210106-156 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน156-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์189 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 6 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์โรคลมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกมาทำวัดกันต่อหน้าเราได้ฟังแง่เงื่อนต่างๆที่ผู้ชมหรือพูดสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการมีอะไรเป็นจุดเด่นๆ แต่จุดเด่นๆที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรามีแต่ละคนที่เห็นท่านก็เอามารวมเอาไว้คนนั้นเห็นแง่นั้นคนที่เห็นเงื่อนนี้คนนี้เห็นเหลี่ยมนั้นเหลี่ยมนี้ที่เป็นสมาชิกพระพุทธเจ้าของเราเนี่ยทรงพระปรีชาเก่งจุดนั้นจุดนี้เราก็ได้ค่อยๆรู้มาเรื่อยๆจนกระทั่งเราเมื่อวานนี้ได้พูดถึงเจ้าฤทธิ์ที่ได้รับพระพุทธเจ้าทรงหักล้างถ้อยคำปรปักษ์ได้จารึกชื่อเยาะเย้ยศัลยกรรมนิคมศัลยกรรม โต้ตอบอยู่กับพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็สามารถที่จะเอาชนะศัลยกรรมมุมต่างๆโดยที่รัชกาลนั้นก็ถือตัวถือว่าตัวเองรู้ถือว่าตัวเองถูกใจฉลาดเก่งในเหลี่ยมมุมมีปัญญาอะไรก็ได้แต่พระพุทธเจ้านั้นเหนือกว่าคนกลางก็ดูอย่างจารึกฉวีดูเนี่ยเห็นว่ามันศัลยกรรมนิคมพระพุทธเจ้าล้มล้างเอาเหมือนกันยังกับเด็กๆคอยไปกับปูเด็กๆไปตีปูเป็นตัวเดียวเด็กก็ไปเล่นไปซนไป ไม่ได้คิดอะไรให้เด็กมันก็ไม่รู้บาปทุกบุญอะไรปูก็พยายามยกกล้ามยกขาอะไรชูเพื่อจะกัดจะหนีบเอาเด็กเด็กก็วิ่งรอบเอาค้อนเอากระเบื้องเอาอะไรทุบตีกล้ามหักไปทีละอันทีละอันทีละอันทีละอันจนลงไปในสระลงไปไม่ได้ที่อยู่ที่เคยไปเคยอยู่คือที่สระทีไรก็ตายคาที่อยู่ตรงนั้นแหละมันจะมีเห็นเหมือนอย่างนั้นทีนี้สมัยก่อนนี้เขาพูดก็พูดกันตรงๆพอเห็นแบบนั้นเขาก็พูดเดี่ยวๆนั้นพูดแล้วเสร็จจาก truemove h tv รัชกาลที่ 1 วันหยุดเถอะท่านหยุดเถอะท่านท่านเป็นคนปากมากข้าพเจ้าไม่ได้พูดหารือก็ทำนะข้าพเจ้าพูดหารือกับพระโคนมต่างหากแต่เราจะเห็นชัดว่าใครจะขายนิคมก็โปรดเอาเจ้าที่ทีวีที่ไปชมพระพุทธเจ้าต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นอันนี้เป็นเหลี่ยมมุมเร

อ่านต่อ

าจะรู้จะเห็นได้มีตัวอย่างแม้เดี๋ยวนี้สำหรับเราเองก็ประสบอยู่พวกเราเองก็ตามที่เราจะเอาแค่เงินของธรรมะที่เป็นพุทธธรรมที่แท้ด้วยเหตุด้วยผลไม่ใช่งมงายมันจะเอาตัวเองเขาดูอัตรา มีปัญญาเข้าร่วมด้วยเรารู้ว่าส่วนนั้นถูกส่วนนี้ดีส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ส่วนนี้เข้าท่าเข้าที่ยังไงรู้ด้วยมีสภาวะธรรมจริงเราก็รู้จริงๆไม่มีแต่เป็นเหตุผลก่อนด้วยปัญญานำแล้วเรากำลังกระทำอยู่เพื่อให้ตรงสมตัวอย่างนั้นอย่างนี้เราก็รู้แล้วมันก็เข้าใจมันมีญาณหยั่งรู้เป็นอันขาดสังขยาอย่างเข้าไปรู้ในทิศทางของธรรมะที่มันลึกซึ้งเป็นอนันตภาพมันลึกซึ้งเข้าไปเท่าที่เราจะสามารถอย่างยานมีอนังคโณมีจิตที่ลึกซึ้งเป็นอนาคตเห็นล่วงหน้าไม่เห็น ใจนั้นๆที่มันสามารถจะกรอบประกอบกันสังขารกันหรือว่าทำร่วมกันแล้วก็จะลึกซึ้งไปอย่างไรอย่างไรเราก็จะมีตามแต่บุคคลบางคนบางคนมีได้มากบางคนมีเด็กไกลบางคนมีที่ลึกบางคนก็มีไม่มากไม่ไกลไม่ลึกแต่เราจะรู้อยู่ตัวเรานี่แหละสังเกตดูเราจะรู้ได้อย่างนี้มันก็เป็นอย่างนี้สินี่มันก็มีทิศทางไปอย่างนี้สิถ้าเป็นอย่างนี้นี่ไปมันก็ต้องเป็นอย่างนี้เราจะพอรู้ทีเดียวแล้วจะเห็นความลึกซึ้งไปยิ่งขึ้นจะเห็นความดีที่ดียิ่งยิ่งขึ้นไปอีกเป็นรูปนั้นรูปนี้ไปเลยทีเดียวมุมย้อนแย้งจะมีน้อยลงน้อยลงน้อยลงยิ่งเป็นทิศทางที่เป็นสัมมาทิฏฐิที่มันทรมาน มันยิ่งจะเห็นไปไกลเป็นอนันตภาพด้วยความลึกซึ้งไปได้มากจะรู้จะเห็นจะเข้าใจได้ยิ่งนานวันยิ่งเรามีสภาวะธรรมบรรลุธรรมมีเนื้อหาสาระแท้แก่นแท้เราจะเกิดญาณเกิดวิมุตคำว่าญาณ 2 ตัวเนี่ยมันจะเด่นชัดอย่างไรเราก็ยิ่งจะรู้จักวิถีชีวิตเราจะเข้าใจมุดติดรถซึ่งต่างกันกับโลกต่างกันแท้ต่างกันแท้ถ้าเราพูดอย่างนั้นก็เป็นพุทธะอยู่เป็นผู้เบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้เข้าใจแสนเข้าใจไม่มีวิธี ไม่พูดตื่นอยู่ไม่ใช่คุณหลับไม่ใช่พูดไม่รู้เรื่องนั้นไม่รู้เหตุปัจจัยนั้นไม่รู้คำกล่าวนั้นหลับไหลไปหรือว่าอยู่คนละภพคนละแดนมันหลุดจากกันเพราะว่ามันไม่เห็นกันไม่ใช่มันเป็นผู้ตื่นอยู่ฉันพูดสว่างอยู่เป็นผู้สัมผัสอยู่มีผัสสะทั้งๆที่มีผัสสะด้วยทวารทั้ง 6 รู้อยู่ด้วยอายตนะทั้ง 6 เข้าใจที่ชัดเราก็เป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้มีบุตรอยู่เป็นผู้ไม่ได้กูได้เพื่อนไม่ได้หลับได้หลายอะไรด้วยแล้วก็ไม่ได้มีจิตใจแม้กระทั่งด้านทุกข์นั้นไม่มีเลย เหมือนจะห่อเหี่ยวจะโทรมานัดอุปายาสอย่างใดก็ไม่มีไม้อัดไม่ขัดไม่เคืองแปลว่าเอาใจแหว่งใจน้อยใจเสียใจเสียใจเสียก็ไม่มีน้อยก็ไม่มีจิตใจของเราเป็นปกติเต็มดวงเต็มวิญญาณจิตเป็นสภาพจิตปกติจิตที่รับรู้ใสผ่องอยู่สะอาดขาวมีกำลังเต็มมีปัญญารอบถ้วนสงบไม่หวั่นไหวเลยนัดกันปกติจริงๆแล้วก็รู้สึกรู้วิธีการเขมะอยู่เกษมอยู่ที่เดียวรู้ส่วนของ เรารู้เราเข้าใจสภาวะธรรมก็อโศกกะอย่างไรวีรัชอย่างไรด้วยเป็นสภาพธรรมของอันนึงเป็นไปในทางที่ไม่ดีโศกเป็นในทางของสภาพเสื่อมสภาพโทสะสภาพปฏิฆะสภาพภูมิปัญญาสัตว์เขารู้ส่วนในสภาพของวีรชนนั้นยังมีการยินดียังมีการหลงสวรรค์เป็นนรกภาวะเป็นสวรรค์อยู่คือมันเป็นจิตที่มีเชื้อของความ หนาสมปรารถนาอยู่ในใจจนๆมันดูดมีทุเรียนละอองของอารมณ์ผสมอยู่บ้างเล็กน้อยอย่างไรมีคุณลักษณะเป็นเงื่อนแง่อย่างที่ว่านี้เรารู้มันชัดว่ามันเกลี้ยงเกลาหรือไม่หวั่นไหวแล้วก็ไม่มีอารมณ์แม้เล็กน้อยไม่หวั่นไหวเนี่ยไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีอารมณ์อีกถ้าไม่หวั่นไหวแล้วมีอารมณ์อยู่บ้างก็ได้แต่ว่าอารมณ์เหล่านั้นมันเป็นแต่เพียงเหมือนลมๆมีฟังภาษามันเหมือนลมๆที่จะเทียบเคียงวัตถุให้ฟัง จากภูเขาหินแท่งใหญ่มีลมพัดอยู่ตลอดเวลาเจอโบยไปโวยมาบ้างลมเย็นบ้างลมร้อนแต่ภูเขาหินก็ไม่ได้เคลื่อนไหวไม่ได้สั่นสะเทือนยังส่งรูปส่งร่างของภูเขาหินนั้นอยู่อย่างสนิทแต่พวกเขาเห็นนั้นไม่มีความรู้สึกเฉยๆแต่ถ้าภูเขาหินนั้นเป็นวิญญาณธาตุเป็นวิญญาณอันไม่หวั่นไหวกระทบสัมผัสและเรารับรู้เราจะรู้ลมพัดนั้นว่าอ๋อนี่ลมอ่อนนี้มีกำลังเย็นลมอ่อน มีกำลังร้อนการรู้กำลังเย็นกำลังร้อนของลมพัดผ่านนั้นทั้งๆที่ภูเขาหินนั้นไม่ได้สะเทือนไม่ได้หวั่นไม่ได้ไหวไม่ได้คลอนแคลนอะไรนิ่งสนิทเหมือนกันแต่การรู้อย่างนั้นแหละคืออารมณ์การรู้อย่างนั้นแหละคืออารมณ์คือมีตัวรู้ตัวอื่นมีอารมณ์ไม่หวั่นไหวไม่เศร้าหมองไม่มีทุกข์จริงๆพ้นทุกข์สนิทแต่อารมณ์ที่รับรู้นั้นน่ะรู้ได้มากน้อยแล้วแต่บุคคลบางคนจะมีอารมณ์แง่ๆยินดีหน่อยๆไม่ยินดีในน้อยๆก็เรียกว่าอโศกเรียกว่าไม่ยินดีอยู่ในน้อยๆหรือมียินดี อยู่หน่อยเรียกว่าวิรัชคำว่ายินดีมีแรงคำว่าไม่ยินดีนี่ก็แรงบอกแล้วว่าภาษาไทยว่ายินดีนี่เป็นกิเลสแล้วได้ยินดีมันเป็นกิเลสทำไมยินดีมันก็เป็นกิเลสแรงแต่ความจริงนั้นรู้ดีเห็นอยู่เห็นเห็นลมพัดที่โวยมาต่อภูเขาหินนั้นอยู่ว่าร้อนเป็นอย่างนี้ร้อนไปนี่เย็นไปนี่พอดีนี่ไม่พอดีเออดีๆเหมือนกันนี่ไม่ดีถ้าตอนนี้ควรจะเป็นลมอย่างนี้ตอนนี้ควรจะเป็นลมอย่างนี้จึงจะดีจิตผู้มีธาตุรู้จะรู้จะคำนวนออกรู้ว่าควรอย่างนั้นไม่ควรอย่างนั้นดีอย่าง ไม่ดีอย่างนี้อยู่แต่ก็เกษมอยู่แต่ก็เกษมอยู่ไม่หวั่นไหวจิตตังเย็ดสัตว์นะกรรมปกติจิตไม่หวั่นไหวแม้จะสัมผัสด้วยโลกรู้กับโรคเป็นผู้อยู่กับลูกแต่เหนือโลกเนื้อโลกไม่ใช่ว่าเป็นผู้ที่ไม่รู้ไม่เห็นเป็นผู้รับเป็นผู้นำเอาไปไม่มีผัสสะทางจากกันไปคนละโยชน์แต่แบบนั้นมันจะไปทุกข์อะไรไม่ได้ผัสสะกันเลยมันไม่ได้เก่งมันไม่มีอำนาจเหนือมันไม่มีวัตถุประสงค์ มันไม่มีอำนาจเหนือเลยมันเป็นแต่เพียงว่ามันพรากห่างกันมันไม่ทุกข์เพราะมันจนแต้มมันไม่อยากได้เพราะไม่รู้จะอยากไปยังไงมันไม่มีมันไกลห่างมันสุดเอื้อมได้เลยอย่างนั้นมันจำยอมมันพ้นทุกข์เพราะมันจำยอมมันไม่อยากได้หมดปัญหาเพราะว่ามันจนแต้มมันถ้าอยากมันก็ไม่ได้นี่มันไกลมันห่างหรือมันไม่เห็นกันมันไม่ได้เตือนสติกันเลยมันก็เป็นการหลุดหรือว่าเป็นการที่บดหยาบไปแบบจำยอมแต่ของพระพุทธเจ้านั้นหมดอย่าไปเดินกิเลสตัณหาสิ้นยางสิ้นเชื้อ จริงๆกระทบอยู่สัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้มีผัสสะมีอายตนะครบพร้อมรู้ด้วยว่าอันนี้มีฤทธิ์แรงขนาดไหนมีรสชาติอย่างไรรสชาติยังโลกรู้ความจริงตามความเป็นจริงอยู่แต่จิตหมดเชื้อหมดเยื่อหมดยางหมดทุกอย่างเปลี่ยนจิตไม่มีกิเลสตัณหานั้นอย่างนั้นรู้ด้วยว่าอันนี้ถ้าทางตาก็รู้ว่าสีจัดสีอันนี้จัดนะเหมือนลมแรงที่ว่าเมื่อกี้มีลมแรงหรือลมอ่อนสีจัดเสียงนี้ก็จัดนะประโลมจัดหรือว่ายั่ว พายุทิ่มแทงจัดท่าผู้นั้นไม่หมดกิเลสก็อาจจะทนไม่ได้หรือกำลังอินทรีย์เป็นละอ่อนก็จะทนไม่ได้แต่รูปต่อสีต่อเสียงต่อกลิ่นต่อรถต่อผัสสะทางกายหรือแม้แต่ใจของตัวเองนึกคิดปั่นเองยังมีอุปทานเองก็หวั่นไหวเอาได้แต่นี่ไม่หวั่นไหวกระทบอยู่รู้อยู่เข้าใจอยู่เดี๋ยวนี้มีอยู่ที่เดียวมีสิ่งนั้นสัมผัสสิ่งนั้นรู้สิ่งนั้นอยู่ไม่ใช่ผู้นำภาคจากหายห่างไปเฉยๆเนี่ยมันมีข้อแตกต่างกันแน่แตกต่างที่ว่าเหนือกว่าเนื้ออยู่ตรงนี้ ศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงอยู่เป็นพุทธะเบิกบานแจ่มใสร่าเริงไม่หวั่นไหวรู้และก็ไม่ดับไม่หลับไหลไม่งมงายรู้เหตุผลชัดเจนรู้รับนิวยอร์กว่าการเหนือแบบพุทธและจึงต่างกันของผู้อื่นมันอารมณ์ที่ยังมีการรับรู้นั้นอโศกก็ดีวีรชาติก็ดีต้องเข้าใจความหมายก็จะสัมภาษณ์เราจะรู้ความพ้นทุกข์พ้นทุกข์เด็ดเราก็เคยอธิบายให้ฟังนะว่าถ้าเผื่อว่าโลกนี้ 10 สตางค์สติ ถึงขั้นนี้แล้วเราถือว่าเราพ้นทุกข์แล้วสบายแล้วเหนือกว่าพุทธสะโลกนี้จิตตังยะสังนะกับปฏิขึ้นไปก็เป็นอโศกกะวิรชาเขมังข้าวเหนียวขึ้นไปอโศกกลับเรารู้ละเอียดอันนี้ให้ชัดบ่มีอยู่เล็กน้อยมีอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้อยู่อย่างอ่อนแต่ไม่สามารถที่จะทำอะไรให้เสาหินหรือว่าให้ภูเขาไม่มีเฟื่องฟูไม่มีห่อเหี่ยวไม่มีแฟ๊บอะไรได้ไม่มีคนอื่นไปได้มั่นคงแข็งแรงแต่มีประมาณน้อยสิ่งประมาณน้อยเหล่านั้นเรารู้ เราไม่ประมาทแม้อะไรที่มีประมาณน้อยเรารู้เท่าทันและเราก็รู้ว่ามันเกิดได้มีได้ตามอารมณ์รั่วตามลมเหล่านั้นได้บ้างเราจะเข้าใจเข้าใจชัดมีลักษณะยังไงฟังดีๆแล้วก็ตรวจสอบจิตใจเราดีๆอย่าลักษณะของพระอริยเจ้าท่านพระอนาคามีเนี่ยยังมีสังโยชน์เบื้องสูง 15 แต่ถ้าธนาคารมีอธิบายเป็นบุคลิกสถาบันอธิบายเป็นบุคคลแล้วไม่กลับมาเกิดอีกไปดับสูญสลายอยู่อีกทิศนึงถ้าเผื่อว่าพระอนาคามีนั้นเป็นสัม ทิฐิได้ทำชั่วให้สังโยชน์ 5 เบื้องต่ำหมดจางคลายหมดฤทธิ์หมดเชื้อจริงๆกามราคะไม่มีเชื้อที่จะโยกคลอนทำให้หวั่นไหวได้ทำให้ภูเขาหินและเคลื่อนโยกได้ปฏิฆะนั้นไม่มีไม่สามารถที่จะทำให้เสาหินหรือภูเขาหินนั้นโยกคลอนเคลื่อนได้บทความว่าราคะหมดปฏิฆะสังโยชน์อย่างแท้ไม่แรงเลยเพราะฉะนั้นกำลังอ่อนอย่างนั้นไม่สามารถที่จะทำให้จิตนั้นมาเกิดได้สัมมาทิฏฐิเห็นแก่ตัดทิศทางอย่างชัดเจนไม่มีวนเวียนรู้ก็ชัดจิตก็มีกำลังมีทั้งเจโตวิมุตติทั้งปัญญาวิมุติทั้ง 2 ด้าน ที่แรงพอทีเดียวพระนาคามีจึงไม่มาเกิดอีกยังไม่หมดเชื้อเสียทีเดียวแต่ก็ไม่มาไม่มีแรงมาเกิดเราต้องเข้าใจจิตอนาถามีจิตแบบนี้ให้ชัดเข้าใจให้ชัดแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรประมาทยังไม่ใช่บริบูรณ์แท้ยังไม่ใช่อรหันต์แต่ยังไม่ใช่อรหันต์สุดยอดไม่ใช่ขั้นปลายเป็นสันตะวิหารสุดยอดเราจะต้องรู้แต่จะเป็นพุทธธรรมสุขกับวิหารเพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นต่ำวิหารมันยังมีเศษเนื้อมันจะมีอารมณ์หรือมีลม ลมอยู่เล็กๆน้อยๆผู้รู้จะรู้ของตนเราทนได้โดยไม่ยากเราทนได้โดยไม่ลำบากเป็นทิฏฐธรรมสุดของวิหารปัจจุบันนั้นเทียวเราก็เป็นอยู่สุขไม่หม่นหมองไม่เศร้าสร้อยอโศกกะจริงๆไม่โศกไม่เศร้าไม่มีปริมานไม่มีทุกข์ไม่มีโทมนัสไม่มีอุปสรรคแต่อาจจะมีรถอาจจะมีรถอันยิ่งวิรัชชัยไม่มีหรอกอย่างหยาบแต่ยังมีรถอันยิ่งลดอันเป็นพระยังมีความชอบและชักเป็นเชิงชอบเป็นเชิงดูดโสกะเป็นเชิงผลักเป็นเชิง ไอ้ไม่รับไม่เคืองไปในทางโทรศัพท์สายโทรศัพท์สะอาดไม่มีอึดอัดขัดเคืองไม่ชอบไม่มีอะไรไม่มีแต่อาจจะมีสวรรค์เป็นเชิงดูดเชิงติดติดเชิงชอบอยู่บ้านก็ระวังระวังถ้าเป็นจิตที่สะอาดสนิทแล้วเป็นอรหันต์แท้จิตที่เป็นอาหารกับคนและจิตสูงสุดเป็นอาหารแต่ภารกิจย่อมาจากอาหารแต่ภารกิจดวงโสดาดวงชะตาดวงอันราคาแต่เป็นอรหันต์เลยนั่นแหละจะเกิดสนิทไม่ดูดไม่ผลักหมดอายุเราเลยทีเดียว เราจะรู้ของตนเป็นปัจจัตตังใครก็ใครในเรื่องใดก็พิสูจน์เอาบางเรื่องที่เรารู้สะอาดและรู้เกลี้ยงรู้จริงแล้วเรื่องนี้ถ้ายิ่งเคยไปติดไปยึดมาเคยไปชอบมาจิตของเราพอมาบรรลุแล้วเราก็สัมผัสอยู่เราสัมผัสแล้วเราก็มีสติปัฏฐานมีวิปัสสนาอ่านจิตใจจืดสักนิดมันไม่มีอารมณ์ผลักอารมณ์ดูดอะไรเลยมันเฉยมันวางปล่อยมันอโหสิกรรมมันชักช้ามันจะรู้เลยในเรื่องอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นรุ่นตามมาก่อนเรื่องสูงกำไรขึ้นมาเรื่องอะไรขึ้นมาเราติดอะไร รู้เราปฏิพัทธ์ผูกพันธ์อะไรอยู่เรารู้อะไรที่วางคลายสบายแล้วแม้สัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าสิ่งนี้แต่ก่อนแม่เคยติดจับจับเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีสัมผัสเดี๋ยวนี้ก็อย่างนั้นอย่างนั้นบางทียกจิตขึ้นดูรถสิแต่ก่อนบุพเพนิวาสานุสติญาณโน้มน้าวปล่อยจิตตามไปเพื่อดึงรถขึ้นมาซิมันเป็นอย่างนั้นสนุกอย่างนั้นสนุกอย่างนี้ผู้ที่อินทรีย์คนละช่วงหนึ่งจะเกิดรถจะไปด้วยได้จะรู้ตัวผู้ที่อินทรีย์พละแก่ขึ้นมากว่านั้น ท่านจะไปจิตพยายามที่ปล่อยตัวเองก็ทำเป็นอย่างนั้นเลยปล่อยโน้มน้อมกลับไปหาอารมณ์เก่าที่เคยเป็นเคยมีว่ามันสุขอย่างนั้นมันทุกข์อย่างนี้ตามผัสสะอันนี้ปล่อยไปจริงต่อยยังไงก็ไม่เป็นปล่อยยังไงก็ไม่ดีเกิดรถที่เคยเกิดมีจิตที่จะเป็นสุขเป็นทุกข์อย่างที่เคยเป็นปล่อยยังไงก็ไม่มีทั้งๆที่มีสภาพนั้นสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้ปล่อยตัวเอาลืมตัวไปสิย้อนการเหมือนกับเราเป็นเก่าเป็นคนเก่ามีอารมณ์อย่างเก่าชอบอย่างเก่าที่เก่ามันก็ไม่มีโกรธไม่มีโลกมันก็ไม่มีราคะไม่มีโทร ไม่มีอารมณ์อย่างนั้นพยายามปล่อยยังไงมันก็ไม่เกิดนี่อย่างเดียวอินทรีย์พละแข็งแข็งจริงๆจนสุดท้ายเราสูงขึ้นไปอีกกี่ระดับหนึ่งสูงขึ้นไปอีกระดับเรียกว่าเก่งจนท่านแปลงกายมาเกิดใช้ประสานอวตารได้ปล่อยตัวเองสิตอนนี้ลืมแล้วเหมือนเขาส่งเราไปดูรถอันนี้สิจะเกิดรถได้อีกรู้รถนั้นรู้อารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์นั้นของสภาพนั้นได้อีกกลับกันนะกลับกันจะ ไปดูรถไปรู้อารมณ์นั้นได้อีกแต่รู้จริงๆรู้ในช่วงที่เราอวตารคือไม่ได้เป็นเราหรอกไม่ได้เป็นเรารสชาตินั้นไม่เป็นที่เราพอเรากลับมาเป็นเราแท้ๆมีสติสัมปชัญญะเต็มไม่มีไม่ได้เกิดรถเกิดชาติอะไรอันนั้นแต่เพื่อหยั่งรู้เพื่อทำให้รู้ทำน้ำหนักของตัวเองเข้าไปเป็นอย่างนั้นอย่างลึกลึกสามารถมีบุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นแบบย้อนการได้จริงๆจะรู้ว่าเราระลึกย้อนอย่างตัดรอบในการระลึกชาติไม่ใช่ระลึกก็แค่สติสัมปชัญญะท่านคนเครียดหรือคำสำนึกธรรมดา ไฟฉายเซ็นทรัลระลึกแบบเข้าไปหาทรัพย์คนเครียดตัดรอบแล้วจะรู้ว่าการตัดรอบนี้ไม่พูดด้วยภาษาก็ไม่รู้จะบอกคุณยังไงถ้าคุณเองไม่เป็นถ้าคุณเองไม่ได้ไม่เข้าถึงก็ไม่รู้จะบอกยังไงแต่เราบอกเลิกเป็นภาษาคือถ้าผมจะรีบย้อนกลายเป็นบุพเพสันนิวาสจริงๆเลยผ่านรอบผ่านชั้นคือมันทิ้งสภาพสำนึกปกติหนีออกไปแล้วเข้าไปอยู่มันจะกินแล้วมันมีรถจะมีชาติจะมีอารมณ์อย่างนั้นได้แต่พอออกผ่านรอบนั้นออกมามาเป็นสำนึกปกติเดี๋ยวนี้ไม่มีถ้าคนที่ยังอินทรีย์พระอ่อนเข้าไปอยู่ในสภาพลองเข้าไปในรอบลึกนั้น รถย้อนกลับไปเกิดเป็นคนเก่าดูซิมีรสชาติจริงเพราะออกมากลับออกมาสู่สภาพปกติสัมฤทธิ์ธรรมดาสามัญสำนึกอาจจะจำไม่ได้เอาด้วยว่ารสชาติที่เราเข้าไปเมื่อกี้นี้เป็นยังไงเบลอเลยออกมาเบอร์จำไม่ได้แต่รู้สึกแต่เพียงว่าเอ๊ะเมื่อกี้เราไปเป็นรสชาติอย่างนั้นผมเป็นได้แต่เป็นยังไงไม่รู้แล้วยังอ่อนย้อนการหรือประเพณีวาสานุสติเข้าไปสู่สภาพนั้นได้แต่ยังไม่มีกำลังพอกำลังที่เก่งจริงย้อนกลับไปก็ตัวเองก็ระลึกรสชาติมันได้พอออกมาสู่ชีวิตปกติก็ถึงรู้ได้จำได้เข้าใจได้ สะอาดอย่างเก่าพอออกมาสู่สำนึกปกติแล้วเราก็สะอาดกันเก่าไม่มีอะไรเหลือเชื่อรถอันนั้นอยู่อีกเราพยายามนึกด้วยสามัญสำนึกเดี๋ยวนี้เราไม่มีไม่มีรสชาติไม่มีอารมณ์อย่างนั้นแต่รู้โดยบัญญัติรู้โดยลักษณะรู้โดยความรู้อย่างเทียบกับอันอื่นแล้วเข้าใจเข้าใจนี่เรียกว่าบุพเพสันนิวาสต่างๆเข้าไปได้จริงเพราะงั้นจะพูดนั้นจะไม่ ในสภาพย้อนชาติย้อนรอบอย่างนี้จะอธิบายอธิษฐานและลึกไปถึงกระทั่งว่าแต่ก่อนเรามีสุขจริงหนอเมื่อเราชาติแต่ปางก่อนเคยเกิดเป็นผู้นั้นเคยเกิดเป็นผู้นี้อะไรต่ออะไรก็อยู่ในระยะอย่างนี้ไปปลุกกำลังอธิษฐานชัดเลยแต่โดยธรรมไม่ต้องออกเป็นบุคลิกฐานก็เป็นการอย่างเข้าไปสังสรรค์หรือวิวัฒนาการแบบอย่างที่ว่านี้เหมือนกันจริงๆเราเคยรู้เคยมันไม่ปกติสามัญสำนึกเรานึกไม่ออกรสชาติมันไม่เป็นแต่ตอนที่เราเคยเป็นตัดขาดแล้วและเดี๋ยวนี้ก็ไม่เป็นไม่มีเพราะถ้าเราอยากย้อนกลับไปจะเป็นถ้าเรามีกำลังอย่างย้อนมีบุพเพนิวาสานุสติญาณ ลึกลึกพอแรงพอไปได้ไกลพอแล้วนี่ก็เป็นความรู้อีกแง่หนึ่งงวดหนึ่งที่แถมให้เพิ่มให้เป็นแง่หมายเงินใหม่ยังไม่เคยพูดยังไม่เคยอธิบายสู่ฟังผู้ใดฟังแล้วไม่รู้เรื่องทิ้งไว้ก่อนพูดอะไรที่ยังยังไม่ถึงแม้ฟังไม่รู้เรื่องนั้นก็พยายามเข้าใจบัญญัติภาษาเป็นรูปรอยไว้เท่านั้นเองแล้วไม่ต้องกังวลแม้จะเข้าใจไม่ได้จำไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลเอาไว้มื้อหน้าเมื่อเรามีภูมิฐานถึงมันก็จะรู้เองมีเองและผู้อื่นจะเตือนหรือว่าเราจะได้รับรู้ เพราะเราได้ฟังได้มีอันนี้ผ่านจิตไม่ค่อยจะอยู่ที่จิตของจริงมีบัญญัติมีมันมีรูปด้วยมีนามด้วยมันจะอยู่เองไม่เป็นไรไม่ต้องกังวลส่วนผู้ที่รับฟังนั้นก็ไม่รู้แน่ลืมตาฟังก็ยังยากอยู่เข้าใจยากอยู่เพราะว่านี่เป็นแง่ลบเป็นเหลี่ยมมุมที่ลึกไหล่เข้าไปให้ฟังอีกชั้นนึงขยายเพิ่มขึ้นมาทำต่างๆที่เราเรียนอยู่นี้จึงเพิ่มภูมิคุ้มกันขยับไปเบื้องต้นทำการบ้านปลายตามสภาพที่เราไล่ๆกันมาขยายเพิ่มขึ้นตามเวลาตามวัน ตรุษจีนอ่านจิตให้กินไปเรื่อยๆแล้วเราก็มีทิศทางสุดของวิหารของเรามีความเป็นอยู่อันเป็นสุขสบายแม้ปัจจุบันนั้นทีเดียวแล้วเราก็จะลุกขึ้นเป็นสันตะวิหารเป็นสิ่งที่สูงหมดเป็นที่สุดเขมะไม่มีเชื้อเกษมอยู่อย่างแท้จริงมีแต่สัตว์แต่ว่ารู้ว่านี่ร้อนนี่เย็นนีออนมีอย่างนั้นอย่างนี้ตามผัสสะและบัญญัติโลกจิตใจของเรากระแสอยู่ทุกประตูไม่มีอารมณ์อะไร Message พิเศษน้อยไม่มีนอกจากไม่มีอารมณ์ตรงที่เป็นรูกะลาพระอรูปราคะแล้วไม่มีเกลี้ยง สนิทสะอาดปูปลาคะรูปพระสังโยชน์ไม่มีแล้วก็ยังไม่มานะไม่มีจิตที่จะไปถือดีถือชั่วหมดดีหมดชั่วในตัวเรารู้ดีรู้ชั่วรู้จิตอันควรของเรานั้นแล้วเป็นจักรยานเราหมดจิตสะอาดแต่เราจะช่วยคนอื่นจิตของเรารู้อันนี้ดีอันนี้ชั่วคนนี้มีอารมณ์คนนี้มีภัยต่อสิ่งนี้ขณะนี้ลมพัดผ่านมาเราเป็นแท่งภูเขาหินเรารู้ว่าลมนี้แรงเรารู้ว่าลมนี้เบาเรารู้อารมณ์นี้ร้อนเรารู้อารมณ์นี้เย็นเราควรจะช่วยผู้ที่ถูกลมร้อนนี้เขา เขาเองเขาบาดเจ็บหรือเขาเองก็ทุกข์เพราะลมร้อนนี้เรารู้ดีถึงนมร้อนแล้วเราก็จะช่วยผู้อื่นด้วยความสามารถของเราเราก็ไม่ถึงตนเป็นยายไม่อดทนทับถมเขาไม่ดีอันนี้เป็นอำนาจบาตรใหญ่แม่รู้ดีแม่มีกำลังจะช่วยเขาปัดเป่าลมร้อนไม่ได้บอกเขาให้หลบลมร้อนทำอย่างนี้นะหลบลมเย็นลมหนาวทำอย่างนี้นะจะบอกคนอื่นอยู่ก็ดีจะปรุงด้วยวิธีการด้วยอย่างชาญฉลาดใช้นโยบายอย่างไรเพื่อช่วยเขาก็ทำทำได้แต่ไม่หลงการทำได้ไม่หลงผิดเรานั่นแล้วล่ะก็พยายาม รู้แล้วสิ่งที่แล้วของเราแต่เราจะทำประโยชน์ท่านเราจะทำอื่นอยู่เราก็รู้จิตของเราว่าเป็นสัจจะอย่างนึงที่เกื้อกูลโลกเมตตาธรรมค้ำจุนโลกเป็นกรุณาธิคุณเรามีบริสุทธิ์ที่คุณแล้วเรามีปัญญาที่คุณแล้วเรามีกรุณาที่คุณช่วยคุณเขาก็ไม่ถือการกระทำการช่วยนี้เป็นสิ่งที่ถือเป็นตัวตนเป็นเหตุเป็นเรื่องยึดเอาเป็นกำไรโดยส่วนตนหลงวันนี้เราถือว่าเป็นบุญคุณเป็นสิ่งที่เราทำเราจะต้องได้รับอะไรตอบแทนไม่มีอ่ามีหมดอายุ ทำแล้วทำแต่พิมพ์ทำเป็นปฏิบัติธรรมทวนคืนไปให้แก่โลกตอบแทนเป็นกตัญญูกตเวทีของเราเราได้ในโลกเราตอบแทนให้แก่โลกเราได้โลกนี้แหละอาศัยเกิดอาศัยรู้อาศัยเป็นอาศัยอยู่เราบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วเราก็ช่วยลูกกตัญญูต่อโลกเท่านั้นเองไม่มีอามิสไม่มีจิตที่จะรับอะไรตอบแทนอยากได้อะไรตอบแทนแม้แต่เพียงว่าถ้าทำนี้แล้วเราจะต้องได้สุขหรือไม่บางทีทุกข์จะแย่เลยเหนื่อยนักหนาลำบากในการที่ทำอันนี้ให้เขายากในการตอบแทนให้กับเขาหรือทำออกไปอยู่ เห็นทำได้ยากหนอจะช่วยเขาเองก็ยากน้องบอกเขาไปดีๆช่วยเขาไปดีๆเขาก็ตีเรามาโปรดเรามาเคืองเรามาทำอย่างโน้นอย่างนี้มาแกล้งเราด้วยโอกาสนั้นโอกาสนี้เรารู้อยู่ว่ามันไม่เป็นไปด้วยไงมันเป็นไปด้วยเรียกชื่ออะไรไม่ใช่ยากแต่เราก็เข้าใจเหตุปัจจัยว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นมีปัญญาที่คุณมีปัญญารู้ความจริงต้องเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ทนได้อยู่โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากผู้มีอินทรีย์พลังอ่อนก็จะทนได้แต่เพียงขนาดหนึ่งทำแค่นี้พอแล้วมากกว่านี้ไม่ไหว ตัวเองได้รับผลสะท้อนตอบแทนคืนมาก็ทำไม่ได้ไม่กล้าถ้าผู้ใดอินทรีย์คาราโอเกะก็จะทำได้กล้าแล้วก็จะคำนวนเป็นจนถึงขั้นไม่มีวิวาทบาดหมางแตกแยกทะเลาะทำด้วยแรงแรงมันมีผลพอสมควรชี้ชัดบอกแผลลึกทำไปจนรู้ให้รู้เนื้อเน่าที่ลึกที่สุดแม้มีเน่าน้อยก็ทำลงไปให้บอกแม่เน่าน้อยเน่าใหญ่น่ะรู้กันง่ายแล้วเน่าน้อยมีอีกเป็นชั้นๆต่อไปจึงแทนเข้าไปที่แผลบอกให้ลึกๆไปเลยได้ถึงขนาดไหนก็บอกจนคนที่เขาถูกแทงแผลแล้วก็ทนได้ก็ไม่เพียงพอถึงเรา ก็จะบอกลึกที่สุดจะได้มากฉันตอนตั้งแต่หยาบกลางละเอียดไปได้มากฉันมีผลเร็วรู้กันกระจ่างกว้างขวางเข้าใจง่ายแต่ปริมาณพวกที่เขามีกิเลสอยู่นั้นเขาก็มีฤทธิ์มีผลสะท้อนมีฤทธิ์โต้ตอบถ้าโต้ตอบมาก็โต้ตอบเรามาอย่างนั้นอย่างนั้นแหละเพราะเรามีฤทธิ์ของเราตั้งห้ามเขาไม่สามารถที่จะแรงกว่านี้ได้เขาเพลงเพลงความที่เป็นสัจจะเพลงความจริงเราต้องรู้ว่าเขามีปัญญารู้ความจริงถึงขั้นไหนถ้าเราจะใช้อำนาจของความจริงนี้เป็นการได้ ไปห้างก็ได้ไปหยุดก็ได้เขาก็จะหยุดคนเรามันรู้ความจริงหรือความดีแท้นี่มันไม่อยากจะไปลบล้างหรอกมันรู้เพราะฉะนั้นคนนี้มีหิริถวายมีเทวธรรมถวายมีโอต่อปากเท่าไหร่ถ้าเราทำขนาดนี้ก็มีเหตุผลแต่ปากแล้วเขาไม่กล้าย้อนแย้งสัจธรรมนี้หรอกถึงยอมย้ายก็ย้อนแย้งเป็นแบบฟัดฟัดหนึ่งๆไปงั้นแหละไม่กล้าเอาตรงไม่กล้าเอาจริงอ้อมไม่กล้าเข้าใกล้ไม่กล้าเอาใกล้ไม่และคนนี้ต้องมีแต่เราต้องรู้ว่าอยากแค่ไหนถ้าอยากจะแย่มากขนาดนั้นไม่ได้คนนั้นทำแรงเลยแต่เขาไม่อยากเราทำได้ลึกยิ่งไม่อยากแล้ว คนไหนที่มีจิตปัญญาสูงเรายิ่งแหย่ได้ลึกรู้เราก็ทำได้แล้วเนี่ยเป็นนัยยะต่างๆที่เราจะรู้เขาจะเข้าใจแล้วเราจะทำงานเป็นผู้ที่มีกิจการและก็รู้เป็นปฏิทินแล้วเราก็ยังยอมเป็นกิจกรรมด้วยสัจจะมีทรงสัจจะนี้ไว้อีกเป็นสัจจะยานกระทำที่นี่แล้วก็ทำกระทำจิตเป็นกิจวัตรเป็นสัตว์จะวัดเวียนรอบกลับคืนไปกระทํา เป็นผู้มีแล้วก็ปรับแล้วว่าแล้วเราจบของเราแต่เราก็ไม่แล้วเพราะเราทำให้คนอื่นต่อตราบที่เรายังมีส่วนที่เป็นรูปคั้นน้ำขันมีกำลังมีอินทรีย์มีภาระมีส่วนที่ยังดำเนินไปอยู่เราก็ทำพฤติกรรมของเราเราก็ทำต่อไปเรื่อยๆมีเรื่องมีแรงที่จะเป็นการเรียกว่าเชื่อมต่อในการสร้างสรรค์เป็นการเป็นไปในโลกแต่กรรมพันธุเหล่าพระพุทธเจ้าจะเกิดอีกกี่ปางอีกกี่ชาติอีกกี่รูปกี่องค์ก็มีนัยยะอย่างที่ว่านี้เป็นภาษาง่ายๆ แท้จริงพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้วไม่รู้กี่ล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านองค์แล้วพระพุทธเจ้าแต่ละองค์แต่ละองค์นั้นก็สั่งสมแล้วก็กระทำตนช่วยเป็นระดับๆมาจริงโลกนี้จะเกิดอยู่หาที่ต้นไม่ได้โลกโลกนี้แตกโลกลูกใหม่ก็เกิดพอเกิดแล้วก็จนกว่ามันจะเย็นจนกว่ามันจะมีสารอินทรีย์จนกว่ามันจะสั่งสมพัฒนาจากสารอินทรีย์จุดเล็กจะพัฒนาเป็นชีวิตจนเกิดเป็นมนุษย์จนเป็นมนุษย์ชั้นสูงทำอาหารให้แก่ตนได้อีกคุณคิดดูสิคุณจะประมาณยิ่งเรียนวิทยาศาสตร์มายิ่งดีมันจะกี่ล้านล้านล้านล้านล้านล้านคุณเอาทางยานี ผมก็พูดคุณก็ไล่มันจบแล้วก็ต้องเกิดลูกใหม่อยู่นั่นแหละวนอยู่อย่างนี้นานนับกลับกันนิรันดรมีการเกิดโรคโรคด้วยวัตถุแล้วก็มีการเกิดจิตวิญญาณชีวิตเกิดอยู่เราอยู่ในกาแล็กซี่หนึ่งมีโลกลูกนี้เราอยู่ในสุริยะจักรวาลหนึ่งก็มีแค่นี้ไปถึงกาแล็กซี่อื่นก็มี Galaxy บางเลน 4 ไม่ใช่มีโรคที่มีมนุษย์อยู่โลกเดียวมีตั้งหลายลูกหลายลูกพัฒนาตนอยู่กำลังเพิ่มอยู่กำลังมีอ่าตอนนั้นเย็นแล้วมีน้ำมีจุลินทรีย์มีอินทรีย์พัฒนาอินทรีย์ต่างๆมา อินทรีย์นี่คือเซลล์เซลล์ต่างๆก็เกิดขึ้นมาอยู่พัฒนาเซลล์มาจนกระทั่งกลายเป็นคนนี่ไม่รู้คนนี้ประกอบไปด้วยเซลล์กีฬาๆๆเซลล์ไม่รู้ว่ามีอินทรีย์กี่อินทรีย์แล้วกลับมามีจิตที่สูงเรียนรู้อ่านซ้ำรอบจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ได้อีกคนที่เป็นพระอรหันต์ก็อุ้มลูกช่วยโลกย่อมหมุนวนเป็นปฏิสนธิเป็นกัมมะปฏิสนธิเป็นที่พึ่งของโลกเป็นที่พึ่งอันที่สุดวนเวียนอย่างนี้กรรมพันธุ์ทุกข์ก็มีอยู่พระพุทธเจ้าก็ยังจะดูแลโลกพุทธอันนี้ไม่ใช่นามธรรมไม่ใช่รูปประธรรมแต่เป็นพุทธคำกล่าวคำกล่าว เธอเป็นคุณธรรมสุดยอดมันก็จะอยู่ในโลกดูแลโรคของพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านไม่ได้ไปตรัสรู้เอาธรรมะจากไหนธรรมะมีอยู่ต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน