211118-1-065 ทางเอกภาค1-ตอน065(หน้า231)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt

โฟลเดอร์2521 MP3 ทางเอก-ภาค1 107 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์155 KB
วันที่แก้ไข23 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกครั้งที่ 65 ที่พุทธสถานสันติอโศกเหรียญต่อมาเรียนถึงหน้า 231 แล้วเราก็มาได้สรุปให้รู้ถึงสภาพของอนัตตาครั้งหนึ่งโดยเราได้พิจารณาอะไรมามีกรรมฐานอะไรมาบ้างแม้แต่เครื่องบริโภคเรื่องอะไรต่ออะไรแล้วก็มา มีความรู้ความเข้าใจเกิดจิตเห็นสภาพอย่างนั้นจริงๆมันเป็นจิตที่เกิดจริงๆนะอนัตตาไม่ใช่เราไปปั้นเดี๋ยวนี้เขาเรียนอนัตตากันโดยเอาภาษามาแล้วก็ไปปั้นรูปอนัตตาไว้ฟังดูดีๆจะทำความรู้สึกเอาไว้ว่าอนัตตาและก็ทำเป็นอะไรก็ไม่รู้ตามใจเขาและเป็นสิ่งสำคัญคืออะไรก็ตามที่พอเขาทำอะไรแล้วแต่เขาก็โยนไปให้อนัตตาตามที่เขาหมายไม่ตายตัวหรอกมันไม่ใช่สภาพว่างจริงด้วยมันไม่ใช่สภาพหลุดร่อน จางคลายสภาพละลายไปสภาพไม่มีมันไม่ใช่แต่มันเป็นสภาพอีกสภาพหนึ่งมันจะถ่ายรูปครบๆมันเป็นอะไรอันนึงดิก็เอาจิตไปเกาะผูกไว้มันเหมือนกับสินมันเหมือนเมืองเหมือนแดนอะไรอันนึงไปอัดตะวาทุกปาทานแล้วก็ยึดสภาพนั้นแต่ว่าก็ว่างสิว่างแต่ไม่มีตัวไม่มีตนแต่เขาก็มีอยู่สภาพแต่ก็ยังเป็นหนี้อยู่ตามปกติเขาต้องการสิ่งนี้ขาดแคลนสิ่งนี้ไม่มีสิ่งมีอะไรเขาก็ดิ้นอยู่ตามที่เขาจะเป็นไปได้ก็ทุกข์ก็สุขติดตามปกติแต่เขาก็ยังมีที่อาศัยมีครูอาศัยว่าเขาก็ยังอยู่กันนั่นแหละทำเป็นว่าไปอยู่กับภูมิที่เขาสั่งไว้เอาผิดไป ว่างๆมาเป็นยาปลอบใจเป็นยาบำบัดบรรเทาฉะนั้นเราก็อยู่อย่างนั้นอยู่แถวนั้นแทนก็พอบรรเทาพอใช้ได้แต่ไม่ใช่อนัตตาความหลงผิดตรงที่ว่าไปนึกว่าตัวได้สูงสุดยอดอันนั้นตาเป็นสภาพภูมิศาสตร์ LINE สภาพสูงสุดแต่สภาพเกิดโดยการทำอัตราเร่งให้ละลายหมดไปหายไปแล้วมันก็เกิดเองเป็นเองมันต่างกันกับสภาพอะไรขึ้นมาแล้วก็ไปอาศัยเป็นทรัพย์สินโดยไม่มีมีแบบนี้เยอะเรียนรู้ภาษาเรียนรู้บัญญัติแล้วบัญญัตินั้นเป็นอย่างนี

อ่านต่อ

้ แต่สำหรับความถูกต้องแล้วผู้นั้นก็จะทำให้เห็นความที่ไม่เหลือตัวตนเรียกว่าอนัตตามันไม่เหลือตัวตนและไม่มีอะไรมันไม่เป็นตัวไม่เป็นตนเรารู้อัตราก่อนแล้วก็ทำมันเป็นจางคลายจนสภาพนี้มันลดน้อยหายไปมันจะจางหายแล้วมันจะลดหายไปเราก็เห็นว่ามันหายมันไม่มีไม่มีมันไม่มีนะอันนั้นเราจับตัวมันได้ว่ามันมีอันใดที่เราไม่เคยมีแล้วมันก็ไม่มีเราก็จะรู้เรารู้ว่าอันนี้เราไม่เคยมีไม่มีเคยมีอารมณ์ไม่เคยติดวิญญาณที่เป็นหลงเป็นรถโล่งเป็นโลกียรถเราไม่เคยมีมันก็ไม่มีเราก็รู้ว่ามันไม่มี สิ่งที่เราเคยมีแล้วมันหายไปเราจะรู้ว่ามันหายไปไหนเราต้องอ่านตัวมันจะเป็นอนัตตาสิ่งนั้นอันนั้นมันก็แปลไปมันไม่เครียดแต่ก่อนให้เรานึกว่ามันจะต้องได้เมื่อไหร่ก็ต้องอยู่กับเราเป็นเพื่อนสุขเพื่อนทุกข์อยู่กับเราเมื่อไหร่ก็จะต้องมาเป็นสุขแล้วก็เป็นสุขเพราะมันเป็นทุกข์ก็ทุกข์มันไม่รู้ตัวเพราะไม่รู้อริยสัจเวลามันพาให้เราทุกข์ให้เราหนักหนาเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายลำบากลำบนใจมันไม่รู้ตัวแต่พอวันศุกร์ก็รับรถรับจ้างพอเรามารู้จริงแล้วเห็นความเป็นอนัตตามันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไรมันละลายได้หมดได้ 0 ได้พิสูจน์ได้ มันไม่มีตัวมีตนไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้นมันละลายมันไม่มีได้แล้วมันก็แปรรูปไปได้แต่ก่อนเราเคยยึดมั่นถือมั่นว่ามันจะต้องอยู่มันจะต้องเป็นอย่างนี้แหละมันไม่สูญหายดับมันไม่ตายหรอกกลับเห็นอนิจจังแทนกับเห็นความไม่เที่ยงแท้กลับถึงความเป็นอื่นแปลเป็นคนอื่นแล้วกลายตัวได้อย่างน้อยมันลดลงก็เห็นแล้วอนิจจังเป็นความแปรเปลี่ยนแล้วเห็นความไม่เที่ยงแล้วเห็นความเป็นไปแล้วโตแล้วเห็นความเป็นอื่นไปได้เออมันไม่เหมือนอย่างเก่านะแล้วก็จะเห็นสภาพที่มันลึกเข้าไปอีกสูงขึ้นไปอีกเป็นวิทยากรมันเปลี่ยนอยู่เสมอไม่หยุดไม่หย่อนมันเคลื่อนไปกระจายไปมันไม่เที่ยงมันไม่ยึดไม่เกาะได้เคลื่อนไปกระจายไปผ่านมา ผ่านไปสวิสสโตร์มันไม่ใช่แก่นสารมันเป็นถูกชะตายึดเอาไม่ได้ไม่ใช่แก่นไม่ใช่ศาลไม่ใช่เรื่องเป็นสาระเห็นเลยว่าเราบันทึกว่ามันสำคัญนึกว่ามันเป็นสาระของชีวิตนึกว่ามันเป็นความประเสริฐสินักหนาเนี่ยเราจะเห็นได้เหมือนอย่างที่เราได้พิสูจน์มาแล้วแต่ก่อนที่เราหลงสิ่งนี้เหลือเกินมายิ่งใหญ่เป็นแก่นสารการไม่มีเงินเหมือนหมาตัวหนึ่งก็ต้องมีเงินเยอะๆถึงจะเป็นแก่นเป็นศาลอะไรอย่างเงี้ยไม่ว่าการจะต้องได้มีกินฟุ่มเฟือยหรูหราอย่างนี้ต้องมีลูกมีรถมีอะไรต่ออะไรอย่างนี้เป็นอย่างนี้อยู่อย่างนี้และเป็นแก่นสารจะได้เกิดเป็นสาระของชีวิตและขาดหายไปไม่ได้ แต่ที่จริงก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกคนในโลกตอนนี้ก็ยึดอันนี้เป็นสาระตอนนั้นก็ยึดอันนั้นเป็นสาระไม่เที่ยงแท้หรอกแต่เขาก็ไม่รู้เขาก็นึกก็เป็นแก่นเป็นศาลนักหนามันไม่ใช่พอเราเปลี่ยนออกเดี๋ยวนี้เราก็รู้เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แก่นสารอะไรแต่พอเราหลงมันสำคัญนักหนาแท้จริงมันไม่ใช่มันเป็นจุด Store ถ้าจะเห็นสภาพพวกนี้จริงๆแต่ก่อนเรารักนักหนาว่าเรากินรสอร่อยมียาลดละลงไปนะจานคลายลงไปรู้สึกชีวิตชีวาจะลดถอยลงเพราะรถรถอะไรนี้ไม่มีในชีวิตชีวาเราก็เบิกบานแจ่มใสอยู่ได้อย่างเก่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยแต่ก่อนนี้ไม่มีโอ๊ยรู้สึกว่าไม่ได้หรอกจะต้องไปหาแสวงหาถ้ามันลดลงไปวันหนึ่งคืนหนึ่งหรือว่าวันสองวันอะไรแล้วมันได้ตอนนี้กินข้าวไม่อร่อยแล้วเดี๋ยวจะตายมันจะไม่ ยกตัวอย่างให้ฟังซึ่งเราเคยนึกอย่างนั้นจริงๆแต่เดี๋ยวนี้เรามาลองนึกเทียบดูซิว่ามันไม่เป็นไรนี่เราไม่ต้องไปได้อร่อยแสวงหาสิ่งนั้นมายังเป็นข่าวเป็นพ่อพวกนี้อยู่เนี่ยเป็นโลกียรสต่างๆโลกียธรรมต่างๆเราก็ไม่เห็นเป็นอะไรไม่มีลาภไม่มียอดก็ไม่เห็นเป็นอะไรไม่ใช่แก่นสารอะไรไม่มีไม่มีลูกไม่มีรถไม่มีเสียงไม่มีเสียงไม่มีสัญญาณอันนี้ก็แต่ก็ไม่เกินทีเดียวอยู่ในนี้พอประมาณกับอบายมุขอธิบายต่ำลงไปอีกก็เป็นชีวิตชีวานั้นหนาใบมันขาดมันไม่ได้ไอ้นั่นมันง่ายมันโง่มากแต่ขาดได้แล้วเราก็รู้ยิ่งมาในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจนเขาเอาบางคนมีพวกจิต บางคนบอกว่าเรื่องของรูปรถผิดเพียงสัมผัสเรื่องของกามารมณ์เนี่ยมันเป็นปัจจัยแห่งชีวิตนักจิตวิทยาไอ้แก่บางคนเขาว่างั้นเลยแต่เป็นสาระของชีวิตนะเป็นปัจจัยแห่งชีวิตขาดไม่ได้ถ้าขาดซะแล้วเรามามนุษย์บกพร่องอย่างนี้เป็นต้นเขาหลงอยู่ตามนั้นน่ะจนเขาจะยอมรับว่าไอ้เซ็กส์เนี่ยกามคุณ 5 เนี่ยเป็นปัจจัยของชีวิตอันหนึ่งซึ่งเรามาพิสูจน์ได้มันไม่ใช่ไม่ต้องมีการหลงลูกลบกลิ่นเสียงสัมผัสมาเสพมาเป็นอะไรๆมันก็ได้ไม่ใช่สาระแห่งชีวิตไม่ใช่กันไม่ใช่ประโยชน์แท้จริงมันสูงได้ถึงจะ ถ้าจริงมันไม่มีได้แล้วไม่มีนั่นแหละสบายไม่มีนั่นแหละดีไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นเลยศูนย์ไปเลยได้ไม่ได้เบาสบายดีด้วยซ้ำไปแล้วชีวิตของเราก็ไม่เห็นเสียหายตกต่ำอะไรอย่างนี้เป็นต้นเราได้พยายามจะทำเป็นผู้เห็นสิ่งนั้นคือปัญญาญาณเห็นสิ่งนั้นเกิดในจิตของตนเลยและจิตของเรามีสภาพสภาพอากาศจริงๆในสภาพถึงชะตาของแต่ละอย่างของคนที่เคยเป็นลูกเป็นอัตราเป็นตัวเป็นอัครเป็นรถในเรื่องใดๆคุณเห็นสภาพมันไม่ได้แง่คิด เงินที่ละเอียดลอออย่างที่กล่าวนี้อธิบายมาก็คืออธิบายผ่านมาแล้วอันนั้นเติบโตอธิบายผ่านมาแล้วพอเราโตๆต่างๆถึงจะโตต่างๆเพื่ออธิบายผ่านมาแล้วคุณก็พยายามที่เทียบเคียงสภาพอย่างนี้เราเคยเคยเป็นเพราะมันเกิดอนัตตามันเป็นอย่างนี้อนัตตานี้มีนาเรามีสภาพอากาศชาติหมายความอย่างนี้เป็นอย่างนี้นี่ลักษณะ 5 ของสิ่งที่เราเคยดับเคยสูญไปโดยทำลายอัตตานี้ไปนี่เขาก็เทียบเคียงดูซิมีสักเรื่องนึงมีแต่ปัจจัยหนึ่งไหมแต่ผมแน่ใจว่าคุณมีแต่คุณจะเทียบไม่เห็นเองแต่ถ้าเทียบเอง กลับมาอ่านจับมาพิจารณาได้คุณก็จะรู้อนัตตาเป็นอย่างนี้อัตตาหายไปมันเป็นอย่างนี้ไม่ได้ไม่ใช่ว่าคิดนึกเอาเองปั้นสภาพลอยลมเป็นสันหวานเป็นภูมิใหม่เป็นอนัตตาแล้วก็เป็นภพเป็นภูมิคำพูดเป็นวาทภาษาแล้วก็ไปแตะๆอยู่โดยไม่ได้จับจิตจับใจจะผิดกับลูกของจิตจนทำให้จิตนี้ว่างลงเบาลงละลายออกไม่ใช่อย่างนั้นน่ะมีเรามีสภาพอัตราและสภาพอากาศที่หายไปได้มีสภาพอากาศเห็นอยู่ว่าเราเคยมีอัตราเร็วอัตรามันจางกลายเป็นเวลาพระธรรม อนิจจังแล้วเป็นวนิดาพระธรรมแล้วก็เป็นนิโรธเป็นนิโรธธรรมเป็นธรรมะอันดับศูนย์อันไม่มีแล้วอันอยู่เหนือและอยู่เหนือมันได้จริงๆเป็นจริงนะแม้เราดับได้แล้วนิโรธได้แล้วไม่มีแล้วเป็นอนัตตาแล้วเป็นสุญญตาไปแล้วจริงเราก็ยังอยู่กับเขาได้ปฏิเสธศรัทธาดับแล้วเสร็จแล้วเราก็อยู่กับสิ่งนี้เสร็จสิ่งนี้ไม่มีแล้วเราก็อยู่กับสิ่งนี้ได้ด้วยนี่เป็นสิ่งที่สุดยืนยันของศาสนาพุทธอีกจุดหนึ่งถ้าจุด 2 ฤาษีเดือนละสีก็ไม่ดับจริงเขาอยู่กับมันไม่ได้หรอกเพราะไม่มีประสิทธิภาพสิ่งที่ไม่มีและเราก็อยู่กับสิ่งที่มีสิ่งที่สิ่งที่มีนี้ โดยอย่างไม่มีคนอื่นเขาก็ไม่รู้กับเราว่าเราไม่มีเหมือนกับเราอยู่คลุกคลีมีแต่เราไม่มีเราศูนย์นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าอยู่เหนือโลกเหยียบโลกอยู่เลยอยู่กับโลกไม่ได้หมายความว่าโลกก็อยู่ส่วนหนึ่งเราก็อยู่ส่วนนึงห่างกันมันก็ไม่เป็นอะไรแต่มันก็ไม่สังขารที่เอามาทิ้งไว้คนละส่วนนะไอ้ของอร่อยอยู่โน่นเราอยู่นี่มันไม่เกี่ยวกันมันไม่สังขารกันไม่ตรงกันไม่แตะต้องกันมันก็ใช่อย่างนั้นจับตัวไปอยู่ในป่าในเขาในถ้ำก็อยู่ที่ในโลกหลบรถติดก็ผ่านไปอยู่ในบ้านในเมืองส่วนตัวเราไปขังอยู่ในถ้ำแล้วมันก็ไม่สำคัญ สีจ๋าเลยตรงกันเลยไอ้อย่างนี้มันก็ยังไม่เหนือโลกจริงไม่โลกุตระอย่างเด็ดขาดมันยังคงพูดเนี่ยมันต่างของเดียวกับผีตรงนี้ชัดเจนน่ะนิโรธนะตอนนี้โลดนิโรธและก็ปฏิเสธสรรพก็ยังชวนอยู่ตรงนี้แหละไม่ได้ไปไหนหรอกสวรรค์ก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์ก็คือสวรรค์สวรรค์ไม่มีแต่ก็มีสวรรค์อยู่ตรงนี้แหละสบายๆเนี่ยไม่ต้องวิ่งหนีหาตรงไหนย้อนทวนสวรรค์ให้เขาดูไม่มีสวรรค์หรอกแต่ก็อยู่ในสวรรค์ส่งท้ายแล้วสบายสวรรค์สบายสวรรค์ในเมืองสบายเป็นสวรรค์ชั้น สวรรค์ที่ฉันที่เขาไม่เคยคิดสักครั้งเป็นสวรรค์ที่เขาไม่เคยรู้ชาวโลกก็รู้แต่สวรรค์ที่เป็นสวรรค์เสพสมสุขสมแต่นี่ของเราเป็นสวรรค์ว่างสวรรค์หมดสวรรค์ดับสวรรค์ไม่ต้องเกิดรถเป็นวิมุติรถสวรรค์ที่ไม่ต้องมีสุขมีทุกข์ของเขาในสวรรค์มีสุขใจของพระพุทธเจ้าเป็นสวรรค์หมดทุกข์หมดทุกข์เฉยๆเพราะว่าโล่งๆสบายๆไม่ติดไม่ยึดเป็นไปตามควรแม้จะทำด้วยปรุงด้วยร่วมด้วยเหมือนกับเราเหมือนกับเราร่วมทุกอย่างเขามองเขาเองไม่เกี่ยวนี่สังขารนี่ร่วมด้วยนี่ขนาดนั้นจิตของเราก็ยังอยู่ว่างเปล่าเรายังไม่ พวกเราก็ยังวิสังขารอยู่นี่คุณจะต้องมีปัญญาอันยิ่งแล้วก็มีสภาวะธรรมรองรับแล้วคุณจะเข้าใจดีถ้าผมไม่มีสภาวะธรรมรองรับไม่มีปัญญาอันยิ่งฟังแล้วก็พูดเอาเองนี่พูดเอาแต่ปากนี่คุณจะฟังโดยยิ่งคนไหนไม่รู้เรื่องสิ่งเหล่านี้ไม่มีสภาวะอย่างนี้เลยฟังแล้วแน่ๆเลยนี่มันโง่มันเป็นไปไม่ได้พูดแล้วมันยอกย้อนว่าเขาไม่มีสภาวะรองรับก็ไม่มีสูญญากาศทำนั้นรองรับก็ไม่มีอนาคตก็ฟังไม่ไหวหรอกแต่เราฟังหลายเพราะเราเห็นแล้วเราพิสูจน์ด้วยเป็นสภาพเองก็เป็นสภาพที่สุดเป็นสภาพสังคมตัวเราเอง ปัจจัตตังเวทิตัพโพแล้วเข้าใจเองแล้วพิสูจน์เองฉันทิฐิเดี๋ยวนี้เราก็พิสูจน์เดี๋ยวนี้อยู่เราจึงได้ถึงอย่างนี้รู้อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้มีอนัตตาทำถึงที่สุดแห่งทุกข์สิ้นเกลี้ยงหมดตัวตนไม่มีสำหรับเราส่วนโลกนั้นเขาจะมีสืบต่อกันไปเป็นนิรันดรเราสำหรับเราน่ะไม่มีเพราะฉะนั้นตัวนี้จึงเป็นปัจจัยของตัวเองอันนั้นตาเป็นของตัวเองเพราะคนอื่นเขามีเป็นสมมติจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงแท้เหมือนกันและเราก็จะอยู่กับความมีนั้นๆอย่างดีที่สุดอย่างเป็นประโยชน์ที่สุดอย่างเสียสละได้แท้จริงแท้จริงใจที่สุดเสียสละได้ แพ้จริงใจที่สุดพูดจะทำดังกล่าวนี้ได้จริงก็เพราะผู้นั้นหมดตัวหมดตนจริงๆเกิดอนัตตาธรรมแท้ในจิตจริงจะไม่ใช่ของหลอกเลยไม่ใช่ของหลอกเพราะเราพิสดารพิสูจน์อนัตตาก็ที่สุดมาเป็นส่วนๆจับเขาเลื่อนจับลูกอนัตตาลูกเล็กๆก่อนตัวเล็กๆรู้ตัวอย่างหยาบเรียกภาษามันก็เรื่องที่เล็กๆมันก็ดูเหมือนว่ามันเล็กมันต่างกันระยะยาวตัวที่จับได้ง่ายหรือว่าตัวน้อยๆที่เราฆ่าได้ง่ายก่อนหรือว่าตัวหยาบๆที่เราแม่นๆแล้วก็ทำอันนั้นตาหรือว่าทำสูญญากาศได้จริงเป็นรูปเป็นรอยเป็นเรื่องฟังฟังตามที่อธิบาย กระเป๋านิพพานกระเป๋าการดับสูญจับเป้าการคาดกิเลสจะเป่าของเรื่องของอันจึงมีความจริงมิได้ไล่ไปไล่ไปอันอื่นรูปพลอยเดียวกันถ้าเราเกิดปัญญาอันยิ่งทำลายอันนี้ไปทำลายอัตตาตรงนี้หาย 0 ได้เหมือนกันหมดเป็นแต่เพียงว่ามันต้นกลางปลายมันไล่กันไปตามลำดับดังนั้นผู้ใดรู้แจ้งได้ว่าตัวเราผิดอะไรอยู่ผู้นั้นก็จงหาอันนั้นผู้ใดรู้แจ้งในว่าตัวเราผิดอะไรอยู่ผู้นั้นก็จะหาอุบายเครื่องจะทำลายหรืออุบายเครื่องจะให้ออกมานั้นๆมาทำกับตนให้ถูกให้ตรงให้หลุดให้ขาดใช้ได้เลยอะไรๆมันก็ใช้ได้ทั้งนั้นอย่าหลงยึดกับสินอย่าหลงผิดกับกรรมฐานว่า นี่เป็นของเรานั่นเป็นของคณะเราหมู่เราโน่นเป็นของอาจารย์เรานี้เป็นจารีตของเราแค่เป็นยากลางๆก็ดีเป็นความยึดมั่นถือมั่นอย่างหลงใหลก็ดีเป็นอันขาดเพราะฉะนั้นสิ่งใดยึดมาเป็นอุบายเพื่อทำลายกิเลสตัณหาจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทุกสิ่งในโลกตามแต่ใครจะมีจะเป็นมิใช่หมายความว่าตัดสินมีอยู่ 40 อย่างเท่าที่เคยมีเหล้ามีเรียนมาคนนั้นไม่เลยเพราะบอกแล้วว่าศัพท์คำว่าเกษียณมันหมายความว่าทั้งหมดคือทุกอย่างในโลกแต่เราหาอะไรมาเป็นเครื่องอุบาย ในการที่จะทำให้เราเกิดสมถะเกิดวิปัสสนาได้เพราะว่าบางคนต้องใช้สมถะก่อนแล้วตัดสินหยาบๆก็เอามาทำให้เราไม่ต้องไปที่ได้วุ่นวายมากมายนักให้มีกำลังจิตเกิดปัญญาละลายกิเลสไปได้ก็ทำสมถะก่อนแล้วก็มีแต่สิ่งอย่างสมถะบ้างถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วสู้ได้เลยวิปัสสนาได้เลยแม้แต่ประสบเดี๋ยวนี้สักพักเดี๋ยวนี้เราก็สามารถที่จะพิจารณาออกแล้วเราก็ใช้วิปัสสนานี่เป็นกสิณแท้เลยตัดสินเอากับสินสอดๆเอาการสัมผัสสู้แล้วก็มีการระลึกรู้ด้วยสติปัฏฐานมีสติรู้มีธรรมมีใจออกมีวิริยะอุตสาหะแข็งแรงมีอินทรีย์ อิทธิบาทสู้พยายามจะทำสังวรปธานประหารประธานเกิดมีสภาพที่ลดละวางจางคลายได้จริงด้วยปัญญายิ่งแล้วก็เห็นความลับจริงๆอยู่อย่างนี้อันนี้ก็เป็นตัดสินใจเลยเป็นสติปัฏฐานของพระพุทธเจ้าเป็นอุบายเครื่องออกใหญ่เลยเป็นอุบายแท้แต่สติปัฏฐานเป็นอุบายหรือเป็นอิสระอุบายเครื่องออกภาษาบาลีวันนี้สถานะเป็นตัวเรื่องที่เป็นที่พึ่งที่จะกระทำให้เราปล่อยปรับวางกลางรถรับได้จริงๆเลยเศรษฐกิจทางเอกส่วนใครจะอาศัย พอใช้แล้วก็เอามาประกอบจะมีสมถะและก็มีวิปัสสนาได้ก็เอาก็ได้ประโยชน์ถ้าเขาเอาแต่เกาะสมถะอยู่แต่กสิณนั้นไม่มีเกิดวิปัสสนาเป็นแต่เพียงเหมือนกับเมื่อกี้ที่บอกว่าอนัตตาของเขาแล้วเป็นลอยลมวางๆไว้แล้วก็เอาใจไปผูกไว้ที่ตรงนี้นั่นแหละเป็นกสิณอนัตตาอยู่ไหนก็ไม่รู้เออว่างๆแล้วก็เสร็จแล้วก็ไอ้ที่เป็นไปอยู่นี่เขาไม่รู้หรอกเขาเมาเขาก็คลุกคลีเกี่ยวข้องแล้วเขาก็มีได้มีเสียมีอะไรมีการแสวงหามีการเป็นอะไรอยู่ได้รับก็เอร็ดอร่อยกับรถอะไรอยู่ตรงนี้เขามืดมัวแล้วเขาไม่มีสติมาพิจารณาอารมณ์แต่พอมันพูดว่าหลบก็อยู่ตรงนั้นเหมือนกับคนที่ได้ตัดสินเป็นถ้ำเป็นอะไรไว้เป็นกฐินที่ประเทศพิจารณาแล้วไว้แล้วก็ติดอย่างนี้พอไปประสบประ ดูเขาทำแต่ตาหูจมูกลิ้นกายก็เหมือนกับคนอื่นดูมันก็ดูเขาเห็นเห็นพิจารณาไปจะมีรถมีชาติอะไรก็เสพแอบกินแอบเสพไปอะไรหนักเกินไปลมเข้าอยู่ตรงนั้นน้ำมันเป็นสภาพจิตเอาจิตทำมันไม่เอาตัวเองหนีไปอยู่ที่ทำตัวนี้มันอยู่ที่ถ้ำไม่ขัดสระเลยอย่างรูปเต็มตอนนี้ไม่ลดลงพอมาเจอพระสัมผัสอย่างนี้เหมือนกันแต่ไม่ได้อันดับน้ำนะลบรูปทำถ้ำไว้ในหัวใจทำถ้าไม่ได้อารมณ์พอมันก็ตัดมันหนักหนาคุณแม่หลบมาอยู่ในกระสินธ์อะไรก็แล้วแต่คนที่จะไปเกาะไปเกี่ยวไปพิจารณา แล้วก็มาหลบเข้าอยู่ในถ้ำวันนี้เป็นแบบหลบเป็นแบบไม่รู้ด้วยปัญญาเพราะฉะนั้นการบรรเทาหรือการบำบัดชีวิตของเขาเป็นช่วงนึงช่วงนึงก็ทำไปได้หลบไปสู้ไปหลบไปสู้ไปหลบไปไม่ได้ฆ่ากิเลสตรงๆและมีที่ทำให้ตัวเองลำบากเพราะเราไม่ได้ตัดกิเลสเราไม่ได้รู้จักกิเลสเราไม่ได้ทำอันนั้นปลาแท้เราไม่รู้จักอัตราจริงไม่รู้ว่าเสพติดตามเป็นไปได้อยู่อย่างนั้นตลอดกาลนะแล้วถ้าเกิดว่าเราจะรู้ว่าเขาต้องใช้บ้างใช้ตัดสินแล้วก็มีวิปัสสนาถ้ามีระบบสมถะและก็มีวิปัสสนาธรรมถ้าคนนี้ก็ใช้ถูกอยู่ก็รู้เขาให้ได้แต่ถ้าไม่ล้มแต่สิ่งที่เฉยๆหรือว่าไปหลงสมถะเฉยๆแล้วก็ใช้แต่กรรมฐาน ยังยกวิปัสสนาขึ้นสู่อีกไม่ได้พวกนั้นช่วยเขาถ้าเขามีวิปัสสนาในจิตเพราะคนที่ยกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาได้หรือว่ามีวิปัสสนาขึ้นจริงๆก็คือเป็นผู้ที่รู้จับจิตได้เห็นจิตเจตสิกเห็นอารมณ์ของจิตจับอารมณ์ของจิตได้จับอัตราของจิตถูกวันนี้เป็นโลภะนี่เป็นโทรศัพท์นี่เป็นราคานี้เป็นโทสะหรือพยาบาทเป็นอารมณ์นิวรณ์แท้ๆและเปลี่ยนมันได้จริงๆด้วยเปลี่ยนอารมณ์นั้นถูกจริงๆด้วยกรรมวิธีการรู้รู้มีสติรู้จักรู้เปลี่ยนได้เป็นอานาปานสติเป็นสติปัฏฐานอยู่ในตัวเลยทำมันจางคลายทำมันเปลี่ยนรูปทำมันแปลไปดูรูปจุดเปลี่ยนรู้อารมณ์ที่เปลี่ยน คนๆๆคำนวณเอาไม่ใช่เดายิ่งเห็นเป็นปัจจุบันเลยทีเดียวนั่นแหละคือสติปัฏฐานแท้เป็นวิปัสสนาเป๊ะเลยแต่วิปัสสนาขั้นปัจจุบันไม่ต้องไปที่คอยพิจารณาเอาไว้ตอนบุพเพนิวาสานุสติญาณยืนยันไม่ใช่อย่างนั้นด้วยเป็นวิปัสสนาเดี๋ยวนี้สติปัฏฐานอยู่เดี๋ยวนี้มีสติเต็มมีอานาปานสติเป็นปัจจุบันจะเปลี่ยนได้อย่างที่เรื่องย่อไว้ไม่เผลอใจไม่ห่างจากอะไรปั๊บก็รู้เท่าทันเป็นอารมณ์โกรธเป็นอารมณ์โลกรู้ได้เลยไม่โมหะจับมั่นและทำเป็นจางคลายกลางคลายสลัดออกตายอยู่เสมอด้วยปัญญาอันยิ่งและเบาบางลง เบาบางลงได้เราเก่งขึ้นอาการหายไปเป็นอนัตตาได้จริงเราก็รู้ตัวเราและนี่เป็นวิธีการและสุดท้ายเราก็จะยังจะต้องมาทำลายกับสิ่งนั้นในเรื่องของพวกกสิณไปใช้ตัดสินใช้อะไรเกาะเขียวและสุดท้ายก็มาทำลายทรัพย์สินเพราะไปติดมันติดจริงๆนะถ้าได้อาศัยเป็นถ้ำเป็นวิมานเป็นแดนที่เราอาศัยหลบอาศัยสบายแล้วมันก็เป็นเป็นสภาพนั้นแหละสุดท้ายเราจะต้องมาทำลายตัดสินนั้นหรืออุบายวิธีอันที่เรายึดถือนั้นนำมาใช้กับตนนั้นการทั้งสิ้นเกลี้ยงอีกด้วยซ้ำไปโดยสำหรับพวกที่ใช้ตัดสินคือวางศีลและทักษะนั้นๆในวงเล็บไม่เป็นศิลปะการติดต่อไปคือเราต้องยึดถือยึดรถแบบเป็นกระสุนเนี่ย เสร็จแล้วเราต้องมาวางศีลวางพจน์นี้แต่ถ้าเราเป็นวิปัสสนาตรงแล้วศีลนั้นมันคลายตัวเองเป็นปกติตามหลักเกณฑ์และเราก็ได้ในตัวแต่สีแล้วก็ตัดศิลปะอันนี้หมายความว่าจาริวิธีการแปลว่าพิธีหมายถึงวิธีการแล้วเราก็จะต้องมาละลายวิธีการปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาของพระพุทธเจ้าไม่ต้องละลายวิธีการและในเมื่อเราพ้นกิเลสตัณหาข้อนั้นได้แล้วหรือทิ้งพวกแกขายพวกแพนั้นเองนะสำหรับพวกที่มีอะไรต่างๆจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้พ้นศีลและวัตถุปาทานด้วยในที่สุดและการทิ้งศิลปะเห็นพจน์หรือศิลปะ ก็คือไม่ยึดมั่นถือมั่นให้ได้จิตใจนั่นแหละเป็นที่สุดแม้บางทีโดยรูปโดยทางกายจะยังต้องมีต้องทำต้องเป็นอยู่ก็ตามในจิตเท่านั้นที่เป็นความไม่มีในวงเล็บอนัตตาธรรมหรือไม่หลงเป็นสภาพพ้นมานะสัญญาจริงๆและไม่ก่ออารมณ์หลงเป็นครูปานนางด้วยงานนี้มีภาษาเข้ามาเยอะถ้าเราจะต้องมาตัดสัญญาหมายความว่าเราจะต้องกำหนดหมายสัญญากำหนดหมายในอัตรานาฏศิลป์สัญญาการกำหนดหมาย อัตราต่างๆนานะมันแปลว่าต่างๆแต่ว่าได้ไดร์หมดกำหนดรู้อัตราต่างๆได้ละเอียดลออถูกตัวถูกตนมันแล้วจะต้องพ้นพ้นการกำหนดรู้นี้จะต้องรู้ให้หมดกำหนดให้หมดรู้ให้หมดแล้วเราก็จะต้องพ้นอันนี้อีกด้วยคือแม้ว่าเรากำหนดรู้ได้แล้วจะให้การจะได้รู้อัตรานี้เป็นภูมิเป็นภพเป็นวิญญาณัญจายตนะเป็นตัวปัญญาและก็หลงปัญญารู้นี่ก็ไม่ได้มันรู้ก็สักแต่ว่ารู้ดูแลเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นรู้แล้วก็เป็นภาพรู้แล้วเราก็ไม่ต้องไปมีตัวรู้นี้มันเป็นวิญญาณของเรามาเป็นความรู้ของเราแม้แต่เราปลดปล่อยได้แล้ว ก็ยังมีเหลือตัวสำคัญมั่นหมายเป็นสัญญาอยู่ยังหลงสัญญาไม่มีสัญญาณนี้อยู่ติดสัญญานี้ก็ไม่เอาเพราะฉะนั้นตัวนี้ตัวติดเนี่ยมันยังจะเป็นอะไรอยู่ในที่สุดมันยึดการรู้มันแปรรูปไปล่ะแต่รูปไปเป็นผู้เก่งแปรรูปเป็นเป็นผู้ทำได้แต่รูปไปเป็นตัวตนอันหนึ่งตัวเราจนเราไม่พ้นมานะตัดสัญญานอกจะไม่พ้นนานนับจากสัญญาแล้วก็ยังมีซ้อนซ้อนซ้อนลงไปในสภาพที่ว่าเรารู้แล้วทุกอย่างแล้วเรากลายเป็นผู้รู้แล้วเราก็ยังยึดรู้นั้นอีกเราทำลายกิเลสทุกอย่างได้แล้วแต่เราก็ทำลายกิเลสตัวที่ยึดตัวสุดท้ายเป็นมานะตัวตนเป็นตัวเหลือเป็นตัวไม่ยอมเป็นตัวเอาจริงเอาจังเป็นตัวเอาเป็นเอาตาย เธอเป็นเจ้าภาพรูปปลานันทิชาญี่ปุ่นยังเป็นอัตราตามอัตราที่มันเล่นหางแต่ผมเคยแปลว่าเอาเป็นเอาตายตู้ปลานั่นแหละชนิดชายยุทธศาสตร์เคยแปลไว้ตัวที่แดนอุบัติเหตุตัวนี้เคยแปลว่าเอาเป็นเอาตายคือเราเกาะมันแก่เลยเรายื่นออกมาสำคัญก็คือสัญญานั่นเองสัญญาตัวนี้มันกลายเป็นความสำคัญหมายความสำคัญ 10 ความสำคัญมีอยู่เราไม่สำคัญแม้ในนิพพานแล้วไม่สำคัญมันหมายแม้ในนิพพานนี้เป็นต้นแต่ยกตัวอย่างอันนึงเอามาให้บริการแล้วเราก็ไม่สำคัญมั่นหมายในนิทานแล้วเรายังเป็นสำคัญมั่นหมายตัวนี้แหละเป็นตัวรูปานังอาทิ มันไม่เห็นสำคัญเหลือเกินมันไม่ยอมมันอะไรต่ออะไรก็จะต้องติดต้องจะต้องเที่ยงต้องเป็นต้องมีต้องได้ต้องอะไรไม่ทราบไม่สูญไม่เปลี่ยนไม่ลดไม่ลาอนุโลมปฏิโลมเป็นอะไรไม่ได้ก็เอาเป็นเอาตายแต่ที่อธิบายไปแล้วว่าจับได้ตัวนี้ไม่มีอะไรตัวไม่ยอมเพราะไม่ยอมยึดดียึดสุดท้ายยึดสูงยึดอะไรทั้งๆที่ไม่พิจารณาเหตุใดการที่จะสำคัญการที่จะเป็นไปดีในโลกอย่างเป็นไปด้วยความเกิดไอ้ส่วนเราจะเป็นตรงนี้เราเป็นเมื่อไหร่ก็ได้แล้วเราเป็นอย่างนี้ก็ได้อะไรๆยังเป็นอย่างที่เราว่าเราอย่างเราเห็นนี่มันก็เป็นเราเราเห็นอยู่แล้วมันเป็นของเราเท่านั้นอันนั้นแต่มัน 00 ของเราอยู่แล้วส่วนเราลดลงมาแล้วจะปล่อยไป ให้เป็นไปได้ดีเพราะฉะนั้นมันแตกหักอะไรที่เรายึดบอกว่าเอางี้จะไปด้วยดีได้มีการแตกหักและยังเป็นการยกธรรมะด้วยเป็นการดึงธรรมะไว้ด้วยสูงด้วยถ้าคุณประยุทธ์อย่างนี้คุณก็ต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งต้องยึดไว้ต้องแข่งขันต้องเหนี่ยวไว้ไม่ยอมจะลบลาวา 2 ไม่ลดละอันนี้อันนี้เป็นธรรมะแน่ต้องยึดไว้แล้วเราก็สบายใจพวกเราแล้วเราก็รู้ว่าไม่แตกหักมันมีความสัมพันธ์ยังมีการเจริญอย่างอื่นก็เจริญอยู่อะไรจะยึดถือว่าเรายึดเนี่ยเราไม่ยอมเนี่ยมันไม่เป็นไปดำเนินไปไม่สะดวกไปไม่ดีไม่เจริญในสังขารโลกต่างๆที่เป็นไปที่สำคัญ มันไม่เกินแล้วมันแต่เราจะยึดเอาอันนั้นไม่ได้หรอกมันไม่ได้คนอื่นไม่ได้เราได้อยู่คนเดียวไม่ยอมอยู่คนเดียวแล้วก็ไม่มีอะไรเจริญเลยไม่มีอะไรสร้างสรรค์ไปอีกได้อายุพรรณีอาจจะถูกกว่าจะดีแต่ยังไม่ถูกกาละมันอาจจะล้ำหน้าไปมันถึงยังไม่ถึงคราวคุณน่ะมีอนังคโณมีปัญญารู้รู้อยู่คนเดียวและเหตุปัจจัยมันก็ยังไม่ครบพร้อมเลยแล้วมันก็ยึดมั่นถือมั่นอยู่อย่างนี้เอาเป็นเอาตายอย่างนี้แบบนี้เรียกว่าไม่มีปัญญาอนุโลมปัจจุบันดูแลตัวเองก็ทุกข์ด้วยสิไอ้เจริญก็ไม่เจริญแล้วแถมตัวเองยังอึดอัดขัดเคืองยังนึกไม่ตามนี่เลยไปอัดปลาใหญ่เลยตอนนี้มีแต่ตัวอัตรา แต่ตอนนี้จะเห็นได้ว่าเป็นตัวมานะของตัวเองเป็นอัตตาธิปไตยมันไม่สนใจมันไม่เป็นไปตามเรามันเป็นทิฐิของเราไม่สมทิฐิหรือสิ่งที่เหลือเศษความเห็นเป็นมานะทั้งมานะทั้งที่เป็นกิเลสมานะทิฐิเลยอยู่ในตัวและทุกข์ตัวเองนี่ทุกข์ด้วยนั่นแหละยิ่งซวยใหญ่เลยถ้าอย่างนี้ก็ยังเป็นผู้ที่ไม่รู้แม้แต่การบำบัดทุกข์คือการปล่อยทุกข์ทุกข์ก็ทุกข์เจริญก็ไม่เจริญด้วยก็ช่วยกัน 2 ชั้นแม้คุณจะไม่ทุกข์แล้วล่ะแต่มันไม่เจริญมันก็ยังไม่ดีนอกไม่ดีหน่อยคุณอาจจะว่างเบาได้ปล่อยได้สบายใจแต่ข้างนอกมันไม่เจริญคนยึดอันนี้แล้วคุณก็ไม่ได้ร่วมมือเขาแล้วก็ไม่เป็นไปแตกหักด้วยคุณก็เสียหายคนอื่นเขาก็เสียหายไม่ประสานกันไม่สำคัญ ไม่เป็นไปด้วยราบรื่นเรียบร้อยมันก็ไม่ดีเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้สภาพดีนอกดีในดีทั้งหมดคนอุทธัจจะเพราะเราจะจับหนังสือเรียกว่ามันลงตัวเรียบร้อยราบรื่นหมดทุกอย่างไว้ไม่ได้แล้วแต่มาณที่เป็นพุทธเจ้าถ้าไม่มีเศษมานะแล้วหมดเศษมานะด้วยพุทธจักรก็ไม่มีความสำคัญของอุทยานสังโยชน์ประมาณนั้นมันตายก็ผ่านมันตายสภาพเพราะว่าเราเองเราหมดมานะอย่างสิ้นเปลืองเราจึงยอมไม่ได้จับได้ว่าตัวยอมด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยเหตุปัจจัยที่พิจารณาด้วยปัญญาทั้งหมดมีบริษัททำ 7 ประการประมาณนี้มีธรรมะมี มีมุกตลกหรือตามีการันต์ด้วยตาบริษัทมีการพิจารณาด้วยสัตบุรุษ 7 ตกลงแล้วก็ยอมแล้วก็ให้เป็นฝ่ายอนุโลมพอยึดมั่นยึดหมายแม่เที่ยงเอาอะไรไม่ได้เลยลูกไม่ได้และเราก็สบายเพราะว่าเราเองเราก็ปลดปล่อยจิตคนเราก็ยังไม่มีอะไรก็วางผิดแล้วมันก็เลิกกันแล้วปล่อยแล้วมันก็เลิกกันแต่ว่าเราก็ไม่ได้ว่าปล่อยปละละเลยนะแต่เราปล่อยเพราะเราพิจารณาแล้วอย่างดีด้วยปัญญาอันยิ่งปล่อยวางอยู่ดีๆก็ช่างมันเถอะปล่อยไปเลยไม่ดูดำดูดีอะไรมาก็ปล่อยเอาสบายก็ว่าอันนี้เราก็ไม่ใช่ส่วนหลักของศาสนา ไม่ใช่ที่พึ่งไม่ใช่สรณะไม่ใช่ผู้ที่ควบคุมไม่เป็นหลักยึดของของโลกปล่อยไปตามโลกมันก็เป็นโรคหมดเพราะงั้นชื่อว่าเราเป็นสรณะของโลกไม่ได้พระหรืออริยะเป็นพุทธเป็นธรรมเป็นสงฆ์จะต้องเป็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน