240201-2-297 ทางเอกภาค2-ตอน297(หน้า568)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์170 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอาเรามาตั้งใจฟังกันอีกผู้ใดฟังที่กำลังอธิบายอยู่พวกนี้ออกฟังออกได้รับความรู้ความซาบซึ้งความเห็นจริงก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเองมากหรือไม่ผู้ใดที่มีภูมิถึงคิดถึงจริงๆก็จะเป็นผู้ที่เห็นแจ้งทะลุเป็นผลสำเร็จตรงได้ถ้าจิต เราเป็นอย่างนี้จริงมีจริงตรวจสอบแล้วตรงเป็นไปได้อย่างนี้ไม่มีผิดไม่มีเพี้ยนแม้ลึกซึ้งถึงที่สุดก็ถูกต้องตรงตามที่ว่านี้เราก็จะเป็นบุษบาจะเป็นผู้ที่หมดสงสัยลงไปได้อาจจะเป็นผู้ยังชีวิตไปอย่างเป็นผู้คิดค้นพบสมเด็จสูงสุดหลักเพราะมีหม้อก็คือการหลุดพ้นและลักษณะการหลุดพ้นตั้งแต่ระดับเริ่มต้นมีลักษณะอย่างไรบ้างจะต้องจับเป้าตรงไหนประเด็นตรงไหนเราก็ทบทวนกันแล้วทบทวนกันอีกเพราะเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่เราเป้าหมายหรือเป็นจุดหมาย ลักษณะสำคัญที่เราจะต้องเข้าใจจะต้องรู้เราได้ทบทวนวิโมกข์ 1 ไปแล้วนะรูปีรูปานังปะสะดีมหิตลาธิเบศสาวสุพรรณเทวดาอธิปัตย์โหติ 3 ลักษณะสรุปง่ายๆลักษณะแรกก็จะต้องรู้สภาพของปรมัตถ์คือรูปโดยเฉพาะรูปเป็นจิตรูปโดยเฉพาะรูปพระจิตคือลักษณะนี้มันเกี่ยวข้องที่จิต 2 เรารู้ถึงลักษณะที่แตกต่างกันของปราการของ หรือรูปประจักษ์นั่นเองจนละเอียดไปหารูปกระจิตเราเรียกว่ารูปอ่ะรูปหรือเรียกว่าภายนอกภายในที่ถูกแก่นถูกแก่นแท้เข้าไปหาสภาพที่ละเอียดสุขุมสูงยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเข้าไปหาจุดสำคัญของความบริสุทธิ์ความสะอาดความหมดกิเลสลงไปเรื่อยๆจนถึงความหมดกิเลสจริงจริงแต่ต้องรู้ไล่เรียงกันแตกต่างกันเพราะฉะนั้นอาการของจิตอย่างนี้ยังมีกิเลสมากอย่างนี้ยังมีกิเลสกลางอย่างนี้มีกินเลยน้อยอย่างนี้ไม่มีเลยจับได้มีสภาวะสัมผัสติดรู้ ต่างกันเข้าใจเครื่องหมายอาการอารมณ์อะไรมาแตกต่างกันอย่างไรอย่างไรรู้ได้แล้วจั

อ่านต่อ

บเป้าหมายที่เลยเถิดออกไปมันมีสภาพที่ว่าท่านสมหมายว่าขนาดนี้เป็นสภาพภายในและเป็นสภาพถึงตัวปลายแต่ที่แท้ไม่ใช่เลยเถิดออกนอกเขตเทศบาลไปบอกว่าภายในนี้แล้วเราทำจิตในจิตให้เป็นจิตในจิตไม่ให้มันมีกิเลสหุ้มแล้วเราก็เลยทำจิตให้บกพร่องลงไปอย่างทำจิตให้เข้าฌานอย่างนี้ก็ไม่เข้าใจความหมายของฌานกลายเป็นนั่งหลับหลับดีไปก็ไม่รู้ตัวว่ามันออกนอกลู่นอกทางแล้วออกนอกเขตเทศบาลไปแล้วบอกว่าภายในมันไม่ใช่นายน่ะมันลงใต้บาดาลไปเลยอย่างนี้เป็นต้น ถึงเราก็ย้ำกันให้ฟังให้เห็นแท้เห็นจริงหรือออกนอกก็ไม่รู้ว่าตัวออกนอกที่จริงนั่งหลับตาเข้าไปแล้วเรานึกว่าเราเข้าในเปล่าเราออกนอกมันฟุ้งซ่านไปไหนก็ไม่รู้จับไม่ติดน่ะจิตของเรามันจะได้ฟุ้งซ่านเลอะเทอะคิดนึกปรุงแต่งอะไรไปเยอะแยะมันไม่ได้อยู่ในสภาพอารมณ์ไม่ได้อยู่ในสภาพจิตที่ปราศจากนิวรณ์หรือปราศจากกิเลสที่เป็นเป้าหมายที่แท้ไม่ได้อยู่หรอกอย่างนี้ก็ออกนอกแท้ๆนอกชัดๆกระจัดกระจายออกไปไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่เราหักเราฝึกหรือว่าเราทำไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นเรียกว่าอัตราสตางค์แต่ว่าเราต้องเห็นปกติเนี่ย เห็นสภาพนั้นจริงๆเรียกว่าตาทิพย์แล้วหรือว่าเกิดดวงตามีจักขุมีธรรมะจากศพเนี่ยเราเรียกว่ามีธรรมจักรสู่และมีดวงตามีปัญญามีแสงสว่างมียานเราเรียกตัวนั้นในภาษาพระพุทธเจ้าเรียกหลายคำเรียกมีจักษุคือมีดวงตามีปัญญามีแสงสว่างวิญญาณเด็กทั้งนั้นถ้าพูดได้เกิดสภาพอย่างนี้เลยว่าเห็นว่าแจ้เข้าใจเข้าไปลึกละเอียดแล้วเราก็ปฏิบัติแล้วก็รู้อันนี้ตลอดเวลารู้ว่าเรามีกิเลสหรือไม่มีกิเลสออกภายนอกหรือว่าเลยเถิดไปใน ฝ่ายไหนเรารู้ตลอดเวลาปรับปรุงเข้าไปหาเป้าหมายให้ถูกผู้ใดทำได้ก็เป็นหนี้นอก 13 เนื่องจากติดอันที่ 1 รูปีรูปานังแห่งการปฏิบัติธรรมว่าเราจะจับปรมัตถ์ที่ตรงไหนจะปรมัตถ์ที่อะไรการปรับปรุงหรือว่าการเจริญของการปฏิบัติธรรมอยู่ตรงไหนเจริญอยู่ตรงนี้และเป็นสำคัญจิตของเราถูกจิตแล้วจิตของเราหมดกิเลสหรือลดกิเลสลงมีพระนายคล้ายจางลงไปได้จริงและการที่ 31 ตุลาคมที่มันหมดได้มีเหตุมีปัจจัยและกิเลสมันหมดลงไปได้มีสภาพที่ได้เห็น ปรับปล่อยหลุดขาตรงไปได้แล้วก็เกิดปิติยินดีซาบซึ้งมันซาบซึ้งเองนะมันรู้จุดที่ดีที่งามอันนี้เองเชื่อมั่นเห็นดีเชื่อมั่นเห็นดีแท้ๆเลยว่าโอ้มันเป็นอย่างนี้ผู้รู้เป็นปัจจัยต่างนั้นรู้ซาบซึ้งเองเข้าใจเองไม่มีใครจะต้องมาบอกว่าเรามากล่าวว่ามาเช็คกับเหตุปัจจัยมาเช็คกับตำรามาเช็คกับทฤษฎีตรงแท้แน่จริงนอกจากจงแท้แน่จริงแล้วก็เป็นสภาพที่เราจะรู้ว่าของจริงมันเป็นอย่างนี้สัจธรรมมันเป็นอย่างนี้ตัวเราเองนะจะบอกตัวเราได้โอ้กิเลสตัณหามันอยู่จิตวิญญาณเป็นอย่างนี้และจิตวิญญาณมันสะอาดลงแล้วมันสบาย ได้ลุกได้แม้เหตุ 1 ปัจจัยหนึ่งแม้เรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเราก็รู้ว่าเรื่องนี้หมดเรื่องกับเราเราหลุดขาดเรื่องนี้เด็ดขาดมันเป็นตัวอย่างเป็นอันอันเป็นเรื่องๆสำคัญเราได้เรื่องนึงแล้วเราก็อ่านจิตของเราได้ว่าอาการมันมีมันมากมันน้อยมันลดลงมันบางจนมันบางลงจนมันหมดเราก็จะรู้เราจะเห็นของเราเองผู้ที่เห็นของตัวเองนั่นแหละจะทราบอย่างกับใครมันก็ไม่เหมือนของเราเราเองเราจะรู้ทีนี้ผู้ที่หมด มันก็ไม่ดีพูดได้เป็นม้วนดีก็ดีได้ประโยชน์เราผู้ที่ได้เนี่ยถ้าเผื่อว่าได้ตรงกันเมื่อมาพูดกันแล้วมันเช็คกันดูคุยกันมันจะเหมือนๆกันมันจะรู้กันได้ตรงที่มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมันเหมือนกันมีสภาพบรรยายถ้าเป็นภาษาเดียวกันคนไทยเหมือนกันพูดไทยบอกกันรู้พูดยังไงยังไงมันก็เข้าใจกันจะเห็นว่าเออจริงๆมันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นล่ะหาอธิบายถูกกันฟังปรับกันลองเอาของใครของใครที่ได้อย่างที่มันตรงกันนี้มาพูดกันสิพูดเป็นภาษาอะไรต่ออะไรภาษาไทยนี่แหละพูดไปในแค่ในแง่ในเชิงอะไรต่ออะไรเนี่ยมันจะเห็นเลยว่ามันตรงกันมันลงกันมันใช่แล้วเป็นอารมณ์อย่างนี้โดย วัดอารมณ์ของจิตที่มันเป็นสภาพวิมุตินี่มาพูดให้กันและกันฟังเนี่ยพูดภาษาสำนวนอะไรต่ออะไรไปเนี่ยถ้าเกิดว่าอธิบายเป็นจุดของสภาพว่างสภาพหลุดสภาพพ้นอะไรต่างๆนานาเนี่ยมันจะเหมือนกันเช่นในลักษณะต่อไปนี้คือวิโมกข์ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 ไปเรื่อยๆจะมีแง่เชิงที่มันบอกถึงความเป็นสันตะวิหารหรือเป็นสภาพที่เรียกว่า Vivo ในแง่ต่างๆในเชิงต่างๆเขาก็อธิบายกันไว้ 4 วินาทีต่อจากนี้ไปเอาพี่โม้ข้อที่ 4 คือ สัพพะโซ่รูปสัญญานั่งสมาธิกัมมะปฏิฆะสัญญานังอัตถะมานะตัดสัญญาอมตะอาอันนั้นโตอากาศโสติอากาสานัญจายตนะอุปสัมปทาติไม่มีภาษาบาลีบอกถึงมีหัวข้อนี้ไว้ยาวหน่อยอธิบายไว้ยาวถ้าคันนี้ก็ถึงขั้นได้สภาพที่เรียกว่าอากาสานัญจายตนะนี่เราจำง่ายๆคือเราได้สภาพอากาศซึ่งก็มีลักษณะสำคัญคือได้สัมผัสความว่าโล่ง ส่งเบาสบายนี่ภาษาบาลีว่าอากาศโซติวงเล็บอากาศโซติภาษาบาลีว่างั้นเรื่องความโลภความโปร่งความเบาสบายมันได้รับอย่างไรได้รับอย่างไม่มีขอบเขตดูมันทะลุทะลวงไปหมดไม่มีกั้นนอกไม่มีกั้นในไม่ว่าหยาบไม่ว่าละเอียดไม่ว่าเป็นไม่มีกันน่ะมันหมดความอยากหมดความละเอียดที่จะเปรียบเทียบ Hello มันเปรียบนั่นแหละมันเปรียบกับความอยากมันเปรียบกับความอยากมันเห็นโล่งโปร่งละเอียดไปหมดดูมันไม่เหลืออะไรมีแต่ความโล่งว่างเบาสบายเท่านั้นเป็นจุดจุดสูงมีแต่ความโล่งว่างเบาสบาย ได้เป็นจุดจุดสูงในวงเล็บอนันต์โตอนันตังจุดประเด็นอันนี้เราได้กันมาอีกอันหนึ่งในความหมายที่เราได้เน้นกันแล้วอ้ออนันตังเนี่ยอนันตราโสตถิเดี๋ยวๆอันที่ 2 มันจะมีอีกอันที่ 3 จะมีอีกอันนั้นต่างอากาศโชติอธิบายประเด็นพวกนี้ของอนันตังนี่มันถึงจุดนี้แล้วมันไม่ว่าเวลาไหนอนันตังมันไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็มีไอ้โล่งๆเนี่ยเดี๋ยวนี้ปุ๊บก็เป็นเดี๋ยวนี้เลยในขณะนี้เราปรุงเราสร้างเราคิดเรานึกจิตของเราทำงานอะไรก็ทำจะพร้อมกันนี้เราจะเป็นนึกถึงจุดอากาศจุด ว่างของอันนั้นคือความหลุดของเรานี่คือความขาดได้แล้วเป็นนิพพานแล้วนี่มันมีอยู่เมื่อไหร่มันก็มีอยู่ดูมันเดี๋ยวนี้มันก็มีเช่นว่าเราเองเราไม่ติดบุหรี่เรานี่ผ่านจากบุหรี่ยกตัวอย่างง่ายๆเมื่อไหร่เมื่อไหร่เราก็มีการนิพพานจากบุหรี่เราจะไม่มีอะไรจะสภาพที่จะเวียนกลับมาจิตมันจะมีแหมไอ้ตอนนี้จิตมีแล้วฮะไม่มีเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็มีเราจะทำงานอื่นใดก็ทำไปจิตจะทำงานอะไรก็ทำไปจะหวนกลับมาดูหรือจะดูเมื่อไหร่ก็ได้อนันตังเมื่อใดเมื่อใดมันก็ไม่มีที่สิ้นสุดที่สุดการหมดว่างไม่มีที่สิ้นสุดการหมดว่ามันว่างอยู่เรื่อยแหละมันว่างจากกิเลสอันนี้อยู่ด้วยอนันตัง อากาศสดนี่มันโล่งอยู่ตลอดเวลาไม่มีเวลาเวลาจะนั่งหลับตาเวลาจะลืมตาเวลาจะทำงานเวลาจะขี้จะเยี่ยวเวลาจะหลับจะนอนเวลาไหนมันเป็นการโล่งอยู่หมดมันเป็นการหลุดอาการนี้มันโล่งใจมันไม่มีอารมณ์อาลัยอาวรณ์ไม่มีนิวรณ์ไม่มีเศษเชื้อที่ติดอยู่แม้แต่คนในก้นบึ้งก็ไม่มีอุปทานไม่มีจิตที่เป็นผนึกลงไปไม่มีนิมมานรดีไม่มีปรินิพพานสวัสดีคือไม่มีจิตที่มันตราใจจิตใจอย่างนั้นอีกแล้วหมดสังขะหมดเศษแม้แต่จะเป็นคณะกรรมการที่ติดจิตที่มันติดเป็นความผิดเหลือน้อยบันไดก็หมดเกลี้ยงแล้วไม่มีอารมณ์วกเวียนขึ้นมาอีกจึงเรียกว่าอนันต เมื่อใดเมื่อใดก็ไม่มีไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดในความไม่มีนั้นความไม่มีนั้นไปเรื่อยๆเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็มีความไม่มีอยู่อย่างนั้นแหละแต่ว่าอันนั้นตังค์ฟังดีๆนะฟังภาษานี่ซ้ำไปย้ำมาทุกมุมเกลี้ยงพูดให้เกลี้ยงพูดให้ฟังเก่งๆอยากจะยกตัวอย่างแล้วแล้วไม่ติดแล้วเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ใจสบายสะอาดอยู่อย่างนั้นคิดจะอ่านอย่างนั้นแม่สัมผัสมันเดี๋ยวนี้มันก็ไม่มีอาการยิ่งไม่สัมผัสเลยสบายมากไม่ได้มีอารมณ์อาการอะไรกับมันไม่เกี่ยวไม่เกาะอะไรกันเลยถ้าเราจะระลึกถึงมันก็ระลึกขึ้นมาได้แล้วก็ขึ้นมาแล้วก็ไม่มีอารมณ์ทางการอะไรของกิเลส โล่งกว้างสะอาดเห็นจิตของเราสะอาดจากกิเลสโดยเฉพาะมีปัจจัยเรายกปัจจัยอะไรมาขึ้นมาสำหรับที่เราไม่ติดอย่างคนที่ไม่เคยติดฝิ่นมันสะอาดสะอาดคุณไปเกี่ยวข้องอะไรกับหินแต่มันมีนะมันมีสภาพบอกทีคุณไม่ติดฟิล์มหรอกแต่คุณได้กลิ่นมาแล้วเอาไปขายเอาตังค์ในคุณผิดพลาดคุณติดเงินคุณติดโรคอีกอย่างนึงที่มันเกี่ยวข้องกันได้แม้จะผิดกฎหมายคุณก็ยังจะเอาไปขายกันเอาเงินอะไรงี้พอได้เห็นมันวางตกหล่นหรือว่าไปเก็บได้เอาเลยถ้าบางคนกลัวตารางไม่เจ็บหรอกมันของผิดกฎหมายอะไรอย่างนี้แต่ถ้าคนที่เป็นรอบๆๆเงินโล่ทองอยู่มันก็ไปเอาทีนี้มันไม่ใช่โดยตรงอันนั้นมันเป็นเรื่องเคียงส่วนตัวก็คือเราเห็นกลิ่นแล้วก็อยากได้เอามา เราเห็นเงินได้เงินมาเราก็เสพสุขเราเห็นปิ่นเอาฝิ่นมาสูบเสพสุขเราเห็นขนมเอาขนมมากินเสร็จแล้วได้เสื้อผ้าเอาเสื้อผ้าสวยมาใส่เก็บศพเราได้เพชรได้พลอยเป็นสมบัติเหมือนกับเงินทองแล้วเอามาได้มาสมใจเสพสุขตัวสุขนั่นแหละหลงสุขอย่างนั้นแหละตัวได้มาสมใจแล้วก็สุขนั่นแหละคือโลกีย์ยังไปอัดสาระยังเป็นรสนิยมโลกโลกมันยังอยากมีอยากเป็นอยากได้ในอะไรมาเป็นของตัวของตนเข้ามาเสพอารมณ์เข้ามาสัมผัสอารมณ์เข้ามาสมใจเป็นสุขผู้ใดยังมีสุขอย่างนี้อยู่คนนั้นไม่พ้นทุกข์หรอกมันยังมีความต้องการมันมีความมีเครื่องหมายอยู่ที่จิตเรียกว่าอะไรดีมันจะมีนิมมานรดี ยังมีเครื่องหมายแห่งกิเลสมันยังมีเครื่องหมายแห่งความกำหนัดอย่างนี้มานรตเนี่ยมันแปลว่าเครื่องหมายแห่งกิเลสนรสิงรัตติกาลแปลว่านิมมานนะกับรัตติกาลแปลว่าตัวกิเลสนางอารดีเรียกนางอารดีนิมิตนิมมานแปลว่าเครื่องหมายเราเองเป็นคนสร้างสร้างเครื่องหมายนั้นขึ้นที่จิตเราเราเองเป็นคนโง่ตราเครื่องหมายนั้นตราเครื่องหมายกิเลสนั้นไว้ที่จิตแล้วมันก็ยังไม่ลบเลือนยังไม่ล้างสะอาดจิตของเราก็มีเครื่องหมายกิเลสนั้นเป็นอุปทานหรือเป็นตราใจเราต้องเลิกล้างจนกระทั่ง เอาอะไรไปล้างไม่ได้อันนี้ปัญญาล้างนอกจากปัญญาแล้วก็จะทำใจให้ร้างวางปล่อยให้เป็นจับจิตถูกถ้าจับจิตถูกแล้วนะรู้ลักษณะการปล่อยไม่ยึดไม่ถือแล้วนะถ้าทำได้สักครั้งสองครั้งสักเรื่องสองเรื่องสามเรื่องประเดี๋ยวมันง่ายเรื่องอะไรอื่นๆมันก็ลักษณะนายเดียวกันเรื่องจิตเนี่ยเป็นแต่เพียงว่าเราไปหลงมุมเหลี่ยมของอัสสาทะของรสนิยมของกิเลสแต่ละเรื่องแต่ละเรื่องเท่านั้นเองเรานึกว่ามันต้องการที่จริงเราโง่อยู่อย่างเก่าถ้าเราฉลาดแล้วไม่ติดอะไรในโลกไม่เห็นต้องติดอะไรเลยขนาดความดีถ้ายังไม่ให้ติดขนาดนิพพานท่านยังไม่ให้ติดเลยคุณกำลังแสวงหานิพพานได้นิพพานได้เป็นสิ่งเลิศยอดสูงสุดอะไรมันจะไม่มันเหนือค่าเท่านิพพาน ขนานนิพพานถ้ายังไม่ติดแล้วคุณจะมาติดอะไรอยู่ทำอะไรไปติดทำไมอารมณ์นั้นอารมณ์นี้ความดิบความดีนั้นมียึดมั่นถือมั่นความเห็นของตนของตัวหมายถึงตนถือตัวอย่างโน้นอย่างนี้อะไรมันยิ่งใหญ่เท่านิพพานขนาดว่าได้นิพพานเป็นอารมณ์สูงสุดหรือเป็นสภาพสูงสุดและสภาวะธรรมสูงสุดแล้วท่านยังบอกว่าไอ้นี่ยังไม่ให้ติดให้ยึดแต่ไม่ให้หลงก็เป็นของเราด้วยมันถึงจะหมดสิ้นหมดเกลี้ยงในคิดง่ายๆแค่นี้แล้วคุณจะไม่ยึดมั่นถือมั่นคุณจะสบายใจคุณจะเอออะไรและทำได้จริงๆแล้วคุณต้องทำนะทำได้จริงๆนะคุณจะรู้ว่าเออจำได้แล้วสบายแล้วเออสุดยอดเอาลองก่อนฟังดูลักษณะของอนันต์โตอากาศรถติดที่เขียน ยายไว้ในนี้แล้วก็จะเสริมนิดหน่อยอันที่ได้สภาพเช่นนี้ก็เพราะว่าได้เรียนรู้กำหนดรู้รูปรู้เรื่องของทุกข์ชัดๆจับรูปจับตัวของเหตุชัดๆได้และดับเหตุล่วงพ้นทุกข์นั้นๆไปได้จริงด้วยประการทั้งปวงมีภาษาบาลีก็บอกว่าสัพพะโสรูปสัญญาณนางสมาธิธรรมะสมาธิกับมรรคก็คือการได้หลุดพ้นหรือล่วงพ้นสรรพสัตว์ทั้งหลายประการทั้งปวงด้วยทั้งปวงทั้งหลายรูปก็สัญญาคือรูปแบบสัญญานังรูปสัญญากำหนดรู้สัญญาแปลว่าการกำหนดรู้รูปนั่นแหละอะไรล่ะอาการของจิตที่มันยังไปพัวพันติดยึดเป็นอาการที่ยังหลงอยู่นั่นแหละ เพราะได้รู้สิ่งเหล่านี้ทั้งปวงแล้วก็ได้ล่วงพ้นสิ่งที่เราเป็นรูปไปติดรูปต่างๆแม้แต่รูปหยาบๆรูปนี้ก็คือของหยาบก่อนเดี๋ยวจะถึงอรูปจิตนั่นแหละเป็นระดับๆแรกก็เรียกว่ารู้ระดับจับได้อยากๆเราอยากให้มันมีชัดๆเลยกามราคะจับยามนี้เรื่องนี้โทสะชัดๆรูปของอาการโทสะชัดๆกำหนดรู้ว่านี่รูปตัวตัวโต 3 เป็นอย่างนี้ที่มันเป็นอย่างนี้เรารู้รูปมันแล้วเราก็ล่วงผลได้รวมพลได้ด้วยประการทั้งปวงก็หมายความว่าล่วงคนได้ด้วยไม่รู้หรอกด้วยประการใดๆก็ตามมันไม่มีล่ะโดยประการทั้งปวงออกไปเท่าที่คุณจะรู้ของตัวเองเรานึกว่าเออเราหมดแล้วโดยประกันสังคม เป็นระดับต้นตัวอย่างโล่งหมดไปยังโล่งว่างโปร่งเบาสบายหาที่สุดไม่ได้ภาษาบาลีว่าอนันต์โตอากาศโสติอนันโตด้วยอนันตังเนี่ยอนันตะเรียกว่าหาที่สุดมิได้จงอธิบายไปแล้วเมื่อกี้นี้มันไม่สิ้นสุดเมื่อใดเมื่อไหร่มันก็มีโล่งๆว่างๆอยู่อย่างนี้อากาศโชติก็คือความโล่งๆว่างๆเดี๋ยวนี้นึกถึงเดี๋ยวนี้เราก็มีเดี๋ยวนี้อาตมากำลังพูดนี่ก็คือตัวผู้ตัวสังขารแม้ในขณะพูดไปนี้ฟ้าก็อาตมากำลังนึกถึงใจอาตมาเองเดี๋ยวนี้ใจก็อาตมาที่พูดนี้ก็ว่างๆลงๆพูดให้พูดกับสังขารธรรมดาสักแต่ว่าสังขารใจที่มีกิเลสในกับคำพูดนี้หรือเปล่าไม่มีมีแต่อาการเขาว่าจอห์นมีแต่ความปรารถนาดีที่สร้างอัน ทำอันนี้ไปเพื่ออะไรเพื่อแลกลาบเปล่าเลยไม่ได้หวังแรกอะไรเพื่อแลกยศคนแรกสรรเสริญเพื่อให้พวกคุณมาชมเชยนิยมยกย่องเพื่อเป็นสุขเปล่ามันก็ไม่ได้เป็นสุขอะไรมันเป็นธรรมดาธรรมชาติทำไปมากๆเข้าเสียงจะแหบจะแห้งเอาเมื่อยเข้าด้วยนะลำบากกายขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆถ้าทำเขามากๆจนมากเกินก็ยิ่งแย่แต่นี่ก็ไม่มากเกินมันก็พอเป็นพอไปพอได้ก็สบายสบายดีนะรู้อยู่จิตก็ขนาดนี้ว่างโล่งอยู่เดี๋ยวนี้ดูเดี๋ยวนี้วินาทีนี้เดี๋ยวนี้ปัจจุบันที่พูดเนี่ยอาตมาดูว่าอาตมาเดี๋ยวนี้อาตมามีจิตดูอาตมาเดี๋ยวนี้ดูมันก็อนันตัง โทรศัพท์ยังว่างๆโล่งๆอยู่สบายจริงๆไม่ได้มีนิวรณ์อะไรไม่มีกิเลสอะไรไม่ได้เพื่ออะไรรอเพื่อโลกิยะอะไรก็ไม่มีไม่ได้พูดด้วยความโกรธไม่ได้มีความโกรธเลยสักนิดนึงไม่มีความใคร่อยากจะพูดหรือก็ไม่ให้หยุดเดือนนี้ก็หยุดสบายๆได้บอกว่าหยุดเธอหยุดเธอไม่ฟังกันแล้วทุกคนบอกไม่ฟังแล้วหยุดอาตมาก็หยุดสบายๆไม่เกลียดไม่โกรธด้วยสบายพูดก็พูดไม่ได้อึดอัดเคืองอะไรมันฟื้นใจมาพูดกับเราไม่มีไม่ได้ฝืนใจอะไรเลยก็ไม่ได้หลงผิดอะไรว่าควรทำหรือไม่ควรทำอันนี้ก็ไม่ได้ ผิดนะว่าไม่ควรทำก็ยังมาดันทุรังทำหรือว่าทำไปแล้วพาไอ้พวกคุณตกต่ำสูญเสียก็ไม่ใช่นะไม่โมหะไม่ได้เอาวิชาอะไรนี่ไม่โง่ๆเงาๆอะไรอย่างนี้เป็นต้นน่ะแล้วทำกิจกรรมอะไรอยู่ก็ได้ก็ยังมีโตอากาศโสติกำหนดรู้รูไปสัญญานังได้เป็นการทั้งปวงกำหนดรู้รูปนั้นเห็นมีรูปีรูปปลานี้ปกติเห็นรูปสัญญานั้นเห็นเห็นเองนะเนี่ยอาตมาเห็นอยู่ของอาตมาเองของคุณนั่งฟังนี่คุณว่างหรือเปล่าหรือคุณขณะนี้กำลังมีนิวรณ์อะไรพวกครอบงำมีที่น่ามีถ้าไม่ขนาดนี้มีไหมไม่มีนะสายเจ๋งเลยนะเออเอาล่ะมีตัวสำคัญจงจับตัวนี้ก่อนผีตัวนี้มันเข้าสิงเรามาก ไม่มีนะพุทธเจ้ามีหรือเปล่าฟุ้งซ่านไปคิดอื่นประกอบขณะนี้มีไหมพูดนี่กำลังพูดนี่มีไหมตอนนี้ตอนนี้รับเต็มเลยเป็นมาสติกการอยู่กับที่คำถามคำตอบผมนี่จะเต็มเลยนะมีการไหมขณะนี้มีการไหมที่พูดด้วยกับผมเนี่ยมีการไหมไม่มีพยาบาลไม่มียับๆชัดๆเลยรูปแบบสัญญาณดังเห็นอยู่รู้อยู่เดี๋ยวนี้อย่างนี้เรียกว่าชาญอย่างนี้เร็วทานอย่างที่เรียกว่าเป็นวิมุตติธรรมทวีวุฒิเป็นวิมุตปัจจุบันเป็นวิมุตขณะนี้ชัดๆเราไม่อยากลงไปเราไม่ได้คิดถึงสภาพที่ว่าจะมีอนุสัยอาสวะอะไรล่ะตอน เหตุปัจจัยง่ายๆขณะนี้ฟังเสียงนี้เป็นราคะไหมฟังเสียงนี้เป็นปัจจัยเป็นผัสสะคุณได้ยินเสียงนี้เป็นราคะไหมไม่ได้เป็นราคะโทสะไหมไม่ได้เป็นโทรศัพท์ฟังแล้วรู้เรื่องว่าดีหรือไม่ดีควรหรือไม่ควรกลับไปย้ายหรือเอากับปิยะดีควรก็ฟังก็เกิดเบิกบานร่าเริงแจ่มใสรู้ตื่นอยู่ก็ฟังธรรมได้พุทธะแล้วฝึกทุกวันน่ะแต่คุณมานั่งฟังคุณไม่พุทธะทุกวันแต่ก็มีบ้างมีพุทธะบ้างบางคนมานั่งฟังบางวันพุทธน้อยมุดพระเยอะแยะ มดไม่รู้หมดไปหากระทะที่ไหนก็ไม่รู้เลยนะพุทธมีบางคนนะไม่ใช่ทุกคนนะส่วนใหญ่แต่ส่วนใหญ่ก็พุทธะส่วนใหญ่พระพุทธะมานั่งฟังถ้ามีส่วนน้อยหรือจะส่วนใหญ่ก็ไม่รู้นะไม่ได้เช็คสถิติเดี๋ยวต้องให้เปรมจิตนักสถิติตัวสำคัญเช็คมันก็จะดีมุทะลุหรือพุทธมากพระพุทธะมากก็คือมันนั่งฟังแล้วก็เกิดอารมณ์ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสฟังธรรมก็เบิกบานแจ่มใสร่าเริงดีมีองค์ฌานฟังแล้วก็จิตใจเบิกบานร่าเริงมีเป็นฌานไม่มีนิวรณ์อะไรกวนเลยฟังทำแบบนี้เป็นฟังธรรมอย่างมีเอกสารฟังธรรมด้วยฌานหรือว่าทำกิจการงานที่มีฌานอยู่ในขณะที่มี นั้นมันก็สั่งสมวิมุตไปด้วยคือเราเป็นแต่ทางเขาประหารเป็นการว่างไปในตัวไม่ต้องกดข่มอะไรมากมายนะในตอนนั้นเป็นประธานกับประหารเป็นการวางโดยไม่ได้ไม่ได้กฎของมันเกิดกรรมที่ดีกำลังรับปัญญาเป็นปรมัตถ์ด้วยปัญญาเป็นอธิปัญญาเป็นความรู้ทางภาษาก็ตามแต่อธิบายปรมัตถธรรมในขณะที่พูดนี่เป็นปรสิตด้วยเป็นธรรมะที่น่าศึกษาจริงๆจังๆด้วยและจิตใจของคุณก็ได้ปฏิบัติไปด้วยในตัวเพราะคุณเป็นฌานจิตเป็นฌานและจิตตอนนี้เป็นทางประหารแต่ทางทวีวุฒิเป็นวิมุตชาวชั่วคราวนี้ถ้าคุณทำอาการจิตอย่างนี้ไปประกอบ จิตก็เป็นอย่างนี้คุณก็ได้กับกิจอื่นงานอื่นคุณก็มีจิตฌานคุณก็มีจิตวิมุตกับงานอื่นไปอย่างนี้เสมอเสมอเสมอเสมอแม้ไปพบเอาตัวสำคัญสำคัญเป็นตัวกิเลสที่ยั่วยวนตอนนี้สัมผัสกับไอ้นี่เคยติดมันยกตัวอย่างหยาบๆคนยังติดบุหรี่ไปเจอเข้าเราก็ยังเป็นทานเราก็ยังเป็นวิมุตนั่นแสดงว่าเราแข็งแรงก็เก่งถ้าผู้หญิงไปติดเพชรแหมไปสัมผัสเพชรก็โอ้โหจิตใจชักจะเป๋ไปเอียงเอียงกระเท่เร่ไปหรือว่ายังแข็งแรงสัมผัสเขาก็ยังจิตเป็นชาญจิตเป็นวิมุตก็แสดงว่าคุณเองคุณแข็งแรงขึ้นจิตตั้งมั่นขึ้นไปสัมผัสสิ่งที่เราเองเราเคยพ่ายแพ้เราเคยไปหลงติดหลงยึดหลง อารมณ์ชอบอารมณ์ทางกรรมมันไปเจอเอาคนที่เป็นยอดศัตรูคู่อาฆาตความสัมพันธ์กับศัตรูคู่อาฆาตและแถมยังแสดงแอ๊คท่ายวนยั่วเราซะอีกเราก็เป็นฌานเราก็เป็นวิมุตนั่นแสดงว่าเราตั้งมั่นทำไม่ได้ทุกอาการทุกอารมณ์ทุกเวลาและคุณจะสัมผัสต่อกิเลสรอบตัวมีสติปัฏฐานปฏิบัติอย่างนี้เสมอๆรู้เท่าทันเสมอคุณก็ตั้งเป็นฌานได้เป็นวิมุตได้มีแต่ทางกับประหารเก่งเข้าเรื่อยมันจะไม่เก่งตรงที่ว่าเราไม่เก่งสำหรับบางเหตุบางปัจจัยสัมผัสอันนั้นแล้วคิดดอกไม้จริงๆเอียงจริงๆคุณจะรู้ว่ามันมีสารพัดน่ะอะไรก็ตามใจน่ะเป็นธรรมชาติที่คุณพัดผ่านอยู่ สัมผัสอยู่แล้วคุณก็ปรับปรุงมันทุกทีไปถ้าเรารู้อารมณ์ของเราเต็มไปด้วยฌานได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากด้วยชานคือมีวิตกวิจารรู้พฤติกรรมของเราเองด้วยเหตุผลที่ต่อวิจารณ์แปลงง่ายๆวิจาระแปลว่าพฤติกรรมวิตกหรือวิตกกลับแปลว่าเหตุผลรู้เลยเห็นพฤติกรรมของรูปีรูปานังจริงๆเห็นจริงๆเลยรูปีรูปปลานี่ปกติแล้วก็เข้าใจในรายละเอียดด้วยมีทำเอาวิจัยป้าจิตของมันหยาบละเอียดแค่ไหนตอนนี้เป๋ยังหยาบตอนนี้เป๋อย่างละเอียดอย่างนี้เป๋นน้อยๆแม้หวั่นไหวนิดๆไม่มีวันไว้ยังอยากเป็นราคะแท้เป็นโทสระแท้เลยแม้พวกข้านี่เรานึกว่าเราหมดพยาบาทแล้วเรานึกว่าเราอโหสิกรรมกันแล้วพอสัมผัสอีกที มันยังเกิดรายจ่ายหรือเขาเกิดอาการยั่วยวนขึ้นมาด้วยพูดด้วยทำท่าทีท่าทางหรือด้วยอะไรก็แล้วแต่เกิดแม้เรายังเกิดอาการอารมณ์อยู่เราจะรู้ของเราปฏิบัติเสมอนี่ของจริงของจริงเพราะฉะนั้นสัพพะซ้อรู้ปะสัญญานางสมาธิกันนะเราล่วงพ้นรูปอาการพวกต่างๆที่เราสัมผัสกับอะไรอะไรก็แล้วแต่เรื่องพ้นเพราะฉะนั้นเราจะมีสันตะวิหารอ่านจิตที่จะเห็นว่าเราโล่งอยู่เสมออันนี้อันนี้ได้แล้วไม่เวียนกลับอันนี้เคยได้เป็นบางครั้งบางคราวเพราะอีกคราวหนึ่งมันยังมีเวียนมีวนยังเหลืออาการยังเหลืออารมณ์ติดเชื้ออยู่เราจะอ่านได้ปฏิบัติธรรมต้องรู้สภาวะธรรมที่จริงอย่างนี้ เช่นอาจจะไม่ต่ออธิบายมานิดนึงเช่นความโกรธเคืองที่เกิดขึ้นในตัวเราในวงเล็บปฏิกะก็ยังตัวมันได้ถูกกำหนดเรียนหาเหตุได้พบในเว็บสัญญาณนางสัญญาในว่าการกำหนดแล้วกำหนดตัวมันได้แล้วเรากำหนดบทปฏิบัติของเราได้กำหนดเหตุปัจจัยได้กำหนดเหตุเพราะเหตุผลมันได้กำหนดถูกแม้กระทั่งจิตตัวที่เป็นกิเลสของเราที่มันยังยึดมั่นถือมั่นได้สัญญากำหนดลงไปหมดลูกเปิดสัญญาณกำหนดรูปจงตามรูปที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยเป็นสมุทัยเป็นตัวทุกข์เป็นตัวร้ายตัวเลวอะไรกำหนดชัดไปหมดนะจนทำลายเหตุดับสภาพมันได้ในวงเล็บ หนังขมานี่คือตัวแก่นสารตัวแก่นสารหรือที่จริงน่ะท่านแปลลงไปอีกตัวนึงว่ามันเป็นตัวดับอัดทั้งขมาแปลว่าดับในพระบาลีในพระไตรปิฎกเขาแปลกันว่าอะท่านก็มานี่แปลว่าดับเลยคือแปลเอาตัวตัวสำคัญของมันเลยแก่นสารคืออะไรแก่นสารคือระดับถังก็มาอัตถะหมายความว่าได้และได้สาระคุณจางคลายลงก็เริ่มได้แต่ได้สูงสุดก็คือดับดับกิเลสได้จับทำลายได้ทำลายกิเลสสภาพนั้นนั้นได้จนเหลือสภาพโล่งว่าเป็นอากาศโสติดังกล่าวแล้วนั้นเรียกว่าคุณถึงขั้น เข้าแก่นสารอัดทั้งขมาแล้วสัมผัสรถว่างจากโกรธจากเคืองตอนนี้ก็สัมผัสรถแล้วพอดับได้ก็สัมผัสรถว่างว่างจากโกรธจากเคืองยางโปร่งโล่งใจเบาใจสบายใจซาบซึ้งใจยังไม่ติดไม่คล่องไม่ขีดไม่คั่นนี้เป็นการอธิบายคำว่าไม่ติดไม่คล่องไม่ขีดไม่ขั้นอธิบายคำว่าอนันโตอีกจำนวนหนึ่งอนันตราคือมันไม่ติดไม่คล่องไม่มีขีดไม่มีขั้นเลยอันนั้นโตมันโล่งจริงๆยางโปร่งเบาสบายเลยว่าอากาศรถติดในวงเล็บอันนั้นโตอากาศโซติกดังนี้เป็นต้นเมื่อมันทำลายหรือว่าดับเหตุดับปัจจัยดับสภาพทุกสิ้นอันนั้นแล้วไปอัดทั้งเข้ามาแล้วมันก็เป็น ดูอากาศโซติกจึงทราบซึ้งรู้คุณของการใส่ใจเพื่อกำหนดรู้กำหนดเรียนความหมายความสำคัญของรูปของเรื่องตัวตนในเว็บอัตราต่างๆในวงเล็บสัญญาณนางในนาฏศิลป์สัญญาภาษาบาลีรวมกันแล้วก็วันอาณัติสัญญาอันนี้แยกมาอธิบายสัญญาณดังในนาฏศิลป์ก็คืออัตราใดใดอัตราใดๆมันจะซาบซึ้งว่าอ๋อสภาพอากาศมันเป็นอย่างนี้ก็คือตัวที่ถูกรู้นั่นแหละโดยเฉพาะอัตราก็คือตัวที่มีกิเลสอาการอารมณ์ที่มีกลิ่นเหม็นเป็นอัตราและเรา ดานะคือสัญญานางเป็นการเข้าไปกำหนดรู้มันปัญญาของเราจิตของเราความสามารถของเรานี่เขาไปกำหนดรู้มันได้ไม่ว่าจะเป็นอัตตาใดๆอัตราใดๆเพื่อจะเป็นอัตราที่ไม่ติดยังยึดอยู่ในลักษณะอย่างไรก็ตามเราทำได้ด้วยกำหนดเรียนความหมายความสำคัญของลูกของเรื่องตัวตนด้วยต่างๆด้วยและทั้งซาบซึ้งรู้แจ้งในเมื่อไม่ต้องใส่ใจยึดอะไรไว้แม้แต่การกำหนดรู้การนี้ก่อนวันอาทิตย์การลาก่อนคืนและทั้งทราบซึ่งรู้แจ้งในเมื่อไม่ต้องใส่ใจยึดอะไรไว้ อะมะนะการาจแปลว่าไม่ใส่ใจไม่ใส่ใจผูกยึดอะไรไว้อะมนสิการซาบซึ้งรู้แจ้งในเมื่อไม่ต้องใส่ใจยึดอะไรไว้ถ้าเผื่อว่าไม่เข้าใจสภาพธรรมที่ตีย้อนแล้วนะเราจะไม่รู้เรื่องเราก็จะแปลดื้อๆมันก็อย่างที่พระไตรปิฎกที่อาจารย์ทั้งหลายท่านแปลท่านแปลท่านแปลภาษาตรงภาษาเขียนตรงเหมือนอย่างก็บอกว่าดับแล้วก็ดับจิตไปเลยที่เคยอธิบายมาแล้วภูมิรู้ท่านเท่านั้นแต่นี้กำลังอธิบายในอธิบายให้ฟังถึงสภาพที่ลึกซ้อนลงไปเพราะอะไรเหตุการณ์นี้ก็คือเป็นสภาพที่มันได้อากาศสาธารณะเป็นสภาพที่มันได้ระหว่างนี้อาการนั้นมันเป็น รายการที่รูปสัญญาณนางก็ได้กำหนดพ้นลงไปเป็นสัปปะสัญญาหนังแล้วก็ปฏิฆะสัญาณขมาเมื่อกี้พูดแล้วปฏิกะคือความโกรธเคืองก็ได้อัดทั้งขมาก็ได้ดับอาการโกรธมันไปแล้วอ่ะทีนี้ก็มาถึงขั้นนานาชาติสัญญาอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน