211225-1-097 ทางเอกภาค1-ตอน097(หน้า303)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 บทที่ 8 ครั้งที่ 97 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อถ้าตั้งใจฟังดูดีๆตอนนี้กำลังพูดถึงพระธรรมแล้วคำว่าพระธรรมหมายถึงว่าคำสอนคำสอนที่เรากำลังเรียนนี่ก็คือคำสอนที่ฟังตามกันมาเป็น สอนตามกันมาแล้วก็ถ่ายทอดมาจนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้แล้วเราก็เอามาเรียนคำสอนที่อธิบายของพระพุทธเจ้าเองอธิบายไว้หลายในแล้วก็หลายช่วงหลายตอนหลายอันมันจะต้องสอดคล้องขยายกันอะไรต่างๆถ้าเผื่อว่าผู้ที่เข้าใจความหมายไม่สอดคล้องไม่หมดมันก็จะไม่ตรงพุทธธรรมแม้เป็นพระธรรมคำกล่าวนั้นก็สามารถที่จะมีคำสอนที่สอดแทรกเรียกว่าอาคมคำอธิบายของพระพุทธเจ้าเป็นพระอนาคามีพระอนุสาสนีคนดีเป็นคำสั่งคดีเป็นคำสอนคดีเป็นคำอธิบายอะไรต่างๆก็ดีมันก็ล้วนแล้วแต่ มีผู้นำสืบทอดต่อๆมาน้ำสืบทอดต่อๆมาก็เลยว่ารักษาคำสอนต่อมาก็มีคนอธิบายเพิ่มขยายความคำอธิบายเพิ่มเติมเข้ามาขยายความขึ้นมานั้นเรียกว่าอาคมของพระลูกศิษย์ครูอาจารย์รุ่นต่อมาได้เจตนาดีทั้งนั้นแหละเจตนาร้ายก็จะมีบ้างสำหรับผู้ที่คิดว่าจะทำลายศาสนานี้แล้วก็พูดปนเปย์พูดให้มันเพี้ยนมันเบียดไปบ้างไม่เจตนาสำหรับผู้ที่ริษยาหรือว่าอยากจะทำลายศาสนาเมื่อศาสนาแข่งกันถูกแข่งกันขึ้นมา แล้วก็เลยถูกป้ายเปื้อนอะไรบ้างอันนั้นเราไม่เรียกว่าอาคมเราเรียกว่าพวกแป้งทำเสียทำผิดหรือเจตนาของเขาอาคมนี่ก็คือคำสอนที่เติมเข้ามาของพระเกจิอาจารย์รุ่นหลังเป็นคำขยายความหรือเจตนาดีแต่มันเพี้ยนไปตามภูมิตามภูมิของอาจารย์แต่ละองค์แต่ละท่านเจตนาดีแต่ว่ามันก็เพียงได้และบางอันก็ดีมากขยายความหวังดีชัดเพิ่มเติมและส่วนใหญ่ดีส่วนใหญ่ก็เจตนาดีแล้วก็ดีไปตามขั้นตามลำดับตามมันส่วนที่มันไม่ถูกเพราะว่าพระมีมานะมี ทำอะไรที่ไม่มีในตนจริงก็เอาตามภูมิของเราขยายผ
อ่านต่อ
สมไปเสมามันก็ทำให้เพี้ยนทำให้เบี่ยงไปแล้วคำสอนต่างๆนี้มันจึงค่อยๆลดลงมาเรื่อยเพราะมันยากธรรมะของพระพุทธเจ้าแบบเน้นจุดที่ละเอียดแยบคายแต่นี่เอาเป้าหมายที่จริงๆอ่ะมันก็ยากทีนี้พระพุทธเจ้าที่ท่านประดิษฐ์ประนอมถ้าอธิบายธรรมะของคนอื่นท่านก็เข้าใจท่านก็บอกรับตามที่เข้าใจตามสมมุติเขายึดแล้วก็รับแล้วท่านก็ขยายเพิ่มขยายอะไรก็ได้ผสมพิเศษคนที่ไม่เข้าใจก็นึกว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยรับเอา อะไรๆทั้งหมดก็นึกว่าพระพุทธเจ้ารับเอาธรรมะอะไรอะไรทั้งหมดว่าเป็นทิศทางของพุทธหลังไม่เข้าใจในฐานะที่พระพุทธเจ้าท่านประนีประนอมท่านไม่ทำการฉันไม่ปฏิเสธรุนแรงอะไรเนี่ยคนก็เลยแยกไม่ออกเข้าใจไม่ได้สำหรับบางสิ่งบางอันเพราะว่าเราจะต้องละเอียดละออแทบคายดูดีๆของเก่าของใหม่ของพระพุทธเจ้าเองกับของเก่าๆเขามีมาเยอะแยะแล้วแถมยังไม่มีของใหม่หลังพระพุทธเจ้าที่มันเยอะมันใหญ่อย่างเช่นกองกำลังพูดกันถึงเรื่องแย่ส่วนของจิตส่งไปชัดๆส่งคำว่าฌาน สักอย่างหนึ่งวิมุตอีกอย่างนึงแล้วก็สภาพของฌานที่อยู่ในสภาพเอาอาการหรืออัจฉริยะว่าเข้าไปอยู่ในภวังค์โดยตัดทวาร 5 ออกแล้วก็เน้นไปให้รู้ว่ามันก็เป็นความหมายว่าตัดเข้าไปในภวังค์หรือลืมตาอยู่แล้วก็พยายามอธิบายลักษณะของจิตที่ลืมตาอยู่จะเรียกฌานนั้นอย่างไรหรือว่าแม้หลับตาเข้าไปแล้วตัดทวารหน้าเข้าไปแล้วอยู่ข้างในนั้นจะเรียกว่าชาญก็อย่างไรฌานในขณะหลับตาเป็นของพุทธที่หมายก็มีคุณลักษณะอย่างนี้แล้วก็มีกรรมวิธีเป็นยังไงต่อไปในขณะที่อยู่ใน ในภวังค์อย่างนั้นผมพูดก็มีเขาฤาษีก็มีเจดีย์ต่างๆก็มีในหลับตาก็มีลืมตาเนี่ยถ้าศาสนาอื่นไม่เรียกว่าฌานไงในศาสนาเดียรถีย์ส่วนใหญ่ไม่เอาไม่ค่อยเข้าใจแต่เขาพูดเอาทั้งหลับตาเอาทั้งลืมตาและก็เหมือนกันหลับตาก็ลืมตาก็มีสภาพจิตนั้นเหมือนกันซึ่งจะต้องรู้จริงๆว่ามันเป็นไปได้เหมือนกันอย่างนั้นอย่างนั้นโดยไม่เลยเถิดเกินไปไม่ปักใจเกินไปมีความเข้าใจผิดจนจะเอาเหตุอื่นจะเอาปัจจัยอื่นมาผสมเช่นว่าจะต้องปรับทวาร 5 หลับตาจึงจะรีบประชานิ ลืมตาไม่ใช่อันนี้เรียกว่ามันไปเอารูปมาข่มนามไปเอารูปของการปตทวานห้ามมาข่มจิตที่จริงจิตอารมณ์ของจิตลืมตาทำอย่างนั้นก็ได้แล้วได้ดีกว่าด้วยกับหลับตาเข้าไปแล้วก็ทำจิตอย่างนั้นแหละให้มันเป็นจริงในอารมณ์อย่างนั้นแหละถึงยากกว่าด้วยแต่ถ้าทำได้ในอารมณ์หลับตาเป็นอย่างนั้นยากๆเลยได้ถ้าลืมตามันก็ได้แต่ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจก็เลยเอาไอ้แค่ปัดทวาร 5 นี่มามามาขั้นตัวเองเสียแล้วก็ปิดเป็นอุปทานเลยว่าไม่ใช่ดวงตาเป็นชายไม่ได้แต่ไม่ได้เป็นชายก็เลยไม่ได้มาสอดส่องไม่ได้มาอ่านดูดู๊ลืมตาก็อารมณ์เดียวกันน่ะอารมณ์ที่มันไม่มีการ พยาบาทไม่มีอะไรต่ออะไรผมเนี่ยโดยใช้ความหมายที่กำหนดจำกัดความนิยามความลงไปให้ชัดๆลองอ่านลองพยายามดูอารมณ์จิตของเราซิมันเป็นด้วยเป็นจริงด้วยใช่ไหมแล้วกลับจะเห็นชัดว่ามันมีสติสัมปชัญญะเต็มมันมีธรรมวิจัยมันมีวิริยะได้สมโภชทรงเดินงานอยู่มีปิติแล้วก็มีประสิทธิภาพเป็นตัวสมาธิแท้ๆมีอุเบกขาลมได้ชัดๆมีองค์โพชฌงค์กดเต็มจะบอกว่าองค์ฌานมีวิตกวิจารณ์มีผิดๆมีสุขมีอุเบกขาก็ทำได้ระดับของฌาน 1 2 3 4 ก็จะได้ตามขั้น หลายคนอาจจะต้องทำท่าชาญที่เป็นชาญองค์ที่ 4 ให้มีระยะนานๆอยู่เฉยๆเป็นอุเบกขาโดยไม่มีอารมณ์เป็นวิตกวิจารไม่มีอารมณ์เป็นปิติมีแต่อารมณ์เฉยอุเบกขาเฉยว่างสบายเบาด้วยนามกายอยู่ก็อาจจะยากสำหรับผู้ที่ใหม่ๆผู้ที่ยังไม่มีอินทรีย์พระเพียงพอลืมตาสติสัมปชัญญะมีสัมผัสต่างๆตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสต่ออะไรต่ออะไรอยู่ซึ่งมันกวนใจมันยั่วยวนมันดึงดูดให้เราไปนึกคิดให้เราไปติดตามปล่อยไม่ได้อะไรผ่านตาผ่านหูอะไรมันก็อดไม่ ที่มันจะต้องสัญญาแล้วก็สังขารปรุงตามเข้าไปมากคือจะรู้แล้ววางไม่เป็นหรือแตะรู้แล้ววางเฉยไม่ต้องมาปรุงมาแต่งอะไรทำยังไม่ได้หรือยิ่งจะให้เป็นอุเบกขาที่สนิทต้องไปให้น้ำขันทำงานได้แค่เวทนาแต่แล้วก็แทบจะไม่รู้ไม่รู้เกือบจะไม่กำหนดลงไปเลยว่าอะไรก็เฉยอยู่ขนาดนั้นมันยิ่งเกลียดยิ่งยากขึ้นไปอีกเป็นอุเบกขาที่สนิทเนี่ยลงไปอีกแต่ผู้ที่ยังไม่ได้ฝึกแม้ลืมตานี่แหละยังไม่ได้เป็นจริงอำนาจกิเลสมันก็อาจจะมีเชื้ออยู่ในจิตมากมันก็กวนมากมันก็อินทรีย์พระรามมันก็ไม่แก่กล้า รับสัมผัสมันก็ไม่ค่อยได้ก็จริงก็จริงเมื่อทำไม่ได้มันก็ยังไม่เห็นชัดเพราะงั้นก็จึงพูดที่ไม่ได้ทำด้วยแล้วไม่เข้าใจอย่างนี้ด้วยไม่ฝึกอย่างนี้ด้วยไม่รู้งี้ด้วยจึงอธิบายฌานแต่เฉพาะแต่ในหลับตาเพราะว่าในหลับตาว่ากันจริงแล้วถ้าเผื่อว่าหลับตาก็ไปตราบทวารหนูไม่รับรู้สึกไม่รับผัสสะอยู่ในจิตเฉยๆแล้วก็พยายามไม่มีสติเต็มดึงสติมันยากตรงที่ดึงสติขึ้นมาเต็มในขณะที่ฌานหลับตาหลับทวาร 5 เนี่ยมันยากกว่าตรงที่จะต้องให้มีสติขึ้นมาเต็มเป็นสติสติสัมโพชฌงค์ฟังพร้อมไม่ง่วงไม่เหงาไม่มีทีนะคือถ้าเข้าไปในภวังค์แล้วมันก็จะต้องระวังจะอดจะกลับทีนะมีพระ ผับไอ้อุจจาระมันก็กลายเป็นกรุงกามโรงพยาบาลนะมันไปฟุ้งปรุงถ้าเผื่อว่ามันตื่นมันไม่มันไม่ตกหลี่ไม่ตกทีนะมีพระเจ้าก็ทำงานกลายไปเป็นปรุงเป็นพยาบาลปรุงไปเป็นอะไรต่อไปอันนี้แหละจุดนี้แหละที่เขาไม่เข้าใจกันโดยเฉพาะไปเป็นชาญฤาษีพอสักวาหน้าเข้าไปแล้วก็ไปเอาอะไรเกี่ยวกับไว้ให้จิตมันไม่ตกเป็นทีนะมีพระจิตมันก็เตะมันก็ตื่นพอเข้าไปในอารมณ์ตัดทวาร 5 เสร็จแล้วจิตก็มีมีก็มีเรื่องที่ติดเกาะนั่นแหละเล่นไปปรุงไปอย่างเช่นสมมุติว่าใช้ตัดสินพอติดกฐินเข้าไปข้างในเป็นทหารนิมิตรแล้วผมมั่นคงดีกว่านี้ก็ขยายเป็นปฏิภาคนิมิตเหมือนกับเขาเกาะดินน้ำไฟ ลมหรือเกาะลูกแก้วเกาะพระแก้วเกาะอะไรก็แล้วแต่นะเพชรเกษมเข้าไปแล้วก็ไปเล่นขยายออกขยายเข้าแล้วก็เอาอุปทานมาๆๆมาเติมเข้าไปสร้างนิมิตรก็เกิดไปตามที่เราเองมีอุปทานมีความนึกคิดมันก็เป็นภาพนิมิตภาพสร้างอะไรต่ออะไรขึ้นมามันก็เป็นได้มันเหมือนฝันน่ะเมื่อเหตุปัจจัยมันครบพยายามที่จะให้มันเป็นอย่างนั้นจนสมใจได้ก็ได้เป็นมโนอัตราสิ้นเปลืองมโนไม่อยากตาอันใดที่ยังไม่ชัดมันก็เป็นอลูผมไม่อยากตายอยู่มันจะไปถ่ายรูปอยู่มันยังมีอยู่เบื้องหลังจนมันมาเป็นแล้วมันก็ได้พอได้เป็นภาพเป็นรูปเป็นอะไรที่จริงมันไม่มีรูปปั้นอย่างนั้นหรือรูปภาพอย่างนั้นมันไม่มีหรอกยิ่งเรื่องของจิตมันไม่มีลูกไม่มีโฉมไม่มีอะไรแต่เขาก็ปั้นมา เป็นรูปสวรรค์เป็นรูปนรกเป็นรูปต้นหมากรากไม้เหมือนกับเรื่องของวัตถุเนี่ยมันก็เรื่องของน้องแต่ตกแต่งยิ่งกว่าจะทำยังไงก็ได้จะเอาหัวช้างมาผสมกับคนอย่างเป็นพระพิฆเนศที่จริงมันไม่มีหรอกว่าพิฆเนศอย่างนั้นมันไม่มีมีแต่นิทานแล้วก็ไปตัดหัวช้างมาสวมใส่ตัวคนเลยกลายเป็นคนมีหัวเป็นช้างพระพิฆเนศมีแต่พระเทพเจ้าบูชามันก็ปั้นได้มันจะเอาหัวลิงมาใส่หัวคนก็ได้มันจะเอาหัวหมามาใส่หัวคนมันก็มีทั้งนั้นน่ะอย่างทางตะวันตกเขาก็มีเพอร์ซี่ซึ่งเป็นหัวคนแต่ตัวเป็นสัตว์ 4 เท้าอย่างเงี้ยไอ้พวกเขาถูกที่เขาก็เป็นเทพเจ้าแบบนั้นน่ะหัว ตัวคนมันก็มีเหมือนกันในทางภาคตะวันออกของเราก็มีอย่างพระพิฆเนศอย่างนี้หัวเป็นช้างตัวเป็นคนหรือว่าจะสมมุติอะไรขึ้นมายังไงยังไงก็สมมุติแล้วก็ถูกเรื่องถูกราวให้ดูมันเป็นนักประพันธ์เป็นอะไรก็ได้แต่งขึ้นมามันก็เป็นมันก็มีทีนี้มันมีของซ้อนอยู่อยู่ในผู้ที่มีปัญญามีความรู้หน่อยก็มีอะไรซ่อนอยู่ในใจอยู่ในจิตอยู่ในนามซ้อนกลับไปอีกแทนที่จะเอาแต่รูปตอนนั้นมันก็มีความหมายรูปก็ไปหาน้ำด้วยอธิบายอะไรอีกเยอะแยะซึ่งก็ไม่สามารถที่จะเล่าสู่ฟังแล้วมันมันรุ่มร่ามแต่มันเยอะแยะมากมายถ้าเป็นแต่เพียงว่าเขาเอาส่วนหนึ่งเหมือนมีฐานเหมือนเรื่องหนังทั้งเรื่องมี ติดอยู่สักนิดหน่อยเท่านั้นน่ะก็เอาคติหรือว่าข้อคิดหรือว่าแนวที่ดีอันนึงมาไว้สำหรับให้เราได้ศึกษาให้เราได้ทำอะไรต่ออะไรขึ้นไปก็เท่านั้นเองแต่ทีนี้เราเอาเคล็ดเอาข้อที่เป็นคติที่เป็นความหมายดีๆนั้นได้แล้วก็แล้วกันแล้วก็ปล่อยเรื่องปล่อยให้พาหะที่มันนำมานั้นเสียอย่าไปยึดติดว่ามันมีจริงเป็นจริงเราได้อคติเราได้สิ่งดีนั้นแล้วก็แล้วไปแล้วเราก็เอามาใช้เอามาปฏิบัติประพฤติมันเป็นความรู้จิตคือธาตุรู้และเราก็เอาความรู้มาเป็นทฤษฎีมาเป็นแนวมาเป็นอะไรที่เป็นทำให้เราเองได้ตกแต่งปรับปรุงแล้วก็เอามาทำมันก็ใช้ได้ อะไรๆก็เหมือนกันนะจะอ้างว่าเป็นเทพเป็นนรกเป็นผีเป็นสางเป็นชาวพอตกนรกไปตกกระทะทองแดงถูกชนถูกกวนต้มอยู่ในกระทะอะไรต่างๆนานาพวกนี้ไอ้โดยความจริงมันไม่มีหรอกแต่ว่าเขาเอาน้ำเอาวิญญาณธาตุของมันว่าเหมือนกับเราไปถูกต้มในกระทะทองแดงถูกคนถูกกวนไปตกเป็นปีหนามงิ้วจนแสบทั้งเจ็บเลือดไหลนะจะถูกทิ่มถูกแทงหมาชอบหมากัดมีศพมีนกมาโขกมาสับมาเจาะหัวเจาะอะไรต่างๆนานารวนแล้วแต่หนึ่งให้รู้สึกกลัวบาป 2 ให้รู้จักว่ามันมีความเป็นทุกข์มีอารมณ์เป็นทุกข์มีลักษณะทุกข์ลักษณะเจ็บปวดลักษณะที่ทรมานลักษณะ มันไม่ใช่เป็นในทางที่ดีถ้าผู้ใดเทียบเคียงเห็นรู้ชัดเจนว่านามธรรมก็เป็นอย่างที่เขาปั้นรูปปั้นบ้างตัวปั้นตนก็มาเทียบชัดเจนนะคนจะเห็นเป็นรายละเอียดที่ชัดยิ่งกว่านั้นว่ามันเจ็บแสบหรือว่ามันเจ็บปวดหรือว่ามันทรมานมันเป็นทุกข์อริยสัจชัดยิ่งกว่านั้นอีกบางคนเห็นได้ชัดเพราะรับรู้สึกได้สัมผัสจิตแล้วก็เข้าใจว่าชั่วดีเข้าใจว่าที่มันมันน่าละอายมันน่าเจ็บน่าปวดแล้วเขาก็รู้สึกของเขาได้บางคนที่มันหยาบคายแม้มันจะเป็นชั่วอย่างไรมันก็ไม่รู้สึกเจ็บไปรู้สึกปวดไปรู้สึกสะเทือนแต่ยิงไม่ใช้วิธีนับกลับกลายเป็นรู้สึกชอบใจถ้าได้ทำชั่วทำบาปด้วยซ้ำไป รสชาติมันดีอะไรงี้อย่างพวกซาดิสอย่างนี้ยิ่งเจ็บยิ่งปวดยิ่งทรมานยิ่งมันอะไรงี้มันบ้าตีลังกาตีกลับบ้ากันใหญ่แต่มันๆมันถึงไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วแถมเป็นจับตาลปัตรผิดจากความจริงมาเป็นความไม่เป็นจริงเอาความไม่จริงมาเป็นความจริงอีกเอาพลังของไม่น่าไม่สมควรมาเป็นของสมควรมาเป็นของหน้าได้นะมีอย่างงี้มันตีกลับไปอีกด้วยซ้ำไปเพราะว่าเราเราในธรรมดาคนสามัญที่ไม่ถึงขั้นตีกลับนี่ก็ต้องรู้แล้วก็เห็นจริงจิตผู้ที่จะรู้ทุกข์ได้ละเอียดยากยิ่งกว่าจากเส้นผมออกเป็นร้อยแฉกแต่ละแชร์ก็ให้เท่ากันซะด้วยนี่เป็นอุทาหรณ์เทียบเคียง แล้วมันจริงๆด้วยเราจะรู้ว่านี่เป็นทุกข์นะมันยากเป็นระดับชั้นของภูมิธรรมของแต่ละมนุษย์จริงๆพรุ่งนี้รู้ความชั่วอย่างนี้ถือว่าชั่วแล้วเขาก็ไม่เอาก็ถือว่าไปละเมิดทำไมไม่ดีมันเป็นทุกข์เป็นเหตุแห่งทุกข์เจ็บปวดกว่าๆเขาไม่เอาเขาก็ละกันได้ปล่อยได้วางได้ถ้าพูดได้ยังอยากอยู่ก็ทุกข์ก็ไม่รู้ทุกข์แล้วก็ไม่หาเหตุแห่งทุกข์เหตุเพราะจิตของเรานี่แหละไปยึดไปถือจิตของเรา 1 ไม่เอาจะมาเอาเรื่องไม่เอาเรื่องเลยก็ไม่รู้ทุกข์แล้วก็ไม่ได้เพราะเพื่อนทุกมีแม้ทุกข์อยู่ก็รู้สึกว่าเหมือนก็ไม่ทุกข์อะไรธรรมดาไม่เห็นเป็นไรกินเหล้ากรอกคอเข้าไปธรรมดามันร้อนก็ร้อนแค่นั้น ไปฝึกตนสดเข้าไปได้แล้วแก่ๆแสบคอเลยเหมือนกระทะเหมือนหน้าทองแดงจริงๆเลยดีกรี 68 10 Take ร้อนวาบไปเฉยๆไม่เห็นเป็นไรขอดอกแดงด้วยนะเขาบอกว่าเขาคอทองแดงด้วยทำไมนั้นมีน้ำทองแดงเหรอเขาก็คอทองแดงเพราะฉะนั้นถึงไม่เป็นอะไรคอของฉันรับได้ซึ่งน้ำทองแดงทองแดงฉันก็เก่งแล้วเขาก็ไม่รู้สึกทุกข์ก็ทำเป็นๆเฉยๆมันในยักษ์คล้ายๆกันกับที่ผ่านเหมือนกับก้อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กผู้ที่เป็นก้อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหลวนี่ก็เฉยต่อทุกข์เหมือนกันนะใช้ต่อทุกคนนะเขาสักพัก เขาก็เฉยเหมือนกันแต่ความเฉยอันนึงโมหะความเฉยอันหนึ่งปัญญาใช้อันนึงนั่นน่ะมันมีอนุสัยอาสวะมีจิต 1 ชอบ 2 มีภาวะมานะนี้เป็นหลักใหญ่ๆ 2 อันอันหนึ่งเป็นเทวดาเทวดานี่ก็เสร็จเป็นกามชอบอร่อยมีรสพระพรหมก็หมายความว่าใจถึงแม้จะไม่ชอบแต่ต้องทนถ้าทนได้และได้รถอะไรได้พวกเก่งแต่เก่งในใจแต่ถ้าความชมเชยอันนี้เป็นอารมณ์พรมอารมณ์เทพชอบรถนั้นติดจริงๆเป็นนรกอร่อยจริงๆสวัสดีอีกอันนึงทนทำได้ ที่จริงอาจจะทุกข์อยู่ในตัวก็พอรู้อยู่บ้างแต่ทนทำได้เพราะว่าถ้าทำแล้วได้รับคำชมเชยได้รับคำยกย่องได้รับความเก่งเป็นเก่งนี่เป็นอารมณ์ใหญ่ๆหัวข้อใหญ่ๆสำหรับมนุษย์ด้วยสำหรับจิตวิญญาณเป็นเทพหรือเป็นพรหมในลักษณะอย่างนี้เสร็จแล้วก็ทนทำถ้าเผื่อว่าอร่อยก็ไม่ต้องทนอะไรมากชอบไปกับจิตกับใจผิดไปเห็นว่าเป็นชอบส่วนพรมนั้นทนได้ถ้าเผื่อว่ามีอารมณ์ชื่นใจมีอารมณ์ที่ตอบแทนมันคุ้มพอมันก็ไม่ต้องทนอะไรเหมือนกันมันรู้สึกว่ามันแรกคุ้มคล้ายๆกันแรกคุ้มเราได้ดีใจเราได้ชื่นใจเพราะเราได้รับคำชมเชยได้รับความเก่งได้รับความ ต้องนับถือเชิดชูใหญ่เด้งเหนือสูงเก่งอะไรพวกนี้เด่นดีอะไรงี้หลงในสภาพอย่างนั้นนี่เป็นอารมณ์พรมก็แลกเอางั้นคนที่ทำด้วยอารมณ์อย่างนี้ซุกซ่อนอยู่ในจิตก็ทำได้ทนได้ด้วยอารมณ์อย่างนี้แต่ถ้าคนที่เฉยได้แบบน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กนั้นเฉยไม่ใช่เพราะว่าเราจะได้อารมณ์พรมหรืออารมณ์กรรมไม่มีเสพติดเพราะมันอาจจะอร่อยไม่แล้วเข้าใจมันไม่อร่อยหรอกถ้าอร่อยอยากกินสะเดาเนี่ยในขณะที่เราติดเรามันอร่อยนะสะเดาแต่พอเวลาเราไม่ได้ติดไม่ ถ้าดาวมันไม่ได้อร่อยหรอกมันขมกินแล้วมันก็ขมมันไม่ได้อร่อยมันกินยากอาจจะมีเวลาเราตัดความชอบได้เราก็จะรู้ความคมชัดแล้วก็จะรู้ความไม่อร่อยชัดทีนี้ไม่อร่อยก็จะผลักเพราะว่ามันกินยากโดยทำเราก็ต้องเสพคุณแล้วก็ต้องเอามาที่กลางวันที่วางว่าเออมันก็ฝืนนิดๆหน่อยๆมันก็ทุกข์พอทนได้ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเราก็จะรู้ว่าทนนะทนได้โดยไม่ยากเพราะว่าอันนี้มันต่างกับของจืดๆกลางๆถ้าทำด้วยธรรมชาติของมันจืดๆกลางๆมันก็ง่ายกว่าไอ้ที่มันจะจัดจ้านๆเผ็ดเปรี้ยวหวานมันเค็มอะไรมันก็ตามฆ่าออกไปถ้าจุดๆมันก็ ปรางอื่นๆมันไม่จืดมันก็มีค่าที่แรงไปตามค่าของมันเราไม่ได้ชอบเพราะว่าเราชอบไปเชิงหวายชอบไปเชิงขมๆเผ็ดอะไรไม่ใช่แล้วก็เฉยๆพอวางใจได้แล้วเราก็จะกินได้ง่ายทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากตามฆ่าของมันถ้าอันไหนที่ไม่มันฆ่าอ่อนมันมาหาเธอมันก็ไม่ต้องทนอะไรไม่ต้องทนอะไรมันก็สบายง่ายทีนี้เอาล่ะทีนี้บางคนอาจจะทนได้ด้วยยิ่งมีจิตอีกตัวนึงเลี้ยงคือจิตพรมพอทำได้แล้วก็เลยปิติจ่ายนี่มันเป็นอารมณ์ผมอารมณ์ฌานเนี่ย อารมณ์ปิติสุขเนี่ยทำได้แล้วเข้าใจดีทนได้เนี่ยมันเป็นอารมณ์ปิติอารมณ์ของจิตโดยตรงและทำได้แล้วก็ไปติดใจชื่นใจชูใจของตัวเองดีไม่ดีอวดได้ด้วยเก่งด้วยนะโชว์ได้ด้วยก็มีอารมณ์เป็นเชิงอวดอ้างเด็กก็เด่นใหญ่เก่งพวกเนี้ยฟังดีๆไม่ใช่เชิงกรานต้องแยกตามกับพรมนี้ให้ออกเพราะมันเป็นเรื่องของมานะเป็นเรื่องของจิตจิตใจอยู่ที่อารมณ์อีกอย่างหนึ่งไม่ใช่อารมณ์อร่อยชื่นใจเป็นปรุงเป็นกามโดยตรงไม่ใช่รถตามต้องแยกรถกันรถพรมไม่ออกรถเทวดากับรถเทวดาสมมติเทพนะไม่ใช่เทวดาอุบัติ แยกให้ออกเพราะมันเป็นอารมณ์อย่างนี้มันก็ชูใจได้ก็อย่าอวดเก่งเรียนจบเลี้ยงตัวก็ทำได้เพราะโชว์เก่งหนักหนาเหน็ดเหนื่อยสู้ทนยังไงก็ดูเหมือนมันเบาไปแล้วมันง่ายไปแล้วมันทำได้ทีเดียวแหละมันก็มีกิเลสแฝงอยู่อีกส่วนหนึ่งเหมือนกันแม้ลดอารมณ์ตามได้แล้วก็มีอารมณ์พรมเข้ามาเพื่อเกื้อกูลเอาไว้ทำเอาไว้ก็ต้องรู้เท่าทันแล้วเราก็ต้องลดลงมีสติสัมปชัญญะเปลี่ยนจิตไม่ให้เป็นมานะไม่ทำอวดเก่งอวดกล้าอวดดีอวดโชว์จิตใจรู้ว่าอันใดดีควรทำก็ทำไปสมควรอันใดไม่สมควรก็ไม่ทำพอเหมาะพอจะไม่ได้ทำเพราะว่าอันนี้ต้องอ่าน อำเภออะไรที่จะได้เด่นได้โชว์ทีนี้มันก็มีสอนลงไปอีกว่าเราจะต้องทำขวดทำอ้างในคราวที่ต้องอวดต้องอ้างอีกเป็นครูเขานำเขาเป็นตัวอย่างครับอันนี้ต้องมีสติสัมปชัญญะมีเจตนาจริงแล้วก็ปรุงไปตามสมควรตามฐานะตามขั้นตอนอย่าทำใหญ่มากคมมากจนกระทั่งคนที่รับเป็นลูกศิษย์หรือว่ารับไปเนี่ยเห็นแล้วกลัว 1 2 เห็นแล้วหมั่นไส้ดีแลนด์เกินไปก็แหมนี่มันปวดข้างมากไปแล้วเราก็ต้องคำนวณประมาณว่าอันนี้ไม่ต้องโชว์มากไปขนาดนั้นมากไปแล้วเขาก็ใส่นะ มีขอบเขตและบางคนถ้าขนาดนี้แหมกำลังขณะนี้กำลังดีชอบปรับปรุงให้จับตัวนี้ก็ได้แต่เราอย่าไปถึงจะขนาดนั้นเนี่ยเราต้องประมาณถ้าจากขนาดนี้แล้วมันไส้เลยมันปวดนี่หว่าอย่างนี้มันก็เขาตีราคาของเขาเองนะเขาตีราคาเขาเองอันนึงก็ปวดมากไปก็กลัวเลยไม่หมั่นไส้หรอกแต่กลัวโอ๊ยอย่างนี้ไม่ไหวหรอกถ้าอย่างนี้เขาไม่มาคิดว่ามันจะดีเขาไม่เอาถ้าอย่างนี้เขาอินทรีย์พลังเขาผอมเขาไม่เอาเลยขนลุกขนพองไม่กล้าเลยอันนี้ก็ไร้ผลถ้าลุงจะโชว์ตั้งใจจะนำตั้งใจจะยืนยันว่ามันทำได้มันไม่ได้เป็นทุกข์ไม่เป็น ตอนนี้อยู่อย่างนี้แหละสำคัญอย่างนี้สัมผัสอย่างนี้เกี่ยวข้องอย่างนี้ไม่ได้เป็นทุกข์หรอกนะทำให้เขาดูยืนยันให้เขาเห็นจริงเป็นไปได้เราต้องทำงานต้องคำนวณว่าจะทำขนาดไหนด้วยและพร้อมกันนั้นเราก็จะต้องดูจิตของเราให้เนียนเลยนี่มันละเอียดนะอันนี้ฟังดีๆไม่เข้าข้างจนแล้วมันจะเข้าข้างตนง่ายที่สุดมันแก้ตัวแว๊บเดียวมันก็แก่ได้แล้วด้วยคำอ้างมาขั้นนิดเดียวแท้จริงแล้วมันจะโชว์มันจะอวดอ้างตัวตนแล้วมันก็ฟูใจก็อ่านจิตที่ภูมิใจที่ชื่นใจไหมมันเป็นรถอยู่ข้างในให้ชัดที่สุดยากมากอันนี้ยากมากเพราะมันเป็นขั้นปลายปลายแล้วมันเป็นเรื่องของ พรหมชั้นสูงมันยิ่งมันเป็นขั้นเลยอภัสราพรหมเลยสุภิญญามหาพรหมไปไม่จำเป็นต้องเข้าไปเป็นพรหมพวกนั้นเป็นพรหมที่ละเอียดมากแล้วก็เป็นผลอวดผลหรือว่าเอาผลมาให้คนอื่นรู้เนี่ยอัปลักษณ์เบาบางเหมือนจะทำกันอยู่ในสภาพของอากาศก็พ้นเป็นเรื่องที่ยากส่วนบางคนก็ไม่รู้เรื่องเลยก็อาศัยดีกำหนดสัญญาไม่ออกไม่กำหนดสัญญาอะไรเลยส่วน ไม่รู้ก็ต้องพยายามในฐานะของพรหมขั้นศุภกิจมหาพรหมสัตตาวาสแต่ว่าเท่าไหร่ผมจะกินอาหารมีอภัสราศุภะกินอาหารยังมีพรหมสองมีเดรัจฉานเอ้ย 1 มีเดรัจฉาน 2 พรหมจะสามารถพัฒนาสื่อเพื่อกินอาหารสัตวบาลคือเวหาผลและอสัญญีนี่แหละคือกินอาหารอาจารย์ สวนเวหากับศุภะนั่นคือส่วนดีส่วนขาวส่วนแจ้งศุภสุตาอันนั้นเป็นดำมืดอสุภะเกณฑ์ทหารถ้าเราสัญญากำหนดหมายลงไปไม่รู้เข้าใจอารมณ์จริงๆของจิตของเราอย่างนี้ไม่ได้มันก็คืออสัญญีถึงแม้จะนอนกำหนดไปได้บ้างไม่ได้บ้างก็เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะ แท้ๆเข้าไปทุกทีกลับเกือบจะเป็นอสัญญีเลยเชียวทีนี้ถ้าเกิดว่าตัดล่ะส่วนตัดกิเลสจึงก็ทำไม่ให้มีอ่ะกินกันกินกันยะอะไรอย่างใดไฉนแท้ที่จะไม่มีนัตถิกิมจิอะไรจะไม่ให้มีนะจ๊ะที่ไม่ให้มีไม่มีกินเจติอย่างใดเช่นใดแท้มันเป็นของละเอียดของเล็กของน้อยของนิดของน้อยกิมจิมันขอสุขุมแล้วนะต้องรู้ว่าหมายเอาอะไรที่จะไม่ให้มีมีต้องมีตัวตัดสินเป็นตัวแยกแยะเอาจิตจันทร์จะไม่ให้มีรู้แล้วว่าตัวนี้จะไม่มีแล้วทำไม่ให้มีถ้ามันยังมีอยู่ก็เป็นแนวรับสัญญาณทำไมมีจริงๆเป็นโรคสัญญา กำหนดแม่นเปล่าก็เป็นตัวสำเร็จเลยเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธเรียนแท้ฟังดีๆนะผู้ที่ไม่ได้เข้าใจภาษาไม่เข้าใจสภาวะไม่รู้จะเอาอะไรก็ต้องเอาสมุดเดิมของท่านนี่แหละใช้แล้วแล้วมันขยายให้เข้าใจเอาสมุดกำหนดภาษาเดิมของท่านนี่แหละมาอธิบายให้เข้าใจผมไม่ได้ตั้งใหม่นะแต่ผมเองมาใช้อาคมของผมพยายามทำคัมภีระพยายามทำคาถาพยายามสรุปบ้างขยายบ้างเพื่อที่จะให้คุณสื่อความหมายก็ไปรู้ผมมีของจริงผมมีสภาวะพวกนี้เข้ามาเป็นแล้วมีแล้วจึงเอามาแย่งมาอ่านมาทำความเข้าใจขยายคุณได้รู้บ้างโดยความเห็นของผมจริงๆแน่ใจว่ามีแต่ถูกต้องแน่แท้มีสภาวะ อย่างนี้จริงๆมันลงตัวอย่างนี้จริงๆตามความรู้ของผมแล้วผมก็เห็นว่าอย่างที่เขาอธิบายอาคมต่างๆรุ่นก่อนๆเกจิอาจารย์จะเสียจนกระทั่งรถฐานะลงมาอากิญจัญญายตนะมาอธิบายไปอธิบายมาจนกลายเป็นว่าเหมือนอาศัยดีคือดับกำหนดสัญญาอะไรเลยแต่เป็นความหมายซ้ำกับอสัญญีอย่างเก่าผมก็เข้าใจนะอากิญจัญญายตนะคือนั่งหลับหลับฝันดีเลยซ้ำกันกับอีกสัญญาอีกกำหนดหมายภาษาหนึ่งสมมติตัวนึงคืออัจฉริยะผมก็เข้าใจผมก็บอกว่าอย่างนั้นผมรู้แล้วนี่นาอาศัยอยู่ผมก็รู้ทำไมอ่ะกินจรรยาจะน่าจะต้องเป็นเหมือนอสัญญามันไม่ใช่นะมันมันแยกออกมาต่างเอามาอยู่ ต่างคำว่าไม่มีดับสนิทมันมีด้วยการชนะน่ะมันดับสนิทมีด้วยอะไรชั้นไหนล่ะที่ต้องการนับถือไม่ให้มีจริงๆหรือให้กับเศรษฐกิจพอบ้านทั้งบ้านไปหมดอย่างที่เคยยกตัวอย่างไอ้ของอยู่ในบ้านนี่ก็ดับหมดแต่เขาพระพุทธเจ้าไม่ต้องเผาของดีเอาไว้เอาแต่ไอ้ต้องของเสียจริงๆดึงออกมาเผาเอาแต่ไอ้โจรกลับมาฆ่าข้าแต่ไอ้โจไม่ต้องไปเผาบ้านแล้วก็ให้โจรตายด้วยอันนั้นมันไม่เก่งนี่มันไม่สุขคุ้มกันมีดนี่มันทำลายด้วยเขาไม่กล้าจึง ประโยชน์สูงประหยัดสุดไม่ไปทำลายสิ่งที่ไม่ควรทำลายเอาแต่สิ่งที่แท้ๆที่ควรทำลายมาทำลายไปเฉพาะอย่างนั้นถ้าเข้าใจความหมายนี้นะได้เห็นแจ้งชัดเลยว่าศาสนาพุทธเหนือกว่าศาสนาอื่นสุขคุ้มกว่ายากกว่าจริงๆพยายามที่ว่าเผาบ้านไปเลยไอ้โจรมันอยู่ในนั้นด้วยก็ตายไปด้วยแหมที่มันจะยากอะไรไม่ยากหรือเหมือนผลไม้ทั้งผลมีทั้งเมล็ดตัวนำเกิดอยู่ในตัวมันเอาผลไม้มาทั้งผลเผาทิ้งหมดเลยทำลายเชื้อว่างั้นนะเผาทิ้งทั้งผลอ้าวเอาเนื้อมากินเอาแต่เมล็ดมันที่มาเผาทิ้งถ้าจะดับเชื้อควันเอาแต่เมล็ดมันออกมาเผานั่นแหละตัวเชื้อตัวนำ อย่าไปเอาผลไม้ทางผลมาเผาทิ้งถูกผลไม้เนื้อมันกินได้มันเป็นของที่สังเคราะห์ร่างกายเป็นของที่ยังมีใช้อยู่เหมือนว่าจิตวิญญาณมันภาพใช้จิตวิญญาณนี่มันธาตุใช้นะธาตุที่เราใช้มันได้ผ่านจะเข้าใจว่าทาสถ้าเราเหนือมันเราก็มันเป็นภาษาเราจิตวิญญาณก็เป็นภาษาเป็นภาพเราด้วยมันเป็นธาตุถูกใช้มันเป็นทาสใช้นะมันเป็นน้ำขันในตัวเรานะสะอาดสะอาดถ้าเราเอาเชื้อนี้ออกเชื้อนำเกิดเอามาทำลายโดยเฉพาะเชื้อคือเชื้อโลภะโทสะโมหะนี่คว้านเอามาให้ดีเอามาเผาทิ้งออกพี่นิดให้ชัดชายาแปลว่าพินิจพิจารณา เพ่งพินิจมันมีความละเอียดเข้าไปอีกพินิจชายะทะยักถถุงพินิจและเอาออกมาเผาเอามาฌาปนกิจชาวปนกิจแปลว่าการเผาฌาปนกิจเอาออกมาเผาพูดเป็นเหมือนกับรูปเลยนะก็มันก็มีความหมายเป็นรูปอย่างนี้เดี๋ยวนี้ชาวพนกิจเขาก็เผาแต่ก็เผาร่างไม่ได้เผานานถ้าเผาขันรูปขันก็เอาออกมาเผาเลยเอามาทำลายจะเห็นได้ว่าในระยะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ยากแต่ประโยชน์สูงประหยัดสุดแล้วไม่ละลาบละล้วงไม่เลอะเทอะเขาเป็นดับจิตเล่นเฉยๆอสัญญีไม่ใช่อสัญญีอากินจรรยา จึงต่างจากอสัญญีและมีประโยชน์สูงประหยัดสุดกว่าอสัญญีพอเข้าใจไหวไหมมันต่างกันมันเด่นชัดถ้าใครทำลายตัวที่ไม่ต้องการให้มีนั้นได้ดับสนิทมันก็ดับแล้วนี่เพราะฉะนั้นคำว่าเวทนากับสัญญานะสัญญาจากเวทนาจะนิรุทธติดเขาก็แปลว่าดับสัญญานี้หรือพาเขาแปลว่าดับเลยดับสนิทสัญญาดับสนิทเวทนาเกิดการดับสนิทสิ้นนั่นแหละเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธมีในพระบาลีเลยเอาคำนี้ก็เป็นคำเป็นคำรวมถ้าเข้าใจในคำอธิบายหมายโดยสัญญาหมายโดย ไม่รู้จักมโนประวิตรก็ดีแล้วไม่เข้าใจตัวสัญญาโดยตรงโดยถูกคดีก็เข้าใจไม่ได้สุดท้ายก็อธิบายกันจนกระทั่งว่าเอานะอากาสานัญจายตนะสัญญาเราก็ดับวิญญาณัญจายตนะสัญญาแล้วก็ดับอาทิจรรยายะนะสัญญานาสัญญายตนะสัญญาเราก็ดับจงรู้ว่าเขาก็สัญญาที่ต่อท้ายภาษาที่นำมาพวกนี้ก็คือเราจะทำอารมณ์อากาศทำได้ทุกอย่างถ้าทำได้หมายความว่าเกิดสัญญาแล้ว ตัวสัญญาคำว่าสัญญานี่หมายความว่าตัวกำหนดหมายตัวมุ่งหมายแล้วก็ตัวทำจิตของเราให้เป็นตัวนั้นเป็นอากาสานัญจายตนะได้หรือยังถ้าได้แล้วสัญญานั้นก็คือตัวจริงเป็นสัญญาขันธ์เป็นขันธ์ที่กำหนดขันที่เป็นอย่างนั้นเป็นอากาสานัญจายตนะได้แล้วรู้และเป็นได้อาการสายัณห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive