220806 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ020.txt
เนื้อหาในไฟล์
[ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เป็นไปตามอำเภอของอะไรที่มันมาครอบงำกิเลสบ้านมันมาครอบงำจิตของเราถ้าจิตของเรามันมีกิเลสมันครอบงำพวกเรามันครอบงำไปจริงๆทั้งๆที่เรารู้อยู่ว่าเราเองเราไม่อยากเป็นอย่างนี้แล้วมันก็เป็นไปอย่างนี้แสดงว่าเราเองเราตกอยู่ใต้อำนาจสิ่งที่มันชี้ต่อไปดึงเราไปนั่นแหละนั่นแหละคือการพ่ายแพ้คือการสู้ไม่ได้เราจึงจะต้องมาฝึกให้เราเองมีสิ่งหนึ่งเป็นอำนาจเหนือตนที่เราจะพยายามทำให้ได้ถ้าไม่ฝึกเราจะปากพูดเป็นไปไม่ได้เราจะปากพูดกันไปไม่ได้ต้องฝึกเมื่อเราฝึกมันถึงจะเกิดถ้าเราไม่ฝึกมันไม่เกิดพยายามเห็นได้จริงว่าการกระทำ นี้มันมีอานิสงส์มันมีประโยชน์แล้วก็มันได้รับถ้าเราไม่ฝึกจริงๆแล้วไปทำอย่างหนึ่งมันก็ได้อย่างนึงแล้วถ้าเกิดว่าเราเปิดจิตแค้นจริงเข้าใจแน่ไม่มีอะไรคัดค้านขัดขวางอยู่ในจิตในใจนะมันจะง่ายกว่าฉันพระเกิดความยินดีให้เกิดความเห็นเชื่อถือเรามีวิริยะก็ง่ายแล้วพยายามสภาพเพียรทุกอย่างมันต้องให้ความวิริยะต้องให้มันอีกเพิ่มเติมกำลังเป็นวิริยะขึ้นมาจิตใจมีเท่าไหร่ก็ตั้งใส่เข้าไปเรียกว่าตั้งใจเลือกตั้งเอาใจใส่มีใจเท่าไหร่ตั้งใจและเราก็พยายามใช้ทั้งปัญญาใช้ทั้งความสามารถอะไรต่างๆเพื่อที่จะพัฒนาเป็นภาษาเป็นการก้าวการเจริญขึ้นการดีขึ้น ไม่ต้องมาตั้งใจทำใส่เข้าไปทีเดียวก่อนอื่นเราจะต้องพยายามควบคุมตัวเองมีสติหรือว่าทำให้เราเองเป็นผู้ที่ตื่นอยู่ตื่นอยู่เราจะทำอย่างไรทำให้เราเป็นผู้ตื่นมีสติในคือให้มันตื่นและรู้ตัวตื่นเสมออย่าให้มันหลีหลับให้เป็นผู้เบิกบานเบิกบานอย่าให้เป็นผู้ที่หดหู่สภาพหดหู่หรือสภาพหลบดีหลบดีนี่แหละดีนะไม่ทักเราต้องเบิกบานให้เบิกบานไม่มียินดีร่าเริงเบิกบานร่าเริงเบิกบานให้ตื่นถ้าไม่ชนะมันไปไม่ได้ก็บอกว่าที่ไม่มีทางมันเป็นป
อ่านต่อ
ฏิปักษ์ต่อปฐมฌานถ้าที่นั้นมีค่าเท่ากับปฐมฌานยังไม่เป็นมันก็จะไปเป็นอะไรแล้วมันก็แล้วกัน ว่ากันทั้งเพลงก็นั่งมันก็ไม่ได้อะไรเกิดขึ้นเพราะเราก็ต้องจับต้นซะก่อนจับสำคัญที่ต้นนี่สำคัญถ้าต้นมันไม่ได้มึงจะไม่ได้อะไรมันก็เลวหมดแล้วหมดทั้งตลอดแถวมันก็สำคัญเราต้องพยายามตรงนี้นะให้มีสติและเป็นผู้ตื่นได้เป็นผู้เบิกบานเบิกบานแจ่มใสถ้าเราพูดกันด้วยโวหารโดยความรู้ง่ายๆนะเราจะเห็นที่มันเป็นตัวเหตุร้ายที่มันเป็นผีนั้นมีธาตุคือความไม่ยินดีและเราก็จะต้องทำตนให้เข้าใจให้รู้เหตุรู้ผลต่างๆนานาจิตใจของมันต้องปล่อยให้มันมายินดีให้มันยินดีถ้ามันไม่ยินดีก็แน่นอนล่ะสิมันจะไปได้อะไรยินดีครับผมไม่กินดีเนี่ยมันก็เป็นตัวแรกตัวต้นแล้ว แล้วเราก็ต้องเพิ่มวิริยะนั่นแหละอย่าขี้เกียจส่วนวิริยะอย่าขี้เกียจต้องเป็นวิริยะต้องเป็นความเพียรต้องเป็นความขยันขึ้นเป็นตัวแรงเลยตัวแรงเลยทีเดียวความเพียรตั้งแต่ซึ่งเมื่อเช้านี้ก็เอาออกมาไล่ให้ฟังแล้วตัวที่เราจะต้องพยายามทำความเข้าใจเพื่อเป็นระดับระดับชั้นจะต้องขยายกันไปเรื่อยๆตั้งแต่รับพระธาตุในตัวที่ 1 ถ้ารับพระธาตุปรารภความเพียรอันปรารภความเพียรอันอันต้องการรบปรารภก็หมายความว่าเราเองเราจะต้องเรียกว่าอะไรอะไรก็เรียกว่าต้องเริ่มขึ้นยิ่งกว่าริเริ่มการรบตน ต้องการเป็นความเพียรอันต้องอัตราลบด้วยความเพียรอันต่อปรารภต้องปรารภขึ้นมามันคือมันมันยิ่งกว่าได้มีกรรมมันขึ้นมาเป็นริเริ่มแล้วมันยังไม่ถึงกรรมกรรมที่ริเริ่มเลยริเริ่มเป็นตัวที่ 2 อารับพระธาตุเป็นตัวที่ 2 ขนขวายหรือริเริ่มขึ้นมาไอ้ตัวนี้จะแปลว่าขนขวายน่าจะได้นะมันมีความเพียรในการรบเป็นขวนขวายมันน่าจะก่อนเริ่มถามตนได้ปรารภก็ถามตนถามตนมันไม่ถามเรื่องภาษานี่มันอะไรเรากำลังอยู่อะไรนี่มันเกินเรียกว่ากระชากตนเลยเตือนตนเลยแล้วกันถ้า มารับพระธาตุและรปภรปภนี่แหละถ้าจุดก็ใส่จุดปลายๆตัวพพานถ้าไม่ใส่จุดก็ไม่หันอากาศรเรือพพานอารักษ์ภสำเภาพพานสะกดแล้วก็พอสำเภาตามรับพระธาตุความเพียรอันปรารภหรือว่าเราจะเตือนตนขึ้นกับปรารภต้นขึ้นเมื่อเราจะต้องเพียรให้มันมีตัวเพียรขึ้นมาตัวแรกเลยเพราะตัวที่ 2 อารัมพระธาตุก็เป็นตัวริเริ่มกระทำและในเรื่องนี้มันเริ่มมีกรรมและมีการกระทํา ใสขึ้นมาต้องเริ่มต่อจากนั้นก็นิดกรรมฐานมิตรภาพซึ่ง 2 ตัวนี้เราก็รู้อยู่ดีแล้วมันเรียงกันอยู่มันเพิ่มขึ้นมาอีก 4 ตัวตัวแรกรับพระธาตุตัวที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นี่มันตัวที่เราเรียนมาแล้วรู้มาแล้วคือมีอารมณ์พระธาตุแล้วก็รักธรรมชาติเขาแปลนะเขาไม่ได้แปลในสูตรนี้เขาแปลกธรรมชาติไม่ได้แปลว่าความเพียรเฉยๆก็แปลว่าความเพียรอันก้าวออกมิตรกับธาตุตรงอย่างที่อธิบายไปแล้วที่เคยฟังคือก้าวออกจากอันนั้นเสียพระราชทานการความเพียรอันทำเพียงนั้น ยังไม่ได้ชวนไอ้สำนวนเข้านะแต่ความรู้ความเข้าใจในเข้าใจอยู่ในความหมายในอะไรเดี๋ยวนี้เข้าใจอันส่งไปองค์นี้จำแม่นความเพียรอันส่งไปส่งไปคือมันก้าวออกมานิดกับมันก็คือไม่นะไม่ให้เป็นอย่างนั้นออกมาเสียจากอันนั้นแล้วก็ความเพียรอันเป็นเครื่อง 9 ออกพระราชทานความเพียรเป็นเครื่อง 9 ไปข้างหน้าก้าวไปข้างหน้าจะเป็นอย่างอื่นเป็นอย่างที่เดินเข้าไปสู่จุดหมายจุดหมายก็เอาไปข้างหน้าคือเจริญขึ้นก็จะแปลตรงก็คือเจริญขึ้นเป็นความเพียรที่เจริญขึ้นจากตัวนี้ตัวนี้มันเสียตัวนี้ไม่ดีแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปพระกรรมฐานและก็ถามว่าถ้าถามว่าถ้า ความเพียรเป็นกำลังถามว่าทาสมีความเพียรนี่ทำความเพียรนี้ให้มันมันมีแรงเลยเป็นกำลังจะหมายความว่าให้ความเพียรมันเกิดให้ได้นี่เราไม่มีแรงอ่อนแอมันก็ล้มไปล้มมาล้มลุกไปล้มลุกมาไม่ได้เราต้องให้ความเพียรตัวที่เพียรอย่างที่เป็นอย่างนี้ถ้ามันมีกำลังแรงแรงขึ้นแรงขึ้นแรงขึ้นเกิดขึ้นถ้าไม่งั้นแพ้ตลอดกาลนี้จะเห็นว่าเป็นละเอียดมากเป็นการไล่ที่ละเอียดมากนะไอ้ 3 ตัวท่านย่อไว้ตัวสุดท้ายแล้วบอกว่าไม่มีอะไรกว่านี้อีกแล้ว 3 ตัวนี้แหละเป็นตัวแก้ที่สุดท้ายปลายตรงเพราะฉะนั้นพวกนี้นี่รายละเอียดเป็นระดับของสภาพที่จะเพิ่มขึ้นมาทุกตัวนี่มีอยู่ในตัวลักษณะของความเพียรทั้งสิ้น เรียนตั้งแต่อารักพระธาตุความเพียรเป็นเหตุปรารภความเพียรเป็นเหตุปรารภความเพียรเป็นเหตุปรารภแล้วก็ความริเริ่มในระดับความเพียรเป็นเครื่อง 9 ออกนี่มีกรรมธาตุกรรมฐานกับความเพียรเป็นเครื่องก้าวไปข้างหน้าถามว่าทาสความเพียรเป็นกำลังทีนี้ที่ติดธธงสระอิฐิติธาตุความเพียรเป็นเครื่องทรงไว้ทิฏฐิส่งไว้ตั้งทรงอยู่ตั้งอยู่ที่จิตนี่แหละตัวใกล้กันที่สิ่งที่ผิดวิธีความเพียรเป็นเครื่องทรงไว้อันสุดท้ายแปลเป็นตัวใหญ่ๆเลยเป็นความหมายใหญ่เลยว่าอุปสรรคอุปสรรคมันเป็นตัวเกิน หุบปากกับธาตุแปลว่าความพยายามเลยอุปสมบทแล้วความพยายามก็ไม่รู้จะทำยังไงถ้าเขาบอกว่าแปลไทยพยายามก็แล้วกันแต่สุดท้ายทีนี้พยายามตัวเดียวมันไม่พอมันจะต้องรู้ว่าเราจะพยายามอย่างไรก็อธิบายความหมายละเอียดให้ฟังและความหมายพิสดารให้ฟังแล้วเราต้องรู้จิตของเราจิตมันเป็นอย่างนี้เราต้องปรารภจนขึ้นว่าจิตก็อย่างนี้ไม่เอานะฤทธิ์หมายเริ่มใหม่จิตเป็นอย่างนี้เปลี่ยนใหม่เพราะฉะนั้นการรับประทานรบตนขึ้นอารัมพระธาตุก็ริเริ่มใหม่นิกกรรมฐานเอาจากไอ้ตัวนี้ไม่เอาแล้วบอกแล้วว่ามินี่มันเป็นตัวความหมายอยู่แล้ว ไม่จึงแปลว่าการก้าวออกความเพียรอันเป็นการก้าวออกในความเพียรเป็นเครื่อง 9 ออกเพี้ยนออกให้มีจิตที่มันเพี้ยนนี่มันคือพยายามช่วยมีแรงมีแรงออกจากจุดนั้นให้ได้มารับกลับมาชาติความเพียรเป็นเครื่องก้าวไปข้างหน้ากำลังเข้าไปเจริญต้องเป็นไปได้แล้วหลุดออกมาหรือว่าเจริญขึ้นจากจุดนั้นแล้วก้าวหน้าขึ้นแล้วมันไม่ใช่ว่ามันดับ 1 หรือว่ายิ่งหนักเข้าไปใหญ่หนักเข้าไปใหญ่ก็แสดงว่าไม่ไปรัฐมนตรีปักเลยนะถ้าใช้ภาษาไทยเลยนะจงจงปรับฉบับธรรมชาติเลยใช้ไม่ได้เพราะถ้าเราทำเครื่องขึ้นเครื่องก็เป็นบทเจริญขึ้นรัฐธรรมนูญแล้วก็ ธรรมชาติเป็นกำลังมีฤทธิ์มีแรงพอความเพียรเป็นกำลังถามว่าธาตุเป็นธิติธิติธาตุธรรมจะตั้งได้ส่งไว้ความเพียรนั้นทำเป็นตั้งมั่นจนตั้งได้จนทรงไว้ถามว่าท่าอะไรก็คิดผิดท่าแล้วก็สุดท้ายอุปสรรคธรรมชาติพยายามไปเถิดอย่างนี้แหละพยายามอย่างนี้แหละพยายามเวียนวนทำอย่างนี้อยู่เสมอไม่มีอื่นไม่มีอื่นทำอย่างนี้เสมอเอาให้ได้ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้มันต้องเอาให้ได้ต้องพยายามตัวเดียวลูกเดียวสุดท้ายลงอุปสรรคก็คือต้องพยายามนัยยะอย่างนี้จัง 6 ตัวนี่แหละตั้งแต่รับประทานอารัมพระธาตุ ทาสรักธรรมชาติถามธาตุฐิติธาตุก็เป็นตัวสุดท้ายคือความพยายามและพยายามจับอารมณ์เมื่อเรารู้ภาษารู้ความจริงแล้วก็พยายามทำให้ขับเคลื่อนขึ้นมาขับเคลื่อนสภาวะที่เป็นอยู่เนี่ยเราต้องแก้เราไม่แก้เราก็ไม่รู้จะก้าวหน้าอย่างไรเราก็น่าจะจมลงจมลงจมลงและอธิบายเป็นระยะพิสดารหลายอย่างแล้วให้พากเพียรในมีวิริยะจิตตะวิมังสาให้พยายามบอกตนเข้าใจทำความเข้าใจทำปัญญาด้วยมันจึงจะทำให้ตัวเราเองก้าวขึ้นได้เอาอะไรก็บอกวันนี้มันเริ่มต้นดูพยายามทำขึ้นไปอีกอากาศก็ไม่ร้อนเย็นดีก็พยายาม อย่าให้มันมีอะไรต่อต้านเราจะต้องเข้าใจได้จริงแล้วมันก็ถึงจะไม่ดิ้นมันก็จะหยุดเมื่อมันหยุดแล้วมันก็จะหยุดเลยเกินไปบางทีนะไม่ทักดึงขึ้นมันสู้ทั้งสองอย่างเลยสู้ทั้งสองด้านด้านนึงมันไม่ยอมหยุดเอาให้มันหยุดพอหยุดมากไปผ่าลงไปดับซะอีกดึงขึ้นดึงขึ้นดึงไม่ให้มันอยู่กลางนี่แหละมันจะมามันก็ยากหน่อยตรงนี้ถ้าเราทำอันนี้สำเร็จก็เหมือนกันเวลายืนเดินนั่งนอนทำอะไรก็ได้เราก็จะมีกำลังมีกำลังนะเพราะว่าต้องทำวันนี้มันไม่ใช่เล่นๆเหมือนกันนะเพราะว่ามันมีช่องทางที่มันจะดีมันก็จะหรี่ไปง่ายๆไอ้เวลาพวกมันก็พรุ่งนี้ง่ายๆเพราะมันดึงมาน่ะไอ้เวลาไปกระทบสัมผัสอะไรก็ได้อยู่นั่นมันก็มีแรงดูดที่ไม่มีแรงดูดมาตั้งส่วนหนึ่งแล้วเหลือแต่จิตก็ดึงไว้ให้มัน พอสงบแล้วระวังมันสงบลงไปมากแล้วยิ่งจิตใจของเรายิ่งโน้มออกเอนมาในมาเป็นนักปฏิบัติธรรมที่เรามันมีตัวเห็นดีจิตมันเห็นดีเห็นงามไปในทางสงบมากไปมันจะดีดตามตรงไปมากตัวนี้แหละแก่กันหนักอยู่เดี๋ยวนี้แยกกันนะเพราะเราต้องรู้จักกายะของเรานี่แหละตัวสัตว์กายะร้ายๆต้องเบิกบานเขาไว้ตื่นขึ้นไว้สดชื่นขึ้นไว้ให้ข้าเริงเบิกบานขึ้นมาเรื่อยๆนี่เป็นตัวใหญ่ๆแก่ๆตัวใหญ่อธิบายให้ฟังไม่มีอะไรเจ็บที่หรอกแต่ว่าอันเดียวกันนั่นแหละรุ่นๆขึ้นไว้อย่าให้มันไปเป็นอย่างนั้นอีกอย่างๆๆแล้วต่อมาก็พยายาม เบิกบานเท่ากับควบคุมเลี้ยงฉลองให้ดีแล้วก็ทำไปตามบทที่ท่านสอนเป็นอานาปานสติตามความหมายที่ได้อธิบายกันไปแล้วก็พยายามทำมันได้อันนั้นเป็นมาตรการหรือเป็นบทฝึกหัดของเราจะทำอย่างพิสดารอื่นๆอะไรต่ออะไรอีกก็มีเชิงเหมือนกันที่จะสอนแต่ว่าไม่อยากจะให้มันสะเปะสะปะไม่อยากให้เป็นหลักๆไปด้วยกันง่ายๆเป็นหลักกลางเดินแนวไปตามพระพุทธเจ้าใช้ได้อยู่ก็ใช้ให้ได้เราต้องใจปรับปรุงไม่อยากจะใช้นมนโยบายใหม่ให้มันนอนท้องพุทโธนี่ของหนูอยากนโยบายใหม่มันนั่งยุบซ้อฟ้องน้อยใช้ตัดสินคดีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมีบัญญัติใหม่มีอะไรทำได้นี่ปัญญาผมก็มีปัญญาที่จะให้ทำแต่ว่าผมไม่อยากจะพอแล้วมันเฟ้อแล้ว กรรมวิธีแบบอย่างไรบ้างแล้วเอามาเอาตัวเก่าเนี่ยเอาหลักเดิมของพระพุทธเจ้านี่แหละเอามันให้ได้ไม่ได้ตายมันดีกว่าเอาอย่างนี้เอามันให้ได้นี่อ้าวมาตั้งต้นตั้งกายต้องทำบัลลังก์บัลลังก์เกณฑ์นะร่างกายตรงดำรงคงมั่นตั้งสติร่างกายตรงแล้วก็ดำรงสติของหมั้นเป็นอันตนมีสติอยู่นั่นเที่ยวหายใจออกอยู่มีสติอยู่นั่นเดียวหายใจเข้าพยายามท่อง รำลึกพยายามปรับปรุงสัญญาให้จะต้องแต่ท่องก็มันก็ขึ้นมามันก็รู้ว่ารู้ความหมายเข้าใจความหมายให้ดีตั้งแต่ตัวต้นๆไปเลยคาถาที่บอกว่าทั้งคาถาทั้งป้องกันคาถาทั้งที่จะปรับปรุงบอกว่าผีนิมิตพระเนี่ยเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌานท่องไว้เชียวเอาไว้ตรงข้างหน้าเลยเบอร์แรกเบอร์แรกเลยทีนี้ถ้าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌานให้จิตมันบอกว่าร่าเริงเบิกบานสดชื่นทำให้ตื่นขึ้นมาปลูกต้นถ้ามนุษย์ตัวยังไงเขาก็ยังไงก็เอาขยับตัวเพื่อจะให้ตื่นก็ต้องเอาตื่นกันก่อนจะเป็นงมงำๆอะไรอยู่งึมๆลงไปไม่ไปกันใหญ่ให้มันประสาทตื่นเลยเชียวให้มันตื่นขึ้นมาซะก่อน ลมเบิกบานเห็นอารมณ์ที่มันแจ่มใสของเราไว้เสมอๆเอาจิตเข้าไปอ่านและอ่านอารมณ์พวกเราว่าร่มแจ่มใสเบิกบานอยู่อย่างนี้ตื่นอยู่รู้อยู่อย่างนี้มันแจ่มใสเวลามันหนีลงไปแล้วก็เห็นได้ชัดๆเลยว่าเอาจิตของเราอ่านอารมณ์ดีเหมือนกันมันไม่สบายมันสู้ไม่ได้แม้คนดีๆลงไปจนกระทั่งกลายเป็นผีนะไม่ทักๆตรงไปด้วยซ้ำไปมันก็อย่างนั้นแหละเอาไปเทียบกันให้ชัดเจนด้วยเวลาทัศนะของเราชัดๆแจ้งๆและตัวเราจะรับทราบรับทราบก็ไปเรื่อยๆในจิตใจมันจะเห็นว่าเออเราเนี่ยมันทำไมมันไม่ชอบไอ้สิ่งที่มันไม่ดีกว่าเราต้องชอบ ดีกว่าอารมณ์เบิกบานแจ่มใสมันดีกว่าเห็นไปใช้ปัญญาอันนั้นต้องมีปัญญาอ่านเค้าเพลียอารมณ์ทุกอย่างเสมอเห็นด้วยปัญญาเห็นได้ชัดญาณทัศนะของเราไม่ใช่มีแต่ปากพูดมีแต่มีแต่บัญญัติจังและจิตใจของเราก็จะซับความจริงมันเป็นการรู้จริงมันเป็นการซับความจริงไม่ใช่มันเป็นการฟังและภาษาแต่เป็นการอ่านเห็นในความรู้ที่สัญญากำหนดรู้รู้จริงอย่างนี้จริงๆดีจริงๆเกิดเห็นเกิดรู้เกิดปิติเกิดเข้าใจให้มันเกิดจริงๆ อย่าบอกนะจนละเอียดลออจนเทียบกันเทียบแล้วเทียบอีกก็ได้อย่าเทียบจากทำเทียบก็ได้ถ้ายิ่งไม่ทำเทียบระลึกยอเซฟ เล่นกับลมหายใจไปลมเข้าลมออกลมสั้นลมยาวเหมือนกันเลี้ยงลูกบอลในสนามแต่เราเลี้ยงลมเลี้ยงเล่นเลี้ยงสัตว์เลี้ยงยาวเลี้ยงออกเลี้ยงข้าวดูถ้าเราเองเราเข้าใจว่าเราเลี้ยงลูกบอลมันจะสนุกไอ้นี่มันก็สนุกเลี้ยงลงเหมือนก็เลี้ยงลูกบอลน่ะเราเล่นบาสเกตบอลก็เลี้ยงทุ่มลูกสั้นลูกยาวอะไรไปมาอย่างนั้นเหงื่อแตกเลยสนุกสนานได้นี่เราก็เลี้ยงลมหายใจสั้นยาวออกไปเข้าออกอะไรได้เหมือนกันแหละถ้าถึงได้เรียกว่าเป็นกีฬามันไปกีฬาของพายุเข้ามาจอดกีฬาอบจก็ได้จะเรียกตาก็เป็นกีฬาเพิ่นว่ามันเล่น ถ้าเราเองมันยังไม่ไหวแล้วมันก็ต้องเอายังเด็กๆอ่ะว่าเล่นๆจริงๆแล้วทำจริงนะทำให้มันสำเร็จจะทำให้มันจริงให้มันมีจิตผูกพันตอนนี้เราใช้คำว่าผูกพันหรือโยนิโสมนสิการโยนิโสมนสิการเอามานะเอามาผูกถ้ามีงานอันนี้อยู่กับงานที่เราเข้าใจแล้วกำหนดมันเป็นข่าวออกยาวสั้นแล้วก็ใช้ปัญญาตรวจสอบมีจิตระมัดระวังหมายถึงกระทั่งถึงนามกายแล้วก็มีวิตกวิจารณ์มีการควบคุมคอยระวังนะแต่คำว่าวิตกมีที่จริงมันไม่ต้องกังวลมันไม่ต้องกลัวหรอกมันแปลมากไปจนกระทั่งแปลวิตกว่ากลัวหรือกังวล กลัวที่จริงก็คือถ้าไปอยากๆจริงๆก็แปลว่ากลัวเรากลัวนิวรณ์จะเข้าวิตกวิจารณ์ก็คือกลัวนิวรณ์จะเข้าคอยระวังให้ดีนะขอให้แม่กลัวกลัวระแวกระวังควบคุมอยู่อย่างงั้นน่ะไม่บอกพี่ตกวิจารณ์ภาพเมื่อได้เราทำได้โดยที่เรียกว่าเราไม่ต้องกลัวแล้ววิตกวิจารณ์พ่ายแพ้เราไม่ต้องไปกลัวไม่ต้องวิจารณ์ก็ไม่ต้องไปทำอย่างนั้นอย่างนั้นอยู่มากมายอะไรไม่ต้องระแวดระวังเราไว้อะไรเลยบ่าวง่ายลงเร็วกว่าวิตกวิจารณ์ลดลงอาการอย่างนั้นของเราได้ลดลงแล้วก็ยึดวอนไม่มีไม่มีก็ไปเรื่อยๆก็พิสูจน์ทีนิวรณ์แล้วชักดีขึ้นดีขึ้นก็เป็นปิติปิติมันยิ่งดีขึ้นใหญ่นั่นแหละคือมันยิ่งลดปิติลงฟังดูภาษา ปิติมันยิ่งเรียกว่าตัววิตกวิจารณ์หรือตัวควบคุมดูแลเห็นยิ่งดียิ่งขึ้นดียิ่งขึ้นเจริญยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นเช่นใดใช้พลังงานและใช้ความเคร่งเครียดหรือใช้การตั้งใจอะไรก็ไปมากเกินไปนักมันยิ่งสบายยิ่งเป็นอัตโนมัติเข้ามาได้ก็คือความเก่งขึ้นปิติลดรองกันเองโดยที่เราอธิบายด้วยภาษาพยัญชนะง่ายๆว่าการสอนวิธีลดลงแล้วก็เราเข้าสู่อุเบกขาขึ้นด้วยเรื่อยๆเฉยว่าเป็นอัตโนมัติจริงเป็นไปได้เองด้วยขึ้น 7 ชั้น 4 ก็เป็นผู้ที่มีเอกัคคตามีอุเบกขาอยู่เป็นอารมณ์ว่างเดียวอยู่อย่างนั้น รักจริงก็แจ่มใสอยู่นะไม่ใช่จิตจนไม่รู้เรื่องไม่มีสติจิตตกจิตดีจิตไปเป็นอะไรก็ไม่รู้เราไม่มีกำลังเลยด้วยอย่างนั้นใช้ไม่ได้ต้องให้จิตของเรามีกำลังมีอารมณ์โน้มน้าวมีอารมณ์รู้ชัดแจ่มใสอยู่พาเขาไปแล้วเขากำหนดลมหายใจไปข้างนอกมันออกมันเข้าอยู่ไม่รู้ตามความรู้สึกถ้าผู้ใดจะไม่ลมหายใจเลยจะแว๊บไปแบบใหม่บ้างหรือเปล่าดูตำรวจทางในดูสภาพตรงเข้าไปข้างในเลยมันมีนิมิตอะไรก็ดูนิมิตว่างๆเป็นแสงเป็นสีอะไรเล็กๆ ออยก็พอเป็นพอไปก็ค่อยๆเคลื่อนจับแสงจับสีสีแดงสีเหลืองสีเขียวอะไรก็เอาแต่ทำให้มันจางลงนะมันจะไปปรุงเป็นตัวเป็นตนอะไรขึ้นมาอีกมีการอนุโลมให้เป็นตัวเป็นตนหน่อยนึงแล้วเป็นแสงเป็นสีอะไรเป็นแสงก็เป็นแสงอยู่นั่นแหละทำให้มันใสไอ้แสงมันสว่างใสออกซ้ายออกขาวจางจริงๆมันไม่มีหรอกแสงเสริมหลับตาแล้วมันจะมีแสงอะไรเพราะว่าแสงที่ส่องเข้าไปอย่างนั้นอย่างนั้นมันเป็นแค่แสงตื้นส่วนจิตของเราจะเป็นแสงอะไรมันก็สร้างขึ้นไปเองสร้างเป็นอีกแสนนึงพอเวลาสว่างก็สบายอย่าให้มันไปวุ่นวายแล้วมันเป็นสีเดียวแสงเดียวแสงสว่างโล่งๆไปเรื่อยๆนั่นเป็นแบบฤาษีก็เข้า ไม่ได้อย่างฤาษีใช้นิมิตรเขาอธิบายเป็นแบบอย่างนั้นนะครับให้เพ่งกสิณแสงหรือตัดสินไฟเวลานั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็ให้มันมีโอกาสนิมิตเขาว่างั้นก็คือนิมิตติดตาเสด็จวันนี้ไม่ติดตาเขาไปอยู่ข้างในจิตก็มีนิมิตนั้นเป็นรูปนั้นแสงนั้นตามกำหนดแห่งไฟเพลงดินเพลงน้ำอะไรมันก็เป็นรูปนั้นนิมิตนั้นปิดตาเป็นนิมิตติดตามประสิทธิภาพและนิมิตของชาวฤาษีเขาก็เขาเล่นกันนิมิตนั้นได้คือก็รอให้ใจของเรามันเกาะอยู่นะซึ่งมันก็ได้ก็ดีถ้าเราเข้าใจเป็นสมาชิกที่ดีแล้วเราจะหัดทำบ้างก็ได้รับเพลงอะไรก็ติดตามเข้าไปข้างในความรู้สึกมีนิมิตลูกกันแล้วก็แพงมันเข้าไปข้างในได้เร็วขนาดนิมิต เลี้ยงไว้ให้อยู่ไว้คงไม่ทนไม่ไหวนิมิตรตั้งมั่นพอตั้งมั่นแล้วทีนี้เล่นเลยไปปฏิบัติก็คือแยกนิมิตนั้นออกทำให้ไกลออกทำไม่เข้ามาทำให้เล็กลงทำให้โตขึ้นขยายใหญ่ทำให้เป็น 2 ลูกเป็น 3 ลูกจนหยอกกับมันรวมกันเข้าอะไรแล้วแต่ล้วนแล้วแต่เป็นอัตภาพหรือว่าเป็นอะไรเป็นอัตภาพเป็นอัตราที่เราสร้างพยายามสร้างแต่จิตใจเราอยู่ก็อยู่กันนี่แหละไม่บอกไม่อะไรที่กูแข็งแรงดีเหมือนกันถ้าเจนไม่แข็งแรงทำไม่ได้จิตตื่นจิตแข็งแรงสนุกอยู่กับการเรียนเหมือนเด็กแต่ตุ๊กตาเลยมีเครื่องเล่นให้เล่นมันเด็กเล่นตุ๊กตาโดย นิมิตรกันเองถ้าเราเข้าใจจะทำได้ก็เอาถ้าใครเห็นได้เป็นได้มีได้มีนิมิตอย่างนั้นก็เอาแต่ถ้าใครไม่มีนิมิตนั้นก็เดินตรงเลยไม่ต้องไปลงนิมิตไม่ต้องไปสร้างนิมิตอะไรมันก็สร้างขึ้นมาเท่านั้นเราไม่สร้างเราก็พยายามปฏิบัติตรงไปเลยรถละลงไปให้มันเบาว่างง่ายมีอารมณ์ดังที่ได้อธิบายมามากมายดำเนินตามสภาพของอานาปานสติหรือว่าจะเป็นอย่างที่อธิบายมาให้ฟังเป็นวิตกวิจารณ์หรือเป็นสัมมาอะระหังองค์ 8 หรือโพดส่งอะไรก็ได้อธิบายซับซ้อนมาทุกอย่างแล้วเพื่อจะให้จิตนั้นมันเป็นสมาธิหรือเป็นอุเบกขาฐานสุดท้ายพ่อชมก็ร้องอุเบกขาสัมมารีมรรคองค์ 8 ขาเป็นโรคอุเบกขาฐานสุดท้าย ณรงค์องค์ชายองค์ชายเรียกว่าชาญเรื่องอุเบกขาแล้วอุเบกขาก็ไม่ใช่สรรพสามเปล่าจิตของเรามันเฉยวางโปร่งนิ่งอยู่ชาวอเมริกาที่มันว่างเปล่าพลอยออกไปวางโลกนี้ได้ถ้าจะมีตัวสภาพของรูปบ้างเป็นแสงสว่างในวาอาสาไม่ใช้สมาธิเป็นวิปัสสนาหรือว่าเป็นชายของพระพุทธเจ้าแล้วก็เราจะเห็นอาการว่านั้นโดยตนเห็นมันว่างมันเบาลงมันไม่ต้องมีแสงไม่ต้องมีสีไม่ต้องมีนิมิตอะไรหรอกมันเป็นอาการกิริยาของจิตของเราว่างๆลงๆสบายๆ รักทำให้เสียใจอย่างนั้นให้มากๆไม่ใช่ว่าเข้าไปนั่งหลับตับดีก็หลับดีเข้าไปมันจะบอกว่ามันสว่างโพรงอะไรตามมีสติสัมปชัญญะรู้ยังไม่รู้มันกลายเป็นอะไรไม่รู้มั่วๆแต่ว่าฝันก็บางทีฝันบางทีก็มีภาพมีรูปบางทีมันก็ไม่รู้ฝันอะไรก็ไม่รู้มั่วๆพัวพันบอกไม่ถูกอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นน่ะมันถ้าเรียกเป็นภาษาเราเนี่ยวันนี้ว่าสัญญานะสัญญาที่บอกว่ารู้อะไรทั้งนั้นก็ไม่รู้แต่ว่าไม่รู้มันก็รู้ๆอยู่มันไม่ดับมันไม่อาจฝันดีมันไม่ดับสนิทจึงมีตัวฟุ้งๆอยู่อย่างนั้นแหละถ้าไปเรียกวันนี้ว่าสัญญาณมาสัญญาณมันก็เพราะไปเอาชามต่างๆตัวที่ 8 ชายเขาเอารูปตัวที่ 4 เอามาเรียกก็ที่จริงมันก็หรอกที่จริง มันยังไม่ได้อะไรเลยมันยังเป็นสภาพวุ่นๆวนๆอยู่เนี่ยตัวต่ำกว่าตัวสูงเมื่อกี้มักจะปนๆกันอย่างนี้คือจะว่าไม่รู้มันก็มีธาตุรู้แต่ว่ารู้ไม่ได้รู้อะไรไม่เคยจะไม่เคยจางวุ่นยิ่งก็ย่ามึงก็ตายยิ่งก็ได้ได้ถูกที่มันได้ยุ่งได้ถูกที่ไม่ได้ยุ่งซะจนสาวไม่ออกคล้ายๆอย่างนั้นเราฝึกไปเรื่อยๆจิตของเราจะได้เข้าใกล้จิตเขาเคลียร์จิตจะมีกำลังมีอำนาจแล้วจะเรียนรู้จิตจะเห็นจิตจริงๆสัมผัสจิตจริงๆไม่ใช่ว่าเรียนรู้จิตใจจะติดทองตัวหนังสือท่องภาษาเต็มอาการเป็นยังไงอารมณ์เป็นยังไงติดขาลงเป็นยังไงอันนี้ขาลงเป็นยังไงอารมณ์ชอบใจอารมณ์ ถ้าง่วงๆนี้เราว่าอารมณ์ชอบใจลองเทียบกันดูซิว่ามันน่าชอบกว่ากันขนาดไหนถ้าเผื่อว่าอารมณ์ตื่นๆพร้อมๆแจ่มใสเต็มเนี่ยสดชื่นอันไหนมันดีกว่ากันเทียบกันจริงๆถ้าเรายังเป็นหลงไอ้ที่มันไม่ดีกว่าอยู่ก็คือเราโง่นั่นแหละเรียกมันไอ้โง่ไอ้โง่จริงๆก็ของดีกว่ามันไม่เอามันไปเอาของกับโลโซกว่าแต่ไอ้โง่ไอ้หายนี่ก็วันและความจริงบอกความจริงนะบอกสภาพจริงให้เห็นจริงของตนเองชัดๆพูดภาษาบอกแล้วเราก็จะต้องโน้มน้อมทำความสะอาดจานทัศนะของเราเองว่าจะตังค์ของเราเองเห็นแล้วก็เพียรกลับมาใช้ สูตรพระพุทธเจ้าทั้งหมดเลยอารับพระธาตุอรัมพระธาตุนิกัมธาตุถามว่าธาตุที่ติดธาตุอุปกรณ์ธาตุเอาให้หมดก็คือทำจิตทำอารมณ์ทำสภาพกำลังอันหนึ่งอันหนึ่งขึ้นมาโดยธาตุต่างๆนี้ชื่อมันเรียกตัวรวมได้ว่าเป็นธาตุแห่งความเพียรหรือความพยายามขึ้นมาลงท้ายอุปกรณ์ธาตุก็คือให้เกิดทุกข์ความพยายามในอุปสมบทเนี่ยตัวที่มันเป็นตัวอารมณ์หรืออาการหรือสภาพอะไรเป็นกำลังอะไรอันหนึ่งของเราในตัวในตนเองต่อให้เกิดอันนี้ขึ้นมาถ้าคุณไม่เกิดอันนี้มาแก้ก็คงคิดว่ามันหมดทางแล้วเหมือนกันยังไงคนตำรากับคนที่จนสุดแล้ว ขนาดเอาพระพุทธเจ้ามาช่วยด้วยแล้วไม่ได้ทั้งหมดแล้วนอน 20:00 น กว่าค่อยไปนอนบอกมัน 2 ทุ่มกว่า 2 ทุ่มกว่าบอกไม่นานเท่าไรหรอกบอกมันลืมๆไปแล้วก็ทำอารมณ์เบิกบานแจ่มใสไปเหมือนคนอื่นเหมือนเราเองเราก็เพลินอยู่กับสิ่งนี้เราจะเรียกว่าเพลินนี่ก็หมายความว่าจริงๆก็ไม่รอถ้าไม่อารมณ์ของเรามันกลับเปลี่ยนมาเสพคุณโดยพิจารณาแล้วเสร็จ เราพิจารณาแล้วเสพไม่ใช่หมายความว่าเราเสพปรับเปลี่ยนมาด้วยทิศทางนี้โดยการงมงายหลงไม่มีปัญญาอะไรนี่ไม่ใช่เราก็ทำด้วยพิจารณาแล้วแต่คุณอันนี้ที่นี้เราจะต้องใช้ความเพียรพยายามบากบั่นอุตสาหะวันอาทิตย์นี้อย่าปล่อยไปตอนนั้นไม่ต้องปล่อยมันเป็นเลยขนาดดึงมันมืดตึ๊ดๆหมายความว่าอย่างนี้มันยังเก่งนะเราต้องชนะให้ได้ชนะแค่นี้ไม่ได้ละหวังนิพพานกันมันจะไปเจโตก็ 10 ปัดโตแค่นี้ยังไม่เก่งไม่ไหวเขามีเจตก็ 10 ประตูได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการทั้ง 4 วิมุตนางสาวแล้วพยายามเพิ่มเห็นสภาวะธรรมด้วยปัญญาหรือไม่งั้นก็มีองค์ธรรมที่เข้าไปตรวจสอบตรวจสอบด้วยองค์ธรรมชนิดนั้นชนิดนี้เป็นไปไม่ว่าทำผิดได้ขนาดนั้นขนาดนี้องค์ธรรมต่างๆมาสอบทานเราจะเห็นความจริงถูกต้องอันไหนบกพร่องอันไหนพลาดไปแล้วก็จะรู้ว่าไอ้นี่ขาดไปด้วยอันนั้นยังไม่เป็นยังไม่มียังไม่ได้เราจะรู้ว่าที่ได้เราก็จะรู้เรื่อยไปทำให้ง่ายขึ้นง่ายขึ้นก็คือวิตกวิจารณ์หายไป เอามาใช้ภาษาไทยเราพูดว่าอย่าวิตกก็คือห้ามว่าไม่ให้กลัวที่จริงมันกลัววิตกแล้วมันกลัวคือกลัวระวังกลัวระวังไม่ให้นิวรณ์เข้าควบคุมใจอยู่ว่าระวังอย่าให้นิวรณ์เข้านั่นแหละเรายังมีวิตกวิจารณ์อยู่นั่นอย่างมากเท่าไหร่นั่นแหละชั้น 1 ถ้าเราเห็นว่าเมื่อเราระวังอย่าให้เข้าแล้วมันก็ไม่มีนิวรณ์เข้าเมื่อใดเป็นเมื่อใดเป็นชาติหนึ่งเมื่อนั้นถ้าเราไม่ต้องใช้ความระวังอะไรมากมายไม่ต้องควบคุมอะไรจัดเกินไปนักจิตตกวิจารณ์ลดลงลดลงอะไรกำลังเดินเข้าหาอาจารย์สองยิ่งเก่งเก่งเก่งเท่าไหร่มันยิ่งไม่ต้องระวังเอาไว้แล้วก็ยิ่งเป็นฐาน 2 ที่ชัดเจนยิ่งรู้อารมณ์เข้าไปตรวจสภาวะเลยทีนี้อ๋อว่างเป็นอย่างนี้สุขเป็นอย่างนี้เฉย ดูว่ามันมีอุเบกขาเข้ามารองรับแล้วปราศจากซึ่งอารมณ์ปรุงอารมณ์หุ้นอารมณ์วายอะไรนี่เป็นอย่างนี้น้อก็กลายเป็นชั้น 3 เป็นสุขทาน 4 ก็ยิ่งเห็นอายุน้อยอารมณ์สุดยอดอารมณ์สุดท้ายว่าโอ้มันว่างโปร่งสบายเฉย ดูดีขึ้นดูดีขึ้นถ้าเราทำความเข้าใจให้ดีๆแล้วมันจะไม่ยากเลยจิตเราอาจจะเคยอยู่บ้างแล้วก็พยายามมาปรับๆนิดหน่อยยิ่งตับก็ยิ่งเห็นยิ่งทำให้ถูกต้องจริงก็ยิ่งจะเห็นจริงตัวจริงมันจะเกิดเป็นสัจธรรมตัวจริงมันจะเป็นจะมีชาติแล้วเราจะเป็นจนกระทั่งเราจะเข้าใจสภาวะและความซับซ้อนมาอธิบายให้คนอื่นได้รู้ว่าธรรมชาติเป็นอย่างนี้เพื่อที่จะทานสติปัฏฐานจตุจักรเป็นอย่างนี้อย่างนี้มันจะอธิบายได้บอกถูกขอบเขตมันก็จะรู้อาการกิริยามันก็จะรู้ทำไปขนาดไหนมีบัญญัติเป็นตัวแสดงอาจแสดงขอบเขตแสดง ของมันบอกขนาดนี้เรียกว่านี่ขนาดนี้เรียกว่านี้มีอารมณ์อย่างนี้ขนาดนี้เลยไปแล้วหรือว่าสูงขึ้นไปอีกเรียกอย่างนี้สูงขึ้นไปอีกเรียกอย่างนี้มันจะรู้จริงๆตรวจอาการตรวจอารมณ์ของจิตเราไม่มีสีนั้นมีค่านี่แหละเป็นผู้ตื่นเบิกบานเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสภาษาพระ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive