200805-120 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน120-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt
เนื้อหาในไฟล์
ศุกร์ที่ 5 สิงหาคมพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมะภาคเช้าณพุทธสถานสันติอโศกอ้าววันนี้เราก็มาทำวัดกันต่อนะถ้าเมื่อวานนี้ได้ยกตัวอย่างเหตุปัจจุบันที่ได้ยินอยู่คือยกในกลุ่มของคนซึ่งเป็นสังคมของคนเป็นความรู้สึกของคนที่เขาจะเห็นว่าของเขาได้อย่างนั้นทำอย่างนั้นเป็นปกติอย่างนั้นคือการหัวเราะส่งเสียงหัวเราะเกินไปดังเจียวจาวแล้วเขาก็ถือว่าเป็นปกติของเขาแล้วก็ถือว่าดีด้วยบางทีครับ อยู่ๆยังเอาสตางค์ไปจ้างเพื่อที่จะให้หัวเราะด้วยแล้วก็เป็นไปโดยเกินโดยมากไปมันเกินเบิกบานแจ่มใสแล้วเขาก็ปรารถนาที่จะได้และเรียกว่าเฟ้อศาสนาจึงเพ้อซึ่งในกลุ่มของพระและในกลุ่มของนักบวชหรือในกลุ่มของผู้รักสงบแล้วจะเห็นว่ามันเกินแล้วก็มาระงับได้และวินัยอัดของพระอริยะในอริยวินัยหรือในวินัยของพระอริยเจ้าก็จะไม่มีเรายกตัวอย่างอยู่ราวถึงแม้จะยิ้มแย้มแจ่มใสหัวเราะก็ตามถ้ามีเหมือนกันบางคนที่ในฐานะพระอริยวงน้อยพระอริยะผู้ที่ยังไม่สูงก็จะหัวเราะมีเสียงดังบ้างมีอาการที่ยังติดจะมีของทางคุณ อยู่บ้านก็มีจริงแต่น้อยในหมู่พวกเราจะเห็นว่าอยู่ปกติไม่มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ้างอย่างนั้นเป็นประจำหรือว่าเป็นมากนานๆจะมีอื่นมาแขวนถ้าโดยไม่มีพระอริยผู้น้อยก็จะมีอยู่ในสภาพเรียบร้อยจะไม่ยิ้มแย้มถ้าไม่มีเสียงหัวเราะดังๆลงลูกค้าอะไรเนี่ยจะไม่มีจะมีก็แต่ว่ายิ้มแย้มอย่างมากจะเป็นหัวเราะเข้าเบาๆน้อยๆที่เป็นไปได้นานๆเป็นเวทีมียกตัวอย่างให้เห็นให้ดูว่าในโลกเขาไม่ได้ติดเตียงด้วยซ้ำไปเค้าไม่ได้เห็นมันเสียหายไปในการหัวเราะยิ้มแย้มแต่เมื่อมองเข้าไปในชั้นเชิงที่สูงอยู่ก็ชี้ให้ดูแล้ว สังคมของคนเขาเองนั่นแหละก็ยังมีชั้นเชิงที่ซ้อนอยู่ว่ะในสังคมอย่างนั้นน่ะถ้าชั้นสูงอย่างนั้นน่ะเขาไม่มีหรอกมานั่งหัวเราะเอิ๊กอาเปิดเผยอะไรเกินนี้ก็มีแต่ตำ
อ่านต่อ
รวจเหมือนกันแต่หัวร้องไห้หรอกเกินผิดกิริยาผู้ดีก็จะหัวเราะยิ้มแย้มเปิดเผยธรรมดาได้แต่จะลงรูปความอึดอัดบิดพลิ้วไปมาสั่นสะท้านไปเขาไม่ทำหรอกแม้แต่ในหมู่ชนของฆราวาสเขาก็ตามนั้นแสดงว่าเขามีภูมิธรรมเขามีภูมิรู้แล้วก็จะอยู่ในพอสมควรนะควรพรรคพวกเรานักปฏิบัติธรรมนักบวชก็เช่นเดียวกันก็จะรู้อันนี้แล้วก็จะลดลงมาอาจจะสำรวมระวังแม้ต่อหน้าลับหลังก็จะดูยิ้มแย้ม บ้านแจ่มใสจะหัวเราะกันน้อยที่สุดเป็นอย่างนั้นนานๆจะมีสักครั้งหนึ่งหรือไม่ก็ไม่เลยแต่ก็เบิกบานแจ่มใสแม้เราจะไม่ได้หัวเราะเราก็รู้ว่าอาการของจิตที่จิตร่าเริงยินดีเบิกบานแจ่มใสนั่นน่ะเป็นแล้วมีแล้วไม่จำเป็นจะต้องเอากลับกริยาอาการทางกายหรือมีส่งเสียงอึดอัดออกมาก็ไม่จำเป็นจะร่าเริงเบิกบานเราไม่หดถ้าไม่เหี่ยวเฉาเราไม่กระทบท้อหรือว่าเศร้าสร้อยอะไรอยู่ในจิตไม่มีทุกข์ในสายของทุกข์ในสายของการโทรมานัดอย่างนั้นไม่มีเราไม่มีโทรมานัดอะไรทีนี้ก็มีอีกอันนึงที่ไม่ได้พูดเมื่อวานนี้ก็คือว่านอก เราจะไม่ยิ้มแย้มไม่หลงไปไหนไม่ใช่ไม่ยิ้มแย้มไม่หลงไปในการหัวเราะบานไปในทางกิริยากายจนกระทั่งเสียงออกมาอย่างนั้นแล้วหากที่ไม่ได้เน้นก็คือว่าที่จริงเรามียิ้มแย้มยิ้มแย้มแจ่มใสมีปกติในการปฏิสันถารการปฏิสันถารกันอย่างน้อยที่สุดดูหน้าแล้วก็ยิ้มแย้มอย่างน้อยก็ยิ้มในหน้าปฏิสัมพันธ์ทักทายไม่ใช่ว่าเราเป็นพระอริยะแล้วสงบสนิทนิ่งๆเจอหน้าก็คือถ้าปฏิสันถารอย่างนี้คนโลกเขารับไม่ผิดหวัง มันดูมันไม่มีอะไรเปิดไม่มีอะไรเผยออกรับแย้มบอกรักถ้าจะมาพระพุทธเจ้ามีปกติปฏิสันถารก่อนเป็นธรรมดาเป็นพุทธคุณของท่านเลยเพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีปกติปฏิสันถารก่อนการปฏิสันฐานนี่จะเป็นทั้งไทยถามหรือใช้กิริยาเปิดเปิดก่อนอะไรอัจฉริยาอะไรกิริยาต้อนรับอย่างโน้นอย่างนี้แต่ไม่ใช่ว่าต้อนรับพระพุทธเจ้าไม่ต้อนรับรายการต้อนรับอย่างปฏิสันฐานฟังดูดีๆคำว่าปฏิสันถารแปลว่าการต้อนรับแต่การต้อนรับปรับปรุงเนี่ยมันหยาบกว่า อยากกลับภาษาภาษาบาลีคำว่าการต้อนรับโดยตรงไม่รู้ว่าอะไรแต่ประดิษฐานนี่ก็แปลว่าการต้อนรับในภาษาไทยคือไทยมันใช้ซับซ้อนประดิษฐานให้เป็นการมีอะไรเปิดรับทักทายจะเรียกว่าทักทายมีปฏิสันถารมีทักทายไม่ใช่ต้อนรับสวัสดีท่านสายมีทักทายก่อนทักทายได้กิริยาทักทายด้วยสีหน้าทักทายด้วยอาการทักทายด้วยอะไรแต่ไม่ใช่ลูกรักใครไม่ต้อนรับใครก่อนไม่ยกมือไหว้รับใครอะไรอย่างเงี้ยไม่ทำอย่างนั้นมันอยากแล้วมันเป็นกิริยาที่ชัดเจนพระพุทธเจ้ามีนัยยะอันนึงเพราะพระพุทธเจ้ามีปกติทักทายก่อนทักทายด้วยสีหน้าทักทายได้ยินแย้มเบิกบานแจ่มใส พระกริยาที่พอดีก็จะต้องดูอย่าให้ไม่อึกอักไม่หัวเราะไม่อะไรก็ดีแล้วแล้วก็กลับกลายเป็นเลยเถิดสุดส่งไปว่าบึ้งซะเลยไม่แย้งไม่คลายอะไรเลยน่าตึงเครียดอย่างนี้เลยมันก็ไม่ใช่กิริยาที่พอดีเหมือนกันเป็นกิริยาโดยเธอไปสุดตรงไปในทางที่เฝ้ามองไปในทางที่แข็งกระด้างไปในทางที่มึงตึงไปอย่างโน้นซะเลยแล้วก็ต้องดูให้พอดีให้มันเนียนอันนี้ขอเพิ่มเติมที่ได้บรรยายเมื่อวานนี้ก็เลยเห็นว่ามันมันไม่ได้อธิบายตรงนี้อีกฝั่งหนึ่งประเด็นหนึ่งก็อธิบายไว้ ถ้าวันนี้ก็มาตอนที่เรากำลังอธิบายถึงถือเป็นสมาคมพระพุทธเจ้ายืนยันว่าผู้ที่มาสักการะเคารพนับถือบูชาและก็มาอยู่การใช้เราอยู่นั่นน่ะเราเป็นสาวกของพระพุทธเจ้ามาตรฐานเพราะต่างๆ 4 ข้อแล้วเรากำลังพูดถึงข้อที่ 5 คือเป็นผู้ที่เมื่อมาปฏิบัติตามแล้วย่อมทำสติปัฏฐานทั้ง 4 ให้เจริญได้สติปัฏฐานทั้ง 4 นี้เป็นคำหัวข้อคำสั้นๆจริงๆสติปัฏฐานพระพุทธเจ้ายืนยันว่าสติปัฏฐานนี้คือเอกลักษณ์โทคือทางเขตคือทางสายเดียวคือทางอันเดียวคือมรรคคือวิธีอันเดียวยาวใหญ่ กินความนี่แหละเป็นทางที่พระพุทธเจ้าสอนที่สุดเพราะนอกจากเอกชนมัคโคและเกิดผลอะไรนอกจากจะติดสติปัฏฐานและจะเกิดอะไรสติปัฏฐานเมื่อรู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ธรรมก็จะมีเพียงเผาบาปมีความรู้ตัวทั่วพร้อมมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมคือรู้สึกมีสติประจำตัวมีสติประจำตัวมีความระลึกรู้อยู่ที่ส่วนพร้อมท่านเสมอน้ำออกจนได้ซึ่งอธิษฐานและโทมนัสในโลกและก็ทำให้สัตว์สิ่งที่มันเกินเลยอภิชาอยากเกินไปใครเกินไปโทรมานัดก็คือความไม่สบายไม่สบายในใจหมดความไม่สบายยากโทรมานัดทุกครั้ง ปริเทวะโสกะไม่มีตั้งแต่หลักลักษณะหยาบโสภณไม่มีปริเทวะวิระพรซื้ออะไรที่มันยืดเยื้ออยู่โดยมันน่าจะหยุดได้แล้วน่าจะตัดได้แล้วมันก็ยังยืดหยาดอยู่มันก็ตัดได้ทุกก็เป็นของตนแต่รู้ว่านี่ทุกข์หรือว่าตอนนี้รู้ว่ามีทุกข์แต่สิ่งที่ตนทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากสิ่งนี้ไม่ทุกข์สิ่งที่ตนทนได้โดยยากจนได้โดยลำบากสิ่งนั้นทุกข์เหมือนกับผู้ใดวางใจแล้วแม้งานนอกจำหน่ายและสิ่งใดจะหนักแม้แต่ในใจเหมือนกันจะรับอยู่อย่างไรมันก็ไม่ทุกข์หรอกถ้าคนนั้นรถเบาหวานใจแล้วมันก็มา แม้จะสัมผัสอยู่แล้วก็รู้จักเธอก็รู้เพียงแต่รู้เพียงแต่รับรู้แต่เราไม่หนักใจอะไรไม่ได้ถือสาจบถือกฎถือสากลยึดกดยึดมั่นก็ไม่มีปัญหาสบายที่ภาษาพูดได้อย่างนี้แต่ใจมันเป็นจริงมันเป็นจริงนะใจทำได้จริงแล้วก็คำนวนได้ขนาดนี้เราจะรับนี่เราไม่รับใจเราปล่อยแล้วก็จะทำอยู่ก็ไม่เป็นไรไม่ทุกข์ทนได้โดยง่ายทนได้โดยไม่ลำบากพ้นทุกข์ไม่มีการโทรมานัดไม่มีการเฝ้ามองไม่มีการเสียใจน้อยใจท้อแท้ใจห่อเหี่ยวใจโทรมใจในวิธีใดๆไม่มีสบายไม่กังวล คาน 1 อึดอัดไม่ขัดเคืองไม่มีปูไปรยาไม่มีความทุกข์ไม่มีการสั่งสมสาริกาอึดอัดก็คือสะสมลงไปด้วยนะเป็นอาสวะพัดมีปัญหาสำหรับสะสมไปด้วยไม่อึดไม่อาจไม่เก็บไม่เก็บไว้ไม่สะสมไว้ไม่ตกตะกอนไว้ไม่หมักหมมไม่มีอาสวะเหลือปล่อยหมดไม่มีธงและไม่มีอีกฝ่ายญาติฝ่ายญาติไม่มีก็ไม่มีอย่างนี้ก็เป็นผู้ที่สาวกของเราเป็นอันมากก็ได้บรรลุแล้วจึงพิมพ์ยาวโดยสารบารมีคืออาหารเสริมได้สิ่งเหล่านี้ไปนั้นเพราะอะไรและพระพุทธเจ้าก็อธิบายต่อไปเรื่อยๆว่าเป็นผู้ที่ได้ โพธิปักขิยธรรมในสติปัฏฐานต่อมาก็เป็นโพธิปักขิยธรรมเป็นหลักการหรือโพชฌงค์หรือโพชฌงค์เพราะจะปรับเกียร์ทำมีสติปัฏฐานขึ้นต้นสติปัฏฐาน 4 ไม่ใช่ติดสถานที่จะเกิดธรรมะวิจัยทำวิจัยก็คือตัวธรรมดาเพราะช่อง 7 เคยแยกให้ฟังนี่ถ้าไม่ได้อธิบายหมดถ้าหนูเรียกว่าตอนนี้ตัดยืดยาวตลอดตัวอภิญญา 6 ด้วยแต่จะไม่ยกมาใส่ไว้เพราะเกินต้องการไปวงเล็บปิดหนี้ของท่านผู้บัญชาการวางเงินไว้มีข้อที่ 5 รวมไปหมดจนกระทั่งถึงกับกินยาหมดก็จะขออธิบายภาพสิ่งผิดถึงในนั้นมันก็จะ สติปัฏฐาน 4 กายเวทนาจิตธรรม 14 เธอรู้สภาวะที่เรียกว่ากาโยกายกายในกายกายกายกายนอกกายเวทนาสาธุเหมือนกันเวทนาทั้งหยาบกลางละเอียดเวทนาลักษณะอาการอย่างนั้นอย่างนี้ความรู้สึกเวทนาความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์รู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์รู้หรือไม่รู้แม้แต่สุขไม่สุขไม่ทุกข์โดยไม่รู้หรือว่าจบโดยไม่รู้ตัวเลยว่าอภิชาอยู่หรือโมหะทุกโดยไม่รู้ตัวความรู้สึกอย่างนี้เราอ่านไม่ออกว่าเราทุกข์เพราะเราจะต้องอ่านจิตใจเสมอว่าตอนนี้เราจบเรื่องเราทุกข์ตอนนี้เราทนได้ก็ทนไม่ได้เราทนได้โดยยากถ้าเราทนได้โดยไม่ยากแต่จนได้ลำบากแล้วเราทนได้ ลำบากถ้ารถทนได้โดยจังหวัดลำปางตั้งตนอยู่ในความลำบากโดยใจยอมโดยใจไม่ถือสาเลยใจเห็นจริงก็ควรตั้งตนอยู่ในความลำบากอย่างนี้เธอกุศลธรรมเจริญยิ่งยิ่งและเราก็ปล่อยใจก็ยอมรับแล้วนี่แม้จะทนตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลธรรมเจริญเอามันก็ไม่หนักหนาอะไรถ้าตั้งใจสู้กันเพราะฉะนั้นบางคนที่เข้าใจจริงแล้วจึงตั้งตนอยู่ในความลำบากเสมอและจะเข้าใจว่าการตั้งส่วนในความลำบากมันมีการอดทนมันมีกระบะทำมันมีธรรมะมีขันติมีการสัจจะธรรมตอนนี้ผลส่งเสริมให้เราเจริญยิ่งขึ้นอยู่เรื่อยๆเพราะไม่มีปัญหาอะไรมันมีความเพียรเพราะนอกจากจะรับประทานแล้วก็มีมันก็จะเติมอินทรีย์พละ มีกี่บาทก่อนมีความเพียรแล้วก็มีกี่บาทถ้าจะมาจากนี้สำนักประธานแล้วจะมีกี่บาทเคยให้ท่องเฉพาะที่จะทำมากเคยให้เข้าหัวใจอันแรกก็คือสติจากอันที่ 2 คือสัมมัปปธานอิอิอันแรกอิทธิบาทจิตที่ 2 อินทรีย์อะไรบ้างมีอะไรบ้างพระมีอะไรบ้างเป็นตัวท้ายก็สติจะสัมมัปปธานจริงๆก็คืออิทธิบาท อินทรีย์พระทะลึ่งพระพระอิฐพระอีกอันนึงก็คือโพชฌงค์พละกับโพชฌงค์พอ 2 ตัวก็คือมรรคองค์ 8 พระองค์ 8 นี่มันรวมกันแล้วเป็น 37 ปีสติปัญญา 48 อิทธิบาท 4 เป็น 12 12 อินทรีย์พละอินทรีย์ 5 พละ 5 10 เป็น 22 22 + โพชฌงค์ 7 เป็น 29 29 + 8 เป็น 37 มี 37 นี่เขาเรียกโพธิสัตว์ที่ทำ 37 ไปคุยกับท่านพวกพระอภิธรรมแล้วก็ดีนะถ้าใครกล่าวถึงโพธิธรรม 31 ด้วยกันมีปริญญามีปริญญา ก็ถือว่าสำคัญนะพอที่ฝากเฮียถามแล้วก็จริงแต่แล้วก็จริงถ้าเราปฏิบัติธรรมมีสภาพมีสติมีโพชฌงค์มีสติมีธรรมเอาไว้จะยะมีวิริยะแล้วก็เกิดปิติปัดติอย่างที่ผมเคยอธิบายสู่ฟังโดยสภาพธรรมมันเกิดสภาพนี้จริงๆมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่แล้วเราก็วิจัยวิจารณ์อยู่รู้ดีรู้ชั่วแต่รับประทานนั่นก็คือวิจัยวิจารณ์สำหรับประธานไม่มีอะไรหรอกให้มีสังวรประธานให้มีประหารประธานมีอนุรักษ์ธนาประธานในภาวนาประทานก็มีปัญหาอะไรมันเป็นอย่างนั้นให้มันตั้งลงไม่ได้ให้มันเกินไปเกินไป แต่พี่ก็เอาไปเปลี่ยนแปลคำว่า Supply Facebook หรือเปล่าว่าเกิดให้เกิดสภาพนั้นแหละอุปทานหรือประธานให้เกิดสภาพที่มันหยั่งลงทางที่จริงมันแปลว่าแปลว่าสระออกแปลว่าหยั่งลงยังการหลุดออกอย่างการสละออกลงไปให้ได้และเป็นความหมายถ้าเกิดอันนี้อย่างลงให้จริงเกิดสภาพที่เรารู้แล้วว่าอย่างนี้เราเคยติดเคยยึดมากๆให้มันตัดออกให้มันสลับออกให้มันใหญ่มันหลุดออกให้ได้เรียกว่าสั่งสมเพราะอธิบายโดยประธานเองทั้ง 4 มีอะไร 1 ถาวรประธานคือรู้ตัวสังวรหมายความว่ารู้ดีรู้ชั่วอันไหนเป็นคนออกอยากให้ออกทั้งวันอัน เปิดไฟฉายประกอบด้วยความประเสริฐสังวรรักนี่ประกอบทั้งประกอบพร้อมวาระประเสริฐจงให้ดูมันดียิ่งขึ้นให้ปรับปรุงดียิ่งขึ้นทั้งหมดทั้งหมดปัญหาก็คือดูสังวรดูทั้งดวงดูอันไหนควรจะตัดขาดอะไรที่เราจะมาทานหรืออันไหนที่เราเข้าใจอยู่แล้วว่าจะไม่ให้เกิดไม่มีไม่เป็นอย่าให้เกิดจะดับจะฆ่าจะทำให้สูญก็ให้ศูนย์อันไหนที่ควรจงไว้รักษาไว้มีอยู่ดีอยู่ก็อย่าให้มันสูญไปอย่าให้มันน้อยไปถ้าให้ดียิ่งขึ้นก็ทำส่วนไหนที่จะให้แข็งขันยิ่งขึ้นให้ดียิ่งขึ้นเจริญยิ่งขึ้นเข้าใจให้ตลอดและทำอย่างนี้ให้ได้ยังไม่พอก็อธิบายสนับสนุนให้มีประหารสถานก็ทำลายให้ฉิบหายเอาให้แรงรถติดนี่แหละมันสำคัญตัวที่มันไม่เข้าท่าตัวที่ร้านอาหารก็ทานให้มีตัวเห็น อนุรักษ์พัฒนาสถานเมื่อได้อย่างนั้นทรงไว้ในส่วนที่เราได้ทำอาการอย่างนี้ได้ดีแล้วดีแล้วรักษาดีอย่าให้คล่องอยากให้เอนเอียงอย่าให้เสื่อมส่วนที่ยังไม่ดีเลือดออกเป็นมาเป็นออกทำมาวิจัยออกคือถ้ารับประทานกับตัวธรรมะวิจัยคือตัวเดียวกันที่ใจอย่างนี้แล้วส่งมาอย่างที่คุณทำมันแปลว่าการส่งไว้นี่กลายเป็นว่ารู้แปลว่าเห็นแต่ว่าเลือกเป็นแต่ว่าใส่ซองแต่ว่าพิจารณาพิจารณาพิจารณาพิจารณาพิจารณาแต่จะเลือกเอาส่วนไม่ดีไว้ทรงไว้แผ่นดินอนุรักษ์รักษาภาวนาประทานบริบูรณ์ภาวนาถึงผลนึกถึงผลก่อนแต่บางทีก็อธิบายภาวนาประทานของอนุรักษ์ ภาวนาภาษาไทยหมายความว่าบรรลุธรรมภาวนานี้เป็นการเกิดผลเกิดผลแล้วก็รักษาผลนั้นไว้แล้วก็ทำผลใหม่ที่ยิ่งๆขึ้นไปอีกเนี่ยเป็นการเสริมสร้างมาตรฐานคือสำหรับประธานถึงจะทำอย่างนี้ได้มันก็เป็นผลแล้วไม่ต้องมีอะไรอื่นต่อถ้าเป็นประธานตัวเดียวถ้าทำถูกก็ตัวเดียวและมีสติแล้วก็รู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ธรรมะหรือความทรงจำที่ผิดรู้การส่งไว้ที่ดีไอ้ที่ไม่ดีอย่าให้ส่งไว้รู้สึกรู้ทุกข์รู้เวทนาที่ดีรู้สึกจิตรู้เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณอันไหนที่มันควรจะขายให้มันสังขารปรุงให้มันตรงอันไหนที่ไม่ควรปรุงอย่าให้มันคุ้มรู้เวทนาสัญญากำหนดไว้ก็กำหนดไว้อันนั้นไม่ เหมือนกันจะรู้ธรรมะวิจัยและก็พยายามส่งไว้ทำในธรรมให้รู้ธรรมที่มีฉันมีเชิงละเอียดการสูงสุดมีเหตุมีผลตลอดเวลารู้ธรรมในธรรมลึกซึ้งละเอียดสุขุมก็นี่แต่ท่านเข้าใจสติปัฏฐาน 4 เท่านั้นให้พิสดารก็คือเอาไอ้พวกเนี้ยมาอธิบายว่าแต่ออกไม่ต้องใช้ภาษาหัวข้อของแล้วมันก็ผ่านอีกทีบาทอินทรีย์พลพลมั่นคงแต่ไม่ต้องอธิบายไม่ต้องใช้ภาษาตรงนี้จะอธิบายเป็นภาษาสบายๆภาษาที่ไม่ตั้งหัวข้อก็ได้คนรู้ก็ไม่จำเป็นต้องเอาหัวข้อถ้าคนที่จำเป็นทำหัวข้อ หรือไม่จำเป็นก็ตามมันก็ควรอธิบายไปแล้วก็ตั้งหัวข้อคำเหมือนหัวข้อเป็นคาถาให้ใช้แล้วก็จำไว้หรือเป็นระยะแล้วก็จะจำได้ดีแล้วก็อธิบายไปอีกมันก็จะมาสรุปเป็นหัวข้อสรุปเป็นคาถาไว้มันก็จำได้ง่ายขอให้มันเป็นหัวข้อสั้นๆเลยพอบอกจะรับประทานปั๊บเข้าใจเออขยายออกไปโดยเฉพาะประธานก็คือธรรมวิทยาขั้นกว่านั้นอีกทำวิธีย่านทุกท่านก่อนจะรับประทานเพราะสติปัฏฐานเข้าใจเวทนาเข้าใจ 1 ตัวเวทนาคือความรู้สึกกายก็คือตัวรูปกลายเป็นรูปเวทนาคือนามสกุลจริงจนกระทั่งแม้จิตนั้นเป็นลูกศิษย์นั้นเป็นกายก็ได้จิตได้เป็นสิ่งที่ยืนหยัดก็เป็นรูปธรรมารมณ์เป็น อธิบายเป็นคนคืออะไรมีอารมณ์ต้องจิตมีสภาพอย่างนั้นเข้าใจแล้วเราก็เลือกเป็นรูปกระจิตอรูปกระจิดเราถือว่าเป็นกายตอนนี้ไม่ใช่หยาบแล้วเอาแต่จิตเลยทีเดียวเจตนาตัวไหนที่มันจะให้ลาออกทางออกตั้งแต่รูปนี่ถือว่าหยาบอะรูปถือว่าละเอียดลงไปเราจะเอารูปให้มันเล็กๆจนกระทั่งถึงจิตฉันละเอียดเป็นสารรูปเป็นสิ่งที่บางเบาอารมณ์เล็กน้อยเป็นธรรมารมณ์เล็กน้อยกับรูปของอารมณ์จิตให้ได้ในเคยรู้ทำอารมณ์และทรงไว้ซึ่งธรรมะส่งไว้ซึ่งกุศลธรรมทรงไว้ซึ่งอารมณ์ที่ดีที่สุดอารมณ์ที่ประเสริฐที่สุดอารมณ์ที่มีทั้งปัญญาและที่สุดก็คืออารมณ์ที่มีปัญญาและมนุษย์ ปัญญาที่เป็นประโยชน์ปัญญาที่หมดตัวหมดตนปัญญาที่หมดโลภะโทสะโมหะอารมณ์หรืออาการของโลภะเป็นยังไงแม้แต่ละเอียดสุดอารมณ์ของโทรศัพท์อย่างละเอียดเป็นยังไงอารมณ์ก็โมหะอย่างละเอียดเป็นยังไงรู้จริงแล้วก็จนกระทั่งไม่มีก็รู้ว่าอารมณ์ที่ประเสริฐเป็นอารมณ์จิตเป็นธรรมารมณ์ชั้นสูงเป็นธรรมในธรรมเราก็ส่งไว้ซึ่งทำอารมณ์ที่เป็นอารมณ์นิพพานใช้ภาษาอารมณ์ที่มันกลางคืออารมณ์ที่ผ่านคืออารมณ์ที่มีญาณและอารมณ์ที่มีวิชาสูงสุดเป็นพุทธามีอารมณ์ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์ ดับความรับรู้ของจิตไม่ใช่นิพพานคือสภาพที่มีอารมณ์สภาพที่มีความรับรู้ของจิตมีความรับรู้ของจิตมีปัญญารู้เข้าใจอย่างชัดแจ้งไม่สงสัยเลยว่านี่เป็นสภาพจิตที่ดีที่ประเสริฐหมดทุกข์ของเราถ้าเราจะตั้งหน้ารับทุกข์หรือรับความทนได้ยากก็เป็นเราตั้งหน้าเราจะตั้งตนอยู่ในความลำบากก็เป็นเราตั้งใจเราและตั้งใจรับความลำบากนี้ตอนลงไปจากในการรับความลำบากมีเรารู้ว่าเป็นกุศลแล้วก็ทำอย่างพอใจทำอย่างรู้ดีทำอย่างดีแม้จะเหนื่อยขนาดนี้ไม่เหนื่อยแล้วนะแต่ว่าไปฝึกฝนนี่เราจะยังกุศลให้ถึงพร้อมเป็นประโยชน์ไม่มีแต่ประโยชน์ แกต้องชนะจัดวงชนกับมวลมนุษย์ชาติพหุชนะคือตายะชั้นเป็นประโยชน์กับปวงชนแล้วจะเกื้อกูลเขาถ้าคุณชนะสุขาทำแล้วเขาจะได้เป็นสุขเราเองเรานั้นไม่มีปัญหาอะไรเราทำตอนนี้เป็นแต่เพียงเราใช้กำลังเพิ่มประชาชนด้วยความลำบากหน่อยเราพยายามขวนขวายพากเพียรหน่อยเสียสละอาจจะเหนื่อยอาจจะไม่หนักหน่อยแต่เราก็ทนได้ของเรานี่แหละเราพอใจจะทนมันไม่มีปัญหาเลยถ้าเราพอใจจะทนเนื่องจากว่าเรารังเกียจเหยียดฉันเราไม่พอใจจะทนนั่นแหละมันจะทุกข์แม้มันไม่ต้องทนเลยมันนิดเดียวก็ไม่เอาไอ้นั่นมันจิตเราถ้ากินแล้วยังไงเราก็สู้ยังไงเราก็ทนได้หนักขนาดไหนก็ทน ผู้ชายเห็นแล้วจะตายก็ทนจริงๆนะทนเจ็บทนปวดเก่งอยากสวยแล้วไงก็ทนได้ถ้าลงมันทนแล้วคุณไม่สบายปลื้มใจจุติรื่นเริงเบิกบานทั้งวันทั้งคืนไม่มีอะไรซะด้วยถ้าจำไม่ได้แล้วนิดเดียวก็พอแล้วประท้วงอะไรออกมาเป็นผลที่เป็นเจ็บเป็นปวดเป็นเฉพาะอย่างนี้เป็นบางทีเป็นเพราะน้ำหนักด้วยจิตมันร้ายติดหนี้ตัวนี้สำคัญมากมันก็จิตมันวางมันปล่อยแล้วเป็นยังไงก็ไม่มีอะไรทุกข์อะไรไม่มีออกมาทางจิตทางกายไม่มีทั้งนั้นนี่มันตัวของเราปรับปรุงจิตให้ดีแล้วก็เรารู้กำหนดวันนี้เราจะทนต้องทนจะทนขวนขวาย ถ้าเราไปวิริยะอุตสาหะก็ที่เราเองนั่นแหละก็เราว่าเรามีทำใจแล้วเราก็มีวิริยะมีโทษส่งวิริยะคืออะไรขยายออกเป็นยานี่คือฐานคือตัวย่อเพราะเรารู้สติปัฏฐาน เป็นแกนนำนี่แหละตัวเก่าครับภาพเขียนขยันมุกอยู่มุกอยู่ถ้าอยากจะทำทีเดียวจิตมีเท่าไหร่เอาจิตเข้าไปใส่ใจเอาจิตเข้าไปจดจ่ออยู่ตอนนี้อันอื่นตัดหมดไม่ต้องให้อะไรมากวนแต่ก็ทำได้มันก็ไม่มีอะไรทุกข์มันก็อยู่กับอันนี้มันป๋าดัดแปลงปรับปรุงพัฒนาให้มันดีขึ้นมันก็ต้องเจริญไม่เป็นวิริยะองค์คุณอย่างนี้วิริยะก็มาเป็นสิบบาทจะเกิดผลดีจะเก่งถ้าเกิดบทบาทที่มีความเก่งความเจริญวิริยะและก็จะมีผลต่อมนุษย์ 5:00 น เกิดสติเกิดไม่ใช่เกิดศรัทธาศรัทธาสติวิริยะสมาธิปัญญามี 5 พละ 5 ก็เหมือนกันมีศรัทธาสติปัญญาสมาธิปัญญาเหมือนกันนะพละ 5 เหมือนกันมันจะเกิดการสั่งสมลงไปสั่งสมลงไปเป็นปิติเป็นปัจจัยสำคัญจะเขียนคู่ให้ดูอย่างดีเลยเข้าใจง่ายมิติที่เคยอธิบายสั้นๆเป็นภาษาไทยว่าเกิดแก่ดีดีมันรู้ดีแล้วมันก็ยินดีมันเห็นมันเข้าใจดีแล้วมันก็ยินดียิน ภาษาไทยมันโน้มน้าวมาในทางที่ชอบใจหน่อยแล้วก็ได้ก็ถูกแล้วล่ะนั่นแหละมันรู้ดีแล้วมันก็เห็นดีแล้วมันก็ยินดีแล้วมันก็พอใจจะเอาแสดงว่าตัวฉันทำมันเกิดผลเต็มแสดงว่าอิทธิบาททำงานได้ผลก็ได้ผลแล้วมันก็ไม่นายแดงแล้วก็เกิดเป็นจริงๆสั่งสมลงกล้าแข็งแรงขึ้นและมีแต่ส่วนดีที่สะสมให้ได้เกิดศรัทธาเชื่อมั่นเห็นจริงเชื่อแม่เกิดสติก็แข็งแรงยิ่งขึ้นสติก็คือมันเต็มร้อยตัวเรารู้สึกตัวเต็มที่เต็มมีวิริยะภาคเรียนก็ยิ่งมันดีมันก็ยิ่งจะวิริยะอุตสาหะและคนเรามันไปเจอหมอเพชรบอกพลอยแล้วโอ้โหคุณใหญ่เลยมือแตกแล้วก็ยังยอมคุณใหญ่เลยเพราะมันได้ได้เพชรได้พลอยสมใจขึ้นมาบ้างมันติดใจมันได้ของพัฒนาสมใจเพราะยิ่ง บาทหรือว่ามีพากเพียรที่ได้ก็ยิ่งได้มีศรัทธามีสติสติก็ยิ่งเต็มยิ่งตื่นไปไม่รับเหมือนคนไปขุดบ่อเพชรบ่อพลอย 2 อย่างแล้วตีหนึ่งแล้วกลัวคนจะไม่เห็นบอกเป็นต่อไปฉันต้องรีบโกยรีบขุดไม่มีง่วงนอนเลยตื่นๆอยู่คืนแล้วคืนเล่า 2 คืนไม่นอนก็ได้กูยิ่งพูดยิ่งเจอเพชรยิ่งคุณยิ่งเจอเพชรคุณเชื่อไหมว่าคุณไม่หลับเลยเออยิ่งกว่านี้โอ้โหยิ่งกว่ายิ่งเจอเพชรยิ่งเจอสมบัติควรจะมีสติเต็มกูจะตื่นๆๆคุณไม่หลับผมความพยายามที่เราจะมีพยายามอยู่เท่า ไม่รู้มันจะสั่งสมไม่รู้มันจะเป็นขบวนการอุดหนุนมาจากไหนอุดหนุนๆๆเข้าไปวิริยะวิริยะวิริยะถึงแม้ว่าอินทรีย์มันจะเติมอย่างนั้นสติจะพาและมีสติศรัทธามันเชื่อมันเห็นจริงมันดีมันหมั้นมันเข้าใจแล้วมันเห็นแท้ด้วยมันมีของจริงด้วยมันก็จะติดคือตื่นโทรผมไม่มีหลับไม่มีอ่อนแอสติไม่ดีไม่อ่อนลงเลยเต็มๆรับรู้รับเห็นเกิดวิริยะเพื่อนนี่แหละคือเกิดสมัยอธิบายการทำมันลงท้ายด้วยอันยิ่งใหญ่กว่าจะสมาธิเกิดจิตอันยิ่งเกิดจิตถ้าเกิดว่าหลุด กิเลสกิเลสมันก็จะหลุดลงไปกรรมฐานก็จะสมถะเพราะเห็นชัดจะเกิดปัญญาที่มีเป็นพันท้าย NGV ปั้นดินฟรีเกิดปัญญาเห็นไม่ได้เห็นอะไรเห็นว่าสิ่งชั่วนั้นได้ขุดออกขุดออกอย่างนี้อธิบายย้อนเมื่อกี้อธิบายถูกอธิบายมันก็อย่าไปเจอเพชรได้เพชรทีนี้อธิบายว่าเป็นการตัดกิเลสตัณหาปัญหาการขุดเพชรสมมติว่าคือการละกิเลสออกนั่นเองเราได้จิตที่สะอาดบริสุทธิ์นั่นคือเพชรเราควรเอากิเลสตัณหาออกนั่นคือเราสมมุติสมมุติ สงบสงัดสำรวมปลดปล่อยจากที่เราเคยเขยิบขยะเคยติดเคยกระดุมกระดานเคยหลงโลกโลกียะเปื้อนโหนกห้อมล้อมยิ่งสะอาดเข้าสะอาดเท่าเทียมเข้าเล็กเข้าน้อยเข้ายิ่งสุดท้ายก็เหลือถึงจะตายรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าเป็นจริงเท่านั้นเป็นธาตุครูนอกจากนั้นเป็นมายาเป็นของสมมุติโลกถ้าสมมุติว่าดีว่าชั่วเราไม่หลอกไม่ต้องดีต้องชั่วกับเขาแต่เรารู้ว่าสิ่งนี้เป็นดีถ้าเราจะมีกรรมเริ่มตั้งแต่มโนขึ้นมามีอะไรรับรู้ขึ้นมาเป็นกรรมเป็นตัวการงานของคุณจะต้องรู้การงานบริการงานเราต้องสำนึกดีมีวิธีกรรมดีมีการประกอบอาชีพ กินต๊อกแต๊กอยู่อย่างดีมีการงานนี้เขาเรียกว่างานแล้วงานทางกายงานทางบัญชีแล้วงานตามใจไม่ต้องพูดถึงเรารู้ของเราเราจะปรุงเราจะสังขารเราจะประกอบเราจะคิดจะนึกเราจะสั่งให้มันมาทำจะต้องรอมาตั้งแต่จิตเลยว่าต้องทำอย่างนี้ถึงจะดีสาระอย่างนี้บุคคลอย่างนี้มีสิ่งนี้ต้องอย่างนี้ถึงจะดีกายกรรมต้องเป็นอย่างนี้จริงๆวจีกรรมเป็นอย่างนี้จึงจะดีพอเหมาะสมมีกับกรมตำรวจ 7 ประการพร้อมในการที่จะทำออกมามันก็จะงามงามงามงามงามงามงามงามงามเป็นกุศลกรรมถึงเราจะทำงานปานใดก็ไม่ใช่ของเราไม่ได้หลงว่าเป็นของของเราใครไม่แตะมันต้องก็ไม่ได้หรือใครมาถึงย่ำยีเธอก็จะทุกข์ไม่ทุกข์ถ้าคนเลวคนชั่วทรงจำดีของดีไม่ได้ตัดกระทำรู้พอทำเสร็จปั๊บไม่รู้คนชั่วมาจากไหน ฟันบรรลัยพังเลยทำลายทำร้ายมึงเลยแล้วก็เออก็คนชั่วมันต้องทำลายความดีเป็นของแม่ศัตรูของมันคู่ของมันเราก็รู้ว่าเออตอนนี้เราก็ไม่เก่งนะไปดูรอบๆนี้คนชั่วมันมีฤทธิ์มีแรงอยู่นี่ไม่รู้ระวังเราโง่เองที่โกรธเค้าไม่ได้เราโกรธเราโง่อีกที่มันซับซ้อนแต่ว่าเราจะก่อกำไรรู้แล้วว่าชีวิตมันแสนง่ายใครสงสัยว่าชีวิตทุกวันนี้กูจะดิ้นรนอะไรมากกว่านี้คุณต้องขายไหมวัตถุ แต่วัตถุอบายมุขลาภยศรูปรัชกาลที่ 10 บ้างหรือไม่เหลือเศษก็ตามเนี่ยผมสมมุติว่าคุณอาจจะเป็นธนาคารของจมูกลิ้นกายคุณไม่สงสัยถูกลบเป็นเสียงสัมผัสคุณไม่ทุกข์ไม่สุขก็คุณสบายแล้วคุณไม่เดือดร้อนแล้วคุณรับรู้มีสติสัมปชัญญะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งคุณไม่ได้แล้วคุณเองคุณก็ไม่ประมาทดีอยู่มีใครอยู่ฝ่ายอยู่มีรีโมทจะยังมีที่ราคาลูกปัดสีมีนิโรธารามในการปฏิบัติในการทุกลมหายใจเข้าออกคุณก็ไม่ประมาทคุณทำอยู่ทำอยู่คุณไม่แคร์ไม่เดือดร้อนคุณอาจหาญชาญชัยเพราะรู้ไหมแน่ใจมั้ยเพราะฉะนั้นแม้แต่ลาบยศมัน ทำให้คุณหวั่นไหวขนาดใดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเนี่ยโลกขั้นกลางอย่างไรจนที่สุดแม้แต่โรคขาดแต่มันที่ผมเน้นมันเรื่องละเอียดจิตกระทบสิทธิ์เสียงกระทบอะไรแต่ไม่ใช่เสียงเพราะลาภยศสรรเสริญออกจากการถือตัวเป็นมานะเนี่ยมันเข้าไปอัตตาอย่างนั้นแต่เป็นพระศาสนาเป็นมานะเป็นการถือดีทั้งๆที่จริงไม่มีแม้เขาไม่ถูกแต่เรารู้ว่าดีถึงขนาดนั้นเราจะไปยึดมั่นถือมั่นและดีนะจะเกินไปทั้งๆที่มันยังทำไม่ได้แต่ผมก็ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่มากเกินไปจนโกรธกันคืนจนแค้นเขาไม่ตามใจเราเป็นอัตตาธิปไตยก็โกรธก็เคืองก็ยอมเอาขาวๆอะไรอย่างนี้หรือว่ารุนแรงขึ้นมาขึ้นทะเลาะเบาะแว้งทำเลวทำเสื่อม เรายึดมั่นเกินไปก็เป็นมรณะทั้งสิ้นจนกระทั่งจิตใจของเรานอกจากแข็งเกินไปแล้วจะอ่อนเกินไปหรือไม่จะรู้จักและสภาพที่หวั่นไหวของจิตพุทธจักรจุดต่างๆเป็นการเศษกิเลสที่เหลือเศษที่ว่ามันปูไปๆไปมันตรงไปมากไปหรือน้อยไปในส่วนใดๆก็คงจะจับยังมีสภาพที่ยังออกมาให้รับเองรู้ว่ามันยังสะพานวันไว้มันเป็นอย่างที่เรียกว่าแล้วพอไหวปุ๊บเราก็รู้ตัวแล้วก็อายหลายๆคนเป็นอุทิศจากต่างๆแล้วก็จะรู้แม้เราเองไม่มีอุปสรรคแล้วไม่มีการทำคานไม่มีการเดือดร้อนไม่รู้ทายาทนั้นคุณก็สบายใจอยู่ในอุตสาหกรรม ในส่วนตัวละเอียดตัวลึกซึ้งผมก็จะรู้เป็นปัญญาเป็นสมาธิสมาธิคือตัวรู้จิตรู้จิตอันยิ่งอธิจิตธรรมะบอกอาทิตย์รู้ตัวที่ส่งไว้สักแปลว่าประกอบมากคือจิตโดยรากของมาลีจะมีประกอบด้วยมีมะก็คือจิตยังมีจิตอย่าง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive