210104-154 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน154-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์231 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

พุธที่ 4 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ครบพร้อมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกณวันนี้เราก็มาทำวัดกันอีกเป็นปกติเสริมทั้งปัญญาเสริมทั้งหมดเท่าที่เราจะพึงเป็นผู้ไปพูดได้ฟังธรรมและมีอานิสงส์จนบรรลุหรือเข้าถึงได้ก็เป็นกำไรอย่างยิ่งและให้ฟังธรรมแล้วก็ ไม่ได้ประโยชน์อะไรอย่างน้อยได้อานิสงส์สภาพอากาศก็ยังดีอย่างมากได้มากลึกซึ้งจนเข้าถึงถึงแก่นถึงจุดเป็นการจบสิ้นเป็นรอบๆสามารถตัดวิธีติดอิจฉาความสงสัยคลางแคลงเด็ดเดี่ยวแม้แต่ละครั้งที่เราฟังธรรมเราสามารถตัดปัญหาบางปัญหาหรือทำความเข้าใจให้ถึงที่สุดในแต่ละปัญหาในแต่ละเรื่องที่เราได้บางแคด้วยแต่ละเรื่องที่เรายังตัดสินสุดท้ายไม่ได้เราก็เข้าถึง อย่างนั้นเรียกว่าเราเข้าได้เข้าถึงทุกครั้งไปมันจะถึงเป็นรอบๆเป็นปริวรรตเป็นรอบๆเป็นชั้นๆนี่หว่าปฏิวัติชนาเราปฏิบัติด้วยเราได้สมบูรณ์แบบและปฏิเสธวนามาด้วยปฏิวัติศาสนาคือสิ่งที่เราได้เป็นอยู่ได้เป็นได้อยู่มันเป็นมาเรื่อยมันอยู่มาเรื่อยฝืนมาบ้างทนมาบ้างแล้วก็ใช้วิปัสสนาใช้การพิจารณาไตร่ตรองตามมาด้วยการใช้สติปัฏฐานมาด้วยมันก็จะมีภูมิเจโตมันจะ เลื่อนเลื่อนเลื่อนขึ้นเรื่อยๆสั่งสมพิเศษคุณหรือว่าเป็นไปได้ถ้าปล่อยก็ปล่อยได้ไปเรื่อยๆจนเรามาเข้าใจด้วยปัญญาอีกชั้นนึงการฟังนี่แหละมันมากยิ่งสมัยพระพุทธเจ้ายิ่งมากด้วยการฟังเพราะไม่มีหนังสืออ่านพอเราพูดสาธยายธรรมเยอะอาจารย์ธรรมกถึกต่างๆเยอะจะเห็นได้ตามหลักฐานในพระไตรปิฎกนี่ท่านเจอการใหม่ๆนี้พระที่เจอกันในต่างคนต่างปฏิบัติทางบำเพ็ญอะไรมาพอมาพบกันแล้วจะสาธยายธรรมกันคืนยังรุ่งไอ้เรื่องนอนเรื่องเล็กเลย เจอกันตั้งแต่สาธยายธรรมกันอยู่จนรุ่งเช้าจนรุ่งสางไม่นอนไม่หลับเหงาเลยทีเดียวอย่างนี้จะเห็นได้หลักฐานซึ่งเราเองก็ยังไม่ถึงขนาดนั้นคิดถึงจนกระทั่งไม่เจอกันแล้วก็ไ

อ่านต่อ

ถ่ถามแล้วแต่ก็มีเหมือนกันพวกเราบ้างลูกสาวที่ยายทำกันดึกดื่นมากเผื่อจะรู้ได้อะไรมาบ้างมีอะไรมีเหลี่ยมมุมเหลี่ยมคู่หรือมีหลักมีฐานอะไรที่เราได้เราพบและประสบศาลายาหยุดสู่คนฟังสอบผ่านกันด้วยต่างคนต่างไปต่างคนต่างประเทศไม่เจอหน้ากันไม่ได้คุยกันไม่ได้รู้มันก็ได้รับความใหม่รับความ เข้าใจเงื่อนไขต่างๆปัญหาก็หลุดร่อนลงไปได้อีกการฟังธรรมจึงเป็นอาหารสำคัญโดยเฉพาะในสมัยพระพุทธเจ้าสำคัญมากสมัยนี้นอกจากฟังแล้วยังอ่านมีของคนนั้นคนนี้ไปปฏิบัติมีแง่นั้นเชิงนี้เล่าไว้เขียนไว้พูดไว้อย่างโน้นอย่างนี้มากเธออยู่ด้วยกันเนี่ยเราไม่ต้องเล่าเพราะอะไรเพราะเรารู้ด้วยกันอยู่เรื่อยเข้าใจกันอยู่เรื่อยแม้แต่แสดงท่าทีนี้มันก็บอกการกระทบสัมผัสเราเองมันก็ตอบกันในใจแล้วไอ้ตัวรู้นี่มันไม่ใช่ตัวตัวได้รับแต่เพียงทางหูรังสิตเท่านั้นมันรู้ทางตารู้จักสัมผัสอะไร นิดๆหน่อยๆมันก็รู้ได้มึงเข้าใจได้เมื่อเราจึงได้รู้กันอยู่ไม่ต้องบอกกันถ้าอยู่ด้วยกันก็ไม่ต้องบอกกันบ้างเพราะว่ามันมันรู้กันอยู่แล้วเรามาฟังธรรมเราจึงต้องเข้าใจให้ได้ว่าเราไม่ใช่มานั่งทำเป็นรูปลิเกถึงหมดแล้วจะออกฉากเท่านั้นก็ออกฉากมาเฉยๆออกจากเสร็จแล้วก็กลับเข้าไปเฉยๆถอดเครื่องทิ้งแล้วไปแต่ไม่ได้สาระอะไรขึ้นมาอย่าให้มันเป็นอย่างนั้นน่ะทำให้มันได้ประโยชน์ถ้าเราได้ฟังตอนนี้ถึงบทเอาเรื่องของผู้ที่ได้ชมเชยในแง่ต่างๆได้กล่าวขวัญถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในแง่ต่างๆเอามา พูดขึ้นเอามาเรียบเรียงคือมารวบรวมเอาไว้ไล่ระดับไปตั้งแต่ต้นที่มีผู้ใดชมพระพุทธเจ้าทุกๆบทแรกเลยถึงบทสรรเสริญพระพุทธคุณอันเป็นเนื้อกลั่นแท้ๆอย่างเช่นที่ว่าเพราะเหตุเช่นนี้เช่นนี้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์อย่างนี้เราก็จะต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าที่เป็นพระอรหันต์มีเหตุเช่นไรเพราะเหตุเช่นนี้เช่นนี้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์ซึ่งเหตุเช่นนี้เช่นนี้นะต้องขอพระพุทธเจ้า เขาเล่าลือกันมาแล้วเขาก็ยืนยันกันมาว่าอย่างนี้อย่างนี้นะความเป็นอรหันต์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระผู้มีพระภาคเจ้าท่านท่านยืนยันว่าอย่างนี้คืออรหันต์ไม่ใช่อย่างนั้นทีนี้พูดที่มีปัญญาก็ฟังทีนะถ้าความเป็นอรหันต์เป็นอย่างนี้เข้าทีเขาก็ใส่ใจถ้าผู้ใดฟังแล้วว่าความเป็นอรหันต์เป็นอย่างนี้ผู้ฟังนั้นแล้วไม่ทอดทิ้งอรหันต์อย่างนี้เราไม่เอาเช่นบางคนบอกว่ารือกันมาว่าโอ๊ยท่านบินสบายกับต้นไม้ได้แต่เป็นอรหันต์คนนี้ก็ติดใจคนนี้มีปัญญาอย่างนี้ชอบอย่างนี้เห็นดีอย่างนี้ ก็จะไปหาอรหันต์ไปสอบถามซิได้ยินเขาเล่ามาว่าถนนนี้เป็นอรหันต์นะเพราะว่าท่านบิณฑบาตกับต้นไม้นี่ได้นะได้ข่าวมากินเชียวนะพรุ่งนี้มีแนวโน้มเชื่อว่าความเป็นอรหันต์ต้องมีคุณลักษณะอย่างนี้รหัสจากคุณเป็นอย่างนี้เขาก็จะไปสอบถามเข้าไปหาเข้าไปเห็นจริงพอไปเห็นจริงได้อู้ยจริงท่านเป็นอรหันต์เพราะท่านบิณฑบาตรกับต้นไม้ได้ใช้เป็นอาหารแน่ๆคนนั้นก็จะได้พบอรหันต์เหมือนกันแต่อรหันต์อย่างนั้นนะเพราะเหตุเช่นนั้นเช่นนั้นแหละเขาก็จะได้พบอรหันต์และอรหันต์ของเขาก็ตามที่เขาเห็นตามที่เขาเข้าใจมีความ มีความเข้าใจว่าอรหันต์ต้องเป็นอย่างนี้ถ้าอย่างนี้แล้วฉันชอบฉันก็จะเอาอรหันต์อย่างนี้ฉันก็จะใฝ่เอาอย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นความจริงของคนทุกคนเพราะฉะนั้นผู้ใดใฝ่หาอะไรอยู่เขาก็ใฝ่หาอันนั้นผู้ใดประกาศทำอย่างไรอยู่ก็ชนไปอย่างไรคนได้รับคำเล่าลือได้รับคำอ้างว่าอย่างนี้เป็นอะไรเขาก็จะเอาเขาก็จะไปสอบถามดูถ้าอย่างนี้มันเข้าได้เราเป็นอย่างนี้บ้างจะดีเขาก็จะพยายามติดตามมาอยากได้หรือได้เหล้าลืมบอกว่าโอ๊ยท่านองค์นี้ออกได้แฮะถ้าเรานี่หาเงินเก่งแฮะสร้างกรง ท่านต้องมีอริยกุลท่านต้องมีฤทธิ์ท่านต้องมีคุณธรรมท่านต้องมีความสามารถทำเก่งแฮะองค์นี้ท่านฟันไม่เข้ายิงไม่ออกตรงนี้ท่านมีมหานิยมแก่งเรียกคนขึ้นเยอะมีคนมาหามากเขาคนนั้นเขาก็จะต้องมาหาคนที่มีมีมีมีมีมีสิ่งที่เขาเองเขาปรารถนาเหมือนกันเพราะถ้าเราได้เป็นคนที่มีคนมาหาว่าเป็นคนที่มีมาหานิยมเป็นคนที่อยู่ยงคงกระพันได้ฉันจะต้องได้ดีอรหันต์แปลว่าความดีอันเป็นไปรัฐประหารความดีอันเป็นปลายความเหมาะควร เขาก็จะรู้จุดสุดยอดหรือว่าความสูงสุดหรือความดีหรือความย่อหรือความประเสริฐอันเป็นขั้นปลายมันจะเป็นอย่างนั้นเขาก็จะตามไปเอาอย่างนั้นเพราะเหตุเช่นนี้เช่นนี้เนี่ยสำคัญมากแต่บางคนผ่านเข้าไตรปิฎกแล้วก็เห็นเช่นนี้เช่นนี้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุนี้เช่นนี้จะหมายความอย่างไรเพราะว่าถ้าไม่พูดไว้ในนี้ก็เห็นเช่นนี้เช่นนี้ขยายความให้ฟังทีนี้จะเพราะเหตุเช่นไรย่อมมีรายละเอียดต่อไปมันขยายย้อนกลับชนิดเพราะเหตุใดสู่ฟังเนี่ย จะได้เข้าใจรอบด้านแม้สมัยนี้แม้สมัยพระพุทธเจ้าก็มีธรรมะของผู้ใดจะแสดงอะไรเป็นเด่นเขาก็มีอันนั้นมาแสดงอันเด่นนั่นแหละจะจูงดึงคนองค์นี้เราลืมมาว่าอย่างนี้เขาไม่เจอเก่งตรงนี้น้ำมนต์เก่งองค์นี้เสกเป่าเก่งรักษาไข้เก่งเพราะถ้าอรหันต์นี่รักษายาเสพติดเก่งเขาก็จะไปหาอรหันต์ที่รักษายาเสพติดเก่งอรหันต์นี่สร้างก่อสร้างโบสถ์สร้างวิหารสร้างพระประธานใหญ่สร้างไอ้โน่นไอ้นี่เก่งเขาก็จะไปหาพระอรหันต์ที่สร้างและเก่งทุกคนจะแสดงอริยกุลของตน ยากหมายความว่าฉลาดเฉลียวฉลาดเฉลียวหรือว่าเป็นความดีแต่คุณความดีเป็นคนของปัญญาเป็นคุณของจิตอันมีเนื้อมีน้ำให้มีชิ้นมีอันคุณของจิตที่มีชื่อมีอันอย่างนั้นคนของจิตที่มีเนื้อมีน้ำอย่างนั้นแสดงออกเขาก็จะฟังเขาก็จะได้รับข่าวดีข่าวก็ฉันไปถ้าผู้ใดเห็นด้วยตรงกับอุปนิสัยตรงกับใจหมายตรงกับเป้าที่เขาหมายอยู่ในชีวิตเขาก็จะตามไปเอาจะตามไปเรียนเรียนอริยะคุณคุณคือความดีคือประโยชน์อย่างนั้นเขาจะไปตามไปเอาสาระอันนั้น ก็จะตามไปทีเดียวเพราะใครจะทำทำคุณของเราแสดงคุณคนทุกคนต้องแสดงคุณของตนนั่นแหละหรือคุณของตนที่มันมีอยู่ในตัวมันย่อมสะพัดออกกระจายออกแสดงออกตัวเองแม้เราไม่ได้อยากอวดมันก็ต้องออกผู้มีจริงก็ไม่ต้องถึงกับอยากแสดงออกหรอกตามอริยคุณาธาร สิ่งที่ควรระงับก็ระงับสิ่งที่ควรระงับเหนียวแน่นสิ่งที่ควรเหนียวแน่นผู้ใดควรทานควรบริจาคควรให้สิ่งที่ควรให้ผู้นั้นก็จะบริจาคสิ่งที่ควรบริจาคให้สิ่งที่ควรให้ผู้มีอะไรเป็นสมบัติมีวัตถุประสงค์เป็นสมบัติก็จะบริจาคสมบัติที่เป็นวัตถุไปคนก็จะฟังสิ่งที่บริจาคคนก็จะฟังสิ่งที่คนเหนียวแน่นสิ่งที่หวงแหนถ้าผู้ใดหวงแหนธรรมะผู้นั้นไม่เหมาะสมผู้ใดบริจาคธรรมะผู้นั้นก็เป็นผู้ที่มีคุณอย่างยิ่งเป็นผู้ชนะเป็นผู้พิชิตทุกอย่างธรรมชาติเป็น ชนะการให้ทุกอย่างในโลกวันนั้นก็จะทำเมื่อไม่มีวัตถุเราก็ไม่ได้บริจาควัตถุถ้าเรามีวัตถุเราก็ยังบริจาควัตถุอยู่ถึงแม้ว่าเราไม่มีวัตถุแล้วมันก็ยังมีอยู่นั่นแหละมันจะได้เวียนวนมาในวัตถุเราก็ยังเป็นผู้บริจาควัตถุมันจะไปสูงอะไรมันไม่สูงในการทานด้วยวัตถุแต่เราก็ต้องทำและเราก็ได้ทำแล้วแล้วเราก็หมดความวงแห่แล้วอริยคุณาธาร กิเลสนะไม่ใช่ว่าเราจะเอาไปแจกเขาบริจาคกิเลสนั้นคือเอาออกจากตัวหรือฆ่าให้ตายจากตัวหรือล้างให้หมดสิ้นไปจากตัวเรียกว่าเอากิเลสออกค่าและมีลักษณะต้องฆ่าต้องทำลายไม่ใช่เอาไปแจกคนอื่นหรือเอาไปให้คนอื่นแล้วเอาไปแสดงให้คนอื่นเห็นเราไม่เอาไปแสดงให้คนอื่นเห็นเราฆ่ามันตายกับตัวเราละลายมันเราทำลายมันที่ตัวเรียกว่าอภัยทานทานคำนี้จึงบอกว่าไม่ทานไม่มีขายพญาทานไม่ให้มีภัยอย่าไปเอาไปเป็นไทยแก่ผู้อื่นและมันอยู่กับเรามันก็เป็นภัยแก่เราเพราะฉะนั้นเรา ทานต้องทำออกทำออกไปจากเราให้ได้อย่างหมดสิ้นจริงๆเรียกว่าอภัยทานแล้วเราก็จะมีบุญที่นี้เราก็จะไม่มีภัยเราจะมีแต่คุณเราจะมีแต่คุณอยู่ในตัวคุณต่างๆเหล่านั้นเราก็ถามคุณหรือทานอัจฉริยะคุณถ้ามีถึงขั้นอรหันต์สรรพคุณเราก็จะทานอาหารกับคุณหรือบริจาคอาหารจากคุณตามควรทีเดียวไม่ต้องอยากไม่ต้องดิ้นรนไม่ต้องเดือดร้อนของดีอยู่ในตัวมันก็จะออกไปแม้มันไม่ออกไปเป็นกระบี่เป็นชิ้นเป็นอันมันก็กระจายมันก็ละลายมันก็จุลออกไปเองนะมันจะออกไปจริง จินนี่ผู้ใดมีอะไรที่เป็นอริยะคุณหรือปีอะไรเป็นคุณธรรมแท้ๆของผู้นั้นผู้นั้นมันก็จะออกมาก็ฉันออกมาละลายออกมาหรือยิ่งผู้ใดอยากจะแสดงสิ่งที่เลิศสิ่งที่เป็นคุณธรรมของเราผู้นั้นก็จะยิ่งจะแสดงออกมาแรงมันก็จะออกไปเองเมื่อออกไปแล้วผู้รับเขาก็จะรู้เขาก็จะมาเอาสิ่งที่ผู้นั้นมีเหมือนพ่อค้ามีอะไรก็ประกาศออกไปหรือมีอะไรอยู่ข่าวลือก็จะดังมาถึงหูเราร้านโน้นร้านนี้พ่อค้าเจ้านั้นเจ้านี้มีสินค้าอย่างนั้นอย่างนี้เป็นธรรมดาเพราะเหตุเช่นนั้นเช่นนั้นเพราะกูมีคุณภาพเจ้าเป็นพระอรหันต์ เช่นนั้นเช่นนั้นนิพลเป็นพระอรหันต์เพราะเหตุเช่นนั้นเช่นนั้นปรากฏจะกระจายนะเป็นอรหันต์เพราะฉะนั้นเช่นนั้นมักคาริโอสารเป็นอรหันต์เพราะเช่นนั้นเช่นนั้นสนใจวีระบุตรเป็นอรหันต์แล้วก็ลืมไปมันก็เล่าไปในสมัยพระพุทธเจ้าคนเรารู้อย่างนี้ในสมัยนี้ก็เล่าลืออย่างนี้เขาไม่กล้าประกาศคำว่าอรหันต์สมัยพระพุทธเจ้าประกาศอรหันต์ประกาศนิพพานอย่างนี้เป็นนิพพานของเราอย่างนี้เป็นธรรมวินัยของเราอย่างนี้เป็นพรหมจรรย์ของเราอานนท์อุทกดาบสก็ประกาศผลวันจันทร์อย่างนี้ผมประจานสูงสุดและพระพุทธเจ้าไปเรียนด้วยแล้วก็บอกนี่และสูงสุดแล้วกินจรรยาจะชนะนี่เป็นสูงสุดแล้วได้ Never สัญญานาสัญญานี่เป็นสูงสุดแล้วนี่แหละเป็นศึกพรหมจรรย์ไม่มีอีกพระพุทธเจ้าซักเอาอีกแล้วบอกว่ามีสูงกว่านี้อีกไหมไม่มีแล้วนี่เป็นบุญของเราแล้วหนอเธอถึงที่สุดได้แล้วมาช่วยกันสอนลูกศิษย์ท่านก็เป็นอย่างนั้นสมัยสมัยพระพุทธเจ้าเหมือนกันสมัยนี้ก็เหมือนกันเหมือนแต่ว่าไม่เหมือนตรงที่ว่าสมัยนี้ไม่มีความอ่านแม้จะกล้ากล่าวว่านี่เป็นอรหันต์กับคุณนี่เป็นผลสุดยอดสุดยอดไม่มีระดับยิ่งกว่านั้นอีกจะประกาศให้ไปโสดาคุณเป็นขนาดนี้อย่างนี้ยืนยันอธิบายชี้แจงเน้นไม่กล้าไม่มียุคนี้หายากอย่างนี้เป็นโสดาเป็นอย่างนี้แหละเปรี้ยงๆเลย มีกล่าวบ้างตามหลักเท่านั้นเองตามภาษาละสังโยชน์ 3 เป็นโสดาเขากล่าวแล้วก็อธิบายสังโยชน์ 3 อธิบายสัตว์ร้ายตามภูมิอธิบายศิลปะปรามาสความภูมิให้ผลวิจารณ์ก็คือให้รู้ชัดในศิลปะตามมาตรฐานนั่นแหละคือมีศีลก็มีปัญญาศีลก็คือศิลปะสามารถอยากให้มันเป็นศิลปะปรามาสอธิบายศีลไม่ติดอยู่แค่นั้นพ้นศีลศีลเป็นปกติสักอายะก็คือปัญญาปัญญารู้ในความจริงสัมผัสในความจริงและมีความจริงมีอะไรมีคุณที่เราได้มีความหลุดความ ความสะอาดมีความรู้แจ้งหมดดิ้นรนหมดวนเวียนสงบสนิทนั่นเรียกว่าคุณที่สุดเป็นปัญญารู้และมีเจโตหรือมีส่วนประกอบที่รู้ด้วยผู้ใดรู้ผู้ใดเห็นผู้ใดเข้าใจมันก็ชัดเพราะผู้ใดจะอธิบายโสดาคุณก็อธิบายตามภูมิผมก็อธิบายโสดาคุณผมก็อธิบายคำท่านสังเกตุธนาคารมีคุณก็ไม่ค่อยจะอธิบายกันเท่าไหร่พอถึงกามราคะยิ่งอันนาข้ามีคุณไม่ขออธิบายทีนี้ไปอธิบายอีกทีนึงเอารหัสกับคุณมีรหัสแต่คุณอธิบายกันแล้วก็ประกาศตลาดพระคุณกันเยอะอธิบายอรหัตแต่คุณกันมากด้วย สมัยนี้อธิบายอะไรอธิบายถึงผลสุญญตาว่างอนัตตาไม่มีตัวไม่มีตนไม่ยึดมั่นไม่ถือมั่นการขาดสิ้นการหมดสนิทอธิบายเยอะอธิบายมากเพราะมันเป็นการแสดงสุดยอดมันเป็นการแสดงจุดใหญ่มันเป็นการโชว์ความมโหฬารความประเสริฐสุดมันเป็นตามกิเลสคนก็อยากจะแสดงสิ่งใหญ่มันมียอดเพชรก็อยากตัดยอดเพชรนั่นแหละมาบวชมียอดทองก็จะเอายอดทองที่ตัวมีเงินมาอวดก็จึงแสดงจะไปแสดงสิ่งน้อยโดยไม่ค่อยขยับขึ้นมาแสดงสิ่งสูงหรือไม่แสดงสิ่งสูงเลยนั้นน่ะยากคนที่มีก็ต้องแสดงแต่จะรู้จังหวะ ถ้าคนรู้ขั้นตอนก็ต้องยิ่งแสดงจังหวะตามขั้นตอนสู่สาธารณะเป็นขั้นๆเหมือนกันแต่เขาไม่มีเขาไม่แสดงยิ่งผู้ใดไม่เน้นคุณอย่างนี้ไปแสดงแต่คุณอย่างอื่นไปแสดงไสยคุณไปแสดงเดรัจฉานคุณไปชนคนนี้เก่งในทางเจิมป้ายคนนี้เก่งในทางเททองคนนี้เก่งในทางปลุกเสกคนนี้เก่งทางรถน้ำมนต์คนนี้เก่งในทางก่อสร้างคนนี้เก่งในทางหาเงินคนนี้เก่งในทางสร้างวัดคนนี้เก่งในทางนี้มันก็เน้นไปเราทำอะไรอยู่เป็นการกระทำทางกายจะดีว่าดีก็ดีโดยมีมโน สงกรานต์สั่งให้ทำสั่งให้ระงับสิ่งที่ควรระงับไม่ต้องเอาออกไม่ต้องไปเน้นมันก็ไม่ออกสิ่งนี้ควรกระทำให้มากมันก็จะมากในสิ่งนี้มันจะออกไปในสิ่งนี้ที่เรานั่งฟังแล้วเราลองไล่เรียงนี่ไม่ได้ส่อเสียดนะนี่กระจายโดยพิสดารให้คุณสำนึกล่อไปทบทวนไล่เรียงดูว่าเป็นอย่างนี้จริงหรือไม่มีอย่างนี้จริงหรือไม่เทียบเคียงยุคพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารัฐบาลพระพุทธเจ้าก็จะยกนั้นของท่านก็จะมีอาจารย์ต่างๆแสดงคุณของตนเหมือนกันก็ฉันไปลืมไปว่าเราเก่งอย่างนี้เราเด่นอย่างนี้เรามีสิ่งที่น่าโชว์คืออย่างนี้หรือว่าเป็นสิ่งที่ท่านพูดอย่างนึง บันลือกับฉันมาหาเรามันก็จะมาทั้งที่ว่าพูดก็กล่าวอย่างนั้นลงการกระทำของท่านที่ท่านเป็นท่านมีอยู่ก็จะเป็นอย่างนั้นเราจะได้ยินเราจะได้รับการเป็นจริงๆมาทั้ง 2 อย่างทั้งส่วนที่เป็นด้านกายกรรมถ้าส่วนที่เป็นด้านไม่กี่คำและสาระของมันกายจะทำอย่างไรเมื่อกี้ทำอย่างไรมันจะกระชอนมาถึงเราเราจะรู้ถ้าเราใส่ใจรับเราก็จะรับรู้ถ้าเราไม่ใส่ใจทางด้านสายธรรมะแล้วก็ไปกระตุ้นในโลกซึ่งคนนี้เก่งนะเนี่ยสู้ชีวิตมาหาเงินได้เยอะด้วยวิธีการนี้เราก็จะไปคบหาทุกอย่างจะไปเรียนรู้และคนคนนี้คนที่เก่งและสร้างยศไม่เก่งคนนี้เก่งใน เส้นทางนี้คนนี้เก่งในทางศิลปะเขาก็จะไปหาคนนี้ไปชนใส่ใจคนนี้เก่งในทางวิทยาศาสตร์เขาก็จะรู้ว่าพวกนี้มีความเสี่ยงหรือขจัดมาเขาก็จะไปหาคนที่เก่งวิทยาศาสตร์คนนี้เก่งในทางทำกับข้าวเขานี่เก่งในทางแสดงหนังแสดงละครเป็นดาราเขาก็จะไปหาคนนี้ตามคนเลยตามภูมิปัญญาใส่ใจอะไรสนใจอะไรจะไปอันนั้นมันดึงมันดูดของมันเองนะทีนี้หันมาหาพวกคุณพระโพธิรักษ์เกิดพระโพธิรักษ์ก็ลืมกับฉันไปเก่งในทางอย่างนี้พูดอย่างนี้แสดงอย่างนี้มีความเป็นอย่างนี้ลือไปจนกระทั่งว่าบ้าๆบอๆอย่างนี้พวกคุณก็ฟังคำว่าบ้าก็ผิดไปเขาบอกพิลึกพิลึก ไปคำว่าดีบางคนก็ชมชมว่าโอ้ท่านเป็นอย่างนี้นะดีนะบางคนไปพูดเนี่ยมันเชิงไม่ได้หรอกเพราะกลัวที่รักนี่บ้าๆบอๆดูซิไม่เอาอะไรเงินทองเล่นไม่ใช้เลยไม่เอาเลยคนอีกคนนึงฟังหูฟังเลยคนไม่ใช้เงินทองนี่มันเป็นแนวทางมันเป็นทิศทางเลยนะฟังหูฟังทั้งๆที่คนพูดเป็นเชิงร้ายนะลือกันไปมันเป็นเชิงดูถูกนินทาด้วยว่าอะไรว่านินทาโอ้กินก็กินอะไรก็ไม่รู้กินแต่ผักแต่หญ้าไม่กินเนื้อสัตว์ทรมานตนฟังนินทานะแต่คนฟังที่เอาสาระที่ตัวเองมีจริตมีปัญญาเข้าใจว่าเราจะเอาอะไรฟังเพลง คนที่เขาว่าร้ายแต่คนฟังคนนี้กลับฟังว่าดีอีคนสละเสริมนี่ไม่ใช่นิทานฟังดีๆทั้งนั้นสรรเสริญนินทาอยู่ที่ไหนสรรเสริญนินทามันไม่ได้อยู่ที่การกล่าวแล้วร้ายไปหมดไม่ใช่ไม่แสดงอย่างข่มกูยังดูถูกแต่จิตใจบอกรังเกียจเบียดฉันแต่เนื้อหาสาระเป็นอะไรมันก็ออกเนื้อหาสาระอันนั้นไปถ้าเขาพูดถูกคนฟังไม่ฟังแต่เพียงสำเนียงประกอบไม่ฟังแต่เพียงรูปร่างนอกแต่ฟังจากเอาเนื้อรู้คนที่คนที่เขาเห็นว่าร้ายนะว่าแล้วจีนก็กินมื้อเดียวเงินทองไม่เอานุ่งขาสั้นตัวนึงใส่เสื้อตัวนึงเงินทองมีทิ้งหมดสมบัติทิ้งลาบยศไม่เอาคนอะไร ว่าเสียชาติเสียเทเสียกว่านี้กว่าที่ผมพูดนี่ด้วยซ้ำแต่คุณฟังแล้วคุณไม่ได้ฟังสำเนียงคุณไม่ฟังว่าที่ตัดผมไม่ได้ฟังคีตะคือไม่ฟังเนื้อความที่ร้อยกรองออกมาไพเราะเพราะพริ้งแม้จะหยาบคายตามสำเนียงโลกตามภาษาโลกจะบอกว่าเป็นสำนวนว่ายังหยาบคายด้วยว่าอย่างแรงๆหนักๆด้วยแต่คุณฟังสาระและก็คนอย่างนี้มันก็ดีนี่นาแล้วเขาอยู่ได้อย่างไรเขาเป็นยังไงน่าสนใจหานี่อย่างนี้คนที่มีปัญญาจับเอาสาระอันนี้อย่างนี้แล้วก็สนใจข่าวเป็นร้ายกล่าวเป็นเชิงว่านี่หว่า สำเนียงอย่างนี้โดยโลกก็ตีว่าเป็นภาษานินทาเป็นภาษาว่าร้ายแต่คนจับสาระกลับเห็นว่ามาสรรเสริญหนิแต่สรรเสริญในสำเนียงในสำนวนของคนกล่าวร้ายหนักรุนแรงอาจจะด่าอย่างฉับๆๆอาจจะว่าอย่างแรงๆอย่างมีอารมณ์โกรธมีอารมณ์ชิงชันออกมาประกอบอย่างเห็นๆเลยแต่พวกนี้ไม่ได้ไม่ได้เอานิยายไม่ได้ถือสาในเรื่องอารมณ์ที่ผสมออกมาของคนนั้นจะจับคำจับความจับสาระแล้วได้ถ้าเห็นเป็นสาระที่เราต้องการคนนี้ก็จะไปหาเลยได้ยินมาว่าอย่างนี้มันน่าดูอย่างนี้มันน่าฟังอย่างนี้มันน่าเอาใจใส่มาดูแล้วก็เห็นจริงและยิ่งไม่เห็นเห็นเข้ายิ่ง ศรัทธาเลื่อมใสเอาตามหาเหตุหาปัจจัยที่เราจะปฏิบัติเป็นอย่างนี้ด้วยนี่อธิบายให้ฟังถึงว่าแม้ว่าเราจะรู้ตามบัญญัติโลกภาษาโลกว่านินทานี่ว่าร้ายแต่ถ้าเรามีปัญญาเอาสาระเราจะได้สาระที่ตรงจริตจะเอาจะมาตรงนั้นพระโพธิรักษ์เกิดมีคนว่าร้ายเยอะเหมือนกันแต่คนก็ยังอุตส่าห์มาตามเสียงไลน์ก็มีสรรเสริญน้อยใหม่ๆแรกๆนะยิ่งใหม่ๆแรกๆสรรเสริญว่าคนก็ยังมาตามเสียงร้ายมาได้ คนอื่นก็เหมือนกันเขาถูกนินทาเขาถูกว่าร้ายอาจารย์นั้นอาจารย์นี้ว่าอย่างนี้คนเขาว่าเขาว่าอย่างชิงชังว่าร้ายนมน้องไปให้อย่างไรพรุ่งนี้เก่งในทางนี้องค์นี้ไม่ได้ใช้ไม่ได้เลยมีอย่างที่ไหนมาสอนคนแต่เดรัจฉานวิชาปลุกเสกมาหลอกหาเงินขายตะกรุดขายแต่พระเครื่องทำแต่เครื่องลงเลขลงยันต์อะไรต่างๆคนนิสัยใจเหนื่อยดวงจันทร์นี้เราเอานี่หว่าผู้ที่ว่าร้ายจะว่าแรงยังไงที่จริงเราว่าเขาว่าถูกนะเขาว่าถ้าพวกพระไปทำเดรัจฉานวิชานี้แต่คนนี้ฟัง แล้วมันอร่อยนี่อย่างนี้บอกตะกรุดดีพระเครื่องดีนี่มันจะไปได้ไงขายนี้ต้องไปดูแล้วต้องไปเอาแล้วเขาก็ไปเพราะเขาใส่ใจพ่อทิฐิของเขาเห็นอันนี้เป็นอริยคุณาธาร สิ่งนี้ไม่ดีถ้าเกิดจะสรรเสริญก็จะเอาสิ่งไม่ดีออกมาพูดผู้ใดที่รู้อยู่ว่าสิ่งนี้ดีและเป็นผู้ที่จะไปนินทาว่าร้ายก็จะไม่ค่อยเอาสิ่งดีออกว่าถ้าตัวเองรู้ว่ามีสิ่งไม่ดีจะเอาแต่สิ่งเลวออกว่าสิ่งดีจะปกปิดไว้แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ดีโมหะเห็นว่าสิ่งนี้ร้ายไม่ดีก็จะเอาสิ่งนั้นเปิดเผยออกแล้วก็ว่าทับถมลงไปเช่นคนก็จะไปชมผมเนี่ยจะไปชมข้างนอกแต่เขาไม่รู้ว่าเป็นคำชมเขาว่าเป็นคำนินทาว่าร้ายเพราะคนที่รัก บ้าอีหยังที่ไหนทรมานจนกินมื้อเดียวไม่กินเนื้อสัตว์กินก็เอาไปใส่ในบาตรปนๆกันเละๆอ้วกแตกตายคือไม่ได้เข้าใจว่าลักษณะอย่างนี้เป็นสิ่งประกอบที่ว่าเอ๊ะคนอย่างนี้เขาไม่ติดลูกติดรถเขาไม่มีปัญญารู้จริงๆนะเค้านึกว่ามันเป็นของเหลวจริงๆเขาเอาไปพูดอย่างนี้เป็นการโฆษณาให้เราทั้งนั้นแหละเพราะฉะนั้นอะไรเราทำอะไรเราเป็นอะไรเรามีมันออกไปจริงทั้งกายกายจะทำไว้ที่ทำธรรมะอย่างนั้นอาจจะเป็นอกุศลก็ได้ธรรมะอย่างนั้นอาจจะเป็นกุศลก็ได้มันก็เป็นสิ่งที่อยู่ทรงอยู่มีอยู่เป็นอยู่เราเป็นอยู่อย่างไรเราเป็นอยู่อย่างนั้นแหละมันก็จะเป็นสิ่งที่เกิดอยู่เป็นอยู่ยังไม่ตายมันจะลอยจะล่องจะเป็นชีวิตชีวาจะ จิตจะเป็นวิญญาณจะเป็นกายจะทำวจีทำมโนธรรมล่องลอยสะพัดอยู่ในโลกอยู่ในขณะที่มันเป็นมีอยู่เกิดอยู่เพราะเราจึงต้องระวังอย่าให้อกุศลมีมีแต่อกุศลอกุศลธรรมอย่างใดมีแต่มันก็จะกระฉ่อนไปพระถ้ากุศลธรรมอะไรมีมันก็จะกระฉ่อนไปแล้วทำอะไรอยู่แล้วทำอะไรต่ออะไรอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ไม่มีใครรู้เขารู้เขาพูดเขากล่าวคนจะชมก็ตั้งใจจะเอาไปบอกเลยเชียวในจุดดีจุดเขาเห็นดีคนจะนินทาเขาก็จะเอาไปนินทาในจุดที่ไม่ดีถ้าบางคนก็เอาเราไปนินทาโดยเขาไม่มีปัญญาเขาก็จะเอาไป โดยอย่างที่ว่าอยู่ที่โมหะทั้งๆที่จุดนี้เป็นจุดดีแต่เขาไม่รู้อ่ะเขาเอาไปนินทาว่าร้ายใช้สำเนียงใช้สำนวนดูถูกดูแคลนด้วยซ้ำแต่คนที่มีปัญญารู้ฟังแล้วบอกเอออันนี้สาระไอ้นี้มันดีคนที่เขาจับเป็นมีปัญญาอยู่รู้กลายเป็นสรรเสริญด้วยภาษาร้ายภาษาหยาบภาษาดูถูกไปสรรเสริญเรานะแต่สรรเสริญเราด้วยภาษาดูถูกดูแคลนด้วยซ้ำไปแต่เป็นสรรเสริญนะเพราะเขาเอาสาระที่เรามีนี่แหละไปกล่าวท่านขอให้เรามีสาระอันนั้นอันนั้นคือสาระจริงอันนั้นอันนั้นแหละมันจะกระชอนออกไปเองถึงจะเลือกดูเฉพาะเหตุฉะนั้นเพราะเหตุนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นคุณประโยชน์อันใดที่เราทำเราเน้นอยู่มันก็ถึง ภาษาใจมากแล้วก็ทำงานอะไรพวกนี้นี่ออกมาแล้วปี 1 2 ปี 3 ปี 4 ปี 5 ปี 6 ปีมันแสดงผลอยู่ว่าเราก้าวหน้าเราเขยิบฐานะเราเข้าหาแก่นที่เราก็ยึดแล้วรู้แล้วแสวงหาแล้วว่าแกอย่างนี้เป็นอย่างนี้ตามที่เราเข้าใจไปจริงไหมมีจริงไหมเราจะรู้เราจะเห็นความสงบระงับความที่อยู่กันได้ด้วยดีความเป็นพระราชดำภาพเป็นสังฆะเป็นสังฆัสสะเป็นความเป็นกลุ่มเป็นหมู่และเป็นกลุ่มที่มีความสงบลงมือที่มีความเป็นญาติที่ทำกลุ่มโมที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันถ้อยทีถ้อยขัดเรา สัจธรรมอิสานธรรมมีนิยามที่กระทำนิยามที่กระทำหมายความว่ามีความพ้นทุกข์จริงนิยายนี้กระทำธรรมะอันพาไปธรรมะอันแสดงถึงความพ้นทุกข์จริงมีไหมแต่ละคนแต่ละคนมีของตัวไหมทุกคนยืนยันว่าเขาตัวสัตว์จะทำทั้งนั้นอันนั้นเป็นคำกล่าวสัจธรรมชั้นใดก็ทำมีความขัดเกลามีไหมมีเรายืนยันว่าของเรามีความขัดเกลามีเป็นขั้นๆตอนๆมีเป็นชั้นๆเชิงเชิงมีธรรมะที่เป็นความพ้นทุกข์เป็นนิพพานเป็นนิโรธมีความหลุดพ้น มีอยู่มีนิยายนี้ก็ทำมีสันติธรรมสันติธรรมเป็นธรรมะอันเป็นขั้นปลายขั้นจบแล้วท่านไม่ต้องต่ออีกแล้วในสิ่งนี้สิ่งนี้บทวิจิกิจฉาหมดสูงสุดวิมุตแล้วเด็ดเดี่ยวแล้วเด็ดขาดแล้วแน่ใจแล้วไม่สงสัยและเป็นจริงและมีจริงเป็นนามธรรมไม่มีตัวตนไม่มีรูปร่างอสุรีย์ดังอนัตตาแต่ย่อมรู้ย่อมเห็นได้อยู่อันนี้ทัศนันท์แต่เป็นวิญญาณังบางทีบอกใครไม่ได้ชี้ให้ใครเห็นไม่ได้อันนี้ทัศนันท์แต่รู้ไหมรู้วิญญาณนางแปลว่าธาตุรู้ ความรู้แปลว่าสิ่งที่รู้ได้อยู่ที่เราวิญญาณังวิญญาณนางจึงเป็นธาตุรู้ของตนอย่าไปคิดได้ไปรู้วิญญาณล่องลอยที่อื่นวิญญาณร่องรอยที่อื่นมันเป็นปัจจัยและไม่ใช่ตัวเรามันเป็นสิ่งเกี่ยวข้องมันไปอยู่ที่อื่นเรารู้วิญญาณของเราเรารู้ตัวสิ่งที่เราถูกรู้ก็คือตัวของเราหรือสภาพของเราสภาพจิตสภาพวิญญาณสภาพวิมุตสภาพนิพพานสภาพหลุดพ้นเป็นของเราไม่มีรูปร่างไม่มีตัวตนเป็นสุญญตาเป็นความหวังว่าว่างๆเรารู้ของเราเป็นฝ่ายเป็นสันติธรรมมีไหมถ้ามีคุณก็ต้องรู้ของตัวเองคุณจะไปบอกว่ามี แต่ของคนอื่นคนนั้นน่ะเขาได้คนนี้แหละเขาได้แล้วก็ของคุณเองมีไหมมีสันติธรรมอันนั้นไหมมีนิยายนี้ก็ทำอันนั้นไหมไม่มีถ้ายังไม่มีคุณมีฉันเลยกระทำไหมมีมีกำลังขัดเกลาอยู่ยังไม่สิ้นป้าก็ยังเข้าทางถ้าอย่างนี้แล้วก็เรียกว่าสัจธรรมได้เหมือนกันถ้าจะทำตั้งแต่ว่ามีฉันเลยกระทำมีการขัดเกลารู้ว่ากำลังขัดเกลาทีเดียวรู้ว่าเราทำรถลงไปลดลงไปร่วงไปออกไปหลุดออกไปทีละน้อยทีละน้อยอยู่ยังไม่มีตัวจบเลยก็รู้หรือมีตัวจบบ้างแล้วที่กำลังกระทำอยู่ก็มีที่เบาบางอยู่ก็มีที่ยังไม่ได้ทำออกรู้อยู่ว่ายังยังมีกิเลสอันนั้นอันนั้นอยู่ก็มีก็แสดงว่าคุณมีทั้งมักมีทั้งผล สิ่งที่จะล้างละนั้นมีน้อยแล้วคุณก็เบาบางขึ้นมากสิ่งที่จะล้างนั้นไม่มีอีกแล้วหมดจิตสิ้นภาระสำหรับตนสบายใจสบายแล้วพ้นทุกข์ไม่เดือดร้อนด้วยจิตวิญญาณมีหมดแต่มีวาสนาอื่นอีกยังเหลือรูปยังเหลือการกระทำหลายๆอย่างกายกรรมพอดีว่ามีกรรมก็ดีที่เรายังไม่ยังไม่เรียบร้อยและจิตนั้นสบายพ้นทุกข์ทุกทีสัมผัสอะไรก็รู้แล้วเข้าใจแม้ลักษณะของธาตุหกดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมธาตุอากาศสภาพวิญญาณธาตุเข้าใจถ้าจะเป็นอาการ กรุ่นๆเย็นๆร้อนๆเป็นอาการอย่างนั้นเกิดที่จิตก็รู้ความหมายว่าถ้าเย็นและเป็นลักษณะดีนิพพานเอาเย็นมาเรียกนิพพานแมวร้อนเพราะถ้าบอกว่านิ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน