210105-155 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน155-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
พฤหัสบดีที่ 5 มกราคมพุทธศักราช 2521 แต่นี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกทำงานอะไรก็ตามที่เรากระทำกันอยู่ทุกวันนี้ทุกคนต้องคำนวณประมาณตนประมาณความพอดีเราทำงานก็จริงเราก็จะต้องรู้มีสติปัฏฐานอย่างแท้จริงในที่เท่าที่เป็นอยู่ที่เห็นนี่บางทีเราบางคนก็ยังควบคุมน้อย บางทีสติปัฏฐานของตนเองก็ยังมีอะไรเท่าที่อาตมารู้สึกว่ามันก็มีเกินไปบ้างระมัดระวังไม่พอเช่นว่าทำงานไปแล้วเราก็ปล่อยให้เป็นไปโดยคุยกันโอภาปราศรัยให้มันปิติค่าเริ่มยินดีเพลิดเพลินไปกับงานด้วยมันมีอิริยาบถหลายอย่างเกี่ยวกับบทการงานผัสสะกับหูกับตากับมือกับกริยากรรมที่เราทำอะไรต่างๆด้วยเพราะฉะนั้นเราจะต้องเป็นผู้ที่ครอบครองในจิตจิตของเราก็จะต้องเอา กลับช่วยการงานทำการงานให้มันดีด้วยถึงแล้วต้องทำแน่ทำการงานไม่เอาจิตเข้าไปกำหนดมันไปทำกับมันไม่ได้แน่แต่ทีนี้จิตเราก็จะต้องมาฟังเรื่องมารับรู้เรื่องด้วยมันก็แบ่งออกไปอีกทีนี้เราก็จะระลึกตัวเราเองว่าเราเป็นนักปฏิบัติธรรมเป็นพระโยคาวจรและเราก็จะรู้ในขณะที่เราผัสสะต่างๆแล้วจะเป็นอยู่ในขณะนั้นโดยการรู้และก็โดยการสำรวจสังวรเข้าใจยามที่จะกำหนดควบคุมจิตให้ดีที่สุดด้วยมันจึง งานที่ยากเป็นงานที่มากแต่มันก็เป็นจริงถ้าเราควบคุมจริงสังวรสำรวมจริงมันจะทำได้จริงและเราก็จะรับรู้อารมณ์จะสำเหนียกสำนึกถึงจิตของเราในขณะนั้นๆจริงในขณะทำงานไปด้วยในขณะที่มีอะไรก็ได้เป็นปกติมนุษย์ธรรมดาเนี่ยแล้วเราก็จะควบคุมทำให้ได้ตามความสามารถด้วยสำหรับงานเมื่อเวลาเป็นอยู่บางคนทำงานไปก็คุยไปก็ดีไม่เป็นไรคุยเรื่องคุยของเรามันไม่มีอะไรมากหรอกเพราะเราก็มีแต่โทรไปพบกันมาแต่เรื่องที่จะให้เป็นการขัดเกลานั่น 1 แต่บางทีก็อาจจะใช้เป็นเชิงคำกล่าวคำปฏิญาณคำปรึกษาหารือกันบ้างคำวิเคราะห์กันบ้างอะไรต่างๆอย่างที
อ่านต่อ
่เป็นอยู่นี่แหละก็ดีบางทีก็เป็นเชิงไปในทางที่ให้มันครึกครื้นก็จะช่วยให้เราเองร่าเริงอยู่กันด้วยว่าลืมร่าเริงธรรมบางคนก็พอทำไปทำไปแล้วมันก็เป็นการต่อเนื่องเครื่องติดตั้งแต่อ่อนมันจะแก่แรงขึ้นแรงขึ้นแรงขึ้นบางทีก็มากเกินไปแรงเกินไปสูงขึ้นสูงขึ้นมันก็เลยเขาให้ระวังมากไปจนบางทีก็ขนาด ถึงขั้นต้องหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเลยมันไม่มันไม่สำรวมแต่มันไม่ดูดีเรามีการงานเราทำการงานร่าเริงเบิกบานแจ่มใสดีไม่ได้ขั้นพอเหมาะพอสมใครเห็นไม่มีปัญหาไม่ใช่ทำถ้าทำเคร่งสิกลับไม่ดีทำงานไปด้วยแล้วก็คุ้มต่างคนต่างเงียบอยู่ในคุกกันซะแล้วถูกบังคับกันซะแล้วมันก็จริงด้วยถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆถ้าจิตใจเป็นอย่างนั้นจริงมันก็จะเป็นอย่างนั้นจริงๆถ้าจิตใจไม่เป็นอย่างนั้นจิตใจรู้ทั้งกรรมฐานทั้งปกติธรรมดาก็พามาอาศัยกันเป็นปกติธรรมดามนุษย์ก็เป็นอย่างนี้และเราก็เป็นอย่างนี้แต่เราไม่เป็นอย่างผู้อื่นตรงที่เรามีรูปเบิกบานแจ่มใสและมีลูก รู้อยู่ว่าเรากำลังทำอะไรตามยถาภูตญาณทัสสนะมีญาณทัศนะรู้อยู่ตามความเป็นจริงตามความเป็นจริงว่าเราทำงานอะไรเราทำอะไรนี่เป็นกุศลหรืออกุศลเป็นสัมมากัมมันตะมันโตเป็นการงานที่เหมาะที่ควรแล้วเราเข้าใจด้วยเหตุผลหรือใครไม่เห็นมองไม่เห็นควรคนนั้นก็ไม่ต้องทำถ้าใครเห็นว่างานนี้ไม่เหมาะไม่ควรไม่เป็นไปด้วยกุศลเป็นอกุศลหรือเป็นการทำลายเป็นการล้างผลาญเป็นกิจกรรมที่ไม่ส่งเสริมมนุษย์ชาติเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ต้องทำถ้าอย่างนั้นไม่ต้องทำได้ถ้าไม่เห็นอย่างนั้นแต่ถ้าไม่เห็นดีด้วยอย่างนั้นแต่ถ้าเห็นดีด้วยเราไม่ทำน่ะเราขี้เกียจ เห็นดีเข้าใจไม่มีข้อแย้งเลยเป็นสัมมากัมมันตะเราไม่ทำนะมันขี้เกียจไม่ใช่อะไรไม่ทำดูเฉยไปอย่างนั้นอย่างนี้เรียกว่าเราขี้เกียจแต่ถ้าเห็นด้วยแล้วเราก็เหมาะสมควรจะทำเราก็ทำแล้วถ้าผู้ใดไม่ทำก็ไม่ว่าเมื่อไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่าเพราะว่าบังคับความเห็นไม่ได้ในโลกบังคับนี้ไม่ได้เห็นวันนี้ไม่ถูกหรอกไม่ถูกไม่ถูกงานไม่ถูกหน้าที่ไม่ถูกจิตของผู้ที่พยายามจะนั่งอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรนั่งตาลอยไปลอยมาแล้วมันก็หลับตาเป็นสีตาไฟไปเฉยๆอย่างนั้นถึงจะเป็นการปฏิบัติ การงานที่มีไม่ได้ทำอะไรไม่ได้ถ้าคนเห็นอย่างนั้นก็เห็นอย่างนั้นแล้วมันจะจัดสรรของมันเองแม้จะอยู่ที่นี่ก็เถอะมันจะจัดสรรเองสักวันหนึ่งมันก็แยกมันก็แยกเองมันเป็นไปเองหรอกในบริษัทจะทำเพราะมันจะเชิญขอร้องกันหรือว่าเชิงเตือนกันจริงกันก็เตือนกันจริงกันไปแต่ก็ไม่ใช่ว่าบังคับเราจะไม่บังคับเราจะบางทีเราถือว่าสนิทเราอาจจะขอร้องแรงๆแล้วก็ตีกันแรงๆอย่างนู้นอย่างนี้อะไรอาจจะมีเชิงในการกินกันมันมีสำนวนถ้ามันมีลีลามีนโยบายในการพูดเราพูดกันมันพูดบางทีพูดคำโดยบอกว่าเอายาทำหรือว่าพูดให้ทำโดยพูดกันตรงๆหรือพูดไม่ตรงเรามีเชิง ไปไกลทำให้เข้าใจได้เตือนด้วยกันได้เป็นสำนวนอย่างนั้นอย่างนี้มันทำได้ไม่มีประหลาดอะไรในการใช้โวหารในการใช้สำนวนแล้วพวกที่มาทำจึงขอให้ระวังอย่าให้มันลงสมพรดูดีเป็นสัมมาแม้แต่สัมมากัมมันตะของเราสัมมาวาจาของเราก็ให้เป็นสัมมาวาจาที่พอเหมาะสมพอไปพอมาที่จริงนี่ที่พูดขึ้นนี่ก็ไม่ใช่ว่าเราแย่แล้วนะไม่แย่หรอกก็ยังดีอยู่ในส่วนดีแต่ว่าก็เห็นโดยเลยไปนิดๆไม่มากหรอกไม่มากแต่ว่ามันแม้แต่นิดเดียวก็ใช้อันเล็กน้อยแล้วก็ต้องบอกกันจะได้ประมาณกันให้พอดีมัธยฐาน สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะอะไรก็ต้องให้มีสัมมาวายามะสัมมาสติที่ดีควบคุมดูแลกำหนดมีสัญญากำหนดหมายถ้าลิ้นชักมากไปแล้วนะนี่เดี๋ยวเรารู้สึกว่าเราส่งเสียงกันดังไปเดี๋ยวเรารู้สึกว่าเราเพลิดเกินไปแล้วนี่หาเรื่องมาพูดกันจนกระทั่งพูดไปแล้วเราก็ไม่สำรวมแม้มันจะปิติใจร่าเริงใจอย่างไรเรามันก็ไม่ควรปล่อยกิริยาออกมาจนมากเกินไปป่านนี้เป็นกายที่เกินสมรรถนะสาธุอย่าดิ้นดิ้นดีดอะไรมันเพราะพูดอย่างนี้คงจะรู้ว่าเสมอรูปอย่างไร อดๆเอียงๆสั่นคลอนไปทีเดียวอะไรอย่างงี้บางทีอยู่ในแม้แต่ 50 กว่าบาทก็มีก็ไม่ว่าอะไร 50 บาทการรื่นเริงการร่าเริงอยู่ก็เคยพูดถึงรหัสเศรษฐกิจกว่าบาท 6 ระดับ 1 ก็เคยพูดเคยอธิบายเคยแยกแยะให้ฟังก็ได้สำรวมตนเราจะมียิ้มแย้มมีหัวเราะแม่ออกเสียงบ้างนิดน้อยในกาลบางครั้งมันก็เป็นไปได้แต่ระวังอย่าให้มันมากเตือนไว้อย่าให้มันมากเพราะบางทีมีบางคนเราเลยแหลมๆออกไปหน่อยๆเหมือนกันแต่หัวเราะอย่างน้อยก็ตามพอดีบางทีก็คงส่งสายอะไรมากเกินไปมันดูไม่งามสัมมนา แต่ทั้งโลกก็ไม่ติดหรอกถ้าเขาไม่มองอย่างที่นักธรรมะแล้วก็ไม่จริงๆอะไรหรอกทั้งโลกเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรในเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสูงหัวเราะธรรมดาหัวเราะชื่นใจก็ชอบไปซะอีกหัวเราะระบบไม้ปรบมือสะดุ้งไปทั้งตัวหวั่นไหวโครงเครงสัตว์และเหล้าไปทั้งตัวเขาก็กล่าวหาว่าคนนี้กำลังสนุกเต็มที่ซะอีกแต่เราต้องรู้ในทิศทางอะไรมากไปแม้ร่าเริงจนเกินขอบเขตก็ไม่ให้มันเป็นกิริยาหรือแม้แต่จิตของเราก็เหมือนกันปิติแรงเกินไปจนเป็นตัวเองพาปิตินั้นไม่เอาพอดีการจัดการผิดปกติก็ไม่เอาเราจะมีน้อยๆเป็นกุศลให้คุณก็กลับไปตีหรือว่าคณิตกะ 14 เป็นปิติที่น้อยๆหรือมันมีแต่ปิติที่เป็นฌานเป็นปริศนาปิติเป็นปิติที่แผ่ซ่านอยู่ในตัวเราเราก็รู้จิตของเรามันผิดที่ร่าเริงดีอยู่แค่นี้เราก็มีฐานอาศัยแล้วคนเรามีสติที่ร่าเริงอยู่ในใจเบิกบานแจ่มใสอยู่แล้วมันก็จะมีฐานอาศัยแล้วทำไมจะต้องไปตระการกินรสจัดแม้แต่ปิติก็จะกินรสจัดถึงความเช่นนั้นน้ำมันโลกโลกเขาจะต้องเอารถที่จะจัดมาล่อกันแล้วก็พยายามจูงดึงให้จัดเสร็จแล้วก็สลัดออกยากปล่อยวางหญ้าทิ้งยากนิ้วติดกันหนาแน่นเพราะว่าพี่ปิติอย่างแรงเราจะต้องไม่เอา องค์ชายที่ดีแล้วก็ปิติอย่างนั้นไม่ใช่ปิติในองค์ฌานถ้าเป็นเพลงขาดสติไม่ใช่ขององค์ชายองค์ชายที่เหลวแหลกขั้นคันคะเยอลอยได้น้ำลายหยดโลกเมฆซัดส่ายน้ำหูน้ำตาไหลยืดยาวอย่างนั้นโอเคค่ะไปกินอะไรร้ายกาจมากได้ยิ่งกว่าเพลงช้าไปติดจนลอยได้เหาะได้นั่นมันกลับกับทางธรรมไม่ใช่ของดีในทางสมรรถนะในทางพุทธศาสนาด้วยถ้าเป็นฤาษีอาจจะดีใจพอฌานหลับตาแล้วเพลงชาปิติขึ้นลอยไปฟากฟ้าได้ถ้าฤาษีอาจจะสอนดีใจอาจจะชมเชยยกย่องแต่พระพุทธเจ้าไม่สอนพระพุทธเจ้าไม่ทาง ศาสนาพุทธไม่ดีใจสิ่งเหล่านั้นยังเป็นรสชาติที่จัดจะเป็นฌานที่ยังไม่ดีพอแล้วต้องวิตกวิจารณ์ว่าจะต้องรู้ความจริงของอารมณ์จิตแล้วก็รู้ผิดรู้สึกแม้สุขที่เป็นอุเบกขาลงไปจากปิติแล้วเป็นฌานที่ 3 ก็ดีกว่าติดๆเต็มที่อยู่ถึงตอนนั้นก็ดีทานที่ 3 ที่มีสุขอันมีอุเบกขาเข้าร่วมบ้างแล้วก็ตามก็ยังสู้อุเบกขาเฉยเป็นฐานนิพพานแท้ไม่ได้อุเบกขามันก็ดีกว่าแต่ก็ไม่เป็นไรเราก็ยังเป็นเบาหวานมีสุขบ้างมีการเบิกบานแจ่มใสยินดีอยู่พอสมควร เป็นฐานอาศัยสำหรับผู้ที่เป็นปิติเลี้ยงเป็นฐานอาศัยของพระโยคาวจรอยู่บ้างน้อยๆไม่ต้องมาเพราะเราจะต้องรู้ขนาดของปิติด้วยแล้วเราจะให้มีปิติอย่างไรพบใหม่ๆแรกๆเราจะพบอะไรหรือดีใจอะไรก็ตามแรกๆมันก็จะแพง 1 2 ชอบใจจิตใจจิตใจรุ่นเดิมความเคยชินในจิตของเราวิญญาณของเราหรือในตัวของเราเองตัวอัตราของเรานี่แหละมันยังเคยชินในการที่จะปล่อยให้ปิติแรงอย่างนั้นยังมีอยู่เราก็จะต้องฝึกมันใหม่กลับมันใหม่ให้ลดลงมาให้เบาบางลงมาเพื่อสู่ความเป็นสมณะสารูปและเราจะอยู่ได้แม้แต่จะมีความเบิกบานแจ่มใสอยู่ ด่ามีอารมณ์จิตที่เป็นธรรมารมณ์ร่าเริงอยู่ในน้อยไม่มีแรงกระทบกระทั่งทำให้เราต้องหัวเราะเอิ๊กอาร์กัสสักสายเอเชียออกมาเป็นบทเพลงกาปิติหรือเป็นองค์ที่กันโอกาสปิติอะไรอย่างนี้ไม่ต้องมันจะมีปิติเป็นพุทธคุณเป็นออกมาน้อยๆเป็นอยู่ชั่วคราวพุทธะเป็นช่วงๆน้อยๆข้าราชการเป็นบางเวลาบางช่วงสุดสัปดาห์อยู่ในใจบ้างอย่างนี้ไม่เป็นไรเพราะอาศัยแต่ให้รู้เท่าทันสิ่งนั้นนะจะไปหลงไหลเราก็ฝึกทานไปด้วยเรื่อยๆฝึกสมาธิอยู่เรื่อยจับจิต รู้จิตของเราว่าเรากำลังเธอก็มีเบิกบานแจ่มใสร่าเริงอยู่ไม่เศร้าไม่มองพระญาติไม่โทรมานัดไม่ทุกข์และเราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ไม่ปริเทวะนาการไม่ใช่เป็นปิติกรติดต่อกันห้อยต่อกันไม่มีขาดตอนจะตัดลงก็ตัดไม่ได้เรียกว่าบริเวณเทวดาการตัดก็ไม่ลงหยุดมันก็ไม่ได้ก็ไม่ใช่ต้องหัดตัดเมตรแต่ในพิธีที่เกิดอยู่ในจิตหัดหยุดมันลงดับมันลงได้ไหมถ้าได้ก็ไม่มีปริมาณการที่เป็นความโศกเศร้าอะไรต่างๆที่ได้ก่อนให้ได้ตัดขาดมันไม่ได้เป็นช่วง เป็นไปโดยอย่างนี้แหละเราทำอยู่จนเริ่มจนเรียบเมาง่ายในใจของเราเราเล่นกับจิตของเราเป็นเกมเป็นกีฬาหรือเป็นการงานจริงๆด้วยไม่ใช่เกมกีฬาเราฝึกปรือจนช่ำชองเข้าใจว่าจิตที่เราจะต้องไปมากแล้วนะแล้วก็ดึงกลับมาให้มันได้ขนาดนี้เหมือนจูนเครื่องยนต์ให้ได้เครื่องก่อนให้ได้เครื่องเบาให้ได้เครื่องนิ่งสนิทไปทีเดียวแรงๆเลยมันไม่ใช่ลักษณะเบาและจิตที่เบามีร่าเริงก็เบาหวาน ลิปสติกตื่นแต่ไม่เป็นไรแต่อาการพวกนี้มันเป็นอาการที่ยังเป็นเจตสิกที่เราจะต้องควบคุมจะต้องปรับปรุงอยู่บางครั้งบางคราวมันอาจจะตามเหตุปัจจัยมันอาจจะแรงบ้างมันมีปีติแรงรู้เท่าทันถ้ารู้ตัวแล้วมันไม่เท่าไหร่ถ้าเราเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิและไม่มีปัญหามากถ้าเรารู้ตัวในแรงระหว่างทีหลังแล้วก็ระวังอีกเมื่อไหร่อีกอยากให้มันเกิดขึ้นป่านนี้แล้วเกิดขึ้นป่านนี้ก็รู้ตัวเราปล่อยมากไปทีหลังจะระวังก็อธิษฐานจิตขึ้นหรือกำหนดจิตขึ้นบอกตัวเองขึ้นสัญญาตัวเองขึ้นเราก็จะได้ฝึกเตรียมปรับปรุงวาสนาบารมีเพื่ออธิบายอยู่ด้วยไปทุกอย่างก็จะเกิดปฏิวัติ จริงๆร้านอื่นๆยิ่งกว่านี้ก็จะไม่พูดล่ะในการที่เป็นอยู่ของเราที่ได้ฝึกเพียรแม้มีการงานมีคำกริยาทั้งวันทั้งคืนของเราอะไรอยู่นี่ส่วนที่เกี่ยวกับผัสสะนางเกี่ยวกับภาษาต่างๆรายละเอียดอย่างนู้นอย่างนี้ในการพูดจาไม่ระวังภาษาเป็นสัมมาวาจาไม่อะไรเลยจะไม่พูดล่ะจะพูดแต่อารมณ์จิตอย่างที่กล่าวนี้ไปเท่านั้นนอกนั้นมันหยาบกว่านี้รู้กันเองของตนเองได้ทำกิริยาแม้แต่เวลาทำงานอยู่กิริยาของเรากายกรรมอย่างไรและมีกรรมอย่างไรมโนกรรมนั่นได้บอกนะแล้วก็บอกจะเป็นส่วนหนึ่งในด้านที่เป็นอารมณ์อย่างนั้นแล้วยิ่งอารมณ์ไม่ดีในขณะที่ทำงานไปเกิดโรค อย่างนั้นอย่างนี้ปฏิฆะอย่างนั้นราคะอย่างมีอะไรนั่นต้องรู้ตัวเองให้เป็นหยาบไม่อธิบายไม่แยกแยะให้ฟังแต่ชี้แจงชี้เข้าให้ฟังเท่านั้นเองเตือนไว้รู้เข้าแล้วก็ไม่เข้าใจเอาเองเพราะว่าหลักพวกนี้มันตัวจริงเราก็จะได้เดินไปสู่ทางธรรมโดยปกติมีสัมมนาอะไรมากปกติกินอยู่หลับนอนของเราปฏิบัติธรรมไปแล้วก็มีอีกอันนึงก็คือว่าเราต้องประมาณการงานอาจจะทำจนเกินไปปัจจัยวิริยะเพียงจับเพียรจัดเกินไปแต่ทำเก่งแล้วก็บุกตะลุยเอาถ้าจำเป็นว่าเราต้องเร่งเราก็ต้อง ว่าเราจะเร่งอย่างเช่นเราเคยเร่งงานและจำเป็นจะต้องให้เสร็จภายในวันนี้หรืออย่างนี้อาจจะต้องอยู่ดึกอาจจะต้องทำกันหามรุ่งหามค่ำแต่ที่เราเคยทำเราก็จะทำแล้วก็เป็นที่รู้กันด้วยมือเข้าใจพรั่งพร้อมเสร็จแล้วก็ทำร่วมกันทำพอเสร็จถึงเวลาควรจะเลิกก็เลิกแล้วอันอื่นเราก็จะได้หมดกันเป็นรูปเป็นร่างเป็นเรื่องเป็นราวไปไม่เสียประโยชน์ไม่เสียประโยชน์ถ้าอย่างนี้เสียประโยชน์แล้วบางคนหนักไปเครียดแย่เข้ามานั่งฟังธรรมนี้เป็นกิจวัตรก็มาทำกิจวัตรไม่ได้ถ้านั่งทับหนังสือกลับมานั่งฟังธรรมนี่ตีราคากันดูซิอะไรเป็นของขวัญกันทำงานหนัก ก็แค่นั้นเองเราทำพอประมาณแล้วในขณะนี้คุณอยู่ด้านหลังจะได้ไม่เสียอันอื่นนำไปอันนี้ผมไปเสร็จแล้วก็ขึ้นทำวัตรไม่ได้มานั่งฟังธรรมไม่ได้หรือนั่งฟังธรรมก็หนักไปทนไม่ได้ต้องการอะไรได้ประโยชน์อะไรประมาณ 2 ทุ่มถ้าใครแพ้เราจะพยายามขันติธรรมซึ่งเพียร ไม่ใช่ของใครของตนเองและอวดดีจะเพ่งเพียรดูก็รู้แล้วก็ต้องพยายามควบคุมของเราให้ได้มีตบะแข็งแรงมีความระมัดระวังทั้งรวมหนักๆแต่ปรากฏว่าเราพอดีของเราแล้วขนาดนี้ก็เอาเพราะอันนี้เราจะต้องสำนึกจริงๆจะต้องใช้ใช้การตรวจสอบการไตร่ตรองและการกำหนดกำหนดให้มันรู้ขนาดให้มันลงตัวให้มันพอเป็นพอไปไม่ขาดไม่เสียมันจึงจะเจริญยิ่งจึงจะมีการปฏิบัติธรรมเป็นกุศลเจริญยิ่งตลอดเวลาถ้าไม่เช่นนั้นและไม่ดีมีเยอะตัวอย่างให้ฟัง แล้วก็ชี้ให้เห็นชัดๆทุกคนจะเข้าใจได้อย่างดีเพราะมีปัจจุบันน่ะทำมีเรื่องจริงไม่ใช่ว่าไปยกสมมุติเอาเฉยๆไม่ใช่ขณะนี้ทุกคนกำลังทำแม้แต่การงานนี่ก็ได้ทำไม่ได้ทำแล้วมันจะสัมผัสชาร์จมันจะรู้สึกจริงและเหตุการณ์มันมีชัดจึงยืนยันอธิบายธรรมะแบบนี้เป็นอาการอธิบายธรรมะที่อาตมาแน่ใจที่สุดว่ามันดีที่สุดมันเป็นปัจจุบันทำมันมีสิ่งอ้างอิงมีหลักมีฐานมีทั้งอารมณ์ของจิตก็ยังใหม่อยู่ไม่ใช่ไปนั่งคำนวณเอาเดาเอาหรือว่าธรรมดาแล้วจะเตรียมจางๆไม่ค่อยรู้รสของจิตไม่ค่อยรู้ผัสสะรู้สึกไม่ค่อยรู้ธรรมารมณ์ของจิตไม่รู้เวทนาไม่รู้จิตรู้ทำอะไรมันก็ไม่ชัดแต่นี่จะชัดจะเห็นได้เข้าใจได้ทีเดียวเพราะเราทำอยู่ผ่านอยู่ ผู้ใดยิ่งผ่านชัดเลยทำยิ่งมีตัวจริงเลยเกิดอาการอย่างนั้นอย่างนี้จริงเลยยิ่งแจ๋วเลยยิ่งเข้าใจชัดแท้แต่บางคนไม่ได้ทำด้วยก็อาจจะต้องคำนึงเอาคะเนเอาคำนวณเอาเดาเอาแต่ถ้าใครมีจริงเลยไม่ต้องดาวน์นี่มันอ่านรู้ชัดเลยแล้วมันก็รู้จิตรู้ธรรมารมณ์รู้กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมมีแค่นี้บุพเพนิวาสานุสติญาณไปแค่วันหนึ่งคืนหนึ่งเมื่อวานนี้เราก็ทำอยู่เมื่อคืนนี้เราก็ทำอยู่ 2 วันมา 3 วันมาแล้วก็ทำอยู่มันยังใหม่อยู่เลยตอนไหนมีเหตุการณ์อย่างนี้ช่วงใดมีอารมณ์ผสานอย่างนี้มีจิตมีเวทนาอย่างนี้ขณะใดมีกายกรรมอย่างนี้ไม่มีกรรมอย่างนี้มีมโนกรรมอย่างนี้ก็ได้ไม่ใช่ องค์การแล้วค่อยมาผ่านมาแล้วก็ค่อยเอามาพูดขึ้นมาลืมไปแล้วอารมณ์เป็นยังไงชัดๆก็ไม่รู้มันเข้าใจไม่ได้ก็ไม่ใช่สีในปัจจุบันน่ะทำที่มีประโยชน์โดยการที่จะประมาณในการงานเป็นสัมมาสัมปันโนแล้วก็ทำพอประมาณเท่าที่เราเป็นไปได้ที่ผู้บริจาคกินมาเอา 2 ทุ่มนะถ้าใครจะเลยไปบ้างก็เอาจะเกิน 3 ทุ่มถึงบอกไปไม่ใช่ว่าแกล้งพูดเล่นก็เป็นประมาณ 2 คนเราไม่เล่นอันนี้เราก็ไม่ได้เร่งการงานนี้เราก็ไม่ได้เร่งเกินควรอย่างไรที่เขาเล่นเราก็เล่นอย่างที่เราเคยเล่นกันเล่นแล้วเราก็งดไปพร้อมกันตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ เห็นผลทันทีพอถึงเวลาเก่งๆแล้วทุกทีเห็นกระปรี้กระเปร่ากว่านี้เลยตอนนี้ไม่กระปรี้กระเปร่าจะอึดอัดอึดอัดไม่กระปรี้กระเปร่ามันก็ไม่เบิกบานร่าเริงใจมันก็เป็นอย่างนั้นแหละแต่ใจเรายังไม่เสร็จเลยสักพักแรกของมโนกรรมเป็นยังไงของเราแต่เกรงใจอะไรรู้ตัวมั้ยไม่ได้ขี้เกียจนะแต่มันรู้สึกว่ามันถูกมากทีนี้ส่วนที่จะพูดเนี่ยเป็นเรื่องละเอียดที่ว่ามันทำกิริยา การหมุนเวียนนี่แหละเรียกว่าวัดป่าหรือสังสารวัฏของทุกอย่างร่างกายจะทำพิธีกรรมมโนกรรมที่เราได้จ่ายอยู่ได้เป็นไปอยู่นี่แหละเรียกว่า cyclic Order ของมันการหมุนการเรียนการกำหนดไปที่มันถูกต้องของมันตามตามวัฏฏะการเป็นไปอยู่ในชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งมันเป็นไปยังไงมันไม่พอมันลดการขาดอันนี้ถือว่าไม่ใช่หรอกไม่ใช่เพราะว่าเราทำงานมากทำงานขณะนี้เราทนได้บางคนมีนะอินทรีย์ประชาชนได้ทำงานขนาดนี้แต่เพราะไปเอาใจกิเลสมันได้เพื่อนตอนนี้ฉันทำงานขี้เกียจใหญ่เลยพ่อแม่ใหญ่เลยจะทำบัญชี ไปเลยยังได้ก็ระวังความละเอียดละออของจิตของเราจะต้องอ่านให้ละเอียดจนกว่านี้แล้วเราก็จะต้องแยกแยะออกให้ได้ถึงป่านนี้แล้วเราถึงจำเป็นอยู่ฝืนเราจะซัดมันได้ทำกับมันได้เอาขนาดไหนเอาขนาดอินทรีย์พละกำลังจะต้องดูอาตมาเองดูทำงานก็ต้องดูทั้งหมดบาปการงานทั้งตัวอะไรก็ได้ดูที่เอามาพูดนี่ก็ได้สังเกตมาหลายวันแล้วก็อะไรด้วยก็เอามาอธิบายให้ฟังไม่เจออาตมาเดาไม่ใช่เห็นจริงแล้วก็พยายามเก็บหนวดมันคือดูแต่ชั้นเรียนรู้ไปช่วยกันที่ทำ ดูอะไรบกพร่องก็เอามาเตือนมาทิ้งกันแล้วก็ให้ปรับปรุงขึ้นอาตมาก็ใช้วิธีที่ทำให้เธอทำทุกทีก็ทำอย่างนี้บอกไปก็ได้อยู่ก็เห็นก็สังเกตสังกาตามฐานะของอาตมาที่จะช่วยเหลือกันแล้วก็บอกกันอะไรควรปรับปรุงยังไงเราก็อธิบายสู่กันฟังนี้เป็นเรื่องของการปฏิบัติตนในการเป็นอยู่กินอยู่หลับนอนตามที่เราได้ว่าเป็นเรื่องของกรรมฐานของพวกเรานี่แหละเป็นไปหมดมันไม่ผิดปกติอะไรในโลกเรามีทุกอย่างมีความเห็นที่เราเห็นตามภูมิมีสัมมาสัมพุทโธมีความดำริมีความริเริ่มมีการคิดอ่านแล้วก็ใช้จิตคิดเป็นการงานด้านจิตสังคมมีวาจามีสัมมาวาจา มีสัมมากัมมันตะมีการงานมีสมาชิกตามปกติพวกเราก็มีอาชีพพระก็มีอาชีพและชีวิตที่ได้อยู่กับมีอาชีพคือการงานการงานทางวาจาการงานทางกายกรรมการงานทางมโนกรรมที่จะเป็นผู้มีวิชาการมีการริเริ่มมีการคิดนึกในการปรุงมีการกระทำอะไรขึ้นมาสร้างสรรค์จรรโลงด้วยความพยายามที่สุดทางเข้ามาวายาโมสัมมาสติไม่ได้ทำอย่างงมงายหลงไหลเลอะเทอะไร้ความรู้ไม่ใช่เป็นผู้รู้และอธิบายอย่างยิ่งเราทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นปฏิบัติธรรมพระองค์มรรคทั้ง 8 พร้อมท่านและไม่ได้ขาดไม่ได้ขาดข้อใดข้อหนึ่งองค์ 8 ดำเนินและสั่งสมเป็นสัมมาสมาธิอันเป็นของพระอริยะของเราสมาชิกของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ไปนั่งหลับหูหลับตาดังกล่าวแล้วจะเห็นชัดจะเข้าใจว่าเราปฏิบัติสัมมาสมาธิของพระอริยะอันประกอบไปด้วยซ้ำมาอริยมรรคองค์ 7 ตรงตามพระสูตรเลยเป็นตามหาจับตาสูตรที่ท่านบรรยายไว้เป๊ะเลยเป็นกรรมวิธีมีอะไรสอดคล้องกันมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานห้อมล้อมด้วยสัมมาวายามะสัมมาสติซึ่งที่จะทำให้เราจัดสรรสัมมาสังกัดมาได้มีจิตดังนั้นขนาดนั้นเมื่อมันพอดีสัมมาวาจาจึงพอดีเมื่ออายุทำร่วมกันพร้อมร่างกำหนดตัวพอดี มันลงตัวทุกอย่างการปฏิบัติการสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าถ้าใครจับสัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้าใน ของพระอริยะดังกล่าวนี้ถ้าจับเป้าประเด็นนี้ไม่ได้นะก็ไม่เข้าเรื่องวัฒนธรรมอยู่นี่ทุกวันนี้นี่เรามีหลักฐานยืนยันว่าเรามีความเป็นจริงที่ยืนยันทั้งเราได้เอามาใช้แล้วด้วยแล้วก็ปฏิบัติมาฝึกปรือเป็นโยคะธรรมของเราเป็นธรรมะอันสุดคืออันพยายามปฏิบัติอยู่กำลังกระทำอยู่ของเราจริงๆเหตุผลประโยชน์หรือไม่มีคุณก็รู้ตัวเองและตรงตามธรรมตามวินัยหรือเปล่าคุณก็รู้เองผมของคุณนั่นแหละรู้จริงด้วยมันอยู่ในจิตของเราเองได้หรือไม่ได้เป็นมักเป็นผลของเราเรารู้เราได้เก่งขึ้นฉลาดขึ้นสติดีขึ้นสัมมาทิฐิถูกขึ้นสัมมาสัมพุทโธดีขึ้นก็มาวาจาดี มหกรรมมันโตชอบขึ้นด้วยดีขึ้นด้วยเจริญขึ้นด้วยเป็นวุฒิธรรมทำได้สูงขึ้นมีอินทรีย์มีภาระแก่กล้าขึ้นพร้อมกันนั้นก็มีวิมุตจริงๆขึ้นด้วยจะมีการหลุดร่อนออกมีการแข็งกล้าขึ้นจริงๆนะอันเป็นองค์ 8 ก็ยิ่งบริบูรณ์บริบูรณ์บริบูรณ์เพราะโพชฌงค์ 7 ชั่วอินทรีย์ก็สูงพละก็สูงอินทรีย์ 5 พละ 5 สูงขึ้นเพราะมีอิทธิบาทเขากำกับอีก 20 บาทก็ดีขึ้นเรื่อยๆแล้วมาตรฐานสติปัฏฐานเพื่อทำลายอวิชชาขึ้นด้วย สาเหตุของเราได้ฟังสัจธรรมอย่างนี้เราเห็นแล้วเราเชื่อมั่นเชื่อถือเข้าใจเห็นจริงจนเกิดศรัทธาจะเชื่อเกิดเลื่อมใสเกิดเห็นจริงปัญญาไม่ไปประกอบพร้อมในขณะที่คุณฟังไปเนี่ยคุณใช้ปัญญาเพราะการฟังสัจธรรมจากสัตบุรุษที่เกิดศรัทธามันก็จริงเสร็จแล้วเราก็จะเป็นผู้ที่จิตใจอันแยบคายมีจิตอันแยบคายมันก็จะมีการแก้ไขในตัวเองยิ่งขึ้นเพราะเข้าใจชาญฉลาดขึ้นเมื่อไม่คิดจะแยกขายยิ่งขึ้นสติสัมปชัญญะของคุณจะดีขึ้นเพราะแม้แต่คุณจะไปทำงานจะกินเป็นอยู่จะหลับจะนอนสติสัมปชัญญะคุณจะดีขึ้นทางดีๆมันเป็นผลสูงขึ้นไปอีก สูตรที่เราเคยเรียนศิลปศาสตร์หาสูตรด้วยความไม่ผิดแยกขายมันก็ส่งเสริมให้สติสัมปชัญญะดีเมื่อคุณอยู่คุณก็รู้ว่าสติสัมปชัญญะเราแจ๋วขึ้นมามันมีสติสัมปชัญญะดีสบู่อินทรีย์ทั้งหลายก็ดีการสำรวมก็ควบคุมได้ดีตาหูจมูกลิ้นกายใจสงบทวารผับสัตว์ต่างๆมารับรู้ดักรู้มโนไปวิจารณ์ 18 ได้อย่างเก่งไม่ว่าตาหูจมูกลิ้นกายใจรู้อารมณ์ของเวทนาไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาและอุเบกขาเวทนาทุกทวารไม่ได้บริการ 18 ชัดแจ๋วขึ้นอ่านด้วยกล้องขึ้นเพราะทักษะแล้วมันจะเป็นทาสอย่างไรในอันนี้กระทบแล้ว พลาดเลยอันนี้ก็ครบแล้วยังเป็นอาโปธาตุอยู่อันนี้ก็ครบแล้วเป็นแค่วายุธาตุแต่ก็ประมาทไม่ได้อันนี้กระทบแล้วเป็นเตโชธาตุเราก็รู้ว่าในจิตของเราเป็นถึงธาตุอย่างใดรู้อย่างนี้กระทบแล้วสบายเป็นอากาศสภาพเป็นวิญญาณธาตุอยู่เท่านั้นรับรู้ได้ว่าวิญญาณนั้นมีอาหารข้างในวิญญาณนั้นแล้วมีขั้นไหนกระทบแล้วมีอารมณ์ขั้นไหนรู้ในอาหารรู้ในสิ่งที่มันเป็นอยู่เป็นรถอยู่ในจิตเข้าใจทั้งภาคเข้าใจต้องปฏิบัติทั้ง 6 ด้านสีได้อย่างมีจริงๆเราจึงจะกำหนดไปจนถึงทุจริต 3 สุจริต 3 ถ้ามันทุจริตอยู่ในระลึกรู้เราก็จะได้ปรับปรุงให้มันเป็นสุจริตดัดจริตขึ้นทำจริตให้ดีขึ้นสนิทตายวันพุธทุจริตกลับมาเป็นสุจริตสนิทวัดจีเป็นทุจริตกลับมาเป็นสุจริตมโนมันกระทบจริตกลับมาเป็นสุจริตให้มันสุขให้มันดีเสมอสุขภาวะคือเรื่อยๆให้มันสุภาพให้มันงามมันเพราะมันดีขึ้นเรื่อยๆก็เกิดศึก 3 ได้ไม่สุจริตสามารถชมเดิมเต็มลำสติปัฏฐานหัว ธรรมะเก่าๆทั้งนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อจิตเป็นวิชาเราก็จะเห็นสติปัฏฐานของเราแข็งแรงอยู่เราจะเห็นโทษคนของเราแข็งแรงอยู่ถ้าเป็นภารกิจของเราไม่เป็นนิชาจิตของเราเป็นปัญหาจิตก็ไม่เอาไปอัดอิจฉาเพราะว่าปัญหาเกิดหรือแม้แต่อย่าว่าแต่ภาวะตัณหาเลยยิ่งการมาตัณหาเกิดก็ยิ่งเหลวใหญ่เพราะแม้จะไม่เป็นตามหาข้างนอกไม่มีแล้วทวาร 5 ตาหูจมูกลิ้นกายการพัฒนาไม่มีแม้จะเหลือแต่เพราะว่าปัญหาข้างในที่เป็นปัญหาสำคัญอาสวะท่านอนาคามีจิตเป็นรูปดาราข้าบ้างอรุณาข้าบ้างอยู่ในจิต เดินอยู่มีสติมีธรรมวิจยะมีวิริยะเกิดปิติเกิดปัสสัทธิเกิดสมาธิเกิดอุเบกขาอยู่ที่แล้วก็ดำเนินไปด้วยสติปัฏฐานเข้าใจตายเข้าใจความประชุมเข้าใจเวทนารู้อารมณ์ของจิตจับจิตมั่นรู้ธรรมารมณ์ทั้งหลายดีทำอารมณ์อย่างนี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์นิพพานทำอารมณ์อย่างนี้อยู่ในอารมณ์สวรรค์ทำมาเป็นอย่างนี้อยู่ในอารมณ์ของนรกเราเข้าใจผิดจริงอ่านออกรู้ได้แล้วก็ปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติตนเต็มลำอยู่ปรับปรุงจริต ไม่ใช่จะตายออกมานอกตรวจนอกเป็นภายนอกดูกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอันเป็นต้นเขาที่เป็นมโนผุพังเป็นอย่างไรดูมันออกกันปรับปรุงเหมือนเดิมทำได้มันก็เป็นสุจริตขึ้นด้วยเรื่อยๆเรื่อยๆเป็นองค์ประกอบเสริมสร้างปรับปรุงกันและกันอยู่จริงๆไม่ใช่มีภาษาเทียบเท่าที่พูดนี่นะที่อธิบายให้ฟังโดยพิสดารเนี่ยเอาองค์ธรรมมาต่างๆมาร้อยเรียงประกอบให้ฟังแต่พูดเอาหัวข้อธรรมะมาร้อยกรองให้ฟังเนี่ยแล้วก็มาบรรยายประกอบ อาการอะไรเป็นพระเรื่องราวของชีวิตปฏิบัติอยู่หรือว่าเป็นไปอยู่ร้อยกรองให้ฟังอยู่นี่เป็นภาษาอยู่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่พูดแต่ภาษาคนฟังให้คุณเทียบเคียงอ่านและทำความเข้าใจว่าองค์ธรรมอย่างนี้เราจะปฏิบัติอย่างไรและเราได้ทำอย่างนั้นหรือไม่ตรวจสอบไปถ้าทำตรงนี้เอาสูตรไหนมาจับเอาสูตรไหนมาไล่ดูมันก็ได้แต่ขัดเกลาได้แต่เป็นไปได้ดีปรับปรุงอยู่เป็นสุจริตอยู่คุณก็เจริญแท้สุจริตก็เป็นเศรษฐกิจก็มีสั่งสอนจนการสำรวจนั้นเป็นการดีมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์อยู่ดีโดยไม่ต้องไปใช้อะไรมาไม่ต้องไปใช้การระมัดระวังขันติไม่ต้องใช้อะไรเป็นศีลเป็นหลักอะไรเลยมันเป็นอัตโนมัติกายไม่ค่อยดีมโนก็อยู่ในสภาพ สติสัมปชัญญะเต็มผ่องใสเป็นคนตื่นคนรู้อยู่มีชาคโรก็เป็นสมณะแท้แล้วมีสติสัมปชัญญะเป็นมีสิทธิ์อนุญาตสามารถกระทำได้เต็มแรงจะตัดแม้แต่กายกรรมวจีกรรมก็ตัดเหล็กแรงและมีการกระทํา มีมโนมยิทธิมีกำลังจิตที่แข็งกล้าสามารถระงับดับนายพ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive