240216-2-306 ทางเอกภาค2-ตอน306(หน้า584)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อนะแล้วก็เท้าความอีกเล็กน้อยแต่เราได้สรุปย้ำสภาพของนิพพานซึ่งเมื่อเรามีสภาวะหรือว่าเรารู้อารมณ์ แม้เราจะยังทำไม่ได้สนิทถาวรแต่เราก็ต้องควรเรียนรู้ในช่วงที่ว่าอารมณ์หรืออาการของจิตของเราเป็นอากาศเป็นวิญญาณแท้ๆอย่างเป็นทาสลูกที่รู้อยู่บริสุทธิ์อยู่มันเป็นสภาพที่รู้มีสติสัมปชัญญะเต็มมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเต็มเป็นนามธรรมที่เป็นนามธรรมจริงตามสัจจะที่เรามีอยู่ไม่ได้ตกหล่นมนสิการไม่มีผีนะมีพระไม่มีสภาพอื่นๆแม้แต่ใจมันจะเป็นสภาพโลดเร็วไว สภาพวันนึกว่าฉันผิดตลอดสภาพโลกที่รักดีใจเกินไปหรือว่าสภาพวันสภาพกลัวเกร็งเกินไปก็ไม่มีไม่มีจุดบกพร่องไม่มีจุดชำระไม่มีสภาพจิตที่มันเสื่อมเสียบกพร่องหรือว่าไม่ดีไม่งามสุดยอดแปลว่าความไม่ดีไม่งามความถ่อยความไม่ดีไม่มีอะไรบอกพร่องแม้น้อยๆในภูมิฐานสูงแล้วเนี่ยเราไม่ต้องเป็นคนที่มีจุดบกพร่องมากบกพร่องนิดๆหน่อยๆนี่เราก็จะถือว่าเป็นความบกพร่องที่เราจะต้องปรับปรุงที่จะต้องทำให้ดีงามยิ่งขึ้นอยู่ เป็นจุดของอุปกิเลสแล้วดูจิตของเราเราไม่มีสภาพอย่างนี้นะสภาพขยันเกินไปถ้าเป็นคนดีแล้วมันส่วนมากมันจะมาจุดขยันดีขยันมากเกินไปก่อนขยันจนคนอื่นเขาไม่ไหวเร่งเราดูดดึงเรียกว่าไปมีเชิงบังคับมีเชิงไปทำให้คนอื่นเขาลำบากเราก็ต้องระมัดระวังหรือขยันจนตัวเองทรุดโทรมสุขภาพกายสภาพที่มันเป็นอยู่มันไม่พอดิบพอดีไอ้สิ่งที่เขามาสังเคราะห์เสริมหนุนก็ไม่พอดีมันเกินไปจนเสื่อม อย่างนี้เราก็ไม่เบียดเบียนตนแล้วก็ไม่ทำจนให้เบียดเบียนคนอื่นขยันเกินไปจนไปเบียดเบียนคนอื่นก็ไม่ควรหย่อนขยันนี่ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมากในสภาพหย่อนขยันอยู่โดยที่ตัวไม่รู้หลงนึกว่าตัวขยันหลงนึ
อ่านต่อ
กว่าเราได้ทำแล้วแต่ที่จริงจับจดทำไอ้โน่นไอ้นี่มันเป็นชิ้นเป็นอันอะไรหรอกแปลกๆไปอย่างนั้นเองนึกว่าตัวเองขยันทำจุกจิกจุกจิกอะไรที่ไม่เข้าเรื่องก็ได้หรืออะไรอื่นก็ตามที่เรายังหลงๆอยู่ยังเหลือๆอยู่ยังไม่ตรงยังไม่แท้ยังไม่จริงยังไม่เป็นสภาพที่ดีงามเป็นชิ้นเป็นส่วนหรือเป็นรูปเป็นตัวที่เป็นลงรูปลงตัวที่ทับแท้เป็นจริงเป็นจัง เราก็ต้องปรับปรุงเพราะหย่อนเพี้ยนก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้วไม่หย่อนเพียรและเราก็ไม่มีอภิชฌาไม่มีการโลดแล่นไปในจิตของเราทำประโยชน์อย่างนี้หรือมีไอ้โน่นไม่มีอะไรก็อยากจะให้มันมีไปก่อนใจมันอยากได้มากมากเร็วโดยที่เหตุปัจจัยยังไม่ครบจิตของเราก็มีตัณหาก็หายหรือมีตัณหาล้ำหน้าที่ชะตาเราก็ต้องตรวจจิตตรวจใจเราไม่จำเป็นน่ะรู้ความจริงให้ได้ว่าทุกอย่างเกิดเพราะเหตุปัจจัยเมื่อเหตุปัจจัยมันครบมันก็ย่อมได้เองข้อสำคัญเราทำถูกมากเรามีสมรรถภาพไหมมีสมรรถภาพทางต้องการให้มันเร็วแล้วก็ขยันขึ้นขยันอย่างไร ไม่เบียดเบียนผู้อื่นขยันอย่างไรที่จะไม่เบียดเบียนตนก็ขยันทำไปเถอะไม่ใช่ปัจจัยมันครบแล้วไม่มีปัญหาอันนี้มีอ่าภาษิตอันนึงที่เคยแนะจะบอกว่าเมื่อเราทำดียังไม่ได้ดีหรือยังไม่ถึงขั้นใดพบดีหรือดีนะยังไม่เกิดทำดียังไม่ได้ดีก็เพราะเราทำดียังไม่มากพอก็มีหน้าที่ทำดีนั้นเพิ่มให้มันมากพอเท่านั้นเองมันไม่มีอื่นในเมื่อเราเห็นรู้ว่าดีตรวจสอบแน่แท้ทุกอย่างคนอื่นก็รับรองทุกอย่างดีแล้วไม่น่าติดตีนไม่น่าไม่เหมาะพร่องอะไรแล้วเราก็ทำต่อทำไมยังไม่มาก พอมันยังไม่ครบเหตุปัจจัยมันก็ยังไม่เกิดผลเพราะงั้นเราก็ต้องหย่ากับทุกอย่างมันเกิดพระธรรมเกิดเพราะที่เราได้ผสมส่วนเกิดได้เพราะได้ลงมือเป็นไปอย่างแท้จริงนั้นจิตของเราอย่าโลดแล่นไปกระทำการล่วงหน้าเกินไปพี่จะไปในการประหารเกินควรแล้วจะก่อให้เกิดรุนแรงเกินหรือทุกข์ได้งั้นทีนี้เราก็ต้องเรียนรู้สัญญาต่างๆหมดนานแล้วตัดสัญญาเป็นอุปกิเลสงานรักษาสัญญาเราจะต้องพ้นสภาพพวกนี้เราต้องทนนานแล้วแต่สัญญากับครูปานังอาจจะมีฉายเป็นอุปกรณ์ที่เราจะต้องรู้อย่างละเอียดละออสัญญา ลงไปให้ชัดเจนอัตราใดๆแม้อรหัตตาก็กำหนดชัดเจนแม้เราได้สุดเราไม่ได้หลงผิดอะไรทุกอัตราเรารู้หมดและเราก็ได้ถึงขั้นอรหัตตาอัตตาอื่นเราหมดไม่เป็นจริงๆจุดหมายไม่ได้ยึดมั่นอะไรแล้วแต่เราไปได้ภูมิอรหัตตาเรียกว่าภูมิสูงสุดแล้วเราได้ถึงขั้นสัญญาเวทยิตนิโรธได้ถึงภูมิสูงสุดภูมิอรหันต์ภูมินิพพานแม้รูปขั้นนี้เราก็ไม่หลงเราทำได้ดีขั้นนี้อาจจะมีชายเย็ดแตกต่างแต่ว่าทำอัตราอันดีสุดแล้วได้แล้วแต่จะทำฌานนี้เป็นฌานจะเผาจะผลาญจะล้างจะอะไร สร้างสิ่งที่ควรล้างเผาสิ่งที่ควรเผาเด็กเกรียนและแม้รูปป่านี้เราก็ไม่หลงในรูปสัญญาปานฉะนี้เราจะต้องทำจิตสัญญาเวทยิตนิโรธไปให้ชัดเด่นที่สุดให้รู้รอบและเป็นนิโรธด้วยเราจึงจะต้องเห็นนิโรธมีสัญญาเวทีตะและเห็นนิโรธมีทั้ง 2 ส่วนเป็นอุปกรณ์รู้ว่าเจโตนั้นวางปล่อยวางจริงนะแล้วต้องรู้ทั้งความหมายความหมายที่เรารู้ได้ก่อนสัญญาหรือรู้ความหมายรู้โดยปัญญารู้ด้วยความเข้าใจรู้ด้วยความเห็นรู้ก่อนว่ารู้แล้วทีนี้เจอตัวเราทำถูกต้องตรงตามนั้นไม่ตรวจเป็น อุทยานทัศนะเปิดเป็นวิมุตติญาณทัสสนะจึงเกิดการรู้วิญญาณทัศนานี่ก็เป็นสดทั้งมีวิมุตทั้งมีญาณทัศนะอยู่ในตัวแหละมันมีทั้งรู้มันมีทั้งตัวหลุดพร้อมๆกันมีจริงเห็นจริงสอดส่องกันไปสอดส่องกันมาเป็นจริงนะมีจริงนะตรงจริงนะตามความหมายนั้นเพราะงั้นเราก็เป็นคนที่หมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่ได้ยึดถือนี่เป็นความหมายว่าเราไม่ยึดถือได้เราไม่ยึดมั่นถือมั่นได้สูงสุดแม้ดีสุดออกความเช่นนี้เราก็ยังปล่อยได้เราก็ยังไม่หวงแหนเป็นของตนและเราก็ไม่หลงผิดว่าเป็น เอาจริงๆแล้วเราได้กระทำแล้วก็ทำได้ว่าเราไม่ได้ติดยึดเป็นของตนซักซ้อมจนกระทั่งเรารู้ว่าเรามีชีวิตโดยไม่ต้องติดยึดโดยอัตราใดๆเลยว่าเป็นของตนเราก็สามารถอยู่ได้และรู้ด้วยว่าอยู่ได้อย่างดีเหมือนเราไม่มีสิ่งที่เราเคยติดเช่นอารมณ์ที่ไปติดอบายมุขเราก็ได้หลุดพ้นมาเราก็รู้ว่าเป็นชีวิตที่ไม่ต้องมีสิ่งอย่างนั้นก็สบายที่เรามีอารมณ์ไปติดยึดโลกกระทำไปติดยึดตามเป็นอารมณ์ที่ผูกพันอาวรณ์อะไรนึกว่ามันจะอยู่ได้โดยไม่มีอารมณ์อย่างนั้นแล้วเราจะกลายเป็นคนที่ไม่ไม่เป็นไปด้วยดีเป็นคนไม่เบิกบานร่าเริงแจ่มใสเป็นคนหดหู่เป็นคนห่อเหี่ยวเป็นคนทุกข์ ใช่แน่ได้พิสูจน์กันมาหลายขั้นตอนแล้วอ่ะเราไม่มีอารมณ์เหมือนนี้เราไม่ต้องพึ่งหวังอันนี้เราก็เบิกบานร่าเริงด้วยเบิกบานร่าเริงได้แล้วก็เป็นอยู่ได้โดยมันไม่เป็นอะไรนี่แม้ที่สุดเราไม่จะไม่ต้องหลงสรรเสริญไม่ต้องหลงเสพทบภวตัณหาอย่างโน้นอย่างนี้เราไม่มีในอารมณ์เราก็ไม่ต้องเสพพบนั้นพบที่แม่ที่สุดพบที่สูงสุดอย่าว่าแต่พบไปหลงสงบอยู่ว่างๆให้เป็นกิเลสต่ำเลยไม่ว่างหรอกแม้แต่ทำผิดทำการทบทวนหมุนเวียนไปตามภาวะเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมีความคิดความอ่านก็ไม่หลงในความคิดถึงเวลาพักถึงเวลาหยุดก็หยุดได้ควรหยุดไม่ได้คิดซะจนชินซะ หยุดมันก็ไม่ได้เบรคมันก็ไม่ได้อยู่เฉยๆว่างๆให้จิตว่างๆเฉยๆก็ไม่ได้อย่างนั้นไม่ใช่วางแล้วก็ไม่รีด้วยว่าแล้วก็ไม่ลงไม่หลบหลับลงไปด้วยว่าแล้วก็ยังสายโพรงบริบูรณ์อยู่จะนิ่งๆก็นิ่งได้ว่างๆแล้วก็สายโพรงไม่ใช่เตรียมนิ่งแล้วไม่ช้าไปเดี๋ยวลีหลับเลยถ้านิ่งไม่คิดอะไรแล้วไปเลยไม่ใช่ต้องฝึกจิตพวกนี้เป็นขั้นจิตจริงๆเป็นอนาคามีภูมิที่จะต้องรู้และทำได้แท้จริงไม่ให้หยุดจิตได้ก็หยุดได้แล้วหยุดจิตได้อยู่ได้นานๆหยุดไม่ใช่หยุดอยู่แล้วก็ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละไม่ใช่หยุดได้นานๆเฉยๆก็สบายโปร่งใสแล้วจะให้คิดคิดจับได้โอ้ถ้าจัดติดทุกจุดทุกจุด สัมปชัญญะมีมุทุภูเตมีอาการแววไวรู้ธุรกิจการงานในการอ่านจุดตรวจจิตทำจิตนะที่พูดเนี่ยรู้ว่าจิตตัวปลายเพราะการนั่งสมาธิก็นั่งเจโตสมถะเอาเวลาว่างเอาทุกคนหยุดคิดทั้งหลายแหล่ไม่ต้องกังวลทุกคนไม่มีใครเพ่งตัวกันเพราะตอนนี้เรามานั่งเจโตสมถะกันนะก็มากันแหละเพราะมันนั่งแล้วทีนี้ก็มาเรียนรู้ทำการทำงานอ่านก็ต้องสังเกตตัวฉันมันถามจิตให้รู้ว่าอารมณ์เอ่ออารมณ์เราว่างจริงหรือเปล่าเดี๋ยวเราจะเฉยๆนั่งอยู่เฉยๆเขาจะนั่งเป็นชั่วโมงนึง 2 ชั่วโมงแล้วก็นั่งดูชั่วโมง 2 ชั่วโมงเราก็ว่างอยู่ได้ไม่ฟุ้งซ่านอะไรและไม่มีหรอกนี่เป็นเรื่องของฐานจิตไอ้กามนั้นไม่ต้องพูดถึงหรอกไอ้การพยาบาลน่ะ มันหยาบมันเกี่ยวกับทวาร 5 แล้วก็แม้แต่ในใจแล้วก็กวาดก็เก็บไว้แล้วมันฐานธนาคารมีจุดสูงเนี่ยก็ดูจิตรีก็จิตฟุ้งซ่านตาไม่ได้มันฟุ้งไปอะไรชอบคิดสิ่งหลงเหลือค้างอยู่แล้วเราก็หยุดมันไม่ได้จะโดดๆจะคิดคอยคิดไอ้คิดน่ะมันก็ไม่ยากถ้าเราเองเราเป็นผู้ที่คิดทำจองแล้วหยุดยากคนที่หยุดถ้ำทองแล้วจะให้คิดยากนั่นก็แค่นั้นแหละเพราะฉะนั้นจริตของเราอันไหนล่ะเราเป็นศักยะอันไหนเป็นตัวการร้ายและเอียงไปข้างคิดไม่รู้จะหยุดหรือหยุดยากก็หัดหยุดเพราะหยุดเก่งเกินไปคิดอยากจะให้มันทำงานให้มันคิดจะให้มันคล่องแคล่วจะให้มัน ปราดเปรียวว่องไวในความคิดปฏิภาณยากก็ฝึกกันนั้นขึ้นมาเราขาดอะไรเราฝึกอันนั้นแล้วเราทำได้อย่างแน่นอนสบายใจแล้วแล้วก็รู้ได้ว่าเขาติดเชื้อในเจโตว่าสิงโตอยู่ในอำนาจเรามีอำนาจเหนือจิตจิตจิตจิตจิตเชื่องมีมดเราก็รู้ฌานเราก็ชัดเจนเจโตว่า 10 ปัตโตเราก็มีอำนาจเหนือจิตสามารถที่จะควบคุมจิตให้คิดก็ได้ก็คือเกิดให้ตายก็ได้ก็คือหยุดแล้วทำตายก็ได้เดี๋ยวนี้ยอดอยู่เฉยๆจะรู้ก็รู้ได้หรือจะดับไม่รับรู้อะไรเลยมันก็ง่าย ร้านพวกที่ดับเก่งๆหยุดเก่งๆแล้วมันรู้ง่ายจะตายไปดับก็ง่ายอย่าไปคิดเลยก็ได้หรือจะให้อยู่อย่างอาการสาวว่างๆโล่งๆอยู่รู้ว่าว่างๆลุงๆไม่มีอะไรหรอกจะลืมตาดูก็รู้แต่ข้างหน้าไม่ได้มีฟุ้งซ่านออกไปนอกขอบเขตนี้ไม่ได้คิดนึกอะไรออกไปข้างนอกคนนี้จริงๆฟังดูผู้มีภูมิถึงฐานถึงสภาวะธรรมที่ถึงก็จะเข้าใจจะรู้อย่างผู้ไม่ถึงก็ได้แต่นึกคิดได้แต่ฟังความหมายคุณตรวจจิตของคุณเองคุณลองทำดูยากเห็นใจเหมือนกันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ยังไม่ถึงภูมิถึงฐานสภาวะธรรมยังไม่มียังไม่เป็นมันหยุดไม่ได้ง่ายๆแล้วมันจะหลงตัวว่าหยุดได้ไม่ใช่นะมันยังมีสภาพที่ลึกซึ้งที่ ตามหนูไปถึงอุทธัจจะจิตนี่มันลอยมันเกิดมันไม่รู้เฉยๆนะมันไม่ รู้อยู่นึกว่าตัวเองมีสติสัมปชัญญะเปล่าขาดง่ายๆพลอยหายไปแล้วหายไปดื้อๆไม่รู้เรื่องกับเขาแล้วขาดตอนแล้วเนี่ยพวกจิตดับก็ดับเก่งอีกแล้วไม่รู้ตัวนึกว่าเปล่าฉันยังอยู่ลูกอะไรกันเข้าไปตั้ง 3 บาท 2 ศอกเลยตัวเองตามเขาไม่ทันรับรู้ตัวทั่วพร้อมกับเขาไม่ทันขาดๆแล้วก็นึกว่าตัวเองต่อแต่ที่จริงทิ้งช่วงทิ้งหายขาดหายไปดื้อๆอย่างนี้ก็มีพวก 27 2 สภาพของจิตต้องอ่านตรวจสอบอันนี้เป็นเครื่องเป็นเครื่องประพฤติเป็นเครื่องปฏิบัติในเครื่องเช็คและก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องกระทำ อยากเป็นนโยบายหนึ่งที่ตัวเองก็รู้ตัวเองเข้าใจก็แนะบอกให้ฟังไม่เคยพูดเคยกล่าวถึงแต่พวกคุณบางคนไม่มีปฏิภาณหรือบางคนมีปฏิภาณแต่ก็ไม่ทำไม่ได้ทำให้ถึงหรือบางคนยังไม่ถึงฐานที่จะต้องทำทำแล้วมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรแต่มันนั่งอ่านนั่งจับนั่งทำอะไรต่ออะไรอย่างนี้มันก็ไม่อยู่ไม่ได้เรื่องก็รู้ตัวฟุ้งซ่านมันทำไม่ได้ก็ทำปฏิบัติไปสติปัฏฐานไปทำอริยมรรคองค์ 8 ไปเรื่อยๆสมาธิของเรายังไม่ถึงขั้นนี้ภูมิของเรายังไม่ถึงขั้นนี้เราทำไม่ได้ก็ยังไม่ต้องทำก็ไม่เป็นไรหลักการที่จะรู้จิตถึงปานฉะนี้แม้ไล่กลับไปถึงสภาพของอุปกรณ์กิเลส 10 ที่ได้ไลค์ฝั่งนั้นมันก็เป็นสภาพ จริงที่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าให้ท่านได้บอกเราไว้ตรวจเอาไว้ให้เราตรวจให้เราเห็นจริงรู้อาการรู้รูปรู้นามด้วยอาการลิ้นพระนิมิตอุเทศรู้สัญลักษณ์เครื่องหมายอาการอย่างนี้รู้ชัดเจนสิ่งที่รู้ชัดแล้วก็ละสิ่งที่ยังไม่ดีงามต้องละอันนี้เป็นเหตุอันนี้เป็นปัจจัยอันนี้เป็นส่วนเหลือไม่ดีก็ละจนนิโรธได้สนิทจนรู้มีการเห็นการรู้มีวิมุตติญาณทัสสนะหรือมีนิโรธอนุปัสสนาเห็นนิโรธอยู่ไอ้ตัวตามเห็นนี่แหละเป็นตัวสัญญาว่าตามเห็นเนี่ยเห็นนิโรธอยู่นิโรธอยู่นอกจากเห็นนิโรจน์แล้วแล้วเรายังปฏิเสธสถานะปัจฉิม ยายยังสามารถที่จะทำคืนต่ออื่นๆได้อีกไม่ต้องอยู่ในสภาพนั้นไม่ต้องไปยึดเกาะสภาพนั้นไม่ต้องไปติดไม่ต้องสัญญามั่นหมายว่าสภาพนั้นเป็นฐานที่จะต้องได้ต้องมีต้องเป็นจะต้องแชร์จะต้องอยู่อยู่อย่างนั้นไม่ต้องก็ได้เป็นอื่นก็ได้มันว่างไม่ว่างล่ะคิดมันคิดไม่คิดหลักกลับมาว่างได้ทั้งอยากทุกอย่างถ้าจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลที่เป็นประโยชน์อยู่เป็นฮีตประโยชน์เราเองเราไม่มีอะไรแล้วตอนนี้เราก็สบายๆเราไม่ต้องพักแล้วก็เพี้ยนเราเพียรไปมากแล้วโอ้โหต้องพักแล้วตอนนี้ต่อไปสุขภาพก็เสียหรือว่ามันแรงแล้วมันไปเบียดเบียนคนอื่นแล้วคนอื่นเขาทนไม่ไหวแล้วเราจะต้องผ่อนลงแล้วเราก็ผ่อนก็พักลงไปไม่ ต่ออย่าต่อเราจะต้องรู้ทุกสภาวะด้านนอกด้านในรู้ตัวทั่วพร้อมรู้ความประชุมรู้สังขารกายรู้สังขารจิตรู้ความปรุงความสร้างความก่อขึ้นจากเราเป็นเหตุรู้รอบแล้วก็จัดสรรให้มันเกิดผลความพอเหมาะพอดีสภาพของอรหันต์คืออรหันต์จึงไม่ใช่สภาพอื่นเป็นสภาพของความพอเหมาะพอดีจะเรียกอรหันต์จะเรียกสัมมาก็พอดีผมบอกชอบแล้วควรแล้วงามแล้วไม่ได้หมายความว่าการตายแต่หยุดแล้วกิเลสแล้วก็มีปัญญาอันมากใครมีภูมิมีปัญญาละเอียดจะทำลงตัวถูกต้องและมีประโยชน์ยิ่งเป็นแก่นสารยิ่ง แม้ตัวเราเองเราจะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นแก่นสารนั่นคือใจของเราไม่ยึดไม่เกาะแก่นสารอะไรว่างมีความดีอะไรก็ไม่ยึดดีทั้งๆที่โดยสัจจะเราเป็นคนทำเราเป็นคนก่อเราเป็นคนสร้างสรรค์เราเป็นคนนำพาเราเป็นเจ้าของเป็นสามีจิตเป็นสามีจิตธรรมเป็นผู้ที่เป็นเจ้าของธรรมะนั้นหรือสิ่งที่เกิดนั้นเราเป็นคนสร้างแท้ๆเราก็ยังไม่ลงว่าเป็นของเราเราไม่ยึดเอาหรอกจริงๆจึงหมดหวงแหนหมดบริจาคหมดหวงแหนหมดยึดเป็นของเราจริงๆแต่เราก็รู้ตามความจริงว่าเป็นของเราใครไม่เห็นก็ช่างใครไม่รู้ใครไม่ยกย่องชมเชยก็ช่างเราจึงจะเป็นพระ สร้างหรือเป็นพระผู้ให้ที่แท้เป็นตัวพระเจ้าที่จริงโดยบริสุทธิ์รู้หน้าที่หน้าที่เราคือหน้าที่สร้างสรรค์กุศลหน้าที่เราคือหน้าที่ให้สร้างสรรค์กุศลแล้วก็ให้กับเขาไม่มีหน้าที่อื่นนี่เราเกิดมาเป็นคนแล้วก็เกิดมาเป็นลูกพระเจ้าหรือเกิดมาเป็นพระบุตรก็เป็นอย่างนี้พระเจ้าทั้งหลายท่านเป็นอย่างนี้นะพระเจ้าที่จริงๆนะท่านเป็นอย่างนี้เป็นพระคุณเจ้าหรือเป็นพระเป็นเจ้าเราจะเป็นพระคุณเจ้าหรือเราจะเป็นพระเป็นเจ้าแล้วเป็นอย่างนี้อาการอย่างนี้รู้นะรูปรู้รูปอาการอย่างนี้แหละเป็นหลักการของพระเจ้าหรือพระผู้เป็นเจ้าหรือพระคุณเจ้าตัวเดียวกันแต่ผู้ประเสริฐพระแปลว่าผู้ คุณก็แปลว่าข้าเป็นก็คือเป็นจริงๆอ่ะเป็นเจ้าก็คือเป็นผู้ที่ทำได้มากเป็นผู้ที่เป็นอย่างนี้มากๆเป็นผู้ประเสริฐมีความประเสริฐมากๆมากจนเรียกว่าเป็นเจ้าเป็นเจ้านี่คือครอบครองครอบครองความประเสริฐพระเจ้าคือผู้ครอบครองความประเสริฐพระเป็นเจ้าความประเสริฐนั้นจนเราเป็นเจ้าจนเรามีมากจนเราครอบครองไว้จนใครก็เห็นว่าเราเป็นเจ้านะเนี่ยเราเป็นผู้ที่มีสิ่งนี้มากเยอะก็ยิ่งใหญ่หรือมีคุณค่าชัดเป็นแล้วก็เป็นเจ้าของความประเสริฐนั้นมีพระอธิบายพยายามที่จะชี้ความหมายเข้าไปให้ฟังแม้เชิงพระยาชนะและ แก่นสารความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้นนี่เป็นความหมายเป็นนิมิตเป็นเครื่องหมายความหมายแตกต่างกันกับความไม่ใช่อย่างนี้อย่างไรความเป็นอย่างนี้นั้นอย่างไรและความที่ไม่ใช่อย่างนี้นั้นเป็นอย่างไรแตกต่างกันอยู่แล้วทำให้ถูกต้องตามความหมายนี้ให้ตรงไม่จริงเลยนี่เราเรียกรู้ว่าเรารู้ลูกรู้นามแล้วเราก็เป็นคนมีอาการอย่างนี้ทางกายเราก็ทำอยู่เป็นอยู่ด้วยอย่างนี้วาจาเราก็ทำอยู่เป็นอยู่ได้อย่างนี้ใจเราก็ทำได้ตรงเลยถูกต้องมากขณะหรือทุกข์ขณะได้นั่นแหละคุณเป็นเจ้าที่แท้จริงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงตามสมรรถภาพเราตามสมรรถภาพตามความสามารถความสามารถไม่เท่าเทียมกันก็ไม่เป็น ฝึกปรือขึ้นมันจะเกิดความสามารถใช้ปัญญาใช้ความชำนาญมันก็จะเกิดความสามารถปรับปรุงไปเรื่อยใช้ความสามารถปรับปรุงไปทำขึ้นกระทำความชำนาญขึ้นมันถึงจะเกิดอย่าไปนั่งนึกเอานึกเอามันจะเกิดความชำนาญไม่ได้จะปรับปรุงอย่างนั้นอย่างนี้อาจจะมีความคิดอาจจะมีปัญญาว่าจะปรับปรุงอย่างนี้แต่ต้องไปทำบุญจริงๆแล้วมันจะปรับปรุงได้หรือไม่ได้จะรู้ขัดข้องหรือไม่ขัดข้องจะรู้เอาแต่เดาเอาใจทฤษฎีเอาแต่เหตุผลไว้ก่อนมันก็ยังไม่จริงเพราะเราไปทำจริงเราก็จะรู้ว่าได้หรือไม่ได้ลงตัวหรือไม่ลงตัวสำเร็จเด็กผลหรือเปล่าสำเร็จเป็นจริงหรือเปล่าเราจะรู้นะอันนี้เป็นลักษณะที่เราจะประพฤติเป็นลักษณะที่เราจะกระทำให้แก่ คนทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนใครจะบำเพ็ญประพฤติลิเวอร์พูลของผมละเอียดยังไม่ย้อนไปหาภูมิหยาบล่ะอาทิตย์นี้ก็จะสรุปให้รู้สภาพนั้นอีกสภาพที่เราอาศัยเป็นเครื่องอาศัยเป็นสันตะวาวิหารเป็นเครื่องอยู่ของพระอริยเจ้าชั้นสูงโดยแม้ได้อรูปพรหมอรูปฌานอรรูปเป็นจิตปานฉะนี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นของเราเราก็ไม่ติดไม่ติดไม่แสบไม่เสวยไม่หวงแหนถ้าสรุปเอารูปปกครองเน้นทรัพย์สินทรัพย์ซ้อนลึกซึ้งเป็นอรูปจริงๆออกมาให้เห็นอีกชั้นหนึ่งด้านหน้า 585 ราคา 185 วรรคตอนหน้า สรุปอรูปพรหมเน้นชัดสิ่งซับซ้อนลึกซึ้งเป็นรูปจริงๆออกมาให้เห็นอีกชั้นหนึ่งอากาศนั้นคือสภาพจิตใดที่เป็นอยู่อย่างว่างเบาโปร่งโล่งง่ายตลอดมองเห็นอะไรได้ยินอะไรสัมผัสอะไรอยู่ก็ตามซึ่งเป็นรูปประธรรมทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่ติดแล้วไม่ขัดข้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่ร่วมด้วยอย่างง่ายอย่างสบายไปหมดไม่ยึดไม่ถือในรูปไม่ยึดไม่ถือแล้วในรูปทั้งหลายเป็นส่วนวางเป็นสภาพว่างเบาเฉยได้อย่างสนิทจริงเป็นผู้มีจิตว่างแล้วล่ะแต่ เพราะไม่เข้าใจไม่รู้จักตัวตนในวงเล็บอัตราอากาศนี่แกเป็นอัตตา 1 ถลุงยึดเข้าผับก็ไปยึดเอาอากาศเป็นอัตตาจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีสภาพอากาศศาลายาจะนะอายตนะก็เป็นตัวตนเพราะมันไม่รู้จักตัวตนในวงเล็บอัตราที่คือความยึดความผิดความชอบอย่างชัดเจนจนถึงละเอียดเบาบางที่สุดตัวตนอันนี้มันยังเหลืออยู่แต่มันเป็นตัวตนตัวนิดมันเป็นตัวน้อยตัวนิดหรืออยู่ลึกหรือบางเบาในวงเล็บชนะชนะตัวนี้ไม่ใช่ภาษาไทยนะไม่ใช่ต้นนะตอนนี้ฐานะ มันหมายความว่ามันเหลือนิดจริงๆไม่รู้จะเอาอะไรมานิดนึงคุณจะนิดคุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่ตัวนี้ตัวจี๊ดที่สุดแล้วมันละเอียดหมดสุดท้ายมันเหลือนิดเดียวเรียกว่ามันยังเหลือลึกเหลือน้อยหรือเบาบางมันยังเป็นรูปจริงๆมันไม่ใช่ของหยาบแล้วโดยเฉพาะอากาศนี่เองแท้ๆนี่แหละเป็นต้นและตนเองก็ยังหลงเห็นเป็นส่วนจะต้องเสพอยากเสพหรือชอบเสพสภาพนี้จนเกินไปแนวรับคือเกินเหมาะเกินควรผู้เสพอยู่โดยไม่รู้ในเว็บคือพูดยังหลงเต็มที่หรือผู้รู้สภาวะนี้ในตนได้บ้างแล้วล่ะเร็วๆคือผู้เริ่มรู้สมุทัยแล้วแต่ยังติด ยังรักยังชอบอยู่มากไปจึงเรียกว่าอากาสานัญจายตนะพรหมฟังดีๆคิดว่าชัดนะมันชัดที่สุดนั่นแหละเป็นตัวเจโตพรมหรือเป็นพรหมชนิดเจโตคือจิตเองแท้ๆเป็นอยู่เสพติดเองแท้ๆโดยเห็นว่าเป็นสุขซึ่งก็สุขจริงๆซะด้วยมนุษย์พ้นจากโลกหยาบอื่นมาได้ออกปานนี้ก็แสนสุขได้ออกป่านี้แหละผู้เสพเองจะรู้เองและเพราะสุขนั้นแหละจึงหลงเสกฟังให้ดีนะมันวนนะสุขจริงๆแล้วเราก็เสพซะด้วยถ้าคุณ วางสายมันถ้าคุณว่างถ้าคุณไม่เสพแหมได้แล้วแล้วก็ให้ทิ้งได้ยอดเพชรได้ทิ้งเพชรอีกคุณได้ของขี้ก็รอโทรคุณก็ยังหวงของคิกกับโลโซนี่ไปได้ของสุดยอดเพชรแล้วก็ยังจะให้ทิ้งของสุดยอดเพชรอีกคุณคิดดูซิว่ามันจะทิ้งยากขนาดไหนพอจะต้องมีความรู้และมีความจริงที่กล้าหาญชาญชัยที่สุดจึงอาศัยจิตที่กล้าที่สุดอิทธิฤทธิ์เด็ดๆเดี่ยวกล้าหาญที่สุดและได้สุดยอดเพชรกับฟาร์มเช่นนี้แล้วก็ยังจะต้องทิ้งแล้วมันสุกจริงซะด้วยนะผู้เสพเองจะรู้เองแล้วเพราะศุกร์นั่นแหละจึงหลงเสพจึงหลงติดจนได้ชื่อว่าพรหมเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตนมากไปเห็นเป็นกำไรใน อายะจึงยังมีอัตตาเป็นพรหมเนี่ยพรหมขั้นอายตนะมันถึงขั้นอย่างนี้เนวสัญญานาสัญญายตนะรู้ถึงอายะหรือถึงความเป็นพรหมขั้นอายตนะพรหมปานเช่นนี้นะจะเหลือเศษอะไรเศษอยู่เสพติดอยู่ไม่ได้เพราะรูปใดที่ดีที่สุดแล้วก็ตามไม่หลงรูปใดทั้งสิ้นนี้นะที่คำว่ารูปนี้เป็นคำคำที่ชัดเจนแต่แท้จริงมันแปลว่าไม่ใช่รูปในภาษาหยาบแต่แท้จริงมันเป็นรูปนั่นแหละในภาษาละเอียดมันเป็นความเป็นรูปที่ละเอียดพูดตรงนั้นมันก็ยาวก็ใช้คำว่าอัดรูปแทนซะไม่ได้มีปัญหาจะใช้อะไรนี่จะบอกว่าไม่ใช่ลูกไม่มีรูปมันก็ไม่ได้มันเป็นสิ่งที่ถูกรู้อยู่จริงเราจะต้องไปรู้มัน สภาวะนี้มันจะต้องถูกรู้โดยเราอยู่จริงๆมันมีประธานไม่มีกรรมมันมีตัวรู้แล้วมันมีตัวถูกรู้จริงๆเพราะฉะนั้นเปิดตัวรู้เกิดขึ้นก็เป็นญาณเป็นสัญญาตัวรู้ก็เป็นกิริยาเป็นตัวเป็นตัวรู้เป็นตัวกิริยาเป็นตัวสภาพที่เกิดหลังจากตัวประธานกับกรรมแน่ๆเพราะเราก็จะต้องรู้อาการหรือโรคคีริยานั่นแหละตัวที่เกิดผลตามหลังจากกรรมกับประธานและตรวจสภาพที่เสวยนี่มันเสวยอย่างไรรู้ตัวนี้ก็เป็นการชัดแจ้งโดยสัญญาเรียกว่าสัญญาเวทีตัดถ้าเราเสพอยู่เราก็รู้ซ้อนลงไปว่าเราเจ็บนะตัวนั้น กรรมเป็นอย่างนั้นแล้วเราเองเราก็ไปเมถุนกับมันซะด้วยไปเสวยไปสังวาสไปเสพสมแล้วเราไม่ต้องติดต้องยึดหรอกเราพลาดสภาพนี้เราทำได้ทำมีแล้วก็ได้ก็ได้เมื่อไหร่แล้วก็ได้เมื่อไหร่เราทำได้เป็นอนันต์โตเป็นอนันต์โตอากาศโสติเมื่อไหร่เมื่อไหร่มึงก็วางหน้าอย่างนี้ว่างเมื่อไหร่ก็ได้เป็นของที่เราเป็นได้มีได้แต่เราจะหลงก็เป็นของเราเมื่อไหร่ก็ได้จริงๆแล้วคุณแน่ใจคุณมากถ้าคุณแน่ใจแล้วนะโอ๊ยคุณไม่ต้องกลัวว่ามันจะหลุดจะหล่นจะใครจะมาแจ้งบัญชีเพราะสิ่งอย่างนี้มันปรุงเกิดเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่ต้องมีใครหวงแหนและเราก็มีสภาพอันหนึ่งของเราคือเราไม่ติดเราไม่เสพเราไม่กระหายหิวอะไรนี่ วันหนึ่งเราจะได้เสพความว่างนี้เพียงหนึ่งอารมณ์เท่านั้นเราก็ไม่เป็นไรเราจะมีงานมีการทั้งวันเลยต้องปรุงต้องสังกัปปะต้องคิดต้องนึกต้องพูดต้องทำการทำงานใครจะมาทวงอะไรแล้วก็ว่างได้ทันทีเดี๋ยวนี้โดยที่เลวยิ่งกว่ายืดแขนออกคู่แขนเข้าเร็วกว่านั้นเร็วกว่ายุคยืดแขนออกคู่แข่งเข้านี่ยังช้าจะตายเนี่ยวัดเราก็ดูอารมณ์อาสาเราทำเดี๋ยวนี้แป๊บเดียวนี้เลยตัดเดี๋ยวนี้ได้ไหมได้แล้วเมื่อไหร่ก็ได้เราไม่สงสัยเลยเป็นได้จริงตัดขาดได้กว้างได้เดี๋ยวนี้แล้วคุณจะสงสัยอะไรเพราะฉะนั้นเราเองเราไม่ต้องเสพอารมณ์นี้เราจะมีสังกัด จะมีสัมมาวาจาเราจะมีสัมมากัมมันตะเราจะมีสัมมาอาชีวะอยู่เราก็ทำได้แล้วสิ่งเหล่านั้นเราไม่ได้ไปยินดีติดยึดอะไรเราไม่ได้ทำด้วยกันมารามมาตาเราไม่ได้เป็นสงฆ์ธรรมพระยินดีหลงทำเพราะพอใจหลงทำเพราะอะไรในความได้ทำกรรมได้สร้างด้วยซ้ำได้อะไรอยู่ก็ไม่ใช่แต่เราก็รู้ว่าดีแล้วเราก็ไม่ได้เบื่อหน่ายอะไรไม่ได้ฝืนใจไม่ได้ทุกข์ทุกข์ฝืนใจก็ไม่ทุกข์ทุกข์เพราะขัดข้องใจไม่มีแล้วก็ไม่ได้ทำเพราะระเริงอะไรไม่ได้ละเลิงไม่ได้มีวีระชาติไม่ได้มีทุเรียนไม่ได้มีโสกะไม่ได้มันไม่ได้มองไม่ได้คล่องไม่ได้ขัดไม่ได้มีโศกกับปริเทวะทุกข์ขาดโทมนัสอุปายาสไม่ได้อึดอัดข้องอะไรสบ๊ายสบาย มีแต่ความเจริญมันเกิดของตัวมันเองเราทำมันก็มีตัวเกิดให้เกิดมันก็เป็นความเจริญได้ไตร่ตรองแล้วว่าความเจริญนี้น่าเกิดไหมความเกิดนี้น่าเกิดไหมความเกิดที่จะไปสร้างสรรค์มนุษย์ในโลกไหมจะเป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลายไหมหรือแม้แต่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นความผิดพลาดไม่ได้เป็นความเสื่อมเสียอะไรแล้วใช่ไหมใช่เราไม่ได้ทำความเสื่อมเสียและสิ่งที่เกิดนี้เราก็กระจัดกระจายไปแก่มนุษยชาติมันเป็นเรื่องของความเป็นพระเจ้าเป็นหน้าที่ของพระบุตรหรือหน้าที่ของพระเจ้าที่จะต้องทรงสร้างแต่พระผู้สร้างนี่แล้วก็สร้างอยู่สร้างอยู่ไม่ต้องอยู่ที่ว่างอยู่ว่างอยู่คุณจะต้องติดทำไมแต่ว่านั้นมีเป็นเจ้าของความว่างได้แน่เป็นสันตะวิหารจะว่างเมื่อไหร่ก็ได้ ฉะนั้นจึงได้ย้ำมาหลายครั้งหลายคราวว่าเราจึงอยู่ที่ฐานะฌานเป็นรูปฌานเราไม่ได้อยู่ในฐานะของอรูปฌานพระอรหันต์จึงไม่สงสัยในเรื่องอรูปฌานแม้ไม่มีอรูปฌานก็ไม่ติดหลงใหลในอรูปฌานเพราะฉะนั้นจึงไม่หลงใหลในอรูปฌานเป็นนิพพานฟังดีๆนะอยู่ในทิศที่ 62 นี้คิดจะทำนิพพานทิฐิมี 5 ข้อข้อที่ 1 ของการหลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเสวยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ก็หลงว่ารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเป็นความสุขเป็นนิพพานไอ้นี่อยากที่สุดก็ร้องผิดที่หยาบที่สุดยังไม่รู้แม้แต่เติ้ลฐานลงกามคุณ เป็นนิพพานไอ้อย่างนี้ก็ไม่ต้องพูดเพราะพวกนี้ยังไม่รู้เลยแม้แต่เสพกามยังไม่รู้ตัวว่าไปหลงกับการเป็นนิพพานนี้แหละคือความสุขความสบายนี่แหละคือความสุดยอดแห่งรถสำเร็จผลนี่มันหยาบที่พิษณุโลกงามเป็นนิพพาน 2 ไปล้มฌานที่ 1 เป็นนิพพานหลงชาญหนึ่งเป็นนิพพานสามไปหลงชาญ 2 เป็นนิพพาน 4 ไปหลงชาญ 3 เป็นนิพพาน 5 ไปหลงกับฌาน 4 เป็นนิพพานนี่เป็นทิศทางนิพพานทิฐิเป็นทิฏฐิมิจฉาหรือเป็นมิจฉาทิฐิอยู่แม้แต่อารมณ์ต่างๆพระพุทธเจ้าไม่ตัดเลยว่าเป็นหลงเป็นนิพพานเพราะพระอรหันต์จะต้องมีภูมิอย่างที่กล่าวนี้ จะต้องรู้ชัดแจ้งว่าแม้แต่เราวางแล้วซึ่งอรูปฌานเราไม่หลงเอารูปผู้ชายเราไม่หลงอากาสานัญจายตนภูมิเป็นนิพพานเราไม่หลงวิญญาณัญจายตนะภูมิเป็นนิพพานเราไม่ลงอากิญจั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive