220109-1-106 ทางเอกภาค1-ตอน106(หน้า318)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 9 มกราคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 บทที่ 9 ครั้งที่ 106 ที่พุทธสถานสันติอโศกหากเรามาเรียงกันต่อนะเราเรียนอยู่ในเรื่องของ Siri ทำเป็นคุณธรรมเป็นความรู้สึกของจิตวิญญาณมนุษย์ใดมี Siri มีบทบาทก็เป็นคุณธรรมหรือเป็นสิ่งที่เป็นจริงในจิตวิญญาณ ของแต่ละคนแต่เราพูดมันไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งเสแสร้งเอาได้ผู้ใดมีผู้ใดเป็นผู้ใดเกิดย่อมมีย่อมเป็นย่อมเกิดภูมิยิ่งขึ้นถึงยิ่งลึกซึ้งมันยิ่งลึกมันยิ่งเป็นจริงอย่างที่ได้ยกตัวอย่างมาเป็นอันดับระดับผู้ที่มีปัญญาผู้ที่มีภูมิจิตใจจริงแล้วมันถึงขั้นยกตัวอย่างมาตั้งแต่หยาบๆเพราะจิตผู้นี้มีหิริโอตัปปะเพียงพอจะให้ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่าฆ่าไม่ได้จริงๆยังไงยังไงก็ฆ่าเขาไม่ได้แม้เขาจะต้องมาฆ่าเรามันก็จะต้องเข้าค่าเราไปมันไม่ทำไม่ลงนี่เป็นต้นซึ่งเมื่อละอายต่อการที่จะไปขโมยของเขา มีโอกาสเต็มที่อย่างไรมันก็ขโมยไม่เป็นไม่ใช่คนขโมยลงไม่ได้มันรู้อยู่ว่าการขโมยอย่างนี้เป็นต้นหรือแม้แต่ผู้ที่จะผิดผัวเขาเมียใครมีช่องมีโอกาสขนาดใดมันก็ทำไม่ลงทำไม่ได้มันสำนึกมันรู้อยู่ว่ามันชั่วมันบาปมันไม่เข้าท่าพวกนี้จะไม่ทำยังไงก็ไม่ทำทำไม่ลงน่ะถึงแม้แต่ละอายต่อการพูดการจาที่เป็นการพูดปลดพูดหยาบมันพูดไม่ออกพูดกดพูดหยาบพูดชั่วรู้อยู่ว่ามันชั่วอย่างนี้เป็นต้นหรือผู้ที่สำนึกในการที่จะยังไม่เสพติด ไปมัวเมาแต่หลงถ้ารู้แล้วว่าอย่างนี้มันชั่วมันไม่เข้าท่ามันเป็นบาปเป็นกรรมแต่ผู้นั้นก็จะไม่ไม่ปฏิเสธไปติดหรือไปมัวไปเมาในเรื่องของความชั่วความบาปความต่ำเป็นผู้เลี้ยงติดในเรื่องของจิตที่เป็นอารมณ์เมถุนเป็นต้นปกติเขาก็ไม่เห็นมันจะเสียหายอะไรก็ยิ่งนึกก็ยิ่งมันก็ยิ่งอร่อยดีไม่ดีของเขาไม่มีอารมณ์อย่างนี้ก็กลับหดหู่เขาปรับนึกว่าเขานี่เป็นผมได้จะต้องไปหาเครื่องเล่นหาอารม
อ่านต่อ
ณ์เร่งมากินมาใช้มาทำให้มันเกิด เมถุนด้วยซ้ำไปอย่างนี้เป็นต้นแต่ถ้าผู้ที่มีหิริโอตัปปะรู้ได้ทำอย่างแท้จริงเกิดปัญญาญาณแม้แต่ตัวจะมีอารมณ์มีความรู้สึกเราก็หิริละอายโอตตัปปะเกรงกลัวแล้วก็จะต้องหาวิธีห้ามหาวิธีตัดปล่อยเลิกละได้จริงมันเป็นของจริงอย่างนั้นแล้วเราก็ได้อธิบายรายละเอียดลงไปจนกระทั่งจิตแยกจิตถึงเจตนาจะแยกให้ฟังถึงขั้นมีจิตขั้นละเอียดละเอียดสูงไปจนกระทั่งถึงสภาพของจิตนิพพานสภาพธุรกิจละเอียดกว้างซึ่งเราจะรู้เป็นชั้นตอนถ้าเราได้ สูงก็จะสูงขึ้นอะไรที่ฉันติดมันยังเป็นชั้นละเอียดแต่ยังเป็นชั้นหยาบเราก็จะรู้สึกว่าเรายังบกพร่องและยังต่ำยังชั่วยังไม่ดียังปล่อยปลาติดอยู่แต่แค่หยาบๆปลดปล่อยสิ่งอย่างไม่ได้แม้ที่สุดเราทำอารมณ์นิภาได้แล้วยังติดนิพพานการติดนิพพานยังเป็นบาปติดนิพพานเป็นชั่วอย่าว่าจะติดทีนะมีพระเรียกว่าจะติดอุทยานเลยเรายังติดเรายังหลงเสียงมัวเมาอารมณ์ที่เราทำได้แล้วในสภาพที่เราทำได้แล้วจมยังแช่ติด แม้แต่อารมณ์นิพพานจะสำคัญมั่นหมายในนิพพานผู้ที่มีหิริมีโอตตัปปะถึงป่านนั้นก็จะเกิดจริงจิตตัวเองเป็นจริงรู้สึกสำนึกเองเข้าใจเองของตัวเองให้เราเองเรายังมีเป็นผู้ที่ยังใส่ยังติดจะทำแค่นี้ไม่ได้ก็จะหาวิธีทำให้ของตัวเองอย่างแท้จริงนั้นเรียกว่าเป็นผู้ที่เข้าใจหลักการเข้าใจวิธีการเข้าใจต่อกุศลอกุศลที่แท้มีปัญญารู้แท้และก็จะต้องทำให้หลุดร่อนตัวหมดแม้แต่นิพพานทำได้จริงอย่างแคล่วคล่องทำได้อย่างแน่นะทำได้อย่างที่ไม่สงสัยคนสงสัยอย่างแท้จริงเมื่อไหร่ก็ แล้วจบต้องนอกจากทำได้แล้วก็ไม่ติดไม่ทำเอาก็ได้เส้นอื่นก็ได้เราจะมาปรุงเราจะมาเป็นกิจการงานทำอื่นทำนั่นทำนี่โดยไม่ต้องมีอารมณ์เป็นอย่างที่เป็นอารมณ์ร่วมเป็นอารมณ์แบบนิพพานเด็กๆหรือนิพพานง่ายๆนิพพานชั้นประถมคือจะต้องว่างไปหมดนอกก็วางในก็ว่างวัตถุก็วางวางลงเฉยเลยว่านิพพานแบบเด็กๆนิทานพรมนิพพานเด็กๆนิพพานเซ่อๆซื่อๆนิพพานที่ไม่รู้จักความสุขคุ้มละเอียดโดยเห็นว่าการว่างการวางการหยุดการไม่มีอะไรมีคือการไม่ต้องมีอะไรเห็น เห็นดูก็ไม่รู้รับก็ไม่รับเบลอไปหมดไอ้นั่นยิ่งเป็นนิพพานเซ่อไปเลยเขาเรียกว่านิพพานจุดมันไม่ใช่ซื่อธรรมดาไม่ใช่พาซื่อธรรมดามันซื้อแล้วมันกำลังหลงผิดมันกำลังไม่ใช่นิพพานหรอกที่จริงนั่นน่ะอย่างนั้นน่ะมันเป็นการมันเป็นการไม่เอาอะไรปล่อยวางแบบเซ่อๆแบบไม่เข้าใจว่าด้วยความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นแต่ความเป็นจริงการหลุดการพ้นไม่ใช่การหลุดการพ้นที่หมายถึงนิพพานไม่ใช่การบวกการพ้นแบบนั้นหลุดพ้นที่จิตกับกิเลสที่จิตกับปัญญาต้องมีว่าผิดเราหลุดพ้นจากสิ่งที่ชั่วที่เลวที่ไม่สมควรที่ไม่เข้าท่าแล้วหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่ไม่เหมาะสมไม่เข้าทาง แต่ส่วนใดที่เหมาะสมที่ควรแล้วที่ดีแล้วก็จะต้องเป็นต้องมีต้องทำอยู่อะไรงี้มันเป็นเรื่องของการทำให้คนรู้ดีรู้ชั่วติดชัดเด่นเป็นคนที่มีค่าเป็นคนที่มีความประเสริฐเป็นคนที่ทำประโยชน์อย่างยิ่งนอกจากไปตนที่มันไม่ต้องเห็นแก่ตนจนหมดสิ้นแล้วมันก็เป็นประโยชน์ต่อท่านทั้งแท่งตัวเราเองทั้งแท่งเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นกายกรรมก็สุจริตเหลือเกินเป็นประโยชน์ถ้าเป็นเครื่องจักรก็เป็นเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพมีแรงกนสูงมีสมรรถภาพสูงแต่ถ้าเป็นเครื่องจักรฉันให้ประสิทธิภาพได้ทั้งแรงจนทั้งความละเอียดประสิทธิภาพ รายละเอียดสุขุมชั้นสูงในคอมพิวเตอร์ก็เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ชั้นยอดอะไรนี้เป็นต้นวงเงินต่างหากที่ทำให้คนมีประสิทธิภาพไม่ใช่ว่าทำให้คนเดินตายไปเฉยๆคือแห้งเสียทิ้งไปเฉยๆไม่ใช่ค่าของทิ้งใบเสร็จค่าคนแบบนั้นไอ้นั่นมันทำลายของดีแล้วก็กลายเป็นของเสียกลายเป็นของไม่มีศูนย์เปล่าไร้ประโยชน์ไร้เหล่าใดไม่ใช่อย่างนั้นเพราะโดนไล่ไปจนกระทั่งถึงระดับสูงสูงอย่างไรเราก็จะต้องเข้าใจและจิตมันก็จะเป็นอย่างนั้นจริงๆมันรู้ระดับการนี้เราได้ ส่วนที่สูงขึ้นเราก็รู้สูงขึ้นละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นสุขุมแยบคายขึ้นจนกระทั่งสุดท้ายแม้เราตัดสินแม้เรารู้แล้วว่านี่เป็นอารมณ์สูงสุดสภาพนิพพานเหตุปัจจัยอันนี้เท่านี้อันนี้เป็นนิพพานของอันนี้เหตุปัจจัยละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นจนสูงก็เป็นนิพพานของแต่ละระดับขึ้นไปขึ้นไปขึ้นไปจนสุดเป็นนิพพานขั้นสุดอย่างไม่สงสัยเพราะเรารู้เองว่านี่เป็นนิพพานสุดยอดแล้วแม้แต่สังโยชน์เอาสังโยชน์มาเทียบอย่างหลักต้นหลักรายใหญ่ๆจนกระทั่งความหมายของอื่นๆอีกที่เป็นหัวข้อธรรมที่เป็นเชิงอธิบายสมมติที่ ที่เราได้ศึกษามาเป็นปริยัติบ้างแล้วก็เอามาเทียบกับสภาวะธรรมที่จริงเศรษฐกิจรู้นิมิตรหมายถึงกิริยารู้อารมณ์โมโหอย่างนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้จนขั้นกิเลสอุปกิเลสขนาดไหนไหนๆเราก็เข้าใจว่าไม่มีได้แล้วเหลือแต่จิตอย่างนี้เรียกว่าจิตอย่างนี้เรียกว่าเจตสิกอย่างนี้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในภาวะพอดีอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ประมาณเรียกว่าเป็นสภาพกุศลส่วนใดๆก็ตามก็เป็นแล้วถ้าเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ชัดแจ้งรู้ดีรู้ชั่วรู้ควรรู้ไม่ควรรู้อย่างจริงแล้วก็อยู่ในสภาพที่ดีอยู่ในภาพที่เป็นสุจริต [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ถ้าไม่ใช่เราไม่มีใครมาขอพึ่งไม่ใช่เราไม่มีใครไม่นับถือไม่ใช่เขาจะนับถือจริงเมื่อเราเป็นจริงโดยเราไม่ต้องไปแสวงหาเขาจะเข้าหาเราแล้วเขาก็จะขอพึ่งเราเป็นระดับเป็นขั้นเป็นตอนไปจริงๆไอ้นี่เรียกว่าเมื่อเราปฏิบัติถูกเมื่อเราเข้าใจแล้วก็เรากระทำแก่ตนอยู่ดีก็อดจะปะไม่ใช่ของคนอื่นเลยอยู่ดีก็อดเป็นของเราแต่ละบุคคลเองตัวเองใช้เองคนอื่นบังคับกันหรือว่าเป็นที่คนอื่นไม่ได้จะต้องอ่านด้วยตัวเองจะต้องรู้ตัวเองว่าเราเป็นผู้ที่มีขั้นสิริขั้นโอตัปปะหรือยัง เรามีตัวนี้หรือยังแล้วเป็นนามธรรมแท้ๆแล้วมันก็เป็นของส่วนบุคคลเราจะมีหรือโอตัปปะเราบอกคนอื่นบอกเขาก็เข้าใจไม่ได้ว่าเรามีจริงหรือไม่มีจริงมันบอกไม่ได้หรอกเราจะรู้ในจิตของเราเองว่าเราเองเราละอายเองหรือว่าเราเองเราเกรงกลัวเองจริงหรือเปล่ามันอยู่ในตัวเราไปความรู้สึกของจิตวิญญาณแท้ๆโดยเป็นยาโดยความรู้จริงชั้นเชิงของจิตนั่นน่ะมันเป็นจริงแล้วทีนี้เราก็เรามาต่อดูซิจะอ่านไปให้จบเลยวันนี้จบเล่มพลเรือนอีกนิดเดียวก็จบแล้วสุดท้ายอันที่สูงละเอียดกว่าเมตรถึงธรรมขึ้นไป จนถึงเรื่องของกามคุณ 5 โดยตรงก็คือนายกวิกฤตละเอียดรู้ได้แม้แต่ถ้าจิตของตนเกิดไปสัมผัสกับลูกกับสีอะไรความนึกคิดปรุงออกมาว่าชอบสวยว่าชื่นใจในงานมันยังเป็นรถเป็นชาติในจิตอยู่ในกองก็รู้ว่านั่นคือบ้านั่นคือความชั่วนั่นคือความต่ำของตนที่ยังไม่บริสุทธิ์แท้มันยังมีการปรุงแต่งอย่างชาวโลกโลกในวงเล็บสังขารและโลกอยู่ในจิตเรายังเป็นทาสโลกีย์อยู่หนอนายก จินตหราในจิตตนเองในบาปมันยังมีที่ตนนั้นก็จะพยายามไม่ให้ความนึกคิดนี้เกิดในตนหรือจะเป็นรถถังรุ่นได้ยินทางหูได้กลิ่นทางจมูกสัมผัสทางกายใดๆก็ตามถ้านายกจะรู้สึกตัวได้ว่าในจิตปรุงเป็นสุขเป็นทุกข์คือชอบกดสุขไม่ชอบก็ทุกข์อยู่ในขณะใดตราบใดในกองก็รู้ว่าจิตตนยังมีสังขารในโลกยังไม่หยุดยังไม่ดับยังไม่นิ่งยังหวั่นไหวยังไปตามกระแสโลกยังยึดมั่น ติดไม่คลายอยู่กับสมมุติโลกยังเอาชนะโลกไม่ได้ยังไม่มีโรคหรือยังไม่วิทย์นั่นเองนายกจึงจะละอายตนเองในบาปอันยังมีในตอนนี้มันเป็นขั้นบาปขั้นนามธรรมท่านที่รู้ในจิตในจิตท่านที่รู้เวทนาในเวทนารู้ธรรมในธรรมความประชุมของอารมณ์จิตเมื่อสัมผัสแล้วก็เกิดอารมณ์ความประชุมของอารมณ์ความประชุมของสาระที่จิตตายของจิตนั้นไม่ใช่กายของนอกก็เป็นส่วนจะบอกว่ากายก็ด้วยแต่ว่าตัดเราเองเรารู้แล้วเราไม่ได้ไปโทษวัตถุเราไม่ได้ สิงห์นอกแต่เรารู้ว่าจิตของเราเองและโทษตัวเราเองแล้วเราโทษอารมณ์ของจิตเราโทษตัวเองที่ตัวเองยังไม่ละอายไม่มีความรู้ไม่มีปัญญาไม่รู้อะไรชั่วอะไรดีไม่รู้อะไรต่ำอะไรสูงไม่รู้อะไรหยาบอะไรละเอียดและยังหลงความสวยยังเป็นความอยากจะเป็นความต่ำจะเป็นบาปจะเป็นสิ่งที่น่าละอายต่อตัวเองจิตของตัวเองจะไปปรุงเมื่อมีอารมณ์ไปปรุงก็คือยังมีเมถุน 7 เนี่ยเรายังมีอารมณ์เลยยังร่วมชาติเกิดสุขเกิดทุกข์จะมีความเกิดยังเป็นเวทนายังมีเวทนาเกิดยังไม่ดับเวทนา ยังมีอารมณ์ยังมีเวทนาสุขเวทนาทุกข์เป็นจริงเป็นแท้อย่างนี้เป็นต้นเพราะงั้นอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์จึงเป็นตัวเกิดเป็นเวทนาเกิดเขาจะบอกว่าอยู่เหนือเวทนาหรือดับเวทนาก็ตามอยู่เหนือกฎหมายคำว่าเราจัดสรรจิตของเราให้เกิดอุเบกขาเวทนาหรืออะทุกคำว่าสุขเวทนาในเวทนาที่ไม่มีอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์เป็นอารมณ์เฉยๆกลางๆแม่ปานนั้นเราก็ติดสำคัญมั่นหมายในอุเบกขาหรือในอทุกขึ้นมาศุกร์นี้ว่าเป็นเราเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งยึดมั่นและจะต้องได้ต้อง อย่างนี้ตายตัวเที่ยงอะไรแว๊บอะไรว่าก็อับเฉาอะไรแว๊บอะไรบ้างก็ลำบากใจหดหู่ท้อแท้แพ้ภัยตัวก็ไม่ใช่มันเป็นได้แล้วเราก็จะต้องไม่ประมาทที่จะไม่ให้เป็นนั่นแหละดีแต่ถ้าจะเป็นก็สุดสุดที่จะหมดความสามารถของเราต่างหากมันก็เป็นอภิมุขจรวดได้และจอมมาแล้วก็รู้ตัวรู้เท่าทันและก็ไม่ประมาทจริงๆพยายามปรับปรุงพยายามปรับเปลี่ยนค้นหาเหตุหาปัจจัยทุกทีไปแล้วก็เราก็เป็นผู้ที่จะไม่ประมาทและก็เป็นผู้ที่รู้ลึกรู้ละเอียดแล้วจะไปพูดที่รู้เท่าทันความจบความจริงความเป็นอย่างแท้จริงผู้ที่กระทำจนรู้เวทนา เวทนาที่จริงที่พูดไปนี่เป็นภาษาเป็นบัญญัติผู้ที่เข้าใจจริงก็จะต้องไปรู้อารมณ์ของตัวเองจริงๆแล้วก็กระทำฝึกปรือให้มั่นคงถาวรแข็งแรงเป็นสมาธิแล้วก็ปล่อยแม้ทำได้ดีที่สุดเป็นนิพพานก็ยังปล่อยนิพพานรีโมทจะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรภาษามันก็พูดอย่างนี้แต่ความจริงของจิตของเราเราก็ต้องเป็นผู้ที่ปล่อยวางโล่งสบายก็ต้องสัมผัสก็รู้เท่าทันทุกทีแล้วก็สบายจะไม่ถึงก็สลัดดิ้นดูรู้สัมผัสอยู่เป็นผู้ที่รู้อยู่เข้าใจอยู่เห็นอยู่มีสติอยู่แล้วก็มีฤทธิ์มีแรงของตัวเองมีปัญญาเป็นตัวคุ้มทีเดียวเราจะหลงหรือไม่หลงเราเชื่อมั่นในปัญญาและ ต่อกำลังจิตของเรามันไม่ดูดไม่ซึมมันครอบงำเราไม่ได้เราก็รู้จริงๆเราอ่อนแอเราก็รู้แล้วเอนเอียงเราก็รู้ถ้าเราแข็งแรงจริงๆเราตั้งมั่นจริงๆเราก็รู้ก็ต้องสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้แล้วก็เฉยได้สบายจริงๆครอบงำเราไม่ได้จริงๆแล้วจะปล่อยเดี๋ยวนี้หรือจะไม่ปล่อยแล้วจะร่วมคุกคีด้วยนะจ๊ะร่วมสร้างสรรค์ด้วยรับรู้ด้วยสมมุติตามด้วยอาจจะไม่กลับไปนิดนึงแม้จะมีทุนแม้แต่กามคุณรูปก็ดีรถก็ดีขึ้นก็ดีอย่างที่พูดมาถึงนี้แล้วเราจะร่วมกลุ่มด้วยซะเอาสีมาปรุงเอ่อสมมุติว่าสวยตามสมมติตามเขาแต่เราพยายามยกจิตสมมุติเราพยายามยกจิตตามระลึกรู้ตาม เขาว่าอย่างนี้สวยแต่เราก็ปรุงตามแล้วเราก็ไม่เดือดร้อนว่าเขาจะปรุงก็ไปชั้นนำหน้าแฟชั่นยืดยอดเดี๋ยวนี้เขานิยมสีถึงขั้นอย่างโน้นอย่างนี้แจ๋จ๋านำหน้าเราก็ไม่ต้องไปถึงเขาเราไปถึงเราไม่ต้องไปเป็นอย่างนั้นเราก็เข้าใจว่าเขาไปถึงนั่นแล้วนะนี่เขาสวิงสวิงเบี่ยงเขาแสดงสดหรือสวาไปถึงขนาดนี้แล้วนะเราก็รู้กับเขาบ้างได้หรือไม่รู้เราก็ไม่แคร์เราไม่ได้นำหน้าแฟชั่นเราไม่ได้นำหน้าสีนำหน้ารูปน้ำหน้ารถอย่างนี้รถก็ไปรถอย่างนี้แล้วนะคนต้องนิยมกินรสอย่างนี้แล้วนะกลิ่นก็ค่อยนิยมกินอย่างนี้มันนั่งทำกลิ่นรับแค่ติดกลิ่นเดิมๆเก่าๆเดี๋ยวนี้ก็ไปถึงกลิ่นใหม่แล้วสัมผัสกันสักพักยังใหม่แล้ว เยี่ยมใหม่แล้วทำรูปใหม่แล้วเราก็รู้ได้ถ้าจะรู้แต่ถ้าไม่รู้เราก็ไม่ได้หดหู่ใจไม่ได้น้อยใจริษยาเขาเราไม่ทันสมัยเรานำไม่นำเราตามต้อยเหลือเกินด้อยเราไม่ได้หดหู่อะไรแต่เราก็ตามรู้ไปได้ถ้าเราจะปรุงเท่าที่เราสามารถรู้รู้แฟชั่นนำหน้าเลยก็รู้แต่เราก็ไม่รู้แล้วว่าแฟชั่นนำหน้านั้นไปลิ่วแล้วมันเกินเราก็ไม่ไปปรุงนำหน้าซะจนหวือหวาขนาดนั้นเราจะเอาประมาณปานกลางหรือร่วมสมัยแต่พอที่จะไปกับเขาได้บ้างทำให้เขาน่ะเรารู้ว่าเราทำให้เขาสิ่งที่จะตามเขาหน่อยนึง คำว่าเราจะหมดปรุงยาแล้วจะใส่น้ำตาลเป็นกระแสเราจะใส่สีพอเป็นกระษัยไม่เช่นนั้นมันไม่กินเอาเลยไม่ฉะนั้นมันไม่ชูใจเราเลยเราอนุโลมให้เขาน่ะเราก็จะปรุงให้เขาว่าแต่ถ้าผมว่าเราเองแล้วเราก็ละไม่ส่วนตัวเราเองเรายาก็ยาเขียวๆส่วนตัวเราเองอย่าสดๆเห็นเนื้อแดงๆของยาเลยเชียวเห็นเนื้อเขียวๆหรือเนื้อดำๆก็ตามของยาสดๆไม่หล่อไม่หล่อไม่มีกระแสของเราเองอะไรของเราเองแยกให้ดีเลยไม่เช่นนั้นเราเองก็ไปเสียค่าตัวเราเองต้องไปปลอมตัวตัวเราเองต้องไปชุบสีชุบรถอะไร ของตัวเราเองไม่ต้องเราจะทำป้อนเขาอ่ะเราก็ทำให้เขาแล้วเหนือแล้วที่จริงอ่ะเราอันนี้เราได้แล้วเป็นแล้วเข้าใจแล้วฉันน่ะเราทำช้าอย่างนี้ชาตินี้เราเข้าใจเราเป็นคนที่ประดิษฐ์ประดอยขึ้นมาเพื่อที่จะให้เขาลิ้มเป็นอาหารให้เขากินอาหารเราเองเราไม่ได้กินเราไม่ได้เสพเราไม่ได้ติดแล้วเราก็รู้ผลนี้แล้วด้วยอย่างนี้เป็นต้นถ้าเราเองเรายังหวั่นไหวเราเองเรายังเป็นรถเป็นชาติเรายังเอนโอนมีส่วนเสพมีส่วนที่ยังเอร็ดอร่อยจะเป็นอะไรต่ออะไรเป็นสุข เราก็จะต้องรู้ของเราพร้อมอย่าประมาทเราต้องรู้กำลังของจิตของเราแท้ๆที่ทำให้ใครจะมีอะไรยังไงเราก็ต้องรู้เขตรู้กำหนดสิ่งที่ยังปรุงอยู่เราเรียกว่าสังขารในโลกจะเป็นโรคจะเป็นสังขารโลกไม่ใช่สังขารวิสังขารหรืออิจฉาที่สังขารไม่ใช่หรือไม่ใช่คุณยาที่สำคัญปุญญาภิสังขารน่ะมันเป็นการปรุงแล้วก็เป็นบุญการปรุงเป็นบุญนี้โดยรู้ก็ได้โดยไม่รู้ก็ได้โดยไม่รู้จริงแต่ก็ปรุงอันนั้นออกมาเป็นบุญไม่ได้มีอำนาจเหนือหรอกแต่ว่าก็ติดในบุญทำในส่วนบุญนั้นจริงก็มีแต่คุณยาที่สังขารปรุงโดย เป็นบุญจริงๆโดยเก่งเลยอิทธาภิสังขารแล้วก็ปรุงออกมาเป็นบุญจริงๆเพื่อชำระล้างแต่ตัวเราเองก็ไม่ต้องล้างของตัวบุญของตัวไม่ต้องปุญญาที่สังขารให้แก่โลกปล่อยให้โลกปรุงออกไปเพื่อให้ชำระล้างกิเลสให้แก่ผู้อื่นที่คุณยาที่สังขารอีกอย่างหนึ่งเราเองเจตนาธรรมเรารู้เราอยู่เหนือเข้าใจด้วยว่าเราปรุงด้วยปัญญานั่นเป็นคุณยายที่สำคัญของพระอริยเจ้าที่เป็นกรุณาเป็นเมตตากรุณามุทิตาของของผู้นั้นเกื้อกูลโลกแท้จริงเพราะว่าเข้าใจเขาไม่สำคัญต่างๆเราเคยพูดมาหลายคำสังหารและธรรม ถ้าเป็นสังขารและธรรมสาธุอย่างเก่งอิทธิฤทธิ์เรามีฤทธิ์เหนือปุณยาที่สังขารและเวลาปรุงไปก็เป็นปัญญาที่สังขารเป็นไปเพื่อการชำระแท้ไม่ใช่เป็นไปเพื่อมอบเมาเราต้องรู้ว่าเราปรุงอะไรไปมอบเขาเกินไปมันไม่ไหวเช่นอย่างเราทำสไลด์ในขณะนี้มันก็จะเกือบเกินและถ้าจะถามก็เอาละขั้นนี้เรียกว่าปรุงสุดจะเอาคืนนี้เลยทั้งเพลงทั้งเสียงอะไรเนี่ยไอ้เรื่องสุดท้ายจะออกมาเรื่องลูกจ๋าหนักสุดแล้วนี่เกินเขตนี้ไม่ได้ขอให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ การชูใช้เพลงใช้เร่งเร้าในรถในชาติในเสียงในรูปอะไรก็ตามถ้าเกินไปแล้วมันไม่ไหวแล้วมันกลายเป็นโรคกลายเป็นโรคกลายเป็นมันก็เหมือนกันกับโลกเลยโลกมันก็กลายเป็นมอมเมาคนก็ไปซาบซึ้งตรึงใจแล้วก็ไปติดรถไอ้เนี่ยรถมันจอดแล้วมันติดรถอันนี้มันอันนี้เป็นเครื่องเตือนแล้วเขาก็จะจมอยู่กับอันนี้เพราะฉะนั้นเอาเครื่องซาวด์เกินคนคนเขาจะจมอยู่กับความเศร้าถ้าเอาเสียงหัวเราะตื่นคนคนก็จะจมอยู่กับเสียงหัวเราะติดอันนั้นเป็นเอดส์อันนั้นมันเป็นเครื่องถ้าไม่มีอัน ก็ไม่มีน้ำหนักไม่มีฤทธิ์แรงพอที่จะรู้สึกตัวเพราะงั้นมันมากเกินไปมันก็กลายเป็นมอมเมากลายเป็นมอมเมาแล้วก็จะต้องรู้โลกเขาไม่รู้อันนี้เขาถึงได้มอมเมากันอยู่ทุกวันนี้เขาก็เจตนาว่านี่จะเตือนสติคนนะเขาสร้างหนังทั้งเรื่องนี้เขาจะเตือนสติคนนะตัวอย่างความชั่วตัวอย่างความดีเขาก็เอาตัวอย่างความชั่วมาผสมด้วยตัวอย่างความดีมาผสมด้วยมีเป็นตดเขาก็เขาก็อ้างอิงอย่างนั้นแหละมันก็เป็นอย่างนั้นในโลกว่าเราจะต้องรู้ในสิ่งที่ปรุงปรุงมากเกินไปจนกลายเป็นมอมเมาเราก็จะต้องลดลงไม่เอาหรอกพอรู้ขอบเขตความพอใจที่ปรุงมีจึงเรียกว่า สังขารคือการปรุงโดยการอยู่เหนือเป็นวิถ้าจะแปลว่ายิ่งกว่าหมายความว่าจะเป็นประโยชน์ยิ่งถ้าจำไม่ให้มีก็จะให้ได้รู้ว่าอันนี้คือใครรับสัมผัสแล้วก็จะต้องรู้น่ากลัวสิ่งนี้ต้องไม่มีเราจะไม่ให้มีอันใดที่เป็นเครื่องมอมเมามีฤทธิ์เอนเอียงไปในทางมอมเมาไม่จะไม่ให้มีฤทธิ์อันยิ่งในการที่จะกล่าวในการที่จะเสริมสร้างไม่ใช่เป็นการทำลายจะทำลายก็ทำลายส่วนอกุศลคือทุจริตจะสร้างก็สร้างให้สิ่งที่ดีที่เราต้องรู้ความหมายสัญญากำหนดแม่นหมายเห็นชัดด้วยความสำคัญและพวกเราเนี่ยมันโอนเอียงไปในทางที่ไม่มี หรือว่าไม่สำคัญซะแล้วกลายเป็นของฉุดซะแล้วเราก็จะต้องรู้จริงๆต้องมีปัญญาอันสุขุมกันนี่ปัญญาอันยอดที่จะรู้จริงเห็นจริงแปลเป็นการปรุงสังขารหรือว่าเป็นการกระทำผู้มีจิตรู้ละเอียดละออก็จะอนุโลมทำงานกับโลกเป็นประโยชน์แก่โลกได้ตามความรู้ของตนเพราะอันใดที่เราอนุโลมไปแล้วเราเองเราก็ช่วยตนไม่ได้แล้วเขาก็ไม่ออกละอันนี้เราประมาณไม่ได้แล้วมากไปน้อยไปไม่ดีแล้วรู้สึกอยู่ว่ามันไม่ใช่มันจะมากไปแล้วเราก็หยุดไปดีกว่าประหยัดพลังงานทำเลยเสียงไม่เอาเอาแน่ๆชัดๆว่ามีขนาดนี้เป็นอย่างนี้แต่นั่นแหละจิตของเราเองเราก็ถ้าผมว่ามีอะไรเอียงๆอยู่ เห็นหลงดีไปอย่างนี้มันก็มาชูใจดีนมน้องดีอะไรดีให้เขาเล่นดีเขาก็รินสิเขาก็ติดอันนี้อยู่แล้วอย่างนี้คนชอบมากนะหลายคนจะต้องได้ก็ใช่สิแต่เขาได้อะไรเขาก็ได้อาหารอร่อยเขาก็ได้ของเสพติดอยู่อย่างเก่าอย่างนี้มันก็ไม่เกิดผลดีอะไรมากอันนี้เราจะเป็นผู้รู้ขนาดรู้ระดับอย่างแท้จริงเราจะเข้าใจและตัวเราเองจะมีความรู้สึกละอายหรือว่าเพลงกลัวเราก็จะเป็นผู้รู้เองนี่สมมุติว่าในกอเป็นผู้รู้เท่าทันรูปรถเป็นเสียงสัมผัสพอรับสัมผัสตัวเองรู้เกิดอารมณ์เกิดจิตก็จะละอายเองแล้วก็จะพยายามหาศีล ค้นหาหลักความประพฤติมีจรณะที่จะกระทำสังวรศรีสมบูรณ์อินทรีย์โภชเนมัตตัญญุตาชาคริยานุโยคและละเมิดเกิดผลเพราะศรัทธามันเชื่อมั่นมันเห็นจริงมันจะต้องเอาตามมีระบบใช้ระบบนั้นกับตนเลยขัดเกลาตนจนเห็นผลก็ยิ่งศรัทธาเป็นสัตว์อินทรีย์เป็นศรัทธาพละเป็นฐานใหม่ก็ยิ่งจะละอายสูงขึ้นไปอีกหิริก็เพิ่มฉันโปรดก็เพิ่มฉันขึ้นไปอีกปัญญามันจะรู้จริงเห็นจริงไม่ใช่แกล้งปัญญาแกล้งเกิดไม่ได้บรรยายเฉโกปัญญารู้ด้วยเป็นด้วยความรู้ของจิตอำนาจของตัวเฉลียวฉลาดแบบโลกๆมันมีเป็นได้เป็นมันรู้ได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่ามันเป็นปัญญินทรีย์ปัญญาพละหรือเป็นญาณทัศนะวิเศษมันไม่ใช่มันไม่ใช่ญาณทัศนะวิเศษแต่เป็นยาหรือเป็นปัญญาหรือเป็นความรู้ของผู้ที่ชนได้ความรู้ของฆราวาสด้วยความรู้ของคนทั่วไปไม่ใช่รู้แล้วมี Siri มีโอกาสถ้ารู้มีหิริมีประโยชน์มีโอกาสจริงๆเสแสร้งเอาไม่ได้แกล้งเอาไม่ได้หรอกมีหรือน้อยเราก็รู้ว่าเรามีชีวิตในขอบ้างส่วนในขอจิตยังไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่านี้ในของก็จะรู้ทันอารมณ์อย่างนี้ไม่ได้นอกจากรู้ไม่ได้แล้ว ยังเห็นว่าแม้การหลงกับลูกรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ไม่เห็นเป็นบาปหรือเป็นความต่ำความชั่วตรงไหนเขาก็จะยังเสพกามคุณ 5 นั้นอยู่อย่างเอร็ดอร่อยหรืออย่างไม่กระดาษกระเดื่องยังจะมีชื่อชมว่ายังจะมีชื่นชอบหิวจังทุกคำประสมไปตามความรู้สึกของเขาเองอยู่โดยจริงไม่ใช่ภาษาไทยให้มีความหมายพอรู้ว่ามันก็รู้สึกชื่นรู้สึกชอบจะเป็นอารมณ์ฟูใจอารมณ์สุขมันจะรู้สึกมีอารมณ์ฉิว ใช้ภาษาง่ายๆใช้ภาษาไทยให้รู้มันเกิดอารมณ์อย่างนั้นจริงๆคุณก็จะต้องอ่านอารมณ์ของตนน่ะอันนี้เรียกว่าทุกข์เป็นทุกข์เป็นสิวมีชังมีชื่อไม่ชอบก็สุขหรือมีชินชาเนื้อชินชาแล้วมันก็เฉยๆมันจริงๆช้าๆมันไม่รู้สึกรู้ทุกข์รู้สึกอะไรมันก็เฉยๆเฉยเลยทีเดียววันศุกร์แบบโมเดิร์นคือมันไม่มีสติสัมปชัญญะมันไม่มีปัญญามันไม่รู้ว่ามีความหมายอะไรมันชินชาแล้วมันก็ไม่มีสติรู้ตัวมันไม่มีตัวสำนึกทางปัญญาเพราะมันเฉยนะมันก็รู้ตัวได้ว่าเราเฉย แล้วเราเฉยเพราะว่ามองเหตุปัจจัยและสัมผัสสิ่งนี้สิ่งนี้เราเฉยเพราะว่าอันนี้ไม่มีฤทธิ์ไม่มีรถไม่มีความรู้ทางธรรมและสัมผัสอันนี้ปั๊บเราก็พอเราเปิดจิตนิดหน่อยเพื่อที่จะรู้ทางธรรมแล้วก็รู้แล้วว่าอ๋ออันนี้เป็นอันนั้นอันนี้แล้วเรามีอำนาจเหนือมันจะอยู่เหนือมันได้จริงๆอันนี้มีความรู้ทางธรรมเลยก็อาจจะได้อย่างนี้แต่ก่อนนี้แล้วก็จะต่อไปอีกบุพเพลงไปอีกแต่ก่อนนี้เป็นบ้าเลยเกิดรถเกิดชาติจิตจะไม่เป็นอย่างนี้จิตจะไม่เฉยๆชาๆจริงๆอย่างนี้ถ้าอย่างนี้เรียกว่าไม่ใช่โมหะเป็นปัญญาแต่ถ้าชินชาทุกคนวันศุกร์ไม่สุขไม่ทุกข์หรอกแต่ว่ามันโมหะมันก็เฉยแล้วก็วางเด๋อไปเฉยๆมันไม่มีปัญญาไม่มีความรู้มันมีสติ มันไม่มีสัมปชัญญะมันเป็นผู้รู้ผู้ตื่นไม่ใช่พุทธะฟังดูดีๆนะให้ละเอียดสอนมันต่างกันกับการรู้หรือการเฉยที่มีปัญญาการเฉยของพุทธเฉยจริงแต่ว่าเฉยไม่เหมือนกันไม่ใช่เฉยชิงช้าเด้อๆไม่ใช่ถ้าจะพูดใครมาเตือนสติหรือใครมาจะพูดเรื่องนี้ด้วยเราชินเราช้าเราชินดูเฉยๆเพราะว่านี่กระทบสัมผัสแล้วเป็นไงก็เชิญถ้าถามต่อไปครับเราก็มีปัญญาทันทีเลยว่าเราเฉยเรารู้ตัวเราใช้เรารู้ว่าเราเฉยเพราะอะไรไม่ใช่เฉยเพราะชินชาไม่ใช่อย่างนั้นแต่เฉยเรารู้เลยว่าอันนี้โลกเขาไม่เฉยหรอกบอกเขาเขารู้สึกรสชาติเชียวแหละแล้วเรา ใช้ได้เพราะเราเองเราเหนือมันจริงๆเราวางมันจริงๆเราไม่ได้หลงจริงๆมันเป็นความรู้ที่ผู้นั้นจะรู้อย่างแท้ไปตามความรู้สึกเพราะงั้นมันจะชอบมันจะชื่นจะชอบจะชิวจะชังหรือจะชินชาไปตามความรู้สึกปรุงของเขาเองอยู่โดยจริงกามคุณ 5 ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาปทำมันยังมีสภาพอย่างนี้แม้แต่ชินชาอธิบายฟังแล้วยังไม่ขอนี่ยังชอบหรือชื่อยังชอบหรือยังฉิวยังพังหรือยังชินชาโดยที่ไม่มีปัญญาเป็นโมหะได้ขอนี่เขาก็ยังจะกามคุณ 5 ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาปหรือเป็นความต่ำของในขอเขาก็จะเสพจะเกี่ยวข้องจะคลุกคลีมัน จะเป็นสวรรค์จะเป็นนรก 1 สังขละอยู่อย่างไม่ยอมวางและไม่ยอมอายได้ง่ายๆหรือเขาจะไม่ละอายในกามคุณ 5 จริงๆก็เป็นความจริงของมนุษย์หรือสัตว์โลกผู้มีระดับนี้ถ้าเกิดจริงเป็นจริงของบุคคลจิตของเขาจึงจะมีชอบในวงเล็บโลภะชมในวงเล็บกุศลชีวิตโทรศัพท์ช่างในวงเล็บอกุศลชินในวงเล็บโมหะชาในวงเล็บปิดอยู่เป็นปกติเป็นธรรมดา หมุนไปหมุนมาไม่มีวันจบสิ้นเป็นผู้มีการเกิดอยู่ไม่มีหยุดหย่อนไม่มีการตายลงอย่างสนิทแนบเนียนในสิ่งนี้เรื่องนี้ได้เลยเขาก็ยังเป็นผู้บ่นอยู่ในโลกแห่งกามในวงเล็บกาบมาพบอยู่อย่างจบไม่ได้ถ้าเขายังมีอารมณ์แล้วครับยังเป็นอย่างนี้โดยรู้เท่ารู้ทันก็ไม่รู้เขาจะละลายก็ไม่ละอายฟังดูดีๆนะว่าหิริโอตัปปะนี่เป็นต้นทางทิศทางความจะเป็นพระอริยะหรือเป็นเทวะเป็นอุบัติเหตุเป็นวิสุทธิเทพเป็นผู้จะเลื่อนชั้นของจิตสูงขึ้นไปหาความเป็นนิพพานเขาจะไม่ได้หมุนเวียนอยู่กับสมมุติ เทพการได้รับพอใจแล้วก็เป็นสุขไม่ได้พอใจก็เป็นทุกข์ลงนรกขึ้นสวรรค์หรืออันนี้แม่ไม่ต้องชอบไม่ต้องใช้มันปล่อยบายไปก่อนแต่เขาไม่ได้รู้จริงหรอกนะว่ามันควรหรือไม่ควรต่ำสูงยังไงเลิกขาดควรเลิกขาดแล้วก็ไม่รู้จริงถ้าพูดได้รู้จริงวันนี้เลอะเฉยได้เพราะเราเลิกเราขาดผู้นั้นก็จะเป็นผู้ที่เข้ามาสุขอย่างอริยะอภัยอย่างอริยะปล่อยวางอย่างอริยะคนนั้นจะเป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่กระทํา ถ้าผู้ใดรู้ตัวว่าไม่เฉยละเราจะต้องรู้ไหมล่ะเนี่ยเราติดหรือไม่ติดถ้าเราเฉยแล้วเราทำไมถึงเฉยเรารู้ว่าเราไม่ติดเพราะว่าเรามีเหตุมีผลอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็จบพอปัญญาเราเกิดมาอย่างนี้เราเฉยได้เพ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive