210113-162 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน162-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์191 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ศุกร์ที่ 13 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำบัตรกันต่อในสุราษฎร์ธานีที่ได้สรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอเนกประการถ้าเราได้ขยายความกันมาจนกระทั่งถึงในประเด็นหรือในแง่ที่ศูนย์ราชการได้สรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ว่าการเป็นคนหนุ่มแน่นมีผมสีดำประกอบด้วยยาวที่กำลังเจริญตั้งอยู่ในปฐมวัยออกจากเรือนบวชไม่หวังประโยชน์เกื้อกูลด้วยเดือนนั้นน่ะเป็นจุดที่มีไม่ได้ง่ายเป็นจุดที่น่ายกย่องให้เป็นความน่ายกย่องไม่ใช่ไปยกย่องเอาหมึกแก่แล้วผมขาวผมหงอกหนังเหี่ยวเป็นปัจฉิมวัยแล้วค่อยออกจากเรือนบวชไม่หวังประโยชน์เกื้อกูลได้เดือนไอ้ตอนแก่ๆโน่นไอ้อย่างนั้นมันไม่น่ายกย่องอะไรไม่น่าสรรเสริญอะไร เป็นของประหลาดเป็นของมหัศจรรย์ที่คนหนุ่มคนแน่นผมยังดำมีผมยังดำวัยกำลังเจริญหรือไวน์เป็นประถมอย่างนี้ออกมาบวชเนี่ยมันน่าประหลาดและการบวชขณะเมื่อมารดาบิดาไม่ปรารถนาให้ออกบวชกำลังมีหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาแล้วเราก็บวชมีแง่นะพระพุทธองค์มีแง่อย่างนี้พระพุทธองค์ได้เป็นผู้ที่เป็นอย่างนี้ท่านออกบวชเมื่อผมยังดำท่านออกบวชเมื่อมารดาบิดาไม่ปรารถนาให้ออกบวชกำลังมีหน้านอง มาส่งกันแสงอยู่กลับเป็นประเด็นที่ดีเป็นประเด็นที่เด่นที่น่าเคารพกล่าวว่าหน้าเข้าไปหาเราน่าเข้าไปหาไปเฝ้าพระพุทธเจ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้ามาเฝ้าเรามาเข้ามาหาเราไม่ใช่เป็นแง่ที่เด่นเป็นแง่ที่เหลือเป็นแง่ที่น่าสรรเสริญที่ออกมาบวชแล้วพ่อแม่ร้องไห้ตามไม่อยากให้ออกบวชแล้วเราก็จะออกมาบวชได้จะได้กำชับกัญชาไปแล้วว่าเราต้องดูหน้าที่ดูภาระดูกิจการว่าเราควรจะช่วยพ่อแม่หรือว่าพ่อแม่สมควรแล้วหรือที่เราจะออกมาแต่แม้จะออกว่าแม้จะภาระดีแล้วแล้วเราออกมาได้ มันก็ต้องออกมาแม่จะร้องไห้อย่างไรในแต่หน้าน้องน้ำตาอย่างไรการที่ทำได

อ่านต่อ

้ถึงขนาดปานเช่นนี้มันเป็นของน่ายกย่องเพราะว่าถ้าเราจะไปไหนก็ต้องมีคนรักต้องมีคนดีและต้องมีความคนเห็นความดีของเราไม่ว่าพ่อแม่ยิ่งพ่อแม่แล้วก็รักลูกไม่อยากให้ลูกจากไปจะจากไปก็จะมาน้องน้ำตาแสดงถึงความเยื่อใยแสดงถึงความดีถ้าพ่อแม่ไม่ย้ายดีจะไปไหนก็ไปไล่ส่งไอ้อย่างนั้นไม่ใช่ความดีไม่มีเยื่อใยอย่าว่าแต่พ่อแม่เลยคนอื่นก็เหมือนกันเราไปไหนถ้าเผื่อ เราจะออกจากที่นั่นแล้วเขาก็อะไรร้องไห้แล้วเราก็ไปแต่อย่างนี้มันก็เป็นผลดีมันมองในแง่ที่เห็นในแง่เห็นเป็นประเด็นมันก็เป็นส่วนที่แสดงถึงความดีไม่ใช่ว่าเราอยู่ที่ไหนเขาก็ชังเขาก็ไล่ไม่ใช่อย่าว่าจะเอาแง่ของแม่ของพ่อเลยคนอื่นก็เห็นได้อย่างนี้เราจะเข้าใจได้เป็นประเด็นเห็นชัดๆที่มันดูเหมือนบางทีเรามองแล้วเป็นไม่ดีอย่างเรามองว่าเอ้อออกมาบวชแล้วให้พ่อแม่ร้องไห้ร้องห่มนี่เป็นความเลวแบบสนทนากลับเห็นว่าเป็นความดีเป็นความน่าสรรเสริญโดยที่เราออกมาบวชขนาดพ่อแม่ หน้าน้องน้ำตายแล้วยังออกมาบวชได้เป็นของประเสริฐถ้าเรื่องนี้พูดไปมากเดี๋ยวจะเป็นการยั่วยุจนเกินไปก็บอกให้เห็นพอบอกให้เข้าใจให้มองเห็นได้ว่ามันเป็นจุดน่าสรรเสริญด้วยซ้ำมันมีแง่จริงๆเห็นได้ชัดเราจะต้องทำความเข้าใจจริงๆถ้าต่อมาพระสมณโคดมมีรูปผายควรแก่การดูเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสประกอบด้วยความงามแห่งผิวพรรณเป็นอย่างยิ่งมีผิวพรรณเหมือนมหาพรหมมีทรวดทรงเหมือนมหาพรหมน่าดูไม่ใช่เล็กน้อย ถ้าอย่างนี้ต่างหากที่เราควรจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าไม่ใช่ให้พระพุทธเจ้ามาหาเราเราควรนอกน้อมเข้าไปหาไม่ใช่ให้พระพุทธเจ้านอบน้อมมาหาเราเราต้องถ่อมตนก็ไปหาน้องก็ไปหาต่างหากทำมีรูปพึ่งหายควรแก่การดูเป็นที่ตั้งความเลื่อมใสมีผิวพรรณงามต่างๆพวกนี้ก็หมายความว่าส่วนในรูปจากในอะไรก็ต่างๆอย่างโลกที่เขายกย่องท่านก็เป็นคนมีมีส่วนที่ทั้งรูปหยาบก็มีด้วยว่าเป็นส่วนผสมเป็นส่วนดีเท่าที่โลกสมมุติ มันพรั่งพร้อมไปหมดทั้งสมมุตินอกๆมาให้เห็นนอกในสลับซับซ้อนไปหมดเพราะเราจะเป็นคนดีจึงไม่ได้หมายความว่าจิตว่างจิตดีข้างนอกไม่มีข้างนอกอาจจะเป็นยังไงก็ได้ชั่วๆก็ได้ก็ยังไม่พร้อมถ้าพร้อมบ้านนอกมันก็ต้องดีลูกนอกก็ต้องดีตามที่โลกเขาสมุดก็ดีด้วยปรมัตถ์เราก็ดีส่วนนายก็ดีต้องให้มันสมควรไปทั้งหมดจึงจะครบเมื่อครบบริบูรณ์ไม่ให้ตกลงดีที่สุดถ้าสมมุติเป็นผู้มีศีลมีศีลอัน มีศีลอันเป็นกุศลประกอบพร้อมด้วยศีลอันเป็นกุศลนอกจากจะงามพร้อมด้วยรูปเป็นวัตถุรูปนอกร่างกายเพิ่งหายแล้วยังงามพร้อมด้วยวรรณะถ้าใครเข้าใจว่าสมรรถหรือผู้ประเสริฐหรืออริยะเราดูวรรณะผิวพรรณด้วยสีเราไม่ได้ดูเด็กผิวเท่านั้นแล้วไม่ดูได้รู้ถึงผายผิวงามผิวพรรณอะไรต่างๆนานาเท่านั้นดูข้างนอกสนทนาดูผิวดูทั้งผิวกายเนื้อดูทั้งผิวกายจะทำดูในเนื้อ ไปอีกโป๊นี่ท่านมีวรรณะผิวพรรณละเอียดสูงส่งยิ่งใหญ่มีวรรณะใหญ่เพราะมีศีลมากมีศีลบริสุทธิ์มีศีลอันเป็นกุศลมีศีลอันประเสริฐประกอบพร้อมไปด้วยศีลมากนับได้ด้วยศีลมีศีล 5 ข้อก็มีวรรณะมีชั้นวรรณะแค่ 5 ข้อถ้ามีศีล 10 ข้อก็มีชั้นวรรณะ 10 ข้อมีศีล 100 ข้อบริสุทธิ์ก็มีวรรณะใหญ่ไปตามศีลนั้นจริงๆแต่ท่านบอกว่าผู้ที่เป็นสมรรถนะเป็นผู้ที่จะยกย่องว่าเป็นมุนีเป็นผู้ประเสริฐเป็นอริยะแท้เอาสีมาวัดผู้ใด เราด้วยศีลได้หรือไม่ผู้รู้ต้องเอาผู้รู้เพราะว่าการตู่เอาสีมาตัวนี้ผู้ท่องจำมาก็ได้จะเอาผู้รู้ผู้รู้ก็พูดท่องจำไม่เหมือนกันผู้ท่องจำมาก็เป็นแต่เพียงเข้าใจภาษาเข้าใจศีลเข้าใจอะไรมาแล้วก็ไปตีไปตู่เขานั้นตัวเองยังไม่ได้เป็นผู้ถึงผู้รู้แท้ผู้เป็นแท้แต่เอาไปตีเขาก็ได้แต่ถ้าผู้รู้แท้ผู้เป็นแท้แล้วจะดูเราด้วยสีได้หรือไม่ผู้ที่ดีผู้ที่ปฏิบัติพระโยคาวจรจะต้องต่อปัจจุบันบรมศาสดาของเราสอนไว้ใครจะมาสู่ ด้วยศีลได้หรือไม่อย่างเราทุกวันนี้โดยเฉพาะผมนี่เย็ดตูดพระต่างๆด้วยเอาศีลไปตู่เนี่ยไปทวงเอาศีลไปซัดเลยได้เยอะแยะมากมายทีเดียว 2 อันนี้ใครจะมาตรวจเราเราไม่ว่าศีลแค่ไหนข้อไหนเงื่อนไขเราก็สะอาดบริสุทธิ์ดูไม่ได้เราก็เป็นผู้มีวรรณะใดเป็นผู้มีศักดิ์ใหญ่วรรณะใหญ่เป็นผู้มีชั้นเชิงถ้าจะวัดว่าเป็นแบบศักดินาเป็นแบบชนชั้นเราก็จะเป็นชนชั้นที่ยายสูงจริงๆโดยเอาสีมาวัดถ้าเราบริสุทธิ์ศีลมากเราก็สักใหญ่มากสักดีงามมากมี หุ้นชั้นสูงเป็นคนชั้นสูงวัดได้เพราะเราก็จะต้องดูทั้งหมดรูปนอกรูปในบริบูรณ์สมพรแต่คนเราจะไปจัดสรรรูปนอกนั้นน่ะมันไม่ได้ง่ายนะยังงามไม่ได้งานอยู่ที่ผิวงามไม่ได้งามอยู่ที่ลูกแต่ถ้าเราจะทำให้มันงามได้ดีที่สุดก็จะต้องเข้าใจเนื้อหาสาระงานคือสะอาดเกลี้ยงเหมาะสมเบาไม่ใช่ไปหาเรื่องยุ่งเรื่องมากทำง่ายก็เบาเราสะอาดดีแล้วเราก็งามแล้วเราต้องรู้สาระอย่างทำศีลก็เป็นไปโดยปกติเหมือนกับเราสะอาดถึงง่าย ศีลเรามีศีลข้อนี้ข้อนี้เราก็ง่ายปกติสะอาดและง่ายเหมือนกันเพราะศีลที่เราศีลข้อนั้นข้อนี้คนอื่นเขาไม่สะอาดต่างๆเรียบร้อยเว้าๆแหว่งๆละเมิดบังไม่ละเมิดบ้างก็เรียกว่าผู้นั้นไม่สะอาดแล้วก็อย่าทำกับฝืนทนยากไม่ง่ายไม่ค่อยได้สบายๆเลยเรียกว่าเป็นผู้ที่ยังไม่บริบูรณ์หรือเป็นผู้ที่ยังไม่งามทำงานแล้วก็ต้องสะอาดง่ายร่าง รูปกายก็เหมือนกันถ้าร่างกายของเรางามก็คือมันสะอาดร่างกายของเราเป็นอยู่อย่างปกติเป็นอยู่อย่างง่ายๆไม่ต้องไปจะได้บุญอะไรกับมันมากได้เรียกว่ารายงานคนยิ่งไม่ต้องอาบน้ำเลยเดือนหนึ่งก็ไม่ต้องอาบน้ำไม่ต้องไปเป็นภาระไม่ต้องไปเป็นกังวลมันก็สะอาดมันก็ไม่ง่ายไม่ต้องเป็นภาระน่ะมันง่ายและไม่ต้องอาบน้ำนี่ผู้ที่ฟังชัดๆนะขนาดไม่ต้องอาบน้ำอาบท่าอะไรเลยมันก็สะอาดสะอ้านอยู่นั่นแสดงว่าผู้นั้นเนี่ยงามเพราะไม่อาบน้ำตั้งเป็นเดือนก็ยังได้ ก็ยังสะอาดอยู่ส่วนคนที่สกปรกมีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ต้องล้างต้องเช็ดต้องปัดต้องเปลี่ยนต้องถูต้องขัดถ้าอย่างนั้นยังไม่สะอาดไม่งามและอยู่ดีไม่ว่าดีเอาอะไรไปพ่อเอาอะไรไปหุ้มอะไรไปทาอะไรไปเปรอะเลอะเทอะเข้าไปให้แก่ตัวเองมากยิ่งขึ้นอีกด้วยแทนที่จะอยู่สะอาดสะอาดดีอย่างง่ายๆเราต้องไปเสียเวลาให้มันอีกไม่ง่ายนอกจากไม่ง่ายแล้วยังไปทำให้รกให้เลอะเทอะเปรอะเข้าไปอีกนั่นหรือคืองามคิดดูสิมองดูเห็นได้ชัดเรื่องของโลกีย์เรื่องของคนในโลกทำเรื่องของทางธรรมและปรับการรับจะต้อง มาแล้วก็ล้างๆแล้วก็เช็ดๆแล้วก็ถูกว่าจะหน้านี้ก็จะล้างเขาพ่อเขาไปแล้วก็เช็ดออก 1 ชั้นพ่ออีกเทสพ่ออีกเช็ดพ่ออีกเช็ดไม่เมื่อยหรือไงคิดดูซิเป็นภาระยุ่งยากแล้วก็ทำใส่ตนเองทั้งๆที่ตัวเราเองนี่มันจะมีเหงื่อมีใครมันจะมีฝุ่นมาจับได้มันจะมีไอ้นั่นไอ้นี่ที่เราจะต้องไปสัมผัสไปแตะแล้วมันก็จะสกปรกแล้วเราก็จำเป็นก็ต้องคอยล้างเอออย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องของธรรมดาธรรมชาติอันนี้ไม่หรอกตัวเองแท้ๆไปเอารถมอเตอร์ไซค์ไปเอาอะไรมาพ่อไปเอาอะไรมาใส่หุ้มเข้าไป อย่างนั้นไม่ใช่คนสะอาดคนที่ไม่ต้องใส่น้ำหอมคนนั้นสะอาดคนที่เอาน้ำหอมไปใส่แสดงว่าคนนั้นยิ่งยังสกปรกต่างหากจึงต้องใช้น้ำหอมเข้าไปเจาะเลือดใช้น้ำหอมก็ไปแก้ผ้ายิ่งใช้น้ำหอมเพื่อที่จะใส่ตัวเราให้ยั่วยวนคนอื่นก่อความรักจากคนอื่นก่อให้คนอื่นเกิดราคะคนนั้นยิ่งสกปรกในใจใหญ่ฟังดีๆนะคนในทางธรรมคนนั้นอยู่สกปรกในใจมากมีอย่างละคนที่เก่งคนที่ดีมันต้องช่วยคนอื่นลดราคาลดโทรศัพท์ความจริงจะเป็นคนดีไปทำให้คนอื่น ราคะมึงก็ชั่วตายชั่วนะฟังดีๆมองดีๆในเรื่องของคนในเรื่องของคนที่มีธรรมะมันต่างกันมากกับคนในโลกคนในโลกแล้วก็เอาน้ำหอมไปใส่ตัวเองให้ตัวเองหอมบอกแล้วว่ามีนัยยะว่าตัวเองเหม็นเค็มเกิดความเหม็นเท่านั้นใจของเราเพื่อมีจุดมุ่งหมายด้วยว่าจะให้คนอื่นเขาได้กลิ่นอย่างนี้แล้วชอบรักเกิดราคะเกิดปฏิพัทธ์คนนั้นลามกอีกใจไม่สะอาดอย่าว่าแต่กลิ่นเลย ใจคนนั้นไม่สะอาดอยู่แล้วไม่งามใจไม่งามไปด้วยคนอื่นเกิดราคะนั้นมันเป็นบาปเป็นใจไม่งามเป็นใจลามกโรคนี้ต้องช่วยกันให้ลดราคาลดโทสะว่าจะไปช่วยเร่งให้คนมีราคะมีโทรศัพท์บาปผู้หญิงที่ผู้หญิงที่แต่งตัวยั่วคนอยู่เนี่ยไม่รู้หรอกในทางโลกเขาไม่รู้ว่าเขาทำบาปก็หาเรื่องใส่ตัวก็หาเรื่องแก่คนอื่นให้คนอื่นเกิดราคะตัวเองก็หาเรื่องใส่ตัวโดยหลงว่าเราจะได้จะมีจะเป็นนั้นเป็นเป็นสุขเป็นความได้เปล่าเป็นทุกข์เป็นทุกข์เพราะเห็นทุกข์จะเห็นชัดเขาไม่รู้ ไม่รู้ไม่เข้าใจได้ง่ายๆแล้วเป็นกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองเราจะต้องเห็นให้ชัดว่านี่เป็นความงามหรือเป็นความสะอาดแม้รูปแม้จิตและแม้ในทางธรรมในการทำยังมีศีลที่ลึกที่ซึ้งที่ละเอียดละออวัดได้แล้วยิ่งเป็นคนมีวรรณะมีผิวพรรณไม่ต้องเห็นชัดๆเรามีปัญญาเห็นจะเข้าใจและทราบถึงว่ามันสมคอยร้อยกรองร้อยกรองร้อยเรียงกันไปไม่ขัดกันแต่ในทางโลกเขาขัดๆเขินๆอยู่เขาอะไรมันย้อนมันแย่งตัวเองอยู่ก็ไม่รู้เรื่องการมีความงามหรือมีความน่าดูผิวพรรณดีอะไรเนี่ย คือสะอาดมันจะเป็นใหญ่สะอาดและง่ายไม่เป็นภาระยังจะยกตัวอย่างให้ฟังเราไม่อาบน้ำสักเดือนไม่ต้องล้างหน้าไม่ต้องเช็ดไม่ต้องถูได้มันยิ่งเก่งยิ่งคนคนนั้นที่แสดงว่าสะอาดมากแต่ไม่ได้หมายความว่าเราทนเอาไม่ได้อาบน้ำก็เพราะว่าเราจะต้องทนเก่งเอาเก่งๆทั้งๆที่มันเครอะขี้ไคลก็เยอะแล้วเหม็นก็เหม็นแล้วก็ยังทนอันนั้นหมายความว่าทนลำบากทนเหม็นของเราดูซิมันรักนักไอ้กลิ่นเนื้อกลิ่นตัวนี้มันรูปเนื้อรูปตัวมันรักมันจะต้องหลงเอามันหอมมันดีแต่แท้จริงจะเห็นได้ชัดๆว่ามันที่จริงมันเหม็นจริงๆมันสกปรกนั่นก็เป็นมุมนึง เท่านั้นเองแล้วเราอยู่ได้โดยที่ไม่สกปรกไม่เหม็นอยู่ได้ตั้งเป็นเดือนแล้วแสดงว่าคนนั้นสะอาดแสดงว่าคนนั้นสะอาดใช้น้ำต้องล้างมากต้องใช้ของอะไรต้องเช็ดต้องถูมากเราก็สกปรกถ้าเราไม่ต้องเช็ดไม่ต้องล้างไม่ต้องอะไรมากแสดงว่าเราสะอาดอาทิตย์นี้คนเราเนี่ยมันเคยชินมันจะตื่นเช้ามาก็จะต้องล้างหน้าล้างตาสีฟันอาบน้ำแต่เกิดจิตติดชิ้นชิ้นก็ต้องทำเพราะว่าคนเรานี่สกปรกเยอะล้างต้องเช็ดต้องถูมาก แล้วก็เลยเป็นจารีตเป็นกิจกรรมสอนลูกสอนหลานสอนคนนั้นคนนี้ทั้งๆที่ลูกหลานไม่ได้เป็นอะไรแกไม่ได้เลอะเทอะอะไรก็ให้อาบน้ำให้ล้างหน้าล้างตาสีฟันทำอะไรต่ออะไรปัดขัดออกเป็นจารีตเป็นแบบเป็นรูปแบบในโลกโดยไม่ได้รู้ความจริงถ้าเผื่อว่าเด็กก็ตามผู้ใหญ่ก็ตามใครก็ตามก็หน้าตาเรารู้ของเราแล้วเราไม่ต้องล้างอะไรหน้าเราไม่ได้เปิดอะไรตื่นนอนมาไม่ได้เลอะอะไรนี่บางทีอากาศก็ไม่ร้อนไม่หนาวไม่มีอะไรที่มันจะออกมาเรานอนก็ไม่ได้ไปเกาะฝุ่นอะไรเดี๋ยวแม่ฟันของเราก็ไม่ได้ ไปเที่ยวไม่ได้ไปเลยไปเถอะอะไรก็ไม่ต้องเสียมันเป็นกิจกรรมเป็นรูปแบบเฉยๆไม่ต้องมีน้ำก็จะต้องอาบเพราะว่าเคยชินอาบแล้วสบายดีถ้าไม่อาบแล้วรู้สึกว่าร่างกายของเรามันไม่มันขาดอะไรอยู่มันเป็นอุปทานก็อาบให้มันหายอุปทานนั้นเท่านั้นเองทั้งๆที่เราก็ไม่ได้เลอะอะไรไม่ได้เปื้อนอะไรไม่ได้เป็นอะไรไม่ได้เน้นๆแต่ต้องอาบต้องล้างหน้าต้องสีฟันคนนั้นติดจารีตยังมีสีแล้วก็ตัดดราม่าจิตจารีตประเพณี 10 รูปแบบติดกิจกรรมที่เคยเคยตัวมีอุปทานอยู่เท่านั้นเองเพราะถ้าผู้ใดที่รู้ตัวเองก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่นาไม่ หลวงพ่อสะอาดแล้วฟันก็ไม่ต้องสีหรอกเพราะว่ามันสะอาดจริงต้องรู้จริงนะไม่ใช่ว่าฟันเหม็นอยู่ก็ไม่สีมันก็ไม่ใช่หน้าเลอะเทอะอย่างสกปรกเดี๋ยวดับอะไรแล้วก็แล้วก็เราก็ไม่ล้างก็ไม่ใช่ไม่ๆๆจริงๆมันอยู่มันก็ไม่มีอะไรหรอกเราไม่เหม็นแล้วก็สะอาดดีด้วยอยู่อย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเสียของไปเป็นภาระไปเปลืองเวลาที่จะต้องไปทำยิ่งไปอาบเล่นในสบายๆใจเป็นล้างให้มันสบายๆล้างแล้วมันก็สนุกดีต้องอ่านบางคนล้างได้สบายแล้วพระอาทิตย์หน้าไม่เป็นอะไรแต่ขอให้ได้ล้านขอให้ได้อาบน้ำสบาย เคยเป็นมาทุกคนน่ะถ้าเรารู้เราก็เคยทั้งนั้นทีนี้เราก็แก้ความสะอาดจึงไม่ได้อยู่ที่เราจะต้องล้างต้องเช็ดต้องถูด้วยไม่ต้องล้างไม่ต้องเช็ดต้องถูแล้วมันก็สะอาดอยู่จริงนั่นสิยิ่งสะอาดแท้ไม่ต้องเปลืองไม่ต้องเป็นภาระง่ายอย่างนี้ไปหาทางกลับไม่ต้องรู้มุมเหลี่ยมไปหาทางทำแล้วมันเป็นจริงเพราะผมเคยพูดว่าผมเองผมไม่เห็นได้ล้างหน้าล้างตาตื่นเช้าขึ้นมาก็ไม่เห็นจะต้องล้างนอกจากที่มันร้อนอากาศร้อนมีเหงื่อหรือว่าคิดมากใครอะไรติดอยู่รุ่งเช้ามาก็ต้องล้างใหม่อะไรอย่างนี้โดยเฉพาะยิงสีฟันแล้ว เรากินมื้อเดียวแล้วก็สีฟันแล้วเสร็จหลังกินต่อจากนั้นก็ไม่ได้กินอะไรแล้วไม่ได้มีอะไรปากของเราไม่มีอะไรเราไม่ได้ไปทำอะไรให้มันเลอะเทอะข้างในแล้วก็ล้างแล้วข้างในก็สะอาดดีก็เพราะเราก็ไม่ได้เป็นป่าช้าแล้วคือสีฟันนี่น่ะมันก็ไม่ได้ทำให้กลิ่นปากหายหรอกนะถ้ากระเพาะเป็นป่าช้าสีก็เพราะว่ามีอาหารมีเศษอาหารมีอะไรที่มันเป็นขี้ฟันอยู่เพราะเราไปกินไปเคี้ยวไปมีอะไรมาติดในช่วงนั้นหลังจากนั้นถ้าเราสีออกแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าเราจะต้องสีฟันด้วยเหตุอะไรถ้าเป็นอย่างไรกินมื้อเดียวแล้วไม่ได้กินเลขกินหัวไม่ได้กินน้ำเปรี้ยวน้ำหวานไม่ได้กินแม้แต่เศษน้ำเปรี้ยวน้ำหวานยิ่งอาหารขนม ต้มอะไรไม่ได้เคี้ยวไม่ได้กลืนอะไรลงไปมันไม่เห็นจะต้องเสียอะไรเพราะงั้นถ้าใครเป็นสีแสดงว่านี่ไปแอบกินอะไรที่ไหนตึกแอบเคี้ยวแอบกินอะไรไปเลยเอาฟันไปทำอะไรนอกจากพูดเนี่ยมันก็มีแต่ยิ่งพูดมันยิ่งล้างพูดนี่มันล้างไม่ได้กินมันล้างฟันปลอมมันขาดเป็นสีอยู่เรื่อยเราทำเอาอวัยวะเกิดจากอะไรมันขัดมันสีผิวเผลอผิวหนังมันก็ขัดฟันขัดอะไรต่ออะไรกระทบสัตว์ไม่ใช่มันจะไปทำเลอะมันมีแต่ทำสะอาดโดยรูปแบบที่เราก็ทำก็จะเป็นภาระยังติด ไหนลองพิจารณาดูผู้ที่จะลดได้ละได้เห็นจริงก็ต้องเห็นจริงๆเข้าใจเปล่าเราไม่ต้องไปเปลืองเปล่าหรอกเราจะลดได้ละได้เราจะเห็นจริงว่าเราทำเพื่อไม่ใช่ทำสักแต่ว่าทำตามรูปแบบตามกิจกรรมเราต้องทำอย่างนี้เพราะว่าเคยทำต้องทำอย่างนี้เพราะว่าตามตามกันทำอย่างนี้เพราะว่าเป็นจารีตเก่าแก่ไม่ใช่เราทำเพราะเราเห็นเหตุเห็นปัจจัยของมันรู้เหตุรู้ปัจจัยของมันผมเองผมยังไม่เคยเห็นว่าจะมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปสีฟันนอกจากเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วแล้วก็สีฟันแล้วก็แล้วไปบางทีไม่มีโอกาสไม่มีช่วงที่จะสีฟันได้ จำอมไปวันหนึ่งสองวันสามวันแล้วแต่ถ้ามันไม่มีช่วงมันมีโอกาสแล้วก็ไม่ได้สีฟันถ้าสีเสร็จแล้วมันก็เสร็จก็แล้วไปวันหนึ่งก็ทำมันเยอะมันมีอะไรเพื่อนแล้วก็กินแล้วก็ล้างชามก็แล้วไปไม่ได้อยู่ว่างๆเอาช้างคว่ำเอาไว้แล้วค่อยบอกว่าไม่มีอะไรที่กินไม่มีอะไรมาเปิดก็เอาชามมาล้างอีกล้างมันอยู่นั่นแหละก็ไม่รู้เรื่องอะไรเราจะต้องเอามันมาล้างอีกเมื่อเช้ามันก็ไม่มีอะไรเปื้อนเก็บมันก็ไม่ได้มีวางไว้แล้วก็ไม่มีกินฝนอะไรไม่มีอะไรมาทำให้มันเลอะอะไรเราจะต้องเอามาล้างอีกทำไมเราจะว่าเราวางเอาวางไว้แล้วหยิบฝุ่นมันเลอะ เวลาเรากินไปแล้วเราก็เอาฟันไปยิงฟันไว้ให้กินผลไม้จับเราก็ต้องล้างมันเราก็ไม่ได้ยิงฟันแล้วก็พูดแล้วก็อมอยู่ของเรามันเข้าอะไรก็ขี้ฝุ่นอะไรเข้ามาความเลอะอะไรโทรมานอกจากน้ำลายเราน้ำลายเรามันจะมาติดฟันอะไรยิ่งเราพูดเราทำงานปากก็ทำงานมึงก็ไม่ต้องสีฟันอย่างนี้เป็นต้นการสะอาดหรือการงานความงามของทุกสิ่งก็คือความที่พ้นภาระยิ่งพ้นภาระมากยิ่งถือว่างามมากพ้นภาระง่ายพ้นภาระไม่ต้องเป็นภาระมากไม่ต้องยุ่งมากสะอาดเป็นปกติเป็นของที่ส่งไว้ได้นาน ยิ่งงามมากเที่ยงโดนทนนานไม่ต้องมานั่งปรับนั่งเปลี่ยนมานั่งปรุงมานั่งแก้นั่งไถอยู่ได้ง่ายแล้วเป็นอย่างนี้ส่งรูปทรงแบบอย่างนี้ถ้าบอกว่าเป็นอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้แล้วสะอาดอยู่แล้วง่ายอยู่แล้วนั่นแหละถึงเรียกว่างานไม่ตามประสาของธรรมะปฏิบัติศีลเหมือนกันศีลนี้ยังยากสิ่งนี้ทำเป็นเพียงจารีตต้องมาทำแค่เวลานั้นเวลานี้เลยเวลานั้นแล้วก็เลยไม่รู้เรื่องไม่มีสติสัมปชัญญะไม่รู้ตัวไอ้อย่างนั้นแค่ฉีดยาที่วันพระที่เคยมาทำแล้วก็นึกได้เมื่อไหร่ก็ค่อยทำนึกไม่ได้ก็เละๆไม่ใช่ ที่บริสุทธิ์ศีลที่งามก็เพราะว่าเราไม่ต้องนึกก็เป็นอัตโนมัติเป็นปกติเราเอาศีลข้อนี้มาเทียบเมื่อไหร่แล้วก็สะอาดอยู่เกลี้ยงอยู่บริบูรณ์อยู่ไม่ด่างไม่พร้อยไม่ทะลุเป็นอย่างนั้นเราไม่ละเมิดอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลานั่นเรียกว่านานหรือเที่ยงตลอดเวลาและง่ายแล้วตัวเองไม่ต้องฝืนไม่ต้องเป็นภาระต้องมาควบคุมตัวสำรวมสังวรผู้ที่ยังสงวนในสีสันรวมในศีลอยู่คือพระโยคาวจรคือผู้ยังปฏิบัติอยู่ส่วนผู้ที่เด็กมันคงศีลข้อนี้ไม่ต้องสังวรอะไรมากไม่ต้องไประวังมากไม่ต้องอดทนไม่ต้องข่มขืนแต่มันได้แล้วเป็นโดยอัตโนมัติแล้วเหมือนเราไม่ ไม่ได้ทำอะไรวัดบางคนเนี่ยพวกนักปฏิบัติธรรมพวกเรานี่มาถามว่าโอ๊ยเดี๋ยวนี้ผมนึกว่าไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรเลยไม่ได้ฝืนไม่ได้อะไรแล้วคุณบริสุทธิ์หรือเปล่าได้หลักเกณฑ์ต่างๆในธรรมะต่างๆในศีลในวินัยต่างๆคุณบริสุทธิ์หรือเปล่าถ้าบริสุทธิ์นักแสดงว่าคุณปกติคุณบริบูรณ์ของศีลคุณเป็นธรรมดาได้แล้วคุณไม่ต้องมีสติสัมปชัญญะสังวรสำรวมคุณเป็นได้รู้ตัวเองว่าเราบริสุทธิ์สะอาดหรือไม่ละเมิดไม่ด่างไม่พร้อยไม่ต้องอดทนแม้ถึงใจใจเราก็ไม่ต้องอดต้องทนเราต้องสัมผัสแล้วก็เฉยๆไม่ต้องยากในการต่อสู้ปรับเปลี่ยนจิตไม่มีหมดสงครามอะไรนะไม่มีค่า 10 เมษายน ไม่ได้ว่าบริบูรณ์ศีลนั้นเป็นศีลบริสุทธิศีลบริสุทธิ์เป็นชีวิตเลยศีลนั้นเป็นชีวิตเป็นอาชีวะศีลศีลนั้นเป็นชีวิตแล้วเป็นสภาพที่เป็นของมันเองแล้วเป็นตัวชีวิตในตัวเราแล้วสีนั้นบริบูรณ์ศีลนั้นจึงเรียกว่าปกติแปลว่าปกติแล้วไม่ต้องทำอะไรกับมันอีกแล้วและได้ผลงานอย่างนี้เรียกว่างามเพราะศีลข้อใดที่เรายังด่ายังพอจะต้องฝืนอยู่ก็เรียกว่ายังเป็นโยคาวจรอยู่ยังไม่บริบูรณ์ยังไม่งามยังไม่ถึงที่สุดเราก็ต้องทำต้องฝึกให้ได้อันนี้ความ ข้างนอกความงามข้างในความงามของร่างกายความงามของจิตและความงามของชั้นของธรรมแบบชั้นเชิงแบบธรรมะอธิบายให้ฟังนี่เป็นส่วนผสมแล้วต่อมาพระสมณโคดมเป็นผู้มีวาจาไพเราะให้กึกก้องด้วยอุทาหรณ์อันไพเราะและกรอบด้วยวาจาอันเป็นที่ชอบใจแห่งชาวเมืองไม่ถูกต้องไม่พลาดสามารถให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อความอย่างนี้เป็นแง่สรรเสริญพระสมณโคดมเป็นอย่างนี้เราจึงควรไปเฝ้าไม่ใช่พระสมณโคดมน้อมเข้ามาหาเราเราต้องน้อมไปหาก็เป็นแง่ที่โสธร ยกขึ้นมาว่าอย่างนี้แต่สมณะมีวาจาไพเราะคำว่าไพเราะคำว่ากึกก้องฟังให้ดีเหมือนกันมันแย้งกันมีวาจาไพเราะให้กึกก้องพอตอนหลังก็มาบอกว่าประกอบด้วยวาจาอันเป็นที่ชอบใจแห่งชาวเมืองไม่ถูกต้องฟังแล้วก็งงไหนว่าให้ปิดกล้องแล้วทำไมว่าไม่ๆๆก้องเอาสาระให้ได้ถ้าฟังภาษาแล้วมันก็ย้อนมันก็ทวนมันก็แย้งกันอยู่จริงๆมันควรจะหาภาษาให้มันไม่แต่ใช้ภาษาอย่างนี้ก็ดีถ้าเกิดว่าไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้เรื่องพูดอธิบายไม่เป็นมันก็จะงงมันก็จะทำให้เขาได้คิด ตำบลแต่ถ้าใครคิดออกก็ตอบได้ถ้าใครคิดไม่ออกก็ตอบไม่ได้อธิบายไม่ได้ให้ไม่มีปัญญาก็ไม่รู้แล้วพรุ่งนี้วาจาไพเราะให้กึกก้องด้วยอุทาหรณ์อันไพเราะหมายความว่าผู้ที่มีวาจาไพเราะนั้นน่ะมีความกึกก้องพูดแล้วก็โด่งดังพูดไปแล้วชัดเจนโด่งดังได้ยินไปไกลคนเล่าคนลือไปตามเอาไปตามทีเดียวคำว่าไพเราะจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นพูดกระซิบพูดออดๆ มีเชิงกลอนเชิงกรุงภาษาให้มันเชิงเป็นคีตะตบแต่งให้มันดูใส่น้ำตาลใส่สีใส่กลิ่นให้มันฟุ้งหอมอะไรอย่างนั้นไม่ใช่คำว่าไพเราะนี้ก็มาก็หมายความว่าฟังแล้วมันคนฟังแล้วมันซาบซึ้งใจร่าเริงบันเทิงท่าทางโลกโลกฟังภาษาหรือฟังเสียงฟังคำพูดเขาฟังแล้วเขาก็มันฟังพูดไปฟังดอกกินไปฟัง 3 โพธิ์ ทำสีอะไรพูดบางทีลามกอนาจารพูดแล้วก็ร่าเริงใจหัวเราะอึกอักที่พูดลามกพูดหยาบพูดคล้ายกันคนจิตฐานอย่างนั้นร่าเริงเขาก็ว่าไพเราะหวังดีเนื้อหาความหมายเขาว่าเราเป็นคนพูดไพเราะเขาชอบใจพูดอย่างนี้เขาชอบใจไพเราะมันก็เป็นเรื่องของคนที่เขาสมมติหมายเอาตามนั้นหยาบเราว่าอย่าไปมัวแต่คนพูดตลกเราจึงจะร่าเริงได้ถ้าคนไม่พูดตลกเราก็ซึมเสื้อเหงาหงอยไปเบิกบานเซ็งอย่างนั้นคนเส้นลึกเรียกว่าคนเส้นลึก ระบบกดเองคนเบื่อโลกหรือว่าคนไม่รู้ความจริงของโลกที่มีตามธรรมดาตัวเองเหมือนคนมุดถ้ำเหมือนคนหลบเข้าไปอยู่ในผิวพระแล้วก็ไปอยู่ใน Google รุ่นของจิตคนแบบนี้ก็เป็นคนทุกข์เป็นคนทุกข์คนหนักหรือเลือกเส้นลึกจึงต้องไปหาอะไรจะมายั่วยวนตัวให้เส้นตื้นขึ้นให้ได้รับรถบันเทิงร่าเริงถ้าไม่งั้นไม่บันเทิงร่าเริงคนนั้นจึงมีภาระมากให้คนอื่นก็เป็นภาระจะต้องมาทำตลกๆจะต้องมาอะไรยั่วยุให้ตัวเองเช่นตื่นขึ้นร่าเริงขึ้นธรรมดา คุณจะต้องร่าเริงเบิกบานเป็นปกติไม่มีอะไรอยู่ธรรมดาเห็นสายลมก็เบิกบานเห็นแสงแดดก็เบิกบานเห็นสัตว์โลกเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายทำงานทำการอะไรก็เบิกบานร่าเริงนี่เป็นคนปกติง่ายๆไม่ใช่เส้นลึกเส้นหนาพวกเส้นลึกเส้นหนาเป็นพวกซาดิสม์พวกนักพวกแรงจะต้องได้รับอะไรต้องแรงๆรับกระทบก็แรงๆกระทบทางกายสัมผัสก็แรงๆก็แรงๆจิตมันลึกจิตมันยากจิตมันแข็งมันหยาบซึ่งกระทบแรงๆจึงจะรู้สึก ศึกษาดีที่สุดเพราะบางคนชอบฟังคำด่าว่าเป็นแล้วก็รื่นเริงบันเทิงไม่ได้ฟังคำด่าซะไม่ชื่นใจไม่ร่าเริงใจต้องให้ได้ฟังคำด่าแรงๆนี่พวกซาดิสซึมอุตส่าห์ดีอย่างนี้ไม่ใช่คำไพเราะแต่ถ้าเผื่อว่าเราได้ฟังคำด่าแล้วเราก็รู้ความผิดแรงๆแหมไอ้ซาบซึ้งจำแม่นอันนี้เห็นจริงหรือแยกแยะออกไปพูดให้ฟังชัดๆในทางธรรมแล้วเราก็ฟังธรรมหรือฟังคำสอนหรือฟังเหตุผลอันนี้โอ้เข้าใจดีบางทีอาจจะพูดยกตัวอย่างใช้คำหยาบบ้างใช้คำแรง แล้วเราก็เข้าใจดีที่เราร่าเริงเป็นคำไพเราะของเราเรารู้สึกไพเราะแต่แท้จริงไม่ไพเราะถ้าไม่ต้องพูดหยาบไม่ต้องพูดแรงพูดก็เรียบๆง่ายๆสบายๆทำก็ทำพื้นเป็นคำสุภาพด้วยยิ่งเก่งยิ่งไพเราะใหญ่ยิ่งดีใหญ่เพราะเรายังจะต้องพูดกันแรงพูดกันเน้นและดีไม่ดีบางทีพูดต้องยกตัวอย่างอยากแข็งๆด้วยแสดงว่าเรายังไม่ดีและการพูดก็ยังไม่ไพเราะเพราะต้องพูดอย่างนั้นเราจึงจะทราบซึ้งได้แสดงว่าเรายังเส้นลึกยังด้านอยู่อย่างหนาแข็งเราจะต้องให้ตื้นไอ้บ้า ฟังไม่ต้องหยาบไม่ต้องแรงไม่ต้องหนักอะไรมากมันจึงจะดีมันก็สมคล้อยตามโลกเหมือนกันวันยังพูดแรงอยู่มันก็ยังหยาบหน่อยอยู่แต่คำว่าไพเราะต้องเอาประเด็นให้ดีภายนอกคือซาบซึ้งคนฟังภาษาธรรมะฟังและซาบซึ้งร่าเริงใจไม่รู้ดีรู้ชั่วชัดเข้าใจเหลี่ยมมุมเข้าใจง่ายติดใจไม่หลับไหลไม่เพ้อออกไปอื่นไม่ฟุ้งซ่านสนใจโยนิโสมนสิการสนใจติดใจชอบใจซาบซึ้งใจเออไม่ลบเลี่ยงนี้ไม่ฟุ้งออกไปอื่นไม่หลบหลับหลบลี้เรียกว่าเราฟังคำนี้ก็ไพเราะ ร่าเริงบันเทิงธรรมร่าเริงในธรรมเยาวราชระบบฟังธรรมนี้ไพเราะเข้าใจดีเห็นทรัพย์ซึ่งดีมีแต่ว่าไพเราะนิ้วกึกก้องไปด้วยอุทาหรณ์อันไพเราะมีตัวอย่างมีสิ่งที่ยกเทียบเคียงกูถ่าหอนอันไพเราะเพราะฟังอุทาหรณ์นี่แหละไม่ทราบซึ่งเข้าใจปิติใจเลิกร่าเริงใจร่าเริงในธรรมอย่างนี้เรียกว่าไพเราะประกอบด้วยวาจาอันเป็นที่ชอบใจแห่งชาวเมืองต้องสงเคราะห์ไปตาม ชาวเมืองก็ฟังนี้ไพเราะเราก็ต้องพูดให้มันเหมือนกับชาวเมืองที่เขาว่าไพเราะต้องเอาให้ได้เพราะเราจะเอาให้ได้อะไรอะไรอย่างหนึ่งสำหรับคนเน้นก่อนถ้าเราได้ทั้ง 2 ส่วนมันก็ได้ดีทั้ง 2 ส่วนแต่ถ้าผมพูดธรรมะพูดแรงที่จริงยังไม่ไพเราะแต่ผมต้องการผลให้ทราบซึ้งใจร่าเริงในธรรมผมเน้นตรงนั้นก่อนไม่ใช่ว่าฟังแล้วเขาไปทำไพเราะจริงทำง่ายทำเบาไม่เสี่ยงแพงไม่ทำให้ใครกระทบกระเทือนจริงแต่ฟังแล้ว มันก็ไม่ติดใจไม่ร่าเริงฟังแล้วฟังไปก็หลับไปเลยฟังแล้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน