220716-2-132 ทางเอกภาค2-ตอน132(หน้า276)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์176 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศก 5 ดาวมาทำบัตรกันต่อแต่ตอนนี้เรายิ่งได้อธิบายถึงจิตที่ละเอียดลึกเข้าไปจนกระทั่งถึงเป็นสภาวะที่ซับซ้อนย้อนแย้งมีสภาพย้อนแย้งกันต้องตามด้วยปัญญายิ่งผู้มีสภาวะธรรมที่จะเอามาเทียบเคียงเอามาวัดเอามาเห็นก็พยายามระลึกตามแต่มันก็ระลึกตามอยู่แล้วล่ะคนเรามันอยู่ใกล้มันอยู่ ถ้าของเรามีเราก็ใช้สิ่งที่มีแล้วเรามาตรวจสอบมาเทียบเคียงมาเป็นไปด้วยแต่ถ้าเรายิ่งพยายามบอกตนเองระลึกตนเองไปตามด้วยใช้การวินิจฉัยมากๆมันเป็นตัววิตกวิจารณ์และเป็นตัวที่จิตนั่นแหละวิตกกะมีแต่การขึ้นตัวจริงจิตที่มีตัวแตกไตร่ตรองโดยตรงของมันเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเราพยายามเห็นมันก็จะเป็นวิจารณ์มีตกคือตัวจิตที่มีการไตร่ตรองอยู่ในตัวของมันวิตกเป็นความพิจารณาเป็นความนึกคิดและทีนี้เมื่อเรานึกคิดหรือเมื่อเราไตร่ตรองเห็นถ้าเห็นได้ด้วยของตนเองมันก็เห็นจาระ เป็นวิจาระหรือว่าเป็นพฤติกรรมจาระหรือจะจรณะหรือจริยะอะไรเนี่ยเห็นพฤติกรรมของจิตนั้นถ้าเราเคยผ่านถ้าเราเคยได้เป็นได้มีมันก็จะเกิดมันเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณชนิดหนึ่งในเมื่อวิชาญมันเกิดบุพเพนิวาสานุสติญาณมาความเกิดความดับแม้มันจะเคยเกิดเคยดับไปแล้วมันย้อนเหมือนกับมันย้อนวิชาของพระพุทธเจ้าให้อาสวะพยายามอย่ามาจตุภาคยานย้อนขึ้นมาประเพณีภาษาอังกฤษยานย้อนขึ้นมาเจโตปริยญาณกำลังจะมาเข้าใจเจโตมาจากคำว่าเข้าใจผิดเรามีหรือไม่ถ้าเรามีแล้วมันก็เร็วมันจะบรรลุอาสวักขยญาณด้วยการรู้ความเกิดความดับความเกิดความดับนั้น กับเหตุผลไหมว่าเหตุผลนี้อันนี้เป็นกุสลาธัมมาอันนี้เป็นอสุราธัมมาถ้าเฮาเข้าเหตุผลเราก็จะรู้ว่ามีธรรมวิจยะมีการแย่มีการบอกและชัดเจนขึ้นแล้วก็เกิดปัญญาญาณคือเกิดญาณเกิดญาณทัศนะเ

อ่านต่อ

กิดปัญญาถ้ามีมันก็เห็นได้รู้ได้ง่ายถ้าย้อนยังไงพยายามระลึกตามยังไงไม่มีเราก็มีแต่พิกัดๆไม่มีวิจารณ์ของเราก็เกิดแต่พี่ตรรกะได้แต่มีปัญญาไตร่ตรองแยกแยะด้วยความรู้ของเหตุผลมันมีแต่ตรรกะหรือวิตกกะมีแต่ความรู้ของเหตุผลที่พิจารณาออกออกแต่ไม่มีพฤติกรรมไม่มีพฤติกรรมของจิตไม่มีสภาพจิตที่จริง จะย้อนเก่าย้อนอดีตหรือว่าปัจจุบันเดี๋ยวนี้มันก็ไม่มีหรือเราอาจจะเห็นปัจจุบันเดี๋ยวนี้เลยยิ่งดีใหญ่มีวิจารณญาณนี้ได้เดี๋ยวนี้มันก็ยิ่งแจ๋วใหญ่นิ่มจากฟังแล้วเราก็ไประลึกตามทีนี้ไม่ฟังเราทำเองเราวิตกวิจารณ์อะไรอะไรของเราเองแล้วก็ทำสภาพพวกนี้พวกนี้มาจิตมันก็วิตกวิจารณ์มันก็พิจารณาแล้วมันก็ดูพฤติกรรมพฤติกรรมนั้นเรากำลังทำได้ซะด้วยเป็นสภาพที่จะเป็นนิโรธอย่างนี้หรือมีอุปทานอย่างนี้เป็นสภาพสำลีหรือไม่อสัญญีก็ตามเราเห็นเดือนนี้ใกล้ชิดเดี๋ยวนี้เลยเป็นอุปัชฌาย์อุปัชฌาย์เขาอธิบาย วิจารณญาณอธิบายพฤติกรรมของจิตอุปการะก็คือจิตที่เห็นอยู่ในนี้นี่ใกล้ๆนี่เกิดกันใกล้กันเลยเป็นสมาธิแท้ๆเป็นอุปจารสมาธิเกิดเดือนนี้ดับเดี๋ยวนี้เห็นหน้าตาหลับๆเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ไประลึกอดีตมานานไกลมันก็หนักอยู่ในนี้เกิดให้เห็นเดี๋ยวนี้ให้มันดับให้ดูใหม่เกิดให้ดูใหม่คือเราก็ทำอสัญญีแล้วเราก็รู้อสัญญีนั้นแล้วก็ระลึกรู้ว่าวิตกวิจารณ์รู้แล้วเราก็ดับจิตเหล่านี้เป็นจิตซ้อนถ้าผู้ใดมีญาณมีปัญญาก็จะรู้ความจริงความจริงจิตมันมีอันเดียวมันดับมันก็คือไม่รู้ให้มันรู้ก็คือไม่ดับมันดับก็คือไม่รู้ให้มันรู้มันคือไม่ดับเพราะฉะนั้นมันเป็นจิตมันมีจุดเดียวมันมีอย่างเดียวจะ อยากจะรู้ก็รู้ทีนี้เมื่อมันรู้มันดับมันดับมันรู้นั่นคืออุปจารสมาธิเป็นสมาธิที่แท้เป็นการอธิบายถึงสมาธิเป็นการอธิบายถึงสมาธิที่แท้ความจริงและอุปจารสมาธิจะองค์กรกลางเป็นองค์กรที่จริงมันว่าจะมานะโอ้อาจารย์สมาธิแล้วมันก็เกิดก็ดับมันก็เกิดก็ดับเพราะฉะนั้นเราจะรู้ถึงแม้แต่การตัดสินแล้วก็ดูได้ในสภาพที่มีจริงจึงเห็นวิจาระเห็นพฤติกรรมของจิตอันยิ่งซึ่งไม่ใช่เห็นได้ง่ายๆเพราะว่าไม่ใช้ง่ายสำหรับคนยังไม่ถึงหรือคนไม่มีญาณเพราะคนที่ถึงฌานจริง ถึงพฤติกรรมนี้จริงก็เป็นวิจารณญาณแล้วเราก็มีเหตุผลทางปัญญาเธอมีวิตกมีตัวจิตที่มันพิจารณาไตร่ตรองค้นคว้ารับระลึกรู้อยู่เมื่อเอาตรรกะหรือการพิจารณาหลักพิจารณานี้มาเทียบเคียงข้าก็มีวิจารณญาณมีตัวจริงให้เห็นได้ว่าอ๋ออย่างนี้ใช่อย่างนี้ถูกเดี๋ยวนี้ตรงมันก็เกิดปัญญาที่รู้เป็นยานมันก็จะเป็นปิติรู้ดีเห็นดีแต่มันก็จะเกิดรู้ดีเห็นดีนั่นแหละเราเรียกว่าปิติหรือแปลอีกคำว่ายินดีอาการยินดีก็คืออาการที่จิตใจของเราเกิดผลแล้วก็เป็นสภาพถ้าเรียกว่ากิเลสมันก็เป็นกิเลสธรรมดา แล้วถ้าเป็นกิเลสชั้นนี้ก็ไม่เรียกกิเลสธรรมดาเขาเรียกอุปกิเลสเป็นกิเลสชั้นที่เรียกว่ามันใกล้จะเป็นพระอรหันต์หรือพระอริยชั้นสูงหรือพระฉันเรียกว่ามันใกล้ชั้นสูงสุดขึ้นไปเรื่อยๆที่ใกล้ชั้นสูงเพราะฉะนั้นทำความหมายของคำว่าหุบปากเข้าไปใส่อะไรเนี่ยมันดูเป็นเชิงชั้นสูงขึ้นไปแต่ยังไม่ใช่ความบริบูรณ์ไม่ใช่ตัวแท้และอุปนายกนี้ไม่ใช่นายกนะแต่ดูเหมือนจะใหญ่กว่านายกดูเหมือนจะสูงกว่านายกดูเหมือนจะมีเป็นกิตติมศักดิ์อะไรอยู่บ้างอะไรอย่างนี้แต่แท้จริงไม่ใช่นายกนะตัวจริงแล้วไม่ใช่เนื้อแท้ยังไม่สุดหรือยังไม่แท้ไม่ตรงทีเดียวนะอะไรเงี้ยหุบปากเนี่ย นี่ก็เป็นสภาพที่ดีอย่างหนึ่งแต่ก็ยังไม่ดีอยู่ในเชิงของธรรมะที่แท้ว่ามันไม่ใช่ตัวจริงหรอกอุปกิเลสนี่เป็นตัวจริงที่มันยังมีความดังพลอยต้องมีความบกพร่องและอุปกรณ์กิเลสอันนี้เราเรียกชัดลงไปอีกว่านี่แหละเป็นผลของในการปฏิบัติวิปัสสนาเพราะฉะนั้นมันจะเกิดผลมีปิติมีจริงๆปิติจึงเป็นองค์หนึ่งของวิปัสสนูปกิเลสเกิดรูปภาพเกิดแสงเกิดจากความเกิดเกิดซะก่อนเกิดต้นเรียกว่าโอภาสทีนี้เพื่อจะเอาผ้าแล้วมันก็สูงขึ้นไปอีกเป็นปิติเป็นพิธีเมื่อมันรู้ได้อย่างนี้ท่านปิตินี้มันก็เป็นความสงบระงับลงไปส่วนหนึ่งแล้วคือจิตเราพ้นมีจิตจิตช้าลงไปส่วนหนึ่งเรายังญาณหรือว่าอย่างปัญญาหรือปัญญาเกิด ระดับหนึ่งแล้วเลื่อนขึ้นไปถ้าเราเห็นถ้าเห็นจริงแล้วมีแท้มีจริงมันก็สว่างขึ้นเป็นระดับหนึ่งแล้วก็ยิ่งไปกว่านั้นก็ไปชี้เอาตัวปัดสนธิไปชี้เอาตัวจิตของเราสว่างหรือว่ารถเครื่องดิ้นรนที่จะรู้หรือว่าเราเข้าใจแล้วเราก็รู้แล้วว่าเราทำได้มีได้อย่างนี้แล้วก็พยายามจำหรือพยายามฝึกอีกมันจะมีวิธีอินทรีย์ขึ้นทีเดียวเพราะว่ามันได้เกิดความศรัทธาเชื่อเห็นเข้าใจมันเกิดแล้วเห็นแล้วได้ยินแล้วที่ยิ่งศักดิ์ว่าได้ยินนะศรัทธาเนี่ยเอาความหมายของพวกที่มาจากทวารรับทั้งนั้นน่ะทวารยินดีเห็นดีได้ยินดีที่จะแปล ป๋าเข้าไปแล้วเพราะสัทธรรมแปลว่าเสียงแปลว่ายินดีแปลว่าได้ยินเป็นตัวทาสคู่ของตัวได้ยินศรัทธาศรัทธาเนี่ยศรัทธาที่เรามาแปลเอาความหมายว่าเป็นความเชื่อมั่นในความเชื่อมันไม่ได้เชื่อด้วยอะไรมันเชื่อได้รับเห็นได้รับได้ยินได้รับรู้ได้รับรู้นะไม่ได้รับรู้เราก็เกิดเชื่อมั่นเพราะไม่ได้รู้เพราะการได้รู้จากส่วนที่เขารับเป็นส่วนใหญ่เขาก็เอาส่วนรู้มาจากได้ยินได้ฟังเด็กสอนกันบอกกันเป็นสุริยะปัญญานี่ก็หมายความว่าเป็นปัญญาชั้นต้นจากได้ยินมาสุตะแปลว่าได้รู้ได้ยิน รับมาจากการบอกกล่าวเรียนรู้เป็นสุตมยปัญญาเรามาคิดไตร่ตรองเองก็เป็นเหตุผลที่ปักลงไปในจิตอีกส่วนหนึ่งยิ่งเรามีพฤติกรรมปฏิบัติแล้วเห็นวิตกเห็นวิจารเห็นพฤติกรรมแท้มันก็ยิ่งจะเป็นความเห็นถ้าเรามีของจริงดังกล่าวแล้วจิตของเราเป็นให้เราได้สัมผัสมีพฤติกรรมไม่ใช่มีแต่หลักของพิกัดภูมิศาสตร์เท่านั้นแต่มันมีวิจารณญาณหรือพฤติกรรมที่ยิ่งนี้มายืนยันอีกมันจึงเป็นภูมิจะเลือกเป็นภูมิที่เพิ่มฟังดีๆนั้นมีอธิบายลึกอธิบายสอนในเรื่องของสมาธิของเรื่องทานของเรื่องพฤติกรรมของนักปฏิบัติของพระโยคาวจรพระโยคาวจร ก็จะต้องเข้าใจต้องเห็นต้องรู้ต้องมีทั้งนั้นแหละถ้ายังไม่มียังไม่รู้ยังไม่เห็นยังไม่เข้าใจอะไรเลยมันก็ไม่มีอะไรเลยนั่นแหละอธิบายไปจนถึงขั้นแตกละเอียดให้พิสดารกำลังเหมือนภิกษุผู้สมควรเป็นผู้ที่อธิบายเหตุปัจจัยอธิบายส่วนสัตว์อะไรต่ออะไรขึ้นไปให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นต้องใช้จิตโยนิโสมนสิการตามให้ดีๆผู้ที่พยายามตามได้ตามปกติไม่รุนแรงนักก็ตามได้แม้ว่าเราจะเป็นผู้ที่ยังใหม่ยังไม่แข็งแรงก็ฟังภาษาไปก่อนยังไม่มีภูมิถึงแต่ถ้าผมว่าเรามีอินทรีย์พระดีพระอกตั้งใจฟังไม่ครอบงำแล้วก็ฟังได้ดูได้แต่พูดได้กิเลสครอบงำใจ เป็นคนชั้นสูงจะต่ำยังไงก็แน่นอนกิเลสมันเข้ารุมด่ามันไม่มีโยนิโสมนสิการจะได้กิเลสกามกิเลสพยาบาลดึงออกไปแล้วเราก็ไม่ได้มีโยนิโสมนสิการอยู่เต็มตัวแน่นอนมันจะไปรู้ได้ไม่ง่ายเลยไม่ว่าเราจะเก่งแสนเก่งสามารถมีปัญญาเข้าแทงทะลุถึงเศรษฐกิจมันยังดึงออกไปไม่ได้ฟังไม่ได้ผูกใจไม่ได้มีเอกสารจิตไม่ได้โยนิโสมนสิการไม่ได้อยู่กับจิตมีงานนี้อย่างใส่ใจอย่างสำคัญอยู่ชัดไม่ได้รู้ได้ง่ายไม่ได้เป็นความรู้ได้ง่ายเลยขนาดติดตามใส่ใจจดจ่อเรียบเรียงตามพยายามทำความเข้าใจตามมันยังไม่ง่าย ไม่ใช่ของง่ายมันเป็นภาวะเป็นนิสัยของอจินไตยเป็นวิสัยของอุตริมนุษยธรรมเป็นวิสัยของธรรมะขั้นสูงในความลึกซึ้งละเอียดเดี๋ยวเรากำลังเรียนกำลังพูดอยู่เนี่ยมันเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจเรื่องของสิ่งที่อภิธรรมธรรมชาติยิ่งชั้นเลิศชั้นยอดเพราะงั้นเราก็ต้องพยายามเมื่อเรามานั่งอยู่เมื่อเรามาพยายามกระทำจิตนี้แล้วแล้วก็ต้องทำให้มันเกิดผลจะสูญเปล่าแต่สูญเปล่ามันก็ไม่ได้ผลอะไรเราได้ขยายกันได้บอกกันเราได้พยายามที่จะให้รู้ไปจนกระทั่ง คันชาญบอกให้รู้ถึงขนาดว่ามีจิตอสัญญีมีจิตเกิดจิตดับสัญญาณเรียกว่าดับสัญญาเนี่ยเราอธิบายจุดดับนิโรธหรือว่าดับแบบไม่รับรู้อะไรแต่ในไม่รับรู้อะไรนี่แหละถ้าผู้มีวิปัสสนาจริงการทัศนศิลป์ที่เล่านี้เล่าได้โดยผมเป็นผู้มีวิปัสสนาแล้วผมก็รู้มาแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังแล้วก็บอกโทรศัพท์จากผมไปแล้วก็ดับมันไม่รู้ตัวรู้มันไม่ดับเพราะที่มันรู้ก็รู้ด้วยจิตวิปัสสนาคือตัวรู้วิปัสสนาแปลว่าทำให้เรือนปัญญาและทำให้เกิดโรควิปัสสนาไม่ได้หมายความว่าเป็นความหมายของคำดับมันตรงกันข้ามไปกับความดับวิปัสสนาเป็นสภาวะธรรมด้านเรืองปัญญาแต่ทำให้เกิด ดูเห็นว่าจะรับรู้ดับเห็นไม่ใช่เป็นฌานนั้นโตปัดสะโตมันเป็นการรู้การเห็นยิ่งอยู่มีค่าดนตรีถ้าผู้ใดได้รู้เห็นอย่างนี้เป็นลักษณะของอวัยวะขยายยานเป็นลักษณะของการแทงทะลุรอบบรรลุธรรมแจ้งรอบด้วยการรู้เห็นอย่างแท้จริงแล้วการที่จะไปหมกหมากดับอยู่เฉยๆไม่ให้มีตัวรู้เป็นอสัญญีแบบแช่นิ่งแล้วก็จะพยายามทำสัญญาระดับสัญญาไปให้มากให้แข็งแรงให้ตั้งมั่นโดยไม่มีสภาพที่จะมามีตัวรู้เข้ามาอย่างที่ว่านี้จึงไม่ใช่เรื่องไม่ใช่ทางในการเป็นการพลิกออกนอกทางสัมมาอะระหังจึงไม่มีบทที่จะรู้แต่ก็ชำนาญไปอย่าง ชำนาญไปในการกระทำสิ่งนั้นให้เป็นอัปปนาให้เป็นการตั้งมั่นอัปปนาในการสร้างความตั้งมั่นหรือสร้างความมั่นคงแข็งแรงแนบแน่นให้ได้อย่างนั้นให้ได้อย่างที่ทำอสัญญาก็ได้อย่างอาศัยดีไปเลยประดับประดาไปทีนี้ทางด้านของพุทธะอัปปนาของพุทธจริงๆนั้นเป็นสภาพของสมาชิกอาวุธฐานะอีกทีหนึ่งคือทำอุปการะนี่แหละให้แนบแน่นฟังให้ดีนะเนี่ยสอนนะเหมือนกับสมมติเทพอุบัติเหตุและวิสุทธิเทพสมมติเทพนั้นไม่ใช่นะ ไม่ใช่ไม่ใช่ปรมัตถ์นะสมมติเทพถ้าจะปรมัตถ์ก็คือลบสมมติเทพแล้วเกิดเป็นปรมัตถ์เป็นอุบัติเหตุขึ้นอย่างฉันนั้นฉันใดเพราะฉะนั้นในขณะเดียวกันเราเรียนคณิตศาสตร์สมาธิสมาธิมี 3 คณิตศาสตร์สมาธิอุปจารสมาธิอัปปนาสมาธิเราเรียนรู้คณิตศาสตร์สมาธิเราต้องรู้ว่าในขณะที่เราทำคณิตศาสตร์คือแต่ละขณะที่เราทำได้เป็นบางขณะก็ตามยังไม่เก่งนอกจากเมียไม่เก่งแต่ยังไม่ตั้งมั่นด้วยเราทำอยู่ในขณะที่เราทำสมาธิแล้วทำสมาธิในแง่ไหนขณะนี้เรากำลังพูดสมาธิถึงขั้นซ้อนทั้งอย่างทั้งสองเชิงโลกิยะกับเชิงโลกุตระว่าเราจะทำสมาธิอย่างเชิงระบบสมาธิของโลกิยะ โลกียธรรมดุลๆกับสภาพทำอย่างนั้นจะดับจิตก็ดับไปแล้วมันก็ไม่มีรู้มันไม่มีวิปัสสนาอะไรเลยแต่มันก็เกิดจริงมันก็ชำนาญเพราะเราจะดับจิตสะกดจิตดับจิตให้จิตมันเป็นอย่างนั้นอยู่เป็นขนาดๆได้เป็นขนาดทำได้ก็ได้เรียกว่าขณะขนสมาธิด้วยนะที่จะทำให้ได้มากกับคณิตศาสตร์นี่ก็แข็งแรงขึ้นอธิบายเชิงว่าเราใกล้ความสำเร็จอุปการะแปลว่าใกล้ความสำเร็จหรือสูงขึ้นเป็นสมาธิขั้นสูงขึ้นก็ถูกเขาก็จะได้การแนบแน่นการใกล้ชิดที่แนบแน่นเป็นที่สุดเก่งที่สุดตั้งมั่นเป็นที่สุดในเชิงที่เขาจะดับจิตฟังข้อความเงื่อนไขให้ดีนะเงื่อนไขหรือข้อแม้ว่าเขาจะดับจิตนะแล้วเขาก็ทำไป สมาธิฤาษีก็ดับไปไกลๆเคียงขึ้นใกล้พฤติกรรมที่ต้องการจาระว่าเป็นพฤติกรรมที่ต้องการเขาก็จะต้องการพฤติกรรมที่ดับมีความหมายดำเราต้องพยายามมีสัจจะมีปัญญาให้รู้ถึงจุดเป้าหมายกำหนดให้แม่นสัญญาณกำหนดให้ดีเขาก็ได้เขาอธิบายถูกเขาอธิบายถูกเขาก็วางแล้วเขาก็หลงทิศทางคือก็ตั้งแล้ววันนี้มีตังค์ติดตั้งก็ตั้งไว้แล้วแต่วันนี้ต่างคิดต่างคือตั้งจิตเอาไว้ว่าจุดจะต้องเป็นอย่างนี้จะต้องดับจิตแล้วก็ทำเพราะฉะนั้นอัปปนาสมาธิของเขาที่สุดเขาก็เลยไปถึงขั้นดับจิตเลยวันนี้โรจน์อสัญญีสุดท้ายเป็นเป้าหมายเขาก็ดับจิตสนิทอัปปนาสมาธิแล้วก็อธิบายขยายอัปปนาอีกว่ามัน ได้นานตามที่เขาต้องการอีกเอาเวลามาบวชเพราะการนั่งได้นานถึง 7 วันก็ถือว่านี่หมายเก่งมากที่สุดแล้วก็ตกลงก็เก่งๆนะไม่ใช่ไม่เก่งไม่ได้พูดยัดเยียดแดกดันอะไรจริงๆไม่ใช่ง่ายผมไม่เคยทำได้ไม่เคยทำได้ถึง 7 วันมันยากเหลือเกินแล้วก็พยายามทำอันนี้เป็นเป้าหมายถึงจุดหมายผู้ทำอย่างนี้ถ้ามันได้ผลได้ประโยชน์จริงมันก็ได้ผลประโยชน์และแต่เราว่าเราเราเห็นว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะไปทำอย่างนั้นทั้งยากทั้งเย็นเป็นประธานเหลือเกินฝึกปรือนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลยเพราะเราเรียนรู้ให้ได้เราจะเรียนรู้เอาสัญญาเรียนรู้ทีนี้เราจะเรียนรู้อาศัยดีพฤติกรรมว่าสัญญาเรียนรู้ต้องมีวิปัสสนาที่มารู้ว่าสันดีเพราะฉะนั้นการอธิบาย ด่านแยกสภาวะเอาทั้งนั้นก็มาประกอบให้คุณเห็นชัดเจนอุปัชฌาย์รักของวิปัสสนาจึงในทิศทางของอีกอันหนึ่งประณีตตั้งจิตตังอีกอย่างหนึ่งตั้งจิตไว้เพื่อรู้ไม่ใช่ตั้งจิตไว้เพื่อดับจิตเมื่อเวลาเราตั้งจิตให้เพื่อนรู้เราก็จะรู้เราจะต้องปฏิบัติระดับไปจิตตั้งค่าดวงระดับเป็นการ 5 ดวงคือทำสมาธิครั้งนี้กะตามที่เรากำหนดขณะนี้เราดับจิต 5 ดวงแล้วเราค่อยมีดวงรู้ขึ้นมาดวงหนึ่งแล้วก็ระลึกรู้ถูกใกล้เพราะถ้าดวงนี้มันดับแล้วก็ระลึกรู้ดับแล้วก็ระลึกรู้วิชารักของจิตตัวที่ใกล้ที่สุดนี่สาระของจิตพฤติกรรมเมื่อกี้เนี่ยมันดับมันเป็นอย่างนี้แต่จำได้แล้วลักษณะอย่างนี้เรารู้แล้วมันดำมันก็ไม่รู้นี่มันก็อยู่ข้างเคียงกันรู้เรื่อง ถ้าเรามีคณิตศาสตร์ของปัญญาคือวิจารณญาณคือของวิปัสสนาหลายดวงแล้วก็รู้ว่าอ๋อรู้อย่างนี้ชัดเจนมากขึ้นแล้วก็ดับด้วยดับดูแล้วก็รู้ดูแล้วก็รู้ตัวที่เหมือนมันต่อหน้าต่อตามันมีอุปกรณ์มันมี 2 2 สิ่งให้รู้เรื่องเวลามันต้องเกิด 2 สิ่งสิ่งรู้สิ่งถูกรู้กับสิ่งรู้มันเรื่องของปรมัตถ์นะนี่นะมันก็แยกออกมาเป็นชิ้นส่วนมาให้คุณฉายหนังให้ดูนะผมฟังดีๆนี่จับแยกชิ้นส่วนให้ดูจริงของคุณทำอสัญญีของคุณน่าจะของคุณเองนะเป็นวิจารณ์เป็นพฤติกรรมผู้หญิงของคุณเองแล้วคุณก็รู้มีสิทธิ์รู้รู้อะไรไม่รู้อือในโลกธุรกิจจิตเราเป็นพฤติกรรมยังไงจินดามันไม่รู้นี่เมื่อกี้อ่อมันไม่รู้มันเป็นเหี้ยอะไร มีคำอธิบายในปากพูดแต่ทีนี้คุณเองคุณก็ต้องเห็นมันไม่รู้มันก็ไม่รู้เอาให้รู้พอรู้ก็แค่นี้เองจิตดับพอรู้แล้วมันก็แค่นี้เองนะคุณก็มันไม่รู้อะไรหรอกนิ่งๆงั้นน่ะเขาอธิบายกันแม้แต่ว่าไม่ได้รับรถใช่ตอนที่ไม่รับรถมันไม่มีจิตมันไม่มีการรับรสอะไรแต่ไอ้ตอนที่ผู้นั้นไปติดใจโดยปริสุทธิ์ทางจิตตั้งจิตไว้โอ้โหดับสนิทไม่รับรู้อะไรในโลกนี้มันมันเหลือเกินมันแซ่บเหลือเกินอร่อยเหลือเกินสุขเหลือเกินคนสมมุติอย่างนี้คุณก็มีมายาอย่างนี้แล้วคุณก็ต้องเป็นอย่างนี้คุณทำได้แล้วคุณยิ่งชื่นใจคุณยิ่งรับโอ้ยชอบเหลือเกินคุณก็ไปสมมุติชอบคุณติดสิ่งที่คุณสมมุติของคุณเองอุปทานแต่ก็ ก็เรารู้เสียเราก็ไม่ดับแล้วเราก็ไม่ได้อุปทานเราไม่ได้ตั้งจิตว่าเราจะชอบจะติดจะแทรกจะอร่อยแล้วก็จะไปติดมันทำไมก็เราได้เรียนรู้แล้วว่าไอ้การดับของไอ้อย่างนั้นมันก็คือไม่มีอะไรมันก็เบามันก็ง่ายก็บอกแล้วว่าสัจจะมันมีอีกอันหนึ่งแล้วไม่ทำอะไรเลยเราก็เบาๆง่ายๆแต่ที่จริงยิ่งอยู่นานๆเข้ามันก็จะหนักขันธ์ 5 นะไปทำอะไรเลยขันธ์ 5 หนักจริงนะเออหนักนะ 1,500 นี่ไม่ใช่เบาแต่คุณไม่รู้ตัวรู้ตัวเมื่อไหร่คุณจะรู้สึกว่ามันหนักมาก 1,500 บาทนี่ไปเอาตัวกิเลสไปขอกินเลยยิ่งหนักใจเลย 1,500 บาทสังขารกลับไปปรุงเอามาวิญญาณอาหารก็ไปหอบอะไรมาแบบยิ่งนักใหญ่เลยจะบอกให้ ขณะนี้เรามีกำลังใจความหมายจากขั้นภาษาด้วยลักษณะสภาวะด้วยเพื่อให้คุณเอาไปทำดูไปถึงขั้นอุปจารเมื่อได้รู้พฤติกรรมอันนี้แล้วนี่มันใกล้รู้ทีนี้อัปปนาสมาธิของทางโลกุตระก็คือเราได้รู้อย่างแนบแน่นได้รู้เห็นวิปัสสนาได้ทั้งมีวิจารณญาณชัดเด่นมั่นใจไม่ใช่ตั้งมั่นได้แค่ธรรมดาแค่มีพฤติกรรมนี้พฤติกรรมนี้ก็มีทำดูเดี๋ยวนี้ก็ทำได้ทำอะไรก็ทำได้เรียกว่ามีอัปปนาแนบแน่นตั้งมั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นแล้วเป็นอะไรก็เป็นได้คล่องแคล่วฟังให้ดีนะอัปปนาของพุทธคุณ ต่างกันนะไปอัปปนาพระสมถะนั้นมันทำกันได้เฉยๆนะไอ้นี่ของโลกุตตระได้ก็ทำได้ด้วยและยังแถมมีวิปัสสนาญาณวิเศษเห็นรู้เข้าใจด้วยไม่ใช่ไม่มีแต่เป็นแต่มันมีรู้เป็นอุปกรณ์ที่มีวิมุตติญาณทัสสนะมีทั้งปัญญามีมั่งมีทั้งใจต่อไปหมดเจโตวิมุตติว่ามันดับมันหลุดพ้นก็แค่มันมีตัวดับให้ดูด้วยอย่าเอาแต่แค่ดาบรู้ดับเพื่อรู้ว่าสัญญาเพราะฉะนั้นเราต้องกำหนดหมายให้ชัดต้องอาศัยมีเป็นอย่างนี้แล้วเราก็ได้รู้ว่าสันดีกำหนดระดับสัญญาหมดเลยไม่มีตัวกำหนดรู้อะไรเองเลยไม่มีตัวแม้แต่วันดับเวทนาเลยวัยรุ่นสุดอะไรเลยมันเป็นยังไงมันเป็นอย่างนี้ ผู้ใดทำทั้งเป็นด้วยแล้วทั้งเห็นชัดแจ้งเห็นอีกเห็นอีกเห็นอีกเห็นอีกรู้อีกให้แน่ใจมั่นใจจนคุณรู้แทงทะลุรอบจนคุณสัญญาเวทยิตนิโรธรู้มันจนเต็มแจ้งสว่างแล้วก็รู้ว่านี่จะเป็นนิพพานหรือไม่นิพพานคุณก็ฟังเอาอันนี้ยังไม่ใช่นิพพานแต่อันนี้เป็นส่วนประกอบของสิ่งรู้ได้เหมือนกันถ้ามันไม่มีความสงสัยแม้แต่อสัญญีก็ไม่สงสัยนี่แต่ถ้าใครสงสัยถ้าใครยังมีความรู้อย่างสงสัยอยู่คุณก็ต้องทำดูถ้าคุณรู้โดยที่ไม่ต้องทำดูคุณก็ไม่สงสัยอะไรเลย โล่งแจ้งสว่างใจไม่ต้องนั่งทำอาศัยดีสัตว์รู้คุณก็ไม่เป็นปัญหาอะไรคุณก็ไม่ต้องทำดูแต่คุณแม่คุณไม่ทำนะถ้าคุณจิตกิเลสของคุณลดลดลดลดลดลงคุณจะรู้ภาวะอัศวินไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งทำหรอกก็มันไม่ต้องคิดถึงกันแล้วมันดับจริงไม่รู้ปั๊บมันก็รู้แล้วว่าจิตเมื่อกี้มันไม่รู้อะไรไม่รู้อะไรหรอกกินเมื่อกี้มันไม่รู้จริงๆมันไม่รู้อะไรหรอกมันดับๆไปเฉยๆมืดๆเฉยๆอ่ะคุณจะมีเลยในตัวทีนะมีทางของคุณทั้งหลายแหล่ที่คุณกามกระเป๋าพยาบาลก็ไม่จะใส่ใจแล้วมันก็มีกิจกรรมแล้วคุณก็ดับไปดับไปแล้วคุณดับปัญญาด้วยคุณดับวิจารณ์พฤติกรรมของจิตธาตุรู้วิปัสสนาญาณอะไรของคุณด้วยก็ไม่ได้ตั้งใจแต่ผีหลอกหลับไปกินหมดเลย เมื่อคุณไปนั่งตั้งใจดับอสัญญีนั่นแหละแต่นี่ไม่ได้ตั้งใจดับแต่คุณเองคุณไม่มีปัญญารู้ว่าทำไมจะต้องไปหลับๆดับๆอะไรอย่างนั้นก็ไปไม่เข้าท่าฝึกสิจิตรู้ก็ให้มันรู้จิตดับไปมันดับให้มันกินแต่ลักษณะบางคนใดฝึกปรือจึงเป็นผู้มีกิจการลักษณะมันจะตามตามลมเพลมพัดแล้วแต่อารมณ์และอารมณ์ที่ไม่เคยอารมณ์ที่ไม่เคยมีปัญญาอะไรเลยด้วยมันก็เลยไม่มีตัวปัญญาที่จะมาฝึกตนเองให้เป็นผู้รู้วิปัสสนาญาณไม่มีวิชาข้อนี้ไม่มีเพราะคุณจะมีวิปัสสนาญาณและมีวิชาความวิญญาณทัศนะหรือวิปัสสนาญาณเขาจะต้องเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าให้ถูกตรงถ้าไม่ถูกต้องไม่มีอันนี้เกิดเพราะคำว่าฌานของพระพุทธเจ้านี้อัปปนาสมาธิจึงสอนซับซ้อนยิ่งกว่า อัปปนาสมาธิของฤาษีมีแต่ดับทิศทางเดียวเพราะฉะนั้นเวลาเขาบอกว่าอธิบายชายแบบฤาษีถ้าจะวิปัสสนาเมื่อไหร่ต้องถอนออกจากอัปปนามาอยู่อุปจาระจึงจะพิจารณาได้ก็ขี้หมาอะไรเรายิ่งทานยิ่งสูงยิ่งจะถอยจากสูงลงมาหาต่ำถึงจะทำงานชั้นสูงได้เอ๊ะมันไม่ได้หมายความว่าสูงได้อย่างนั้นมันเล่นถอยหน้าถอยหลังอยู่แบบนี้จึงจะเห็นความรักลั่นของเชิงฤาษีฤาษีไม่จริงหัวใจโตสมถะแม้แต่อาจารย์มั่นก็พูดอย่างนี้อ่านดูสิตำราอาจารย์มั่นแต่ไม่ใช่ว่าอาจารย์มั่นพูดเองอาจารย์มหาบัวเขียนว่าอาจารย์มั่นเล่าไว้อย่างนี้พอนั่งหลับตาก็ไปพระอุปชาสมาธิหมายความว่าดาบอสัญญีมันทำงานอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นจะวิปัสสนาหรือจะ ศรเทวดาหรือจะทำอะไรก็ต้องถอยออกมาซะก่อนว่างั้นถอยมาออกมาอุปการะก็เข้าใจความกำหนดหมายของอุปจารแบบนี้ฟังดีๆนะนี่อธิบายทั้งเชิงของฤาษีทั้งผมแน่ใจว่าดีขึ้นชื่อของพุทธมีความหมายต่างกันอันหนึ่งไปมีอะไรอีกเป็นอันหนึ่งเป็นคู่ถ้าบอกว่าจะถอยออกมาแล้วก็มาเล่นเทวดาด้วยรีบไปกันใหญ่เลยมิจฉาทิฏฐิเป็นอัตภาพไปอีกมาพบกับเทวดาเทวดาฟันซ่ามีสังขารอะไรอีกไปอีกหลายอย่างเลอะเทอะเลยหวังว่าจะออกมาดูจิตตนอ่ะอันนี้ใช่หมอดูจิตตนถ้าอัปปนาสมาธิแบบที่อธิบายว่าดับสนิทแต่ไม่รู้ว่าภาษาที่ตัวพูดเป็นอสัญญีแล้วมันไม่รู้ว่าฉันมีใครสอนคุณเล่าวิปัสสนาพระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าไม่เอาอันนี้ก็พระพุทธเจ้า ฟังแล้ว 24 ชั่วโมงเท่ากับไม่เคยเล่นอสัญญีแล้วก็ไม่เอาเอาสำลีไม่ได้ยินดีแล้วก็ท่านก็ไม่เคยสนับสนุนให้ฉันดีแต่จะเรียนรู้ท่านก็ไม่ว่าอยากจะยกตัวอย่างพระอานนท์ทูลถามว่าจะดับไปเลยระดับสัญญาไปเลยเอาผิดสัญญานิโรธทำยังไงก็ตัดไปเลยจับตี๋ไปเลยแบบฤาษีสอนแล้วก็ตัดไปเลยก็อย่างนั้นแหละแค่นั้นไม่มีปัญหาอะไรเหมือนเราจะเข้าใจแล้วอยากจะดับดูอยากจะดักหนูเชิญแต่มันจะรู้มันก็จะรู้อย่างนี้แหละตัวดับมันไม่ใช่ตัวรู้นี่ตัวสุดท้ายเป็นตัวสัจจะระดับไม่ใช่ตัวรู้ตัวรู้ไม่ใช่ตัวดับเพราะฉะนั้นเราก็จะรู้จิตของเราเองจิตดับเป็นอย่างนี้อยากจะรักก็ไม่รู้เขารู้มันสิรู้มันเป็นไงรู้มันเป็นอย่างนี้แล้วก็รู้ดับๆจนกระทั่งแน่ใจในความรู้นี้เรียกว่าอัปปนาสมาธิทีนี้รู้แล้ว แล้วแจ้งสว่างหน้าสมาธิของพระเจ้าจึงกลายเป็นญาณปัญญาทัศนะวิเศษเป็นญาณทัศนะวิเศษสุขหาได้หมายความว่าเป็นตัวดับแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีดับนะหมีดำของเราเองไม่ได้เป็นดาวของใครมาไม่ได้เป็นดาวของใครมานะคุณทำของคุณเองรู้เพราะฉะนั้นคุณอยากจะศึกษาอสัญญีก็ไม่ว่าแต่ต้องรู้เป็นสมาธิสิ่งเดียวไม่ใช่คุณไปติดใจนะไม่ใช่คุณสมบัติก็เป็นอยู่กันถึงขั้นนี้ผ่านแล้วมันสุดยอดเอาภาษาสูงสุดไปใส่ด้วยมันก็ติดใจอีกคนนึงก็ยิ่งอุปทานใหญ่เลยยึดมั่นถือมั่นเลยฉันได้นิพพานแล้วฝันดีนี่ของฉันนี่แหละอย่างนี้ มากมายก่ายกองแต่มันเป็นสภาวะธรรมอันหนึ่งมันไม่ใช่นิพพานแล้วอย่าไปอุปทานกินอร่อยเข้าถ้าสมมุติว่าอร่อยอะไรมันก็อร่อยขี้หมาก็อร่อยก็คนมากินอยู่ทุกวันนี้ปลาร้านเน่าจะตายพอฝรั่งเจอฝรั่งอ้วกเลยพอคนไทยเจอหญิงอีสานครับแล้วปลาร้ามันของดีมันเน่าๆอะไรล่ะมันก็โดดใส่ก็ไม่รู้ประธานกันคนละอุปทานยึดเป็นคนละยุทธให้ฝรั่งกินให้ตายยังไงมันก็ไม่ยอมกินปลาร้าอย่าไปกินหอยใหญ่ได้ยังไงกับปลาเน่าแต่คนไทยอีสานโดยเฉพาะไอ้นี่ไม่รู้จักของดีชั้นเดียวกันก็นอนกินขี้เทวดาหน้าโง่เทวดาบอกน้องเอ้ยเลิกกินขี้สักทีขึ้นมาทีมัน สกปรกโสโครกอาจมพี่น้องก็หัวเราะเลยบอกเทวดาหน้าโง่ไม่รู้จักของอะไรหน้าจอเรื่องอุจจาระในวันของอร่อยมีอะไรเทียบเท่าฉันใดก็ฉันนั้นถ้าเราไม่สมมติเราไม่ไปยึดไปติดแล้วแล้วก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงเป็นยถาภูตังนะเป็นยถาพุทธโพธิญาณทัศนะให้เกิดทัศนะแห่งความจริงนี่เห็นความจริงนี้ให้ได้คุณอยากสัมผัสความจริงถ้าคุณไม่สงสัยคุณไม่ต้องทำดูแต่ไม่ต้องทำดูก็มีให้ดูไม่ใช่ว่าพระอรหันต์จะไม่ได้ดูอาศัยดีไม่ใช่ฟ้าทหารต้องรู้ว่าฉันดีแล้วต้องดูได้ดูไม่ต้องทำหรอกมันมีเป็นแบบเป็นคราวยิ่งคุณเองคุณไม่ใส่ใจในการคุณไม่ใส่ใจในพยาบาลแล้วพระอริยะจริงๆมันไม่วุ่นวายอย่างนั้นแล้วจิตมันเป็นฌานของมันจริงๆมันเป็นสภาพวิมุติของมันจริง มันเป็นสภาพที่ราคะจริงมันจางคลายต่อกิเลสผมมีจริงแล้วมันไม่ดีนะมีพระอะไรมันไม่ใช่การดีเล่นแต่มันมันทักมันก็พักเลยมันก็ดับนี้ก็ดับไปอย่างนี้แหละจะเป็นสภาวะมันไม่รับรู้อะไรเนี่ยมันก็เฉยนิ่งเลยมันก็ดับๆแบบนี้มันจะไม่มีอะไรลึกลับอะไรมันไม่ลึกลับด้วยไม่ต้องไปนั่งกดข่มเอาไปทำซะจะตายกว่าจะได้รู้จิตวุ่นอยู่ได้กินนิวรณ์ 5 โอ้ยต่อสู้เหลือเกินมันก็กวาดขยะอันกองผมนะไม่อยากรู้น้ำใสอยากรู้น้ำใสมันก็หัวแหวนหลุดออกมาหลายครั้งแล้วกองขยะไอ้กองสว่างมากๆคุณพยายามจะดูน้ำใสแบบนี้จังเลยคุณก็ทำพอทำได้แหวกดูน้ำใสเสร็จแล้วก็ปล่อยมือไอ้สว่างก็เข้ามายังเก่า กูไม่มีน้ำใสจริงเก็บสวะสิเก็บเลยเก็บฆ่าเชื้อด้วยเห็บอย่ามาราดเงาอะไรจนตัดต่อขาออกขาออกเดี๋ยวก็สว่างก็หมดหรือสวาจาลงมามันก็จะเห็นเองพอสว่างน้อยลงน้อยลงก็เห็นสว่างหมดเมื่อไหร่ไม่ต้องไปทำอะไรดูเมื่อไหร่ก็เห็นน้ำใสน้ำใสแจ๋วฉันใดก็ฉันนั้นหมดเลยหมดเลยนี่วอนแท้มันมีนิวรณ์เ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน