201015-127 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน127-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ010.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์163 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมพุทธศักราช 2520 ชนิดไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้โปรดนำผลัดเช้าและพุทธสถานสันติอโศกดังต่อไปนี้เอาวันนี้ก็มาทำวัตรต่ออัตรากินแล้วเราได้ทำวัตรไปถึงเรื่องการนอน 4 อย่างที่นอนอย่างเพลงนอนยังบริโภคตามอย่างคนบริโภคกามนอนอย่างสีหะแล้วก็อย่างที่ 4 นอนอย่างตถาคตการนอนอย่างสถาบันไม่ใช่ภาษาโลกแล้วกลับไม่ การนอนไม่จำเป็นต้องนอนไม่จำเป็นจะต้องเอาร่างกายพลาดลงไปวางลงไปมีลักษณะรูปมีท่าทางยังเปรตใช้ยากก็นอนหงายกามโภคีซะยากก็นอนคว่ำตะแคงซ้ายขึ้นทับขวานอนที่หายากก็นอนเอาขวาข้างขวาแขนข้างขวาขึ้นทับแขนซ้ายเท้าเหลืองเท้าอะไรต่างๆเป็นสีหาใส่ยากจนกระทั่งมาถึงสถาบันไสยาสน์เป็นลักษณะของธรรมที่อาศัยญาติเป็นลูกเป็นลักษณะการนอนที่ใช้รูปฝึกเป็น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ว่าจะต้องมีตรงนั้นเลื่อมตรงนี้ตรงนี้ซ้อนตรงนั้นตรงนั้นซ้อนตรงนี้ไม่มีแล้วเพราะกล่าวว่าการนอนอย่างตถาคตก็คือเป็นภิกษุที่หรือว่าเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติที่สงัดแล้วจัดการสงัดแล้วจักกุศลธรรมมีฌานตั้งแต่ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ไปจนจบอันเป็นผู้ที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขแล้วมีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาแล้วแลอยู่มีเรียกว่าการนอนอย่างสงบไม่ได้กล่าวถึงรูปเลยโดยเฉพาะรูปหยาบแต่มันก็มีรูปถ้าจะพูดถึงผิดแล้วรูปก็จิตอรุณกิจยังมีอยู่ การอธิบายฌานเป็นรูปรูปที่หนูต้องถูกรู้ที่ต้องรู้อาการเข้าใจกิริยาเข้าใจสภาพที่ปรุงแต่งอยู่ในจิตมีอะไรปรุงแต่งอยู่ในจิตจิตที่มีสภาพอย่างนั้นอย่างนี้มีอะไรผสมอยู่ตอนนั้นตอนนี้มีอะไรเป็นเครื่องปรุงของจิตจิตเป็นชาญหนึ่งมีวิตกวิจารณ์มีปิติมีสุขมีเอกก็ตามอารมณ์หรือเป็นผู้ที่กำลังเสพสุขอันเกิดแต่วิเวกมันสงบระงับตามเท่าที่มันเป็นบางคนมีชานหนึ่งยังไม่สงบระงับเลยแต่เขาก็ว่าจิตขอ

อ่านต่อ

งเขาเป็นอย่างนั้นเรียกว่าวิเวก มันเป็นสภาพพฤติกรรมอันนั้นวิววัดพฤติ + เอกพฤติกรรมอันนั้นของเขาเป็นอย่างยิ่งมันเกิดอยู่ที่จิตจริงข้าจะฟุ้งซ่านอะไรไปดั่งที่อธิบายแล้วเรื่องนั้นเป็นเรื่องนั้นอยู่ที่จิตของเขาเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วก็จะสับสนปนกันไปบ้างแต่ถ้าจิตเขาอยู่อันนั้นถ้าเขารู้จิตของเขาได้มีวิตกสิ่งของเขาวิตกอธิบายไปแล้วว่าวิตกก็คือจิตธรรมดานี่แหละที่มันยังไม่บริบูรณ์มันยังมีสภาพวิตกเอาภาษาไทยง่ายๆก็ถูกต้องเพราะเขาไม่จบของภาษาไทยของไทยเนี่ยเอามาจากภาษาบาลีนั่นเองคือจิตที่ยังไม่บริบูรณ์ มันยังมีความห่วงหาอาวรณ์มีความกังวลมีความไม่สนใจวิตกยังมีอะไรขาดๆหล่นๆอยู่ที่เดียวที่ตกมีอาการเจ็บอย่างนั้นเราต้องวิจารณ์ดูพิจารณาดูจิตของเราให้ออกให้รู้พฤติกรรมของจิตของเราให้ชัดแล้วก็ทำเปลี่ยนคำว่าการวิตกนั้นให้ออกลดลงให้มันจางคลายลงให้มันเบาสบายไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องร้อนจนกระทั่งเราเห็นว่ามันดีขึ้นจึงเรียกว่ามีปิติที่ชัดถ้าเรารู้เราก็อยู่ในฌานหนึ่งตลอดเวลาเป็นการงานของชาญหนึ่งจนกระทั่งลดลงไปได้มากเห็นเด่นชัดก็เป็นสุขเมื่อเราเน้น วิตกวิจารณ์การคลายสภาพของวิตกรถพฤติกรรมของจิตอย่างที่มันไม่ดีนะรถลดลงมามันก็มาสู่ดีสูตรดีก็ไปปิติชัดไปทาน 2 พอปิติชัดเป็นฌาน 2 ไร่ชา 1 ลดลงลดลงมากเท่าใดให้ดีก็ยิ่งมากขึ้นคือปิติมันก็ยิ่งสุขขึ้นยิ่งว่างขึ้นถ้าแปลสุขไปหาปรมัตถ์ก็แปลว่าว่างก็ยิ่งว่างยิ่งวางยิ่งปล่อยขึ้นแม้แต่ดีแม้ไม่ต้องวิจารณ์จะระงับสนิทไปแล้วกิตติเป็นตัวดีรู้ดีเห็นดีเห็นจิตที่ดีมีจิตที่ดีอยู่จะมีสภาพยินดีตื่นเต้นมากก็ต้องลดลงลดลงลดลงจางลงจนเหลือแต่เห็นดีจิตของเราดีจริงๆสบายโปร่งใส อ่างลงมากขึ้นเป็นสุขและอุเบกขาแล้วเข้าร่วมพอถึงฌาน 3 ท่านก็ถึงบอกว่าอุเบกขามีสุขคือปิติรถนั่นเองตัวปิติตัวที่มันเห็นดีรู้ดีมีเป็นมันดีขึ้นเรื่อยๆแม้จะยังไม่ดีเยี่ยมดีขึ้นมาดีขึ้นมาลดลงไปในส่วนที่เสียดีก็คือส่วนที่เสียรถฟังภาษาไทยชัดๆมันลดลงมานี่เห็นอาการจิตนะจิตของเราต้องรู้จิตอ่านจิตเห็นจิตของเราแท้เมื่อจิตมันลดส่วนเสียลงไปมันดีเยี่ยมลงไปเรื่อยก็นั่นแหละคือเป็นสุขมันสงบระงับเป็นบุญกุศลสุโขสุขด้วยสิ่งที่มันไม่สบายไม่ติดมันลดลงลดลงลดลงจนสิ้นปีไม่ต้องกังวลมันดีแน่ แน่ใจดีแท้ๆไม่แน่ใจมั่นคงเป็นพิษเป็นสุขกับอุเบกขาวางเฉยจนกระทั่งเราเรียกว่าสุขก็ไม่เรียกไอ้ทุบน่ะหมดแน่หมดไม่ตกกังวลสงสัยหมดขาหมดรำคาญหมดเครื่องหมดอึดอัดขัดเคืองหมดเสียใจไม่เสียใจอะไรไม่มีแล้วตอนนี้สุดท้ายญาติโทรมานัดทุกท่านมีจิตส่วนที่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เข้าท่าไม่มีแล้วก็จิตว่างทีนี้เราก็จะเก่งแล้วจะมีกำลังเป็นอุเบกขาเป็นจิตเป็นหนึ่งอันแน่วแน่จะโน้มน้าวมาทำอะไรอื่น ก็ทำได้อิทธิวิธีจะรู้ในส่วนที่ 2 ที่อธิบายไปแล้วถึงฌานที่มันจะโน้มมาเป็นอภิญญาที่เราได้ทบทวนและอธิบายไปแล้วว่านี่เป็นทานแล้วจะต่อออกมามันเป็นอภิญญาต่างๆเมื่อผู้ใดมีถึงขั้นชาญจิตก็จะเริ่มต้นเกมอิทธิมีวิธีการต่างๆเก่งด้วยไปแล้วการที่ได้จิตอย่างนี้เรียกว่าการนอนอย่างสงบเราจะทำงานอยู่เราจะมีการเดินการไปการมาเที่ยวแขนไปขามีพฤติกรรมอะไรอยู่ก็ตามแต่จิตของเราเป็นจิตที่เป็นชาญซะแล้วแม้เราจะนั่ง เฉยหลับตาแล้วจะบอกว่าชาญอยู่ในตอนหลับตาก็อ้าวถ้าจิตของเราเป็นอย่างที่อธิบายนี้ก็เหมือนกันเราจะทำงานอะไรจะโน้มน้อมจิตอะไรไปในขณะที่นั่งอยู่เป็นฌานก็เกิดประโยชน์เกิดผลได้เหมือนกันเราจะใช้จิตทำงานมโนกรรมนึกคิดเพราะว่านั่งหลับตาอยู่ก็ไม่คงไม่มีอะไรทางกายนอกแต่นึกจะคิดจะทำเป็นอ่าให้เกิดประโยชน์ในทางเรียนรู้เจริญรุ่งเรืองที่ว่าสานุสติญาณเรานึกสิ่งเก่าขึ้นมาทบทวนรู้ความเกิดความดับไม่เข้าใจในตัวต่อไปรู้ว่าสิ่งที่มันเคยเกิดอันใดเป็นชั่วอะไรเป็นดีอาการจิตที่เคยว่างเคยวางเคยปล่อยเคย เคยดีที่สุดทบทวนอ่านให้รู้จิตที่ดีที่สุดเป็นอย่างไรจิตที่ไม่ดีจิตที่ยังเป็นอกุศลอยู่อย่างไรจงเข้าใจกุศลอกุศลอย่างชัดมีอย่างหนาอย่างบางอย่างละเอียดอะไรก็ตามแต่ไล่เรียงดูมีอาการแก่อาการอ่อนรู้จิตจิตอย่างนี้ดีที่สุดเรียกว่าอนุรักษ์พลังจิตตังไม่มีจิตใจดีกว่านี้อีกคิดอย่างนี้ยังไม่ดียังมีจิตอื่นดีกว่าอยู่เลยว่าศักดิ์สิทธิ์ตังค์อะไรนี่ก็รู้รู้ไปจนกระทั่งว่าจิตของเราอย่างนี้แหละดีมีประโยชน์แท้เป็นสิทธิที่ควรตั้งมั่นควรจะทำให้แข็งแรงเป็นสมาธิตัดอย่างนี้เป็นอสมอย่างนี้ไม่ดีไม่ควรให้ตั้งมั่นตอนมาก็จอนมาแต่ไม่ควรจะ ถือเป็นกิจที่ควรจะสั่งสอนไม่มีอัตโนมัติก็ไม่ต้องเอากินอย่างนี้ควรทำให้ตั้งมั่นในมั่นคงเพราะเป็นจิตที่มีประโยชน์สมาธิปากให้คนนี้เสมออย่างนี้ได้ง่ายๆก็ประโยชน์ต้องมีเสมอคิดอย่างนี้เป็นจิตที่มีประโยชน์ก็ให้รู้แล้วก็กระทำเอาก็ทำไปจนมั่นคงอย่างนี้เป็นจิตวิมุตติอย่างนี้เป็นที่เกิดรถแท้เห็นจริงทบทวนเจโตปริยญาณเกิดญาณเกิดปัญญารู้จิตอ่านจิตชัดเข้าใจจิตตัวเองชัดทบทวนทบทวนแล้วก็ทำให้เกิดจริงมีเป็นสภาพอย่างนั้นอย่างนี้ที่เราทำได้มั่นคงก็มีปัญญารู้ทบทวนในขณะที่ ทวนหลับตาอยู่เราจะมีปัญญาทบทวนเมื่อเวลาเราทบทวนแล้วจะเข้าใจจุดดูประปาจะรู้จักประการเกิดของจิตอย่างนี้เป็นอย่างนี้การดับของจิตอย่างนี้เป็นอย่างนี้ไม่เอาจะให้มันเปลี่ยนหนีหรือว่าจุติเพื่อนนี้อย่างนี้เอาเพื่อนเข้าเกิดที่ตนเกิดที่เรามีที่เราก็เข้าใจการเกิดเรียกว่าการเกิดการเป็นการมีการเคลื่อนออกการสลัดไปการไม่ให้มีอยู่ที่จิตเราดับลงไประงับลงไปได้เรียกว่าจุดติดก็รู้จักกันการอุบัติการกุฏิรู้แล้วจนกระทั่งอาการมันลึกซึ้งเป็นอนุสัยเป็นอาสวะก็เข้าใจมีอ่อนๆลึกๆอยู่อย่างไรก็เข้าใจอย่างถึงอาสวะอย่างถึงอนุสัยของตนเองรู้ว่าการนี้มันมี ลึกอย่างนี้มีอยู่บางเบาอย่างนี้มีอยู่ซ้อนเกิดปัญญารู้อาการนี้มีเหตุผลเพียงพอคิดอย่างนี้เองไปจิตเลวจิตราจิตอย่างนี้เองเป็นอนุสาจิตอย่างนี้เองเป็นไม่สภาพไม่ดีแล้วก็มีมีบทบาทมีเหตุปัจจัยทำให้เกิดอะไรต่ออะไรที่ไม่งามไม่ดีด้วยกายก็ตามด้วยว่าจีบก็ตามรู้อย่างชัดไม่รู้อย่างชัดก็รู้อาสวะของตนรู้ว่านิสัยของตนไม่รู้แล้วเราก็แน่ใจว่าเราจะทำอาสวะนี้ได้สิ้นแม้สัมผัสอันนี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์ อีกไกลกรรมการอย่างเต็มรูปเราก็จับจิตของเราได้อีกเหมือนกันเป็นฌานลืมตาอ่านจิตออกเหมือนกันกับฌานลืมตารู้การวางเฉยรู้ความสุขรู้ปิติรู้ความดีความถูกต้องทุกอย่างวิตกวิจารรู้รู้พฤติกรรมของจิตวิตกคำนี้อย่างดีก็ยังไม่ดีวิตกก็คือบอกว่าจิตที่มันยังวิตกกังวลไม่มีห่วงมีหวงมีสภาพที่ยังไม่บริบูรณ์มีเคืองมีขาดมีไม่ชอบใจมีอะไรนี่วิตกอย่างสงสัยลังเลมีตกที่ดีก็คือจิตที่ไม่มีอะไรมีแต่ความนึกคิดตรรกะมีเหตุมีผลจิตมีแต่เหตุมีผลไม่มีอารมณ์เลวโทรมา มีตกปลาญาติไม่มีอุปสรรคไม่มีปฏิฆะไม่มีอย่างหยาบก็ไม่มีปฏิกะใดๆเลยสบายจะคลอดเป็นสุขแม้แต่สุขก็รู้เท่าทันสุขเป็นชาญอยู่ตรงนั้นเองเราก็ไม่ได้ติดสุขจึงเรียกว่าหมดสุขหมดทุกข์อันมีอุเบกขาอยู่ฉันไม่ทุกข์และไม่สุขมีแต่สติอันบริสุทธิ์พระอุเบกขาแล้วแลอยู่เป็นทางที่ 4 ไม่ทุกข์ไม่สุขมีสภาพที่รู้อยู่มีสติอยู่อันบริสุทธิ์ของอุเบกขาอยู่บริบูรณ์จริงๆดีจริงๆแล้วเรา อ่านออกในจิตของเราตลอดเวลาเมื่อสัมผัสแล้วเราจะมีความเกิดไหมสิ่งที่ไม่ดีเกิดมาในขณะจิตนั้นมีไหมสัมผัสแล้วแรงๆขนาดไหนก็ไม่มีก็แสดงว่าเรามีจิตมั่นคงจิตของเราเด็กขาดจิตของเราไม่หวั่นไหวพุทธสาโรกับทำเลอีกตั้งสติหมายความว่าพุทธศาสตร์โลกะสัมผัสกับโลกกระทำแล้วโลกธรรมจะมีขนาดไหนก็ตามมีโลกธรรมมีธรรมะแต่ว่าจริงแท้สัมผัสจริงไม่ใช่นั่งแต่คิดเอาด้นเราเอาเธอได้ยินเสียงเกิดได้เห็นรูปสัมผัสกลิ่นสัมผัสรสสัมผัสกับสภาพ มันอ่อนร้อนแข็งเย็นรุนแรงจัดจ้านอย่างไรก็ตามสัมผัสจริงจิตก็ไม่หวั่นไหวจิตก็ยังนั่งแนวเป็นประโยชน์อันดีงามอยู่ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรไม่ได้มีไปในทางทุกข์เลยทางทุกข์ทางปฏิฆะทางรำคาญกังวลสงสัยไม่สงสัยจิตตัวเองแน่ๆสบายโปร่งปลอดโปร่งเป็นสติที่มั่นคงอยู่แม้แต่ธุลีเหตุของความไม่ไม่สบายใจเลยว่าอโศกไม่ได้ชักเศษของสิ่งที่อยากจะเป็นราคะก็ไม่สงสัยไม่สงสัยในเรื่องของเศษธุลีอะไร เข้าใจทุกอย่างจิตของเราจะรู้ว่าสิ่งนี้ไม่น่าชอบสิ่งนี้น่าจะชอบสิ่งนี้น่าจะกระทำต่อหน้าจะรับไว้สิ่งนี้ไม่น่าจะรับไว้สิ่งนี้น่าจะกระทำสิ่งนี้ไม่น่ากระทำร่วมด้วยเราก็รู้เรารู้ความจริงตามความเป็นจริงเป็นจิตที่แน่ๆละเอียดต่อและเป็นไปได้จริงดังนั้นก็เป็นผู้ที่สำเร็จเป็นผู้ที่บริบูรณ์เจโตอาจารย์ 4 เป็นฐานที่มีพร้อมเมื่อเรามีอุปกรณ์ 4 ก็ต้องมีอยู่เมื่อฌาน 4 มีอยู่ เราจะมีเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้หรือถ้าเผื่อว่าเราสำเร็จเป็นพระอรหันต์แท้หลวงพ่อโตภาคสมุดเมื่อใดก็ได้จะให้ไม่ให้เป็นอุปกรณ์เจโตวิมุตติอยู่แล้วก็มีปัญญาซ้อนว่าเราจะอนุโลมอันนั้นจะมีอันนี้จะเป็นโน๊ตก็ได้เดี๋ยวบริบูรณ์การนอนอย่างตถาคตจนเป็นการนอนผ้าเข้าใจว่านี่เรียกว่าการนอนนะยังเป็นการนอนที่สถาบันไม่ต้องนอนฟังดูดีๆตกลงพระพุทธเจ้าไม่เคยนอน แล้วก็จริงพระพุทธเจ้าไม่เคยนอนเพราะไม่เกี่ยวกับรูปและแม้พระพุทธเจ้าจะนอนเอนกายลงราบพระพุทธเจ้าก็ทำงานทำงานถ้าจะถ้าเราบอกว่าอธิบายกันมาเราหลอกกันมาเอาพระพุทธเจ้า 22:00 น นอนถึงตี 2 บางนาก็ตื่นพระพุทธเจ้านอน 4 ชั่วโมงในขณะที่นอน 4 ทุ่มถึงตี 2 นั้นก็พระพุทธเจ้าก็สอนเทวดาเพราะฉะนั้นท่านก็ไม่ได้นอนหรอกจิตของท่านก็ทำงานถ้าจะทำงานในด้านจิตทุกท่านก็ทำงานอยู่มีรูปมีเรื่องมีเรื่องราวที่จิตที่ทำงานอย่างนั้นได้เจตนาอารมณ์ หาอยู่เป็นชาญแล้วก็ทำงานอยู่ในรูปเรื่องนั้นมีสภาพที่สภาพที่ทำงานกับจิตยังไม่ได้เรียกว่านอนโดยภาษาโลกไม่เรียกว่านอนโดยประสานลูกแต่ท่านนอนพระพุทธเจ้านอนตลอดกาลเพราะพระพุทธเจ้ามีชายอยู่เสมอตลอดเวลาพระพุทธเจ้ามีฌานทั้ง 4 ก็เรียกว่านี่แหละเป็นสถานนอนอย่างตถาคตแล้วตกลงว่าเจ้านี่นอนตลอดเวลาไม่เคยตื่นฟังนะเนี่ยภาษาบนมากนะกลับกันไปกลับกันมาเพราะพระพุทธเจ้าตอนแรกบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่เคยนอนตอนหลังนี่ก็บอกว่าพระพุทธเจ้านอนตลอด ตาลไม่เคยตื่นเพราะพระพุทธเจ้ามีฌานตลอดเวลาส่วนรายละเอียดของฌานและจิตที่จะละเอียดอยู่นั้นน่ะในซ้อนอยู่ในจิตมันจะมีชายอย่างใดทานอย่างแก่อย่างอ่อนอย่างไรเป็นชา 1 เป็นทาน 2 เป็นชั้น 3 เป็นฌาน 4 ท่านก็จะตื่นจะหลับอยู่ก็เดชาเขาบอกว่าการตื่นบูชา 1 พระพุทธเจ้าตื่นแต่มีทานมีเป็นภาษาชั้นลึกแล้วนะทางโลกเรียกว่านอนไม่มีตื่นแต่ทางธรรมเรียกว่าตื่นไม่มีนอนก็บริจาคทางโรงพยาบาล รูปการ์ตูนกายจิตของท่านมีฌานอยู่แสดงว่าท่านนอนแล้วทีนี้ชายของท่านทำงานขนาดไหนถ้าทำงานอย่างหยาบอย่างฌาน 1 เราเรียกว่าท่านอื่นถ้าท่านนั้นท่านทำงานอย่างละเอียดดับสนิทเป็นนิโรธเลยว่าท่านหลับสนิทสำหรับทุกอย่างเป็นอสัญญีหรือเป็นการหยุดงานแต่พระพุทธเจ้าไม่อาจสำลีเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีนอนหลับอย่างตี๋ไปเลยมันอาจจะมีไม่มีถ้าไม่นอนอย่างชาวโลกนอนอย่างหลับเป็นอสัญญีนอนยังไม่รู้ไม่เห็นไม่มีสติไม่ได้เพราะเจ้านอนอย่างมีสติทำนองเป็นคำอาศัยนะ อย่าบ่นพระเจ้านอนอย่างมีสติทำงานจึงเรียกอย่างละเอียดว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้นอนในขณะที่ท่านนอนนี่จะพักอยู่ในตัวเราจะเห็นได้ว่าทุกอย่างมันก็มีแต่การเกิดจากการตายพระพุทธเจ้าที่ยังมีศักดิ์อุบายที่เศรษฐศาสตร์ยังเหลืออุปทานขันธ์ 5 ยังเหลืออุปาทิเราไม่ได้อุปทานยังเหลือขันธ์ 5 ปัจจุบัน สภาพมีสติเต็มอันบริสุทธิ์มีจิตอุเบกขามีจิตเมตตากรุณามุทิตาได้ท่านมีเมตตากรุณามุทิตาท่านเป็นจิตตื่นถ้ามีการงานอื่นที่ช่วยเหลือโปรไฟล์โลกอยู่ท่านเป็นจริงถ้าจะปล่อยวางเฉยลงไปเป็นทาน 4 ถ้าเป็นจิตดับจิตวางแต่วางอย่างตถาคตไม่วางอสัญญีบางอย่างตถาคตบางอย่างพระพุทธเจ้าไม่วางอสัญญีล่อของพระพุทธเจ้าเล็กสั้นรอบที่พระพุทธเจ้ามีฌาน 4 สั้นเล็กไม่กว้างไม่หวือหวามากไปแล้วก็ไม่ดับดิ่งมากแค่มี พี่ตกวิจารณ์ปิติสุขอุเบกขาและอรูปฌานที่ซ้อนอยู่ในตัวเป็นวิญญาณแท้เป็นอากาศโปร่งแท้อากิญจัญญายตนะก็คือไม่มีกิเลสในระยะยาวพ้นสนิทเป็นตัวบอกเป็นตัวเป็นตัวพ้นเป็นตัวกำกับว่าไม่มีสิ่งนี้อย่างชัดเจนเราจะไม่มีกิเลสแล้วก็ไม่มีความไม่รู้ด้วยสำหรับพระพุทธเจ้าในวัดสัญญาณดาวสัญญาคนงานนี้เป็นต้นอย่างสนิทไม่มีสัญญาใดที่ไม่รู้เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธสัญญาเวที 23 ในโลกก็คือ คำอธิบายคำอธิบายของอภิญญาญาณเสนอสัญญาคำอธิบายคำศัพท์กันของสองคำนี้อัจฉริยะแปลว่าไม่มีนิโรธกับแปลว่าดับในวัดสัญญานาสัญญาแปลว่ารู้แล้วก็ยังมีเศษส่วนที่ไม่รู้อยู่ผสมอยู่ส่วนสัญญาแปลว่ารู้โดยไม่มีความไม่รู้รู้หมดสัญญาเวทีตัดก็คือตัวที่แก้ไขในลักษณะนามสัญญาตัวเดียวกันแต่กลับกันเสียหรือว่าสัญญานาสัญญายังค้างอยู่ในตัวไม่รู้ส่วนสัญญาไม่มีอะไรไปดูเวทีตัดความรู้เวทพระเวท เกิดการรู้แล้วเขาเคลียร์อย่างสนิทสัญญากำหนดหมายเข้ามาเด่นชัดนิโรธก็คือดับสนิทดาบสนิทในอะไรดับสนิทในกิเลสทั้งหลายทั้งปวงเช่นเดียวกันก็อาจกินจรรยาชนะไม่มีฤทธิ์น้อยหนึ่งไม่มีจริงๆขยายการกินจนยายจะชนะวันนี้ไม่มีอะไรไม่มีสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่ชั่วทั้งหลายหมดสนิทกับกิเลสดับอารมณ์ใสอาสวะสนิทไม่มีในโลกก็คือดับสนิทส่วนรู้มียังไงเนี่ยแจ๋วที่สุดเต็มรู้เรามีรู้เท่าใดมีรู้เท่านั้นเรารู้อย่างสมโพธิญาณมีรู้อย่างพระพุทธเจ้ากับธรรมวิทยา พระพุทธเจ้ารู้หรือเราเป็นพระพุทธเจ้าถ้าเราไม่อยากพระพุทธเจ้าเราอย่างแค่โพธิสัตว์รู้เราก็รู้เท่าโพธิสัตว์ของเราเต็มรู้อันนั้นเป็นยอดของคนเป็นยอดสุดของคนที่อธิบายสภาพทางสุดท้ายไม่ใช่ฌานเขาเรียกว่าอะไรอะไร 9 ศตวรรษ 9 อธิบายย้อนศตวรรษสร้างภูมิปัญญาไทยแยกออกไปเป็นรูปประทานรูปสุดท้ายมันเป็นสภาพเงินและจิตเป็นยังไงคนที่มีจิตที่ไม่มีอ่ะกินจรรยา ชนะไม่มีนิดหน่อยกิเลสตัณหาอุปทานหรือว่าโลภะโทสะโมหะอนุสัยอาสวะนิดนึงก็ไม่มีผลในวัดสัญญาณอ่ะสัญญาเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธก็คือตัวเดียวกันกับอากิญจัญญายตนะกับเนวสัญญานานสัญญาที่อธิบายความแก้ไขความเสื่อมความบกพร่องของพระรูปพรรณมันแก้ไขสุดอันนี้ล่ะฤาษีตาบอดไม่รู้เรื่องอันนี้สีดำหมดอายุ 2 อาจารย์พระพุทธเจ้าที่เป็นตัวอย่างสูงสุดนี่ให้อาจารย์สูงสุดนะอุทกกันดาบทอาราธนาบทนี้เป็น สะพานสูงสุดนะทางด้านเจโตทางด้านซ้ายฤาษีฤาษีที่แกะที่ไม่เก่งที่ไม่เข้าท่ากว่านั้นนั่นน่ะต่ำกว่า 2 ฤาษีนี้ยิงไม่รู้เรื่องใหญ่เลยชาญเชิญล่อกันเลอะเลยว่าไปเลยไม่เข้าท่าหรอกแต่ 2 คือสีนี้แหละอะไรนะบทประพันธ์บทนี้จับได้จับทานจับจิตใต้ถึงขั้นนี้แต่ไม่สูงไปกว่านี้ไม่เป็นแต่พูดว่าสัญญาไม่รู้เรื่องรู้แต่ว่าดับได้รู้แต่ว่ามันดับได้แค่นี้จิตไม่สนิทไม่เข้าใจต่อส่วน อาสากับวิญญาณนันจานั้นเป็นตัวจริงเป็นตัวจิตที่มันมีเมื่อมันไม่มีกิเลสแล้วจิตมันก็เป็นอาสาที่มันว่างมันโปรมันโล่งเป็นอากาศเป็นหลักฐานว่าทานแบบนี้เป็นชานที่ต่อมาจากอุเบกขาแล้วมันก็ว่างวิญญาณก็คือตัวจิตตัวรู้ถ้าว่างๆเฉยๆลงๆเป็นอาการคนอยู่ว่างๆร่างกายจะทำก็ว่างกายกรรมว่างวจีกรรมก็วางไว้กี่คำว่าจิตว่างมโนกรรมก็คือวางเฉยไม่มีอาการอะไรเมื่อจิตไม่มีอาการอะไรมันก็ไม่มีอาการอะไรของตายให้จิตมันทำงานขึ้นมามันก็เป็นวิญญาณเป็นธาตุรู้ เป็นธาตุรู้เราก็จะรู้อะไรเป็นประโยชน์ก็เป็นวิญญาณัญจายตนะแม้นิดนึงก็รู้แล้วว่าเออมีชั้นเชิงต้นมีนะนิดนึงมาก็เริ่มต้นมันจะโตใหญ่ๆจะมีสภาพมากขึ้นโตขึ้นชัดขึ้นก็ยิ่งมีใหญ่ก็ยิ่งรู้ชัดที่บางคนที่มีวิญญาณก็คือคนที่มีวิญญาณนังอนิจังเป็นคนที่มีวิญญาณแท้ๆวิญญาณบริสุทธิ์วิญญาณที่ขาวผ่องวิญญาณที่สะอาดธาตุรู้ที่รู้เต็มทำงานอยู่คนมันรู้จึงคนมารู้ธรรมของพระพุทธเจ้าจึงมีฌานทั้ง 8 มีศตวรรษกล้าอย่างบริบูรณ์เพราะฉะนั้นจะให้ ถึงวิญญาณเนี่ยไอ้ตัวจิตวิญญาณมาทำงานเป็นรูปประจำสุขของวิหารทำงานวิตกวิจารณ์มันก็วิตกวิจารรู้พฤติกรรมของจิตคำว่าวิตกไปวิตกดีไม่ใช่วิตกที่จะต้องมีอย่างลูกโลกเมื่อกี้แปลว่าภาษาไทยมันไม่ตกหมายความว่ากังวลคำว่าวิตกเข้าใจดีไม่ใช่คำว่าวิตกเคยได้ยินไม่ใช่เหรอที่ตกอะไรอะไรเนี่ยที่เขาพูดเป็นภาษาไทยๆนั่นแหละคือจิตมันยังไม่บริบูรณ์มันยังห่วงหาอาวรณ์มันยังกังวลมันยังอยากได้อะไรอยู่หรือมันยังไม่บริบูรณ์เต็มมันยังลังเลสงสัยมันมีหมดแล้วเสกของกิเลสต่างๆเป็นความคิด เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วจิตเอามาใช้ฌานหนึ่งจิตพระอรหันต์มีพิษตะกละเป็นเชิงคิดนึกแล้วก็ให้จิตของเรามีพฤติกรรมวิจารณญาณแปลว่าพฤติกรรมของจิตให้มีพฤติกรรมอย่างนี้เราจะปรุงให้มันเป็นอย่างนี้เราคิดอย่างนี้แล้วเราจะให้มันทำงานอย่างนี้ให้มโนมันทำกรรมให้จิตมันทำกรรมทำการงานอย่างนี้นี่ต่างกันจึงเป็นทานที่แท้จริงเป็นทานพระอรหันต์เป็นทานที่บริสุทธิ์ทางพระพุทธเลิศหัดนั่นน่ะอกุศลกรรมกามทั้งหลายหยาบๆเบาบางลงเท่านั้นจนกระทั่งละเอียดไปแล้วผมอธิบายละเอียดไปแล้วจนกระทั่งหมดแล้วจนกระทั่งค่อยๆไล่มันเป็นน้อยลงน้อยลงน้อยลงจนบริบูรณ์ เอาจิตมาทำงานเอาจิตกลับมาทำงานก็กลายเป็นจิตที่ต้องวิจารณ์เป็นวิตกวิจารณ์บริสุทธิ์ปิติก็เป็นตัวดีรู้ดีของพระอรหันต์เป็นตัวรู้ดีปรับปรุงได้ที่ดีที่สุดแล้วขนาดนี้พอเหมาะพอสมก็เป็นตัวดีเป็นสุขอยู่จิตก็ว่างอยู่อุเบกขาก็ว่างจิตก็ว่างเป็นวิเวกอยู่เป็นที่กระทำสุดของวิหารปัจจุบันเพลงผิดของตัวเองอยู่ทรงอยู่เห็นสิ่งที่ทรงอยู่เลยว่าที่จะทำคิดว่าความเห็นความเข้าใจธรรมะและสิ่งที่ทรงอยู่ที่จิตคือทรงอยู่ที่จิตที่เห็นอยู่เป็น เดี๋ยวนี้เป็นจริงมีจริงไม่ใช่ไปเอาอดีตไม่ใช่ไปเอาอนาคตเอาจิตปัจจุบันเอาความเป็นจริงที่ปัจจุบันอยู่ในวันที่ผมทำซุปผักวิหารรักวิหารรักก็แปลว่าทรงอยู่วิหารแต่ว่าเครื่องอยู่อะไรเป็นเครื่องอยู่ก็คืออันนั้นน่ะที่เกิดอยู่มีจิตมีวิญญาณมีบทบาทมีอะไรอยู่เป็นสุขสุขแปลว่าว่างจะเรียกว่าสุขแล้วก็ไม่มีอะไรสุขเท่านี้อีกแล้วนี่ขออาศัยภาษาโลกเท่านั้นมาใช้คือถ้าความสุขกับวิหารเพราะฉะนั้นขณะนี้เป็นกิจกรรมสุดท้ายของพระอริยเจ้าเป็นปัจจุบันมันคือผู้ที่ฝึกตนให้ได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการตั้งถิ่นผู้นั้นก็เก่งผู้ใดมีฌานทั้ง 4 อยู่เป็นอัตโนมัติผู้นั้นก็บริบูรณ์และสบายเป็นที่กระทำสุดของที่หาญ ถ้าจะอธิบายไปถึงสันป่าวิหารมีไหมเครื่องที่อยู่เป็นปลายอากาสามีหรือเปล่าคุณทำงานอยู่คุณมีอาการสาคุณมีจิตวางว่างโปร่งไหมคุณมีความรู้ที่เป็นวิญญาณัญจายตนะเป็นท่ารู้ที่รู้เต็มวิญญาณังอนันตังสัพพะโสปะทังคุณรู้ร่วมอยู่ด้วยไหมไม่ใช่มีจิตดีๆนะถ้าไม่กินดีมันก็วิญญาณไม่เต็มสติอันบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาไม่มีอุเบกขาเป็นคนคิดเยี่ยมจิตใจจิตเป็นแข็งแรงเป็นวิญญาณที่เต็มเลยทำงานเต็มรูปมีความรู้มีความสำนึก บอลตะวันมีปฏิภาณมีอัตถะปฏิสัมภิทาญาณมีธรรมะปฏิสัมภิทาญาณมีนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณมีปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณร่วมด้วยเท่าใดเราเก่งเท่าใดต้องมีอยู่เท่านั้นพร้อมพรั่งเลยได้เป็นวิญญาณพร้อมมีทั้งปาฏิหาริย์อย่างนี้โลกว่างและจิตมีการงานได้เต็มด้วยแล้วก็มีต่อไปอีกอาจกินไม่มีเลยกิเลสไม่เหลืออนุสัยอัศวะไม่มีจริงๆในวัดสัญญาณน่ะสัญญาณยิ่งไม่มีแน่เพราะว่าไม่สละสิ่งใดไม่รู้ไม่มีรู้เท่าที่เรารู้แต่เราเก่งเท่ากับบริษัทเราก็รู้แต่ว่าบริษัทคงน้อยกว่าองค์น้อยเราเกรงยาวพระพุทธเจ้าเราเป็นอย่างพระพุทธเจ้าก็รู้อย่างกับทางอยุธยาของพระพุทธเจ้าคุณรู้ ก็เท่านั้นเปิดรู้เต็มของเราเต็มของเราที่มีไม่ได้ไม่ได้หย่อนพ่อของเราถ้าคุณฉลาดเท่าไหร่ของคุณรู้เท่าไหร่ก็บุญเต็มเพราะใครของมันจะไปบังคับกันทำไมมันมีเหมือนอย่างผมมีคุณจะต้องมีอย่างผมมันบังคับกันไม่ได้หรอกอย่างนี้มันไม่เป็นไปไม่ได้เลยถึงเรียกว่าสุดยอดศิลปะเป็นควายคุณมีอันนี้เป็นเครื่องอยู่เป็นไฟล์ของใครของมันพระอธิบายมันมีอยู่มันซ้อนกันอยู่เพราะฉะนั้นทานสำหรับวิหารไม่ต้องอธิบายหรอกเป็นอยู่ในปัจจุบันภาพแล้วไม่มีกิเลสใครจะมาย้อนแย้งว่ามีกิเลสเพราะ สร้างรูปมีกายกรรมมีวจีกรรมพูดเหมือนโกรธคำพูดนี้เอามาแปลได้พูดมันไม่ชอบอย่างพระพุทธเจ้าตรัสว่าจอมเกลียดชังเหมือนกับมีความไม่ชอบมีกิเลสอย่างนี้เออเราเห็นดีเรายินดีด้วยเออนี่แหมเรายินดีจังสำหรับอย่างนี้ของเธอมันพระพุทธเจ้ามีกิเลสมียินดีมียินร้ายมึงชอบมีทางสมมุติเอามาอธิบายต่อมันได้แต่ว่าโดยจริงแล้วเป็นแต่เพียงท่านจิตของท่านจะสมมติกับเราติดบ้านแล้วจริงๆอันนี้ดีแล้วก็เอออันนี้ดีด้วยภาษาสมมติก็ออกมาตามกริยาตาย ยอมรับปฏิสันถารยิ้มรับอ่ะดียิ้มมากยิ้มน้อยแล้วแต่บางทีก็ยิ้มมากๆรับด้วยมันก็เป็นกิริยากายที่ออกมาเพราะฉะนั้นอันนี้เดาไม่ได้ไม่รู้ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นด้วยเป็นสภาพลึกซึ้งใครจะไปเห็นใจใครแม้แต่ใจพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าจึงบอกว่าเมตตานักชานามิอะเมตตังนักศึกษามีจิตไม่มีเราไม่รู้ไม่เห็นด้วยพระพุทธเจ้ายังบอกว่าเราไม่รู้ไม่เห็นด้วยเพราะฉะนั้นคนที่จะเก่งกว่าพระพุทธเจ้าเออเรารู้ใจเธอแล้วล่ะใจเธอเป็นอย่างนั้นใจเธอเป็นอย่างนี้ก็เก่งกว่าของพระพุทธเจ้า ก็บอกแล้วถ้าไม่รู้ไม่เห็นด้วยอันใดเป็นมายานายไม่เป็นมายาก็สั่งซื้อมายาวีก็ทำเธออัศวมายาวีมันจะไม่ไม่มันจะไม่ไม่หลอกไม่ลวงใครมันไม่เป็นมายาแล้วก็เรื่องของเธอมีตังค์ใช้เราไม่รู้เราไม่เห็นด้วยเพราะของใครของมันเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหีถึงขั้นนี้แล้วพระพุทธเจ้าก็ปฏิเสธเพราะว่าเราไม่ได้เห็นหรอกตัวที่ละเอียดที่สุดของใครของใครแต่จะเอาตัวที่ไม่ละเอียด เอาตัวอย่างเราจะเห็นด้วยแต่ตัวนิพพานไม่มีของใครจะแย่งของใครมาได้เพราะตัวที่ว่างตัวที่วางตัวที่ละเอียดสุดตัวที่ผ่านสุดของใครของมันแย่งกันไม่ได้ไม่มีใครเห็นของใครคุณจะเห็นความกว้างของคนอื่นไม่ได้คุณต้องเห็นความว่าของตัวเองควรจะมีกิเลสแสดงออกมาเป็นเสียง 2 เสียง 3 อะไรต่ออะไรนั้นเราพอพอจะคำนวณได้แล้วเราก็จะถามว่ามีไหมถ้ามีก็บอกว่ามีถ้าไม่มีก็บอกว่าไม่มีถ้ามีก็บอกว่าไม่มีก็เป็นความลามกของเธอถ้ามีบอกว่าไม่มีหรือถ้าไม่มีบอกว่ามีก็เป็นความโง่ของเธอเท่านั้นที่พูดไม่ตรงบอกไม่ตรงถ้าเราไล่เรียงไปอีกจับได้ว่าไอ้นี่พูดผิดก็เป็นความ ความผิดของเธอถ้าเราไม่ไล่เรียงจะเชื่อเพราะเราเองเราก็จะเชื่อคนจะเข้าใจว่าคนอื่นบริสุทธิ์ถ้าเราจะไม่เชื่อเราก็แสดงว่าเราไม่ไว้ใจคนอื่นถ้าเราไม่ไว้ใจคนอื่นอยู่แล้วมันก็เป็นแต่เพียงไม่ไว้ใจเราไม่ไว้ใจถ้าเราวางเป็นเราก็สบายถ้าเราวางไม่เป็นเราไม่ไว้ใจแล้วเราจะทุกข์ตายเลยไม่ไว้ใจคนนั้นคนนี้ไม่ไว้ใจคนนู้นคนนั้นตายทุกข์มากที่สุดเลยแต่ถ้าเราไว้ใจคนเยอะแยะใครก็ไว้ใจต่างคนต่างสนิทใจไว้ใจแล้วเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยทุกคนว่าความดีแล้วเขาก็แสดงอะไรออกมาแล้วก็นึกว่าเป็นความจริงหมดแล้วก็รับออกเป็นความจริงหมดแล้วก็เราก็ปฏิบัติกับเขาตามความเป็นจริงนั้นแล้วเราวาง เป็นเราก็สบายแต่ถ้าเกิดว่าวางใจคนอื่นนึกว่าเขาเป็นจริงหมดเลยไม่มีเล่ห์ลิ้นไม่มีหรอกลวงแล้วเราวางใจไม่เป็นเลยนะคนนั้นทุกข์ที่สุดเพราะว่าคนที่หลอกลวงอยู่มากหรือคนที่ไม่หลอกลวงคนที่หลอกลวงมีมากเพราะฉะนั้นมีแต่ความไม่จริงถ้าเราไปไว้ใจเขาวางใจเขาทุกคนเนี่ยไม่หลอกลวงแต่ที่จริงทุกคนมีอะไรเบี้ยวอะไรผิดอะไรบางอะไรเป็นมายาทั้งนั้นแต่เราก็สู้กับเขาแล้วเราวางใจเราไม่เป็นเรา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน