220108-1-105 ทางเอกภาค1-ตอน105(หน้า314)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt

โฟลเดอร์2521 MP3 ทางเอก-ภาค1 107 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์226 KB
วันที่แก้ไข24 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 8 มกราคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 บทที่ 9 ครั้งที่ 105 ที่พุทธสถานสันติอโศกเงินวันนี้เรามาทำวัดกันก็มาเข้าในหนังสือเข้าในเรื่องสิริเหมือนในไทยหน้า 134 อาจารย์ดังนั้นจิตที่เป็นธรรมขั้นเห็นได้ว่าฆ่าสัตว์นั้นย่อมเป็นบาทเป็นความ ปรับความชั่วคนผู้มีปัญญายานคนผู้มีจิตที่เป็นหิริจิตถึงขั้นโอตัปปะอย่างแท้จริงก็จะไม่ยอมฆ่าสัตว์โดยจริงไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเพราะโทรศัพท์โมจิคือเพราะโกรธเพราะชังเพราะเกลียดเพราะกลัวใดๆก็ตามหรือไม่ก็จะเป็นการฆ่าเพราะโลภมูลนิธิคือเพราะอยากได้เนื้อสัตว์นั้นอยากได้กระดูกสัตว์นั้นอยากได้หนังสัตว์นั้นพยานใหญ่มันเปิดจะเอามากินจะเอามา รอบรอบคอหรือจะใช้เป็นประโยชน์ตนใดๆก็ตามเพราะชอบในอะไรส่วนใดอย่างไรเราต้องทำบาปถึงขั้นฆ่าสัตว์นั้นเพราะความโลภในจิตหรือเพราะความอยากได้อะไรๆส่วนหนึ่งจากสัตว์นั้นๆคนผู้มีธรรมะท่านโปรดสัปปะในจิตแท้นั้นก็จะไม่ทำจริงๆถ้าจะแลกกับการเบียดเบียนถึงขั้นต้องฆ่าผู้อื่นและที่สุดแม้จะฆ่าเขามากินเพื่อให้ชีวิตตัวรอดหรือยิ่งจะฆ่าสัตว์เล่นๆ เพราะความสนุกมือสนุกใจอย่างไรก็จะไม่ทำเป็นอันขาดอะไรจะสังเกตได้ถ้าเผื่อว่าถึงขั้นติดที่เราเองก็คงจะเคยมีหลายๆคนเราจะรู้สึกว่าแม้ว่าเราเองจะถูกคนอื่นเขาทำร้ายถูกคนอื่นหรือว่าถูกสัตว์อื่นหรือถูกอะไรก็ตามที่มาทำแก่เราซึ่งเราเองจะแก้แค้นก็ได้บางทีบางครั้งเนี่ยเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยหรือว่าสัตว์ที่ไม่มีอำนาจเหนือเราแต่เราก็ไม่กล้าแม้เขาจะทำกับเราอย่างรุนแรงเราก็ไม่กล้าฆ่าเขาไม่ แล้วถ้าเผื่อว่าคนหลายๆคนที่เคยประสบนี้มาก็จะเห็นได้ว่าไอ้จิตตัวอย่างนั้นน่ะจิตที่เราเองเรารู้ว่าถ้าไม่ดีข้าไม่ฆ่าเขาทำไมทั้งๆที่เราฆ่าได้เป็นโอกาสเป็นช่องที่จะทำได้ด้วยแต่เราก็ไม่ทำทำไม่ลงเพราะจิตอย่างนี้เป็นจิ

อ่านต่อ

ตของคนที่แม้ที่สุดในที่สุดแล้วทำไม่ได้จริงๆแต่จิตที่จะต้องทำอย่างอื่นตายแม้บางทีตัวเองจะต้องถูกก็ทำร้ายจนตายแบบนี้ก็มีมาแต่ไหนๆไม่ใช่กลัวเขาได้ทองด้วยในโอกาสด้วยแต่เราทำไม่ลงก็จิตมันทำไม่ลง จิตใจมันทำไม่ได้ทำยังไงก็ทำไม่ลงและด้วยจิตที่เรียกว่ามันมีความรู้สึกหรือความสำนึกความเข้าใจที่แท้จริงว่าเรามันไม่ควรจะไปทำร้ายชีวิตใครตกร่วงอย่างแท้จริงนี่เพราะอะไรก็ตามเฉพาะโทรศัพท์เพราะโลกเพราะอะไรก็ตามแม้จะโลภะหรือแม้แต่โทสะอย่างแรงพลาดอะไรก็ไม่กล้าทำมีได้ถ้าต่อมาถ้ายิ่งพวกฆ่าสัตว์เล่นๆเพราะความสนุกมือสนุกใจเนี่ยก็เริ่มจากการฆ่าสัตว์ชนิดหลังนี้ที่กล่าวถึงข้างบนนี้เป็นการฆ่าสัตว์โดยโมหะมูลนิธิคือการฆ่าเพราะความสนุกมือสนุกใจ จะว่าเป็นโลภะก็ด้วยแต่ว่ามันโมหะหนักมันประกอบไปด้วยโวหารที่จริงโรงพักกับโทรศัพท์มันก็เกิดมาแต่โมหะนั่นแหละเธอเกิดมาจากความหลงผิดก็ได้หรือว่าไม่ได้เพราะมองหาหรอกรู้ทั้งรู้แต่ก็ทำด้วยความโลภด้วยความโกรธก็รู้ว่ามันไม่ดีมันบาปไม่ควรทำไมมีโมหะหรอกไม่หลงผิดถูกรู้ถูกอยู่แต่ก็ทำด้วยอำนาจของความโกรธความโลภมันแรงแล้วก็มีจริงแต่ทีนี้ผู้ที่ฆ่าสัตว์เล่นๆเพราะสนุกมือสนุกใจเนี่ยผมก็มองหาโมจิอย่างตื้นเขินไม่เดียงสาเต็มทีคือค่าเพราะความโง่ความมืด บอร์ดความไม่รู้บาปรู้กรรมเอาซะจริงๆไม่เข้าใจเอาซะเลยว่าชีวิตนั้นคือความรักความหวงสุดสูงสุดความหวังสูงยอดสุดยอดของสัตว์โลกทั้งหลายทั้งปวงของเจ้าของชีวิตคนผู้เต็มไปด้วยโมหะนี้จะไม่ประสีประสากับคำว่าชีวิตเอาชีวิตจริงๆคงไม่เคยนึกเทียบเลยว่าใครเขามาฆ่าเอาชีวิตของตัวบ้างตัวจะมีความรู้สึกอย่างไรไม่รู้ไม่เข้าใจถึงจริตข้อเบียดเบียนผู้อื่นในวงเล็บมีหญิงสาวขั้นสาหัสสากันร้ายกาจถึงขั้นพลาดที่ แยกพบดับขันธ์จนกายแตกตายนั้นมันเป็นการทารุณโหดร้ายสุดยอดแห่งความเบียดเบียนแล้วคนพูดเต็มไปด้วยโมหะมูลนิธิเยี่ยงนี้จึงคือผู้ไม่มีทั้ง Siri ไม่มีทั้งหมดและไม่มีความรู้ในวงเล็บปัญญาแม้แต่ความชั่วยังไม่ได้อกุศลธรรมความต่ำความบาปแค่ขั้นการฆ่าสัตว์ก็ยังเห็นไม่ได้เข้าใจไม่ออกว่ามันเป็นสิ่งอันผู้ได้ชื่อว่ามนุษย์หรือผู้ประเสริฐกว่าสัตว์โลกชนิดใดๆแล้วพึงละเว้นให้สำคัญพึงไม่กระทำอย่าง พยายามยิ่งคนผู้เป็นเช่นนี้จึงปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธยังไม่ได้เลยแม้แต่เพียงข้อเดียวเพราะหมดบัญญัติการประพฤติธรรมของพระบรมศาสดาแห่งพุทธศาสนานั้นข้อต้นข้อแรกเลยก็คือจงเว้นขาดการฆ่าสัตว์ให้ได้จริงๆนั่นเองอันนี้มันก็บรรยายความอยู่ในตัวของมันอยู่แล้วชัดเจนก็ไม่มีอะไรยากนักก็ไม่ๆๆไม่ขออธิบายซ้อนและคนที่จิตอยากถึงขั้นไม่รู้บาปไม่รู้โทษของการเบียดเบียนใคร ถึงขนาดหักล้างโค่นฆ่าชีวิตผู้อื่นก็ยังไม่เห็นในบาปก็ไม่มีทางที่จะเห็นในบาปในภัยขั้นเบียดเบียนผู้อื่นเพียงแย่งชิงโชครักหรือเอาของของคนอื่นมาเป็นของของตัวอย่างแน่ๆเพราะการเบียดเบียนแค่ขั้นเอาของของผู้อื่นมาเป็นของตัวนั้นมันยังไม่ถึงขั้นฆ่าชีวิตจะลงไปมันเพียงเบียดเบียนน้ำใจกันเท่านั้นเองซึ่งเป็นการเบียดเบียนที่ละเอียดเบาบางยิ่งกว่าดังนั้นเขาจึงจะยังอ่านทำกรรมดังนี้ได้อย่างแท้ๆคือการเบียดเบียนไปแอบได้เสียได้แอบได้เสียในเมียในผัว ซึ่งก็เป็นการเบียดเบียนน้ำใจเท่านั้นยังไม่ถึงขนาดฆ่าแกงโหดร้ายทารุณอะไรกันด้วยซ้ำมันก็ยิ่งจะไม่เข้าใจไม่เกิดปัญญาญาณรู้ในรอบเข้าใจในสัดส่วนอันละเอียดดังที่ว่านี้เลยนี้ได้เลยดังนั้นหากกินแล้วปัญหาขึ้นทำงานแถมมีโอกาสอันดีคนๆนี้ทำบาปนี้แน่ๆแต่ความละเอียดลึกซ้อนแขวงซ้ำซ้อนเร้นในวงเล็บคัมภีร์เรามาผ่าศพแห่งธรรมมันจะมีเลี้ยววนสั้นซ้อน ไปโยงมาอยู่มากหลายดังที่ได้อธิบายด้วยภาษาสู่ฝั่งนี้และทั้งที่ไม่อาจจะอธิบายสู่ฟังได้เพราะมันลึกละเอียดวกวนซ้ำซ้อนเหลื่อมๆกันอยู่ยิ่งกว่านี้ก็ยังมีอีกนักต่อนักเราจะพูดปฏิบัติธรรมที่รู้สภาวะแท้จริงเขาจะเข้าใจได้เองเป็นปัญญาญาณอันเกิดในตนเองในแต่ละบุคคลจริงๆตามชั้นตามระดับของสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ลึกบนเลื่อมๆกันยิ่งๆไปในวงเล็บคัมภีร์กล่าวว่าผ่าน ลองยกตัวอย่างดูบ้างก็ได้เช่นในกอเห็นว่าการได้ลาภมามากๆในวงเล็บเกินความเป็นอยู่อันพอดีแห่งตนนั้นเป็นบาปเป็นการเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ในเว็บแม้จะเป็นลาบอย่างสุจริตก็ตามภายในกองก็จะไม่พยายามรับลาภนั้นหรือแม้จำเป็นต้องรับมาในกอก็จะมีความละอายจะมีความเกรงใจอยู่ในวงเล็บจะมี Siri อย่างแท้จริงก็จะนำลาภนั้นแจกทำประโยชน์ที่ควรที่สุดหรือทำทานไปเสียเพราะเห็นในบาปในภัยที่ต้นหอบราก สะสมลาภไว้กับต้นอย่างนี้คือผู้เห็นในบาปในความชั่วนี้วงเล็บเปิดเพียงแค่การสะสมการหวงแหนเอาไว้ก็ยังรู้แจ้งและเห็นว่าเป็นบาปวงเล็บปิดก็ส่วนในขอนั้นยังมีจิตโรคมากกว่าในกออยู่ก็จะไม่เข้าใจเลยว่าการสั่งสมการครอบครองการกักตุนการหวงแหนการยึดอำนาจแม้จะสุจริตของตนไว้นั้นมันจะเป็นบาปเป็นโทษเป็นภัยหรือเป็นความชั่วกันไปได้อย่างไรเขาก็จะยังคงยืนยันเก็บราบมันไว้หรือยิ่งจะหาวิธีสร้างรากเพิ่มให้แก่ตนมากขึ้น ความพอในราบคืออันละหรือสันตุฏฐีจะไม่มีในคนพูดนี้ความมักน้อยในลาภคืออภิศักดิ์จะไม่มีในคนผู้นี้วงเล็บปิดอะไรขอจึงจะหวงราบนั้นอยู่ตามความเป็นจริงซึ่งก็ไม่ผิดเพราะจิตในกอกับนายขอวัดอริยะกันคนละระดับมันวางตัววางตนในโรงพยาบาลสกายยักษ์วางอัตราได้มากน้อยกว่ากันจริงๆมันมีความหวงมากหวงน้อยกว่ากันมีความผูกพันในภาระและชีวิตและสมมุติในโลก มากน้อยกว่ากันสักกายะและอัตตามันน้อยเล็กกว่ากันวงเล็บเปิดเพราะผู้มีธรรมปัญญาย่อมไม่หลงเพิ่มศักยะและจะพยายามลดอัตราตัวเองลงเรื่อยๆจริงๆวงเล็บปิดมันจึงมีการหลงยึดหลงหอบหรือหวงแหนผิดกันก็เป็นธรรมดาตามความเป็นจริงไม่มีใครผิดแต่ทว่าไม่มีความสูงต่ำกว่ากันแน่ๆในสภาวะจิตของนายกกับนายขอดังนี้เป็นต้นมีลองฟังดูแล้วนึกดูดีๆมันเป็นเรื่องของความเป็นจริงที่จิตจริงๆ จะเห็นเนื้อสภาวะธรรมของความโลภโลภมูลจิตเป็นรากเหง้าจะเห็นชัดๆเลยจิตของคนหรือแม้แต่จิตเราเองในวาระที่เรายังไม่เป็นอย่างนี้กับวาระที่เราเป็นได้จิตของแต่ละคนยิ่งมาปฏิบัติธรรมสูงขึ้นความโลภลดลงแล้วจะเห็นเราจะเกิดจิตใจนั้นจริงๆมันเกิดจิตใจอย่างแต่ก่อนนี้เราเคยจำได้อยู่ว่าเราเคยโลภเราเคยหวงแหนตะกละตะกรามมีมากเท่าใดก็เอาเราไม่ต้องไปยกตัวอย่างของทุจริตของสุจริตแท้ๆซึ่งทำได้มันเป็นของจริงของตนเองก็หวงเท่าไหร่เราขี้เหนียวเท่าไหร่เราโลภอยู่เท่าไหร่กักจนเกินพอดีเหลือเรารู้ว่าเราเหลือด้วยซ้ำไปแม้ที่สุดอย่าว่ากัน ภาพเป็นเงินทองเข้าเข้าของที่มันเป็นสมบัติที่ไม่ไม่เน่าไม่บูดเลยของเน่าของบูดแท้ๆยังหัวไว้จนปล่อยให้มันเน่ามันบูดแทนที่จะให้คนอื่นไปเสียทั้งๆที่มันมีคนอยากได้มีคนให้ก็ได้ทันทีให้เขาได้ทันทีก็ยังหวงแหนก็ยังเคยที่จะปราบปรามโรคไว้เป็นเรื่องของจิตจริงๆแต่ก่อนเราไม่รู้เลยว่าอย่างนั้นมันไม่ดีเราไม่รู้ว่ามันไม่ดีเราก็รู้ว่ามันไม่เป็นไรไม่เห็นบาปตรงไหนมันไม่เห็นชั่วตรงไหนมันไม่เห็นมันดีไม่ดีตรงไหนมันเห็นเฉยๆเมื่อเรารู้จนเดี๋ยวนี้เราเข้าใจว่าไว้ขี้เหนียวเอาไว้มันเป็นจิตเป็นตัวจริงมันติดตัวไม่เข้าท่าเข้าทางอะไร นี่มันเกินพอดีนี่มันมากไปแล้วถ้าคุณได้จิตขึ้นถึงมีหิริมีโอแต่ปากจึงจะรู้เลยแม้แต่คนอื่นเขาจะมาขอเขาจะมาเห็นว่าผู้อื่นควรได้ถ้าเราเองเราจะเอาไว้มากเกินนี้เรารู้สึกเลยว่าคุณให้ได้อยู่ในขั้นฝึกปรืออยู่ในขั้นที่เราเห็นในจิตที่มีจิตเมตตากรุณามุทิตาเอื้อเฟื้อเกื้อเกื้อกูลแต่เราเห็นว่าเขาขาดแคลนกว่าแม้เราเองก็ควรได้อยู่สุจริตของเราเขาขาดแคลนกว่าหรือว่าเขาควรจะได้กว่าเราก็จะหยิบยื่นให้โดยที่เรียกว่าจิตใจมันหมดความหวงแหนหมดความโลภมันกล้าให้อย่างดีใจ ยังไม่มีจิตใจทุกข์ทรมานไม่มีการลำบากในการที่จะให้ไปแม้เราเองจะต้องการหรือแม้เราเองควรจะได้เราเองยังไม่พอดีด้วยซ้ำไปเรายังขาดแต่เราเองเรายังขาดแคลนด้วยซ้ำไปยังไม่พอดีได้เราก็จะให้ได้เราก็จะไม่หวงแหนยังไม่โลกไม่ต้องรู้ดูที่ดวงใจดูที่ดวงจิตดูที่สภาพของอำนาจตัวจริงๆของเราเราจะรู้เลยว่าอาการมันเปลี่ยนไปอาการมันมันไม่เหมือนก่อนเหมือนเก่ามันจะแน่ใจไม่ต้องสะสมเราก็รู้ได้ว่าเราไม่สะสมมันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเราจะพึ่ง ตนในกำลังในความสามารถในความเป็นอยู่ต่างๆเนี่ยแล้วแน่ใจว่าเราเป็นไปได้เรายิ่งมีระบบแห่งชีวิตว่าเราจะอยู่ในระบบอย่างไรแม้เข้ามาบวชแล้วเข้ามาเป็นนักบวชเราจะอยู่ในระบบนักบวชอย่างนั้นอย่างนี้เราจะเข้าใจว่าเราจะอยู่ได้ตามลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้แล้วที่สุดแม้แต่มีประโยชน์ต่อป่าในเรื่องที่เราเป็นนักบวชแล้วเราไปบิณฑบาตได้มาเป็นระบบเป็นรูปแบบนี้ซึ่งก็เป็นที่รู้กันกว้างขวางแล้วก็ใช้ได้ในเมืองไทยสบายมากในเรื่องของบิณฑบาตรแม้เราจะได้ของบิณฑบาตมาเราก็ยังมีอดสบปะยิ่งไปกว่านั้นอีกเพราะเราได้ของเหล่านั้นมาได้อย่างไรและเราได้มาแล้วเรา มีการละอายว่าเราเองเราจะมีสิ่งที่คุ้มกันในตัวเราเองหรือไม่ละอายอย่างที่ในมุมที่พระพุทธเจ้าท่านว่าเรากินข้าวเขาเหมือนเรากินเหล็กหรือทองแดงเผาไฟร้อนๆหรือเปล่าเรากินของเขาโดยเราเอาไปเปลี่ยนก็รับในการที่เราไม่มีความดีความดีอะไรพอคุ้มอยู่ในโลกนี้ที่จะเป็นเหมือนประหนึ่งการเทียบค่าการให้และการรับเรามีอะไรให้แก่โลกไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนเราควรจะมีอะไรที่ให้แก่โลกในโลกในส่วนที่เรารับมาจากโลกเราควรจะมีอะไรให้แก่โลกเข้าไปอย่างน้อยที่สุดแล้วก็เป็นคนที่ไม่ใช่ว่า ยังทวงยังเปลืองหรือว่าอย่างเป็นภาระเราเปลืองของโลกโดยที่เราเองไม่มีแรงผลิตไม่มีกำลังอะไรเลยที่จะสร้างสรรค์เข้าไปในโลกนี้ให้แก่ผู้อื่นได้รับไปจากเราเลยแล้วเราจะเข้าใจเราจะรู้สึกตัวแล้วเราก็ควรจะได้เป็นผู้ที่อยู่ในโลกอย่างที่ไม่ได้ทวงแต่เป็นผู้ถูกจับมันก็เป็นของจริงว่ามันมันก็เป็นหนี้กันไปอยู่จริงตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเรากินเหล็กทองแดงเผาไฟนั้นมันก็กินอะไรต่างๆนานามันเหมือนกับเราเองเราควรจะร้อนเราควรจะรู้ว่าเรา สิ่งเหล่านั้นเข้าไปโดยที่มันไม่สมค่าแล้วจะมีหิริมีโอตัปปะเมื่อมีปัญญาญาณแล้วก็จะเป็นผู้ถือต้องหาทางผลิตหาตราทางสร้างสรรค์หาทางที่ทำตัวเองให้เป็นผู้ที่ไม่เป็นหนี้จริงๆอันนี้เป็นสัตว์จำไม่ใช่ว่าจะพูดหรือไม่พูดมันเกิดจริงมันเกิดอยู่แล้วมันเป็นอยู่แล้วเรามีวาระวันนึงคืนนึงนึกว่าวันผ่านไปทุกวันทุกเวลาทุกอะไรก็ตามแต่เรามันมีจริงอยู่แล้วว่าเราก็จะต้องเปลืองต้องใช้ต้องนั่นต้องมีอะไรเนี่ยมันเป็นอยู่แล้วเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดยิ่งไม่เรียนธรรมะยิ่งไม่รู้เรื่องเขาก็อยู่อย่างเขาก็นึกว่าเขาได้กำไรด้วยซ้ำไปวันนึงคืนนึงก็ไม่ต้องทำอะไรนั่งๆนอนๆชี้นิ้วใช้อำนาจ เรื่องแรงคนอื่นต้องคอยรับรองบาทรองบาทาต้องเป็นขี้ข้าใช้ต้องจับจ่ายเพื่อเขาแต่เขาไม่รู้เรื่องหรอกแต่เจ้าใหญ่นายโตหรือว่าผู้ที่มีอำนาจเป็นลูกเศรษฐีเป็นลูกเจ้านายสูงแล้วก็จะได้กดขี่ข่มเหงใช้ไอ้โน่นไอ้นี่ให้คนอื่นเขาจ่ายมาเพื่อตัวตัวจะได้บำบัดจะได้เป็นโลกียสุขจะได้เป็นสิ่งที่ตัวเองนี่สมอกสมใจเสพสมไอ้การที่จะเอาการที่จะทำอะไรเพื่อให้ได้แก่ใจตัวเองให้เสร็จสมบูรณ์ของเขาเนี่ยเขาใครก็ตามมันเป็นการจ่ายออกเพื่อให้แก่กัน ถ้ายิ่งเขาไม่ศรัทธาเขาไปเต็มใจไปรีดนาทาเร้นเข้ามาให้จ่ายให้แก่เรามันมันยิ่งค่าสูงนะมันยิ่งเป็นหนี้หนักค่าสูงนี่คือค่าทางนี้แต่ถ้าเขาศรัทธาเขาให้เด็กใจที่ยินดีจะให้เขาไม่ได้คิดหวงแหนก็ไม่ได้คิดผูกพันก็ไม่ได้คิดที่จะขอตอบแทนอะไรจริงๆเขาให้ไปบอกเขาไปเลยให้อย่างสุดท้ายอย่างยินดีถ้าอย่างนี้ไม่เป็นหนี้เพราะว่ามันการปลดปล่อยมันให้มันให้อย่างพอใจเต็มใจศรัทธาเลื่อมใสอันนี้ก็ฆ่าสูงในผู้ให้ก็สูงผู้รับก็ไม่มีหนี้ ฟังดูดีๆผู้รับก็ไม่มีหนี้อะไรเลยจะให้มามากเท่าใดๆมันก็เป็นการให้ที่ศูนย์มันทำความสูงผู้รับกด 0 ผู้ให้ก็มีค่าสูงเพราะว่าผู้ให้ให้อย่างนิพพานให้อย่างไม่มีจิตโรคผู้รับก็รับอย่างที่ไม่มีค่าที่ผูกพันเป็นพยาบาทเป็นการจองเวรหรือเป็นการทำอะไรแก่กันและกันมันเป็นการดับด้วยกันทั้งคู่ผู้รับก็ดับผู้ให้ก็ดับสูญญตาเป็นเรื่องของนิพพานเป็นเรื่องของความบริสุทธิ์ใจเป็นเรื่องของความเห็นดีศรัทธาพอใจเพราะการให้อย่างนั้นมันจึงบริสุทธิ์อย่างแท้จริงผมจะขอยกยกตัวอย่างอย่างของหยาบเรื่องเล็กนิดนึง ตัวอย่างเช่นชายหนุ่มหญิงสาวเขาให้ของกันเขาเอาของไปให้ผู้ชายก็เอาไปให้ผู้หญิงเขาเรียกว่าให้ได้พอใจด้วยศรัทธาไม่ใช่มันไม่ใช่ตัวศรัทธาแบบที่กำลังอธิบายเมื่อกี้นะให้ได้เสน่หาพอใจเขาว่าเขาไม่เอาอะไรแลกเปลี่ยนหรอกไม่จริงเขาต้องการยิ่งกว่านั้นน่ะเขาต้องการความรักความเสน่หาต้องการทุกอย่างและแท้จริงๆถ้าเกิดว่าไม่ปฏิเสธจริงแล้วเรื่องการเขาต้องการที่จะเสพสมสุขสมาธิยังไม่ถึงโอกาสยังไม่ถึงเหตุปัจจัยยังไม่พอดีเขาก็เฉยไปอย่างนั้นแหละแต่นึกได้โอกาสได้จังหวะมีเหตุปัจจัย พอดีเขาก็จะถ้ามีกามก็ผสมด้วยกันแม้กามน้อยก็ตามเขาก็ต้องการอัตราตัวนึงเหมือนกันเขาต้องการความรักต้องการสิ่งที่เขาจะต้องได้จากอีกผู้หนึ่งให้จริงๆไม่ใช่ว่าเป็นการให้แบบสะอาดหรือแบบศรัทธาในโลกภายในทางธรรมมันเป็นค่ายแบบโลกมันสั้นง่ายๆหนึ่งให้ชวนคิดหรือแม้ที่สุดบางทีเนี่ยลูกก็พ่อแม่พ่อแม่ให้แก่ลูกบางทีก็ไม่บริสุทธิ์บางทีก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อให้ด้วยอย่างสูงด้วยอย่างเป็นอิสระ ให้ยังเมตตาไม่ต้องการอะไรตอบแทนเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นพรหมเป็นการให้ที่เป็นอัปปมัญญาให้อย่างข้าสูงหาค่าบ่มิได้ให้ยังไม่คิดอะไรเอาอะไรตอบแทนคืนมาเลยบางทีนี่พ่อแม่ให้แก่ลูกเนี่ยไม่ได้ให้อย่างนี้ไม่ได้ให้ปิดตาหรือไม่ให้ได้ไม่ได้ให้ยังเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขามันมีอารมณ์แฝงซ้อนอยู่ว่าลูกควรจะให้อะไรแก่เราแม้จะไม่ให้แล้วก็เพราะแม่จะให้แล้วก็ไม่ได้คิดหมายจะเอาว่าลูกจะต้องมาหาสมบัติอย่างนี้หรือว่ายิ่งกว่านี้มาตอบแทนเราแม้ไม่ได้ใช้ก็ยังต้องการความรักของลูกผมต้องการความ ความยกย่องความเป็นศักดิ์ศรีว่าต้องนับถือฉันนั้นฉันต้องใหญ่เป็นแม่เป็นพ่อเป็นผู้ที่จะสั่งบงการได้หรือว่าทำอะไรตามใจเราต่างๆนี่แฟนซ่อนอยู่ในนั้นอยู่แต่มันมีแสงซ้อนและการให้ที่ท่านปิดตลอดที่ท่านถือว่าเป็นพรมอันนึงเป็นพรหมของบุตรซึ่งเป็นการให้ทีต้องถึงขั้นอัปมงคลยาหรือท่านพรหมวิหารมีเมตตากรุณามุทิตาแล้วก็อุเบกขาแท้จริงจิตต้องเฉยว่าวางปล่อยไม่ได้มีอะไรซ่อนแสงที่จะตามมาจริงๆจึงไม่ใช่ของที่จะพูดกันเล่นแต่ระบบคนเนี่ยพ่อแม่พี่น้องที่ไหนๆก็ตามมัน ตรวจจิตตัวเองอย่างจริงแม้ที่สุดสุดท้ายถ้าผู้ที่มีจิตที่มีจริงๆแล้วนะเพราะต่างคนต่างโตต่างคนต่างแยกต่างย้ายลูกเต่าไปสร้างหลักสร้างฐานในร่ำรวยพ่อแม่ก็ยังทิ้งอีกจนให้อดอยากหรือว่าอยู่อย่างเออลูกน่าจะเอามาให้ถ้าพ่อแม่มีจิตเป็นปิดตาเราจริงๆก็เฉยไม่มีโลภะไม่มีโทสะลูกจะให้ไม่ให้ก็ช่างไม่คิดจะเบียดเกษียณอะไรไม่คิดที่จะไปตู่ไปทวงไปทวงเอาอย่างโน้นอย่างนี้แล้วลูกก็ไม่ให้จริงๆถึงไม่ให้ลูกจะร่ำรวยจะมีฐานะจะดีจะยังงอนอย่างนี้ไม่ก็เฉยนั่นเรียกว่าเป็นจิตนิพพานเป็นจิตปิดตาหรือเป็นจิตขั้นปิดตามหาด้วยซ้ำเป็นบิดาใหญ่หรือ ปิดตามหานี่คือบิดาใหญ่เป็นพ่อเป็นแม่ที่ใหญ่สูงกว่าปิโตรปิโตรแค่ธรรมดาปกติแค่นั้นก็พอ ตอบแทนพ่อแม่อย่างที่ว่านี้บ้างแต่ก็ไม่ไม่ทำอย่างนี้เรียกว่าทางโลกแล้วก็มันก็ปีนเขาหาทางทำด้วยบอกให้พูดที่มีจิตใจอธิบายสอนลงไปหาจิตทางด้านฝ่ายฝ่ายนึงนะทางด้านจิตที่มีจริงเป็นจริงถ้าเราจะไปคิดเอาจากลูกมันรู้สึกละอายมันไม่เข้าถามมันมีอดแต่ปากแล้วอายจะไปคิดเอาหรือว่าจะไปกล่าวเป็นกล่าวหรือว่าทำกิริยาเพื่อทวงไม่กล้าที่ดีจริงๆโอ้โหสบายจริงๆแต่อย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดได้เป็นจริงมีจริงเนี่ยอธิบายซ้อนลงไปถึง เขาว่าของจิตที่มันมีโลภะมีโทสะอะไรต่างๆนานาแล้วมันยอกย้อนอย่างนี้เพราะงั้นแม่จะแก่จะเฒ่าแล้วเลี้ยงตัวเองได้อย่างไรก็เลี้ยงตัวเองไปอย่างนั้นแหละทำไปขาดขาดต้องแค้นๆบ้างอะไรก็ทำก็เลี้ยงไปอย่างนี้ก็เป็นจริงของมนุษย์ที่มีหิริโอตัปปะและลูกเต๋าเขาไม่ดูดำดูดีอะไรก็ไม่เป็นไรตอนนี้ก็เป็นเรื่องของสิ่งที่จะอธิบายประกอบจากพวกเราบ้างบางทีบางคนทีนี้พูดไม่อยู่ในฐานะท่านอย่างนั้นแล้วก็อาจจะไม่มีอะไรกระทบอะไรสำคัญในสภาวะจริงพวกเรามาบวชหลายคนไม่มีเรื่องนี้ก็จะไม่รู้สึกว่ามีความแรงหรือว่ามีความรู้สึกอะไรมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีหลายคนก็จะมีความจะพูดถึงลูกถึงพ่อถึงแม่ก็เขาจะเกี่ยวพันกันบางคนก็พูดอย่างนี้ก็ระลึกถึงว่าเราเองเนี่ยอยู่ในฐานะอะไรเราจะตอบแทนพ่อแม่หรือไม่เราจะหาทรัพย์สมบัติอะไรต่ออะไรหมุนเวียนอะไรต่อได้หรือไม่บางคนก็อาจจะคิดมันก็ไม่มีอะไรจะเผื่อว่าพูดถึงขั้นนำมาทำหรือถึงขั้นธรรมะแล้วเราเป็นผู้มีอริยะสมบัติและพูดถึงปรมะแล้วในโลกนี้เรามีคุณค่าเพียงพอถ้าพ่อแม่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ลำบากตำบลในส่วนของเขตพอเป็นพอไปหรือว่าญาติที่โกโยคนอื่นยังมีสิ่งเหล่านั้นยิ่งกว่าเราในขณะนี้เรามีทรัพย์สมบัติทางวัตถุก็น้อยยิ่งกว่า PP น้องๆซึ่งพี่ๆน้องๆ จะได้เป็นผู้ที่ดูแลพ่อแม่อุ้มชูพ่อแม่ในฐานะที่ตัวเองยังมีฐานจิตแค่โลภะโทสะโมหะอยู่แค่ปุถุชนหรือว่าแค่โลกียแขกฆราวาสก็ควรจะได้ทำหน้าที่นี้เรามาศึกษาธรรมะเรามาสร้างเรามาแม้แต่ทางวัตถุเราก็เป็นผู้ที่เสียสละเป็นผู้ที่ไม่เอาเป็นผู้ที่ไม่วุ่นวายแล้วเราให้เรายกแม้จะเป็นของเราโดยสิทธิเราก็ได้ให้ด้วยซ้ำแบบหลายๆอย่างบางคนถึงแม้ว่าเราเองจะไม่ได้ให้สมบัติส่วนเราที่ให้แก่เขาก็ตามแต่เราเองเราไม่ได้เป็นโรคอยู่ในสังคมเราไม่ได้ไปที่ดีสะสมอยู่ในสังคมเรามาสะสมอริยะสมบัติซึ่งมันเป็น ภาพสะสมแบบตีกลับแล้วสะสมความไม่เอาเราสะสมความมักน้อยเราสะสมสิ่งที่จิตมนุษย์นี่มันเป็นได้ยากมาทำจิตให้เป็นผู้ดีสูงส่งเป็นโปรตีนละความโลภความโกรธหรอกแท้จริงเป็นความเป็นไปได้ยากซึ่งเป็นงานที่หนักมันตีกลับตีย้อนแบบโลกิยะแบบหลบๆๆอะไรมันเป็นการตีกลับมันเป็นเรื่องค่ามันมีราคามากกว่าการจะตีราคาแล้วมันสูงกว่ากันเพราะว่าในสภาพแม้แต่ต้นแล้วเราก็ไม่ได้ไปเป็นคู่แข่งขันคู่แย่งเราบายออกมาให้เขาได้เบาแล้วนั่นก็เรียกว่า ฆ่าแล้วยิ่งเรามาทำจิตของเราให้อ่อนให้ดูดน้อยให้โลภน้อยให้ไม่ยึดไม่เอามาเข้าไปอีกเท่าใดๆเราก็ยิ่งจะมีสมบัติที่ตีกลับเหมือนกับเราเองเราได้ให้เหมือนกันเราได้ปล่อยสมบัตินั่นเหมือนกันหรือว่าทำสมบัตินั้นให้ยิ่งกว่าไปสร้างสมบัติทางโลกให้แก่เขาอีกยิ่งกว่าถ้าเราได้ธรรมะเราได้ปลดปล่อยเราได้มีฤทธิ์มีเดชมีความสามารถมีสมรรถภาพจนเก่งจนสามารถที่จะเอาอนุญาตสมบัตินี้ไปตอบแทนพ่อแม่ให้ได้อันนี้ยิ่งสูงใหญ่เลยไม่ใช่ของง่าย เราจะตอบแทนพ่อแม่ได้แล้วพ่อแม่ยินดีพ่อแม่รับจากเราได้ไม่ใช่ของง่ายหรอกราคาแพงๆเพราะงั้นก่อนจะไปให้ได้ถึงขั้นนั้นต้องให้คนอื่นนี่ก็เป็นราคาที่สูงอยู่แล้วยิ่งกว่าเราให้เพชรให้ทองแต่คนในโลกว่าเราแจกทำเป็นทารกพระพุทธเจ้าถึงบอกว่าเราแจกทำเป็นทานให้ทำแก่มนุษย์มันเป็นทานที่ยิ่งใหญ่กว่าจะชนะการให้ทั้งปวงอยู่แล้วแต่ใครก็ตามมนุษย์อื่นที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่มนุษย์ไหนก็ตามมันเท่าหรือว่ามันยิ่งกว่าการได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่แล้วเพราะเราเกิดมาในตระกูลนี้เราอาศัยร่างพ่อแม่เกิดมาจนกระทั่งนี้เราได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลกมันเป็นความสม เหมือนกับที่เขาบอกว่าถ้าลูกบวชพ่อแม่ได้เกาะชายจีวรคำพูดแค่นี้ก็หมายความว่าลูกบวชก็คือลูกในปฏิบัติธรรมแต่ละเว้นออกจากโลภะโทสะโมหะเมื่อลูกได้ละเว้นออกจากตัวพระโทสะโมหะนั่นแหละคือการบวชที่แท้ลูกในรถได้ปฏิบัติธรรมลดลงมาจริงๆนั่นคือบวชแท้เมื่อได้บวชแท้แค่นั้นแหละเท่ากับพ่อแม่ได้ก่อนชายจีวรแล้วพ่อแม่ได้รับประโยชน์ร่วมสืบโยงต่อแล้วได้ทันทีไม่ใช่ว่าเอาพ่อแม่มาห้อยโตงเตงโตงเตงพี่ชายจีวรนึงไม่ใช่เป็นธรรมอธิษฐานชัดเด่นแน่แท้เราได้ตอบแทนแล้วตอบแทนพ่อแม่แล้ว พ่อมันเชื่อมโยงกันในทางนามธรรมเหมือนกับสืบสกุลเหมือนกับสืบปลูกได้ดีพ่อแม่ย่อมดีตามเพราะว่าคนที่เกิดออกมาต่อไปจากเรานี่เธอเจริญอาจเป็นอภิชาติกับบุตรเป็นอภิชาตบุตรหรือเป็นชาติที่ยิ่งเกิดมาเป็นตัวเกิดที่เกิดได้ดีกว่าก้าวหน้ากว่าสูงกว่าในทางธรรมที่แท้ถือเอาทางนี้เป็นอภิชาติสมบูรณ์หรืออภิชาตบุตรถ้าผมว่าเป็นรับทางโลกก็ได้ทั้งทางโลกคือพ่อแม่หาสตางค์โดยสุจริตไม่เก่งเท่าเราเราหารากสร้างราบสร้างยศได้สูงก็พ่อแม่ที่เคยเป็นมาก็เรียกว่าอภิชาตบุตรคืออดีตชาติบุตรเหมือนกันในทางโลกโลกง่ายๆยิ่งมาทางธรรมแล้วยิ่งนับเป็นชั้นสูงกว่าอีกเพราะฉะนั้นเนื้อตระกูล เรียกว่าเป็นผู้ที่สูงกว่าตระกูลเป็นผู้ที่ทำคุณธรรมและยิ่งกว่าตระกูลในสมัยพระพุทธเจ้าเนี่ยครอบครัวใดที่มีลูกชายไม่ออกบวชนี่ถือว่าแย่ที่สุดเลยไม่มีลูกไปเป็นอภิชาติบุตรเขาจะต้องพยายามแม้ว่าจะถึงขนาดเป็นเจ้าชายขนาดเป็นผู้ที่อยู่ทางโลกที่พังพร้อมก็ต้องตีกรอบต้องแบ่งกันอย่างพระเจ้าชายอนุรุทธ์มหานามะอย่างเงี้ยประวัติเนี่ยต้องไม่ได้เรามีพี่น้อง 2 คนเราจะต้องคนใดคนหนึ่งต้องออกบวชไม่บวชตายขายขี้หน้าเขาสักตระกูลไม่ได้เรื่องแน่ต้องแบ่งกัน วันนั้นพระมหานามะครองบ้านครองเมืองอยู่แล้วพอบอกน้องชายน้องชายก็บอกว่าเอองั้นเดี๋ยวผมลองปกครองบ้านเมืองดูก่อนอ้าวพี่ชายก็บอกตกลงแลกลองดูจะเลือกเอาอันใดถ้าเธอออกบวชเราก็ต้องครองเมืองถ้าเธอครองเมืองเราก็จะออกบวชเจ้าชายมนุษย์จึงลองครองเมืองดูก่อนตอนแรกนั้นผมมาหานำมาครองเมืองดูพักนึงแล้วบอกว่าไม่ไหวหนักพี่ครองเมืองแล้วกันผมออกบวชเช้าๆจึงออกบวชพระมหาธรรมครองเมืองหรืออย่างเก่าก็มาเป็นพระอนุรุทธพระครูเก่งก็ทำงานก็อนุรุทธ์ ประวัติพระอนุรุทธก็เป็นอุทาหรณ์หรือว่าเป็นแบบจางหรือว่าเป็นอันนึงที่ทำให้เราได้รู้แม้แต่ขนาดเขาเป็นเจ้าชายเขาพรั่งพร้อมเขาจะมาออกมาทำไมเขามีอยู่มีกินเขาจะอยู่ยังไงเขาก็อยู่ได้เขาจะทำงานช่วยเหลือเฟือควายสร้างสรรค์อาณาจักรทำอาณาจักรพี่ๆน้องๆแม้เขาจะเป็นคนดีเขาก็ไม่ดีอย่างชิงอะไรกันจะช่วยเหลือ Free Fire กันสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่ 2 แรงพี่แรงน้องไปได้อยู่ในทางโลกอย่างใหญ่หลวงอย่างดีจริงด้วยซ้ำแต่ว่าเขาไม่ได้ฟังดูดีๆจะเห็นได้ว่าอำนาจการนำอำนาจทางธรรมความเข้าใจอย่างแท้จริงความรู้มันตระกูลของเราไม่ได้ออกบวชตระกูลนี้มีผู้ชายทั้งสองคน แล้วไม่ได้ออกบวชเลยสักคนนึงนี่ไม่ได้นะมันน่าอายขายหน้าต้องเสียสละทางทรัพย์ศฤงคารทั้งยศชั้นออกมาจากตำแหน่งเจ้าชายออกมาจากตำแหน่งชั้นยอดและเจ้าชายแล้วก็ถ้าจะยกย่องกันขึ้นมาเป็นเท่าเทียมกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินไล่เรียงกันเหมือนกับยังที่ไหนๆที่เขาทำเพราะพี่น้องรักกันครองเมืองก็คือให้มีศักดิ์ศรีเท่ากันก็ได้มันเรื่องของการยกสมมติสัจจะทั้งนั้นแหละก็ทำได้แต่นี่เขาสละหมดออกมาเลยการสละออกมาบวชอย่างนี้ก็เป็นการเทียบค่าและบอกความจริงให้แก่เรารู้ว่าการบวชมีค่าสูงยิ่งกว่าโลกน้อยยิ่งกว่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอย่างโลกก็ถือว่านี่เป็นศักดิ์ศรีของตระกูลที่ได้กระทำอย่างนี้ อภิชาตบุตรหรือเป็นอภิชาตบุตรมันเป็นเรื่องเขาทำจริงนะไม่ใช่เขาทำแกล้งนะก็เห็นจริงอย่างนั้นเราก็ทำจริงอย่างนั้นตลอดชีวิตออกมาบวชแล้วก็ยิ่งบรรลุธรรมยิ่งเนี่ยเราต้องการน้ำแล้วต้องระลึกเราต้องเห็นแล้วฆ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน