211227-1-099 ทางเอกภาค1-ตอน099(หน้า306)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
[ไม่สามารถถอดข้อความได้] มึงได้ยินได้ฟังง่ายๆไม่ใช่เรื่องที่มันผิวเผินที่จะคาดคะเนคำนวณต้นดาวเอาเล่นได้แต่เป็นเรื่องที่ประณีตเป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจจริงรู้จริงเพราะจิตท่านวิโมกข์วิมุติขั้นฌานชั้นสูงเจ็บๆท่านวิมุตชั้นสูงไปถึงขนาดอย่างที่กล่าวแล้วนั้นมันเกินกว่าคำอธิบายมันเหมือนสุดท้ายมันก็เป็นคำที่ย้อนแย้งเป็นคำที่พูดสำหรับคนอันนี้ทัศนะชี้ให้ดูยากแต่ถ้าฟังติดต่อและติดตามดีๆถ้าสนใจแล้วก็จะเห็นตัวจริงที่แม้ภาษาฟัง ส่งแล้วไม่รู้เรื่องแต่ฟังแต่ภาษาเช่นบอกว่าดับนะแต่ไม่ดับดับสนิทแต่ยังเหลืออยู่จนหมดเต็มเนี่ยมันเป็นภาษาที่ตลกภาษาย้อนแย้งเพราะว่าดับแล้วดับสัญญาเวทนาหมดเกลี้ยงเลยแต่เวทนาเป็นสัญญาทำงานเต็มนะไม่มีเป็นต้นมันฟังแล้วมันตลกแต่แท้จริงก็เป็นอย่างนั้นคือดับสัญญาใดก็ตามไม่ใช่ของที่จะถือตัวเป็นตัวเป็นตนไม่ใช่ตัวเราตัวเขาเป็นอนิจจังเป็นทุกครั้งเป็นอนัตตามันเป็นของที่มันไม่เที่ยงไม่แน่นอนแล้วก็ไม่ต้องปิดเอามันไม้เอาไม่ได้แม้เราจะเป็นจะมีจะใช้ขอบคุณเป็นคุณมีคุณใช้ตามที่เราถึง แม่สัญญาที่สุดแม้เวทนาที่สุดที่เราเพิ่งทำถึงทำได้มีฐานอุเบกขาฐานเวทนาเป็นทุกข์ก็มาสุขขเวทนาปานนั้นก็ตามเราจะไปหลงอุเบกขาเวทนานั้นเป็นเราเป็นความสำคัญมั่นหมายยึดเอาเที่ยงยึดเอาแท้ยึดเอาเป็นตัวยึดเอาเป็นตนไม่ได้มันเป็นสิ่งที่ทนได้ยากมันเป็นสิ่งที่เกิดแล้วมันต้องเปลี่ยนแปรปรวนไปได้แต่เราอาจจะได้เปลี่ยนแปลงกว่านั้นก็อาจจะได้ไม่เป็นอย่างนั้นมีอะไรแซมอะไรปนก็ได้ตามบ้างแต่เราก็รู้ความจริงว่าเราก็เข้าใจว่าจุดนี้แหละเป็นจุดที่ประหยัดสุดหรือเป็นจุดที่กระทำได้สูงสุดเราทำได้ทำเป็นมากเท่าใดก็จงทำเอามีอะไรจอย ไปแซมมีอะไรควรมีอะไรที่จะเป็นไปเป็นมาแบบปลุกไปมั่งมีได้แม้ที่สุดอุเบกขาเวทนาว่าเป็นแกนเวทนาในเวทนาที่เรารู้อารมณ์ข
อ่านต่อ
องเวทนาแล้วเข้าใจสภาวะทำให้จิตแล้ววันนี้ทุกข์ก็มาสุขไม่มีทุกข์ไม่มีสุขแล้วพ้นทุกข์พ้นสุขเป็นอารมณ์ของพระอริยะชั้นสูงสุดเป็นเวทนาเป็นเวทนาในเวทนาครั้งละเอียดขั้นละเอียดหมดแล้วเรารู้ได้เราก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนี้จึงเรียกว่าสมติธรรมหรือจะแปลว่าจุติแต่ว่าเคลื่อนปล่อยแต่ว่ารีโมทจะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ เราไม่ได้ยึดไว้ก็ได้แม้เป็นได้แล้วกันเธอก็ดับเวทนาที่เกิดแล้วก็ปล่อยในขณะที่เกิดแล้วก็ดับมันก็เป็นตัวเกิดตัวดับที่มันเป็นของมันอยู่แต่อารมณ์นี้มันก็ติดต่อสืบเนื่องอยู่กับเราเราก็สบายหรือแม้เราจะมีสักขากลับไปให้มีเวทนารับรู้ว่าเป็นอารมณ์ที่พออาศัยไม่เฉยไม่ใช่ว่าไม่มีสุขไม่มีทุกข์แต่รู้สึกว่าเหมือนกับทุกข์เหมือนกับทุกข์ในขณะที่เราทำอะไรเนี่ยมันต้องต่อสู้ต้องเหน็ดเหนื่อยหนักหนาเหมือนกับทุกข์ดูเหมือนแต่แท้จริงแล้วเราก็เข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งดีว่ามันก็ไม่เห็นมีอะไรแล้วมันก็เป็นการสังเคราะห์มันก็เป็นกรรมการงานมันก็เป็นส่วนผสม สังขารแล้วเราก็ไม่ได้ไปโกรธแค้นสังขารแล้วเจตนาสังขารปรุงเมื่อเรารู้ว่านี่เราปรุงเราคิดเราทำเพื่อที่จะให้เกิดการสังเคราะห์เกิดการกระทำอะไรขึ้นในโลกเป็นการงานเป็นที่สุดเป็นสัมมากัมมันตะสัมมากัมมันตะเท่านั้นแล้วก็ทำอยู่ได้รู้เราจะไปเฉยๆลอยๆว่างๆเป็นอาสาเป็นอุเบกขาเขาก็ไม่ได้ยึดเอาตายเอาเป็นว่าจะต้องเป็นอาการสาววางรองเท้าได้ไม่มีอะไรเลยก็ไม่ใช่แต่จิตเราจะมีความรู้สึกได้ว่าเราก็โปร่งโปร่งสบายต้องรู้ความหมายสำคัญความโล่งโปร่งใจคือมันไม่มีอารมณ์ทุกข์มันไม่มีอารมณ์ยึด แต่ยึดมาทำยึดมารู้ยึดมาใช้ในช่วงที่ใช้แล้วก็หยุดใช้ยึดรูยึดประกอบการแล้วก็มีจะบอกว่าเรายึดแล้วไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นน่ะเราไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นถือมั่นก็ยึดมาได้ชั่วการชั่วคราวช่วงงานช่วยสิ่งที่เป็นไปแล้วแล้วก็ผ่านแล้วก็เปลี่ยนแล้วมันก็เกิดก็ดับก็เกิดก็ดับนี่เป็นต้นคำอธิบายต่างๆพวกนี้ดูแลแต่ความหมายจะเรียกว่าสัญญาก็คือสัญญาอธิบายความหมายของเวทนาในเวทนาดังกล่าวนั้นก็คือสัญญาเพราะฉะนั้นเราก็สัญญาอย่างนั้นกำหนดอย่างนั้นความหมายอย่างนี้เป็นสำคัญคุณทำให้เกิดได้ไม่ได้มีจนกระทั่งเป็นได้ไหมเล่าในจิต มัมมี่จนกระทั่งเป็นจริงในจิตก็เกิดสัญญานั้นขึ้นแล้วที่เราเป็นสัจจะสัญญาฟังสุดท้ายสัญญาสุดท้ายก็คือสัจจะสัญญาบอกแล้วว่าทำแม้กระทั่งอารมณ์ของจิตอารมณ์ของฌานอารมณ์ของสิ่งที่เราประกอบสูงสุดละเอียดสุขุมจนกระทั่งถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาจนกระทั่งรู้มันเห็นมันเข้าใจในสัญญาณกิริยาฟังให้ดีนะรายละเอียดมันละเอียดจนกระทั่งไม่รู้จะบ้าไงแล้วใช้ภาษาสื่อทางพระอภิธรรมก็เอามาเรียกอยู่แต่ในพระไตรปิฎกยังไม่เคยเห็น คำว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญากิริยายังไม่เคยเห็นเคยเห็นแต่แค่เนวสัญญานาสัญญาจะชนะสัญญานั้นในพระไตรปิฎกแต่ในวัดสัญญาณนาสัญญายตนะสัญญากิริยาเคยเห็นในพระอภิธรรมก็เอามาอธิบายกันผมเห็นผมเข้าใจเข้าใจทันทีไม่มีปัญหานะเข้าใจรู้ว่าเขาเป็นไม้อะไรอย่างนี้นะก็อธิบายกันถึงขนาดนี้เป็นอาคมถ้าเป็นอาคมก็เป็นอาคมแต่ถ้าพ่อไม่มีอาคมพระพุทธเจ้าตรัสไว้ก็ก็จริงก็จะดีไม่มีปัญหาเพราะว่าเราเข้าใจอยู่ว่ามันไม่มีอะไรแต่ถึงแม้จะเป็นอาคมเป็นคำกล่าวเติมเป็นคำกล่าวเสริมของพระเกจิอาจารย์รุ่นต่อมาที่ขยายความอธิบายผมก็ไม่ อะไรไม่แปลกใจเข้าใจเห็นในเจตนาดีด้วยไม่มีปัญหาแต่ยากแต่คนที่จะรู้ซึ้งถึงสภาวะธรรมที่เป็นอย่างนั้นก็ไปอีกนะมันยากแต่นี่ที่อธิบายมานี้ต้องการให้ง่ายให้เข้าใจว่าไอ้นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาไปฝังไว้ในจิตเรียกว่าสัญญานะไม่ใช่น้ำมาขันนะเนวินสัญญานาสัญญาจะชนะสัญญานี้ไม่ใช่สัญญาเจ็ดสิบของเรานะไม่ใช่สัญญาที่มันมีอาการอย่างนั้นไม่ใช่นะอย่าไปหลงว่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นสิทธิ์ของเราเป็นเจตนาสิทธิ์ของเราไม่ใช่นะเป็นอาการเกิดกิริยาสักแต่ว่ากิริยาเกิดผู้ใดมีก็จงถือว่าเป็นเทพที่แค่กริยาเป็นมหาวิทยาลัยอย่าไปยึดมั่นถือมั่นและเป็นตัวเป็นตนเป็นของเราถึงจะต้องปล่อยสัญญาณด้วย นึกว่าปล่อยจะเรียกว่าดับจะเรียกว่าเคลื่อนจะเรียกว่าล่วงผลจะเรียกว่าผ่านจะเรียกว่าไม่เอามีเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาที่เราต้องปล่อยเป็นระยะสัญญานาสัญญาจะทำสมาธิกัมมะก็ได้จะต้องรู้อย่างนี้แล้วก็ร่วมพ้นจากสิ่งนี้อย่างนี้จึงจะเข้าสู่สัญญาเวทยิตนิโรธจึงจะเข้าสู่การรู้เห็นการเข้าถึงซึ่งเป็นสัจจะสัญญาสัญญาสัญญาสัญญาสัญญาทางถือว่าเป็นสัจจะสัญญาถือว่าเป็นการกำหนดหมายและการกระทำได้ถึงขั้นนิโรธเอานิโรธมาควบไว้แล้วในสัญญาประดับเป็นสัญญาดับเป็นดับสัญญาดับหมดทุกสัญญามันไม่มีภาษาพูดเหมือนอย่างกับที่เคยอธิบายรูป รูปแปลว่าไม่ใช่รูปนะไม่มีรูปนะแต่มันก็มีรูปนะอรุณน่ะคือชื่อเรียกสิ่งที่เป็นรูปฟังให้ดีกล่าวย้อนอีกอะลูกเป็นสิ่งที่เรียกสิ่งที่มีรูปนะไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่รูปรูปแต่เป็นรูปที่ไม่มีภาษาจะเรียกก็ขอเอาภาษามาเรียกว่าไม่ใช่ลูกนี่มันคนไม่รู้แล้วมันไม่ถือว่าลูกแล้วอะลูกชั้นเดียวกันสัญญาเวทยิตนิโรธคือสัญญาที่ดับสัญญาแล้วรู้แล้วว่าสัญญาแล้วก็ได้ดับสัญญานั้นสิ้นแล้วดับอย่างรู้เป็นจะคุมมาปรินิพพานนิโรธหรือเป็นนิพพานที่เป็นนิพพานณัฐศักดิ์พิจารณาเป็นนิพพานอย่างแจ้งใสแต่รูปภาพอย่างที่เป็น ภาพจับจิตกิริยานิพพานอย่างที่มีกิริยาสว่างไม่ใช่นิพพานดับไม่ใช่นิพพานมืดนิพพานรู้นิพพานเห็นฟังดูดับมืดไม่ใช่ดับมืดดับสว่างซึ่งมันก็เป็นภาษาเส้นนี่แหละเป็นภาษาเยอรมันแย้งไฟมีแสงอยู่แล้วดับแล้วดับสว่างยังไงเนี่ยภาษาอังกฤษทัศนันท์ไม่รู้จะชี้ให้ดูได้ยังไงแต่ต้องมีสภาพนี้มีจริงๆเป็นจริงๆตรงโทรศัพท์สว่างอยู่สะอาดอยู่เกลี้ยงอยู่แล้วก็ดับอยู่สงบอยู่ถามว่าดับทุกข์มาใช้มันดับมันสงบมันสนิทและมันนิ่งมันหยุดแล้วมันไม่มีแล้วถึงจะตายแล้ว ไม่มีแต่ก็มีสิ่งที่ต้องมีมีสิ่งที่ต้องมีหรือมีสิ่งที่ควรมีมันมีแล้วมันมีอยู่แน่ๆอย่างนี้เป็นที่สุดสัจจะสัญญาต้องรู้กำหนดรู้ความจริงถึงความเป็นจริงทั้งหมดเป็นสัจจะสัญญาหรือเป็นยถาภูตญาณทัสสนะเป็นญาณทัศนะที่ถึงขั้นยถาภูตะยังมีอยู่ที่ตัวเกิดยถาเป็นไปตามยถาเป็นไปตามภูตสิ่งที่ต้องเกิดต้องมีต้องเป็นผู้ตามไปด้วยสิ่งเกิดตอนนี้เราพูดถึงภูตะในจิตมันก็ต้องมีจิตเกิดมีปูตะปานมีชีวิตของสิ่งที่เป็นสิ่งที่เป็นไปอยู่ถ้าอธิบายผู้จัดเป็นรากพยัญชนะก็เป็นสิ่งที่อยากจะต้องเจริญอยู่ยัง น่าอยู่ภูตะยังเป็นไปยังเป็นไปยังมีครูยังมีตังค์จะก้าวหน้าจะเป็นไปนี่ก็สรุปตัวสุดแพงสุดด้วยภาษาด้วยความหมายให้ฟังว่าจิตของผู้ที่สุดแล้วจะรู้จะเห็นจะเข้าใจในพระธรรมอย่างนั้นไม่ใช่เอาแต่ปากพูดผู้เห็นจริงมีจริงเข้าใจจริงแล้วมันสอดคล้องคนอื่นพูดยังไงอะไรก็เข้าใจของฉันอื่นเรารู้เห็นเหมือนเราอยู่ยอดภูเขาเราอยู่ยอดพีระมิดเราจะมองลงมาจากยอดเราจะเห็นชั้นทุกชั้นเราจะเห็นแล้วดับทุกระดับเราจะเข้าใจระดับอื่นๆที่พูดกับพวกคุณถ้าพวกคุณเป็นคนที่ยังที่เรากล่าวเมื่อกี้นี้ยังโรงงาน ที่เขาเพลงโทษหาว่าเราไปข่มเหมือนกับผมกำลังยกตนผมเหมือนกับผมกล่าวว่าผมอยู่บนยอดพีระมิดอยู่บนยอดภูเขามองลงมาเห็นชั้นอื่นต่ำจริงอย่างนั้นและได้พูดกับคุณถ้าคุณเพียงตัวคุณกับมันสายแล้วแหมพูดแล้วคุยตัวจังเลยยกตัวยกตนเอามันเป็นอย่างนั้นจริงๆมันมองเห็นสิ่งที่ต่ำสิ่งที่มองได้เข้าใจคนอื่นก็เข้าใจอย่างไรเรารู้เราเข้าใจแต่ถึงโอกาสที่เราจะหยิบมาพูดหรือเปล่าพอหยิบมาพูดก็หาว่าไปข่มเขาเป็นตัวเราของเขายังจำคนที่เขาถือคันนั้นเขาเอาคันนั้นก็เอาอย่างนั้นเขาจะถืออาจารย์เราก็ไม่ต้องไปแย่งอาจารย์แต่เราบอกว่าอย่างนั้นก็ดีก็เอาให้ได้คุณได้หรือยังอยากจะฝากเปล่าถ้าคุณได้แล้วควรเลื่อนฐานอย่างนั้นยังมียังมี สูงกว่านั้นยังมีอีกนะก็ว่ากันถ้าเขาเองเขายึดอาจารย์อยู่เอาแค่นั้นก็บอกว่าสูงสุดอ่ะสูงกว่านี้เขาไม่มีคนอื่นจะมานั่งข่มอย่ามานั่งมากกว่าถ้าเรารู้ว่าเขาจะเอาแค่นั้นก็แล้วไปแต่ถ้าเขาปรารถนาดีปรารถนาสูงปรารถนายิ่งขึ้นอนาคตต่อไอ้สิ่งที่ยิ่งขึ้นได้แก่เขาไม่ได้กล่าวนี้อย่างที่พวกเราได้เคยได้ยินได้ฟังมาอย่างที่เมื่อวานนี้ถามแล้วว่ายาที่คุณได้ฟังมากันอย่างนี้อย่างอธิบายอย่างที่อธิบายจับสัญญาณไม่ใช่ผมเองผมไม่ศึกษาไม่ใช่ผมเองผมไม่เคยผ่านไม่ใช่ผมเองไม่เคยเรียนรู้ผมก็ เรียนรู้เหมือนอย่างที่คุณรู้เพราะว่าผมดูอย่างที่คุณเข้าใจมาเหมือนกันนะไม่ใช่ผมเองผมไม่เคยรู้ผมรู้อย่างที่คุณเข้าใจมาแล้วผมก็เคยเข้าใจอย่างที่คุณเข้าใจมาหลงทางมาเหมือนกันแต่ก่อนนี้แล้วเสร็จแล้วกลับมาศึกษาพากเพียรเรียนรู้จริงๆจึงได้เห็นมันเบี้ยวอย่างนี้เองมันถึงไปไม่รอดผมว่าผมมารอดนะจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผมว่าผมมารอดด้วยเหตุปัจจัยประกอบด้วยสิ่งแวดล้อมโดยความเป็นจริงหลักฐานอ้างอิงก็คงจะมีหลักฐานแม้แต่ด้านรูปธรรมแม้คุณจะอย่างนามธรรมของผมยังไม่ออกก็ตามผมก็ว่าผมมารอดนะแล้วยิ่งนานมาทำถ้าคุณอยู่แล้วเรียนรู้ตามอยู่ใกล้ชิดเสร็จคุณก็ได้อ่านได้ ศึกษาผมที่แท้จริงด้วยจริงๆคุณก็จะรู้ถึงนานถึงจิตของผมได้ว่าผมว่าผมมารอดผมรอดผมว่าผมรอดผมได้คุณก็จะรู้เองว่าได้จริงหรือไม่จริงแค่ไหนแค่ไหนคุณก็จะทราบถึงคุณจะใช้ปัญญาของคุณทักษิณเองพ่อผมผมว่าผมปฏิบัติอย่างนี้เข้าใจอย่างนี้แหละเป็นความรอดแต่ของคนอื่นนั้นเป็นอย่างไรคุณก็เทียบเคียงเอาเพราะว่าอย่างนี้มันชัดกว่าและถูกกว่าเป็นอย่างนี้เป็นสภาพอย่างนี้เพราะการได้ฟังใหม่ฟังแปลกแล้วก็ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งเห็นเหตุใจฟังแล้วมีอานิสงส์ในการฟังธรรมถ้าใครทำผมอธิบายแล้วก็ตั้งใจฟังดีมีสภาวะรองรับหรือว่ามาถึงขั้นตอนที่จะ ไม่ได้ฟังแล้วฟังแปลกแท้ใหม่แท้ฟังแล้วเข้าใจลึกซึ้งด้วยสิ่งที่เคยเข้าใจอยู่เปลี่ยนเรียกว่าเปลี่ยนมิจฉาทิฏฐิเก่าเปลี่ยนนะแต่ก่อนเคยเข้าใจอย่างนึงเดี๋ยวนี้เข้าใจอีกอย่างหนึ่งความสงสัยที่เคยสงสัยกับกลายเป็นคนสงสัยเลยหมดวิธีอิจฉาด้วยหมดพลังแทนหมดแรงมันทะลุโพรงดีแฮะรู้สึกมีสภาพเป็นเหนือกว่าชัดเจนกว่าดูดีกว่าคุณจะเห็นเองว่ามันเป็นอานิสงส์อย่างนั้นมีอานิสงส์ 4 ประการที่จริงเราทำลักษณะอานิสงส์ 5 1 มันแปลกใหม่หรือแปลกแค่นี้ไม่เหมือนน่ะไม่เหมือนที่เราได้ยินมาทีเดียว 2 มันฟังแล้วมันเข้าใจดียิ่งเข้าใจมากสามัญแก้ไขความเห็นที่เก่าๆเออแค่มันกลับได้เหมือนกันบางทีมันกลับหรือไม่ส่งเสริมหรือไม่ความเห็นเก่าๆที่มันยังไม่ส่งเสริมให้ดีแล้วก็แก้แก้นิดแก้หน่อยหรือแก้มากบางคนเข้าใจตรงข้ามเลยก็มาแก้คนข้ามเลยบางคนเข้าใจยังเพี้ยนๆอยู่ก็ตลกตบเข้าให้เขาร้องเข้าช่องตรงไม่เบลอหมดความสงสัยคลางแคลงข้อที่ 4 บทบรรพกิจอิจฉามันคลางแคลงมันเคลือบแคลงมันยังมีไอ้มนุษย์ต่างๆอยู่รู้สึกว่ามันสะอาดขึ้นเลยเชียวมันเคลียร์มันเกลี้ยงเออมันมันพ้นสงสัยมันรู้สึกว่ามันลึกซึ้งมันปลอดโปร่งไปเลยมันไม่มีอะไรข้องๆขาดๆ ขับอีกเขียนเป็นสภาพมันไม่ดีจริงแล้วอารมณ์ที่ 5 ก็คือเบิกบานร่าเริงเพราะไม่มีอะไรข้องใจไม่มีอะไรติดใจนี่คือความเบิกบานร่าเริงถ้าผู้ใดยังมีอะไรข้องใจคาใจหมดใจมองใจไว้ใจแหว่งใจอึดใจอัดใจขัดใจเคืองใจมันไม่สบายหรอกทุกข์แต่มันทุกข์ยิ่งอยากเท่าไหร่ยิ่งทุกข์มากเท่านั้นยังมีอะไรอึดอัดขัดเคืองอยู่ในใจมากเท่าไหร่ยิ่งทุกข์มากเท่านั้นถ้าคนฉลาดจริงแล้วเราก็บอกแล้วมีอะไรเข้ามาในใจที่ไปอึดอัดๆเคืองของทุกเป็นแบบไม่ชอบเป็นแบบที่รำคาญกังวลอะไรพวกนี้เป็นแง่ต้น บอกรหัสปรับทิ้งโยนทิ้งโดยไม่มีข้อแม้ต้องโยนทิ้งอย่างไม่มีข้อแม้ไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลาเราซวยคนเดียวอันนี้สรุปเรื่องให้ฟังแล้วเอากรรมฐานอันนี้ให้แล้วถ้าใครไม่ทำตามก็ทุกข์จงโทษตัวเองเท่านั้นแหละก็ได้ไปเห็นได้แต่สงสารช่วยไม่ได้แต่ความสงสารนี้ไม่ใช่ความสงสารที่จะคอยประคบประหงมหรือคอยโอ๋ไม่โอเพราะอาตมาจะไม่โอ๋จะไม่ขอคนถ้ายิ่งโตยิ่งมีมานะและยิ่งต้องเลี้ยงยากกลายเป็นคนเลี้ยงยากเหมือนเด็กเนี่ยคอยโอ๋ๆๆแล้วก็เลี้ยงยากมันยิ่งสปอยมันยิ่งมานะใหญ่มันยิ่งลำบาก เพราะเราจะเลี้ยงโตเลี้ยงใหญ่ไม่ได้แต่คอยเลี้ยงโอ๋แล้วเลี้ยงคนโตไม่ได้เลี้ยงแล้วก็ได้แต่ก็เดินต่อไปขึ้นมาเท่านั้นเองลำพังยากเพราะอาตมาไม่โอไม่ใช้นโยบายนั้นอย่าไปคอยมานั่งประท้วงออดอ้อนเอาโอ๋ไม่ได้นะทุกคนเพราะว่าพวกเรานี่บางคนมาไม่เอาใจมาอย่างนู้นอย่างนี้บอกก็ได้ยังท่านเขมะจิตโตนี้ที่ออกไปเป็นคนกำจรก็เพราะว่าเป็นไปรับการโป๊แม้แต่ที่สุดครั้งสุดท้ายที่ผู้นี่เข้าไปพูดกันในกลุ่มนั้นผมก็ตีแล้วก็ปล่อยให้เซ็นสัญญากับท่านศิริอยู่ผมไม่ได้โอ๋เลยแต่ตัวเองยึดตัวนี้เหลือเกินเหมือนเด็กไม่มีนมกินอยากได้นม ให้นมอย่างเก่าผมเองผมบอกผมไม่เอาผมบอกผมพูดพูดว่าผมก็ตีไว้แล้วตอนนี้ก็เคลียร์แต่ไม่ขายไม่ได้ปล่อยไม่ได้ต้องการอยู่ผมก็เลยต้องปล่อยออกไปนะผมไม่ได้โอ๋มีหลักฐานมีอยู่ทั้งกันยาท่านสิริจันโทก็รู้ก็ฟังอยู่ด้วยเขาก็พยายามชี้แจงเหตุผลให้ฟังบอกว่าใช่คุณจะมาปฏิบัติธรรมะยิ่งคันนี้แล้วยิ่งโตยิ่งคุณทำตนเป็นเด็กน่าเกลียดมันก็ยังคนโตแล้วเป็นน่ารักคุณดูสิผู้หญิงหลายๆคนบางคนมันก็ยังหนูๆๆแหมมันน่าหนูหนูสะดุ้งสะดุ้งอยู่อย่างนั้นถ้ามันโตแล้วไม่ไปทำเป็นคนโตเออถ้าเด็กๆก็อีกเรื่องนึงมันไม่ใช่เด็กแล้วมันควรจะรู้ตัวเราควรจะทำให้มันสมส่วน ไม่ใช่อย่างนี้อยู่อีกหรอไม่ไหวแล้วจะคืนอย่างนี้แหละคนอื่นเอาตามแล้วทำไงก็เลยต้องให้มานั่งทำอะไรนอกๆกันวันทั้งวันก็ไม่ครบคนแล้วแต่ทำงานอะไรละครมานั่งโอ๋กันอยู่ตลอดไม่ต้องทำงานกันพอดีมีแต่ไปไม่ได้แล้วมันก็เป็นการเลี้ยงกิเลสผมจึงไม่เลี้ยงกิเลสอย่างนั้นนี่ก็บอกให้ฟังไม่เข้าใจเพราะสิ่งใดที่มันอยู่ในจิตของเราเราต้องรู้ต้องพยายามอ่านมันอัดมันขัดมันเคืองมันต้องการมันยังปรารถนาแล้วก็มันไม่ได้มันก็อึดอัดใจของเราเท่านั้นแหละกิเลสเพราะฉะนั้นต้องอ่านเราต้องการอะไรเราอยากได้ทำไมมันเป็นกิเลสตัวอย่างได้มันขี้เหร่และอยากได้มาแล้วก็เอามาให้เราเองช้ามาให้เราเองเราลำบาก มันติดเชื้อเป็นสมุนไพรไม่ดีก็หาไม่ได้เจอแล้วเราล้างออกของเราเราเป็นตัวของตนเองต้องเป็นผู้ที่เข้าใจธรรมะเป็นผู้เข้าใจสัจจะที่เราจะต้องดำเนินไปดีหมดต้องการให้คนนั้นมาให้อย่างนู้นให้คนนี้มาให้อย่างนั้นเราจะเป็นผู้ให้เราไม่ได้มาเรียนรู้เพื่อที่จะไปพูดเอาพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเป็นผู้เอาพระพุทธเจ้าจะมาสอนให้เราฝึกปรือเพื่อที่เราจะไปเป็นผู้ให้ไปเป็นพระเจ้าเป็นตัวผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่ใช่มาเอาไปจากคนอื่นมาเอาของใครเราจะมาเสียสละไม่ใช่เราจะมาผลิตมาเอาอะไรจากเขาแม้แต่อารมณ์สุขเราก็ไม่มาแสวงหาอารมณ์สุขจากคนอื่นเราจะสุขเองสุขตลอด สุยังอยู่กับทุกข์มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นมีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไปแต่เราจะเบิกบานร่าเริงอยู่กลางเกาะกลางกองทุกข์ผู้ฉลาดจะเห็นทุกข์อยู่ทุกซอกต้องไปอ่านเพลงชีวิตหมายเลขอะไรผู้ฉลาดจะไม่เห็นสุขทุกข์อยู่ทุกซอกอะไรไม่รู้จำไม่ได้ใช้ภาษาทุกซอกอะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้วสุดท้ายก็ผู้ฉลาดนี่แหละจะยิ้มอยู่กลางกองทุกข์แล้วนี่ไม่ใช่ยิ้มแกล้งแต่ยิ้มอย่างสบายใจเพราะเห็นอยู่ทุกอย่างมันก็เป็นทุกข์ทั้งนั้นแหละส่วนใครจะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์นั้น จักรเส้นผมออกเป็นร้อยแฉกแต่ละแฉกจะให้เท่ากันด้วยนะมันยังยากกว่าจริงๆแต่พวกนั้นอยู่กับทุกข์อย่างที่ไม่มีปัญหาทุกข์หนักทุกข์เบาทุกข์น้อยทุกข์มากใช้ไม่สะดุดทุ่งสะดุ้งสะเทือนกับทุกข์ทั้งหลายรอบตัวอย่างผมยกตัวอย่างง่ายๆอยู่ดีๆก็เดี๋ยวก็คนมานั่นแหละยิงเปรี้ยงประท้วงประท้วงนี่อ๋อคดีนั้นมายื่นเอากรณีนี้ไม่ใช่บอกว่าบางคนก็จากช่วงซื่อๆเอาตรงๆซึ่งน่าจะช่วงไปคนจะว่าแรงมั่งว่าเบาบ้างอะไรผมก็รู้เข้าใจเข้าใจก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรถ้าคุณถือสาวว่าทุกข์คุณจะทุกข์นะเพราะว่านี่เพราะว่าหน่อยทุกข์เพราะว่านิดว่าหน่อย แล้วเรากดถูกเขาขัดใจนิดขัดใจหน่อยถูกขัดใจลึกเข้าไปอีกแล้วเป็นตัวจริงเพราะว่านี่หมายความว่าเป็นตัววาจาหยาบโดนเขาว่าคำนั้นคำหนักหน่อยทำแรงหน่อยโหลดเคืองขุ่นไม่ชอบจ่ายไอ้ตัวไม่ชอบนั่นแหละเป็นตัวจิตของเราเองชอบหรือไม่ชอบเราไม่มีใครจะว่าเราดีก็ฟังไม่ต้องตื่นเต้นอะไรถูกไหมถ้าถูกก็เห็นจริงถ้าเขาชมโดยไม่ถูกก็ว่าเราดีโดยไม่ถูกต้องโดยมันก็แกล้งว่าเขาแกล้งชมเป็นเหลิมลอยด้วยไม่ได้เลยแต่ถ้าเราไม่ดีก็ว่าไม่ดีก็ดีสิก็คุ้มครับเพราะว่าไม่ดี เรามาไตร่ตรองถูกต้องแล้วก็แก้ไขถ้าเขาว่าไม่ดีแล้วก็พยายามตรวจตัวเราเองอย่าลำเอียงซอกแซกตัวจริงๆแล้วไม่มีจริงๆหรือเรามีบ้างนี่แหละแต่เรายังทำไม่ได้อย่างที่ว่านั้นแล้วก็รับแล้วเรายังทำไม่ได้หรอกตอนนั้นจะเพราะเราทำได้เหมือนกันแต่โอกาสมันยังไม่ให้จำเป็นต้องทำอย่างนี้ในโอกาสนี้ก็ได้ถ้าจะให้ทำดีกว่านี้จริงๆเราทำได้นะแต่โอกาสนี้เราจำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้เหมือนกันนะเพราะงั้นเราก็ดูว่าเออก็จริงเขาเข้าใจไม่ได้หรอกถึงรายละเอียดนี้เราก็รับไปเขาจะว่ามันก็รับอาตมาจะขอแก้ตัวมันอยู่ที่เราจะปรับปรุงจริงๆได้รับปรับปรุงได้ทันทีแต่ว่าเหตุปัจจัยนี้เพราะคุณจะแคร์เราถึงทำไม่ได้เราจึงต้องทำอย่างนี้ก็เพราะคุณจะแก่แต่เราจะไปโทษคุณด้วย วาดดอกกุหลาบไว้โดยไปปลายๆไปอย่างนั้นอย่างนี้มันก็ต้องเป็นนะคุณทั้งๆที่เขาผิดน่ะนะเพราะเขาแท้ๆเราต้องรับเพราะเราก็ต้องรับไปไม่ต้องอย่างนั้นเราอยู่ที่เราว่าเราจะช่วยเขาเพราะว่าคนนี้เขาถึงยังไงก็ไปทำให้เขาเข้าใจไม่ได้หรอกเขาปัญญาเท่านี้แล้วยิ่งจะไปทวงอีกเขายิ่งโกรธเลยเพราะว่าเขาเองเขาจะไม่มีน้ำหนักของเราได้เราไปทวงเขาไปสู่เขาไปว่าเขาไปติดเตียงเขาเขายังไม่ชอบใหญ่เลยเขายังจะงอกหินไปเลยเพราะงั้นเราไปเสียแล้วเราก็ค่อยช่วยเขาจะช่วยเราแต่เราจะตัดไปคนนี้บอกว่าไม่เอาฝากไปเลยรับไม่รับก็ช่างเราจะตัดไปแล้วก็ทิ้งมีเป็นนายญาติที่เราจะต้องรู้ลึก ละเอียดแล้วก็ต้องประมาณที่พูดไปเนี่ยเป็นเรื่องของสัตบุรุษที่เราจะต้องรู้ต้องเข้าใจจริงอย่างน้อยที่สุดเราอยากทุกข์เมื่อแม้แต่เบื้องต้นแล้วก็ปัดเป่าทุกข์ให้แก่ตนเป็นเมืองละเอียดแล้วก็จะทำได้ง่ายขึ้นในเบื้องต้นก็ยังทำไม่เป็นแล้วก็ยังมาพลอยแค่หนักอยู่ในเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรเลยเรื่องงานที่ละเอียดกว่านี้มีอีกแต่นี่งานที่โบราณขี้หมาแห้งอะไรก็ได้ก็เอามาเป็นเรื่องวุ่นทำให้เราหนักทำให้เราหม่นหมองไม่เป็นอันทำอะไรได้ดิบได้ดีแทนที่จะกระปรี้กระเปร่าเสื่อมซึมหนักทึบเหมือนคนป่วยคนโสดกลายเป็นคนเมืองหงอยบุญไม่ปกติกระเป๋าเลยไม่ได้ไปทำอะไรได้มันจะไปสร้างสรรค์ให้ตัวเองเจริญ แต่ทำให้คนอื่นเจริญเป็นไปไม่ได้คุณหมอทำงานกับคนอื่นก็ไม่ควรโลกเศรษฐศาสตร์จะไม่ได้เรื่องอะไรฟังดูดีๆมันเป็นการทำลายตนและทำลายผู้อื่นด้วยโดยตรงเลยมันไม่มีดีอะไรมันต้องพยายามเข้าใจขั้นตอนที่กับเจ้าของชาวเป็นกรรมฐานให้ฟังเราจะได้เป็นชั้นเป็นเชิงที่ดีไปทีเดียวจะเจริญอย่างน้อยที่สุดเราเองเราก็สบายใจไม่มีอะไรอื่นเราก็สบายแล้วมันเป็นกำไรก่อนอื่นแล้วส่วนต่อไปอีกนั้นมันก็จะได้เองนะตามมาไอ้นี่เป็นตัวยอดสุดที่เราจะต้องเพ่งแทงเข้าไปแม้จะขยายออกมาอันนี้เป็นถึงขนาดขั้นกรรมฐานเพื่อที่จะให้เราได้รู้ตัว ปรับปรุงแล้วก็ใช้กับชีวิตเมื่อก่อนอื่นระวังระวังความหม่นหมองความเศร้าสร้อยอโศกจะเล่นเน้นอันนี้อโศกจะเน้นอันนี้จะเน้นอันอย่างน้อยต้องไม่เอาน้ำมนต์หมอถ้าพูดได้หมดมองไม่เห็นพุทธะผู้ใดหมดมองไม่ใช่ผู้เบิกบานแจ่มใสผู้ใดหม่นหมองคือคนขี้ทุกข์คนมีทุกข์แล้วเพราะฉะนั้นต้องเข้าใจประเด็นนี้ให้ชัดเจนก่อนอื่นโดยไม่ให้กิเลสตัณหาอื่นจะยังมีอยู่ผ่องใสอยู่เราก็ยังจะมีกะจิตกะใจที่จะเรียนรู้ที่จะทำสติปัฏฐานที่จะซื้อที่จะเปิดจิตมารับงานรับรู้รับเรียนเปิดจิตมาทำงานเปิดจิตมาทำประโยชน์ไม่เป็นคนที่จะต้องมีเหตุอันนี้มาอันนี้เป็นเรื่อง คนเลยเป็นขั้นต้นถ้าตัดอันนี้ไปไม่ได้เมืองนี้เป็นจำนวนเป็นเมืองยิ้มจะเป็นสยามเมืองยิ้มจะเป็นเมืองที่มันเป็นกลุ่มหมู่ที่เบิกบานแจ่มใสร่าเริงไปพุทธะไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรู้ตัวถ้ารู้คนนั้นคนนี้คนนี้คนนั้นเห็นก็พยายามช่วยกันทำยังไงจะปลดปล่อยได้หน้าอกๆเพียวๆหน้ามันรู้หรอกมันดูมันมีอะไรขึ้นมามันมีอะไรจากใจนี่นาพรรคควบคุมบ้างก็พอไปก็เราก็ควบคุมสมองถึงแม้เราจะมีเราก็พยายามปลดปล่อยออกแล้วก็ให้มีแต่ผู้เบิกบานแจ่มใสไม่ใช่เสแสร้งแต่ละเจตนาที่จะให้มันเบิกบานแจ่มใสพยายามจะสลับออกด้วยสิ่งที่มันเป็นเหตุก็ทำ ว่าเราจะเป็นคนเบิกบานแจ่มใสจึงเห็นสัมผัสได้แต่แม้แต่นอกและเราก็กำลังทำอยู่กับพวกผู้ใดมีจริงก็กำลังเปลี่ยนให้มันเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสอย่างแท้จริงว่าจะเป็นกรรมวิธีให้เราฝึกฝึกปรือเรื่องอะไรแล้วจะมานั่งทุกข์เป็นคนคิดทุกข์ไม่จำเป็นน่ะมันกลายเป็นคนโง่เปล่าๆโง่จริงๆสมมุติว่าเราอย่าทำเป็นอันขาดบอกกรรมฐานนะแล้วพวกเราที่มีอะไรบ้างอะไรอยู่สลับออกไปก่อนแล้วค่อยๆเก็บมันมาพิจารณาเขาก็เก็บมันมานึกคิดของๆขัดๆอยู่นั้นแล้วมันจะไปเดินเครื่องอะไรได้อย่างน้อยต้องให้ติดเครื่องได้ก่อนถึงเรียกว่าเอาไอ้ตัว ใหญ่ๆนี่ออกไปพอเราไม่มีอะไรขัดใหญ่แล้วเราก็ค่อยทำงานประดิษฐ์มันก็ค่อยมาเองแหละไอ้นี่มันไม่ค่อยคิดค่อยๆคลายแล้วค่อยรู้เองหรอกมันไม่ยากอะไรอย่างน้อยเราก็อยู่อย่างผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่ไม่ต้องลำบากตำบลอะไรจะฟังดีๆจะรู้สึกไม่ตัวเราเองเคยเป็นทุกคนผมกล้าพูดได้คนเคยเป็นทุกคนพอถึงอารมณ์อย่างนั้นมันเป็นอย่างนั้นคุณคุณเคยเป็นแล้วนึกดูบุพเพสันนิวาสดูเพราะทีหลังไม่เอาแล้วอย่างนี้ก็แก้ไขแล้วระบบอย่างนี้อาการอย่างนี้หรือสภาพที่เราเคยเป็นอย่างนี้ไม่เอาเข้ามาเป็นชาวอโศกแล้วอย่ามานั่งสร้างรอยโศกให้คนอื่นมาพอถึงข้อมูลกลุ่มชาวอโศกดีๆนี่มีแต่รอยส่งให้นั่งหน้าโซ่ ตายเลยเนี่ยเปลี่ยนชื่อแล้วแบบนี้ท้าวอโศกต้องเปลี่ยนชื่อแล้วชื่อว่าพุทธะเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเราชื่อชัดๆว่าอโศกนอกจากอโศกแล้วเรายังวิรัชอีกอโศวิรชาเขมะเราจะเป็นผู้อยู่อย่างเกษมเราจะเป็นผู้ที่อยู่อย่างมีที่พึ่งมีตนเป็นที่พึ่งมีผู้เป็นความมักน้อยเป็นผู้สันโดษเป็นผู้สงบสงัดเป็นผู้วิเวกเป็นผู้ไม่หลงสวรรค์โลกอาจสังฆะเป็นผู้อยู่อย่างวิริยารัมภะเป็นผู้ที่มีศีลอันเห็นได้เป็นผู้ที่มีสมาธิอันเห็นได้เป็นผู้ที่มีปัญญาอันเห็นได้เป็นผู้ที่มีวิมุตอันเห็นได้เป็นผู้ที่มีวิ ญาณทัศนะอันเห็นได้อย่างหยั่งถึงอย่างแท้จริงมันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็จะอยู่อย่างนั้นจริงๆมีสัญลักษณ์บอกเลยว่าเราเป็นผู้รับผิดชอบมากน้อยมีสัญลักษณ์บอกว่าเราเป็นผู้สันโดษสัญลักษณ์บอกว่าเราเป็นผู้ที่วิเวกตอบเป็นผู้สงบสงัดอยู่บอกแล้วว่าสงบไม่ใช่หมายความว่าเงียบสงบเป็นผู้ที่อยู่อย่างเรียบร้อยราบรื่นพอเหมาะพอเป็นอยู่อย่างไม่ชงชาเคยเน้นพยายามอธิบายธรรมะโดยอาศัยสิ่งแวดล้อมมีอธิบายสูงพวกเราฟังเสมอแต่โดยเคยยกว่ามีคนเข้ามาที่นี่เสร็จเขาก็บอกว่าที่นี่สงบดี ก็พูดภาษาตรงๆผมเคยท้วงทันทีกับเขาเลยบอกสงบอะไรคุณคุณไม่ได้ยินเสียงตีเหล็กข้างล่างเลยแล้วมันไม่เห็นเลยน่ะดูที่ในต่างคนต่างตกเป๊กๆสงบยังไงเพราะว่าวันนี้มาพูดกับคุณเพื่อที่จะให้คุณอ่านใช้ปัญญารู้ว่าคำว่าวิญญาณคำว่าธาตุรู้เนี่ยมันเป็นอะไรถ้ารู้ไม่ใช่ภาษาอยากไม่ใช่ของตื้นเขากล่าวจริงใ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive