210108-157 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน157-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาทิตย์ที่ 8 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยพรหมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเราก็มาทำวัดกันเป็นปกติที่เราได้ฟังคำชมเชยในมุมเหลี่ยมต่างๆเป็นแง่เงินซึ่งหน้าฟังว่ากันแล้วหน้าฟังเป็นคำชมจะบอกว่าเราชื่นชมเพราะว่าเป็นแง่คิดต่างๆในคำชมและทำให้เราชื่นใจก็ได้แต่ว่าอย่างนั้นเป็นคำชมที่จะเชื่อใจก็เลยทำให้หน้าพังหน้า อยากจะได้ลิ้มเล็มก็ได้แต่แท้จริงมันก็เป็นอย่างนั้นถึงแม้เงื่อนต่างๆที่ท่านพุทธทาสท่านเลือกมาเนี่ยมันจะเห็นมุมเหลี่ยมเป็นประเด็นประเด็นที่เราจะเข้าใจได้ว่าเออก็ช่างเลือกช่างสรรแล้วก็มีส่วนที่เห็นชัดเจนว่าเป็นความเก่งหรือเป็นความประเสริฐหรือเป็นความเด็ดขาดในลักษณะรอบด้านของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลังต่อมาชมได้รับคำชมพระพุทธเจ้าเนี่ยแม้ผู้อื่นผู้ใดที่ว่าเป็นเจ้าคณะและหมู่คณะหรือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มอื่นเขา ที่เขาเองอวดดีกว่าจะหักล้างพระพุทธองค์ได้โทรไปเก็บพระพุทธองค์ได้แล้วก็จะไม่มีทางรอดไป 1 1 หรือว่าอันต่อมาผู้อื่นเขาพูดจะมาโต้มาต่อกับพระพุทธเจ้าเสร็จแล้วก็คนอื่นก็มองเห็นว่ามันกลายเป็นการโต้ตอบที่โต้ตอบไปไม่รอดมันเหมือนกับเด็กๆก้ามปูเล่นเลยต่อยก้ามปูเล่นพวกคนนี่มันมีฤทธิ์มากกว่าสัตว์หนังโป๊ที่จะเจอกันเขาแล้วก็ปล่อยกล้าไปทีละก้าวทีละก้าวทีละก้าวทีละชิ้นทีละขา เสร็จ 1 นั่นอีกอย่างหนึ่งที่นี่เราต่อไปยังมีคำชมอีกหลายแง่นะเนี่ยตอบมาตามเสียงของปริพาชกคณะแม่น้ำสัตว์ปีนีแม่น้ำสปินนิ่งในมุมเหลี่ยมนี้ก็บอกว่าไม่มีช่องทางที่ใครจะขันสู้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่มีช่องทางไม่ว่าถึงศาลนั้นอ่ะลองฟังดูสำนวนว่านี่แหละสารภาพสุนัขจิ้งจอกในป่าใหญ่พยานใจว่าจับบรรลือสีหนาทฉันร้องออกมาจริงก็ร้องเป็นเสียงสุนัขจิ้งจอก ร้องเป็นเสียงสุนัขป่าอยู่นั่นเองนี่ฉันใดสารภาพท่านเองก็ฉันนั้นลับหลังพ
อ่านต่อ
ระสมณโคดมคุยว่าข้าจักบันลือสีหนาทแต่แล้วก็ร้องเป็นเสียงสุนัขจิ้งจอกนั่นแหละร้องเป็นเสียงสุนัขป่าอยู่นั่นเองลูกไก่เจี๊ยบพยานใจว่าจะขันให้เหมือนเสียงพ่อไก่ฉันขันออกมาจริงก็ร้องเป็นเสียงลูกไก่เจี๊ยบอยู่นั้นเองฉันใดสารภาพท่านเองก็ฉันนั้นรับหลังพระสมณโคดมคุยว่าข้าจะขันแต่แล้วก็ร้องเจี๊ยบๆนั่นเอง อยู่ในโรงว่างเงียบตัวเดียวก็ทะยานใจว่าเสียงของตัวกล้องฉันใดสารภาพท่านเองอยู่ลับหลังพระสมณโคดมก็สำคัญว่าเสียงของตัวกูโคตรฉันนั้นนี่เป็นเปราะอันนึงฟังดูยิ่งใหญ่ที่เทียบเคียงแม้แต่เทียบเคียงปลูกกะลาที่ฐานเทียบเคียงสัตว์อันแรกว่าจะร้องบรรเลงสีหนาทมันก็จะเสียสินเสียจะร้องเหมือนเสียงสิ่งเดียวเทียบเคียงเป็นเสียงเป็นเสียงที่ก้องใหญ่โตแต่เสร็จแล้ว เอาออกมาเหมือนหมาจิ้งจอกหรือเหมือนหมาป่านั่นเองอันนี้เทียบเคียงถ้าเราจะเอาทำอธิษฐานของมันแล้วแล้วก็จะได้ว่าจะบรรลือศีล 5 จะทำให้เสียงนี้มีอำนาจเสียงนี้ดังก้องสะท้านสะท้อนไปไกลมีสัตว์ที่นอกพิทักษ์มีสัตว์อื่นๆใดๆนี่ยอมหมอบราบคาบแก้วหรือพ่ายแพ้แสดงถึงอำนาจใหญ่แล้วก็ดังก้องมีฤทธิ์มีเดชแต่เสร็จแล้วก็เหมือนเสียงหมาป่าดังๆบ๊องๆแรงๆอย่างนั้นเองไม่ได้มีสัตว์ในกลัวไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมายอะไรนักอันที่ 2 มาเทียบกับ ไอ้เจี๊ยบว่ามันจะขันให้เหมือนพ่อไก่ตอนนี้ไปเทียบแท้จริงก็เลี้ยงออกมาร้องออกมาเจี๊ยบๆกันเองไม่ได้เป็นเสียงไก่ขันอะไรคือร้องไม่จริงต่อมาก็เห็นบอกมุมเหลี่ยมว่าไม่จริงหลงตัวหลงลงไปอีกก็จะมีอำนาจอย่างอันบนนั้นก็ไม่ใช่อำนาจไม่มีหรือไม่มีแดกร้องก็ไม่เหมือนอันที่ 2 มีเค้าความเพียบไม่ชัดลงไปว่าไม่เหมือนหรอกจะร้องให้เหมือนพ่อไก่มันก็เป็นเสียงเจี๊ยบๆเหมือนเด็กๆด้วยซ้ำไปนี่ถูกบีบลงมาอีกอันที่ 3 พออยู่ในโรงงานเงียบตัวเดียวก็ทะยานใจว่าเสียงของตัวกล้องฉันใดก็สำคัญว่าเสียงของตัวกูโคตรฉันนั้น หลงเสียงตัวเองน่ะเหมือนตัวเองอยู่ในที่แคบๆเงียบๆของตัวเองก็ฟังดูมันเหมือนก้องดูมันเหมือนดังเสียงขอร้องเองฟังเองไม่ได้ยินเสียงผู้อื่นไม่ได้เทียบกับผู้อื่นก็เลยหลงตัวว่าดังเป็นความหลงผิดของตนน่ะท่านมีลักษณะที่มีแง่ว่าเทียบเคียงอย่างนี้เทียบเคียงกับลักษณะต่างๆนี้มันมีเงื่อนแง่ที่ทำให้เราเข้าใจรอบเข้าไปอีกถึง 3 ลักษณะอย่างนี้ด้วยแต่ทีนี้เรามันนึกถึงตัวเองมนุษย์ของตัวเองบ้างมันก็มีสัดส่วนทำให้เราได้คิดกันพอประมาณทีเดียวในเรื่องอย่างนี้เมื่อ เพลงเราบันลือสีหนาทจริงหรือแท้จริงเราร้องเหมือนเสียงหมาป่าเห่าบ๊องๆๆอยู่เท่านั้นหรือเปล่าเราร้องเสียงที่เราร้องตั้งใจจะไม่เสียงนึกว่าเราเองนี่เป็นเสียงพ่อไก่แต่แท้จริงแล้วออกไปมันก็ดังเจี๊ยบๆเท่านั้นเองไม่ได้เป็นเสียงพ่อไก่ดังที่เราหวังเราคิดเราฆ่าเราหลงตัวหลงตนผิดหรอกมันเป็นแค่เสียงลูกเจี๊ยบเจี๊ยบเจี๊ยบอยู่นั่นเองหรือเปล่าหรือว่าเราเองหลงตัวอยู่เท่านั้นเองงมงายไม่ได้ฟังอะไรเลยมันอยู่ในที่ที่จำกัดแคบๆร้องแล้วมันก็ดังเหมือนเสียงคอร้องก็ได้ยินเสียงตัวเองดังก้องอยู่นึกว่ามันดังยอดแล้วนึกว่ามัน แล้วเลิกแล้วอยู่ตัวเดียวคนเดียวถ้าเราร้องแล้วเราก็หลงเสียงตัวเองดังก้องอยู่ที่เงียบอยู่ว่างๆอยู่ที่ว่างตัวเดียวแล้วก็หลงเสียงตัวเองอยู่นั่นหรือเปล่าเราพยายามพิจารณาตนให้มากดูต้นหรือพวกเราทั้งหมู่ที่เราทำงานอยู่เนี่ยเราเหมือนอย่างนั้นหรือไม่ถ้าว่าร้องตัวเดียวหลงเสียงตัวเองตัวเดียวอันนี้เราเอาหมูก่อนแล้วเดี๋ยวเรามาพิจารณาย้อนกลับมาหาตัวเรามันมีนัยยะเหมือนกันต้องพยายามทดสอบตัวเองทบทวนตัวเองเรานึกว่าเราเป็นอย่างนั้นแต่เราไม่ต้องยังไม่ถึงอย่างนั้นยังไม่ได้อย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ความจริง ถ้าเราไม่ได้หลงเสียงตัวเองอยู่คนเดียวเราประกาศก้องออกไปอยู่ไม่ได้หลงอยู่ในที่เงียบตัวเดียวแล้วก็เลยฟังเสียงตัวเองอยู่ไม่ใช่เราได้ปล่อยออกไปมีเสียงสะท้อนมีการประมาณมีการคำนวณได้รับผลตอบสนองไปไปมามามีผลอื่นๆที่ได้รับอยู่มีคำชมคำสรรเสริญคำรับรองมีผลที่ได้จากเสียงจากการกระทำเป็นกายกรรมวจีกรรมอะไรของเราให้เกิดผลเป็นส่วนดีขึ้นด้วยถ้ามีจริงเราก็ไม่ใช่คอหลงตัวที่ร้องอยู่ในที่เงียบที่ว่างหรือเปล่าแล้วก็หลงเสียงตัวเองว่าบุคคลนักก็ไม่ใช่ ร้องไฟแนนซ์จะให้เสียงเป็นดังพ่อไก่แล้วมันเป็นเสียงเจี๊ยบๆเท่านั้นหรือไม่ที่เราร้องออกไปแล้วมันก็มีลักษณะตรงตามที่เราหมายว่าจะต้องร้องขันออกมาให้เหมือนเสียงพ่อไก่แล้วมันก็ขันออกมาอย่างนั้นจริงเป็นเสียงอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นออกมาจริงไม่ได้กลายเป็นอื่นไม่ได้กลายเป็นเสียงที่ไม่มีฤทธิ์ไม่มีแดกเป็นเจี๊ยบเจี๊ยบอยู่มันมีผลจริงๆก็มีคนลักษณะมีอำนาจแล้วก็มีผลตรงตามที่เราหมายอยู่ว่าจะที่เราว่าไปที่เราทำออกไปที่เราพูดออกไปมีเนื้อหาสาระต้องการอย่างนี้ก็เป็นผลที่ ต้องไปขัดไปเปล่าไปมีผลต่อสังคมมีผลต่อบุคคลมีการแก้ในส่วนนั้นส่วนนี้มีฤทธิ์มีเดชอย่างนั้นอย่างนี้มีจริงหรือเปล่าได้จริงหรือเปล่าแล้วก็ลองทบทวนสอบทานดูใหม่ๆแรกๆอาจจะรู้ยังไม่ชัดต่อๆไปบ้างแต่ยืนยันมันก็จะมีแล้วมันก็จะมากขึ้นมากขึ้นชัดขึ้นมีความเป็นจริงยิ่งๆขึ้นเรื่อยๆออกไปเรื่อยๆจากนั้นก็ไปเป็นบรรลือสีหนาทเป็นอำนาจใหญ่มีผลสูงกึกก้องสถานสะท้อนหรือลั่นและมีฤทธิ์เดชมีอำนาจด้วย ไม่มีใครสะไม่มีใครสามารถล้มล้างได้ไม่มีใครสามารถเข้ารอติดเหมือนเสียงสิงห์สิงหเสนีสีหะร้องจริงหรือเปล่าหรือว่าร้องออกไปแล้วเหมือนเสียงหมาจิ้งจอกเหมือนเสียงหมาป่าแค่นั้นบ๊องๆๆอยู่ตรงนั้นไม่ได้มีอำนาจบาดใจไม่ใช่มอบอำนาจบาตรแต่ถ้าสำนวนอำนาจบาดใจแล้วมันก็ไม่ค่อยดีไม่ได้มีอำนาจพอที่จะไปทำให้คนอื่นเขาหมอหรือว่าทำให้คนอื่นเขารู้สึกสำนึกมีอำนาจสามารถทำผลนั้นอย่างที่คนอื่นเขาไม่กล้าที่จะต่อรอร้านแล้วมันดังสะท้านไปกระจายทั่วทิศออกไป ไกลดังมากๆเป็นหรือเปล่ามีลักษณะอย่างนั้นหรือเปล่าฟุ้งไปขจรไปดังไปก้องไปไกลมีกิตติศัพท์เล่าลือแล้วก็มีฤทธิ์พอที่จะทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังนั้นมีผลรุ่งเรืองแล้วก็ยอมอยู่ในลักษณะยอมอย่างน้อยยอมรับอย่างน้อยก็ยอมรับว่าเสียงนี้มีอำนาจเสียงนี้ถ้าเราอยากทำสัจจะเสียงนี้เป็นสัจจะแม้ใครจะฮือฮาจะหือขึ้นมาอะไรบ้างก็เป็นแต่เพียงทำในที่ลับที่หลังอยู่ในที่ที่พอรับหลัง ดังๆใหญ่ๆพอต่อหน้าแล้วก็ง้องอไม่ขึ้นเหมือนกับที่เราผ่านมาแล้วเนี่ยเราอยู่ต่อหน้าลับหลังแล้วก็ทำไหนอ่ะน่าจะเปลี่ยนหรือเปล่าก็เป็นแต่เพียงคะอาจารย์นี่แหละคิดว่าตัวเองพูดหักล้างได้แต่พอเจอพระโคนมเข้าแล้วไม่มีทางเอาตัวรอดได้เลยอะไรอย่างเงี้ยก็เท่านั้นเองแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แสดงว่ามีผลมีคุณอาจจะไม่เท่าเทียมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราทำเป็นธรรมะเชิงเดียวกัน ถ้ามีฤทธิ์เดชหรือว่ามีคุณลักษณะตรงๆกันคล้ายๆกันอยู่ก็ลองดูดีๆเราหลงตัวหลงตนหรือไม่ทั้งหมู่ที่เราทำและก็ทั้งตัวคนเดียวทีนี้ตัวเราเองเนี่ยมีแค่ไหนจะทำตรงแล้วยังร้องอยู่ในที่เหมือนวัวอยู่ที่ว่างโคอยู่ที่ว่างเงียบๆตัวเดียวอยู่หรือว่าร้องเสียงออกไปแล้วมันก็ไม่ดังเหมือนพ่อไก่มันร้องออกไปกันนึกว่าจะให้ไม้ใจให้เหมือนพ่อไก่มันก็ดังเจี๊ยบเจี๊ยบหรือเปล่าต้องให้มันมีคุณลักษณะให้มันมีผลและรอออกไปให้มันเป็นผลเหมือนกันสุดท้ายยิ่งใหญ่เป็นสีหนาทมันลืมอันนี้ก็เป็นเครื่อง ต่อเป็นเครื่องทบทวนอันนี้เป็นมุมเหลี่ยมนึงแล้วทีนี้ฟังต่อไปมุมเหลี่ยมอื่นตามเสียงของปิลโรตีกะปริพาชกเนื้อความหมายในจุดที่จะสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้านี้ก็คือทรงมีคุณธรรมลึกจนผู้อื่นได้แต่เพียงอนุบาลเอาอันนี้ต้องตั้งใจฟังดีๆทรงมีคุณธรรมลึกจนผู้อื่นได้แต่อนุมานเอาคือเดี๋ยวจะได้สนิทฐานประมาณขาดคะแนนเข้าไปประชานุสรณ์ รามเห็นปิดโรตีกะปริพาชกเดินมาแต่ที่ไกลได้ถามว่าท่านผู้เป็นวัดฉายนะโคตรย่อมมาแต่ไหนแต่ยังวันเช่นนั้นในเช่นนี้ท่านผู้เจริญข้าพเจ้ามาแต่สำนักพระสมณโคดมนี่เป็นคำถามคำตอบกันนะแล้วท่านวัดช้างวัดฉายานักโทษผู้เจริญบัณฑิตพากันถือว่าพระสมณโคดมมีความรอบรู้และความเฉียบแหลมเพียงไหนท่านผู้เจริญข้าพเจ้าน่ะหรือจะรู้จักความรอบรู้และความเฉียบแหลมของสมาคม อุดมว่าเป็นอย่างไรได้คนที่จะรู้ได้ก็มีแต่คนที่มีความรอบรู้และความเฉียบแหลมเท่ากับพระสมณโคดมเท่านั้นท่านผู้เจริญท่านผู้เป็นมัจฉานะโคตรย่อมสรรเสริญพระสมณโคดมกับเขาด้วยอย่างมากมายเหมือนกันหรือท่านผู้เจริญคนฟังนี่คงฟังฟังออกไหมเนี่ยว่าใครพูดกับใครอยู่เพราะใครเป็นผู้เสนอใครพูดก็คงขอฟังออกคือวัดฉายในอนาคต ชานุเข้ามาถามกันพอเจอกันแล้วก็ถามว่ามาแต่ไหนแต่วันๆอันนี้เขาก็บอกว่ามาจากสำนักโคนมฉันก็ถามต่อว่าท่านวัชระได้ยินว่าบัณฑิตเขาลืมพระสมณโคดมนี่รอบรู้สึกแหลมขนาดไหนเมื่อเช้าก็ต่อว่าจะไปรู้ได้ยังไงคนอย่างผมไม่รู้หรอกว่าคนที่เขามีภูมิอะไรถึงจะรู้เพราะคนดมเฉียบแหลมแค่ไหนชานนท์ก็บอกว่าจะทำวัตรเช้าเพราะนี่ท่านก็สรรเสริญพระบรมราชินีก็ต่อว่าชักก็บอกว่าท่านผู้เจริญ อะไรข้าพเจ้านรกจะไม่สรรเสริญพระสมณโคดมพระสมณโคดมนั้นเป็นผู้ที่ใครๆพากันสรรเสริญกันทั่วหน้าว่าเป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายชานุก็เอาอีกท่านผู้วัดฉายนะโคตรเห็นอำนาจประโยชน์ของอะไรจึงได้มีความเลื่อมใสในพระสมณโคดมมากมายถึงเพียงนี้มัจฉะก็ว่าท่านผู้เจริญเข้าพระเจ้าเป็นใครไหนมาที่จะไม่เลื่อมใสอย่างมากมายในพระสมณโคดมเรื่องนี้เปรียบเหมือนนักล่าช้างผู้ฉลาดเข้าไปในป่าช้างได้เห็นรอยเท้าช้างในป่านั้นโดย เราก็ยาวมากโดยกว้างก็กว้างมากเขาก็ถึงความแน่ใจได้ว่าช้างตัวนี้ใหญ่ข้อนี้ฉันใดข้าพเจ้านี้ก็ฉันนั้นในการใดได้เห็นเครื่องยืนยัน 4 ประการในพระสมณโคดมในกาลนั้นข้าพเจ้าก็ถึงความแน่ใจว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองพระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นตรัสไว้ถูกต้องแล้วส่งสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วดังนี้อันนี้ก็เป็นคำโต้ตอบยืนยันลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นด้วยคนไม่เชื่อก็บอกว่าเอออะไรกันเรื่อยแต่คนเชื่อก็ตอบขยาย ความลึกขึ้นลึกขึ้นอีกไปจนกระทั่งวัดฉายนะโคตรนี่ก็ยืนยันลงไปว่าเปรียบเหมือนบอกว่าข้าพเจ้าจะเป็นใครที่ไหนมากันเชียวก็เปลี่ยนเปรียบเหมือนกันนักล่าช้างผู้ฉลาดนี่แหละมีปัญญาพอตัวเข้าไปในป่าไปล่าช้างไปเห็นรอยเท้าช้างในป่าเท่านั้นแหละที่ว่าตัวเองจริงๆยังไม่ได้เห็นตัวช้างเนี่ยเปลี่ยนตัวเองมันก็ยังจะพรานป่าเข้าไปเห็นภายปลาฉลามคือมีปัญญาบ้างก็ไม่ได้ชมตัวไม่ได้ยากจนยอตัวอะไรมากมายก็มีปัญญาฉลาดก็มีปัญญาเข้าไปในป่าจะเป็นล่าช้าไปเห็น เท้าช้างเท่านั้นแหละเห็นรอยเท้าทั้งยาวก็ยาวมากกว้างก็กว้างมากเป็นรอยเท้าชัดๆฉลาดพอรู้เลยไม่ใช่รอยเท้าปลอมหรอกเท่านั้นก็ต้องเชื่อแล้วว่าออกไปนี่หน่อยต่อไปนี้ตามไปนี่ต้องมีช้างเพราะว่านักล่าสัตว์นี่เขาแกะรอยเท้าเลยเก่งรอยเท้าใหม่รอยเท้าเก่าเขาดูมันก็มีช้างแน่คราวนี้ก็เชื่อได้แล้วนี่มันจะต้องมีทางแน่แล้วช้างนั้นเห็นช้างใหญ่ซะด้วยมันมีอำนาจเห็นช้างใหญ่ในพรานเห็นสัตว์ที่ตัวเองต้องการและเป็นสัตว์ที่ล่ำสันบึกหรือว่ามันมันมีคุณภาพอ่ะ คุณภาพสมที่เราจะล่ามันชื่นใจด้วยทั้งชื่นใจทั้งชื่อแน่มีเชิงอย่างนั้นชื่นใจมีกำลังใจฉันเชื่อมั่นด้วยรอยเท้าใหญ่รอยเท้ากว้างที่จะต้องใหญ่งายาวเชียวนะอะไรเงี้ยถ้าได้มานี่จะต้องได้ผลเป็นอย่างมากเชียวอะไรเงี้ยวัดชายนาโคตรมันก็มีความเห็นเป็นอย่างนั้นจึงเชื่อตามที่เขาเล่าลือกันพอสมควรทีเดียวเชื่อได้ขนาดนี้ล่ะเออแล้วก็มีเหตุผลอยู่ 4 ประการจึงเชื่อว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านี่เป็นจริงตามคุณที่พูดเป็นคุณสามอย่างก็พูดเพราะผู้มีพระภาคตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง 1 ธรรมะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้นี่ถูกต้องแล้วดีแล้วถูกต้องจริงแล้วก็สงสารเพราะผู้มีพระภาคเจ้าก็จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นคุณ 3 อย่างนี้ด้วยอ่านอันนี้ไปให้จบ 3 ข้อเสียก่อนนะเดี๋ยวจะมาอธิบายทวนให้ฟังท่านผู้เจริญเครื่องยืนยัน 4 ประการนั้นเป็นอย่างไรเล่าคือ 1 ถ้าพระเจ้าได้เห็นขัดปิยะบัณฑิตบางพวกมีปัญญาละเอียดสุขุมเคยทำการโต้วาทะมาอย่างเชี่ยวชาญมีปัญญาคมกล้าปานว่าจะแทงขนเนื้อทรายใดเที่ยวทำ ความคิดไม่ใช่ได้แน่ไม่โทรไม่มีมีปัญญาคงกล้าปานว่าจะแทงขนเนื้อทรายได้เที่ยวทำลายความคิดเห็นของผู้อื่นอยู่ด้วยปัญญาของตนบัณฑิตเหล่านั้นได้ฟังข่าวว่าพระสมณโคดมประทับอยู่ที่หมู่บ้านหรือนิคมชื่อนั้นชื่อนั้นเขาพากันผูกปัญหาเตรียมไว้ทุกรูปทุกทางว่าถ้าเราถามปัญหานี้กับพระสมณโคดมข้าพระสมณโคดมแก้อย่างนี้เราจะแย่งอย่างนั้นถ้าแก้อย่างนั้นเราจะแย่งอย่างนี้แล้วพากันไปสู่หมู่บ้านหรือสูงนิคมที่เป็นสมณโคดมประทับอยู่ชั้นไปถึงแล้วได้เข้าไปเฝ้าพระสัมมนาโคดมถึงที่ประทับพระสมณ โคดมได้แสดงธรรมมีคาถาได้ปลุกใจขัตติยะบัณฑิตเหล่านั้นให้มีกำลังใจกล้าหาญร่าเริงด้วยธรรมบัณฑิตเหล่านั้นถูกชี้แจงปลุกใจให้มีกำลังใจกล้าหาญร่าเริงเช่นนั้นแล้วก็หาได้ถามปัญหาไม่แล้วจะพูดอะไรกันถึงการแย้งตามที่คิดกันไว้เขาพากันกลายเป็นสาวกของพระสมณโคดมนั่นเองหมดสิ้นไม่มีเหลือท่านผู้เจริญในการใดข้าพเจ้าได้เห็นเครื่องยืนยันประกาศที่ 1 นี้ในพระสมณโคดมในการนั้นข้าพเจ้าก็ถึงความแน่ใจว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองพระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาค ตัดไว้ถูกต้องแล้วพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วดังนี้ถ้าท่านผู้เจริญ 2 ข้าพเจ้าได้เห็นพราหมณบัณฑิตบางพวกมีปัญญาละเอียดสุขุมเคยทำการโต้วาทะมาอย่างเชี่ยวชาญเหมือนกับข้อ 1 นี้เลยอธิบายมาด้วยทุกอย่างแล้วก็ท่านผู้เจริญก็ 3 ข้าพเจ้าได้เห็นคฤหบดีบัณฑิตบางพวกมีปัญญาละเอียดสุขุมเคยทำการโต้วาทะมาอย่างเชี่ยวชาญเหมือนกันกับข้อที่ 1 บรรยายลักษณะมาเหมือนกันมันต่างกันอยู่ที่ว่าอันที่ 1 นั้นพบกับขัตติยะบัณฑิตขัตติยะบัณฑิตคือ นี่แหละมีคุณมีผู้เป็นผู้บริหารมียศศักดิ์เป็นผู้บริหารเป็นผู้ควบคุมขัตติยะบัณฑิตยังเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ผู้มียศมีศักดิ์มีฐานะเดี๋ยวนี้คล้ายๆอย่างนั้นน่ะต่อมาก็ผ่านมาแล้วบัณฑิตพามนัสก็เพิ่มนักบวชต่อมาก็คัดเลือกบัณฑิตแถมด้วยนะทุกอย่างนี่ขัตติยะก็เป็นขัตติยะที่มีปัญญาพราหมณ์ก็พรานที่มีปัญญาถ้าหากว่าดีคือพ่อค้าที่เป็นเศรษฐีพ่อค้าอะไรก็ตามแต่เป็นผู้ที่เป็นชาวบ้านร้านตลาดไม่ได้เป็นผู้นับปีทำหน้าที่ทางบริหาร ไม่ได้เป็นทางเชิงสมรรถนะเป็นคฤหบดีบัณฑิตบางพวกว่าไว้เสมอกันมาเจอพระพุทธองค์แล้วก็ตายไปเป็นสาวกพระพุทธองค์ไปเสียไม่ได้โต้ตอบอะไรเลยคือศาลตั้งค่าตอบอย่างนี้ฉันจะตอบพรุ่งนี้ฉันจะว่าอย่างนี้ลืมไว้ซักไซ้ไล่เรียงอยู่ตามหลังอยู่ข้างหลังๆจะว่าจะคนแก่นั้นแง่นี้แต่พอเอาเข้ามาจริงแล้วก็ไม่กล้าถามไถ่อะไรและกลับไปนั่งฟังแล้วก็เรียบสุดท้ายก็ยอมเป็นสมการเป็นสาวก หรือ 4 ข้าพเจ้าได้เห็นสมณะบัณฑิตบางพวกไหนขอโทษเมื่อกี้บอกว่าพราหมณ์อันหลังนี่สมรรถนะอันที่ 4 นี้สมณะพราหมณ์นี่ก็คือผู้ที่มีฤทธิ์เดชเหมือนก็ยังขัตติยะกับคฤหบดีขัตติยะเนี่ยเป็นหมู่ผู้ที่ปกครองมีอำนาจมีฤทธิ์อยู่ในหมู่กลุ่มของประชาชนเป็นเชิงอย่างนั้นเป็นทางฤทธิ์เดชและมีใช้อำนาจส่วนพราหมณ์นั้นก็เป็นผู้ที่มีฤทธิ์เดชอยู่ทางอีกทางหนึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ปกครองด้านจิตหรือเป็นผู้ที่มีเชิงปัญญาด้านธรรมเรามีศักดิ์ศรีเหมือนกันครับที่ คุยกับกูก็มีศักดิ์ศรีมีอำนาจมียศมีศักดิ์อะไรเป็นที่เรื่องหรือเป็นที่รู้ทั่วกันอยู่พราหมณ์ก็เหมือนกันเป็นสมณะใหญ่ถ้าเรียกว่าพราหมณ์เนี่ยเป็นสมณะใหญ่สมรรถนะที่มีศักดิ์เป็นนักบวชที่มีศักดิ์คฤหบดีเหมือนกับคนทั่วไปร่ำรวยหรือว่าจะฐานะดีไม่ดีก็ตามคนทั่วไปสมรรถนะบัณฑิตก็คือสมณะทั่วไปนักบวชทั่วไปไม่ใช่นักบวชมีศักดิ์มียศอะไรแล้วก็มีที่น่านับถืออะไรมีอำนาจอะไรก็ไม่มีปัญญาละเอียดสุขุมเหมือนกันและก็เคยทำการค้าอย่างเชี่ยวชาญมาและกฎหมายใจว่าจะไปโต้ตอบแย้งอย่างนั้นอย่างนี้พอมาเจอพระพุทธเจ้าแล้วก็ชั้นเดียวกันมี 4 อย่าง 4 ข้อท่านผู้เจริญ พระสมณโคดมย่อมให้บรรพชาแก่บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้นบัณฑิตเหล่านั้นครั้นบวชแล้วในธรรมวินัยนั้นเป็นผู้ลีกออกสู่ที่สงัดไม่ประมาทมีความเพียรเผากิเลสมีตนส่งไปในสมาธิอยู่เป็นปกติไม่นานเลยก็ทำให้แจ้งได้ซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันไม่มีพรหมจรรย์อื่นยิ่งกว่าอันเป็นที่ปรารถนาของกุลบุตรทั้งหลายผู้ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือนได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงสุขอันเกิดแต่พรหมจรรย์นั้นแล้วแลอยู่ท่านเหล่านั้นได้พากันกล่าวว่าท่านผู้เจริญทั้งหลายเอ๋ยเราไม่ขยี้หัวใจของเราอีกต่อไปเราไม่ขยี้หัวใจ พวกเราอีกต่อไปก่อนหน้านี้พวกเราไม่เป็นสมณะก็ปฏิญญาว่าตัวเองเป็นสมณะไม่เป็นพราหมณ์ก็ปฏิญญาตัวเองว่าเป็นพราหมณ์ไม่เป็นอรหันต์ก็ปฏิญาณตนเองว่าเป็นอรหันต์บัดนี้พวกเราเป็นสมณะแล้วบัดนี้พวกเราเป็นพราหมณ์แล้วบัดนี้พวกเราเป็นอรหันต์แล้วดังนี้ท่านผู้เจริญในการใดข้าพเจ้าได้เห็นเครื่องยืนยันทั้ง 4 ประการเหล่านี้ในพระสมณโคดมในการนั้นข้าพเจ้าได้ถึงความแน่ใจแล้วว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองพระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นตรัสไว้อย่างถูกต้อง พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นปฏิบัติดีแล้วดังนี้ลำดับนั้นชานุภาพได้ลงจากรถทำผ้าห่มเฉวียงบ่าพนมมืออัญชลีไปทางทิศที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่กล่าวอุทานนี้ขึ้น 3 ครั้งว่านะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะว่าทั้ง 3 ครั้งและว่าเมื่อไรหนอเราจะพึงพบปะสมาคมกับพระสมณโคดมนั้นทำอย่างไรหนอจะได้สนทนาเรื่องใดๆกับพระสมณโคดมนั้นดังนี้สุดท้ายชานุก็เพลงกล่าวคำที่เขาจะนั่งพนมมือขึ้นจากนี่ก็เป็นการไม่มีปัญหา ไอ้คำนี้มันเป็นคำภาษาธรรมดาธรรมดาที่เป็นคำยกย่องคุณเป็นคำพรรณนามาคาถาพระนามนี้ไม่ใช่ทำพระพูดให้เสียนะเพราะว่าประณามในแปลว่าคำสรรเสริญพระนามว่าคาถาเป็นคาถาคือคำที่สั้นๆยกย่องสั้นๆด้วยสำนวนไปสำรวจที่รู้รู้กันที่เข้าใจกันซึ่งเราเวลาจะชมเชยหรือเวลาจะยกย่องการใช้เวลาจะแม้แต่จะด่าแล้วก็มีสำนวนด่าอะไรเนี่ยคือสำนวนพูดที่จะใช้มันมีอยู่แล้วลืมๆกันอยู่หรือเป็นที่รู้กันอยู่ก็เอาสำนวนอย่างนั้นเอาภาษาอย่างนั้นมายกว่ากันทันทีให้มันเป็นสำนวนอยู่ในบาลีสมัยเดิมมันมีอยู่แล้วสำนวนที่ใช้กับวันนี้นะมอเตอร์ไซค์ โตนี่เขาใช้กันเกลื่อนเขาใช้กันมากแล้วว่าพระพุทธเจ้าภะคะวะโตอย่างนี้อย่างนี้เนี่ยสัมมาสัมพุทธเจ้าขอนอบขอน้อมนะโมตัสสะไม่ใช่ภาษาพูดง่ายๆมันพูดออกมาจากใจมันเป็นจริงเกิดจริงนอบน้อมจริงเดี๋ยวนี้มันเป็นสักแต่ว่าภาษาต่างกันมาอู้ๆเฉยๆแต่ก่อนนี้ใครกล่าวใครเปลี่ยนมันมีจิตใจออกมาด้วยแล้วมันมาจากความรู้สึกนอบน้อมพร้อมยอมให้บูชายกย่องเลยสรรเสริญคุณจริงๆเออนิทานนกก็ยอมแพ้ในที่สุดอาทิตย์นี้ก็ยกทวนกลับมาทำโต้ตอบเราก็พับๆไปครับทดสอบเบื้องต้นเห็นเป็นปอบเป็นชั้นขึ้นมาจนกระทั่งมาเพลง วัดฉายนะโคตรเนี่ยได้ชมเชยคุณ 3 ระดับเราต้องพยายามนึกถึงว่าสมัยพระพุทธเจ้านั้นน่ะพระพุทธเจ้าแสดงธรรมพระพุทธเจ้าเปิดเผยขึ้นมาแล้วเจอตั้งท่านยืนยันพระรัตนตรัยเป็นหลักและคนก็รับพระรัตนตรัยนั้นว่ามีพระพุทธเจ้าเป็นเอกมีพระธรรมที่พระเจ้าตรัสสอนไว้เนี่ยต่างๆนานาก็รวบรวมพระธรรมต่างๆออกไปเป็นเครื่องวัดเป็นเครื่องเข้าใจแล้วเราก็เข้าไปปฏิบัติตามคำสอนนั้นๆแล้วก็มีสาวกมีสองผู้มาปฏิบัติตามปฏิบัติตามจนเขานับถือว่าถ้าปฏิบัติตามประพฤติตามของพระผู้มีพระภาคแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ที่เป็นสุปฏิปันโนอุชุปะฏิปันโนเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้รับทำสมควรแก่ธรรมนี่เป็นคำสรรเสริญคุณจะขออธิบายซ้ำพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณไม่ให้ฟังซะก่อนอันในแง่เชิงพวก 4 ข้อนี้ไม่มีเนื้อหาสาระอะไรมากหรอกเป็นแต่เพียงหลักฐานยืนยันเท่านั้นเดี๋ยวจะขยายความให้ฟังตอนหลังว่าคนจำพวกที่ท่านกล่าวสั้นๆว่าขัตติยะบัณฑิตบัณฑิตหนึ่งหรือว่าสมณะบัณฑิตอีก 1 4 พวกนี้เราเคยผ่านมาแล้วลักษณะขัตติยะพราหมณะคฤหบดีและสมณะ ที่มาแบ่งง่ายๆว่าชนในโลกนี้แบ่งชุดหัวเป็นอย่างนี้ถ้าทั้ง 4 หมวดนี้มีบัณฑิตทั้ง 4 หมู่ 4 เหล่านี้ย้อมต้นปากแข็งมีอยู่ทุกหมู่นั่นแหละเสร็จแล้วก็ยอมทั้ง 4 หมู่ได้เข้ามาได้อย่างนี้แล้ววัดฉายนะโคตรบอกว่าถ้ามีหลักยืนยันอย่างนี้แล้วก็เขายอมล่ะเขาเชื่อแน่ก็เห็นตามล่ะใครจะว่ายังไงก็ช่างก็คนซะขนาดนั้นบัณฑิตท่านแบบนี้ทุกหมู่ทุกเหล่านี้ก็ยังยอมตนเขาก็ยอมรับนับถือข้าพเจ้าจะเก่งอะไรกันเชียวเขาก็ถืออันนี้เป็นเครื่องประกอบอันนี้ก็พูดถึงพระพุทธคุณ 9 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อิติปิโสภะคะวาอะระหังสัมมาสัมที่จริงอันนี้เราพูดกันมาแล้วแต่ต้นคุณของพระพุทธเจ้าเนี่ยคือตอนแรกเขาชมเชยเนี่ยเราก็ได้อธิบายมาพลางแล้วก็จะพูดไม่มากนักอย่าไปพูดถึงธรรมคุณทำบุญถวายพุทธคุณที่ 9 ธรรมคุณธรรมคุณ 6 สังฆคุณ 4 ใช่ไหมเออฉันก็ก้าวเหมือนกันนะ 9 6 9 เดี๋ยวฟังเดี๋ยวฟังดูซึ่งเราผ่านมาแล้วเราปล่อยปะละเลยเราไม่ได้เน้นเอาเนื้อสาระเลยฟังก็ฟังผ่านได้ยินก็ได้ยินนี่เราย้อนกลับไปเอาของเก่ามาทั้งนั้นซึ่งทุกคน ยืนยันได้ทุกคนเคยได้รับรู้มาแล้วมีหลักฐานเพราะเป็นของพื้นเป็นของรับง่ายสมัยพระพุทธเจ้ามาบรรยายมาพูดมาแสดงธรรมนี่ก็เหมือนกันแสดงพุทธในที่จริงพราหมณ์เขาก็ไม่ใช่อะไรหรอกเขาเรียกทางพระศาสนาพุทธเหมือนกันนี่แหละศาสนาพุทธนี่แหละท่านปรับอะไรก็บอกว่าเป็นอย่างนี้เนี่ยผู้ที่สอนท่านสอนเป็นอย่างนี้เหมือนกันนั่นแหละมีคุณลักษณะอย่างนี้ตรงกันอันนี้เรากลับมายืนยันเดี๋ยวนี้ก็ของที่ได้ยินมาแล้วนี่ล่ะมันทำให้เขาใจมันหงายของที่คว่ำมาทำให้รู้อย่างพิสดารทำให้ตื้นทำให้เห็นเด่นชัดทำให้เข้าใจอย่างแจ้งชัดมันก็ไม่มี หาอะไรแล้วคุณลักษณะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวเป็นผู้ตรัสรู้ชอบเอง 11 สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะอีก 1 เป็นผู้ไปดีพูดไปดีอย่าไปพูดที่ดำเนินอยู่เจริญไปเนี่ยดีทุกอันไม่มีการไปร้ายพูดง่ายๆรู้แจ้งโลกเป็นผู้รู้แจ้งโลกเป็นสาระถีที่ฝึกคนควรฝึกได้ไม่มีใครยิ่งไปกว่าเป็นครูของเทวดาและมนุษย์เป็นผู้เบิกบาน เป็นผู้จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์คุณลักษณะต่างๆพวกนี้ตรัสรู้ชอบเองนี่เราเรียกว่าปัจเจกภาษาบาลีเรียกว่าปัจจัยปัจจัยขั้นสูงยิ่งกว่านั้นเรียกว่าสัมมาสัมพุทธะซึ่งมีปัจจัยคุณอยู่ด้วยที่ว่าปัจจัยคุณก็คือมันรู้เองความรู้ที่ท่านรู้นั้นที่ว่ารู้เองก็เพราะว่ามันไม่มีผู้ใดบอกได้ในแง่ในเชิงแค่นั้นเชิงนี้แย่อย่างที่ท่านรู้เนี่ยไม่มีใครพูดมาก่อนไม่มีใครกล่าวมาก่อนไม่มีใครแสดงเปิดเผยออกมาก่อน มีแต่ไปอธิบายมีแต่แสดงขยายอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างหนึ่งเหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ก็อย่างนั้นแหละอันนี้กับแปลกไม่เหมือนใครท่านเข้าใจของท่านลึกซึ้งท่านเข้าใจเห็นมุมเหลี่ยมแปลกท่านจะแสดงแง่แปลกที่ท่านเห็นนี้กับเขาก็ได้ท่านจะแสดงแง่ที่ท่านเห็นนี่แหละให้ดูกลมกลืนกับเขาก็ได้นะก็ได้จริงๆเราจะแสดงให้กลมกลืนกับเขาก็ได้เราจะแสดงให้แปลกคนละเรื่องเลยก็ได้แล้วมันเห็นจริงๆเห็นแปลกไปเลยหลาย แย่เลยอะไรก็แปลกได้ทั้งนั้นเห็นชัดเจนเลยคือมันมีมุมที่ปรับรอบมันมีมุมที่ปรับรอบถ้ากลับรอบแล้วดูต่างเหมือนทวนกันเหมือนตีกลับแต่คุณลักษณะต่างๆนั้นน่ะเข้าใจหมดทุกเหรียญทุกมุมจึงเรียกว่าเป็นผู้รู้ลึกผู้รู้ปลายเป็นผู้ย้อนแย้งเป็น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive