210109-158 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน158-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์197 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

จันทร์ที่ 9 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัตรกันต่อเมื่อวานนี้เราได้ทำวัดกันมาถึงที่ปิดโลติกได้สรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการตอบสนานตามความรู้สึกของตนเองและคำที่สรรเสริญก็บ้ากระทบป่าเปียกตนเอง ว่าข้าพเจ้าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้กับพระเจ้าจะไปได้เก่งไม่เก่งอะไรก็แค่นั้นแหละแต่ได้เข้าใจพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหมือนกันยังพรานที่ฉลาดล้านล่าช้าที่ฉลาดเพราะเข้าไปในป่าไปเข้าไปในป่าช้างเข้าไปเห็นรอยเท้าช้างในป่านั้นได้ยาวเห็นรอยยาวรอยใหญ่รอยกว้างยาวมากใหญ่มากถึงแม้จะไม่ได้เจอตัวช้างแต่ก็เห็นรอยอย่างนั้นเขาก็ย่อมรู้ว่าเป็นรอยรอยใหม่รอยเก่ารอยจะมีช้างหรือไม่มีช้างซึ่งแค่นี้เขาก็ถึงเส้นความแน่ใจได้ว่าช้างตัวนี้ใหญ่พอเห็นรอย ช้างตัวนี้ใหญ่ข้อนี้ฉันใดข้าพเจ้าก็ฉันนั้นก็คือเชื่อคือเห็นคือแจ้ง 31 สัมผัสเข้าถึงตัวเองสัมผัสถึงและมีเครื่องยืนยัน 4 อย่างแม้แต่ขับขี่ยากบัณฑิตบางพวกเขาก็เลยชมสมณคุณเป็นที่สุดแม้แต่พราหมณ์นั้นมันเด็กแม้แต่คฤหบดีบัณฑิตหรือแม้แต่สมรรถนะบัณฑิตบางพวกที่มีปัญญาละเอียดสุดคุ้มเคยทำการโต้วาทะเชี่ยวชาญก็ยังยอมแก่พระสมณโคดมก็ น่าจะเป็นเครื่องประกอบ 4 ประการซึ่งเขาก็เชื่อแล้วก็เขาก็มีความแน่ใจเพราะเขาก็สัมผัสเองด้วยเท่าที่เขาได้สัมผัสแล้วก็ชื่อด้วยเหตุผลว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นตรัสรู้ชอบเองด้วยพระองค์พระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วไปตรงคุณของพุทธธรรมสว่างคาตาธรรมและเราก็ได้อธิบายกระจายความเป็นบ้างทีนี้ก็เหลือสังฆะสังฆรัตนะพุทธธรรมแล้วก็สัจธรรมที่เป็นสว่างคาตาธรรมและก็เป็น สังสรรเสริญคุณของสงฆ์มีสาวกสงสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วยอมรับจะมีทั้งพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์หาเรื่องของพระสง

อ่านต่อ

ฆ์สาวกเราก็จะต้องเข้าใจให้ชัดเอาพระสงฆ์สาวกนั้นพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เป็นคุณว่าเป็นองค์ประกอบ 9 ประการมีสุปฏิปันโนเป็นต้นเป็นอันต้นเป็นคำรวมสุปฏิปันโนเป็นผู้ปฏิบัติตนไปชนมาจนเข้าถึงปัจจุบันจนเข้าถึงปัณโณนี่เป็นผู้เข้าถึงเป็นผู้ได้อย่างถึง จิตมันหยั่งถึงจิตมันรับรู้รับแจ้งปัณโณปะฏิปันโนผู้ที่ปฏิบัติน้อยปฏิบัติมากก็ตามมันอย่างเท่าถึงเรียกว่าปัณโณปัญญาติดเข้าถึงปัณโณสุขสวัสดีปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้วก็เข้าถึงได้ดีจริงๆถูกจริงๆสุดดีถูกชอบแล้วควรแล้วไม่ได้ทางที่เรียกว่าถูกไม่ใช่ทางถูกแล้วไปในทางดีแล้วไปในทางยกย่องได้เป็นบุญสุปฏิปันโนเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติควร วันนั้นผู้ใดปฏิบัติถูกต้องตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้ามากเท่าใดๆแม้แค่เอาศีล 5 ข้อที่ 1 ผู้นี้ไม่ฆ่าสัตว์พวกนี้ปฏิบัติดีแล้วชอบแล้วควรแล้วสำหรับเท่านี้สำหรับเท่านี้ปฏิบัติจนจิตเข้าถึงไม่ฆ่าสัตว์เพราะว่าเกิดเมตตาธรรมเกิดเมตตาที่จิตจริงๆเข้าถึงพุทธธรรมข้อที่ 1 สิงหาคมเป็นคนไม่ควรฆ่าสัตว์ให้เกิดจิตเมตตาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันเป็นสัตว์โลกเป็นเพื่อนแก่แก่เจ็บตายด้วยกันจริงๆนี่ก็เข้าถึงแล้วเข้าจริงๆ ใครเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่เมื่อไหร่สัมผัสเมื่อไหร่ก็มีสติสัมปชัญญะรู้อยู่ว่าโอ้เป็นเพื่อนส่วนใหญ่จะตายแม้แต่เพื่อนนั้นจะทำร้ายแก่เราก็อโหสิอภัยอภัยจะทำร้ายแก่เราเป็นผู้เข้าถึงเช่นคานธีถูกคนยิงคนยิงยังไม่ตายแต่ก็บาดเจ็บหนักเพราะถูกคนยิงก็มีคนมาถามไปโรงพยาบาลเอาไปโรงพยาบาลในขณะที่คนมาเอาตัวถ้าทานทีนี้ไปโรงพยาบาลท่านก็บอกแก่พวกหมู่คนเหล่านั้นบอกอย่าไปทำร้ายอะไรเขานะคนที่ยิงเราปล่อยเขาไปเถอะปล่อย ไปไม่ต้องไปเอาความอะไรเขากับคนที่ยิงเราเสร็จแล้วท่านก็ตายด้วยรอยติดปืนที่เขายิงคนที่เขายิงนั่นแหละในการถือก็ตายด้วยอันนั้นแหละแต่ก่อนตอนแรกที่พอถูกยิงใหม่ๆยังไม่ตายก็ได้บอกคำนี้อย่างนี้บอกด้วยจิตใจจิตใจเข้าถึงไม่ได้อาฆาตมาดร้ายไม่ได้มีความพยาบาทผูกพันอะไรแม่เขาร้ายจนยิ่งยิ่งขึ้นตายหญิงท่านก็ตายด้วยอันเนี้ยคือมันไม่ได้ก่อเวรกรรมมันไม่ได้ผูกพยาบาทไม่ได้อาฆาตรู้ว่าคนร้ายเป็นคนร้ายเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันเขาร้ายมันก็เป็นสัจจะอันนั้นเรา ผมไปทำอะไรเขาบ้างเขาจะมาทำอะไรกับเราอโหสิวันอังคารที่นี่แน่นอนที่สุดในศีลข้อที่ 1 ไม่ต้องเอาอะไรไปจับหรอกบริสุทธิ์ขนาดอย่าว่าแต่มดมันมากัดแล้วบี้หมดเลยคนมายิงยังไม่ถือโทษยิงนึกว่าจะตายอยู่แล้วด้วยก็จะอภัยอย่างนี้เรียกว่าใครจะมาทำร้ายทำลายจะมาด่ามาแช่งมาทำอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ถือสาไม่ได้ถือโทษนี่เรียกว่าเข้าถึงที่สุดจิตมันอภัยจิตมันมีเมตตาจิตมันก็เห็นเป็นสัตว์แล้วเข้าใจไปจนกระทั่งถึงว่าเขาร้ายก็ร้ายเป็นของเขามันเกี่ยวพันกันกับเรานี่จะต้องมีอะไรไปเกี่ยว การนวดวิบากเก่าวิบากใหม่ก็ตามแล้วเมื่อไหร่ก็ตามมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นเราจะต้องพิจารณาเห็นเป็นปัญญาปัญญามันจะเห็นมันจะชัดมันจะเข้าใจแล้วมันจะเห็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันในโลกนี้อย่างที่มีชีวิตขึ้นมาต้องช่วยเหลือกันเท่านั้นเขาไม่ช่วยเหลือเราก็เรื่องของเขาเขาจะเอามาติดต่อเราก็เรื่องของเขาถ้าเราทำให้เขาช่วยให้เขาลดอำมาตย์ได้รถรุนแรงได้รถร้ายอากาศรถเร็วรถชั่วได้ก็ดีจะมีนโยบายใดจะมีกรรมวิธีใดที่จะลดให้เขาได้ทำนั่นเป็นกุศลอันเหลือล้นในโลกถ้าสามารถทำได้ลดความไม่ดีไม่งามที่เป็นอกุศลต่างๆไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยอะไรถ้าช่วยได้แต่สัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์เดรัจฉานสัตว์พวกที่เราว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานมันช่วยยากมันไม่มีปัญญามันไม่สามารถจะสื่อความหมายให้รู้กันได้โดยง่ายๆขนาดคนที่สามารถสื่อความหมายกันพูดกันคำกิริยาอาการแก่กันและกันเพื่อให้รู้ให้เห็นให้แจ้งให้เข้าใจเนี่ยมันยังสื่อกันยากแล้วแต่ก็ทำเท่าที่ได้แล้วก็ช่วยคนนั่นแหละเพราะว่าคนมันรู้ได้ง่ายกว่าอื่นฉลาดมากก็มีฉลาดปานกลางก็มีฉลาดน้อยก็มีแล้วผู้ที่จะเข้าถึงธรรมและประสบปฏิปันโนก็ปฏิบัติตามปฏิบัติตามศีลยกตัวอย่างไปแล้วเมื่อกี้ว่าปฏิบัติตามศีลข้อ 1 อย่างนี้เป็นต้นผู้ มีธรรมะอันนั้นเข้าถึงจิตจริงๆบางคนจิตใจศีลข้อ 1 บริสุทธิ์ไม่อยากฆ่าเลยเมตตาสัตว์ตลอดศีลข้อ 2 ไม่ได้เคยคิดอยากได้ของของใครเลยรู้ว่าของคนอื่นของเขาไม่เคยไปคิดอยากได้มากน้อยอย่างไรก็ไม่เคยหวั่นไหวเพราะคนอื่นเป็นของคนอื่นไม่อยากได้ของเขาจริงๆที่ไม่ใช่สิทธิ์ของเราโดยตรงนี่ก็แค่ศีลต้นๆง่ายๆเป็นศีล 5 ธรรมดาก็พ้นแล้วราคะไม่จัดจ้างจะมีเป็นธรรมชาติอันที่มันสั่งสมมานานชาติมีผัวเดียวเมียเดียวมันก็ยังสัตว์บางทีก็ตามแต่สัตว์บางชนิดปีนึงผสมพันธุ์ทีนึงสัตว์ ชนิดผสมพันธุ์กันหลายฤดูสัตว์คนมีกิเลสอยากผสมพันธุ์กันมากกว่าสัตว์อื่นๆนับฤดูไม่ได้ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานบางพวกแต่กระนั้นก็ตามคนก็ยังพอมีขอบเขตพื้นเดียวเมียเดียวไม่จัดไม่จางอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตราคะเกี่ยวกับราคะตัณหาเกี่ยวกับเรื่องเรื่องร้ายแรงพวกนี้แค่ผัวเดียวเมียเดียวก็ถือว่าขอบเขตอย่างนี้ก็เป็นศีลอยู่ในธรรมอยู่ในศีลปฏิบัติดีแล้วชอบแล้วควรแล้วเข้าถึงจิตใจไม่เลยพอดีก็เลยซื้อสัตว์ต่อกันซื่อตรงต่อกันรู้ไม่ก้าวก่ายออกไปแล้วผมก็มีสี วันนี้แล้วพรุ่งนี้ก็เข้าเข้าถึงจิตเข้าถึงจริงๆไม่เข้าใจด้วยปัญญาไม่หวั่นไหวไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ในขอบเขตนี้ในเมืองไทยที่จริงยังมีเยอะแต่เขาเข้าใจละเอียดไม่ได้เท่านั้นเองมันก็ไม่เหมือนเมืองนอกในเมืองไทยนี่มีเยอะศีลข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 บริสุทธิ์ข้อ 4 ไม่โกหกไม่โกหกนี่เขาบอกว่ามันยากว่าจริงๆถ้าไม่เห็นผลของมันผลการไม่โกหกนี่มันสบายแล้วไม่ต้องกลัวว่าเราจะไม่ร่ำรวยเพราะโกหกไม่ต้องไปกลัวเลยไม่ต้องไม่ได้ยินจนเดือดร้อนอะไรไม่โกหกนี่แหละแล้วก็อยู่ดีสบายดีก็ไม่เป็นไรหรอกมันจะน้อยไปก็ต้อง ปฏิบัติหัดอยู่ให้ได้ด้วยโกหกประเสริฐอะไรไม่ว่าอะไรทั้งนั้นรอดตัวได้โกหกประเสริฐอะไรไม่ได้ไปเกิดเลยนอกจากไม่โกหกแล้วก็ต้องไม่ติดของต่ำที่สุดอย่างที่ว่าได้กล่าวอธิบายกันไปแล้วอย่างนี้ก็เข้าถึงจริงหรือปัญญาก็ถึงจิตก็วิมุตหลุดขาดสัมผัสกับสิ่งอย่างนั้นก็ห้ามใจได้ใจของเราไม่เดือดร้อนจริงๆเป็นผู้เข้าถึงอย่างดีแม้ศีล 5 เป็นโสดาคุณอย่างนี้ก็เป็นจริงปลุกทุกข์ปฏิปันโนตรงเป็นผู้เข้าถึงดีแล้วตรงตรงตามศีลตรงตามธรรม 6 ดีเพราะว่าได้จริงมียายมีวิมุติยิ่งแน่เลยถ้ามีปัญญารู้ว่าส่วนดีนี้ไปถึงญาณวุฒิถึงการหลุดขาดมีหมดอย่างสะอาดหรือวิมุตอย่างไม่สะอาดเหลืออยู่บ้างก็รู้ว่ามีมดบ้างเหลืออยู่บ้างเป็นแค่กิเลสอย่างอ่อนอย่างกลางอะไรก็รู้เป็นระดับประดับจริงๆเขาเรียกว่ารู้ดีเป็นยานมีมดจริงเป็นจริงในจิตมีเจโตถูกต้องจริงต้องตามศีลตรงตามคำอุชุปฏิปันโนจงมีความหมายตรงและก็มีลักษณะมีสภาวะมีของแท้ตรงศีลนั้นทำให้จิตใจของเรา สะอาดขึ้นเป็นสมาธิจิตเป็นอันยิ่งขึ้น 7 น้ำแข็งแรงขึ้นสมาธิแปลว่าจิตอันยิ่งจิตมันดีขึ้นสามารถบอกกะทิจิตนั้นตั้งมั่นแข็งแรงตั้งมั่นมั่นคงไม่อ่อนแอไม่ปวกเปียกมั่นคงแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆๆสัมมาอะระหังกล้าแข็งสมาธิสมาธิสมาธิเขาก็แปลกๆซ้ำคำว่าสมาธิแล้วก็อธิบายสมาธิเป็นอะไรต่ออะไรไปแบบนั่งหลับตาแบบอะไรต่ออะไร เหตุการณ์รวมอยู่สมมาตรสมาธิแปลว่าสมาชิกเขาก็แปลว่าสมาธิที่จริงเกี่ยวกับจิตทั้งสิ้นสมาธิก็เกิดกับจิตสมาถ 77 สมาธิมันมีด้วยพยัญชนะเขาแปลเอาแต่อัดเอาแต่ความเฉยๆว่าสมาธิสมาธิสมาธิโดยภาษามันลึกซึ้งโดยพยัญชนะเหมือนลึกสมาธิก็คือจิตมันดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้นนิดหน่อยยังไม่ถึงตั้งมั่นยังไม่ถึงแข็งแรงก็ได้เป็นสมาชิกเหมือนกันเป็นสมาธิอ่อนๆคณิตกะ สมาธิอุปจารสมาธิอัปปนาสมาธิเนี่ยก็เป็นคำอธิบายคำว่าสมาธิผลตอบคณิตศาสตร์เราไม่เรียกว่าเป็นสมาธิที่แข็งแรงตั้งมั่นอุปการะเราก็ยังไม่เรียกว่าตั้งมั่นไปทีเดียวต้องอัปปนาสมาธิถึงจะเรียกว่าตั้งมั่นเป็นสมาธิสมาธิจึงขยายความของจิตจิตอันนี้เป็นไปได้อย่างนี้สัมผัสอันนี้แล้วก็แข็งแรงมั่นคงตั้งมั่นได้ดีทีเดียวเรียกว่าเป็นจิตดีสมาธิคือตัวจิตดีทั้งนั้นจิตดีจิตยิ่งผิดเหตุเท่าไหร่ปัจจัยเท่าไหร่สูงได้ศีลเท่าไหร่ธรรมะ อย่างไรไม่มีแง่มีเงื่อนสูงมีแง่มีเลือดเรียกว่าจิตทำจิตให้ดีขึ้นแล้วมันดีจริงๆเป็นสมาธิก็ดีขึ้นสัมมาอะระหังตั้งมั่นแข็งแรงดีแล้วก็มั่นคงเป็นไปได้อย่างนั้นอย่างเก่งสมาธิแปลว่ากล้าแข็งทหารรักทหารผู้ที่แข็งแรงสมาธิจิตแข็งแรงมันดียิ่งแล้วมันแข็งแรงแข็งแรงอย่างไรแข็งแรงอย่างสมาธิแข็งแรงอย่างจิตที่มันดีขึ้นมามันมีปัญญารู้แล้วมันก็ละกิเลสมันได้ตามศีลตามธรรมแท้ๆเพราะสีติดตามสิ่งที่ทำให้จิตตั้งมั่นขึ้นมาแข็งแรงขึ้นขึ้นถึงขั้นสมาธิขั้นสมาธิ ตั้งมั่นทีนี้สมาชิกนี้ยิ่งขึ้นไปอีกวันนั้นสมาชิกนอกจากจะตั้งมั่นแล้วนอกจากจะเป็นประโยชน์ตนอย่างชัดเจนแล้วจิตจะเป็นประโยชน์ท่านไปอีกมีญาณอันแท้และมีปฏิภาณมีนิรุตติมีความรู้มีการช่วยผู้อื่นได้อีกเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอีกสมาธิจะเป็นคุณน่ะเป็นประโยชน์ตัวเราเองทำได้แก่ตนนั่นแหละก็แน่นอนเรามันเป็นประโยชน์ตนแน่ๆทำได้แก่ตนแล้วยังช่วยผู้อื่นเป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้อีก จึงเรียกว่าจิตมันดียิ่งขึ้นไปกว่านั้นมันมีญาณก็เป็นอธิปัญญาที่สูงขึ้นมีปฏิภาณมีภาษามีความรอบรู้ไปช่วยคนอื่นให้ผู้อื่นรู้บ้างให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ตามที่เราได้แล้วนี้บ้างจิตนั้นยิ่งดียิ่งขึ้นอีกเป็นระดับๆเพราะงั้นสมาธิก็อธิบายจิตในแง่ตรงสมาธิขยายความขึ้นสมาชิกในคำแปลโดยอัตโนมัติภาษาบาลีไปเปิดก็จะนานุกรมภาษาบาลีดูสมาชิกก็แปลว่าสมาธิก็แปลว่าสมาธิในพระไตรปิฎกนี่ก็แปลซ้ำคำสมาธิแต่รากศัพท์ จากขนาดไหนถ้าผู้ที่ไม่ละเอียดอ่านพระไตรปิฎกภาษาไทยธรรมดาก็ได้แก่สมาธิสมาธิสมาธิสมาธิบางตัวแปลมาจากสมาธิตรงๆบางตัวแปลมาจากคำอื่นไม่ใช่สมาธิไม่ใช่สมาทานด้วยซ้ำไปอย่างนั้นเยอะเพราะถ้าผู้ใดลึกซึ้งขึ้นไปอีกก็จะตรวจค้นดูภาษาไทยแล้วก็ลึกซึ้งไปก็ต้องดูบาลีเพิ่มเพราะจะอ่านประโยคจะอ่านเหตุผลของเรื่องราวต่างๆนี้ได้ว่ามันเอ๊มันน่าจะลึกกว่านี้มันน่าจะมีอะไรเพิ่มมันจริงๆผู้ที่มีชั้นเชิงของปัญญาความรู้หรือมีจิตอันสูงอันยิ่งจะมีความละเอียดละออสุขุมประณีตรู้ชั้นเชิงของธรรมะขั้นสูงสูงขึ้นไปกิน นักแสดงปฏิบัติถูกปฏิบัติตรงปฏิบัติดีแล้วจิตมันดีขึ้นนั่นเองมันตรงตามธรรมตามศีลตามธรรมตามวินัยของพระพุทธเจ้าเป็นอุชุปะฏิปันโนและรู้แจ้งเป็นยายะปะฏิปันโนเข้าถึงการรู้แจ้งเข้าใจเห็นไม่ใช่ว่าได้ดีก็เป็นแต่เพียงลำลองลำลองไม่รู้ไม่เห็นชัดว่าเราถูกตรงแล้วเข้าใจด้วยปัญญาเราปฏิบัติถูกตรงแล้วก็ไม่รู้ว่าเราได้หรือไม่ได้ก็ไม่ใช่มันรู้ญาญ่าแปลว่ารู้หยั่งรู้มีญาณมียายะทำธรรมะอันรู้มาแล้วก็เป็นขึ้นสอนยานเกิดญาญ่าทำมันรู้เห็น รู้จักสภาพอย่างนึงรู้ด้วยการฟังรู้ด้วยการเห็นที่ตานอกรู้เหตุการณ์เข้าใจด้วยปัญญาเฉยๆเป็นเหตุเป็นผลแล้วยังไปรู้ตัวจริงที่มีสภาวะธรรมของเราเกิดรู้และเห็นสภาวะอีกอันหนึ่งมีสภาพเกิดหลายด้านหลายมุมเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทรัพย์ทวีขึ้นเรียกว่ายายะทำตัวอย่างปฏิปันโนคนรู้ไม่รู้จนแน่ใจว่าของตนเองเกิดหนอเป็นหนอนมีหนอนได้หนอจึงเรียกว่า สามีจิปะฏิปันโนมันต้องรู้เห็นเองเป็นปัจจัตตังรู้เห็นเองในตนรู้ด้วยตนเข้าใจที่ตนจึงเรียกว่าเราเกิดจึงเป็นจริงมีจริงไม่ใช่ไปรู้จะฟังมาเข้าใจมามีเหตุผลเฉยๆไม่ใช่แต่รู้มาแล้วมาทำได้เรารู้ว่าเราหุงข้าวเขาทำอย่างนั้นทำอย่างนี้เราก็มาลองหุงจริงๆอ๋ออย่างนี้เป็นสัมผัสเองรู้เองเรารู้ว่าเราแตะสัมผัสมีจิตน้อยๆเป็นเจ้าของสามีแปลว่าเจ้าของ ได้ท่านแปลเอาอัดว่าสามีจิปะฏิปันโนว่าเป็นผู้ได้ทำสมควรแก่ธรรมเป็นผู้มีธรรมสมควรแก่ธรรมสามีจิปะฏิปันโนเป็นผู้ได้ธรรมะสมควรแก่บุคคลผู้นี้ได้สมควรแก่ตัวเองปฏิบัติได้เป็นเหตุปัจจัยเท่านี้ใน 1 จุดได้ศีลข้อเดียวก็ได้สมควรได้จริงๆด้วยนะมีเมตตามีศีลข้อ 1 อะไรก็ได้ข้อ 2 มีศีลข้อ 2 มีความโลภลดประมาณขนาดนี้ศีลข้อ 3 ศีลข้อ 4 ศีลข้อ 5 ก็ได้ตามทำตามสาระตามเหตุปัจจัยขนาดนี้ขนาดนี้ได้เท่านี้ก็เป็นสามีจิเท่านี้ได้แค่ศีล 5 ก็เป็นผู้ที่มีคุณธรรมแค่ศีล จริงๆมีจริงนะได้จริงเป็นจริงเกิดจริงสมควรเหมาะสมตามตัวตามเหตุตามปัจจัยตามฐานะผู้นี้เป็นสกิทาไม่ใช่ปากพูดแต่มีจริงๆเป็นเจ้าของอยู่ตามจริงเรียกว่าสามีจิปะฏิปันโนมันสัมพันธ์กันนะสุปฏิปันโนอุชุปะฏิปันโนญาญ่าสามีจิตมันสำคัญกันมันไล่เรียงถ้าทำดีดีถูกมากตรงไหมต้องถูกต้องตรงตามคำแนะนำเดี๋ยวนี้มันเบี้ยวยิ่งเบี้ยวเยอะเลยพระพุทธเจ้าต้องกล่าวอย่างนั้นรับรองเอาไว้ก็เพราะว่ามันมีเยอะคนรู้มันช่างรู้เยอะมากอาจารย์มากเรียนมากแบบสมมุติว่าพระพุทธเจ้าว่าจะเชื่อพระพุทธเจ้าก็สอบผ่าน ส่งของพระพุทธเจ้านะไม่ใช่ไปส่งของคนอื่นเข้าใจดีเชียวตรวจสอบเทียบเคียงให้ดีตรงของบริจาคตรงปลงแล้วก็รู้ชัดๆด้วยว่าตรงและหมายเอายังไงแท้ๆไม้เอาลึกซึ้งขนาดไหนรู้บัญญัติรู้ภาษาและก็รู้สภาวะมียังไงมีจิตถึงจิตศีลเป็นขัดเกลาจิตแล้วก็เกิดปัญญาญายะธรรมเนี่ยยายะปฏิปันโนคือเกิดปัญญาและชั้นปัญญาชั้นปัญญารู้เห็นของตนเองชัดๆฟ้ามีจิตแน่ใจว่าตนได้ตนมีตนเป็นเข้าถึงการได้การมีการเป็นเจ้าของอยู่เชียวศาลมีกี่ประการแม้ 4 ข้อนี้ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติแล้วจะหัวดำหัวขาวแต่เด็กกับผู้ใหญ่รู้จริงอย่างนี้ เป็นจริงอย่างนี้บางคนอาจจะไม่รู้ภาษาแท้ๆอาจจะเป็นเด็กๆนี่เขาทำได้เองนะพอมาอธิบายแล้วเข้าใจด้วยเหตุผลอย่างนี้ชัดแจ้งเขาก็จะรู้ว่าเขาได้เขาเป็นก็มีแล้วผู้ใดเป็นไม่มีจริงคุณก็เป็นสาวกสังโฆยะทิทังจัตตาริปุริสายยุคคานิอัตตะปือเอสะภะคะวะโตสาวะกะสังโฆอย่างนี้แหละมันจะมีเป็นชั้นๆตอนๆไปเป็นระดับระดับไปเป็นจับปลาริษยาเป็นบุรุษสี่แยกออกเป็นโสดาสกิทาอนาคาอรหันต์ต้องไปอีกเป็น 8 เป็น 8 เป็นโสดาปริมาตร ดาวปฏิพลขยายละเอียดออกไปอีกเป็น 8 ก็ได้เศรษฐกิจท้าทายมีนักสัจธรรมมีมรรคอนาถามีผลบุคคลเรียกว่าบุรุษจนถึงอาสาสมัครอรหัตผลบุรุษที่เป็นอย่างนี้ไม่ขยายความโสดามักโสดาผลสกิทาคามีมะขามมีผลจนกระทั่งมกราคมแบ่งออกเริ่มต้นตั้งแต่โสดาคุณรู้ว่าอย่างนี้เป็นโสดาคุณตั้งแต่รู้ทางปฏิบัติรู้เหตุผลที่แท้จริงอย่างมั่นใจไม่สงสัยหมดวิธีอิจฉารู้หลักเกณฑ์รู้สึกแม้เรายังไม่ทำเราก็เรียกว่าโสดา ยางโสดาปฏิมรรคผู้ที่รู้จริงเห็นแจ้งมั่นใจเลยยังไม่ได้ทำเด็ดเดียวก็เป็นโสดาปฏิวัติยังไม่มีผลถ้าผู้ใดทำได้ผลจริงแล้วแน่ใจเข้าถึงชัดๆก็ได้เป็นผลไปเรื่อยๆตามขนาดเป็นสามีจิปะฏิปันโนเข้าถึงไปเป็นขั้นเป็นตอนอย่างนี้แหละเรียกว่าบุคคลที่เป็นพุทธสาวกหรือเป็นสาวกก็สังคมหมายถึงพระพุทธเจ้าเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอย่างนี้บุคคลชนิดนี้แหละถึงจะเรียกว่าสาวกสังโฆเพราะเราฟังได้ว่าผู้ที่สักแต่ว่าเป็นพุทธมามกะไม่ได้มีปัญญารู้เลยว่าดีแท้คืออะไรตรงแท้คืออะไรอะไรสามีจิอะไรไม่รู้เพราะฉะนั้นเอาเครื่องมาวัดดูซิว่าพรุ่งนี้จะมีวรรณะเป็นพุทธหรือเปล่าหรือว่ามีวรรณะเป็นพราหมณ์ไม่มีวรรณะเป็นเดียรถีย์เพราะสีมาจัดศีลข้อ 1 เมตตาคุณมีเท่าไหร่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเท่าไหร่หลักของเขาขโมยของเขาอยากได้ของเขาเอาของเขาอยู่เท่าไหร่ ราคะจัดจ้านอยู่เท่าไหร่เสพติดอบายมุขอยู่เท่าไหร่ยังมีเกิดการอยู่พรุ่งนี้เป็นรูปพจน์มาตั้งร้อยชาติพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดนับมาตั้ง 100 ชั้นเป็นไม่ได้เป็นพุทธให้ตอบพ่อแม่ช่วงปู่ย่าตาทวดไม่ต้องร้อยระดับก็ไม่ได้เป็นพุทธก็มันไม่มีอะไรมีแต่ภาษาเรียกยี่ห้อว่าพูดแต่ตัวเองเป็นแพะแพะอยู่กับคำว่าพุทธเท่านั้นเองอย่างนี้ไม่ได้เป็นสาวกก็สังคมไม่ได้เป็นบุคคลที่เรียกว่าสาวกของพระพุทธเจ้ามี 4 อุบาสกอุบาสิกาภิกษุ 4 พุทธบริษัท 4 เพราะเราเป็นสาวกอย่างไหนก็ได้ พระอุบาสกก็เป็นพระอุบาสิกาก็เป็นพระภิกษุก็เป็นพระภิกษุณีก็เป็นพระเป็นพระทั้งนั้นแหละให้มันมีคุณธรรมของพระจริงๆแต่เป็นพระโสดาเป็นพระสกิทาพระอนาคามีพระอรหันต์ที่จริงพูดจะมาบวชเป็นภิกษุภิกษุณีนั่นแหละมันมีคุณขั้นนาคามีคุณเป็นธนาคารที่จะเป็นผู้ทิ้งบ้านช่องเลื่อนชั้นทรัพย์สินเป็นผู้ที่ไม่มีห่วงได้ญาติผู้เป็นผู้เป็นพ่อค้าขายยาที่ปริวรรตแล้วหมดห่วงนั้นกดได้มาเป็นภิกษุภิกษุณีมาปฏิญาณตนมารักษาทำเพราะว่ามันปลอด สิ่งเหล่านั้นปอดมาแล้วบริสุทธิ์หยุดสัมผัสมาแล้วมาล้างใจจริงๆโดยรูปโดยข้างนอกสบายโดยใจก็มาล้างอีกหรือบางคนใจร้ายแล้วข้างนอกยังมาไม่ได้ก็เป็นโดยสมมุติยังไม่มาทำสมมุติเป็นภิกษุภิกษุณีแต่เป็นอนาคาริกโดยปริมาณโดยจิตเจตสิกรูปมันละมันปล่อยแต่จำยอมอยู่กับโลกจำยอมอยู่กับบ้านช่องเดินทางญาติที่โคโยตี้ตามสมุดยอมอยู่แถวนั้นแหละเพราะฉะนั้นจะเอาจริงเป็นปรมัตถ์ใจก็มีจริงแต่รูปนอกก็ยังไม่จริงเท่านั้นเองถ้าผู้ใดอนาคตกะโดยใจไม่จริงใจยังหลุดมาได้ญาติก็ยังติดที่เราต้องแต่งด้วยทรัพย์สินเงินทองก็ยังติดสมบัติค่าสมบัติ ท่านอยู่แล้วก็ยังมาสะสมอยู่ในโลกนี้มาปฏิญาณตนทำรูปนอกเป็นอนาคินกักแต่รูปในหรือจิตนั้นน่ะยังไม่มีกิเลสเยอะแบบนี้แหละศาสนาพังมากมายมีเยอะแล้วมาตั้งแต่เป็นฆราวาสปฏิบัติมาร่อนมาเป็นอาณาคาริกะจึงเป็นบุคคลที่ประหารปลดปล่อยทรัพย์สมบัติทรัพย์สมิงพรานปลดปล่อยญาติที่โกโยติกาได้จริงมาบวชแล้วสบายมามาเป็นผู้ที่เป็นภิกษุภิกษุณีสบายแต่พระไม่ได้หมายความว่าภิกษุภิกษุณีเท่านั้นต้องเข้าใจคุณองค์คุณเป็นพระโสดาสกิทาคาอะ แต่ที่มันสมส่วนจริงๆนะฆราวาสนี่แหละเป็นโสดากสิกาสมส่วนทำมาเป็นพระจริงแล้วก็เป็นอนาคาเป็นอรหันต์ล้างในที่เหลือเศษดูเป็นสมส่วนลงตัวมันควรเป็นอย่างนั้นพูดได้มีโอกาสแม้เราจะยังไม่ถึงอนาคตแต่จิตใจมันอยากมาแล้วมันเห็นจริงแล้วก็ไม่มีภาระทางโลกจะมาก่อนก็ได้ก็เร็วถ้ามีอาจารย์ดีๆก็รีบมีกรรมวิธีพาปฏิบัติให้รถละโสดาบันโสดาเป็นสันติทางง่ายง่ายเพราะว่ามันไม่มีเหตุปัจจัยมันมีระเบียบมันมีวินัยมันมีอะไรต่ออะไรรับรองถ้าเราไม่อยากพลาดจิตใจ นมน้องแท้มันก็ไม่ยากนะแล้วอนาคามีก็มาล้างจิตในอีกเป็นอัตราโรคอัตราตัวตนต่างๆเศษเนื้อต่างๆอีกบ้างมันก็จะหายเราพูดที่เรายังไม่ได้เนื้อคุณของพระพุทธเจ้าบ้างเลยแม้ศีลข้อใดข้อหนึ่งเอาไปวัดก็ไม่มีวรรณะเลยสักนิดนึงก็ไม่มีสมบัติอะไรเป็นพุทธะมีแต่ปากเครียดเป็นสมมุติสมมุติจริงๆไม่มีเนื้อไม่มีชิ้นไม่มีสาระไม่มีอะไรได้อะไรเป็นเลยเยอะแยะเกินกลุ่มเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองทุกวันนี้ศีลข้อเดียวไปจับวัดก็ไม่ได้ทำตามคำของพระพุทธเจ้าทำพระวินัยธรรมะของพระพุทธเจ้าบทนั้นบทนี้บางคนท่องได้มาก แต่ไม่ได้ปฏิบัติตรงไม่ได้เป็นอุชุปะฏิปันโนตามที่ท่องนั้นเลยไม่รู้เรื่องด้วยจะมีปัญญารู้เข้าใจก็ไม่รู้ด้วยทองเข้าวัดปว่าการเข้าวัดก็ดีอย่างหนึ่งเข้าไปวัดจะเป็นรวนในวัดไปหาเรื่องโรคไปหากินในวัดอายุแก่แล้วก็หาโกงซะด้วยศีลข้อ 2 นั้นไม่ได้มีเลยแหลกรานไปหากินคุกคามกับพระทำนู่นทำนี่ไอ้โน่นไอ้นี่ด้วยกับวัดซื้อสิ่งเหล่านั้นเป็นอามิสสินจ้างล่อเอาดอกไม้ธูปเทียนไปเอานั่นเอานี่ไปอะไรก็ได้ไปไปท่องบทสวดมนต์นึกว่าบุญบุญเข้าใจว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่มีอำนาจช่วยให้คนรวยช่วยให้ตนอ่าเป็นเศรษฐีช่วยตนทำมาค้าขึ้นช่วยตนได้เงินได้ทอง ต่างๆนานๆแล้วก็เข้าไปวัดแบบนี้เข้าไปบางคนมีผลได้อย่างนี้เยอะแยะบางทีให้หวยมาบ้างบางทีได้ช่องนั้นช่องนี้มาบ้างบางทีนึกว่าอัตภาพมีบุญมีอำนาจอย่างนึงเพราะเราถือดอกไม้พอเพราะเราไปนั่งสวดมนต์เพราะเราไปทำอะไรต่างๆในอนาคตค้าอยู่นี่แหละเรารวยถึงบทโกงก็โกงถึงหมดทำทุจริตก็ทำอยู่นั่นแหละแต่นึกว่าทำกรรมอันนี้เป็นสิ่งสนับสนุนให้เรารวยให้เราดีนี่หลงผิดอย่างนี้มีเยอะแท้จริงไม่ใช่มันเป็นไปที่ได้เงินได้ทองได้เงินดีเพราะตัวโกงเพราะตัวพยายามหาช่องหาทางอยู่เราก็ได้แค่นั้นเองแต่เข้าใจผิดว่าเป็นอานิสงส์แห่งการทำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาพระไปท่องบทสวดมนต์ไปตั้งนั่งบางทีไปนั่ง หูหลับตาอะไรจะได้อยู่ในวัดด้วยฉันเป็นคนนี่แหละฉันเป็นนักธรรมะแต่ไอ้โลภะโทสะไม่ได้เคยลดเลยมีเยอะความโลภก็ไม่ลดโทรศัพท์ก็ไม่ลดจะจ่ายบ้างจ่ายนี่ไม่ใช่จ่ายเพราะอะไรเหมือนกับการค้านี่แหละมันก็ต้องมีพี่ใบ้รายทางมีแลกเปลี่ยนที่ลงทุนซื้อดอกไม้ธูปเทียนลงทุนซื้อข้าวซื้อน้ำมาถวายพระถวายเจ้าบ้างก็ต้องลงทุนมั่งสิเพราะข้าเราดีๆนี่เองเยอะเกินหมดเลยพุทธศาสนิกชนเดี๋ยวนี้ทำไม่เข้าใจไม่มีปัญญาเพราะสิ่งอย่างนี้ไม่มีเลยไม่มีสาระของพระพุทธเจ้าพระศีลข้อ 1 มาจับก็ไม่รู้เรื่องแต่ปฏิบัติจารีตประเพณีนะเรียกว่าศิลปะปรามาสแท้ๆปัจจุบัน จะรีบตามเขาทำพานทำบุญทำหน้าทำนี่แต่จิตใจเป็นอีกอย่างไม่เข้าใจน่าสงสารคนพวกนี้ที่มันทำบาปทำเวรให้แก่ตนเองมากนะแล้วก็เข้าใจศาสนาพุทธผิดด้วยผิดเลอะเทอะแล้วเราก็จะต้องพยายามช่วยกันเรียนรู้ส่งเสริมให้เป็นผู้ที่เป็นสาวกที่แท้ถ้าผู้ใดที่ได้เป็นอย่างที่กล่าวนี้เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีแล้วตรงแล้วมีปัญญาจริงและก็มีสิ่งได้เรียกว่าสามีตามสมควรเอาสีมาจับเอาธรรมะมาจับตรงมีหลักเกณฑ์อันนี้ได้จริงเข้าใจเอาธรรมะอันนี้มาบรรยายเอออันนี้เรามี มีจริงๆเผลอหลับที่จะจับวัดเป็นวรรณะเอาศีลอะไรมาวัดจะไปเอาอื่นอะไรแล้วพวกนั้นก็จะต้องมีมีสุขมีภาระมีโภคมีเมตตากรุณามุทิตาอะไรต่างๆและเมตตาจริงด้วยนะไม่ใช่ช่วยเขาเพื่อให้เขามาช่วยเราเพราะว่าเมตตาแบบอุเบกขาแบบพรมอย่างน้อยก็เหมือนผมที่เป็นพรมแบบปิดตาพิษณุโลกพิษณุโลกให้แก่ลูกให้ไม่ได้เอาอะไรซ่อมต้องการตอบแทนจึงเรียกว่าพิษณุโลกเหมือนพ่อเหมือนแม่เป็นพรหมของบุตร อย่างนั้นเรียกว่าปิดตาพรหมอย่างน้อยไม่ต้องเอาถึงชินนะพรหมชินตะกั่วพรหมไม่ต้องเอาถึงขั้นนั้นเอาแต่แค่ปิดตาพรหมอย่างนี้ก็พออย่างนี้ก็ดีแล้วเราพูดได้มีเป็นสาวกก็จะเป็นเมื่อผู้ใดได้เป็นสาวกแล้วองค์คุณสุจริตองค์คนของสงสาวกนี้จนทำเองอันแรกในตนทำเองไปหมดจึงจะได้ชื่อว่าสาวกก็สังคมและต่อไปนั้นก็จะเป็นคุณที่ผสมผสานคนที่เป็นองค์คุณเพิ่มขึ้นเป็น R16 คนตาหุ่นโดยเฉพาะคนพักกินโดยบุคคลอัญชลีกรณีโย บุคคลอันตรายปุญญักเขตตังโลกัสสะบุคคลเป็นบุคคลที่เป็นอาหุ่นเนยเป็นผู้ควรได้รับการยกย่องบูชานับถืออาวุธเนยเป็นคนอย่างนี้แหละแม้เป็นโสดากระโดดร่มรับยกย่องตามฐานะควรได้รับสกิทาก็ควรได้รับยกย่องตามฐานะเศรษฐกิจทางธนาคารก็ควรได้รับยกย่องตามธนาคารอรหันต์ก็ได้ควรได้รับทุกอย่างตามขั้นนั้นอาหารอรหันต์มันจะแยกเป็น 8 ก็เหมือนกันแต่บุคคลที่ควรได้รับมีสีไปวัดมีธรรมะไปวัดมีจริงมีเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติมีของจริงก็เป็นคนที่ควรได้รับการบูชานับถือ ต้องตามจริงไปเอาเลยอยู่บุคคลปลา 6 เขาแปลว่าอะไรนะในคำแปลของทั่วไปก็แปลด้วยอัตราเร็วของบุคคลเป็นผู้อัญชลีเป็นผู้เป็นผู้ควรปฏิบัติเป็นผู้ควรนับถือเป็นผู้ได้รับการบูชาทางเหนือป่าหุ่นเนยแปลว่าเป็นผู้ควรต้อนรับคำว่าต้อนรับภาษาไทยนี่มันกินความหมายชัดๆมากมายถ้าคนบุคคลคนนี้ใครเจอเข้าควรควรป้อน ป้อนเข้ามาหาเราควรรับรองควรรับเอานะท่านมีอะไรนี่ท่านมาถึงแล้วเจอท่านแล้วอย่าให้ท่านไปไกลคนต้อนไว้ต้อนไว้ใกล้ๆใกล้ๆต้นและรับเอาสิ่งที่ท่านมีนะปากเลยอย่าบุคคลเป็นผู้ควรต้อนรับได้รับการต้อนรับถ้าบอกอย่างแค่ผู้นั้นควรได้รับนี่ก็เป็นได้แค่ว่าเราควรจะทำการต้อนรับอย่างนั้นอย่างนี้เป็นภาษาง่ายๆเราก็มีการต้อน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน