210103-153 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน153-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์186 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 3 มกราคมพุทธศักราช 2521 เดือนนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์พระพรหมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำวัตรต่อถ้าเราได้เริ่มบทสรรเสริญแต่ตอนช่วงนี้ในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่ท่านรวบรวมเอาไว้เนี่ยเป็นการรวบรวมคำสรรเสริญของผู้อื่นอันนี้ที่จริงไม่ใช่คำศัพท์จากพระโอษฐ์อันนี้เป็นคนอื่นเป็นคนอื่นกล่าวเป็นคนอื่นพูดถึงชมเชยสรรเสริญ พระพุทธเจ้าเมื่อไหร่จะได้ฟังคำสรรเสริญที่เขารับรองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยลักษณะต่างๆกันอย่างเมื่อวานนี้เราได้ขึ้นบทแรกในการสรรเสริญความเป็นสัมมาสัมพุทธะประกาศพระอาจารย์บริสุทธิ์ซึ่งเกิดเราก็ได้ยินไม่เคยได้ฟังกันมาบ่อยๆมากซึ่งเป็นบทพุทธคุณที่เรามาสวดกันอยู่ประจำนั่นแหละเป็นบทบาลีก็แปลบาลีมาก็ดังที่เราได้อ่านกันแล้วก็ได้บรรยายขยายความกันไป เท่าที่มูกลุ่มของเราจะพอฟังกันได้สมควรจะได้ฟังสิ่งที่ผมได้ขยายให้ลึกขึ้นให้ไกลขึ้นมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงออกไปพิสดารที่จะทำให้รู้แม้แต่ความหมายของคำว่าเทวดามนุษย์หรือว่าเป็นผู้เบิกบานอย่างไรจำแนกทำมะต่างๆสั่งสอนสัตว์ออกไปทำให้รู้มันโลกพรหมโลกอะไรต่างๆนานามันก็พยายามที่จะกระจายเป็นภาษาธรรมดาให้เข้าใจถึงสาระหรือคุณลักษณะต่างๆฟัง โดยจริงแล้วพุทธคุณอย่างนั้นพระพุทธองค์ยืนยันของพระพุทธองค์เองเป็นปัจจัตตังให้เป็นสิ่งที่ได้รู้ได้เข้าใจว่ามันเป็นอย่างนี้อย่างนี้นาสัตว์แล้วออกมาแล้วเหมือนกับขี้คุยหรือมันเป็นนิสัยวาทะมีใครหาว่าทีเป็นคำที่กล่าวแล้วมันเหมือนจะข่มขี่ผู้อื่นหรือทำเพราะกล่าวออกมาแล้วมันกำจัดคนอื่นไปเสร็จสิ้นกล่าวออกมาแล้วมันเรียกว่าทำลายคนอื่นไปเสร็จสิ้นมันสูงมันเด่นมันดี กว่ามันข่มเขาได้โอกาสอย่างนั้นจริงๆนี่เราพูดกันตรงๆอย่างที่เราไม่ได้คิดว่าเราไปข่มผู้ใดแต่เราพูดถึงความหมายที่มันเป็นสัจจะจะเป็นของแท

อ่านต่อ

้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆมันเพิ่งเกิดที่จิตเป็นอย่างนั้นเกิดถ้าเรามีบ้างเราก็จะรู้บ้างว่ามันมีลักษณะอย่างนั้นจริงๆแต่สีแดงอธิบายตอนท้ายของมันมันมั่นใจมันมีแล้วมันแน่นๆอยู่จริงๆเลยมันเด็ดเดี่ยวมันเห็นชัดเพราะมันเป็นคุณลักษณะที่ถ้าบอกว่าถ้าใครจะมาพูดถึงอย่ามาขอดู อยากจะให้บอกถ้าจะพูดแล้วมันอยากจะให้บอกมึงก็อยากจะบอกได้มันน่าบอกมันน่าอวดมันหน้าโชว์มันน่าแสดงมันน่าจูงกันมารู้ไม่เห็นมันน่าจูงกันมารู้เรียกร้องกันให้มันดูเป็นอียิปต์โกแท้เรียกร้องกลับมาให้ดูมันหน้าให้มาดูก็ไม่เห็นให้มาพิสูจน์ให้มาสัมผัสให้มารับเอาไปให้มันเป็นให้มันมีอย่างนี้บ้างถ้าผู้ใดมีแล้วมันผิดกฎยากถ้าผู้ใดกิเลสการยับยั้งการอยากอวดอยากโชว์ยังไม่หมดยังมีกิเลสมานักเรียนพรมกิเลสมานะสังโยชน์ มันอยากอวดเชียวมันอยากบอกมันอยากโชว์มันอดยากมันก็ต้องมารู้ประมาณมีสัตบุรุษเพิ่มขึ้นมาอีกรู้การประมาณรู้การหมอบควรรู้บุคคลรู้หมู่กลุ่มรู้สาระรู้ฉันเชิญแล้วก็ใช้แบ่งเราจะอวดก็ส่งรู้พอสมควรแล้วแล้วก็เมื่ออวดแล้วจะเอาออกหมดสักแค่ใดไม่ใช่มีเท่าไหร่เธอก็ไปหมดซะเลยเฉยๆอย่างนั้นก็ไม่ควรเราจะต้องรู้ประมาณวันนี้เป็นอนุบาลคนนี้ยังไม่ควรยังมีเนื้อหาสาระเท่านี้เท่านี้เราควรจะเอาให้ออกออกให้ดูได้ขนาดประมาณนี้ พอแล้วเดี๋ยวเขาก็จะร่วมสายศรัทธาไม่บ่นไม่ตีกลับไม่เกินขอบเขตของปัญญาไปเกินขอบเขตของเจโตที่จะรับแล้วก็เอาออกอวดออกโชว์หรือว่าออกถ้าจะบอกว่าล่อก็ได้เอาออกรอดเพียงเท่านี้แต่กำลังพอดีพอดีที่เขากำลังเห็นเด่นชัดเข้าใจได้ง่ายขนาดนี้แม่มันน่ากินน่าเอาหน้าเป็นหน้าได้หน้ามีจริงนะมันก็ถึงจะคิดชั่วจะเป็นสิ่งที่คนอื่นเห็นแล้วก็เห็นว่าหน้าได้หน้ามีจริงๆหมดที่กล่าวไปคราวที่แล้วเป็นพุทธคุณโดยตรง อิติปิโสภะคะวาที่เราก็ท่องเป็นภาษาบาลีกันก็ท่องกันได้แปลเป็นไทยก็ตามคำตามความนั่นแหละตรงๆสั้นๆเป็นคำที่เขาแปลเอาความเอาอัฏฐะแล้วจะขยายความก็ขยายสู่ฟังไปบ้างแล้ววันอื่นก็ขยายมุมเหลี่ยมมุมอื่นก็มีอีกทีนี้ต่อมาบทต่อมาเป็นคำของเวรัญชกัณฑ์ จะมาเป็นตัวอย่างสักแห่งหนึ่งซึ่งยกเอาบทแรกที่เจอในพระไตรปิฎกก็ออกมาเหมือนกันถ้าว่าไงฟังดูพระโคดมผู้เจริญเป็นผู้เกิดก่อนใครทั้งหมดพระโคนมผู้เจริญเป็นผู้ประเสริฐที่สุดพระโคนมผู้เจริญธรรมเทศนานั้นไพเราะหนักธรรมเทศนานั้นไพเราะธรรมะปริยายเป็นอันมากที่พระองค์ผู้เจริญทรงประกาศแล้วนี่เปรียบเหมือนการหงายของที่คว่ำอยู่เปิดของที่มีสิ่งอื่นปิดไว้บอกทางแก่คนหลงทางรู้ว่าจุด ไฟในที่มืดด้วยหวังว่าคนมีตาดีจะได้เห็นรูปทั้งหลายฉันใดก็ฉันนั้นข้าพระองค์ขอถึงพระโคดมผู้เจริญนี้ว่าเป็นสรณะรวมทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ด้วยขอพระโคดมผู้เจริญจงทรงจำข้าพระองค์ไว้ว่าเป็นอุบายพูดถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนสิ้นชีวิตจำเดิมแต่วันนี้ไปอันนึงขอพระโคดมผู้เจริญจงอยู่จำพรรษาในเมืองเวรกรรมเวลานี้พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ที่เป็นบทที่ตัดออกมาเป็นส่วนชมเชยและส่วนที่โน้มตัวเข้าไปขอเป็นผู้ที่ให้คุ้มครองผู้บานอนุบาลให้เป็นผู้คุ้มครองอุบายคือผู้ถูกคุ้มครองอนุบาลคือการคุ้มครองใครเป็นผู้คุ้มครองตัวเองว่าเราถือรัตนตรัยเป็นสรณะมีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นต้นที่เนื้อความที่เป็นคำชมเชยโดยปริยายอย่างไรโดยแยกโดยนัยยะอย่างไรแค่นั้นก็ชมเชยพระสมณโคดมนี่เป็นผู้เกิดก่อนใครทั้งหมดชมเชยว่างั้นคำว่าเกิดคำนี้ก็เป็นการ เกิดก่อนใครทั้งหมดสำนวนว่าไว้งั้นก็หมายความว่าเป็นผู้ที่มีภูมิธรรมเป็นผู้ใหญ่ถึงเป็นผู้เด็กแทนทะลุเป็นผู้ที่เข้าถึงความบรรลุอันเป็นที่สุดแท้ถึงขั้นนิพพานจริงก่อนใครทั้งหมดมาเอาคำว่าอย่างนั้นเพราะว่าถ้าเอานักบวชหรือนักธรรมะที่แสวงหาที่เป็นนักพรตประกาศตนประกาศตัวว่าเป็นเจ้าสำนักเป็นเจ้าคณะเป็นศาสนาถึงขั้นประกาศตนเป็นศาสนานั้นมีมากมีมากอายุอายุแก่กว่าบวชเมื่อก่อนมันนาน เฮ้ยคำว่าเกิดก่อนในที่นี้จึงไม่ได้หมายเอาอายุแก่กว่าบวชเมื่อก่อนบวชมานานมีมาอยู่ขณะนั้นยังเหลืออยู่ยังไม่ตายอะไรต่างๆนานาที่อายุแก่กว่าพระพุทธเจ้าก็มีบวชมานานกว่าเป็นนักธุรกิจประกาศศาสนาศาสดาเป็นศาสดาอะไรมาก่อนก็มีเงินคำพูดว่าเกิดก่อนใครๆทั้งหมดจึงไม่ได้หมายเอาการเกิดด้วยลูกหรือว่าด้วยวัยวุฒิไม่ได้เอาความหมายการเกิดด้วยการบวชก่อนไม้เอาคุณธรรมคุณวุฒิแท้ๆเลยที่ว่านี่แล้วไม้เอาคุณวุฒิที่เป็นธรรมะนัยยะของสัจธรรมแท้เลยนึกถึงขั้นนิพพานนึกถึงขั้นรู้แจ้ง ทะลุรอบมีภูมิธรรมสูงสุดกว่าไทยทั้งหมดถ้าเราจะนับคุณธรรมและก็ต้องนับเอาเนื้อหาของคุณธรรมใครมีเนื้อหามากที่สุดถือว่าแก่กว่าเพื่อนถือว่าสูงกว่าเพื่อนหรือถือว่าเกิดก่อนยาวนานถ้าจะนับเป็นระยะเวลาโดยความหมายของคุณธรรมเอาคุณวุฒิอันนี้เราอันนี้พอเวลามันไม่มีธรรมะแล้วคนก็จะเลือกเอาคุณวุฒิเป็นเอกสรุปเนื้อหาสาระของธรรมะบรรทัดได้มันชักน้อยคนก็จะควานหาเนื้อหาธรรมะมากแล้วก็จะนับเอาเนื้อหาสาระของธรรมะเนี่ยเป็น เป็นจุดดำหรือเป็นจุดนับเป็นจุดจุดที่จะคำนวณ Picture ถ้าใครมีมากก็ถือว่าอันนั้นน่ะเป็นประเสริฐเป็นใหญ่เป็นยิ่งเป็นอธิบดีมาเป็นผู้ที่ยิ่งกว่าผู้อื่นเป็นยอดกว่าผู้อื่นเป็นต้นทางเป็นผู้นำหัวเราก็ต้องรับอันนั้นที่เขาเป็นมาแล้วในสมัยพระพุทธเจ้านั่นมันธรรมะมันจะไม่มีค่ามันว่ามันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปเลยต่างคนต่างซ้อนต่างคนต่างเข้าใจมีนัยยะต่างๆนานาต่างคนต่างก็ว่าอันนี้ก่อนวันนี้แหละสุดยอดอย่างนี้เลยสุดยอดพรหมจรรย์อย่างนี้แหละว่าหยุดสุดยอด มีวินัยมีแบบอย่างมีหลักเกณฑ์มีแนวปฏิบัติปฏิปทาต่างๆอธิบายผลตัวอย่างนั้นอธิบายมรรคตัวอย่างนั้นมีมรรคมีวิธีตามแนวของตนและอธิบายผลเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นตามที่ตนเองเข้าใจแน่แท้แตกต่างกันไปเยอะแยะมากมายเพราะล้วนแต่แสวงหาล้วนแต่พยายามที่จะค้นหาแล้วก็ประสบยังไงยอดยังไงถือดีถือดิบของตัวเองขึ้นมามากเป็นการใฝ่หาเดี๋ยวนี้มันก็ทุกข์ร้อนกันเยอะการใฝ่หาธรรมะก็มากขึ้นเหมือนกันศาสนาต่างๆมีมามากแล้วก็พยายามหาแนวทางเดิม ภาพโทรหาแนวทางเก่าๆที่พระศาสดาต่างๆได้เป็นไปแล้วก็พยายามตามกันที่จริงสมัยพระพุทธเจ้าก็ไปตามเดิมนั่นแหละตามจุดยอดที่สุดที่มันเป็นไปจริงจนค้นพบแล้วพระพุทธเจ้าก็ยืนยันมีมาเก่าแล้วนี่พุทธะอย่างนี้ใช้คำว่าเป็นสุดยอดท่านเรียกของท่านพุทธคุณอย่างนี้พระพุทธเจ้าเกิดมาหลายปางหลายรอบหลายครั้งแล้วหลายชั้นหลายเชิงหลายองค์แล้วต่างก็ลดแล้วแต่คนพบธรรมะสุดยอดที่ว่าถือว่าเป็นอริยสัจ 4 อย่างนี้ทั้งนั้นเพราะความทุกข์ที่แท้รู้เหตุแห่งทุกข์ที่แท้ทำความดับทุกข์อย่างนี้แท้ๆ แล้วก็ครองตนอยู่ได้สภาพนักเรียนสัตย์ซึ่งแตกต่างกับบุคคลชาวบ้านถ้าคนชาวบ้านเขาทุกข์บุคคลแล้วจะพ้นทุกข์เป็นทุกข์มีปฏิปทาแท้อย่างนี้อย่างนี้ดำเนินอยู่เป็นอยู่ไปอยู่โดยมากนักจึงเป็นตัวผลเป็นตัวแทนทีนี้เราก็มาเริ่มการพูดที่ปฏิบัติก็มาเริ่มให้มันได้ผลอันต้นตั้งแต่รู้แต่ปัญญาสมาชิกจนกระทั่งมีผลน้อยๆต้องโซดาจนเป็นผลโสดาคุณเยอะขึ้นเยอะขึ้น ณัฐวุฒิวิธีตามทางเป็นระดับต้นกลางปลายงามหรือเบื้องต้นงานที่ทำกลางน้ำและปลายไร่ขึ้นไปเรื่อยๆถึงเรียกว่ามรรคนั้นเป็นจุดต้นคือกำลังทำเป็นพรานก็มีปลายคือบรรลุสุดยอดแล้วมักนั่นแหละคือผลแท้เราเรียกมรรคอันบริบูรณ์ว่าผลมรรคอันเริ่มต้นรู้เป็นสมาธิเข้าใจแนวทางเข้าใจหลักประพฤติก่อนเรียกเป็นมรรคคำว่ามักกินแบ่งออกไปว่าเป็นการปฏิบัติการรู้แนวทางการรู้ตนรู้กรรมฐานที่จะทำให้แก่ตนเพื่อขัดเกลากับตนพอเริ่มทำก็เริ่มได้บ้างได้ไปน้อยก็จะเริ่มมี ผลหรือเป็นมรรคที่เป็นเต็มตัวเป็นมากที่สมบูรณ์ไปเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆมากขึ้นหมัดเต็มรูปหมดเลยก็คือสภาพที่จิตของเราบริบูรณ์หมดเลยนั่นแหละคือผลเป็นสภาพสัมมาอะระหังแปดที่บริบูรณ์มีความรู้หมดรู้ควรสัมมาแปลว่ารู้เหมาะสมควรรู้ความที่ดีแล้วอย่างนี้อย่างนี้สภาพขนาดนี้ประมาณอย่างนี้เท่านี้รูปนี้นัยยะนี้ดีแล้วกาละอย่างนี้กับบุคคลอย่างนี้กับหมู่กลุ่มอย่างนี้พอเหมาะแล้วก็เป็นสัมมาทั้งนั้นผมพระพุทธเจ้าเกิดก่อนใครๆทั้งหมดพระพรหมพระโคนมผู้เจริญเป็นผู้เจริญ ที่สุดยกให้เป็นยอดประเสริฐที่สุดความหมายอย่างนี้เราก็ฟังเป็นภาษาไทยก็รู้อยู่แล้วยกให้เราเป็นประเสริฐที่สุดเป็นยอดที่สุดเป็นดีที่สุดพระโคนมผู้เจริญธรรมเทศนานั้นไพเราะนะธรรมเทศนานั้นไพเราะหนักซ้ำถ้ามีสำนวนซ้ำอย่างนี้ก็หมายความว่าแม่มันลืมดำยามยืนยันคำว่าเทศนานั้นไพเราะนักธรรมเทศนานั้นไพเราะนักคำว่าไพเราะคำนี้ก็ไม่ใช่เหมือนเพลงไม่ใช่มีเสียงประโลมไม่ใช่มีคีย์ตารางไม่ใช่เป็นคำพูดแล้ว เพราะพริ้งชวนให้พริ้วลมไม่ใช่แล้วหวานจ๋อยอะไรไม่ใช่ไพเราะนักไพเราะในภาษาธรรมไม่ได้หมายความว่าไพเราะในภาษาคนทีเดียวไพเราะในภาษาธรรมนั้นหมายความเอาถึงสาระเอาทั้งสาระเอาถึงสิ่งที่ฟังแล้วชื่นใจดื่มด่ำเบิกบานใจเพราะผู้นั้นมีรถแห่งธรรมมีธรรมะรถรับแล้วแจ้งสว่างในรถมีทำรถที่สูงพอรับแล้วเราบรรลุธรรมได้นั่นแหละยิ่งไพเราะมากพอฟังแล้วโอ้โหซึ้งใจจับใจทำความนั้นไม่ได้มี เหมือนโลกไม่ได้มีลักษณะว่าจะต้องเป็นคำที่ประกอบไปด้วยภาษาคล้องจองภาษาร้อยเรียงภาษาพริ้วหวานภาษาเป็นจินตกวีภาษาเป็นอะไรแบบลูกโลกที่เขาว่าเป็นคำไพเราะไม่ใช่สำเนียงผู้จะต้องอ่อนหวานหวานอ่อนช้อยอ่อนหวานนี่หมายความว่าหวานที่อ่อนช้อยเหมือนมันมีหางมีกระพรวนมีตุ้งติ้งมีอะไรต่ออะไรเขาเรียกว่าของโลกอย่างนั้นสำเนียงอ่อนช้อยสำเนียงหวานหวิวอะไรพวกนี้มันสำเนียงโลกมีกระเพาะมีเครื่องตกเครื่องแต่งมากไม่จำเป็นจะต้องเป็นอย่างนั้นก็ได้อาจจะเป็น พูดสั้นๆพูดคำเป็นคาถาแรงๆผัวแหมฟังแล้วซาบซึ้งเห็นธรรมรสบรรลุแจ้งในผู้ได้รับทำให้เกิดธรรมะบรรลุธรรมทันทีสว่างชื่นใจซาบซึ้งก้มลงกราบทันทีเลยเพราะว่ามันซาบซึ้งเหลือเกินอย่างนี้ไพเราะจิตใจร่าเริงเบิกบานจิตใจสว่างโลกสุดที่จะอร่อยถ้าจะพูดเป็นภาษาของโลกแม้ลิ้มรสทำนี่อร่อยเหลือเกินมันก็เหมือนกับไพเราะเหลือเกินภาษาคำว่าไพเราะมันใช้กับเสียงภาษาเสียงภาษามันก็ใช้คำทำเด่นใช้ภาษาโลกมาอธิบาย ไพเราะใช้จำนวนของโลกมาอธิบายว่าไพเราะแต่ความหมายของธรรมไม่ได้หมายความว่าไพเราะอย่างที่เราเคยรู้มาอย่างโลกียะโลกิยะทีเดียวอภัยร้อนเหมือนเพลงเหมือนกลอนเหมือนคีตกวีเหมือนอะไรตราบใดที่ว่าแม้แต่สำเนียงกล่าวสำเนียงพูดกับแม่เป็นทำนองเยื่อใยเป็นไพเราะที่ว่าหรือว่าจะไพเราะแบบแตกหูไพเราะแบบจำอย่างนี้ได้อยู่ว่ามันเป็นสิ่งที่ชี้ชวนใจดึงใจไว้ดีอะไรก็ไม่ใช่ไพเราะอย่างนั้นให้เราอย่างนี้เป็นธรรมะต่างกันก็โรคีรถไปทำรถ รถไปก็ไม่เทียบธรรมะรถทำจากพระพุทธเจ้าทรงมีรสใดๆก็ไม่มีเทียบธรรมรสได้ว่าเราจะต้องรู้จักธรรมรสด้วยว่าไพเราะอย่างไรอร่อยอย่างไรถ้าจะใช้คำเดียวกันกับโลกว่าอร่อยไพเราะสวยงามอันนี้เป็นภาษาอังกฤษชมเชยชมเชยสิ่งหนึ่งสิ่งหนึ่งมาชมเชยสิ่งนั้นมันมีรสต่างกันโรงเจียรรถกับธรรมรสต่างกันมีนัยยะไม่เหมือนกันเหมือนคำที่มันใช้แทนทางโลกนั่นแหละเราเอามาใช้ภาษาแทนเอามาใช้แทนทำเหมือนกันมีความหมายว่างานมีความหมายว่าไพเราะมีความหมายว่าอร่อย ขึ้นรถขึ้นรถก็เหมือนกันมีความหมายว่ามันสบายสัมผัสแล้วก็สบายรับรู้มารับรถมาแล้วก็ชื่นใจบันเทิงใจสมใจเหมือนกันเราก็จะต้องรู้จักเชิญของรถเขาธรรมะเพราะงั้นภาษาของธรรมะจึงไม่ใช่ว่าจะต้องไปหมายเอาให้มันเหมือนทางโลกไปทีเดียวก็ไม่ใช่เมื่อเราไม่ยึดถือแล้วผู้ที่จะปรุงภาษาให้แก่เราฟังอาจจะดังอาจจะหนักอาจจะเน้นอาจจะเป็นภาษาที่บางทีพระพุทธเจ้าตรัสอย่างเงี้ยฟังแล้วมันฝากซื้อนัดขึ้นเลยมันตั้ง พระพุทธเจ้าเทศน์ให้เราฟังด้วยภาษาไพเราะนักเช่นว่าโมฆะบุรุษแหมไพเราะนักสะดุ้งเลยไอ้ที่เคยเพ้อเผลอตัวที่เคยเหลิงๆลอยๆชัดต้องตั้งใจใหม่ต้องสำเนียงสังวรต้องสำรวมขึ้นมันเป็นคำที่ให้ผลมันเป็นคำที่เตือนเรามันเป็นคำที่ให้ฤทธิ์เดชที่จะทำให้เราเป็นผู้ที่บรรลุธรรมเป็นผู้ที่ยึดตั้งใจเป็นผู้ที่จะตั้งตัวเป็นผู้ที่จะทำให้ตัวเราเองเกิดผลดีขึ้นได้แก่ตนได้ แม้จะเริ่มต้นด้วยคำที่ว่าดุว่าแรงกล่าวบริภาษก็เป็นคำที่มีรสดียิ่งนักถ้าผู้นั้นเข้าใจถึงสาระสมแล้วที่เราควรได้รับรสอย่างนี้ในขณะนี้สาระอย่างนี้โดยเฉพาะตัวเราทันใดคำว่าแล้วครับพระราชทานปริญญาคำนวณเราแล้วว่าตัวบุคคลนี้จะต้องกล่าวอย่างนี้นี่บุคคลนี้ขนาดนี้นี่ต้องได้รับภาษาอย่างนี้ต้องได้รับสำเนียงอย่างนี้เพื่อที่จะให้รับความรู้สำเร็จทั้งวอนระวังรู้ตัวเกิดตั้งตัวหรือประมาณตัวแล้วก็กระทำให้แก่ตัวดียิ่งขึ้นไม่ได้รับเสียงได้รับ เปล่าหรือกิริยาอาจจะชี้หน้าบอกโมฆะบุรุษเอออย่างนี้ไพเราะหนักคนนั้นรู้สาระถ้าพบว่าสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือว่าเป็นครูของเรานั่นแน่นอนถ้าต้องเจตนาดีฉันแสดงกายกรรมอย่างนั้นว่ามีกรรมอย่างนั้นให้แก่เราไพเราะนักที่มันไพเราะเพราะมันรู้ทันทีหนอท่านกล่าวไม่ผิดเลยท่านว่าท่านบริภาษเอาด้วยด่าด้วยบ้างไม่ผิดเลยหนอเราก็จะต้องสำรวมอยู่ผู้นั้นเมื่อรับจริงก็จะต้องเข้าใจสำนึกอยู่จะไปเชิญเศร้าก่อนเป็นแต่เพียง รู้ว่าตัวเราเองหนอไม่ดีใครจะเรียกว่าเศร้าใจก็เศร้าถ้าเราบอกว่าเอาล่ะเราก็ไม่ต้องเศร้าถ้าเศร้ามันก็ไม่ดีอะไรก็ทำใจเบิกบานรับสำนึกเป็นผู้สำนึกเป็นผู้ระลึกรู้ส่วนผิดส่วนถูกยอมรับอย่างศิโรราบอย่างสมุดสำลียิ่งลักษณ์เปิดใจใสเบิกบานซะเปิดจิตกันเองเบิกบานเปิดโลกสายลับให้ดีแต่ไม่ใช่ว่าทำอย่างอวดดีทำอย่างยิ่งผยองทำอย่างประชดประชันแดกกันด้วยไม่ใช่แต่ทำอย่างสำนึกทำอย่างนอกน้อมทำอย่างรู้ตัวมีคารวะมีสัมมาคารวะมี ตั้งค่า rov ว่าโตอะไรอยู่พร้อมมีการทำการน้อมรับรองมีสภาพของการรับเต็มเป็นอัปปาจะนะใหม่อัปปะฉายอนามัยเป็นสภาพที่น้อมรับน้อมยินดีอยู่ในตัวเมื่อได้กล่าวเมื่อผู้ที่เป็นผู้อื่นหรือเป็นพราหมณ์เนี่ยมาชมแล้วก็ไพเราะนักก็ขยายความต่อจากคำว่าไพเราะนักธรรมเทศนานั้นไพเราะนักไพเราะนักไพเราะอย่างไรธรรมะปริยายเป็นอันมากที่พระองค์ผู้เจริญทรงประกาศแล้วนี้ อยากขยายความขยายธรรมเทศนาที่ทรงประกาศมันไพเราะน่ะมันก็คืออันนี้เปรียบเหมือนการหงายของที่คว่ำอยู่พ่อมันไพเราะเพราะอย่างนี้มันไพเราะเพราะว่ามันฟังธรรมเทศนาต่างๆแล้วมันมีนัยยะเปรียบเหมือนการหงายของที่คว่ำอยู่ไม่เคยได้ยินได้ฟังของที่ชัดอย่างนี้ไม่เคยได้ยินได้ฟังของที่มันเห็นจริงเห็นจังเข้าใจดีซาบซึ้งเกิดศรัทธาเกิดปัญญาเกิดวิริยะพากเพียรแต่ก่อนท้อแท้ทำแล้วก็เหนื่อยมันไม่ค่อยได้ผลมันไม่ค่อยประสบไม่ประสบผลไม่ได้สิ่งที่เห็น ปรารถนาแสวงหามันก็ไม่ได้ไม่เห็นทางไม่ได้ตัวเนื้อสภาวะสักทีนึงเพราะฟังธรรมแค่นี้แหละเห็นทางหรือไม่เดี๋ยวนี้ก็ได้สภาวะธรรมสว่างแจ้งขึ้นมาทันทีรู้ชัดถึงสิ่งที่ตนมีตนเป็นเข้าใจแล้วรู้ระเบียบรู้วิธีรู้ทฤษฎีรู้แบบอย่างมันเข้าใจเลยทันทีมันเห็นชัดเปรียบเหมือนการหงายของที่คว่ำอยู่เปิดของที่มีสิ่งอื่นปิดไว้มันเหมือนเปิดของที่มีสิ่งอื่นปิดไว้ปิดมันนานแล้วปิดไว้หนาทึบด้วยไม่มีใครฉลาดมาเปิดอาจจะอยู่ อยู่ใกล้ๆอยู่บางๆก็ได้พริ้วๆก็ได้แต่ทำไมไม่มีใครเปิดดูมันง่ายง่ายเปิดไม่ยากเปิดก็เห็นทันทีแต่มันมีปิดไว้ให้ใครใครๆก็ปิดไว้วางไว้ไม่มีใครกล้าเปิดด้วยอำนาจโลกหรือว่ามันโง่ไอ้ความโง่เป็นอวิชชาในโลกก็ไม่เปิดหรือเปิดไม่ถูกไม่มีใครกล้าเปิดเพราะอำนาจโลกปิดไว้อาจจะบางอาจจะใกล้อยู่คิดตัวเองทำไมกล้าเปิดหน่อแล้วก็เปิดให้เราดูได้เหมือนเปิด ของสิ่งที่ผิดเอาไว้อย่างที่มีสิ่งอื่นปิดไว้สิ่งอื่นมาปิดนั่นแหละโลกสร้างขึ้นมาปิดปิดหนาก็ได้อธิบายเป็นลักษณะปิดหนาทึบจนคนเปิดไม่ไหวไม่มีแรงเปิดหรือปิดไว้บางก็ตามแต่ไม่มีคนอื่นกล้าเปิดยาเช่นนั้นอำนาจอื่นผมไว้เพราะคนปิดไม่มีอำนาจอย่างนี้เป็นต้นมีอธิบายเป็นระยะให้เข้าใจฟังดูดีๆเพราะเมื่อผู้ใดมาเปิดกล้าเปิดก็เห็นโจ้งขึ้นมาเลยชัดขึ้นมาเลยมันเข้าใจได้นี่คนมีปัญญามันมองไม่เห็นได้เพราะว่าไม่เปิดมันถูกปิดอยู่อำพรางอยู่ มันมองไม่เห็นได้เพราะว่ามันคว่ำอยู่มันไม่เห็นจะดำมันไม่เห็นขาวพอมีใครมาหงายของนายนี้ขึ้นมาอ้าวมันคนละสีนี่มันคนละส่วนไอ้นี่แหละขาวๆนี่แหละเราต้องการได้มาตั้งนานทำไมเราอธิบายโน้นว่าขาวอยู่ด้วยแต่มันก็ยังเข้าใจเห็นอยู่ว่าเป็นดำทุกทีเพราะงานนี้มาเอ้าชัดดีขาวนี่ลดการหงายของที่คว่ำก็เห็นอย่างนี้การปิดสิ่งที่มีสิ่งอื่นแต่การเปิดการเปิดสิ่งที่มีสิ่งอื่นผิดอยู่ก็เป็นความสามารถอีกอันนึงอีกบอกทางแก่คนหลงทางต่อไปอีกบอก ฟาร์มแกะคนหลงทางหลงวนเวียนเดินวุ่นวุ่นวุ่นเดินไปเดินมาก็มาเจอกันเหมือนจะเกิดแล้วก็ตายแล้วก็หมดวนมาเจอกันอีกตายแล้วก็เกิดมาเจอกันอีกวนเวียนอยู่ในนี้ไม่มีทางออกไม่มีทางหลุดไม่มีทางพ้นไม่มีทางจบสิ้นแล้วแล้วเหล้าเหล้าอยู่นั่นเองวนเวียนอยู่นั่นเองไปว่าไปสูงแต่เสร็จแล้วก็วนกลับไปว่าไปได้ไกลเสร็จแล้วก็คงไม่เจอกันอีกไม่เห็นจะไปรอดไม่เห็นจะหลุดพ้นไม่เห็นจะมีรูออกหลงทางอยู่กันเต็มไปหมดลักษณะต่างๆตั้งแต่งานของความพอดีมีนัยยะที่เราเข้าใจพิสดารได้มากงานของ ทวนกระแสของความเป็นของหงายกลับกันของดำกับของขาวกลับกันดีและชั่วกลับกันเห็นชัดทีนี้มาพูดถึงพี่ได้ชั่วเห็นชัดบาปและบุญเห็นชัดโลกียะกับโลกุตระเงินดำกับขาว Hello kita ถือว่าดำโลกุตระถือว่าขาวโลกิยะถือว่าหนักโลกุตระถือว่าเบาเรากินยาถือว่าไม่ประเสริฐโลกุตระเห็นความประเสริฐที่ชัดแจ้งเห็นรู้ด้วยปัญญาแม้เราเข้ามาร่วมอยู่อย่างนี้ก็เห็นลักษณะประโยชน์ประเสริฐอยู่มีลักษณะทวนกระแส ต่างกันนัยยะคนละเรื่องคนละลักษณะเรารู้ได้โดยเหตุโดยผลโดยคุณลักษณะคุณธรรมทุกลักษณะสัญลักษณ์คุณลักษณะอะไรต่างๆรู้เข้าใจแค่เป็นของที่ตรงกันข้ามกันทวนกระแสกันคนละสีคนละทิศกันของคว่ำของหงายของดำของขาวต่างกันอย่างมีนัยยะพิสดารต่างๆมันเหมือนเปิดของที่ปิดก็มันมีอำพรางมีพิสดารไปอีกเยอะแต่ทีนี้ก็ยกตัวเองดูอย่างผมมาแสดงธรรมะผมมาแสดงธรรมะที่เป็น ปฏิเสธทวนกระแสย้อนแย้งทุกวันนี้เราก็ยังมีลักษณะย้อนแย้งอยู่ตลอดเวลาลักษณะที่ต่างกันน้ำขาวนะอย่างนั้นมันผิดคุณเป็นพยายามเข้าใจอย่างนั้นอย่างนั้นโดยความเข้าใจอย่างนั้นมันยังเป็นมิจฉานะสัมมามันอย่างนี้นะโดยเรื่องต่างๆเลยที่ผมเปิดเผยที่ผมเอาออกมาแสดงมาแล้วเริ่มต้นคนเห็นชัดว่าเออนี่ขาวมันอย่างนี้นี่ไล่มาตั้งแต่คุณเองนั่นแหละบอกตัวเองก่อนคุณจะเข้ามาคุณก็จะต้องรู้มาแล้วเห็นชัดขึ้นมาเหมือนหงายของที่คว่ำรู้ข่าวขึ้นมาจากดำที่เราเข้าใจผิดอยู่เรื่อยๆมันเห็นชัดหรือปัญญาของคุณเองเป็นคนบอก พับเลยบางคนก็ค่อยเห็นค่อยๆเห็นจนกระทั่งแน่ใจเกิดชัดแจ้งอ๋อขาวๆอย่างนี้ต่างกันดำที่เราเคยค่อยๆไล่พิสูจน์มาเรื่อยๆเด็ดเดี่ยวชัดเจนแล้วอย่างนี้เป็นของที่เขาปิดไว้ผมก็เคยพูดเคยบอกเหมือนปู่ท้วงเหมือนกล่าวโจทย์ตราบชั่วเลยใช่ผมเคยจับโจรเคยกล่าวโทษเป็นธรรมะอำพรางแล้วมันเป็นสิ่งอำพรางเป็นกุศโลบายอำพรางอำพรางกันเอาไว้มานานแล้วเมื่อถึงกล่าวพูด ผมยืนยันว่าเป็นธรรมะอำพรางเป็นกิจกรรมอำพรางในการกระทำที่อำพรางสิ่งหนึ่งสิ่งหนึ่งไว้ผมก็กระชากเปิดออกมาผมเคยพูดว่าคุณต้องเข้าใจแต่มันมีฤทธิ์อันหนึ่งนะก็อำพรางอยู่เขาใช้ฤทธิ์เขาพยายามหาอะไรมาทับถมปิดบังไว้ให้มันเลื่อนเปื้อนเลอะเทอะผมกับมึงแงะออกเปิดออกให้พวกคุณเห็นคุณก็ใช้ปัญญาคิดคุณมีสมองมีปัญญาของคุณทุกคนผมพูดทวนขึ้นมาอย่างนี้คุณก็ทบทวนดูคุณจะเข้าใจได้ว่ามีอย่างนั้นหรือไม่เรื่องอะไรบ้างแม้แต่นี้ มีพยานหรือว่ามีสิ่งที่ระลึกได้อยู่สักเรื่องหนึ่งบ้างไหมหลายๆเรื่องมีอยู่อันนี้เป็นสิ่งอำพรางเป็นสิ่งที่ปกปิดเป็นสิ่งที่พยายามบิดเบี้ยวหาเรื่องมาทับถมไว้สิ่งดีมันอย่างหนึ่งแต่เขาไม่ทำอย่างนั้นเขาไม่เป็นอย่างนั้นก็พาเข้าใจเคว้งมันจึงออกไปผิดออกไปกันคนละทางสองทางความหลงทางจึงเกิดขึ้นความหลงผิดเกิดขึ้นความเดิมออกนอกทิศที่มันเคยตรงมันจึงเกิดขึ้นศาสนาจึงไปไม่ถูกมันยิ่งละเอียดมันยิ่งสุขุมมันยิ่งหาทางออกได้ยากยิ่งไปปิดไฟฟ้ามันก็เลย ดูไปเลยที่มันปิดง่ายดูธรรมะรู้นิพพานนั้นเล็กนักธรรมพังเพยก็คงจะได้เคยได้ยินรู้นิพพานนั้นเล็กนะผิดนิดเดียวมึงก็มิดแล้วยิ่งทำผมไปเลยยิ่งเอาอะไรเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเลยยิ่งไม่ต้องเจอรูเจอทางกันพอดียิ่งหลงทางแล้วก็มีแต่ทางวนอยู่ในวัฏฏะถูกควบถูกแกงถูกต้มถูกตุ๋นถูกยำมันอยู่ในโลกเนี่ยวัฏสงสารนี่แหละ YouTube รอมันอยู่นี่แหละนึกว่าดีนักโลกียะก็เป็นอย่างนั้นจริงๆพอมีใครมารู้ทางที่แท้เปิดดูเปิดช่องแล้วคุณก็มองเห็นเข้าใจคุณก็มาร่วมเดินเห็นเลยอ๋อผ่านเป็นอย่างนี้เพราะเราเดินออกรูแรกเราก็รู้ได้เข้าใจสัมผัสรู้ที่ 2 ลึกเข้าไปอีกยิ่ง นิพพานรู้ลึกยิ่งเป็นแดนนิพพานที่กว้างขวางพิสดารเบาว่าง่ายพ้นภาระเดินออกมายิ่งโอ้โลกุตระมีหรือมีอย่างนี้หนอมันยิ่งเห็นชัดมันยิ่งรู้ว่าอ๋อการหลงทางก็เป็นอย่างนั้นการถูกอำพรางปิดไว้ก็เป็นอย่างนั้นการที่เคาะของมันไม่หงายขึ้นมันคว่ำทับบทบาทกันอยู่มันแตกต่างกันเห็นชัดได้ขึ้นมาทุกทีหรือว่าจุดไฟไว้ในที่มืดด้วยหวังว่าคนมีตาดีจะได้เห็นรูปทั้งหลายฉันใดก็ฉันนั้น สรุปความรู้ว่าจุดไฟไว้ในที่มืดพอผู้ใดได้แล้วเห็นแล้วก็เหมือนจะเกิดความสว่างเป็นความสว่างเป็นเป็นของที่กระจายรังสีไทยรัฐมีออกไปเผื่อผู้อื่นเพราะผู้ใดมีแล้วก็เหมือนกับตัวต้นแสง 2 ครั้งอยู่เนี่ยในโลกนี้เปรียบเหมือนที่มืดพอมีคนจุดแสงขึ้นก็จะให้คนอื่นที่ได้เขียนปลายมาได้รับแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆยิ่งเข้ามาใกล้ตัวแสงเลยยิ่งเห็นไอ้นี่อะไรยิ่งเข้ามาศึกษายิ่งเข้ามาเล่าเรียนเข้ามาปฏิบัติเข้ามาร่วมรู้ร่วมเห็นเข้ามา จะทำกินข้าวก็ยิ่งจะเห็นแสงสว่างชัดเข้ามาแตะประจำหรือมาเป็นตัวแสงสว่างเอาความสว่างนั้นมาใส่ตัวหรือทำตนเองให้เกิดสว่างอย่างนั้นบ้างมันก็ยิ่งจะชัดแจ๋วเองเลยว่ามันเกิดความสว่างเกิดความสะอาดเกิดความสงบเกิดสภาวะที่ดีเป็นสุขภาวะหรือสุขภาพชัดแจ้งเลยคนจะรู้ในภาษาที่พูดนี่หมายถึงจุดใดๆคุณได้บ้างแล้วยังเป็นบ้างแล้วยังคุณเข้าใจดีเท่าที่คุณสามารถรู้เพราะสิ่งที่รองรับคุณมีสิ่งที่รองรับของคุณเป็นสภาพที่ดีคุณได้สุขภาวะของคุณมาบ้างแล้วคุณได้ลักษณะสุภาวะที่เรียก สงบเป็นอย่างไรหรือสภาพที่มันดีสุขภาวะสุขภาพที่ดีอย่างนี้เรียกว่าสภาพดีที่สงบอย่างนี้เรียกว่าสภาพดีที่ภาษาหมาอยู่ว่าสว่างอย่างนี้เรียกว่าสะอาดบริสุทธิ์หลุดร่อนเกลี้ยงดีอย่างนี้เป็นอย่างนี้มันเมาว่าง่ายหมดมนุษย์แล้วหมดแล้วเกลี้ยงแล้วรู้ได้ปัญญาอย่างสว่างแจ้งรู้ดิตอนเป็นปัจเจกตามไม่ใช่คนอื่นพูดอยู่ผมพูดอยู่คุณเองก็ฟังแต่ผมพูดรู้เพราะภาษารู้เพราะเหตุใดวิทยารู้ว่าการนึกคิดเทียบเคียงเอาอยู่เข้าใจไม่ใช่เท่านั้นคุณรู้เพราะ รู้ด้วยเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลอยู่และมีสภาพจริงของคุณมีอยู่ก็แค่นี้เงินนี้เล็กน้อยเราก็รู้ว่าเล็กน้อยนี่หลุดแล้วมากๆด้วยเหตุปัจจัยอย่างนี้เกี่ยวกับอย่างนี้โลกอย่างนี้ที่ผมแยกโลกแบ่งไว้ประจักษ์ประจักษ์ด้วยภาษาง่ายๆเอาเหตุปัจจัยอย่างโลกเลยมาว่ากันเพราะคนแล้วเอาศีลมาจับก็บริสุทธิ์ธรรมะที่มีที่ส่งไว้ก็เห็นอยู่ว่าบริสุทธิ์สะอาดรู้สว่างสงบอยู่เรียบร้อยไม่หวือหวาไม่เวียนวนไม่เดือดร้อนอีกเรื่องไม่ฟูอีกสักนิดนิ่งอยู่บริบูรณ์สงบแม้เราจะมาสัมผัสกับโลก สิ่งที่เขามีอยู่ในโลกนี้แหละแต่ก่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน