220721-2-136 ทางเอกภาค2-ตอน136(หน้า285)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์161 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศก 500 เอามาถึงเวลาแห่งกิจวัตรของเรามีสิ่งที่เป็นปกติจิตเป็นปกติงานที่มันวนรอบต้องกระทำหรือว่าควรกระทำถ้าเราก็ได้กระทำกันอยู่ประจำไม่มีเวลาเราจะทำอะไรเรามีสติสัมปชัญญะแล้ว ความตั้งใจเมื่อไม่มีฉันทะเราก็พยายามเพิ่มฉันทะโดยรู้ว่าเราเองเราเพิ่มฉันทะคืออะไรจะทำอย่างไรได้ว่าเพิ่มฉันทะเพิ่มฉันทะคือจะต้องรู้ในดีสิ่งที่เราจะกระทำหรือกำลังกระทำอยู่เนี่ยมันดีต้องพยายามรู้เห็นหาเหตุหาผลในเรื่องในสิ่งที่เรากระทำว่ามันดีเมื่อเราเพิ่มเหตุผลในสิ่งในเรื่องที่เรากำลังกระทำอยู่นั้นเรื่อยๆขึ้นนั่นแหละคือการเพิ่มฉันทะ จุดเพิ่มให้รู้ว่ามันดีทำความเข้าใจทำการบอกหรือว่าทำให้จิตมันเปิดมันแจ้งมันขยายจิตมันก็ย้ายขึ้นให้มันซาบซึ้งให้มันรับรู้ว่าที่เรากำลังจะทำอยู่นี่เป็นเรื่องดีเป็นสิ่งดีแล้วเราก็จะได้เกิดการมีใจยินดีหรือว่าเปิดรู้เปิดรับเปิดกว้างออกมาทำงานกับดีมากขึ้นจึงเรียกว่าฉันทะถ้าไม่เช่นนั้นเราก็เฉยๆๆคนเราน่ะมันรักดี ความรักดีในโลกและยิ่งเป็นผู้ที่เป็นคนมีภูมิเป็นคนที่มีความรู้เป็นคนที่มีปัญญาก็ยิ่งจะนมน้องไปในทางที่จะเร่งตนหรือว่าดันตนผลักดันตนให้ขึ้นไปหาดีหรือขึ้นไปสู่ดีเรื่อยๆแต่เป็นเรื่องธรรมดาคนชั่วก็จะต้องไปหาชั่วผลักดันตนลงไปหาชั่วไปหาเสื่อมฉันพูดที่มีภูมิมีปัญญาดีก็ต้องพยายามผลักดันตนไปสู่ดีแม้มันจะเหน็ดเหนื่อยแม้มันจะยากลำบากไม่ต้องมีอุปสรรคอะไร สู้อะไรก็จะต้องเอาสำหรับผู้ที่มีภูมิมีปัญญาที่เข้าใจว่าควรเอาในสิ่งที่ดีหรือแม้แต่คนที่ชั่วก็ตามก็พยายามเหน็ดเหนื่อยไปหาช่วงก็พยายามเหมือนกันนั่นแหละเพราะมันอยู่ที่สัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิมันเป็นหลักใหญ่แต่ปรากฏว่าเกิดสัมมาทิฏฐ

อ่านต่อ

ิแล้วมันก็ผลักมาหาดีที่ถูกต้องเกิดมิจฉาทิฏฐิมันก็ผลักไปหาชั่วก็นึกว่าถูกต้องเหมือนกันในขณะใดขณะใดที่มันโง่จะจับมันหลงจะจับมันก็ไปอย่างนั้นแต่เราก็ทำกันไปชีวิตแห่งการศึกษาเราเป็นเซลล์เขาบุคคลเพื่อศึกษาไปจนกว่าเราจะสำเร็จการ อเสขะแม้กระนั้นก็ดีถึงแม้ว่าเราจะสำเร็จการศึกษาบุคคลเหมือนผู้ได้ปริญญาผลที่ได้รับของเรานั้นเป็นผลแห่งมนุษย์ที่มนุษย์แสวงหาอย่างแท้จริงมนุษย์ทุกคนที่ซอกๆๆอยู่ทุกวันนี้แสวงหาสิ่งที่พ้นทุกข์หรือเรียกในภาษาอริยสัจว่าพ้นทุกข์นี่แหละเรียกในภาษาคนๆว่าสุขเขาหวังภาษาคนคนแต่ที่จริงภาษาอริยสัจไม่มีคำว่าสุขเป็นการพ้นทุกข์เพราะว่าการเกิดเป็นทุกข์เพราะฉะนั้นมัน หลงทำให้มันเกิดมาตั้งนานนับชาติแล้วจนกระทั่งป่านนี้มันก็มันก็คือตัวทุกข์นั่นแหละในเมื่อเราเองได้ศึกษาถึงวิธีการปลดปล่อยถึงวิธีการทำจบจนแน่ใจว่าเราจบสนิทก็หมดปัญหาในการที่จะเลิกทุกข์แล้วไม่ต้องทุกข์อีกแล้วแม้ปัจจุบันเราก็ทำให้ตนไม่ทุกข์ได้ในโอกาสต่อๆไปที่มันจะติดต่ออยู่ยังเชื่อมโยงต่อไปอยู่เราก็ทำให้มันไม่ถูกได้ไม่เรียกว่าเป็นผู้ที่จบจบการศึกษาเราไม่ทุกข์จริงๆมีรูปนามขันธ์ 5 มันก็ไม่ทุกข์มีสมบัติพัสถานอะไรอีกมันก็ ไม่มีมันก็ไม่ทุกข์และผู้ที่ท่านรู้ทุกข์นั้นท่านจะโน้มไปในทางไม่มีท่านจะไม่น้อมไปในทางมีที่ทำมีอยู่นั้นก็ดึกความเกื้อกูลด้วยคุณธรรมและคุณธรรมและคุณค่าของมนุษย์ที่ชื่อว่าอรหันต์นี่เป็นพวกมนุษย์ที่มีคุณค่าเป็นมนุษย์ที่ต้องเทิดทูนเป็นมนุษย์ที่ต้องยกไว้กราบไหว้ไว้ทีเดียวเพราะเป็นมนุษย์ที่ไม่เอาเปรียบเป็นมนุษย์ที่เสียสละเป็นมนุษย์ที่สร้างสรรค์เป็นมนุษย์ให้แก่ผู้อื่นจึงเรียกว่าตัวพระเจ้าแท้ๆ วัดพระเจ้าก็คือมนุษย์ผู้บรรลุอรหันต์หรือผู้เป็นอริยะเป็นลูกพระเจ้าหรือว่าเริ่มต้นก่อนความเป็นพระบุตรของพระเจ้าก็มีความเป็นอรหันต์ขึ้นมาเรื่อยๆหรือมีความเป็นอริยะขึ้นมาเรื่อยๆเป็นชั้นๆชั้นต้นชั้นกลางชั้นปลายเป็นระดับๆไปสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงแบ่งเอาไว้อย่างแปลกระดับอย่างละเอียดแต่ระดับอย่างละเอียดพอสมควรเป็นหมวดหมู่พอสมควร 4 ระดับอย่างใหญ่แต่ก็เป็นลูกพระเจ้าหรือเป็นพระบุตรที่แท้จริงเมื่อเราเป็นลูกพระเจ้าเราก็เป็นฉายาผู้มีฉายาของพระเจ้าแท้ๆเป็นมนุษย์แท้ๆ จับเวลาสร้างอดัมกับอีฟก็สร้างเพื่อเป็นฉายาของพระองค์ท่านสร้างฉายาของพระองค์เหมือนพระองค์พระเจ้าสร้างพระบุตรออกมาไม่ใช่ทราบพระบุตรสร้างมนุษย์ออกมาพระเจ้าสร้างมาให้เป็นเหมือนพระองค์ในการสร้างกับแน่นอนก็ต้องเป็นพระบุตรเพราะในฐานะแรกฐานะของอาดำกับอีฟยังไม่พบกษัตริย์ต่างก็เป็นผู้ที่บริสุทธิ์เป็นพระบุตรสาวมาให้เหมือนพระองค์เป็นตัวแทนของพระองค์เหมือนพระองค์ทุกอย่างก็ว่าไว้กับพี่เขาว่าไว้ ชัดเลยก็จริงน่ะจริงก็ต้องทำกล่าวนั้นเป็นคำกล่าวที่จะต้องพูดฉลาดถึงจะรู้ว่าพระเจ้าก็คือมนุษย์มนุษย์ก็คือพระเจ้าพระเจ้าสร้างมนุษย์กับมนุษย์นั่นแหละเป็นพระเจ้าเพราะฉะนั้นเราเป็นมนุษย์หรือยังเราได้สร้างตัวเราเองเป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ให้เป็นผู้ประพันธ์เป็นผู้เสียสละเป็นผู้ที่มีพระจิตวิญญาณหรือมีจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ลักษณะ 3 ของพระเจ้าก็มีพระผู้ประทานเป็นพระผู้สร้างสรรค์เป็นผู้สร้างเป็นพระจิตบริสุทธิ์ลักษณะ 3 ของพระเจ้าเรา ไพจิตรบริสุทธิ์คือพระจิตที่ไม่มีกิเลสตัณหาเพราะจะบริสุทธิ์แล้วก็เป็นพุทราเป็นผู้ประพันธ์หรือเป็นผู้ให้ๆๆมีแต่ให้ถ้าลักษณะ 3 นี่มีอยู่ในตัวเราตัวเราก็คือตัวพระเจ้าฉายาของพระเจ้าตัวแทนของพระเจ้าเป็นหนึ่งอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้าหรือพระเจ้าคืออันหนึ่งอันเดียวกันกับเราเราคือพระเจ้าพระเจ้าคือเราที่สุดเราก็จับพระเจ้าได้แล้วเราก็รู้ความหมายของพระเจ้าแล้วข้าเจ้าคือเราแต่ก่อนจะเป็นพระเจ้าก็ต้องมีความจริงเราจะเป็นพระเจ้าจริงได้ก็ต่อเมื่อเราเอง บริสุทธิ์จริงๆจิตไม่มีกิเลสตัณหาแล้วก็เป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ประพันธ์บอกให้ให้สร้างสร้างให้ให้แล้วก็สร้างอย่างมีปัญญาสั่งยังมีปัญญาสร้างอย่างมีความจริงใจมีประโยชน์ที่คุณค่าอย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมายที่สูงสุดของศาสนาอื่นๆก็มีจุดมุ่งหมายที่สูงเช่นเดียวกันจุดสุดยอดสุดยอดเป็นพระพรหมเป็นพระพรหมหรือว่าเป็นพรหมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพรหมมีพรหมจรรย์ตั้งแต่ศาสนาที่เขารู้มาแต่เดิมศาสนาพราหมณ์และศาสนาที่มีพรมอย่างที่เราตามรู้ได้คณิตศาสตร์จนกระทั่งมาถึงศาสนา เดี๋ยวนี้เป็นศาสนาที่เรียกว่าพระเจ้าแบบคริสต์พระเจ้าแบบอิสลามอะไรเนี่ยก็ตามก็เป็นจุดสุดยอดสูงยอดเป็นคุณงามความดีอันสูงหรือเกินศาสนาพุทธนั้นเป็นศาสนาแห่งความปลดปล่อยถึงที่สุดแห่งอัตตาซึ่งเป็นการอธิบายถึงชั้นระดับละเอียดที่สุดชั้น 1 คือชั้นที่แม้เราจะเป็นดีที่สุดเป็นสุภาพที่ดีที่สุดเป็นมนุษย์โสที่แท้เป็นพระเจ้าที่จริงแล้วเรายังไม่หลงในพระเจ้าเรายังไม่หลงในสิ่งที่ยังมีอะไรที่เราไม่รู้ยังมีอะไรที่พลางๆ ยังไม่เหลืออะไรที่มันพรางเปิดเผยหมดศาสนาแห่งพระเจ้าที่อธิบายกันอยู่ส่วนมากก็พยายามที่จะยกพระเจ้าไว้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครเห็นเป็นสิ่งหนึ่งที่สูงสุดยอดมีอำนาจสูงมากซึ่งก็จริงแต่ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นกลับไม่บอกว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครเห็นไม่ใช่เป็นสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องรู้ต้องเห็นและเห็นได้เป็นได้และเห็นได้อย่างชัดแจ้งแล้วก็เห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่น่ายึดถือจนกระทั่งทำให้ทุกข์ซ้อนทุกข์สุดท้ายศาสนาคริสต์ปลดปล่อยอัตรา แต่เราก็หยุดฟังซ้อนแต่เราก็ยึดยึดสิ่งที่สร้างยึดสิ่งที่เป็นยึดเพื่อความเป็นยึดเพื่อความสร้างสรรค์แต่ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ยึดติดใจไม่ได้ดูดซึมไม่ได้หลงใหลจะยิ่งใหญ่เท่าใดเท่าใดก็มีปล่อยเป็นที่สุดวางเป็นที่สุดเลิกขาดเป็นที่สุดได้อย่างแท้จริงไม่หลงเหลือเศษอะไรอีกเลยเป็นศาสนาแห่งอนัตตาทำเพราะฉะนั้นศาสนาคริสต์ก็ตามศาสนาอะไรก็ตามที่เขามีบทบาทอยู่มากศาสนาพราหมณ์ไม่มีบทบาทแล้วมีศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลามและศาสนาอื่นๆที่มีพระเจ้าเช่นเดียวกันเขา บอกว่าศาสนาพุทธนี้เป็นศาสนาที่แปลกอยู่ศาสนาเดียวที่เป็นศาสนาที่ไม่มีพระเจ้าก็พูดอย่างนี้ว่ากันจริงแล้วเขาพูดผิดพุทธศาสนาพุทธมีพระเจ้าเพราะศาสนาพุทธรู้ความมีความสูงสุดที่ศาสนาอื่นบอกว่ามีศาสนาพุทธมีและศาสนาพุทธรู้แจ้งชัดในความมีนั้นตลอดทั้งหมดด้วยแม้ว่าพระเจ้ามีศาสนาพุทธเห็นพระเจ้าเพราะศาสนาพุทธเป็นพระเจ้าอย่างชัดแจ้งได้สูงสุดเป็นพระบุตรที่แท้จริงได้แต่พระบุตรที่เป็นผู้ที่เป็นฉายาของพระเจ้าจริงๆได้ มีความสูงสุดได้บริสุทธิ์สุดได้รับประทานหรือว่าให้เป็นตัวแทนเลยเป็นตัวอย่างเป็นแบบฉบับเป็นฉายาอันที่พระเจ้าเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้าพระเจ้าเป็นอย่างไรพระบุตรเป็นอย่างนั้นเป็นตัวแทนที่ไม่คดโกงเป็นตัวแทนที่ไม่เบี้ยวเป็นตัวแทนที่จริงได้สูงสุดเพราะฉะนั้นศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่เข้าใจพุทธเพียงพอจึงบอกว่าศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้าศาสนาพุทธมีพระเจ้าผู้ที่เข้าใจพระเจ้าอธิบายพระเจ้าอย่างเช่นท่านยกพระเจ้าเทียบเท่ากันนิพพานเลยทีเดียว เราก็พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านิพพานพรหมมีแล้วก็เข้าใจนิพพานพรมแต่พรหมสิทธิ์เข้าใจพุทธไหมล่ะเข้าใจนิพพานพุทธไหมพระเจ้าผู้ที่ศึกษาพระเจ้าถ้าเข้าใจนิพพานพุทธท่านก็เป็นพุทธโดยธรรมธันวาคมพระเจ้าด้วยถ้าไม่ติดยึดในหลงใหลในพระเจ้าด้วยไม่สำคัญมั่นหมายในพระเจ้าด้วยพระศาสนาพุทธนั้นสอนนิพพานจะแปลนิพพานว่าพระเจ้าก็ไม่มีปัญหาแต่ศาสนาพุทธนั้นแม้ได้นิพพานแล้วก็ไม่สำคัญมั่นหมายในนิพพานไม่หลงใหลในนิพพานไม่สัญญาไม่ติดยึดในนิพพานเป็นที่สุดคือคำว่านิพพานก็คือคำว่าพระเจ้าเหมือนกันแต่วันนี้ผ่านพ้น พรานพระเจ้าจะบอกว่าสูงสุดยอดเป็นนิพพานก็ถูกแต่พระพุทธทาสอธิบายนิพพานอย่างที่ท่านมีภูมิท่านเข้าใจท่านเปิดเผยในตัวท่านเองท่านจะปล่อยพระเจ้าด้วยก็เรื่องของท่านถ้าไม่ปล่อยพระเจ้าหรือว่าท่านเองท่านบอกว่าพระเจ้าท่านก็รู้แล้วถ้าพระเจ้าท่านไม่คิดประยุทธ์แต่ท่านจะประนีประนอมโดยการเปิดเผยออกในวงกว้างอย่างสัมพันธ์ไมตรีการไม่ตีแรงไม่ตีหักโค่นหรือว่าข่มกันก็ดีก็ดีแต่แท้จริงความรู้ที่รู้สูงสุดไปอีกแม้พระเจ้าแล้วก็ไม่มีปัญหาในพระเจ้าและศาสนาพุทธที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าจริงก็คือผู้ยังไม่รู้ แล้วยิ่งไม่เข้าใจไปเอาแต่บัญญัติพระเจ้าแล้วมาตีกันพระเจ้าไม่ใช่ของจริงพระเจ้าไม่ใช่อย่างโน้นอย่างนี้ก็เพราะเราไม่รู้พระเจ้าถ้าเรารู้พระเจ้าแล้วมันไม่มีปัญหาอะไรเราก็จะต้องเป็นพระเจ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวเป็นพระบุตรเป็นพระบุตรน้อยๆไปก่อนพุทธบุตรนี่แหละคำว่าพุทธก็คือพระเจ้าใหญ่พระพุทธเจ้าใหญ่แล้วเราก็เป็นอย่างนั้นสิ่งนั้นจริงๆเป็นจนกระทั่งถึงยอดสุดก็ไม่ได้หลงใหลไม่ได้ติดยึดแต่ก็เรารู้ว่าเป็นสิ่งสูงเป็นสิ่งยอดเป็นสิ่งที่จะต้องบูชาเป็นสิ่งที่จะต้องเชิดชูเป็นสิ่งที่จะต้องสืบโยงต่อไว้ให้อยู่ในมนุษย์ไม่มีสิ่งใดที่จะไม่อยู่ในมนุษย์สูงสุดเท่าไรเท่าไรในโลกเราถือว่าอยู่ที่ในมนุษย์ไม่ใช่ไปอยู่ที่ เหินฟ้าเหินหาวที่ไหนไม่มีอยู่ที่มนุษย์สวัสดีสุดก็อยู่ที่มนุษย์หลงพูดไม่เข้าใจแม้แต่ศาสนาพระเจ้าจะบอกว่าพระเจ้าจะเป็นมนุษย์ไปได้มนุษย์จะมาเป็นพระเจ้าไม่ได้พรุ่งนี้มิจฉาทิฏฐิตั้งแต่ต้นแล้วเกมแล้วพระเจ้าแปลว่าเป็นมนุษย์เป็นได้มนุษย์จะมาเป็นพระเจ้าไม่ได้พระเจ้าคือความดีงามคือความสูงสุดแล้วไม่เอาความดีงามมาเป็นมนุษย์มนุษย์จะเป็นอย่างนั้นไม่ได้มิจฉาทิฏฐิเลยเสร็จเลยตกลงเลยไม่ต้องศึกษาสิ่งใดที่พระเจ้าเป็นสิ่งใดที่พระเจ้ามีแล้วเราจะต้องมีที่จะต้องเป็นอย่างพระเจ้ามันก็เลยขวางเลยก็เอามาไม่ได้นี่เป็นความเข้าใจที่ยังตื่นเขินเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเราจะต้องเป็นพระบุตรเราจะต้องเป็นตัวแทนเป็นฉายาเป็นสิ่งที่เหมือนพระพุทธเจ้าและ ที่เหมือนพระเจ้าพระเจ้าเป็นอย่างไรคุณงามความดีของพระเจ้าพระเจ้าทรงปราณีพระเจ้าทรงเมตตาพระเจ้าทรงรักมนุษย์พระเจ้าทรงเกื้อกูลมนุษย์พระเจ้าทรงไม่คดโกงพระเจ้าทรงทำการงานพระเจ้าอะไรต่างๆนานาเขาก็บอกว่าให้เป็นอย่างนั้นอย่างนั้นดีต้องทำตามนั้นตามนั้นถ้าเราไม่เป็นอย่างพระเจ้าแล้วเราจะไปเป็นยังไงพระเจ้าก็มาเป็นอย่างเราเราก็เป็นอย่างพระเจ้าเราก็เป็นตัวแทนเราก็เป็นชายาเราก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้าถ้าเราเข้าใจแล้วเราจะไม่ไปดูถูกเหยียดหยามพระเจ้าของศาสนาใดข้อสำคัญว่าพระเจ้าที่เขาหมายนั้นเราเข้าใจกับเขาเท่านั้นน่ะเข้าใจให้ได้เขาจะพูดกันอย่างเชิดชูอย่างไรเคารพนับถือยกย่องมันดีมันดีในการเคารพยกย่องพระ ไม่ใช่ของไม่ดีนะมันดีนะการเคารพยกย่องพระเจ้าคนที่ไม่เคารพยกย่องพระเจ้าสิเป็นคนไม่ดีคนไม่เคารพยกย่องพระเจ้าเป็นคนไม่ดีเราจะไปดูถูกดูแคลนพระเจ้าของคนอื่นเขาขอที่เขารักเขาห่วงและเป็นของดีด้วยมันก็ยิ่งบ้าใหญ่โง่ใหญ่เราจะไปดูถูกดูแคลนเขาทำไมของดีแม่เขาเองเขาไม่รู้ของที่มีค่าของที่ดีของเขาเองก็เขาโง่ของเขาเองก็ช่างเขาแต่ว่าพระเจ้าจริงๆบริษัทจะทำตามความหมายและตามความเป็นจริงเราก็ต้องเคารพพระเจ้าเราก็ต้องยกย่องเชิดชูพระเจ้าไอ้ที่จะไปรังเกียจฉันกันไปเบ่งทับกันไปลบหลู่กันนั่นน่ะเป็นความโง่ เป็นกิเลสเป็นความไม่เข้าท่าเป็นความไม่เข้าใจกันเฉยๆว่าเราจะต้องเข้าใจสิ่งสิ่งนี้ให้ได้แต่ข้อสำคัญนั้นหรอกเมื่อเราเองเรารู้พระเจ้าแล้วเราเคารพพระเจ้ายกย่องพระเจ้าแล้วเราก็ต้องทำให้ถูกตามทำให้เป็นตามทำให้เกิดพระเจ้าทำให้มีพระเจ้าขึ้นมาจนกระทั่งสูงสุดและเราก็ไม่มีพระเจ้าไม่ใช่ว่าไม่มีในส่วนที่มันยังมีอยู่บริษัทจ่ายเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เรายังเป็นพระบุตรก็ยังเป็นตัวแทนเราจะไม่ใช้ยาเราก็ยังมีเพราะเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เพราะเหตุใดเป็นพระเจ้ากรรมการกระทำใดอย่างพระเจ้าเราก็จะต้องมีกรรมอย่างพระเจ้าอยู่จริงจึงจะเรียกว่าเป็นพระบุตรแท้เราเป็นพระอริยะเราเป็นพระเสขะเราเป็นพระเสขะ เราเป็นพระอรหันต์ยิ่งเป็นพระอรหันต์และเป็นตัวแทนของพระบุตรเป็นตัวแทนของพระเจ้าเลยจริงๆเราก็จะต้องกล่าวคำกรรมนั้นมีกิจการนั้นมีตัวเป็นตัวแทนเป็นผู้ที่จะต้องจัดการสร้างสรรค์สิ่งที่มันจะเป็นของประเสริฐเป็นความประเสริฐอยู่ในโลกอย่างแท้จริงผู้มีจริงก็เป็นจริงไม่ต้องปากพูดคนก็รู้คนก็เห็นคนก็เคารพเชิดชูเองใครไม่เคารพเจ้าชู้ก็ช่างเขาเพราะเขาไม่มีปัญญารู้คนทำดีเขาไม่เชิดชูคนดีเขาไม่เคารพคนดีเขาไปเคารพคนชั่วก็เป็นความโง่ของเขาแต่ถ้าเกิดว่าคนที่รู้ดีเห็นดีเข้าใจดีก็ต้องเคารพคนดีเชิดชูคนดีในส่วนที่ดีก็จะต้องพยายามที่จะแนะนำกันพยายามที่จะบอกกันแล้วก็ให้ทำให้เอาอย่างคนดีมันก็เป็นอย่างนั้น เราได้อธิบายถึงเรื่องเกี่ยวกับนิโรธหรือนิพพานหรือจิตชั้นสุดกันมาทั้งหลายในยะจนกระทั่งมาอธิบายในแง่มุมในแง่เชิงที่บอกว่าสูงสุดถึงสูงสุดเนี่ยมันละเอียดสุขุมจนกระทั่งเราไม่ก่อกาละลงไปในนามธาตุลงไปในนามกายหรือนามพระธาตุจิตนั่นเองแม้สูงสุดขั้นเป็นรูปอย่างละเอียดสุดคือสูงยิ่งกว่าขั้นปรมาณูเราจะเอาภาษามาเรียกว่าแม้แต่ขนาดสร้างธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมให้หยั่งลงตั้งลงไปในจิตก็ไม่มีมีเป็น 4 ตัวของแนวรูปแล้วดินน้ำไฟลมถึงแม้แต่ เสียงกลิ่นรสโอชะมีอินทรีย์ 8 มีเสียงกลิ่นรสไม่มีสัมผัสกับรูปเออไม่มีสัมผัสกับรูปในอายตนะทั้ง 5 ทั้ง 6 อายตนะ 6 ก็คือสัมผัสใจอันนี้ก็คือสัมผัสใจใน 5 นี่ไม่มีรูปกับสัมผัสมีเสียงกลิ่นรสมีเสียงกลิ่นรสโอชะ 4 ดินน้ำไฟลมสีเสียงกลิ่นรสโอชะอีก 4 เป็น 8 มิถุนายน เข้าใจในลักษณะของบุคลิกฐานหรือลักษณะของรูปของวัตถุแล้วเราก็เข้าใจถึงความหมายหรือว่าลักษณะสัญลักษณ์ของมันดินมีสัญลักษณ์อย่างไรมีความมีคุณความคุณธรรมหรือว่ามีถ้ายังดินมีลักษณะมีคุณธรรมหรือว่ามีลักษณะเด่นหรือว่ามีสัญลักษณ์มีเอกลักษณ์อย่างไรน้ำมีสัญลักษณ์เอกลักษณ์อย่างไรมีลักษณะอย่างไรฝ่ายลมมีอย่างไรเมื่อนามธรรมก็เป็นความหมายนามธรรมก็เป็นสัญลักษณ์เป็นลักษณะนั้นแหละเอามาใช้ในนามธรรมอย่างที่ได้อธิบายไปแล้วเราจะเอาดินไปยัดลงไปในนามใน ซึ่งเป็นแท่งก้อนของดินนั้นมันเอาไปยัดลงไปไม่ได้ถ้าเอาวัตถุลงไปยัดลงไปในนามพิจิตรแท้มันเป็นไปไม่ได้เพราะว่าจิตมันของละเอียดแล้วเราก็จะต้องเหลือแม้แต่ความรู้สึกที่เป็นลักษณะความรักรู้สึกหรือว่าจิตพลาดผิดพลาดวิญญาณมีลักษณะดินลักษณะปฐวีธาตุลักษณะน้ำลักษณะไฟลักษณะลมยังหยั่งลงตั้งลงอยู่หรือในจิตเราถ้าเราเข้าใจลักษณะเหล่านั้นแล้วเราคลายลักษณะเหล่านั้นได้หมดแม้เป็นอย่างลักษณะดินที่มันแน่นแข็งเป็นกลุ่มก้อนผลึกตกผลึกตกผล ต้องการเกาะกลุ่มที่นั่งแน่นเลยเป็นรูปเป็นทรงอย่างนั้นมีหรือไม่ในจิตของเราถ้ามีสลายเสียไม่หยั่งลงนะขาดสติไม่หยั่งลงไม่ให้ตังค์ลงในจิตอย่างน้ำอย่างที่มันยังสภาพมีสภาพเกาะกลุ่มกันเหมือนกันแต่ไม่แน่นเหมือนปฐวีธาตุไม่แน่นแข็งไม่เกาะกลุ่มส่งรูปกันอยู่เหมือนดินแต่ก็ยังเกาะกลุ่มกันเหลวไปไหลมาเปลี่ยนรูปไปตามลมไปตามส่วนสัตว์แวดล้อมทำเป็นตัวแปลงตัวแต่ไม่ยอมแตกจากเกี่ยวกันยังยืดยาว ตลอดเวลาอาการอย่างนั้นลักษณะอย่างนั้นของจิตเรายังยึดอยู่จัดๆเกี่ยวกับไปไหนไปไหนก็ยังมีลักษณะเกาะกลุ่มมีลักษณะที่ยังฝึกเป็นไปอยู่ยังไม่ทิ้งยังไม่สลายยังไม่แตกยังไม่ปลดปล่อยกันมีไหมถ้ายังมีก็สลายอีกเหมือนกันลักษณะอย่างไรถ้ายังมีการรุนแรงมีการร้อนมากมีการเย็นมากมีการมันมีบทบาทของการที่ยังมีฤทธิ์มีแรงเตโชเดชเนี่ยมันใช้เป็นภาษาไทยเขาเรียกว่าเตชะเดชยังมีฤทธิ์มีเดชและมีฤทธิ์แรงแต่มันก็ไม่ดูเกาะกลุ่มเหมือนเคยอย่างน้ำยิ่งตกผลึกอย่างดินก็ไม่มี มีประกันจะบอกว่าเป็นสภาพมันมีลักษณะซ้อนมันมีสภาพเหมือนตกผลึกหรือว่ามันเหมือนกับเย็นจัดจนกระทั่งจับกันแข็งชอบบอกว่ามันเย็นจัดขึ้นไปมันก็จะจับมันแข็งร้อนจับมันจะสลายจนกระทั่งเกินเลยเนี่ยมันจับอะไรกันไม่ติดเลยก็ได้เราเรารู้เราเห็นว่ามันมันสลายเกินสลายหรือว่ามันเกาะกันเกินเกาะเกาะเขาจะแตกไม่ออกอะไรเนี่ยสลายกันจนสลายจับไม่ติดเพราะเวลาเราจะมีเราจะใช้เราจะเป็นเราก็จะต้องใช้ให้มันอยู่ในสภาพที่มันจะต้องมีต้องเป็นกรรมมัชฌิมาพระเดชก็จะมีเดชที่มีประสิทธิภาพมีแดดที่จะต้องทำได้ ไม้จะสลายสุดก็สลายได้ไหมจะเกาะกันอยู่พอสมควรไปเกาะแล้วก็สลายได้สลายได้แล้วก็กอดได้จึงเรียกว่าทั้งเกิดทั้งตายทั้งมีทั้งไม่มีมีสภาพที่จะต้องทำได้อย่างสำเร็จผลได้คือมีความหนาเพราะแม้แต่ที่สุดมันยังจะมีอะไรเศษเสี้ยวเศษอะไรเป็นประพาสประเภทวาโยธาตุยังจะมีอำนาจดุลดันๆไว้ไว้เพื่อนๆยังจะมีสภาพที่เรียกว่าคอยแหย่คอยฝึกเกิดเชื้อที่อะไรยังมีอยู่จะมีไหมในนามพระธาตุของเราจะต้องเข้าใจความหมายชั้นสูงแล้วก็เข้าใจอ่านกิริยารูปกิริยาจิตรู้อารมณ์ของจิตรู้สภาพที่เกิด วันที่จิตจิตจิตไม่มีตัวตนแต่จิตก็มีอาการอย่างนั้นได้จริงๆเมื่อมันหลงเมื่อมันไม่รู้มันก็กวาดเก็บไม่หมดถ้าเรารู้จักเราฝากกวาดเก็บหมดเกลี้ยงไม่มีทั้ง 4 ธาตุอย่างง่ายๆงี้และยังเหลือเชื้อของสภาพอีกอย่างนึงไหมฉันว่ายังติดยังเป็นเสียงเป็นกลิ่นเป็นรสหรือติดใจเลยตอนนี้เป็นโอชะโอชาเนี่ยภาษาไทยแล้วก็เอามาใช้ชัดๆเรามาใช้เป็นรูปด้วยเรามาใช้เป็นวัตถุเรามาใช้เป็นสิ่งที่หยาบที่เราเข้าใจกันแหมเป็นอาหารนี่โอชาเหลือเกินได้รับสิ่งที่โอชาส่วนมากก็มาใช้ในอาหารเป็นโอชา โอชะโอชะก็คือสิ่งที่เป็นเชื้อชีวิตโอชะยังเป็นเชื้อชีวิตที่หลงติดเป็นธุลีสุดท้ายอยู่ที่นี้ทำอะไรเรียกหยาบๆก็เป็นเรื่องที่อร่อยเลยเป็นภาษาถ้าไม่เรียกยากๆก็กลายเป็นสิ่งที่อร่อยไปเลยโอชาเรามาแปลว่าอร่อยอันนี้บูชารถแถมก็ไปรักษาก็เอารถมาใส่มันก็ยังคือสภาพที่เรามาเรียกแทนในขณะที่ไอ้เหี้ยที่สุดในภาษาบาลีที่ท่านเรียกไว้ก็คือสิ่งที่มันยังติดใจโอชะที่มันยังเป็นรถที่ชื่นใจเป็น โลกีที่ถูกใจเพราะรถใดก็ตามเรารู้และสัตว์ดอประกอบการรู้ขึ้นมาแล้วจะเป็นรถที่ดีที่สุดที่น่ายินดีที่สุดที่น่าเทิดทูนที่สุดขนาดไหนเราก็จะไม่เกิดโอชะเราก็จะไม่ติดใจแล้วเราก็จะไม่รู้ว่าอร่อยหรือหลงว่าจะต้องทรงเกิดเมื่อเราไม่หลงว่าจะต้องทรงเกิดอีกดับได้สนิทสิ้นแล้วก็เป็นผู้ที่นิพพานดับเกิดไม่มีเกิดสูญสนิทได้แม้แต่ในลักษณะอย่างที่กล่าวถึงทั้งหมดอธิบายถึงแม้จะเอาวินิจรูปละเอียดยิ่งกว่าปรมาณูอย่างนี้ไม่เหลือลงอยู่ในจิตวิญญาณธาตุจึงเรียกว่าเป็น ไม่มีแล้วอันนั้นคือตัดต่อที่นี่ในหนังสือหน้า 285 นั่นคือทางจิตเจตสิกซึ่งเมื่อหมดสนิทดับเสด็จกันจริงแล้วก็จะสัมผัสความสูงกันได้อย่างไม่เหลือซากกันได้จริงโสดสนิททันทีได้แท้ถ้าไม่สูญสนิทมันก็ยังเหลืออยู่จริงๆเพราะผู้ที่มีเจตนาสำหรับพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้ามีอยู่จริงถ้าเกิดมีท่านไม่ประหลาดอะไรหรอกเอานี่ยังไม่สูญสนิทยังไม่สูญสนิทที่ท่านจะสังขารปรุงแต่ท่านไม่ได้ลิ้มท่านไม่ได้ท่านไม่ได้เกี่ยวกับท่านท่านไม่ได้หลงเสวยหรือหลงเสร็จสิ้นความเสพท่านรู้ในรถมีรถ ถ้ารู้ว่ามีเกิดโอชะมีเกิดมีเชื้อเกิดท่านก็สร้างเชื้อเกิดนี้ไว้เป็นเป็นแบบเป็นฉบับเหมือนกับพระเจ้าสร้างอดัมกับอีฟแต่ซาตานมันก็จะพยายามเข้ามาครอบครองอดัมกับอีฟอีกเช่นเคยและเราก็จะต้องพยายามทำให้อดัมกับอีฟเป็นพระบุตรอยู่แท้ๆอย่าให้เป็นกลายเป็นลูกซาตานอย่าให้ไปเป็นผู้ที่หลงไหลไปตามอำนาจซาตานก็จะต้องครอบงำก็จะต้องสั่งให้ทำฤทธิ์ทำเดชอะไรให้อาดำกับอียิปต์เป็นพระบุตรให้จริงเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องรู้คุณธรรมหรือว่าคุณภาพหรือว่าสัญลักษณ์ที่ฉายาของพระอาจารย์อดัมกับอีฟเป็นฉายาของ เจ้าอยู่เอ้ยของพระเจ้าอยู่ก็ไม่เบี้ยวแล้วถ้าเป็นไม่ได้อาบน้ำกับอีฟหรือว่าเราเป็นคนเป็นมนุษย์นี่เป็นคนเป็นมนุษย์ที่ไม่มีฉายาไม่มีคุณธรรมไม่มีสัญลักษณ์ของพระเจ้านี่อธิบายสิ่งนี้นะในศาสนาพุทธและอธิบายสิ่งไม่มีเป็นที่สุดด้วยเดี๋ยวนี้อธิบายสิ่งมีเราก็ต้องมีเพราะงั้นจะให้มีอยู่ก็รู้มันก็จะยังเหลืออยู่จริงและสิ่งที่เหลืออยู่นั่นก็คือฉายาพระเจ้าหรือสิ่งที่ดีแต่ทางกายนั้นมันเกิดขึ้นแล้วเป็นแล้วมีแล้วจึงทรงอายุมันไว้เพราะฉะนั้นเมื่อมันเป็นทางการมีรูปนามขันธ์ 5 ก็ทรงมันไว้ตามควรสำหรับสร้างประโยชน์แก่โลกเกื้อกูลผู้อื่นต่อไปโดยถ้าแม้นมีผู้ใด เห็นว่ากายของเรานี้มันจะเป็นประโยชน์แก่เขาหรือใครๆได้เขาจะหาทางช่วยกันรักษาอุ้มชูเลี้ยงไว้เองเราเพียงแต่รับอาหารหรือปัจจัยที่จะนำมาปรุงตายให้ตั้งอยู่ทรงอยู่ได้พอดีที่สุดในแบบที่ประโยชน์สูงประหยัดสุดอยากได้สัดส่วนถูกต้องจริงๆไม่ให้เป็นภาระแก่ชาวโลกเขาให้ได้อย่างดีที่สุดจริงๆมีเราก็ต้องเข้าใจแล้วเราก็เมื่อเราเข้าใจแล้วเราทำให้มันได้ตรงตามนั้นไม่ตรงเบี้ยวมีภาษานี้ก็บอกชัดแล้วส่วนในจิตของเรานั้นจะไม่ให้เกิดนามเกิดลูกเดี๋ยวนี้ส่วนจิตไม่มี แม้แต่หน้ามันจะรู้ปัญจะกระแสสัมพุทธไม่เหลือกระแสสังข์ไม่เหลืออุปสรรคแปลว่าการตั้งขึ้นหรือการหยั่งลงเหมือนกันผมไม่รู้จิตที่แปลว่าการเกิดว่ากันชัดๆมันแปลว่าการเกิดนั่นแหละมนุษย์ชาติฉันชอบก็เชิญผมพอรู้จะติดเพราะว่าเกิดเราเกิดการไม่เหลือเกิดอะเสสังสรรค์แปลว่าเหลือเกิดการไม่เหลือขึ้นแม้แต่นามรูปนามมันจะรู้ปัญจะแม้นามแม่ลูกก็ดีเกิดการไม่เหลือขึ้นแล้วในสภาพนั้นก็คือจิตของเราแม้แต่นามรูปเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นแต่มันก็มีนามรูปโดยนามรูปนาม มันเป็นสภาพของสิ่งที่เป็นอยู่ตั้งอยู่เกาะกลุ่มกันอยู่ตามยถาภูตังคือมันเกิดอยู่มันยังเป็นอยู่มันมีดินน้ำไฟลมมันก็ยังไม่สลายเพราะฉะนั้นธาตุ 6 ยังอยู่พร้อมดินน้ำไฟลมมหาภูตรูปก็ยังไม่สลายตัววิญญาณธาตุก็ยังร่วมทรงทำงานอยู่ในดินน้ำไฟลมแห่งนี้อากาศสภาพก็ยังเป็นอยู่มีอยู่ในแท่งนี้มีธาตุ 6 บริบูรณ์อยู่แล้วก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริงว่ามันยังมีตามจริงอยู่เท่านั้นเพราะในจิตใจของเรานี่เราเองเราไม่หยั่งลงเราไม่ยึดถือแม้นามรูปนี้ก็เป็นของเรานี่โวหารโวหารว่าแม่น้ำรูปนี้ก็เป็นของเราไม่มีในตัวผู้นั้นผู้นั้นไม่มีของผู้นั้นเองคำว่าไม่มีนิ มะนาวโลกนี้ไม่เป็นของเรานั่นคือดาวรูปนี้ไม่เหลืออุปสรรคไม่เหลือเกิดแล้วในผู้นั้นไม่รู้จะติดในผู้นั้นแล้วไม่เหลือแล้วที่จะพูดภาษามันย้อนไม่ใช่ไหมคือเกิดการไม่เหลือไม่มีภาษาอยู่ 2-3 ปีเกิดอาศัยแปลว่าไม่เหลือเกิดความไม่เหลือขึ้นที่จิตแล้วเกิดความไม่เหลือคนที่คิดเพราะงั้นสภาพนี้เรารู้อันนี้ทัศนาจะพูดให้คนอื่นรู้ดีได้ยากจะนำมาแสดงให้คนอื่นเห็นได้ยากแต่เราจะเข้าใจว่าความไม่เหลือซึ่งแม้ว่าเรายึดมั่นตามรูปนี้เป็นของเรา มันไม่เหลือจริงๆมันไม่ได้ยึดเป็นของเราจริงๆเพราะฉะนั้นดาวโลกทางนี้เราจึงไม่โอ๋มันทั้งนามด้วยนะหลายคนเราพยายามฝึกปรือกันเรียนรู้ว่ารูปนี้เราไม่ประคบมันจะอยากสวยอย่างโลกมันจะอยากงามอย่างโลกมันจะอยากจะกระทบสัมผัสเสียดสีตามโลกเราก็พยายามปลดปล่อยแต่เรากลับไปโอ้นานระวังจะเป็นโรคซ้อนโรคอัตตาโรคอัตภาพที่เหลือดูภายนอกอยากดูรูปดูร่างดูส่วนนอกไม่โอ๋มันก็จริงอยู่แต่ไปโอ๋น้ำนางนอนก็ยังเป็นของเรายังเหลือเศษ เหลือความประคบประหงมน้ำเอาใจน้ำมันอยากได้อะไรนิดอะไรหน่อยก็ป้อนมันเรื่อยมันอยากได้ความหลับมันอยากได้ความหยุดมันอยากได้ความเพลินอะไรไปบ้างซึ่งเป็นความหลงเพลินเราก็ให้มันเพราะเราไม่เข้าใจมันได้ง่ายงามมันละเอียดเพราะก็ต้องพยายามอย่าป้อนอาหารม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน