชียวนี่เป็นเป็นจุดที่เราจะต้องเข้าใจละเอียดลออมันเล็กๆน้อยๆเหมือนกับมันไม่มีความหมายแต่มันมีความหมายที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นปรมัตถ์แล้วมันไม่มีความหมายลึกซึ้ง แล้วถ้าผู้ใดเข้าใจจุดจากสำคัญแท้แยกออกจนกระทั่งว่าสมถะก็ดีเจโตรสมถะก็ดีโลกุตตระก็ดีมันคนละเรื่องพูดได้เลยอุจระไม่ได้เจโตสมถะก็หมายความว่ามันนั่งหลับดับทำอะไรก็ได้เป็นเจโตสมถะดับจิตดับไปเล่นอย่างนี้สุนีย์ในศาสนามีอยู่ทวนตัวเยอะแยะไปในคุกเองอยู่เยอะพูดได้ว่าคุณชนะโดยไม่ได้เจอสมถะก็มีอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันบุคคล 4 จำพวกหรือจะได้ทั้งเจโตสมถะได้ทั้งโลกุตตระด้วยบุคคลประเภทที่ได้ทั้ง 2 อย่างก็มีไม่มีปัญหาส่วนบุคคลที่ไม่ได้อะไรเลย เรียนแทบตายและมีไม่น้อยเลยนะมีไม่น้อยแม้แต่พุทธศาสนาในเมืองไทยเป็นบุคคลประเภทที่ 4 ประเภทไม่ได้อะไรบอกมีกายมันก็มีจริงๆมันไม่ใช่ของสุราอะไรแล้วเราจะเป็นบุคคลประเภทที่ 3 ประเทศที่มีทั้งเจโตสโมสรมีทั้งโลกุตระทำได้ทั้ง 2 ส่วนทั้งสองสิ่งก็ไม่แปลกอะไรก็สำคัญต้องเข้าใจให้เป็นสมาธิจิตให้ดีก็เคยเน้นเคยยืนยันให้ฟังกันแล้วก็ได้อธิบายแยกแยะ เจ๊โตสมถะให้ที่ถูกต้องมาจนเมื่อวานนี้ก็ได้อธิบายมาพอสมควรแล้วนะสิ่งส่วนใดที่จะให้ไม่มีก็ต้องไม่มีให้ได้จริงๆส่วนใดจะมีจริงก็มีให้เป็นจริงจนเป็นที่สุดในที่สุดแต่เพราะฉะนั้นแบบฝึกหัดอันสำคัญคือจำเป็นต้องฝึกความตื่นให้เป็นสติชชาโคลทุกคืนอยู่พร้อมกับความระลึกรู้อย่างสดใสไม่สะลึมสะลือซึมเศร้าเหมือนคนเมาไร้สมรรถภาพแต่จะมีอำนาจใจพร้อมที่จะหยุดเรื่องนั้นหรือบังคับตัดสินเรื่องนั้นๆและดับลงได้ด้วยตนของตนอย่างรู้อย่างชัด ยางเด็ดขาดในวงเล็บสมุทรปราการด้วยถ้าไม่มีสติสัมปชัญญะไม่มีสติอัตตโนมันไม่รู้หรอกแล้วมันจะรู้ได้อย่างจริงได้อย่างชัดก็จะต้องมีสติเพียงพอมีความระลึกรู้ตัวเพียงพอเป็นดับๆขนาดสติมันกลับกันเลยนะแต่ศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยจะต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เป็นตัวรู้จะได้รู้ดีส่วนความหมายของอาศัยอยู่ที่พูดเมื่อกี้นี้กลับไปทำให้ดับไม่หลับให้ดีให้ไม่รู้เรื่องแล้วจะรู้นี้ผ่านซึ่งมันกลับกันเลยมันคนละความมันคนละเรื่องบางคนเราองค์ประกอบองค์ประกอบของ พระเจ้าจะต้องรู้นิโรธก็ยังจะต้องให้ทำเป็นนิพพานณัฐกิจเป็นนิพพานลืมตาจะกุมารจับคู่หรือว่าเป็นกสิกรนะแต่ว่าแจ้งสายสว่างศักดิ์สิทธิ์กิริยาเป็นสถิติภาวะจิตสัมผัสมันเป็นความหมายของกฎหมายเอานิโรธเป็นอย่างนี้กลับไปทำให้มันดับกลับไปทำให้มันมืดกลับไปทำให้ไม่แจกกลับไปทำหลักการไม่ใช่จับกุมารอย่างนี้เป็นต้นมันกลับกลับกันเลยอันนึงทำตามวันนึงทำขาวอันนี้ทำสว่างอันทำมืดมันมันคนละอย่าง พอดีจะต้องฝึกสติให้เป็นสำคัญแล้วจะรู้จะเห็นจะเข้าใจส่วนดับส่วนเกิดอะไรเราก็ต้องรู้ต้องเห็นอย่างแท้จริงการฝึกจึงต้องฝึกไปตั้งแต่ลืมตาโพลงๆนี่แหละให้มากจะได้รู้กิเลสตัณหาชัดๆเป็นลำดับลำดับไปตามจริงจากกามตัณหาไปหาภาวะตัณหาแล้วก็วิภาวะตัณหาถูกระดับและจะนั่งหลับตาสมาธิจิตด้วยเรียนรู้สติในภวังค์กับจิตด้วยก็ได้ฟังดีๆนะและควบคุมเวลาไปพูดกับชาวที่เขาบางคนยิ่งเขาชอบทางหลักการอะไรอย่างนี้แล้วไปตีทิ้งตีขว้างเขาเลยไม่เอาอ่าวเลยพูดไม่หมดไม่มีทะเลาะกันเลยคนนั้นทิ้ง มาตีของฉันฉันชอบพ่อของฉันนั่งหลับตาด้วยก็ไม่ต้องคุยกันพูดแล้วก็เจ็บมันไม่เอาแล้วมันทะเลาะกันเพราะว่ามันก็สาดเสียเทเสียก่อนไม่ได้นะพูดก็ไม่รู้เรื่องเพราะถ้าเกิดว่าเราจะประสานแล้วนี่เราจะพึ่งไปตีตอนนี้ฟังให้ดีแต่ก่อนที่จะพูดที่ผมใช้เชิงในการที่บอกว่าหลับตาไม่เอาเพราะว่าผมขัดหัวคัดเอาคนที่เราเจอคนอย่างนี้เมามายพวกนี้มันติดยากเหมือนกับผมเองผมจะต้องคัดคนมาทำงานก็บอกว่าไอ้คนที่กินเหล้าแล้วคนติดเหล้าอยู่มีคนติดสิ่งนี้สำนักงานนี้ไปรับคนนี้ก่อนก็คัดออกก่อนเอาคนที่ไม่ติดเหล้าไม่ติดซิมใหม่เพราะว่าที่นี่จะทำงานอย่างนี้หรือที่นี่จะทำงานเกี่ยวกับน้ำมันเบน แล้วใครสูบบุหรี่ไม่เอาถ้าออกก่อนคนสูบบุหรี่ไม่เอาถ้าขืนเอามาเป็นภัยต่ออันนี้สะพายไปขายต่องานนี้ถ้าออกก่อนก็ตีทิ้งเลยนะทีนี้พันเหมือนกันฉันใดฉันนั้นที่ผมตีตอนแรกออกไปก่อนคือคัดก่อนที่จำเพาะที่เหมาะสมแต่ตอนนี้เราอยู่ในนโยบายประสานงานนะนโยบายที่เราจะต้องอ้าวก็ค่อยๆวันนี้เป็นรองใครเขาก็ตะล่อมเขาทำมาโดยทางโน้นบางคนก็อาจจะมีสมาธิก็ทำแล้วก็มีที่ไม่เข้าใจมันมีเยอะก็จริงเราก็ค่อยจะลองแล้วก็ทำซ้ำแต่ก่อนนี้เราต้องถาม เพื่อที่จะปลูกตรงนั้นก็ไม่รู้อะไรขวางหน้าขวางตาถางป่านี่ฐานเตียงก่อนแล้วตอนนี้เราปลูกแล้วตอนนี้เราเริ่มปลูกล็อคประตูก๊อกอยู่กันไปตามกาลที่ปลูกอย่าไปทำเป็นฐานที่ยังกล่าวกันเลยเบี้ยเมื่อในฐานะฟันแหลกหมดเลยตอนนี้กราบเลยถางแหลกเลยก็เลยไม่ต้องเหลืออะไรสบายๆตอนนี้เรานอนไปนอนไปสบายๆทำไม่ค่อยฟังแล้วก็พิจารณาอะไรต่อกันติดอะไรพอไปได้ก็ว่ากันไปสนิทสนมแจกได้นิดหน่อยแต่ไปหลายที่พอได้ประสานไปสบายๆวันนี้พูดแล้วให้มันให้มันรอบในนี้ก็พูดว่าไม่รอดอยู่แล้วถ้าปฏิบัติมา ตามันตัณหาภวตัณหาวิภวตัณหามาจะนั่งหลับตาสมาธิอีกด้วยเรียนรู้สติในภวังค์ด้วยก็ได้ก็เป็นการเพิ่มพูนส่งเสริมไม่ใช่ไปฝึกเอาแต่นั่งหลับตาสะลึมสะลือลงไปแล้วค่อยยกสติขึ้นมาเอาทีหลังอย่างนั้นยากนักซึ่งก็ได้เหมือนกันแต่เสียเวลาเนิ่นนานและยากเย็นอันไม่ใช่ทางลัดไม่ใช่สัมมาอาระหัง คือไม่ต้องมีกฎมีข้ออะไรมาป้องกันกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมฉันหรอกก็ในเมื่อจับตัวเองไปวางตายนั่งนิ่งๆหยุดกายหยุดไว้ที่ออกป่านนั้นมันจะต้องมีศีลมาทำไมกันมันจะต้องมีศีลมาทำไมแต่ถ้าสติปัฏฐานแท้ๆอันเป็นเอกลักษณ์มัคโคกันแล้วมันจะต้องมีศีลจะต้องประพฤติตลอดเวลาทุกขณะยืนเดินนั่งนอนและแม้ทำกิจใดๆอยู่ทางสายตรงที่สุดของพระพุทธองค์ของเราจึงคือมีสติปัฏฐานให้ได้ไม่ลืมตานี่แหละเป็นเอกเป็นแท้ จะย้ำยืนยันให้ฟังเพื่อที่จะสรุปไปด้วยอธิบายขยายไปด้วยเพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านยืนยันสติปัฏฐานเป็นเอกมัยเป็นทางเอกสติปัฏฐานรวมขนาดไหนขยายขนาดไหนสรุปขนาดไหนก็พยายามอธิบายไปตอนไหนก็สรุปให้ดูขยายออกไปไกลยังไงก็สรุปไปดูแม่ชีเห็นลงไปว่าสติปัฏฐานหมายเอาอย่างไรแค่ไหนทำยังไงทำผิดยังไงทำกายยังไงคำว่าดียังไงทำรูปร่างไงเกี่ยวข้องอันนี้มีแม้กระทั่งอุปโภคบริโภคมีแม่เครื่องอันนู้นอันนี้มีทั้งทวาร 6 ทำยังไงอะไรยังไงตั้งจิตตั้งใจยังไงมีจุดเริ่มจุดก่อมีจุดที่ประสานมีจุดที่สำคัญเป็นยังไงก็อธิบาย ที่ประธานก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละแม้จะนั่งหลับตาทำสติปัฏฐานขอให้มีสติเป็นสำคัญพิจารณาธรรมปรับทวารทั้ง 5 แล้วไปอยู่ข้างในภวังค์จริงๆให้จิตนั้นรู้อยู่ข้างในพิจารณาจิตอ่านจิตตัวเองที่โกรธที่ดับที่เป็นความคิดความนึกที่มีการระลึกย้อนก็ตามในอดีตสะดุดดูอยู่ในปัจจุบันดูจิตของเรากำลังมีอารมณ์ยังไงมีความเกิดยังไงมันฟุ้งซ่านไปยังไงให้มันตกทีนะมีค่ายังไงหรือมนุษย์กามยังไงพยาบาทยังไงในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ยังมีส่วนที่มาปรุงแต่งจิตอยู่กิเลสยังไงอะไรยังไงก็หลับตาดูจิตของเราเองเห็นจึงเป็นจริงก็ได้ก็ได้แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ใช่เบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่ใช่ยากกว่ายากนะเพราะเราเองยังไม่ได้ฝึกปรือมาเลยตั้งแต่ต้นนะกิเลสคืออะไรกาวมันตัณหาคืออารมณ์กาวมาฉันทะอารมณ์พยาบาทอารมณ์ดีนะมีพระซึ่งเป็นสภาพของจิตในจิตอารมณ์ฟุ้งซ่านอุทิศจากอุปสรรคเป็นอาการยังไงกิริยายังไงซึ่งเป็นสภาพที่ยากกว่าการยากกว่าโลภะโทสะโมหะอันประกอบไปด้วยของทวารออกนอกตาหูจมูกลิ้นกายเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเนี่ยเป็นอะไรละเอียดกว่าไปสภาพปัญหามันยิ่งยากใหญ่เพราะแม้แต่จะเป็นครูบาอาจารย์เป็นรอยรูปรอยของรสชาติของรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส จมูกลิ้นกายมันก็ยากยากกว่าที่จะรู้ปัจจุบันและทำสิ่งสัมผัสต่อวัตถุรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่มันยากกว่ากันอันนี้มันยืนยันตรงๆแล้วก็เกิดจิตอารมณ์มันเป็นรูปรสกลิ่นเสียงนี่เกิดอร่อยเกิดอารมณ์เกิดอธิษฐานอารมณ์เกิดพอใจไม่พอใจอะไรชัดๆเนี่ยมันเดี๋ยวนี้ที่มีอากับกริยามันดูง่ายกว่าแล้วนี่มันนั่งระลึกย้อนกลับไปคิดแต่ตอนนี้ตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มีอะไรแล้วมีแต่ความนึกคิดระลึกเอาของที่มันเคยผ่านมาเป็นรถเป็นชาติมาเมื่อเช้านี้อาหารชั้นดีแต่เข้าอร่อยเลยเกิดรถไปตั้งหลายรสจิตใจไปกับมันตั้งนานกว่าจะได้รู้ตัวตายระหว่างที่เราสะสมเอารถรถอร่อยสะสม มอมเมาตัวเองเข้าไปพักใจแล้วเราก็ไม่รู้ตัวกว่าจะรู้ตัวได้ทำงานวันนี้คืนนี้ช่วงนั้นเราเสียค่าอะไรก็บอกตัวเองเพื่อที่จะยืนยันความกำหนดรู้ยืนยันสติเหมือนตอนนั้นสติเราเผลอพลาดไปปล่อยให้อำนาจพวกกิเลสตัณหาเหล่านั้นครอบงำไปตั้งหลายนาทีกว่าจะรู้ตัวบางคนไม่รู้ตัวเลยกินจนอิ่มแล้วแต่ในหนังเช้านี้มาตลอดเวลาเลยแม้อยู่สวรรค์เป็นชั้นกามาพจร ขอสติไม่มีแล้วก็ถูกโลกครอบงำเป็นอย่างนี้อยู่เสมอไม่ว่ากามันตัณหาละเอียดเข้าไปเพราะว่าตัณหาแม้แต่จิตของเราเนี่ยสร้างภาพสร้างพบอะไรต่ออะไรระลึกช่วงนั้นช่วงนี้ไม่จำเป็นจะต้องหลับตาหรอกมันมีลืมตานี่แหละเพ้อสร้างคิดโน่นคิดนี่ตรงโน้นตรงนี้แล้วก็เกิดเป็นสุขในใจอย่างโน้นอย่างนี้ฟุ้งซ่านสงสัยมีแล้วก็อร่อยเพลิดเพลินเอาสลายเลยวันหนึ่งคืนหนึ่งผมผ่านมาถ้าเราไม่ปรุงการบอกแล้วว่าพบของ โรงพยาบาลน้อยแล้วมันก็หยุดจิตมันจะมาฝ่ายเข้าไปอยู่ในภพในภวังค์น้ำตกหลี่ง่ายเผลอๆมันก็ดีเข้าไปแล้วอยู่ข้างในตาลืมโทรมๆทีนี้ตาแข็งถือเอาอะไรไปไม่รู้เรื่องแล้วแต่ตาลืมนะจะไปแล้วเร็วๆภาษาไทยๆว่าหลับในตบภวังค์คือเข้าไปอยู่ในภพถ้ายังมีอะไรเรื่องของตัวเองข้างในตรงฟุ้งซ่านอะไรจริงของตัวเองก็ไปฟุ้งอยู่ข้างในหรือบางคนก็หลับไปเลยดีดับไปมันเป็นเรื่องของเพราะว่าปัญหามันไม่เอาแล้วลูกน้องมันไม่ค่อยวุ่นวายมันไม่ค่อยสนใจมันดึงดูดไม่ได้เราปล่อยเกินไปแบบนี้มันเกินนะมันเป็นส่วนตรง ทรุดโทรมมันเกินจะรับรู้ทวารตื่นแล้วก็ตื่นด้วยสติชาวรอรับรู้ตาหูจมูกลิ้นกายเป็นผู้ที่แจ่มใสอยู่ตามจริงตามเป็นจริงถ้าเรายังรังเกียจเรายังผลักไสเราก็ยังอยู่กับโลกเขาไม่ได้อยู่เหนือโลกไม่ได้มันดีมันหลบตัวมันเองมันไม่เอาจริงๆเอาหรือไม่เอาเราไม่มีปัญหามันจะรู้ก็คือความรู้ตามันรู้ได้สัมผัสมันก็สัมผัสได้มันก็รู้แต่จิตของเราไม่ได้ปรุงไม่ได้ปนไม่ได้ร่วมรบร่วมเสพอะไรรู้เท่ารู้จึงเรียกว่าสัตว์แต่ว่าลูกและสักแต่ว่าคนใจชัดเจนสิ่งนี้เป็นอย่างยิ่งมีความหมายไม่มีเราอย่างเราไม่ได้หลงโลกภาคโทสะโมหะอะไรเพราะเงินในตอนฝึกตอนอะไรพวกนี้เราก็จะต้องมีสติแล้วก็ทำจิตของ ให้มันมีอาการตรงถูกตามที่เราหมายว่าจิตอย่างนี้เป็นอรรถธรรมจิตอย่างนี้เป็นอุเบกขาฐานเป็นฐานสุดนิพพานมีอุเบกขาฐานเป็นฐานฌาน 4 จากฌาน 4 เข้าหาอาการสาบพบปล่อยแล้วมันก็อากาสานัญจายตนะว่างโล่งสบายเบาไม่เกาะไม่ยึดติดกันจิตมันไม่ติดจิตรรู้จิตไม่ติดรู้อยู่เห็นอยู่มันติดโลกว่าเราไม่หนักอะไรเลยมันไม่ดูดมันไม่ซึมแล้วมันไม่หนักถ้ามันดูดมันซึมมันติดแล้วมันหนักหรือเราเจตนาจะให้มันรับรู้ให้มันเกาะมันเกี่ยวอยู่ช่วงที่รับรู้เฉยๆแล้วก็เจตนามีความหมายที่ว่าเราเจตนาที่จะให้เกาะเกี่ยวคือปล่อยก็วางกด ไม่เอาวอนอะไรไม่ติดไม่ต้องอะไรหรือไม่ผูกพันอะไรเราก็จะต้องรู้จิตของเราว่าเราไม่ผูกพันได้ต้องฝึกรู้อารมณ์ผิดตลอดเวลาจะฝึกในขณะนั่งหลับตาแล้วลืมตาได้แต่นั่งหลับตาบอกแล้วว่าเอาแต่ในภวังค์มันไม่ใช่ของง่ายพวกผู้ใดถามถึงฝึกไปได้จนกระทั่งถึงนั่งหลับตาก็มีประโยชน์ระลึกรู้ได้แล้วก็เจตนาควบคุมมีสติมีสติระลึกบุพเพสันนิวาสไม่ต้องหลับก็ได้หลับตาไม่ต้องถึงขนาดตัดหูตาจมูกลิ้นกายมีสติวงกลมและลึกซ้อนเมื่อวานนี้เลยต้องย้อนเมื่อเช้านี้และลูกยอดนาทีที่แล้ว 5 นาทีที่แล้วก็ไม่มีปัญหาอย่างที่เคยอธิบายให้ฟังแล้วเราก็ทบทวน ไม้เมื่อกี้นี้ผ่านมาจิตของเราเกิดปฏิกะเกิดอารมณ์อย่างโน้นอย่างนี้แล้วเราก็รู้ของเราผ่านมาก็มาล้างมาทำความเห็นมีจริงหรือปฏิฆะไปทำไมโง่เปล่าๆคนทำจิตให้มันไปที่พระกำไรอะไรอึดอัดครับเครื่องตัวแทนมันทุกข์ไม่ใช่สุขแล้วไปทำทำไมไม่เห็นมีคนโกรธยังโกรธอยู่ก็ยังโง่เจริญของเปรียญ 9 ทั้งหลายตั้งแต่พระผู้มีอารมณ์โกรธเป็นผู้มีปัญญา ฟังแล้วมันหวานคารมใครจะไปกลัวก็โกรธเข้าให้มันเพราะเหลือเกินไม่มีอารมณ์โกรธเพื่อเป็นผู้มีปัญญาทรามมันใช้ภาษาที่มันดูเพราะพริ้งเอ้ยความน่ากลัวบอกรักก็จะไปวาดรูปหวานๆอยู่มันจะไปกลัวอะไรล่ะมนุษย์วาดยักษ์ก็ต้องว่าไปเที่ยวตรงฟันโตน่ากลัวกูน่ากลัวคนมันถึงจะหยุดแต่ไปวาดการ์ตูนวาดหน้าเป็นพระรามแผลงศรใครมันจะไปกลัวเหมือนกันแบบแปลในระยะของความหมายที่น่ากลัวน่าเกลียดน่าชังเขาก็ทำความหมายให้เป็นน่ารักมันก็กลับสัจจะ ปนเปกันถ้าไปแปลสุเมธโคจโรอารมณ์โกรธเนี่ยมันเป็นเรื่องบ้าเป็นเรื่องโง่ทุกเมธัสเป็นเรื่องของความโง่มันซ้อนกันเมธานี่ว่าพลาดนะแต่ปากทุกประการชั่วคราวคนยิ่งฉลาดและยิ่งขี้โกงยิ่งไปทำชั่วได้ทำชั่วได้จับฉันได้ยินซ้อนซับซ้อนความหมายซับซ้อนยิ่งแรงสุดยอดโง่ยอดเลวแต่อย่าว่าไปแล้วคนโสดเนี่ยกอดโง่ยอดเร็วผู้ที่มีปัญญาดีแล้ว สุภาษิตพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันไม่ชัดๆอย่างนี้ไม่หรอกก็บอกแล้วกันปฏิบัติธรรมเรามาเพื่อความสบายความโกรธมันไม่ทำอะไรให้เราดีขึ้นสักประตูคิดวิเคราะห์วิจารณ์วิจัยให้ฟังหมดทุกเหลี่ยมก็ต้องสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายแม้จะอยู่คนเดียวแล้วจะไปทำความอึดอัดขัดเคืองอย่าไปทำแม้กระทั่งความไม่สบายใจอย่างนี้รู้ว่าอารมณ์อย่างนี้คือความไม่สบายเจ็บจิตเอาอย่างเจ้าคุณนอว่าโยนพูดมาแล้วพูดอีกพูดซะเผื่อว่าไอ้คำพูดเหล่านี้เอาไปต่อแถวกันได้ป่านนี้ยาวเป็นรอบโลก 7 รอบแล้วฟังดีๆแล้วก็ใจดีอย่าไปทำถ้าแม้ว่าตัดตัวนี้ได้ พวกเรานี่เข้าใจจุดเป้าหมายถึงเบื้องต้นอารมณ์นี้อ่านชัดใครก็อ่านอารมณ์นี้ออกชัดของตนแล้วก็ไม่มีนั่นแหละคือมนุษย์หมู่นั้นหรือคนในกลุ่มนั้นเป็นพุทธะแล้วใครจะเห็นทันทีว่าพรุ่งนี้เบิกบานแจ่มใสเบิกบานแจ่มใสจริงๆก็มันไม่มีความขุ่นความหมองซะแล้วมันจะเป็นยังไงแม่กิเลสในใจจะมีราคะมีอะไรอยู่บ้างก็เถอะถ้าลงตัวนี้ตัดครบตัดตัวอันนี้ได้กันแล้วนะเออก็ลองนึกดูที่ความจริงมันจะเป็นยังไงมันก็เบิกบานแจ่มใสกันพวกนี้ไม่มีหมอไม่มีอโศกอ่ะไม่มีทุเรียน จะมีวิริยะแม้จะมีตัวราคะตําหนักอะไรอยู่ในใจบ้างก็ตามอโศกไม่มีความเศร้าความมองไม่มีความเคืองความเคืองความขุ่นอะไรมันเศร้าใจไม่มันเสียใจมันไม่มีอะไรดีในใจอึดอัดขัดเคืองอะไรคิดอีกเอ้ามันออกมันออกไปจากตัวเราอย่าไปเอามันไว้รู้หน้ารู้ตามันแล้วแต่มันออกมันจะเหนียวยังไงเตะมันออกสลับออกทิ้งออกให้เร็วมันไม่พาตนเจริญมันไม่พาตนดีอะไรมันมีแต่ทุกข์มันมีแต่ความ ทำอะไรมันก็ไม่เจริญเพราะมันกวนก็มันมองอ่ะมันทำให้หมอมันไม่ใสแล้วมันไม่เจริญความรู้ก็ไม่มองจิตก็ไม่ใสทุกอย่างไม่เข้าท่าวู่วามเก่งด้วยไม่เข้าเรื่องเข้าราวทุกประตูนี่บอกโทษภัยพูดความจริงไปพยายามพิจารณาตัวเองไปหาทั่วไทยอีกให้เกิดอาทินวะยานจะเกิดเกิดอากินะว่ายานจริงๆเอออ่านให้มากเกิดอาทินวะให้มากรู้โทษรู้ภัยจึงจะเกิดวิปัสสนาญาณปลดปล่อยพระอาทิตย์นะว่ายายไม่เกิดนิยายไม่เกิดมีมูลผิดปกติในการที่จะเกิดเบื่อหน่ายเกิดปลดปล่อยมันไม่เกิดมันจะไปนั่งให้มันเป็นเองมันไม่ได้หรอกมันต้องจิตของเราต้องสั่งสมปัญญา สมความเห็นสั่งสมความจริงที่เข้าใจที่ลึกซึ้งเรานี่โง่ให้ฟังฟังดีๆมันฉลาดยังไงนะมันมีความโกรธความเศร้าความหวังความขัดความเคืองใช้ภาษาทุกประตูความน้อยใจไว้ใจแบ่งใจความเหี่ยวความบทความหื่นทำไมภาษาพวกนี้พยายามอ่านจิตใจมันคืออะไรหดหู่หมายความว่ายังไงอาการจิตพิจารณาเศร้าหมองเป็นอย่างนี้น้อยใจเป็นอย่างนี้เสียใจเป็นอย่างนี้และภาษาบอกด้วยไว้ใจแบ่งใจทำไมต้องเร่งทำไมต้องน้อยต้องเสียมันทำไมใจเต็มๆ เรื่องอะไรไม่ต้องแหว่งใจไปทำไมมันน้อยมันทำไมไปเสียมันทำไมใจของเรารับรู้เต็มภาคภูมิอะไรดีอะไรชั่วรู้มันเบิกบานแจ่มใสคิดไม่ดีถ้าเราไปทำอย่างนั้นเป็นยังไงอร่อยไหมสุกไหมมันทุกข์ถ้าไม่เข้าท่ามันไม่เต็มๆมีคนเว้าแหว่งๆมีคนน้อยๆเสียมันทำไมของเราใครทำเราทำเองทีนี้ใครโง่เราโง่เองโง่ไปทำไมเนี่ยเป็นหลักต้นของอานาปานสติเลยธุรกิจจริงแล้วจิตตามปฏิเสธเวทีรู้ทั่วไป บริษัทปะติดตั้งเวทีอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive