220724-2-139 ทางเอกภาค2-ตอน139(หน้า290)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 24 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวมาตั้งใจฟังต่อเป็นตัวสำคัญที่เราจะรู้ลักษณะจิตตัวสำคัญเมื่อเราแยกจุดดับจิตรู้ที่บอกถึงลักษณะดับลักษณะดับที่เป็นความแตกต่างกันแม้ในคำว่าดับแล้วทีนี้เราก็ รวมมาอธิบายลักษณะร่วมที่ดับด้วยรู้ด้วยไอ้ที่ดับสนิทไปเลยมาแตกต่างกับว่าดับสนิทเหมือนกันแต่ดับสนิทที่ยังมีสมมติฐานจะอันบริบูรณ์ยังมีตัวจริงยังมีความยังทรงอยู่ของมนุษย์อย่าไปทำลายความพอดีหรือความเป็นจริงเป็นยถาภูตังของมนุษย์มนุษย์มีรูปนามขันธ์ 5 มนุษย์ก็จะต้องมีรูปนามขันธ์ 5 ถึงเวลาเวลาพักก็พักถึงเวลาตื่นก็ตื่นถึงเวลาเพียรก็เพี้ยนอย่าไปให้มันเปลี่ยนอย่าไปให้มันสลับซับซ้อนมันเพี้ยนไปมันจะต้องตรงตัวของความตรงของมันมันอย่างงั้นเราก็จะต้องรู้แล้วทีนี้ มีลักษณะที่แยกดับแล้วก็ดับอย่างที่หมายเอาอย่างลึกซึ้งแล้วว่าเราดับแต่สิ่งที่เราเห็นว่ามันเป็นอกุศลหรือว่ามันเป็นสิ่งที่มันแซมปนความไม่จริงมันไม่ใช่อย่าถาภูตังแล้วก็ดับสิ่งที่ไม่ใช่ยะถาภูตังสิ่งที่ไม่ใช่ตัวจริงที่เกิดจริงเป็นจริงตามความเป็นจริงแล้วก็ดับตัวนั้นไปล้างตัวนั้นออกให้สิ้นซากเสียเหลือแต่ตัวที่มันมันต้องเป็นอย่างนั้นแหละทำเป็นทาสรู้มึงก็ต้องให้มันมีเป็นธาตุรู้จะไปดับมันทิ้งเสียมันก็เกินหรือเลยเถิดเราก็จะเหลืออย่างนั้นอาจจะมีสภาพมันจะอยู่ก็เรียกสภาพนั้นโดยภาษาบาลีว่าสัญญาเวทยิตนิโรธสภาพบริบูรณ์แล้วเป็นนิโรธ ก็ดับด้วยดับแล้วเรียบร้อยดับสนิทกับแปลงนิโรธมันดับสนิทก็ไม่มีปัญหาสัญญาก็คือตัวจิตที่มันมีแม้กระทั่งที่สุดตัวสำคัญคือตัวจิตที่สัญญากำหนดหมายรู้มันก็รู้สำคัญมันก็รู้อย่างถูกต้องกำหนดได้จำได้รู้อย่างชัดเจนได้มีงานของสัญญาครบด้วยเรียกว่าเวทีงานของสัญญาทำลงไ
อ่านต่อ
ปจนเรียบร้อยหมดแต่เขาเคลียร์อารมณ์รู้หรือว่าได้แทรกซ้อนลงไปในตัวที่จะรู้นั้นได้ทำหน้าที่รู้จนจบแล้วจน ร้อยเกลี้ยงละเอียดลออสัญญาหรือว่าธาตุรู้นี่เข้าไปลูบคลำเข้าไปแตะปิดเข้าไปสัมผัสมาทุกสัดส่วนของสิ่งที่จะรู้เรียกว่าเศรษฐกิจแปลว่ารู้ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนเรียนกันอยู่ในรูปพร้อมเฉพาะไปเลยจำเพาะเจาะจงลงไปให้หมดสติสังเวชกับทวนรู้ให้ครบปฏิสังสรรค์ประกอบพร้อมหรือว่าเป็นไปกลับให้มันเป็นไปกับความรู้นั่นแหละครับท่านจึงแปลเอาความปฏิสังขรรูปพร้อมพร้อมพร้อมพร้อมพร้อมนี่หมายความ เพราะมันเพราะมันพร้อมรูปพร้อมแล้วก็ยังมีปัจจุบันอยู่ครบแล้วก็แล้วแล้วก็วางก็ได้แต่นี่ไม่ใช่ครบแล้ววางครบแล้วยังพร้อมอยู่นะยังมีอีกยังมีอยู่ด้วยครบด้วยแล้วก็พร้อมพร้อมอยู่ด้วยมันมีปัจจุบันอยู่ด้วยรู้พร้อมเฉพาะในส่วนที่เราจะต้องรู้นั้นให้บริบูรณ์ปฏิสังขรณ์เวทะเวทีตะเวชหมายความว่ามีสิ่งใดเล่าต่อสิ่งใดเล่าสิ่งหนึ่งขึ้นมาแล้วเราก็ทำความรู้ทำความรู้จนครบแล้วเป็นอดีตลงอยู่ในนั้นอีกต่างหากแล้ววันนั้นอัฐิแปลว่ายิ่งใหญ่คนละอย่างนะฟังดีๆยิ่งใหญ่ ไปวันนั้นนั่นก็คือสิ่งที่มันซ้ำลงไปเป็นยักษ์หรือเป็น The ความรู้นั้นแหละเราได้รู้ๆจนแล้วแล้วน่ะรู้นั้นแม้จะยึดตามนี้แปลว่าให้ให้ความรู้มันเสวยความรู้มันเสวยความรับรู้จะผอมพอพร้อมแล้วก็ยังพร้อมอยู่คือสัญญามันทำงานของมันเต็มขยายก็มาขยายคำสัญญามันเป็นความหมายขยายความหมายของพยัญชนะที่หมายให้มันเป็นอย่างนี้เมื่อเรามีการกระทำหรือมีสภาวะเป็นอย่างนี้แล้วถูกคิดของเรามีหน้า สัญญาเจตสิกของเรามันทำหน้าที่รู้จนกระทั่งทะลุปรุโปร่งแล้วก็จบรู้ไปจนกระทั่งว่ามันเป็นก็สิ่งที่เป็นอยู่ก็ควรเป็นอยู่อยู่แล้วสิ่งที่ไม่ควรเป็นตัวนี้ควรฆ่าให้ตายหมดก็ขาดตายหมดแล้วเพราะฉะนั้นตัวนี้ก็เลยเป็นสัญญาที่เป็นตัวทาสรู้ที่รู้อย่างจริงรู้ตัวเป็นก็ยังเป็นอยู่ครบบริบูรณ์สะอาดบริสุทธิ์อยู่ตัวตายได้ตายสนิทแล้วกวาดเก็บเรียบร้อยจึงเอาของคำว่านิโรธมาใส่รวมเข้าไปอีกว่ามันบริบูรณ์ตอนนี้รอดเป็นตัวชื่อเก่าภาษาเก่าโบราณในโลกไม่ได้ดับสนิทสิ่งที่ได้ดับสนิทแล้ว ได้ดับอย่างรู้รู้ได้ดับอย่างเห็นได้ดับอย่างสะอาดได้ดับอย่างละเอียดนับอย่างละเอียดเข้าไปด้วยสุขุมประณีตดับอย่างสนิทเปรี้ยงหมดเพราะชื่อเต็มๆทั้งหมดเลยเรียกภาษาเต็มๆว่าสัญญาเวทยิตนิโรธมีทั้งรู้มีทั้งสิ่งที่ไม่ให้มันรู้ไม่ให้มันเป็นไม่ให้มันมีไม่ให้มันเป็นจะวุ่นวายไม่ต้องเล่นไปยุ่งไปทำไปมีไปเป็นอะไรก็ได้แล้วเรียบร้อยครบ 2 ส่วนเป็นอุปกรณ์สัญญาไว้ที่ 23 นั้นส่วนหนึ่งนิโรธนั้นส่วนหนึ่งเป็นอุปกรณ์มีมนุษย์ทั้งอย่างเลยวิมุติอย่างสะอาดจึงมีทั้งตัวเป็น มีทั้งตัวตายอยู่ในนั้นอยู่ในนั้นเสร็จแล้วมีทั้งตัวเป็นที่ตัวตายเรายังเป็นตัวเป็นก็มีตัวเป็นที่สะอาดสิ่งที่ควรจะตายยังไม่ต้องฟื้นขึ้นมาอีกเลยในโลกนี้นิรันดรก็เด็กตายสนิทไม่ต้องฟื้นขึ้นมาอีกเลยในโลกนิรันดรมีตัวเป็นและตัวตายอยู่ในนั้นเสร็จแล้วเรียกว่าสัญญาเวที 23 นิโรธนั้นหมายความว่าการดับที่ยังมีสัญญารับรู้อารมณ์นั้นๆแล้วอยู่อย่างถูกตรงลงตัวนะไอ้การดับนะดับที่ยังมีสัญญารับรู้อารมณ์นั้นๆแล้วอยู่อย่างถูกต้องถูกตรงลงตัวเวทที่ยึดปากคำนี้มันแปลว่ารับรู้อารมณ์แล้วหรือความเสวยอารมณ์แล้วไม่ใช่แปลว่า ลำดับอารมณ์และไม่ใช่คำว่าเวทนาด้วยพระเกจิอาจารย์ก่อนๆรุ่นที่เพี้ยนแล้วมาแปลเหมาเข่งมาแปลเวที 23 ว่าก็คือเวทนาเวทนาได้ยังไงล่ะเป็นคนไม่ละเอียดเมื่อขั้นละเอียดแล้วไปเอาความอยากมาใส่มันก็เลอะสิไอ้นี่มันเป็นสัจจะมันเป็นสัจธรรมหรือว่ามันเป็นสภาวะธรรมที่ท่านจะเป็นนิพพานกันแล้วนี่มันละเอียดซะจนยิ่งกว่าปรมาณูภาครัฐเรียกว่าสิ่งที่ละเอียดที่สุดอันนี้มันรู้ว่าสิ่งที่ละเอียดนั้นก็ไม่มีขนาดรักษาธาตุหรือโอชะธาตุเราก็รู้ว่าไม่มีแล้วนะ โอชะทาสก็ไม่มีรักษาธาตุไม่มีคันพระธาตุไม่มีศรัทธาธาตุไม่มีเสียงไม่มีกลิ่นไม่มีรสไม่มีโอชะไม่มีมีลักษณะอาการดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมธาตุไม่มีลักษณะนั้นลักษณะเอาชื่อของมหาภูตรูปหรือแม้แต่รูปอีก 4 เอาวิดีโอเข้ารูปอย่างละเอียดลักษณะต่างๆเหล่านี้ก็วางปล่อยไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นไม่ดีติดอกติดใจในสิ่งเหล่านี้แล้วถึงขั้นอย่างนั้นเพราะงั้นคำว่าเวทนานั้นมันหยาบแล้วจะมาตีหัวกันว่าเหมือนกับ ไม่ได้เพราะว่าพยัญชนะก็ไม่เหมือนกันแล้วเพราะฉะนั้นยิ่งคั้นน้ำมาทำแล้วมันยิ่งละเอียดลออไม่เหมือนกันทั้งมากดูกันดีๆอย่าโมเมที่ว่าให้สัญญารับรู้อารมณ์แล้วก็ดับอยู่หรือการดับที่ยังมีสัญญารับรู้อารมณ์นั้นๆแล้วอยู่อย่างถูกตรงลงตัวนั้นก็คือคนเรานั้นมี 5 ขันธ์รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณและมันจะทำงานตามลำดับโดยมีรูปเป็นจุดเริ่มเรียกว่าต้นข้าวรูปมันมีรูปขันธ์แล้วมันมีสิ่งที่มันเป็นมาหาพระพุทธรูปแล้วรูปขันธ์มันเป็นรูปใหญ่มหาสมแปลว่าใหญ่ไม่มีแล้วรูปใหญ่มันมีดินน้ำไฟลมมี สถานีวิญญาณธาตุเป็นรูปใหญ่ที่มันรวมกองกันอยู่นั้นเป็นขันแล้วเพราะฉะนั้นรวม 5 ขันธ์นี้เรียนเรียกว่ารูปหรือรูปสังขารของเราทั้งหมดก็ได้แล้วมันไม่ใช่ตัวทาสรู้ก่อนเอาสัญญาว่าแม้แต่เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็ตีตัวว่ามันเป็นของของสิ่งหนึ่งที่อยู่ในตัววิญญาณธาตุนั้นนะนอกจากดินน้ำไฟลมอากาศแล้วธาตุที่ 6 คือวิญญาณธาตุก็ตีถั่วว่าเอาไว้ก่อนว่ามันเป็นรูปทั้งหมด 6 ภาครวมกันนี้กองเข้าไปใหญ่เลยว่าขันรูปพรรณนึกว่ารูปก็ขันทั้งหมดแหละแต่ในรูปก็ขันนั้นมันมีน้ำมาขันอยู่ส่วนหนึ่งเรียกว่าวิญญาณธาตุ มันมีนามมาขังอยู่ในนั้นเรียกว่าวิญญาณธาตุหรือมีขันนั่นแหละวิญญาณในขันธ์ขันนั้นเรียกว่ามันว่าวิญญาณขันธ์เพราะเราจะมาแตกก็เรียกว่าขันธ์ถ้าไม่แตกก็อย่าไปเรียกว่าขันถ้าเราจะแตกวิญญาณก็มาเรียกว่าวิญญาณขันธ์ถ้าไม่แตกก็วิญญาณธาตุก็จะจบมันว่าเป็นธาตุรู้เท่านั้น 6 ธาตุก็อยู่ที่ธาตุนี้ถ้า 6 ขันเอาขันมาแตกการทับแปลว่ากองตัวกลุ่มแต่ละหมู่ถ้าพลาดก็ไปว่าตัวที่ตัดสินแล้วก็โอเคแล้วให้มันเป็นลักษณะอย่างนี้รวมทั้งหมดลักษณะอย่างนี้เรียกมันว่าถ้ามันมีอยู่ 5 ไม่ได้เอามามันมีลูกเป็นจุดเริ่มแต่เมื่อมีปัจจัยมาสัมผัสรูปนามมาขัน แรกจะรับรู้คือเวทนาหารูปนี้มันด้านนอกหรือด้านในก็ตามดินน้ำไฟลมอากาศสะท้านวิญญาณธาตุทั้งหมดอะไรต้องรวมทั้งมหาภูตรูปและอุปาทายรูปทั้งหมดเมื่อรับสัมผัสน้ำมันขันอันแรกจะรับรู้คือเวทนาซึ่งเป็นจิตหรือเป็นเจดีย์จิตวิทยาแต่สิ่งด่านต้นมันก็จะทำงานเท่าๆกับหน้าที่ของมันมันก็มีหน้าที่ของมันซึ่งเรากำหนดหมายตามคนกำหนดหมายให้นี่แหละผู้รู้กำหนดไว้เรียกมันว่าเวทนาหมายเอาเท่านี้นะเจตนามันรับรู้นะรับรู้ยังไม่เป็นไปตามที่มันปรุงยังไม่ปรุงเลยเนี่ยเป็นเวทนาสักแต่ว่ารู้เฉยๆยังไม่กำหนดอะไรภาพลุงแล้ว ไปรวมไปเป็นสุขเวทนาคือทุกขเวทนานั่นแสดงว่ามันเป็นสังขารแล้วสุขเวทนากันทุกนายเป็นสังขารนะไม่ใช่ไม่ใช่เวทนาเปล่าๆเพียวๆนะมันไม่ใช่เวทนาเปล่าๆเพียวๆมันเป็นเวทนาที่ปรุงขึ้นมาแล้วเป็นรถสุขก็เรารู้อยู่แล้วว่าคำว่าสุขก็ทุกข์ก็เป็นสิ่งบอกอารมณ์ที่ต่างกันเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เวทนาเพียวๆเฉยๆเท่าๆกันหมดไม่ใช่ไม่เท่าแล้วถ้าเรียกว่าสุขเรียกว่าทุกข์มันไม่เท่ากันแล้วมันไม่เหมือนกันแหละมันเป็นเวทนาเป็นคนละตัวแล้วคนละลักษณะคนละขนาดคนละแบบคนละอย่างจึงเรียกกันว่าสังขารที่ต่างกันไป เพราะในขณะที่เราถนัดกำลังพูดที่เราพูดถึงคำว่าเวทนาคำเดียวมันหมายความว่ามันรู้เรายังไม่มีอะไรก็ไม่ประสมรู้ยังไม่มีอะไรเข้าไปสังขารรู้อย่างธรรมดาธรรมชาติรู้ของเวทนาเป็นตัวธรรมชาติที่มันต้องเกิดแล้วมันก็เกิดเป็นวิญญาณธาตุเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณธาตุหรือผิดพลาดอยู่ในจิตธาตุนั้นเรียกมันว่าเวทนาหรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่ามันเป็นเจตสิกมันก็เป็นจิตนั่นแหละแต่มันเรียกแยกอีกอันนึงเป็นเจตสิกเวทนาเจตสิกมันเป็นตัวรู้มีลักษณะอย่างหนึ่งของมันนะแค่นี้และจิตได้เจอแต่สิ่งที่มีหลายเจ็ดสิบสัญญาอีกอันนึงมีความหมายไปลักษณะหนึ่งจะไม่เหมือนเวทนานะเพราะเวทนาจึงเป็น รู้เริ่มต้นรุ่นแรกพอแตะสัมผัสก็ตามมาด้วยเวทนารู้เมื่อวันรับรู้ซึ่งเป็นด่านต้นแล้วมันก็จะสักแต่ว่ารู้คือรู้ความจริงอันนี้ตรงตามสภาวะแท้ๆเท่านั้นยังไม่มีบัญญัติใดๆเกิดเลยคือยังไม่มีการกำหนดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นในใจยังไม่มีการกำหนดอะไรซ้อนขึ้นมาในใจอีกเลยไม่มีอะไรมีแต่รู้นั่นแหละเกิดแต่ว่าไม่มีมันก็มีนะไม่มีภาษาอยู่ส่วนซ้อนอยู่ขณะนี้มันแตะสัมผัสแล้วมันก็เกิดแล้วล่ะเป็นเวทนาอย่างนั้นแต่ไม่มีอะไรมาเกิดซ้อนอีกหรอกมันเป็นเพียวๆเวทนารู้ๆอย่างตรงๆอยู่เท่านั้นในใจเปรียบเหมือนเราเอาสีแดงป้ายลงไปบนผ้าขาวก็จะเกิดสีแดงนั้นติดผ้าขาวนั้นจริงๆเท่านั้นแต่ถ้า เอานั้นมันหารู้มากกว่าหารู้มากไปกว่านั้นไม่เยี่ยงนี้แหละคือหน้าที่ของเวทนาขันธ์ตัวแรกสุดของจิตมันเป็นมันก็เป็นอย่างเป็นนั่นแหละมันก็รู้อยากรู้ของลูกของรู้รู้และมันยังไม่มีกำหนดอะไรยังไม่มีบัญญัติอื่นอย่าบัญญัติว่าเขียวกับแดงนี่อันนี้มันสโมสรเอาผ้าขาวเอาสีแดงป้ายนี่มันสมุดซ้อนวัตถุบรรยาไปแล้วที่จริงแต่ก็เหมือนกับว่าแล้วก็ลงลองดูสิผ้าขาวสมมุติว่าขาวมันไม่มีอะไรมันอยู่เฉยๆมันก็ไม่ภาษาอะไรมันก็ขาวๆพอเอาแดงไปแตะเข้าปั๊บมันก็เป็นแดงติดอยู่ที่ผ้าขาวตัวพ่อค้าเองมันก็ไม่รู้อะไรแต่มันเป็นนะมันเป็นแดงแล้วมันเป็นมีแดงตายในสมุดซ้อนอ่าสมมติสอนเวทนาก็เป็น มันยังไม่มีสัญญาเข้าไปร่วมคู่ด้วยมันก็มีแค่นั้นเองคือหน้าที่ของเวทนาขันธ์ตัวแรกสุดของจิตมันเป็นสภาวะเช่นนี้นั่นเองมันยังไม่มีแม้แต่ว่าใครเป็นผู้รู้อะไรมันไม่มีตัวตนอะไรใครเป็นผู้รู้อะไรมันก็ยังไม่มีอะไรมันมีแต่สภาวะธรรมที่เกิดโดยความจริงอันแท้จริงและก็แตะติดก็ติดเป็นอย่างนั้นอยู่อย่างนั้นแหละเพราะมีเหตุมีปัจจัยเท่านั้นจริงๆมันมีเหตุมีปัจจัยเท่าที่มันเป็นตัวเจ้าของรูปร่างกายเองจริงๆก็ยังไม่สมมติว่ามีตนเองอยู่ด้วยแต่ยังไม่มีตัวตนนะอันนี้ยังไม่มีสมุดตัวตนเลยและการกำหนดรู้ความหมายของสิ่งนั้นก็ยังไม่มีอีกด้วยยังไม่มีการ แต่มันเป็นธรรมดาแล้วมีสิ่งสองสิ่งแปลกๆมันก็แตะแล้วแต่ไม่มีการกำหนดรู้ไม่มีการกำหนดสะดุ้งสะเทือนไม่มีการกำหนดให้มีอะไรมันก็เป็นไปตามธรรมดามันจะแตกแล้วแต่มันจะประจักษ์ประจักษ์ไม่มีการลุกในการเอาจากเลือดเสียดายอยู่เป็นสุขหรือว่าอยู่ไม่เป็นสุขผลักออกถึงจะสุกมันไม่มีไม่มีอะไรมันแตกก็แตะจากก็จากเป็นธรรมดาของการแต่การจากการโคจรอะไรการอยู่ร่วมหรือไม่อยู่ร่วมอะไรก็เป็นเรื่องของสิ่งที่วนเวียนหมุนเวียนอยู่ในโลกอาจจะไม่มีอะไรอีกด้วยนี่คือเวทนาขันธ์หรือเวทนาเจตสิกแท้ๆเพียวๆด่านแรกของจิตทำงานจึงรู้เหมือนไม่รู้เพราะยังไม่ได้ทำทั้งกำหนดหมาย ยังไม่ได้จดจำลงไปพระเวทนาขันธ์ของใครทำงานอย่างเดียวไม่ส่งงานหรือส่งสภาวะธรรมนั้นไปให้นำมาขันตัวต่อไปทำงานคนพวกนี้ก็เกือบๆจะไม่จะเป็นคนไม่มีใจเป็นคนก็เกือบๆจะไม่มีใจเมื่อเลิกปล่อยจากสัมผัสจากการสัมผัสนั้นก็จะไม่รู้ว่าตัวได้เห็นอะไรสายตาแม้จะสัมผัสกับวัตถุใดๆแล้วก็เหมือนคนเราก็เหมือนตนไม่ได้เห็นวัตถุนั้นหรือคนพวกนี้ได้รับการแตะต้องสัมผัสทางทวาร 1 ทวารใดมีสมมติฐานใดแล้วก็ตามก็ดูเหมือนกับคนนั้นไม่ได้รับรู้สึกกับการสัมผัสนั้นอย่างนั้นแหละแต่ต่อเมื่อสัญญา ทรัพย์ช่วงเอางานต่อจากเวทนาขันบำรุงแต่งรับรู้ต่อจึงจะเกิดการกำหนดหมายเทียบเคียงขึ้นตอนนี้ก็มีคู่ที่จริงสัญญาก็เวทนานี่เป็นคู่เคียงเป็นนามรูปอันหนึ่งมันมันแยกกันไม่ขาดหรอกที่จริงมันแยกไม่ได้แต่ทีนี้มันก็อธิบายว่ามันมีลักษณะอย่างนั้นได้จริงๆเพราะว่าถ้าเวทนาทำงานต่ำจริงๆเวทนาทำงานต่ำยิ่งคุณรู้สึกคุณเคยเคยเคยรู้สึกเคยพิจารณาก็ได้แต่คุณก็ยืนจิตของคุณนี่นะคุณเอาจิตเจตสิกอะไรอะไรของคุณไปทำงานอื่นหมดเลยตาคุณก็สัมผัสคิดว่าเธออย่างเงี้ยมีอะไรผ่านแสงก็มีสิ่งเงินผ่านก็ผ่านอาจจะมายืนรออยู่ข้างหน้าด้วยซ้ำไปทั้งคู่ใหญ่แต่เสร็จแล้ว กูจะผัดอยู่ตรงหน้าตั้งนานแล้วด้วยซ้ำไปเสร็จแล้วเขาก็เดินออกไปหายไปแต่จริงของคุณมันก็ทำงานแตะรู้สึกนิดนึงว่ามีอะไรมาผ่านเสร็จแล้วมันก็ผ่านไปเสร็จแล้วก็ไม่เอาใจใส่ไม่มีสัญญากำหนดอะไรมากมายแล้วก็ผ่านไปแต่เรื่องที่คุณไปทำงานอยู่ร่วมด้วยจิตของคุณก็ทำงานไปไอ้จิตตัวที่มันมีอะไรผ่านนิดนึงแล้วคุณก็มีเวทนามีสัญญากำหนดนิดนึงเท่านั้นแหละเขาก็จะรู้ว่ารู้สึกว่ามีอะไรแว๊บๆการที่กำหนดไว้มากกว่านั้นไม่มีก็จะรู้ว่าเออเราไม่มีมีค่าที่มันมันกำหนดน้อยเวทนามันทำงานแต่แล้วทั้งนั้นแหละเต็มเต็มตัวแต่ว่าสัญญามันทำงานร่วมด้วยผสมลงไปน้อยเหลือเกินมันเป็นน้ำยาน้ำยากำหนดหมายร่วมด้วยน้อยเหลือเกินมันก็เลยแทบจะไม่ จำก็ไม่ได้กำหนดหมายก็ไม่ชัดว่าอะไรของมันวะอะไรมันผ่านแบบเมื่อกี้นี้หมาหรือคนอะไรกันแทบจะไม่มีแต่ก็รู้สึกว่ามันมีเมียคุณยังไม่ได้หลับคุณยังไม่ได้เป็นอะไรคุณก็ยังมีเป็นคนเป็นๆคนอื่นเขาก็เห็นผ่านถ้าคนอื่นมองมาไกลๆก็เห็นแล้วว่าคนนี้เดินผ่านไปแล้วเราก็ยืนอยู่ต่อหน้าคนนั้นสมมุติว่าคนนี้เป็นขโมยผ่านไปคนนั้นตามมาถึงปั๊บบอกมาเมื่อกี้มันไปทางไหนไอ้เราเกิดมีอารมณ์จิตอยู่อย่างนี้นะเมื่อกี้เนี่ยคือเราไม่ได้สังเกตไม่ได้มีสัญญาอะไรเลยแต่มีแต่เวทนาตัวเวทนามันมองทื่อๆเฉยๆมีตัวสัญญาก็เป็นกำหนดนิดนึงผ่านไปแล้วเราก็ไม่รู้แล้วเราก็ไม่ได้สังเกตด้วยเป็นใคร ใบอะไรก็ไม่รู้แต่เขาตามมาเขาบอกว่าเป็นขโมยพอมาถึงเราก็บอกว่าป๊ามาเห็นแล้วหน้าตาเป็นอย่างนี้จำได้ไหมคนนั้นเป็นยังไงคุณยืนจ้องอยู่อย่างนี้ตั้งนานไม่รู้เราบอกว่าไม่รู้เขาจะหาว่าเราโกหกเลยขอดูนอกนี่เหมือนกับคุณกำลังดูคุณกำลังกำหนดคุณกำลังจะทำถ้าตามฉันมาสามัญสำนึกแล้วถ้าคุณไม่มีอารมณ์จิตที่มันแย่ไปอีกต่างหากคุณใส่ใจอยู่ตามรูปขันของมันที่เป็นอย่างนี้มันควรจะเป็นอย่างนี้นะคุณก็จะต้องรู้คนคนนี้คุณก็จะต้องกำหนดหมายคุณก็จะต้องรู้ชัดขึ้นมาตั้งเยอะตั้งแยะกว่าแต่คนที่ตามมานะมาทวงเอาเนี่ยเพราะเขาสัญญานอกเขากำหนดนอกตามความควรจะเป็นอย่างนี้ก็เป็นได้แล้วคุณก็ต้องระลึกดูคุณย้อนดูบุพเพสันนิวาสสติดูอย่างที่ว่าเนี่ยราย อย่างนี้มันมีตั้งมากมายมันรู้มากบ้างน้อยบ้างบางทีมันไม่รู้เลยไอ้ที่ไม่รู้เลยกูก็จำไม่ได้เลยเพราะว่าเวทนามันทำมันเป็นงานนั้นแต่ว่ามันไม่มีสัญญาณเข้าไปร่วมมันก็ไม่มีอะไรเลยคุณผ่านแล้วแต่คุณก็ไม่รู้เลยว่าคุณผ่านแล้วคุณก็บอกว่าคุณไม่ได้ผ่านผ่านนะแต่นะแต่ว่าไม่มีอะไรทำงานร่วมสัญญาก็ไม่ร่วมด้วยระบบนิดนึงก็ผ่านนิดนึงไม่รู้ว่าอะไรบ้างมากแค่ไหนก็รู้แต่ว่าผ่านนิดนึงสัญญาก็ไปร่วมด้วยนิดนึงทำงานนิดนึงมันเป็นอย่างนั้นมันรู้มันก็รู้น้อยเข้าใจไหมเออจิตเราเนี่ยนึกตามเนี่ยจิตเวชสัญญาสังขารวิญญาณเราจะเข้าใจเศรษฐกิจและจะเข้าใจหน้าที่ของจิตอันที่สำคัญ เจ็บทั้งใจจะเสร็จแล้วมันก็เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาอาทิตย์นี้มาถึงด้านสัญญาก็เป็นตัวกำหนดหมายถ้ามันกำหนดหมายรับช่วงว่ารู้มันก็จะทำงานร่วมด้วยสัญญาขันธ์รับช่วงเอางานต่อจากเวทนามาปรุงแต่งรับรู้ต่อจึงจะเกิดการกำหนดหมายเทียบเคียงขึ้นถ้านำไปเทียบกับความจำเดิมที่เคยรู้สิ่งนั้นเรื่องนั้นมาก่อนแล้วก็รู้ว่านั่นคือสิ่งที่เคยรู้มาแล้วพอดีมาสัมผัสกับสิ่งนี้เข้าเวทนาแตะปั๊บสัญญาณทำงานร่วมอ๋อไอ้เทียบกับไอ้จิตสัญญาเก่าที่เราเคยจำได้ชัดๆมวยมันแม่นๆแล้วก็ไอ้นี่รู้แล้วไม่ต้องบอกอะไรต่อมันก็รู้แล้วอย่างที่เคยรู้มันก็มีคำตอบอยู่ในตัวอ๋ออันนั้นอันนี้อันนี้อันนั้น สิ่งที่รู้มันก็เป็นสิ่งที่จำจำเป็นสิ่งที่รู้มาแล้วก็รู้ว่ามันรู้แล้วเรื่องนั้นรู้มาก่อนแล้วนั่นคือสิ่งที่เคยรู้มาแล้วแต่ถ้าสิ่งนั้นแปลกใหม่ก็รู้ว่าสิ่งนั้นยังไม่เคยรู้หรือแปลกไปจากที่เคยรู้มาก่อนพอรู้เช่นนี้ก็นับว่าเป็นการจำไว้ในใจในจิตด้วยการรู้ใหม่นี่ก็เป็นการจำใหม่แต่รู้ว่าแปลจากที่เคยรู้มาแล้วแล้วจะอดที่จะต้องสนใจถ้าติดใจถ้าพอใจก็อดที่จะดูอีกใหม่ซ้ำชั้นยามลงไปอีกเน้นลงไปให้แน่นลงไปอีกอดไม่ได้ถ้าคุณนั้นยังใส่ใจหรือพอใจสนใจแต่ถ้าไม่พอใจไม่สนใจถึงแม้จะใหม่มันก็ช่างมันแปลกก็ช่างมันแต่ว่าเราเองรู้ว่ามันไม่เหมือนกับไอ้ที่เราเคยมีเคยเป็นไม่เอาซะด้วยเอ้ยนี่ไม่เหมือนที่เรา เกิดจิตของเราโน้มน้าวไปสนใจแต่สิ่งที่เราจะเอาพอรู้ว่าอันนี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาแล้วมันแปลกนะวางเลยวางจนเร็วบางทีจนจะจำจำไม่ได้ซ้ำไปว่าไอ้ที่แปลกที่ใหม่ที่ไม่เหมือนกับที่เราได้เคยรู้อะไรไม่รู้ไม่เกี่ยวไม่ใส่ใจก็ไม่ได้ติดใจว่าจะเอาหรือว่าจะสนใจจะไปทำกิจกับวันนี้ไม่รู้ว่าแปลกนิดนึงเหมือนกันแต่ว่าไม่เอาเลยแล้วก็ไม่รู้เลยว่าอะไรแต่แต่ยังไงมันอะไรกันแน่อย่างนี้ก็เป็นได้บางทีจะเป็นของแปลกใหม่ที่เพิ่งรู้ใหม่ด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ใส่ใจว่าอะไรแต่ส่วนมากคนเรานี่มันมีจิตอยากรู้ของใหม่มันเหมือนกับว่ามันจะเป็นปัญญามันไม่รู้อะไรขึ้นมาอีกใหม่หรือว่าเราได้รู้มากเหมือนเราได้รู้มากแล้วเราจะกลายเป็นคนเก่งแต่เราได้รู้มากไม่รู้อันนู้นอันนี้มาคุยโม้มากๆก็รู้สึกว่าเราเป็นคนเขื่องเหมือนกัน มันก็สิมักจะสนใจสิ่งที่แปลกใหม่นั้นเอามาไว้จำไว้รู้มันให้ละเอียดว่ามันเป็นอันนี้ๆๆแล้วก็ได้อะไรรู้เพิ่มเติมขึ้นนี่เป็นการรู้ที่รู้เพิ่มเติมเข้าไปในโลกเท่านั้นเองบางอย่างก็ไม่มีความจำเป็นอะไรในชีวิตเลยที่จริงไอ้สิ่งที่จำเป็นในความเป็นในชีวิตแต่มันมีอยู่แล้วมันมีหมดแล้วแต่เราเป็นรูปเพิ่มนี่มันก็รู้ไปมันก็เข้าไปรู้นอกโลกไปรู้อะไรต่ออะไรไปเราก็คิดหาเหตุผลว่าใครฉันจะไปเตรียมสถานที่ไว้สำหรับที่จะขยายคนละโลกไปอยู่อีกโลกหนึ่งอะไรมันก็หาเรื่องไปจริงๆแล้วมันอยากรู้ใหม่ๆแปลกๆแล้วมันก็หาเรื่องรู้ใหม่รูปแปลกไปอันนี้ถ้าเราเมื่อถ้าสิ่งนั้นแปลกใหม่ก็รู้ว่าสิ่งนั้นยังไม่เคยรู้หรือแปลกไปจากที่เคยรู้มาก่อนพอรู้เช่นนี้ก็นับว่าเป็นการจำไว้ ด้วยสนใจมากก็จำได้มากหรือประทับไว้ในจิตแปลงประจำหรือจดจำไว้ในจิตนั่นชัดกว่าก็เป็นธรรมดาถ้ารู้ไม่มากกำหนดไม่ชัดก็รู้บ้างไม่รู้บ้างจำได้บ้างจำไม่ได้บ้างยิ่งถ้าสัญญาไม่ค่อยทำงานกำหนดหมายก็มีบ้างจำได้ก็นิดหน่อยหรือเดี๋ยวเดียวสภาวะดังนี้แหละที่เรียกว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ก็ไม่ใช่มีอธิบายตัวสัญญาทีนี้พอเรากำหนดเรียนรู้เรียนอธิบายคำว่าสัญญามาจนได้เรื่อยๆแล้วทีนี้ก็อธิบายละเอียดหน้าที่ของมันเริ่มทำหรือมีอะไรตัวไหนตัวตรงๆก็เดินมาจนมาถึงจิตตัวที่เนวสัญญานาสัญญาที่ภาษาบาลีเรียกมันหมายความว่าอย่างนี้นั่นเองหมายความว่าสัญญานี่มันทำงานทำงานกับสัญญาใดก็ตามหรือทำงานกับสัญญาใหม่เนวะเนี่ยมันแปลว่าใหม่นะนานิแปลว่าใดเพราะสัญญาที่เป็นสัญญากับตัวใหม่สัญญากับตัวที่ใดอื่นใดที่มันต่างกันไปอีกนานๆมันเป็นอีกมากๆขึ้นเพิ่มขึ้นมาเนี่ยถ้าไปสัญญาที่มันสัญญาแม่นสัญญาณแน่ก็เป็นสัญญาให้เขาเคลียร์อารมณ์รู้ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ยังไม่รู้อะไรตั้งมากตั้งมายที่จริงไม่ได้รู้น้อยหนึ่งแล้วก็ไปทำ app สัญญาพึ่งกำหนดสัญญากับเขาได้สัญญาใหม่ได้อันอื่นที่ต่างจากยังไม่เคยรู้เพราะฉะนั้นพวกที่ได้ช้างหรือว่ารู้ชาในส่วนมากก็รู้ชาเนสว่าสัญญานะสัญญานี่ไงลูกชายชั้นเรียนชั้นๆปิดๆยังไม่ได้เข้าในเรือนหรอกที่จริงอยู่ชานเรือนโน้นคำว่าฌานภาษาไทยนี่จึงถามจริงๆชอช้างนี่ก็แปลว่ารู้นะแต่ว่ารู้นะชานะชาหน้าโตชาตินี่มันเพิ่งจะกลายขึ้นมาเยี่ยมชาญทั้งนั้นยังไม่เข้ามาในเรือนยังไม่ได้มาเห็นสมบัติพัสถานอะไรเนี่ยเป็นแต่เพียงไกลๆไปปลายๆโทรได้เข้ามาแตะช้าหน่อยนึงในคำว่ารู้หน่อย รถบังคับบัญชาการมีภาษาไทยเอามาตั้งชื่อชานเรือนเลยทานเดือนเลยถ้าลักษณะชานเรือนนี้นะมันก็เป็นลักษณะของสิ่งที่มันพึ่งได้เข้ามายังไม่เข้ามาถึงข้างในอาทิตย์นี้ผู้ที่อยู่ข้างในแล้วเสร็จแล้วกำลังจะข่ายจะเลิกโลกจะเลิกกับสิ่งที่เป็นแก่นสารที่เราหลงว่าเป็นแก่นสารเหมือนกับเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่เราได้เกิดมาประเสริฐเหลือเกินตอนนี้เราจะไม่หลงในความประเสริฐของความเป็นมนุษย์เราจะทิ้งความเป็นมนุษย์เราจะเป็นพระอรหันต์ไม่ได้เรื่องแล้วจะดับแล้วไม่เกิดอีกแล้วพอทีละเบื่อแล้วเกิดเป็นมนุษย์หลายชาติหลายชาตินักเต็มที่แล้วเมื่อยจะเป็นพระอรหันต์จะวางศูนย์แล้วสุดท้ายได้รู้ๆๆจนรู้เกือบหมดแล้วจนเอาแก่นเอาสารเกือบ จนสุดท้ายมันก็ยังติดในอะไรอีกอยู่ยังเป็นซากนี่ยังไม่คลายซากสิ่งที่ไม่คล้ายซากนี้ว่าฌานมามานี่คือผลนะจะทิ้งผลและจะเหลือแต่ชาญแห่งผลฟังดีๆดิใช้ภาษาไทยมาอธิบายผมนี่เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนิรุตติและอัตถะยังซับซ้อนอย่างปฏิภาณจะรู้ทันเชิงก็เอาชั้นเชิงเหล่านี้มาอธิบายมาเป็นสื่อความหมายคุณเข้าใจภาษาไทยเป็นภาษาวิญญาณเป็นภาษาที่ซาบซึ้งเป็นภาษาของคุณเองเพราะฉะนั้นก็เอาภาษาของคุณเองนี่มันสื่อความหมายให้คุณฟังอย่าอธิบายคำว่า ที่จริงเช้าเอาสำเนียงมาตั้งแต่ก่อนยังไม่มีการแบ่งภาษายังไม่มีตัวอักษรจะแบ่งว่าชาญชช้างช้างฌยังไม่มีตัวหนังสือมันขึ้นเกิดทีหลังคำว่าชาญที่ชอช้างฌเนี่ยหรือคำว่าฌานที่มีความหมายอย่างหนึ่งเป็นลักษณะรู้ฌานลักษณะหนึ่งเป็นลักษณะเป็นสภาพของภาคปฏิบัติของธรรมที่จะทำจิตให้ล้างกิเลสเพ่งและเผาเนี่ยมันก็มีความหมายซ้อนอยู่ในตัวทีนี้ถ้าบอกว่าถ้ามันเป็นตัวเลิศออกไปอีกแล้วเป็นฌานชช้างเนี่ยที่จะออกเสียงตัวเดียวกันชาญๆแต่เวลาก็เป็นภาษาบาลีเขาแล้วพอเข้ามากำหนดมาให้มันแปลกเขาก็มาออกทำกำหนดเสียงโฆษะอโศกเสียงนาสิกไม่มามีนายสิทธิ์อะไรก็ตามแต่เขาก็มาทำของเขาเองชานเขาทำเป็นเสียงลึกฉะเชิงเทรา Porn ให้มันเป็นนอกเป็นนายซึ่งมันเสียงคล้ายกันแบ่งความต่างออกไปในสำเนียงเท่านั้นเพื่อที่จะกำหนดหมายรู้ว่าอันนี้มันมาเอาตัวนั้นนะอันนี้มันหมาตัวนี้นะเพราะเวลาใช้เสียงแล้วมันไม่ได้มาเขียนเป็นตัวหนังสือถ้าเขียนตัวหนังสือก็แล้วไปชช้างก็ตัวนึงซึ่งกำหนดตัวลักษณะอย่างนี้ฉก็เชิญแล้วไปกำหนดลักษณะอย่างนี้ก็เอาตามรูปทีนี้เมื่อมันไม่มีลูกก็กำหนดตามเสียงเสียงโทรศัพท์หมายความว่าเสียงลึกเสียงโทรศัพท์แปลว่าเสียงกล้องไม่ดังเบาๆอะไรอย่างนี้เป็นครุลหุเป็นคำหนักคำเบาอะไรก็แล้วแต่ซึ่งเป็นการกำหนดเสียงออกมาให้รู้กันเท่านั้นเองนะพอทีนี้ก็กำลังจะอธิบายถึงเนื้อหาโดยออกภาษาและเอาเรื่อง ประกอบในนิทานประกอบอธิบายให้รู้ว่าคำว่าชาญในเมื่อมันแล้วเพราะฉะนั้นเมื่อตั้งต้นใหม่มันก็หมายความว่าสัญญาใหม่ๆคุณเข้าไปดูเหมือนกับคุณเข้าไปเดินเข้าไปแค่ถึงชานเรือนเขาเท่านั้นเองยังไม่ได้เข้าไปถึงในเรือนยังไม่ได้เข้าไปเห็นสมบัติพัสถานอะไรของเขาสักหน่อยเพียงแต่ว่าได้รู้เล็กน้อยมีเมาส์สัญญานะสัญญาแบบรู้เล็กน้อยรู้ใหม่แต่ว่าสิ่งที่คุณได้รู้มากแล้วจะยึดถือด้วยซ้ำจนหลงใหลติดยึดนึกว่าเป็นแก่นสารสาระมาตั้งนานแล้วเป็นผลของสิ่งที่มนุษย์ควรยึดควรถือคุณก็เอาแก่นสารนี้มาตั้งนานแล้วเรียกว่าผลเรียกว่าหมากแล้วก็พ้นเรียกว่าหมากหรือว่าอร่อยหรือว่าชีวิตชีวาเลยเหลือเกินและคุณก็จะมาทำมันจนกระทั่งมันเบื่อแล้วมาใช้มันจนเบื่อแล้ว เหมือนคนกินหมากกินจนกระทั่งคุณกินจนกระทั่งหมดเนื้อหมดสารหมดอร่อยแล้วจื
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive