211224-1-096 ทางเอกภาค1-ตอน096(หน้า303)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านกบฏศิลาบรรยายทางเอกภาค 1 บทที่ 8 ครั้งที่ 96 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาต่อนะที่เราได้เรียนไปถึงหน้า 33 และเราได้พูดถึงเรื่องของพุทธหรือพุทธคุณหรือได้กระจายออกไปจนกระทั่งว่าพุทธแท้ๆนั้นน่ะ หมาเอาอะไรแม้จะใช้คำว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราคำว่าเราเขามีที่จริงเขาแปลว่าเราคำเดียวมันเนี่ยแล้วก็เพราะสมาชิกพระพุทธเจ้าเป็นผู้จัดการก็หมายถึงท่านโดยสืบนิทานสมุนไพรปัจจัยก็มีเชื่อมโยงว่าคำสั่งหรือว่าคำกล่าวนี้เป็นสมาชิกพระพุทธเจ้าเป็นผู้กล่าวคำว่ามังก็ต้องหมายถึงเราถูกกล่าวหมายถึงจิตของผู้กล่าวหมายถึงจิตของผู้กล่าวจิตของผู้กล่าวเป็นอย่างไรจึงทรงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างใด ความหมายของปรมัตถ์ตรงจิตเมื่อจิตมีสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นผู้ใดก็สามารถที่จะปรับปรุงจิตหรือฝึกจิตตนให้เป็นอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นมีความรู้มีพิรุธมีญาณมีวิมุติเช่นนั้นเช่นนั้นได้พูดได้ทำจนกระทั่งปฏิบัติเกิดธรรมะทรงขึ้นธรรมะสิ่งที่ทรงขึ้นที่จิตตั้งขึ้นจนกระทั่งเป็นได้มีสภาพเกิดเกิดสิ่งนั้นอย่างนั้นจนเป็นองค์ประกอบเป็นสภาพเห็นได้สัมผัสได้ของเราเองเป็นฌาน โตปัด Store เข้าถึงแล้วแลอยู่ไปอุปัชฌาย์วิหารรัตติเป็นสภาพที่เกิดขึ้นหรือเข้าถึงสภาพนั้นได้ผู้ใดเห็นผู้ใดเกิดจึงมีที่จิตสัมผัสรู้สัมผัสแจ้งจนกระทั่งใดใช้ภาษาคำว่าธรรมกายคือสามารถสัมผัสกับสภาพธรรมอันนั้นได้ทำมะที่แท้จริงจนกระทั่งเรียกว่าธรรมกายก็ได้เป็นสิ่งที่ได้สัมผัสอันนั้นแท้เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าพุทธจะเรียกว่าธรรม ก็ได้ผู้ใดเห็นผู้ใดเป็นผู้ใดมีผู้นั้นก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็น ago ธัมโมเป็นธรรมะชนิดเดียวกันอย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นก็เป็นองค์เดียวหรือว่าเป็นอย่างเดียวคือเป็นพุทธเป็นธรรมเป็นสงฆ์เป็น
อ่านต่อ
ชนิดเดียวกันแล้วผู้ใดกระทำได้ก็ได้เมื่อได้แล้วก็จะมีความรู้สึกจะมีความพ้นทุกข์อันเดียวกันและเมื่อเป็นตัวอย่างลองดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านใดพยายามลองดูแต่อภิเษกผู้อื่นจะสามารถเป็น เกิดได้จริงก็เกิดสิ่งนี้เชื่อมโยงสืบต่อกันมาจนกระทั่งป่านนี้ก็สามารถมีสามารถทำได้การทำให้เกิดพระพุทธเจ้าก็เรียกว่าอภิเษกสวดทำให้เกิดทำให้เกิดในคนและเราก็ได้ในหนังสือเล่มนี้ก็อธิบายเป็นเชิงง่ายเป็นเชิงเปรียบเทียบให้เห็นอยู่ว่าอภิเษกนั้นไม่ใช่อภิเษกใส่ผิดหินดินปูนหรืออภิเษกเท่ากันน้ำมาทำก็ไม่ใช่ว่าพิเศษไปให้ว่าจิตแต่เป็นจิตทางด้านยึดติดยึดแรง เดรัจฉานวิชาไม่ใช่เช่นนั้นแต่เป็นนามธรรมหรือเป็นจิตที่จะต้องเข้ารูปเข้ารอยเป็นเรื่องของอริยสัจ 4 จะต้องเข้าไปสัมผัสสัมพันธ์ไปเกิดผลเกิดสภาพนั้นได้แน่แท้จริงพระพุทธคุณคือพระบริสุทธิคุณพระปัญญาธิคุณพระกรุณาธิคุณเท่านั้นไม่ใช่คุณณวิเศษอย่างอื่นจริงๆขอให้จำใส่ใจให้ดีๆพุทธคุณแท้ๆไม่ใช่อิทธิพลใดที่เป็นโลกแต่จะมีก็เป็นเนื้อหาที่เป็น ล้างกิเลสตัณหาล้างความโลภล้างโทสะล้างโมหะการสร้างพระเครื่องมาหลอกคนให้โลกให้กอดโทสะอวดดีตีกันฆ่ากันเพราะความหลงในวงเล็บโมหะว่าตนมีพระเครื่องกันปืนกันเหนียวอะไรนั่นน่ะนั่นน่ะหรือคือเครื่องช่วยล้างกิเลสตัณหาล้างความโลภล้างความโกรธล้างความหลงใหลในสิ่งที่ไม่น่าลงเหมือนกับยุคไฮโลยุคให้โกรธยุคก่อความโกรธยุให้กรอบความโกรธความพยาบาทขึ้นมาทับถมตนและยิ่งมืดมนไม่รู้ความ ถึงยิ่งขึ้นอีกต่างหากคิดให้ดีอันนี้ก็ยังเทียบเคียงอยู่ฟังชัดขึ้นว่าพุทธคุณนั้นน่ะเป็นพระบริสุทธิคุณพระปัญญาธิคุณพระกรุณาธิคุณซึ่งเราก็ได้เน้นอธิบายได้แจกแจงกันมามากแล้วก็พยายามทำความเข้าใจให้ดีๆอย่าฟั่นเฟือนถ้าพูดจะมีศรัทธาในพระพุทธจึงจะต้องมีปัญญาจริงๆจะต้องรู้แจ้งแทงทะลุในเหตุนิทานสมุนไพรปัจจัยของพระพุทธให้ละเอียดให้ทนถูกให้ได้อย่างแท้จริงแน่นอน ถูกต้องพร้อมกับต้องทำปัญญาให้แทงทะลุในอาการกิริยาลิงลิงคะวงเล็บความแตกต่างนิมิตวงเล็บเครื่องหมายอุเทนวงเล็บหัวข้อที่แยกแยะออกได้ของพระพุทธให้ได้จึงจะเรียกว่ารู้แจ้งรู้นามแห่งพระพุทธเราไม่เช่นนั้นการศรัทธาแม้แค่ในพระพุทธซึ่งเป็นรัตนตรัยดวงแรกก็ไม่ถูกต้องไม่ตรงพระพุทธหากหลงไปยึด ท้าเชื่อมั่นอยู่แค่รูปปั้นรูปนิมิตหรือคุณวิเศษที่ไม่ใช่พุทธคุณอันเป็นไปอย่างถูกต้องตรงแท้เป็นสัจธรรมก็จะเห็นตถาคตไม่ได้จริงๆดังนี้เอาแต่ก่อนองค์พระพุทธเจ้ามีอยู่จริงวงเล็บเปิดคือยังไม่ได้ดับขันธ์ปรินิพพานวงเล็บปิดบางคนก็สามารถพบเห็นกายจะทำหรือพุทธคุณดังกล่าวแล้วได้จริงๆจากองค์จริงแต่ถึงตอนนั้นพระพุทธองค์ก็ยังทรงกล่าวว่าแม้การนั่งคิดอยู่กับเราตถาคตหรือแม้จะเกาะ จีวรของเราอยู่ก็ไม่ชื่อว่าเห็นตถาคตเพราะไม่ทำความเห็นแจ้งให้เกิดขึ้นในใจของตนจนรู้ว่าพุทธคุณนั้นคืออย่างไรแท้ๆและยิ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่แล้วเราก็ยิ่งจะเห็นตถาคตได้ยากยิ่งขึ้นจึงต้องอาศัยดวงแก้วดวงที่ 2 คือพระธรรมหรือคำสั่งสอนคำแนะนำทำกล่าวชี้บอกแจ้งของพระพุทธองค์และพุทธสาวกอริยเจ้าทั้งหลายอันนี้ก็ต่อมา มาเมื่อเราได้เน้นพุทธคุณหรือว่าเน้นพระพุทธลงไปที่เนื้อหาสาระนั้นแล้วเราจะเรียกว่าทำถ้าทำมากที่ส่งขึ้นนั้นเราก็ยังโยงใยต่อมาถึงคำสอนคำกล่าวว่าคำสอนคำกล่าวนี้เราเรียกว่าพระธรรมเพื่อเป็นมรรคนั่นเองคำสอนคำกล่าวนี้เป็นมรรคที่จะพาเข้าไปสู่ผลเป็นทางปฏิบัติเป็นทฤษฎีเป็นคำสืบต่อเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงต่อต่อมาเมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วองค์ ดับไฟสิ่งที่ถ่ายทอดเอาไว้แก่อริยสาวกทั้งหลายก็ตามมาส่งทอดมาทอดมาไอ้สิ่งที่ทอดมาอยู่ได้ก็เป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานอาศัยคำกล่าวบอกคำสอนติดต่อโยงกันมาสืบกันมาบอกรักพ่อเล่าต่อๆกันมาอยู่เรื่อยเรื่อยๆเราก็ถือเอาสิ่งที่เล่าต่อสิ่งที่กล่าวคือภาษาพูดนี่แหละมันสามารถที่จะสื่อความหมายมันสามารถที่จะทำทำความเข้าใจหรือว่าบอกบอกความจริงอะไรต่ออะไรได้มากแถมได้มากก็อาศัยพระธรรมหรือว่า 40 ต่อที่ คือคำพูดคำกล่าวนี้แหละเป็นสิ่งที่สืบต่อสำคัญมาได้ผู้ที่จะรับก็เป็นคนที่ปฏิบัติจริงแล้วก็ใช้คำพูดนี้เอามาทำตามมาพิสูจน์มาเรื่อยๆไล่เรียงกันมาเราจึงอาศัยคำพูดหรือพระธรรมที่ใช้โยงใยโยงยาวมาถึง 18 นี้เราเรียกว่าดวงแก้วดวงที่ 2 คือพระธรรมนี่หมายเอาตัวคำสอนเป็นความหมายใหญ่แต่แท้จริงแล้วพระธรรมความหมายละเอียดลึกซึ้งมันก็โยงเข้าไปหาพระพุทธอย่างเดิมนั่นแหละโยมเข้าไปหาคุณลักษณะปัญญาธิคุณบริสุทธิ์ที่คุณแล้วก็กรุณาที่คุณอันเดิมแต่คุณอันเดิม พันธุ์เดียวกันเราต้องทำความเข้าใจกับคำสอนคำกล่าวอะไรต่ออะไรแล้วก็เอามาประกอบดูซิเอามาประพฤติดูซิเอามาสร้างมาก่อนมาทำมาผสมผเสมาผลิตขึ้นดูซิและคำอธิบายคำยืนยันทั้งตัดส่วนที่ยืนยันผลมีความหมายอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้เป็นไปอย่างนี้ต่างๆนานาก็พิสูจน์กันได้ก็วิธีวิธีการที่จะปฏิบัติโดยประกอบหรือว่ากระทําไปถึงได้เป็นจริง ขึ้นมามีผลอันตรงกันแล้วมันก็ยังเหลือเชื้อนั้นอยู่ต่อกันอยู่เรื่อยไปเมื่อเราจึงอาศัยสิ่งต่อมาจากคำว่าพระพุทธนั้นก็คือพระธรรมอะไรก็เช่นกันกับดวงแก้วดวงที่หนึ่งนั้นเองเราจะศรัทธาในพระธรรมอันเป็นดวงแก้วดวงที่ 2 เราก็จะต้องอาศัยคำสั่งสอนนั้นดูให้ละเอียดว่าน่าเลื่อมใสศรัทธาได้แค่ใดและก็นำมาปฏิบัติทดลองดูจนเกิดผลดีแท้เห็นแจ้งในวงเล็บประสบหรือบรรลุกับตนอย่างแท้จริงก็นั่นแหละคือศรัทธาแท้ๆจะเกิดในพระธรรมนั้น ได้อย่างจริงๆตำรวจเราเอามาปฏิบัติมีพุทธคุณขึ้นมาที่เราเองเราก็ได้ศรัทธาคำกล่าวนั้นว่าจริงเรามาพิสูจน์แล้วเห็นสภาวะเห็นสภาพยืนยันทั้งบอกว่านี่บอกว่าทฤษฎีหรือเป็นมรรควิธีจนกระทั่งปรากฏผลขึ้นก็บอกว่านี่แหละผลเป็นอย่างนี้มันตรงกันหมดในคำสอนในคำกล่าวเหล่านั้นมาพิสูจน์ขึ้นทรงขึ้นเกิดขึ้นมีขึ้นเป็นขึ้นที่เราตรงกันจริงๆมีสภาพมีอารมณ์มีอาการจะว่าอารมณ์นิพพานก็มีอารมณ์นิพพานอย่างที่กล่าวนั้นถูกต้องดีเหลือเกินเช็ครอบรับไปหมดไอ้ที่จะเข้าใจผิดว่าอารมณ์นิพพานเป็นอย่างไรก็มี เช็คให้พิจารณาให้พิสูจน์คำกล่าวคำอธิบายอะไรต่ออะไรต่างๆนานาจนแน่ใจจนเห็นจริงจนยืนยันเราก็ได้ศรัทธาสิ่งอย่างนั้นผู้ใดที่มีมิจฉาทิฐิเข้าใจอารมณ์นิพพานเป็นอย่างหนึ่งแล้วเขาก็ทำขึ้นจนได้เหมือนอย่างอาจารย์ฤาษีเดียรถีย์ดาบสอะไรต่างๆที่ก็ต่างคนก็ต่างปฏิบัติถึงซึ่งโมกขธรรมถ้าเขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษคำว่าโมกก็ทำถ้าเราไม่เฉพาะเขาไม่เรียกพุทธธรรมแล้วนะเขาก็เลี้ยงลูกกระทำคือธรรมะอันหลุดพ้นผู้ที่เขาทำมาแต่เดิมก่อนว่าสมาธิพระพุทธเจ้าเกิดเขาก็ยังเรียกอย่างนั้นเดี๋ยวนี้เราก็ยัง ได้หมูกระทะเป็นธรรมะอันพาให้หลุดพ้นนั้นศาสนาเดียรถีย์ฤาษีดาบสอะไรก็มุ่งหวังโมกขธรรมทั้งนั้นเขาก็นึกว่าเขาได้ที่สุดมีอาจารย์หลายกลุ่มหลายเหล่านอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ค้นพบโมกขธรรมอันนั้นของเขาเขาก็กลับมาให้เอาอย่างนั้นตีความว่าอย่างนั้นของเขาว่านั่นแหละคือนิพพานแท้ๆเป็นอารมณ์นิพพานแล้วเขาจะเรียกอื่นเรียกอะไรก็ตามแต่ก็จะเรียกภาษาอื่นๆแทนคำว่านิพพานนี้ก็ตามหรือเรียกซ้ำกันว่านิพพานเหมือนอย่างกับของ Nikon นี้ก็เรียนนิภาเหมือนกันเพราะศาสนาอื่นๆใดๆอีกเขาจะเรียกนิพพานก็มีอยู่หรือเขาเรียกภาษาอื่นก็ตามเขาก็เรียกเอาความสูง สุดหลุดพ้นตามความเห็นของเขายังศาสนานิคมเนี่ยหนักไปในทางที่ดับจิตดับกันอย่างไรหรือดับจนกระทั่งไม่ให้เหลืออะไรจนสุดโต่งเลยทีเดียวแต่ก็มีแนวคำสอนมีความหมายอะไรต่ออะไรต่างๆนานาคล้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีเหตุผลละเอียดละออมากเหมือนกันใกล้เคียงกันแล้วของผู้ที่เป็นเล่มอื่นเล่นอย่างกระทบกระเทือนดาบสอะไรเนี่ยถือว่าเจ้าเคยไปเรียนมาด้วยก็เป็นเล่นน้ำดับหรือว่าเล่นหนังจิตทำจิตเข้าไป เอากินยานินจาเย็ดกันนะหรือว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะแบบแบบพรมแบบพรมเป็นแบบฌานหลับตาอะไรซึ่งมันก็ไม่ยากไม่เย็นอะไรนักแต่สมัยพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติตามไม่ช้าไม่นานเลยท่านก็ทำได้ก็ทำได้แล้วท่านก็เห็นว่าเอ๊ะมันก็ยังเป็นอัตตาอยู่มันก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นรูปร่างมันไม่ใช่มันไม่ใช่เรื่องมันรู้มันไม่ใช่เรื่องพ้นทุกข์อะไรที่แท้จริงตามทั้งๆที่มันจะมารู้เจ้ายังไม่บรรลุนิพพานนะแต่ท่านก็เห็นว่าไอ้นี่มันมันไม่สิ้นสุดสายมันไม่ มันดูมันโดยพระสัมพันธ์อยุธยาโดยเชื้อโดยบารมีของความชาญฉลาดของพระองค์เองของพระพุทธเจ้าเห็นแล้วว่าทำไมนิพพานมันมันหมูๆมันยังไงมันมันมันมันมันบอกสัญชาตญาณส่วนที่ลึกซึ้งท่านบอกของท่านเองมันไม่ใช่ไม่ใช่ชิบหายสูงสุดมันน่าจะดีกว่านี้มันน่าจะแจ้งตอนนี้น่าจะชัดเจนกว่านี้ทำตามภูมิตามฐานะคนอย่างเขาจะมาถึงเจ้าที่แสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดท่านก็ยังเห็นว่ายังไม่ดีที่สุดแต่ยังไม่ถอดแก๊สยังไม่จ่ายก็อย่างนี้เขาก็เข้าใจ เป็นที่สุดเป็นที่ปลายของศาสนาหรือของโมกขธรรมของแต่ละคนเป็นต้นซึ่งแม้แต่เจ้าศาสดาอื่นๆใดๆก็มีอีกเยอะแยะแม้แต่พวกอาจารย์ 6 คนที่อายุมีชื่อเสียงดังๆอยู่ในตอนนั้นอันนี้คือถวายพระรวบรวมมาก็มีอาจารย์อะไรต่ออะไร 6 คนที่กล้าอยู่ในสูตรอะไรไม่รู้คือกันว่าถ้าไม่ได้ผลสูตรที่พระอาจารย์ศัตรูไปก็บอกว่าไปหามาก็ไปเรียนรู้มาจากศาสดาอาจารย์พวกนี้ สินค้ากฎหมายใจเอาจุดจบของเขาเหมือนกันว่าเป็นนิพพานไม่มีเป็นต้นแต่ความเห็นใดๆที่มุ่งหมายแม้แต่ความเห็นเดี๋ยวนี้ก็ยังมีความเห็นที่มุ่งหมายแล้วก็ไปเข้าใจอารมณ์นิพพานอย่างที่เขาเองเขาเข้าใจอยู่มีอยู่หลายมันมีอยู่หลายแบบแม้แต่จะเรียนมาเรียนมาจนกระทั่งมาเดี๋ยวนี้ก็สืบสานมาแล้วก็ไปยึดเอาอารมณ์นิพพานในรูปนั้นรูปมีอะไรใดๆต่างๆอารมณ์ที่ผ่านเหล่านั้นที่ไปสร้างอารมณ์ในจิตเป็นนั่งหลับดับไฟไปนั่งเป็นไอ้โน่นไอ้นี่อะไรอะไรต่างๆนานาเป็นรูปเป็นแบบเป็นสภาพแม้แต่ที่สุดมา คลิปคำนึงคำผิดทำใจวางปล่อยเป็นแบบมันไม่มีอะไรหรอกมันก็ธรรมดาธรรมดามีความเข้าใจมุมนั้นแง่นี้อะไรต่างๆนานาเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่มีลัทธิถือว่ามีความเข้าใจอยู่คล้ายๆกับเจ้าศาสดาอาจารย์เหล่านั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่พระพุทธเจ้าทำไมได้แบ่งไว้ในน้อยๆเลยท่านแบ่งไว้ทั้ง 62 อย่างที่มีความเห็นต่างๆแต่ว่าลงจบบ้างไม่ลงจบบ้างแต่ไปแยกแยะแล้วรวมจะมีพวกที่หลงเป็นนิพพานอยู่ประมาณ 5 ท่านก็ยอมลงมาจากเนื้อที่จะทำให้ทานคือมีความเห็นว่าลงเป็นนิพพานนอกนั้นก็หลงไปในทิศทางแล้วก็ไม่ได้แค่นั้นก็กลางๆซึ่งเขาก็ไม่ยืนยันวัน แต่มันก็ผิดเพี้ยนออกไปได้ซึ่งมันก็จะไม่นิพพานมันไม่มีไม่มีทางที่จะไปถึงแต่เขาก็เห็นผิดเพี้ยนไปได้ถึง 62 อย่างอาจจะไปมุ่งๆจนกระทั่งเอามาเป็นจบสรุปรวมลงก็เป็นนิพพานได้ 5 คะแนนเคยเห็นกามยังไปหลงที่ท่านเอาใช้คำรวมเลยมันยังเป็นตามอยู่สาธิตจัดทำนิพพานที่ 5 เห็นกล่าวว่าเป็นนิพพานมีอารมณ์เป็นกามอยู่ยังมีการเสพมีอารมณ์มีอัตราส่วนนั้นได้ส่วนพิเศษเป็นการปรุงการแต่งเห็นตามกามคุณ 5 เป็นนิพพานเสพอารมณ์กาม 2 เสพอารมณ์ เสียอารมณ์ฌาน 1 คือสภาพของความมีอารมณ์ดีกว่าเราอย่างนี้แล้วล่ะมันอยู่ในสภาพตามีทั้งวิตามินจารมีทั้งปิติมีทั้งสุขมีทั้งอุเบกแต่มันยังไม่อุเบกขาด้วยซ้ำไปชั้น 1 แต่ว่าเป็นหมวดหมู่อยู่ในนั้นน่ะมันยังไม่เฉยหรอกยังไม่มีจิตเฉยๆด้วยซ้ำไปยังวุ่นๆอยู่ใครๆเข้าใจอารมณ์นะสภาพธรรมยังมีอารมณ์เขาก็รู้นะว่ามันไม่สนิทกับมันยังจะจับเราผู้รู้อย่างสนิทเมียจริงๆรู้ว่ายังเรียกว่าเป็นอุเบกขายังไม่ได้ทีเดียวจะเอาเด็กถามว่าเรียกฌาน 1 ยังไม่ได้แต่ก็มีอารมณ์อยู่ในขอบเขตเรียกว่าเอกสาร เหล็กทับสายไม่ฟุ้งซ่านอะไรจนเกินไปเขาก็นึกว่านี่แหละดีที่สุดแล้วสำหรับจิตทำจิตให้ได้แค่นี้มันไม่รู้อารมณ์เฉยหรอกอารมณ์ว่างอารมณ์วางปล่อยอารมณ์นิ่งๆอยู่บ้างไม่ได้หรอกมันยังมีวิตกวิจารณ์มันยังมีพฤติกรรมของจิตมีเรื่องมีราวมีอะไรต่ออะไรอยู่แต่เขาก็อยู่สบายเขาก็ว่าเขามีปิติมีสุขสบายเขาก็เอาขนาดนี้เป็นนิพพานหมายนิยามโดยมีแง่เงินบอกไว้หลักๆใหญ่ๆว่ามีวิตกวิจารณ์มีมิติมีสุขมีขอบเขตไม่ได้ฟุ้งซ่านออกเกินกว่านี้ไม่ได้วุ่นวายเรื่องราว อื่นๆมากมายอะไรนักมีความหมายแค่นี้ผู้ที่ปฏิบัติไปรู้อารมณ์อย่างนี้ก็พยายามเข้าใจให้ได้โดยเอาความหมายของกิเลสอื่นมาเอานิวรณ์เอาอะไรมาใช้ประกอบอีกเพราะมันเป็นไปเพราะกามมากมายอะไรพยาบาทไม่มีอะไรทีนะมีพระไม่มีเราจะปลุกกูจะก็ไม่มีไม่สงสัยในอารมณ์นี้รู้ว่าอารมณ์นี้ได้ชัดเจนเข้าใจแล้วก็ก็ว่าเอาอารมณ์นี้เป็นนิพพานได้แค่นี้ซึ่งเป็นได้ในหมู่เหล่านี้ก็เป็นได้อยู่เข้าใจได้อยู่ถ้าเข้าใจฌานจริงนี่ไม่ใช่หมายถูกก็เป็นไม้เป็นไม้ผิดหวังพระพุทธเจ้าท่านหมายมีปัญหาฌาน ของพุทธไม่ได้เป็นหมายว่าไปนั่งหลับตาเขาเป็นอย่างนี้เป็นชั้นเป็นชั้น 1 แล้วก็นึกว่าอารมณ์หลับตาปี๋เขาไปชาหนึ่งเป็นนิพพานถ้าไม่ลืมตาขึ้นมาก็ว่าจะไปเข้าใจผิดว่าช้างก็คือต้องตัดทวารทั้ง 5 และนิพพานนี้จะต้องไปมีอารมณ์นิพพานหรือว่าไปได้นิพพานอยู่ในสภาพกับตาปัดทวาร 5 เนี่ยแล้วก็นี่แหละคือนิพพานถ้าไม่ใช่อย่างนั้นนะถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็ยิ่งแคบจากถ้าใครยืมไปเข้าใจว่าจะพูดยากก็จัดว่าคนหลงนิพพานนี้หลงได้ 5 ชนิดเราได้ 5 ชนิดรวมมาหมดละ อาทิตย์ที่ 6.2 นั่นแหละถ้าใครจะมุ่งมาดปรารถนาปฏิบัติไปมันมีละเอียดขึ้นมาเรื่อยๆใน 62 มันมีสูงละเอียดขึ้นมาหมดแล้วมีที่จริงคือความเห็นของคนแยกเข้าไปได้ 62 แย่เท่านั้นแหละและแง่ที่สูงสุดที่เขาเอาไปถึงได้เขาก็ไปหลงผิดอยู่ใน 5 อย่างนี้เท่านั้นยึดเกาะเป็นนิภากรคือแง่ที่ 5 นี่ยังพูดไม่ถึงในแง่ที่ 5 เนี่ยสูงที่สุดจิตจะเป็นนิพพานอย่างเดียวพระพุทธเจ้าท่านหมายแล้วที่ 6.2 นั่นก็ถือว่าเป็นทิฐิที่ยังยังไม่บริบูรณ์จึงแยกเนื้อเงินแยกแม่อยู่ท่านอธิบายว่าผิดเป็นมิจฉาทิฐิด้วยซ้ำไปมิจฉาทิฏฐิ 62 ธันวาคมมันอันที่ ไม่มีใครสงสัยล่ะเสพกามเป็นนิพพานแล้วมันก็มีนะฟังดูแล้วตลกแต่เขาก็ยังเหลือการนั่นแหละเป็นนิพพานแล้วก็ว่าอย่างนั้นจะเป็นกรรมแต่ทีนี้พอมาถึงเอาชาที่ 1 นี่หมายความว่าการมันไม่มีหรือว่ามันมีมันก็เป็นอนุสัยเป็นอาสวะเป็นโมหะที่อ่านไม่ออกแต่ก็เอาอารมณ์ของเขาด้วยว่าเอาสัญญาของเขานั่นแหละพิสูจน์เอาตัดสินเอาวันนี้ไม่มีการแล้วเอาล่ะยกไว้มันก็ยังไม่ถึงกับยกไว้หรือแม้จะหมดตามก็ตามแต่ทีนี้เรายกให้หมดกรรมหมดพยาบาทเป็นลูกบอลต่างๆเนี่ยหมด หมดนิวรณ์แล้วก็ได้อารมณ์อยู่อย่างนั้นจิตก็ฟุ้งอยู่จิตก็มีวิตกวิจารมีอุจจาระจะไม่กดขุดสระแล้วเขาจะไม่เกิดรำคาญเกิดทุกข์ร้อนเกิดอึดอัดขัดเคืองกังวลอะไรก็ตามไม่และเป็นอารมณ์ที่มีพฤติกรรมของจิตยังว่างก็ไม่ได้เฉยไม่ได้นิ่งไม่ได้เขาจะให้อารมณ์นั้นหยุดหยุดเฉยอยู่ยังไม่ได้ยังไม่สามารถที่จะชี้ยืนยันแม่ได้เป็นอารมณ์ที่ 1 ของจริงนี่เราอธิบายให้เห็นชัดเจนขึ้นมาว่าไม่ใช่ทางนี้หมายไปเอาหลับตาปิดทวาร 5 เท่านั้นนะแล้วก็หลงเข้าใจแต่ก็มีนะไม่ใช่ไม่มีนะยังมีผู้ที่พูด นิพพานมันจะยากอะไรแล้วก็หลับตาเข้าไปประเดี๋ยวเดียวก็หลับตาเอาเดี๋ยวเดียวมันก็ได้แล้วนิพพานแม้แต่พวกเรานี่ก็ใหม่ๆนี่ก็จะได้ยินอยู่ก็ว่าอย่างนั้นซึ่งไปหลงผิดแล้วก็มีจริงๆผู้ที่พูดแล้วก็พูดจริงนะแต่ก็ไม่จริงเขาก็ไม่พูดออกมาเขาเข้าใจจริงๆเลยว่านิทานเรื่องอย่างนั้นแล้วเขาก็เข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมันไม่อะไรหรอกมีความง่ายเขาไม่เอาเขาจะมาเอาโลกียะแล้วก็เอาทำอะไรอยู่แล้วก็ยืนยันชีวิตประจำวันของเขาเขาจะเอาอันนั้นดีกว่าก็ไม่เอาดีกว่าพี่ฟ้าก็บอกว่าจะยากอะไรหลับตาเข้าไปเอาเดี๋ยวก็ได้อย่างที่เคยมีคนกล่าวหรือแม้ไม่กล่าวแล้วคนที่เข้าใจอย่างนี้แล้วทำเอาอย่างนี้ก็มีอยู่นึกว่าหลับตาเขาไปเอาอย่างนั้น เรายกไว้ว่าแม่มันแคบมันตื้นมันตื่นไปมันแคบเพราะที่ผ่านแบบนั้นมันไม่เป็นปัจจุบันนะทำไม่เป็นของมนุษย์พระอรหันต์อะไรที่ผ่านมาตกกับคอหลับตาเอาพอลืมตาแล้วไม่เป็นพระอรหันต์ก็แสดงว่าเป็นพระอรหันต์แต่ชั่วชั่วยามชั่วตอนหลับตาไปล้มนิพพานอย่างนั้นมันแคบไปเราอยากจะเข้าเนี่ยเราได้พูดกันมามากแล้วว่าชาญหมายความว่าอย่างไรไม่ต้องเข้าใจได้แม่ลืมตาก็เป็นสภาพที่เขาไม่มีนิวรณ์นะเนี่ยแต่มีอารมณ์อย่างนี้มีอารมณ์ที่มีวิตกวิจารณ์อยู่มีพฤติกรรมของจิตซึ่งเขาสบายส่วนหนึ่งแล้วนะเขาไม่มีอุปสรรคอุปสรรคไม่มีไม่รำคาญอะไรปลอดโปร่ง เป็นห่วงเหงาๆนอนไม่มีพยาบาทไม่มีกามว่าฉันพระเขาเห็นว่าจิตของเขาไม่มีแต่ก็มีพฤติกรรมอยู่ดับไม่ลงเฉยไม่ได้ชามนึงนี่มันไม่ใช่ว่าดับลงเฉยได้นะมันเป็นเอกัคคตารมณ์เป็นอารมณ์อยู่ในสภาพที่เขาเห็นแล้วว่าไม่ฟุ้งซัดสายอะไรมากมายแล้วไม่ฟุ้งซ่านอะไรมากมายแต่เขาก็เห็นว่าพิจารณาที่เขาจะรับคนที่ผ่านก็เพราะว่าเขาพิจารณาแล้วว่าจิตมันก็เกินก็ดับอย่างเงี้ยไปให้จิตมันว่างๆมีอารมณ์กลางๆเขาแยกไม่ออกอารมณ์ที่มันเฉยไม่ปรุงก็ทำไม่ได้แต่ทำไม่ได้ถ้าไม่ได้จริงๆเพราะเขาไม่ได้ปฏิบัติจิตจนกระทั่งถึงฌาน 3 ฌาน 4 เข้าไปได้จริงๆ มันได้แค่ชั้น 1 แล้วก็เดี๋ยวก็ไปชั้น 2 สูงขึ้นมาก็ไปหลงทาง 2 เป็นนิพพานคือไปได้ปิติสุขก็เป็นเอกัคคตารมณ์อยู่เหมือนกันผู้รู้ยังไม่เอาคำว่าอุเบกขาเข้าไปถึงเขาก็ว่าของเขาชักจะดีๆเหมือนกันจะเรียกวิเวกคิดถึงใครอยู่ชั้น 2 ยังใช้แล้วชานหนึ่งก็ใช้หมดทั้ง 4 อ่ะแพ็คเกจก็สตาร์ทกันแน่ 21 เกิดจากนิเวศน์อยู่แต่ก็มีบางครั้งก็ใช้เอกสารมันก็มีความหมายบอกว่ามันเป็นอารมณ์นึงนั่นน่ะที่หมายเอาอย่างยิ่งและเหตุการณ์เอกสารความเป็นยิ่งเอกัคคตาอยู่เสมอ เกิดจากสมาธิสมาธิก็คือสัมมาสมาธิที่แท้ทั้งอธิบายธรรมะที่แท้บางทีท่านก็ใช้ภาษาอย่างนี้ก็ไปเมื่อไปถึงฌานชั้นชั้น 1 ชั้น 2 ไม่มีคำว่าอุเบกขาก็ไปประกอบรวมหลักคำนี้เข้าไปประกอบที่ดีองค์ทั้ง 4 พอทานที่ 2 ก็มีปิติมีสุขมีอยู่แต่วิเวกหรือว่าอยู่ในเอกัคคตาขนาดนั้นหมายความว่าพฤติกรรมของวิตกวิจารณ์เนี่ยมันมีบทบาทของมากมีพฤติกรรมเกิดการมีการปรับปรุงหรือว่าจะมีเรื่องมีราวหรือมีกิริยามีกิริยาของจิตก็มีอยู่มากมีเรื่องราวมีอะไรต่ออะไร มันไม่สงบตรงไปมันรู้สึกว่าถ้าจะมีรสชาติมีเรื่องมีราวมีอารมณ์อะไรมันก็จะเป็นอารมณ์จีจ๋าอยู่กว่าถ้าเบาวันนี้ลงได้แต่มีแต่อารมณ์สภาพที่ดีใจชื่นใจเห็นว่าอันนี้ดีแล้วมันมาบางเบามันบางเบาก็เรื่องราวอะไรมีเรื่องราวอะไรบรรเทาลงไปเยอะในเรื่องของจิตมันรู้สงบเป็นทาสรู้ที่สงบลงไปอีกผู้หลงอารมณ์นี้เป็นนิพพานก็มีอยู่แต่ที่พูดนี้ก็เป็นกลางๆจะเป็นความหมายนิยามอารมณ์ของจิตแล้วจะต้องเข้าใจเข้าใจของเราประมาทของเราได้เลย ถ้าเราแบ่งเป็น 4 ฌาน 4 แบ่งเป็น 4 ลักษณะแล้วก็จะต้องรู้ขอบเขตของเรานี่มีความรู้สึกแล้วก็จะต้องดูตัวจริงๆของจิตผู้ปฏิบัติได้จริงแล้วในเห็นตัวเมื่อไหร่ก็ได้นั่งตัวเดียวนี้ลืมตาโพลงๆนี่ก็ได้ทาน 4 ขนาดประมาณนี้ประมาณนี้มีองค์ 4 ถ้าจะเรียกองค์ 4 ก็มีอยู่อย่างนี้แหละหากมีฌาน 2 เขาเรียกว่าองค์ 3 หรือองค์ 3 วิตกวิจารณ์เบาไฟระงับไปแล้วองศามันก็เบาสนิทดีแต่ไม่ได้หมายความว่าหลับตาแล้วจะตัดทวาร 5 ที่มันซอยมันว่างลงเรื่องน้อย แล้วผู้ปฏิบัติถ้ำทองปฏิบัติเข้าใจชัดๆแท้ไม่ๆๆอะไรผมเองผมทำเดี๋ยวนี้อยู่เดี๋ยวนี้แหละที่ถ้าผมไม่ต้องมานั่งพูดชัดๆเดี๋ยวนี้อยู่หรือแม้จิตของผมนี่ปรุงในขณะที่กลุ่มงานโครงการปรุงจะคิดกับคุณเนี่ยผมก็ประมาณเอาได้ว่ะนี่ผมกำลังใช้งานนี่เป็นชา 1 ใหม่วิตกวิจารณ์มากแต่พี่ตกไม่ได้หมายความว่าตกใจนะเดี๋ยวจะไปคือภาษาไทยของเราเนี่ยไปเอาคำว่าวิตกมาใช้เรียกเป็นข่าวกับวนิชตกนะมีความหมายอย่างนั้นแต่แท้จริงไม่ใช่นะชาไม่มีความกังวลใจความปลอดโปร่งแล้วไม่มีนิวรณ์และจิตมันยัง เรื่องเกี่ยวอยู่มันยังวนเวียนมันยังมีอะไรไม่ใช่ว่ากังวลมันมีวนเวียนมันยังมีเรื่องราวเกิดดับเกิดดับมีเรื่องอะไรก็ยังถูกร้อยเป็นอะไรต่ออะไรอยู่แล้วก็ตัววิจารณ์ก็สอนลงไปให้ดูพฤติกรรมของจิตที่มันกำลังเกิดอยู่เนี่ยมันเกิดเรื่องอะไรอธิบายได้ว่าอย่างไรวิจารณ์อธิบายวนเวียนมีเรื่องมีราวมีอะไรอยู่เนี่ยแล้วพฤติกรรมคือวิจารณ์ของอันนี้รู้ให้ได้นะรู้พฤติของมันอาการของมันกิริยาของมันเรื่องราวของมันอะไรของมันซ่อนอยู่ของมันบอกตัวเองเพราะฉะนั้นในคำอธิบายธรรมดาก็แย่วิตกวิจารณ์ออกเป็น 2 อย่างก็มีอย่างที่ตกอันนึง อันนึงหรือไม่ยากมันก็เป็นกรรมกริยาของนามรูปคู่นึงที่มันทำงานอยู่ในจิตนั่นแหละบทบาทของอันนี้เบาลงเพราะทำงานอยู่เดี๋ยวนี้เนี่ยผมปรุงมากๆผมมีพฤติกรรมเห็นพฤติกรรมมันจี๋จ๋าร้อนจัดผมก็รู้ได้มันมีมากมีเรื่องกำลังเหมือนมันไม่เข้าหาความหยุดความเฉยมันไกลความเฉยมากมากมันไม่ได้นิ่งเลยตอนนี้มันเครื่องติดต่อกันเหลือเกินแต่ว่ากำลังมากผมก็เรียกว่าฌานฌาน 1 ของผมโดยที่ผมเองผมไม่ได้มีการไม่ได้มีพยาบาทไม่ได้มีผีนะครับทีนี้ถ้าไม่มีแน่คืนนี้ถ้ามากรุงศรีๆอยู่อย่างนี้ไม่ได้แต่ที่นั่นไม่มีแน่แล้วก็ความกังวลใจหรือว่ารำคาญใจของตัวเอง แต่ไม่ใช่ฟุ้งซ่านอยู่ในขอบข่ายอันนี้มันอยู่ในเรื่องนี้ไม่ได้ก็จะไม่มีอะไรมาแซมปนไม่มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้องอยู่ในองค์ทำวันนี้ตรงๆมันอยู่นะมันไม่รู้จะพูดจากฟุ้งซ่านรำคาญใจกังวลกังวานทุกข์ร้อนอะไรมันไม่มีหรอกแต่ผมเห็นอยู่รู้อยู่ของผมผมไม่ได้สงสัยชัดเจนเข้าใจแจ้งที่พูดเดี๋ยวนี้ก็ยังพูดอยู่เดี๋ยวนี้ก็ยังเข้าใจอยู่ขณะนี้จะเรียกว่าจิตขณะนี้กำลังเป็นทานที่ 1 อยู่ก็ได้เป็นชั้น 1 ใช้ทีเดียวกำลังใช้งานแต่เช้าเลยนี่คือบทบาทของงานเต็มเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะ มีฌานอยู่พร้อมครั้งที่ 17 เป็นการได้อยู่อย่างธรรมดาไม่ยากโดยไม่ยากโดยไม่ลำบากเลยในฌานทั้ง 4 ฌานที่ 1 มีอยู่จริงก็ใช้อยู่อย่างนี้เดี๋ยวนี้ก็เป็นอยู่ได้ไม่จะต้องไปคิดว่าหลับตาแล้วผู้ใดก็เข้าใจชาอย่างนี้เป็นนิษฐาก็มีอยู่จริงก็มีอยู่จริงเอาชาเป็นนิพพานเลยทีเดียวโดยเค้ามอง Z1000 บอกแล้วว่าเมื่อกี้ว่ามันเป็นโมหะหรือว่ามันมีญาณหยั่งรู้ในนิพพานเอ้ยอย่าๆอย่างรู้ในจิตอนุสัยอาสวะลงไปอีกอาจจะไม่ได้แต่โดยพื้นเดี๋ยวนี้รู้ว่าตัวเองไม่มีอารมณ์ตามปกติเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีอารมณ์กล่าวไม่มีอารมณ์พยาบาล มีอารมณ์ดีนะมีถ้าไม่มีอารมณ์จะอะไรไม่สงสัยในอารมณ์จิตของตัวเองอ่านได้ขนาดนี้แต่อย่างลงไปอีกเข้าไปในภพชาติสิ่งที่ยังมายังดองสิ่งยังเหลือเชื่อในวาระอื่นมีไหมถ้าพิจารณาเอาแต่อารมณ์ปัจจุบันฌานนี่ว่าจริงๆแล้วเป็นอารมณ์ปัจจุบันนะเป็นอารมณ์ปัจจุบันเอาเป็นอารมณ์ที่ขณะนั้นเป็นอยู่อย่างนั้นแหละแล้วก็กระทำตัวเองบอกตัวเองอยู่เป็นอารมณ์นี้เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเป็นวิมุตก็เป็นวิมุตกับหมายความว่าต้องอธิบายกันอีกแต่จะบอกว่าวิมุตมันก็คือฌานจะบอกว่าชาญมันคือวิมุติมันก็ไม่ใช่ส่วนเดียวกันแต่ถ้าพูดถึงที่แล้วอย่าเอาพระอรหันต์เอาอารมณ์พระอรหันต์ มาอธิบายพระอรหันต์คือเป็นผู้ที่หมดสิ้นอนุสัยอาสวะฟังดูดีๆนะอนุสัญญาอาสวะนี่คือตัวอธิบายวิมุติพร้อมกันนั้นมีอารมณ์ปัจจุบันก็เป็นฌานอารมณ์ปัจจุบันของท่านก็มีวิตกวิจารณ์ได้มีปิติมีสุขได้เป็นเอกัคคตากำลังทำงานมีอะไรอยู่ทีเดียวได้อยู่แล้วก็มีชายเป็นปกติอยู่นะมีวิตกวิจารณ์ตัวนั้นอยู่ Facebook ต้องวิจารณ์คือตัวงานของตัวงานของจิตพระอรหันต์ไม่มีหรอกอารมณ์กามจะมาล้มกลางเป็นนิพพานไม่มีเพราะฉะนั้นพระอรหันต์จัดการทั้งปัจจุบันจัดการทั้ง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive