220710-2-127 ทางเอกภาค2-ตอน127(หน้า273)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 วันนี้เป็นวันเข้าพรรษาพ่อท่านรับประทานได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกมีเราก็มาทำวัตรกันที่กิจวัตรที่เราได้ทำกันอยู่ก็เป็นเรื่องของบทเรียนที่เป็นเรื่องติดต่อคือเรื่องทางเอกในภาค 2 แล้วเราได้ว่ากันมาจนถึงหน้า 273 ก็เมื่อวานนี้ก็ได้ทบทวนเล็กน้อยย้อนความไปสักนิดนึงสำหรับ ผู้ที่มาค้างคืนได้มาฟังว่าช่วงนี้ก็จะได้ติดตามหรือว่าได้พอเข้าใจได้รู้อะไรต่ออะไรไปด้วยบ้างเพราะว่าถ้าเผื่อว่าจะไม่ย้อนความไม่เคลียร์ไม่ทำความเข้าใจอะไรบ้างเลยเป็นพื้นฐานบ้างแล้วอธิบายรวดไปเลยก็คงจะหนักเพราะว่ามันเป็นเรื่องตอนที่ฝากกันสูงกว่ากันถึงขั้นนิโรธว่ากันถึงขั้นอายุอายุชั้นนำมาทำเมื่อวานนี้ได้ก็ได้พยายามจะพูดโยงใยไปแล้วผู้ใดตามไม่ทันก็อาจจะยากหน่อยเพราะว่าคำว่าอายุที่เรา กันเนี่ยเราก็เข้าใจในเรื่องของเรื่องของรูปประธรรมเรื่องของตัวตนเรื่องของแท่งก่อนง่ายๆนี่ก็คงไม่ยากเย็นอะไรไม้เอาพายุคือช่วงเวลาที่มันเกิดอยู่ติดต่อกันและเป็นการเกิดที่มีสันติการเกิดที่มีอะไรเชื่อมโยงสืบเนื่องกันเป็นลูกโซ่ต่อๆกันอยู่อย่างอายุคนเยอะมันมีบทบาทมีพลังงานมีอะไรต่ออะไรเดินอยู่เป็นชีวะบางคนทั้งตัวทั้งแท่งยังมีลมหายใจยังมีความรับรู้สึกยังมีอะไรๆติดต่อกันไม่ขาดช่วงขาดตอนไปแม้จะมีเวลานอนหลับพักผ่อนไม่รู้สึกทวนทัวร์ ในช่วงนึงก็มันก็เป็นส่วนที่เป็นส่วนพักของชีวิตแล้วก็มีส่วนตื่นที่เป็นบทบาทอยู่ติดต่อกันไปอย่างนี้เราก็เรียกว่าชีวิตที่ยังไม่ตายหรือยังมีอายุหยาบๆอย่างนี้เราก็เรียกในหนังสือเล่มนี้เขียนเอาไว้ในเรื่องอายุก็บอกไว้ชัดตั้งแต่พยายามอธิบายว่าต้นไม้อย่างแก้วน้ำใบนึงมันมีชีวิตขึ้นมาเขาปั่นเขาสร้างเขาหล่อขึ้นมามันก็มีตัวรูปตัวล่างขึ้นมาแล้วมันก็มีบทบาทมีความเป็นแก้วน้ำไปมันแตกแยกสลายออกจ
อ่านต่อ
ากกันเมื่อไหร่ก็คือมันมันตายนี่มันหมดอายุของมันอย่างนี้เป็นต้นก็เป็นอายุง่ายๆของ ทีนี้อายุของนามธรรมเราก็ต้องจับอารมณ์กับความรู้สึกอารมณ์หยาบๆเราก็จับได้อย่างอารมณ์เราเศร้าหมองอารมณ์เราโกรธอารมณ์เราอยากปรารถนาใคร่อารมณ์อย่างนั้นก็อยู่ในตัวเรามันเกิดเมื่อไหร่มันมีอายุติดต่อกันไป 1 นาที 2 นาที 5 นาทีบางทีมันเกิดอยู่ได้เป็นชั่วโมงมันอยากอยู่ได้เป็นชั่วโมงหรือว่ามันโศกมันเศร้าทุกข์ร้อนลำบากลูกๆร้อนอาวรณ์กังวลอะไรก็แล้วแต่อยู่ในใจมันเป็นเรื่องของใจมันเป็นเรื่องของ ใจมันเกิดมาแล้วมันก็มีบทบาทมันมีกิริยาอย่างนั้นแหละจะเรียกว่าอยากจะเรียกว่าโศกเศร้ามันก็เป็นกิริยาอย่างนั้นเราจะต้องจับมันได้จริงแล้วเข้าใจมันแท้ถูกต้องตรงกันคนอื่นก็รู้สึกตรงกันมันเหมือนกันนั่นแหละมีลักษณะเหมือนเหมือนกันมากบ้างน้อยบ้างหรือว่าอาจจะมีรายละเอียดอีกเรื่องนึงก็ค่อยว่ากันรายละเอียดตอนนี้เราว่าลักษณะใหญ่ๆกันซะก่อนนะถ้าเสร็จแล้วเราก็จะต้องรู้ว่าเวลามันตายเวลามันหยุดไอ้คำว่าตายกันหยุดนี่มันใกล้ๆกันมันมีลักษณะคล้ายมันมีลักษณะซ้ำซ้อนกันอยู่ วันหยุดวันพักแต่มันไม่ตายสนิทมันก็มีความหมายหยุดพักมันหยุดพักกันจริงๆอย่างคนเรานอนอย่างนี้เป็นต้นเราก็หยุดพักหรือว่าเราพักในตัวหรือว่าพักชั่วคราวเราไม่ดีทำอะไรต่อมีชีวิตมีบทบาทอะไรไม่ได้ทำอะไรต่อมันก็เป็นการพักหรือการหยุดแต่ไม่ได้หมายความว่ามันตายตายไม่ฟื้นตายก็มีตายฟื้นตายไม่ฟื้นจะเรียกตายก็ได้เพราะว่าเวลาเรานอนหลับก็คือเราตายชั่วคราวเสร็จแล้วเราก็ตื่นขึ้นมาแล้วเราก็ฟื้นขึ้นมามันก็ตายฟื้นหยุดแล้วก็เรียนมาเกิดไอ้อย่างนี้เป็นความหมุนเวียนของวัดสระ ความหมุนเวียนของวัฏฏะที่เรียกว่าวัฏฏะมันวนเวียนบนมันเป็นๆอยู่มันยังเกิดยังดับมันเกิดมันดับอยู่มันจะเป็นอย่างนั้นอยู่ทีนี้ความหมายของคำว่าหมดอายุของทางธรรมที่สูงทางธรรมะชั้นสูงก็อายุของนามธรรมคือจิตที่มีความเป็นอารมณ์อกุศลอารมณ์ที่ไม่ดีไม่งามอารมณ์เป็นโลภะโทสะโมหะไม่เอาหลักใหญ่ๆมาพูดก่อนว่ามันมีอารมณ์โลภะเกิดขึ้นที่จิตเราก็จะต้องเข้าใจอารมณ์โลภะนี้ให้ได้ยาวๆใหญ่ๆมันสิ้นโลกมันต้องการมันจะเอาให้ตัวเองโดยเฉพาะมันไปเอาไอ้สิ่งที่ไม่รู้จัก เอาไปแล้วแล้วมันก็ไม่ใช่แก่นสารจะไปเอาไอ้นั่นมาให้ตัวจะไปเอาความสวยความงามเอาลาบเอายศเอาสรรเสริญเอาโลกียสุขอย่างนั้นอย่างนี้มาเสพมาติดให้กับตัวเองมันเกิดอาการอารมณ์อย่างนี้อยู่อย่างหยาบก็ไม่รู้ยังกลางก็ให้รู้แม้ที่สุดอย่างละเอียดมันยังเกิดขึ้นในจิตบางเบาไม่รู้สึกง่ายจับไม่ค่อยติดยิ่งบางยิ่งบางยิ่งละเอียดแล้วก็เราไม่รู้ตัวว่าเราต้องการหรือว่าเราเสพติดอยู่อันนี้ก็ยากขึ้นตามลำดับนั่นคืออายุที่เราจะต้องเรียนรู้สำคัญที่สุดในทางธรรมแล้วเราก็ต้องฆ่าอายุเหล่านั้นดับสิ้นมีตาย ตายสนิทตายไม่ฟื้นแล้วความโลภที่จะโลภมาให้แก่ตัวเสพตัวติดนี่เป็นตัวติดโลกียสุขระดับโลกียสุขสิ้นซากจิตของเราไม่ต้องไปหมุนเวียนไม่ต่อไปมีวัฏฏะไม่ต้องไปวนเกิดอยากเสพแล้วก็ได้เสพสมใจแล้วก็ชื่นใจนึกว่ามันเป็นสุขเราต้องดับอารมณ์นี้จนบางเบาลงจนเกลี้ยงจึงเรียกว่าตายหมดอายุหมดอายุอย่างนี้ได้นี่แหละเราเรียกว่าพระอรหันต์ดับเพลิงดับสนิทเนี่ยเราเรียกว่าพระอรหันต์ระดับได้บ้าง ก็เป็นพระอริยขั้นสูงๆขึ้นมาตามลำดับเวลาจะนับเป็นโสดาสกิทานาคราชคุณภาพทางด้านอายุของจิตด้วยคุณภาพของเหตุปัจจัยด้วยพญานาคพระโสดาพระสกิทาอนาคาอะไรตามตามเป็นบุคคลเลยเพราะเราต้องกำหนดรู้ซ้อมลงไปว่าเราเองเราจะเป็นพระโสดาเนี่ยมีเหตุปัจจัยอยู่แค่ว่าอบายมุขใหญ่ๆกิเลสอยากขัดศีล 5 ชัดๆพอสมควรไม่ต้องลึกซึ้งละเอียดละออขนาดหนักอะไรเกินไปนักเราก็ต้องให้รู้โดยเฉพาะเรา ดูสักเรื่องต้องรู้สักปัจจัยหนึ่งรู้จิตใจของเราที่มันติดมันเสพมันไปมีบทบาทแล้วก็เป็นทุกข์เป็นร้อนหรือว่าเป็นเรื่องราวที่มันไม่รู้จักเกิดไม่รู้จักตายจนรู้จักมันเกิดจนรู้จักมันตายมันตายสนิทจนมันไม่มีเวรกลับอะไรในเรื่องหยาบๆใหญ่ๆอะไรสักเรื่องนึงของเราอะไรอะไรทำให้ชัดทำให้เห็นชัดให้รู้ว่าออกเกิดเป็นอย่างนี้ตายเป็นอย่างนี้คำว่าเกิดว่าตายทางทำหรือทำอธิษฐานอย่างแท้จริงที่เรียกว่าขั้นปรมัตถ์จิตใจจะสึกรูปที่ผ่านเราก็จะได้ความไม่ใช่ว่ามาเรียนรู้การเกิดการตายแต่แค่ร่างกายตายเวียนว่ายตายเกิดวัฏสงสารได้แค่การตายแล้วก็เกิดแล้วก็ไปสร้างบุญ แล้วก็มารับผลบุญความรู้อย่างนั้นของทางพุทธก็ก็เข้าใจและไม่สงสัยอะไรแล้วก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ด้วยศาสนามากมายก่ายกองเยอะแยะเขาก็อธิบายเขาก็เรียนรู้กันเป็นความรู้พื้นเป็นความรู้ทั่วไปการวนเวียนเกิดเวียนตายอย่างนั้นแล้วก็ออกมารับอย่างนั้นศาสนาพุทธรู้และก็รู้ซ้อนลงไปด้วยว่าไม่ใช่พาซื้อตรงๆจนรับบาปรับบุญอะไรกันง่ายดายจนไม่เข้าเรื่องของเราถ้าเผื่อว่าไปทำบาปอย่างนั้นก็จะต้องมากลายมาเป็นอย่างนั้นทำบุญอย่างนี้จะมากลายเป็นอย่างนี้จนอธิบายกันเป็นตัวเป็นตนอธิบายกันเป็น ดาวที่มันทำให้เข้าใจแกเข้าใจผิดพอดีมันก็จะกลายเป็นเข้าใจผิดซ้อนลงไปก็จะยุ่งกันใหญ่เคยยกตัวอย่างไปฆ่ามาก็จะเกิดมาเป็นม้าไปฆ่าหมูจะกลายเป็นหมูเป็ดก็จะกลายมาเป็นเป็ดจะเกิดมาเป็นเป็ดเอาสูตรอย่างนี้ง่ายๆก็หวานเลยก็ฆ่าพระอรหันต์ไปเลยชาติหน้าก็จะได้เกิดมาเป็นพระอรหันต์ถ้าเอาไปเอาแบบนี้มันก็จะยุ่งเกินไปอธิบายเป็นอัตราตัวตนอย่างนี้มันไม่ถูกเขามีคนอธิบายอย่างนี้เหมือนกันเธออธิบายอย่างนี้แล้วคนโง่ๆมันไม่ฉลาดนักมันก็พาเสื้อมันบอกอย่างนี้ก็เลยทำบาปกันใหญ่ไม่งั้นไม่เป็นไรค่าเศรษฐีจนนักชาตินี้ชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นเศรษฐีก็ข้ามาเกิดมาเป็นมาฆ่าหมูฆ่าเกิดมาเป็นหมูฆ่าควายเกิดมาเป็นควาย พาหมาไปเกิดเป็นหมาก็อย่างนี้มันก็ไอ้ลูกตรงแบบนี้ก็หวานเลยเขาก็เอามาใช้ต่อเอางั้นเราจนณัชชานี้ไอ้ตัวนี้เศรษฐีฆ่าเศรษฐีมันก็จะได้ตายชาตินี้ชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นเศรษฐีก็มันมันเป็นแบบนี้อธิบายกันแบบรับกรรมแบบนี้หนักเข้าๆพระอรหันต์ซะเลยจะได้เกิดมาเป็นพระอรหันต์เลยก็หวานเลยลูกเก่งเท่านั้นเองถ้าแบบนี้อย่างนี้เป็นต้นอธิบายกันหลายๆอย่างเป็นวัฏสงสารหรือความหมุนเวียนที่มันไม่ถูกเรื่องถูกราวหรือแม้ว่ามันทำบุญกันถ้าเราทำบุญเด็ดขาดเราจะได้มีข้าวกินเยอะแยะทำบุญด้วยผักก็ได้กินแต่ผักไม่ทำบุญเนื้อสัตว์ไม่ได้กินเนื้อสัตว์อะไรเงี้ยที่เขาว่ากัน ซึ่งมันไม่เข้าแอปอะไรแล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นรายละเอียดของวิบากกรรมพวกนี้เป็นอจินไตยนะกรรมวิบากที่เป็นอจินไตยมันก็มีผลพระพุทธเจ้าเขาจะกลับไว้ปู่ทำบุญอย่างนี้อย่างนี้จึงเป็นอย่างนี้อย่างนี้มีไว้ผูกเกิดมาสวยทำบุญด้วยดอกไม้อะไรอย่างนี้ต่างๆก็มีอันใดเป็นสูตรจากเคยเล่าสิ่งที่มันมีลักษณะทางใจที่ละเอียดสุขุมซับซ้อนอยู่มันมีสิ่งประกอบไม่ได้หมายความว่าทำบุญในดอกไม้ถึงจะสวยอย่างเดียวทำจิตใจให้มีจิตใจเบิกบานแจ่มใสสวยถ้าเราทำบุญกันดอกไม้ดอกไม้หมายถึงของสวยหมายถึงของที่แจ่มใสเบิกบาน ถ้าเราเอาวัตถุมาประกอบข้าวมันก็หมายถึงมันก็บอกถึงความจริงและดอกไม้มันเป็นของที่เบิกบานมันเป็นของที่แจ่มใสเป็นของที่สีก็จะต้องเต็มสดตามรูปเรื่องของมันของดอกไม้กลิ่นชูหอมอะไรงี้ถ้าใครมีลักษณะทำจิตใจให้มันสมคล้อยอย่างนี้ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำบุญด้วยดอกไม้หรือว่าจะทำบุญด้วยลักษณะอะไรก็ตามที่มันเป็นเรื่องของความไม่เศร้าหมองไม่แจ่มใสก็จะเกิดมาสวยเป็นเรื่องธรรมดาไม่จำเป็นจะต้องทำบุญด้วยดอกไม้อย่างเดียวแต่ว่าถ้ามันไม่บอกดอกไม้แล้วมันมีลักษณะอย่างที่กล่าวมันเป็นสิ่งที่อธิบายได้ง่ายๆว่ามันทำให้เบิกบานแจ่มใสถ้าเราทำบุญด้วยดอกไม้แล้วก็หน้าซาวน่ามองจิตใจหดหู่อยู่ ทำดอกทำบุญด้วยดอกไม้ให้หมดบ้านหมดเมืองให้หมดโลกนี้คุณเกิดมาไม่สวยหรอกมันก็หน้าดำคร่ำเครียดอยู่อย่างนั้นแหละมันไม่สวยไปได้ถ้าเผื่อว่าเราไม่เข้าใจถึงแก่นสารสาระของมันเพียงพอในนี้เป็นต้นเพราะงั้นพูดง่ายๆแต่ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยดอกไม้แล้วก็เกิดมาสวยแล้วก็เลยคิดว่าทำบุญก็ได้มาก็เลยพาซื้อเอาแต่ดอกไม้มาทำบุญตลอดยันเตเลยเอามาทำกับพระยังมาทำกับพระอโศกและรับรองไม่ได้อะไรเท่าไหร่หรอกวันนี้ก็มาเจอพระศพบอกว่าไม่ให้ไม่เอาดอกไม้เอาคืนไปแทนที่จะได้บุญขึ้นหน้ามุ่ยกลับไปทำให้เขาใจนะก็หน้ามุ่ยกลับไปก็ยิ่งไม่ได้ความเบิกบาน สายอะไรไม่ได้จิตใจที่ผ่องใสไม่ได้ความงามงามไม่ใช่ความเศร้าหมองงามนี่เป็นความเบิกบานแจ่มใสเป็นพุทธะพุทธะมีลักษณะเบิกบานแจ่มใสเป็นลักษณะที่งามผ่องณตอนรับน่าสัมผัสสำคัญไม่ใช่น่ารักใสหรือว่าน่าเกลียดน่าชังไม่ใช่ให้เป็นลักษณะอย่างนั้นพระวิบากกรรมการเกิดการหมุนเวียนวัดป่าต่างๆนี้ในเรื่องของการหยาบหยาบเรื่องของหยาบๆอะไรพวกนี้พุทธก็รู้และรู้ซับซ้อนยิ่งกว่าที่ศาสนาหลายศาสนาเขาเรียนเขาสอนแล้วเขากล่าวกันเพราะความเข้าใจที่โดนดาวเองแม้แต่ในศาสนาพุทธเราก็ไปโดนเป็นดาวเอาอะไรก็ได้มีอยู่อีกเยอะเราก็ต้องพยายามไม่ค่อยศึกษา ก็เราเรียนอาจจะไม่กล่าวถึงเรื่องเหล่านั้นมากนักทีนี้เราก็กลับมาถึงอายุของทางด้านปรมัตถ์หรือในด้านนามธรรมชั้นสูงผู้ใดจะไม่ให้มีวัดตักไม่มีเวียนตายเวียนเกิดอีกก็จะต้องรู้การเกิดการตายที่ไม่ใช่ว่าเกิดอย่างหยาบๆอย่างที่กล่าวนั้นเท่านั้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเกิดอย่างหยาบๆอย่างนั้นไม่มีวัฏจักรอย่างนั้นไม่มีไม่ใช่มีแล้วองค์ประกอบอย่างนั้นเราก็ต้องเป็นคนที่ทำบุญเป็นคนที่สร้างกุศลอย่างหยาบนั้นด้วยไอ้หมายความว่าเรารู้ปรมัตถ์เราเข้าใจปรมัตถ์ก็เลยประมาทอย่างหยาบเราไม่ทำอย่างหยาบบุญบาปอย่างหยาบๆไม่ทำทำอย่างบุญบาปอย่างสูงสุดไม่จริง ถ้าทำอย่างนี้ก็ไม่จริงหรือว่าไม่ดีจริงมันต้องซับซ้อนทำบุญอย่างหยาบก็ทำอยากทำบุญอย่างละเอียดไปจนถึงขั้นน้ำมาทำให้มีการสะอาดบริสุทธิ์ไปจนถึงขั้นนามกายรู้ทั้งอายุของนามว่ากายแม้ปัจจุบันนี้จะเป็นตัวที่สั้นเข้าเล็กเข้าละเอียดเข้าเห็นการเกิดการตายของสิ่งที่เป็นต้นต่อมาเรียกว่ามโนปุพพังหรือสิ่งที่เป็นสระสังขารเรื่องของเชื้อเขาอยู่ในจิตปัจจุบันนี้เราก็เห็นการเกิดการตายที่มีกุศลอกุศลแท้เพราะว่าจิตของเรารู้ละเอียดละออถึงจิตที่มันเป็นโลภะโทสะโมหะอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดฝ่าย ถึงเหตุปัจจัยตั้งแต่อบายมุขนี่เป็นโสดาให้รู้ให้เรียนสัตยาปัจจัยหยาบอย่างนี้เมื่อเราพ้นขาดได้จากสิ่งอย่างพวกนี้ก็เป็นพระอริยะขั้นโสดาสกิทาก็มาเกี่ยวข้องกับเรื่องลาบเรื่องยศเรื่องรูปรถเป็นเสียงสัมผัสที่ที่ชัดเจนหยาบลงมาอีกแล้วก็ไหลลงมาขาดสิ้นไปได้อีกประมาณอย่างรูปนอกเรื่องราวเรื่องยศเป็นสำคัญสรรเสริญกับโลกียสุขที่มีของละเอียดอีกก็ว่าไว้ก่อนยังหยาบด้วยฉลาดสุดๆใหญ่ๆอะไรเนี่ยเราเลิกจัดจ้านรูปรถกลิ่นเสียงสัมผัสที่ชัดๆเป็นเกณฑ์เราเลิกไม่แสดงออกไม่จัดจ้าน นอกกายเมื่อกี้มโนแล้วกายไม่ดีหรือว่าทางด้านปลาหูจมูกลิ้นกายไม่มีบทกามราคะสังโยชน์หมดปฏิกะไม่มีโกรธไม่มีรักไม่มีอาการกิริยาอยู่กันอย่างเป็นทุกข์เป็นสุขหมุนเวียนอยู่มีอายุรูปสุขรูปทุกข์เพราะไม่ได้รูปสมใจเพราะไม่ได้กินได้รสสมใจเพราะไม่ได้ลาภสมใจเพราะว่าขัดถูกขัดลาภก็ทุกข์เสื่อมลาภทุกเสื่อมยศทุกข์ไม่เป็นนะข้างนอกเห็นได้รู้ได้ว่าไม่มีพรุ่งนี้ก็เป็นพระสังฆทานมีสูงขึ้นไปหาอนาคตลาภยศรูปรสกลิ่นเสียงอะไรในโลกยาพวกนี้ลงได้ปล่อยลงได้สบายมีชีวิตอยู่อย่างไม่ขัดแย้งสอดคล้องเห็นได้ชัดแม้ วันนี้ก็อ่านออกมีเครื่องหมายที่พอเห็นได้จริงๆเรียกว่าสรรพนามสรรพนามแตกมีสิ่งที่แสดงออกเห็นได้เพราะเหตุใดสรรพนามแตกแปลว่าภายนอกสภาพภายนอกในสามารถเห็นมีสรรพคุณมีเครื่องหมายเค้ามูลบอกให้จับได้รู้ได้ไม่มีการปกป้องไม่มีการเกี่ยวข้องหรือว่ามีการขาดหลุดมีการหลุดพ้นให้เห็นมีลักษณะให้เห็นอย่างนี้เรียกว่าเป็นภูมิธนาคารข้างนอกไม่มีเศษๆ แสดงอารมณ์โกรธอารมณ์ราคะมีราคะคือต้องการอยากได้ติดใจเสพสุขแล้วก็มีการโทสะขัดแย้งผลักไสโกรธเคืองเพราะเหตุแห่งราบแห่งยศเพราะเหตุแห่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนอกไม่มีในบุคคลใดบุคคลนั้นทำได้โดยมีจิตอยู่เหนือจิตตนสามารถมีสติสัมปชัญญะรู้ด้วยควบคุมดูแลและพยายามทำให้จิตของเราสบายมันจะเกิดอารมณ์บ้างเล็กน้อยก็อยู่ในใจทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากและเราก็พยายามที่จะกระทำสิ่งสุดท้ายเหลือเป็นรูปราคะอรูปราคะลอยๆเป็นรูปเป็นรอยเป็นรูปเป็นรอยรูปราคะก็ยังเหลือ อย่างที่ว่าพอสัมผัสลาภยศก็ยังมีอารมณ์บางทีเราก็มีจิตไหวๆแวบๆเราอยากได้นิดได้หน่อยแต่เราก็รู้แล้วก็สามารถควบคุมมีสติปัฏฐานมีจิตมีสติรู้ฐานะของตัวที่แท้จริงและฐานะของเรายังไม่สะอาดสุดท้ายหนอยังมีอารมณ์หรืออาการอยู่แต่มันไม่แรงถึงขนาดที่เราจะปล่อยให้มันออกมาข้างนอกหรือว่ามันออกมาข้างนอกโดยต้องห้ามมันไม่อยู่ไม่ปล่อยมันล่ะแต่ว่าเราห้ามมันก็ออกมาห้ามไม่อยู่แต่นี่ห้ามอยู่ลักษณะของพระอนาคามีห้ามอยู่ห้ามไม่ออกมาเกิดในกามมาพบตามมาพบกับทางตาหูจมูกลิ้นกายข้างนอกไม่มีอากาศกริยาไม่มีอะไรหมด ไม่ได้เพราะวิชาไม่มีเป็นภายนอกก็สามารถที่จะรู้สังขารเหล่านี้ได้ว่าไม่ปรุงไม่แต่งไม่สร้างอยู่ในรูปนอกสังขารนอกไม่มีแต่สังขารในมันยังมีเหลือรอยเหลือรถหรืออะไรอยู่บ้างเท่าที่เรารู้ของเราและเราก็สามารถควบคุมได้จริงไม่ออกมานอกนั้นเรียกว่าเราเก่งแล้วเหลือแต่ในภพพบในภพพบในจิตเราก็จัดการของเราปราบปรามลงมันก็จะปรับลงได้โดยหลักสองอย่างนั่นแหละสมถะสุระกับวิปัสสนาธุระคือกฎของพยายามหักห้ามพยายามบีบคั้นมันโดยวิธีดื้อๆอดทนสู้ฝืนไม่ให้มันเกิดไม่ให้มันเป็นพยายามอยู่เหนือจิตบังคับ กดคอมไปด้วยลักษณะวิกขัมภนวิมุตติ เห็นทุกข์ก็มากเห็นการที่เรายังยึดถืออยู่กันหนักจิตใจมันก็จะสลายเลยว่าปล่อยคลายเองเราเรียกว่านิพพิทาญาณมันจะเจือจางมันจะปล่อยไปเป็นนิติทายาหรือเป็นพิราคะเป็นการจางคลายเป็นการปลดปล่อยเป็นมนต์จิตรกรรมยะตะยานเป็นการปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เรื่องออกเรื่องออกไปออกเสมออย่างนี้เรียกว่าเรายังมีบทบาทของผลปฏิบัติธรรมมีผลอายุของสิ่งที่เรากำลังฆ่ามันกำลังทำลายมันเนี่ยมันกำลังตามมันกำลังคลานกำลังตายไปเรื่อยๆการทำอย่างนี้อยู่เสมออยู่เสมอเราเรียกว่าทำฌาน น้ำตานี่แหละไม่ได้หลับตาหรอกการทำโดยรู้ในตัวไม่เที่ยงและอนิจจังที่ว่าไม่เที่ยงนั้นน่ะไม่ใช่มันไม่เที่ยงเพราะหลบหลบๆไปมาเป็นวัฏสงสารธรรมดาไม่ใช่เราเห็นอันนี้จารุปกรณ์อัตราเราโตนี่จังเราโตความยึดถือในความที่ต้องการปรารถนาอยากไพร่หรือว่ามีการรักการใคร่กับการโกรธอะไรเราแต่ก่อนเรามีมากเรามีอยู่ในประมาณอย่างนี้จะต้องได้สุขสมใจจะได้มาสมใจขนาดนี้จะต้องได้แม้แต่จะทำร้ายอาคารมาดร้ายโทสะอะไรก็จะเป็นอย่างนี้อยู่ถ้าไม่ได้สนใจก็โกรธเท่านี้ตอนหลังมาในการโปรดนี้ถ้าไม่ได้สนใจอย่างนี้โกรธก็ลดน้อยลงราคาที่ต้องการมา เมาแรงลมอย่างนี้เรียกว่าชีวิตชีวาตัวตนของไอ้นั่นเล็กลงแล้วไม่จัดจ้านอย่างนี้เรียกว่าอนิจจาอุปศรีเห็นอนิจจังตามเห็นตามรู้อนิจจังที่เป็นอนิจจังของชีวิตชีวาของตัวกิเลสตัวบทบาทอกุศลจิตมันไม่เที่ยงแล้วไม่เที่ยงเพราะเราทำให้มันเล็กลงให้มันตายได้มิจฉาทิฏฐิหลายคนบอกว่าโอ๊ยผมลดไม่ได้หรอกกิเลสรถไม่ล้มเหลวและเขาก็ไม่ลดจริงๆแหละไม่พยายามภาคเพียงกระทำพวกนี้น่าสงสารเป็นวิชาที่ประมาทตนเองและก็ไม่ทำให้แก่ตนเองดีขึ้นแท้จริงเขาก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีอนิจจังเขามีอันนี้จำอีกเขาบอกว่าเขาลดไม่ได้หรอก เขาก็ไปเพิ่มให้มันโตชีวิตตัวกิเลสของเขาไม่ได้ไม่ได้เป็นจริงจังนะไม่ได้เท่าเก่านะกลับกลายไปทำให้โตขึ้นแทนที่จะไปขายเล็กลงไม่ขายเล็กลงซะแล้วไปทำให้มันโตขึ้นปล่อยไปสะสมไปเสริมสร้างให้มันอ้วนมีผีมันขึ้นนี่ก็อนิจจังแม้แต่ให้มาเรียนรู้ปรมัตถ์หรือมาเรียนรู้ความจริงให้ลดลงคลายลงให้ได้เขาไม่มาเรียนแล้วแล้วเขาจะไปมีจิตใจรู้ว่ากิเลสเขาโตขึ้นคนนี้ไม่มีทางแต่อนิจจังเป็นตัวตนที่ชัดเจนอยู่ชัดเจนอยู่ทีเดียวเป็นอัตตาใหญ่มันคล้ายกันอนิจจังกับอัตราตัวนี้ปรมัตถ์นะไม่ใช่เจ้าจรไอ้เที่ยงไม่เที่ยงแบบโล่งๆยาวๆแล้วปรมัตถ์นี่มันใช้จะมาเป็นอันเดียวกันแล้วอันนี้จังอันนั้นป่าหรืออัตราส่วนเดียวกัน ยังไม่เที่ยงอัตตาไม่เที่ยงแบบสร้างอัตราใหญ่เอาซะด้วยแต่ถ้าผู้ใดได้มาทำไม่เที่ยงกิเลสเราเท่านี้ประมาณเท่านี้แต่ก่อนนี้ทำไม่ได้สมใจโกรธเท่านี้ตอนนี้พอเรารู้เราเรียนรถแล้วเราไม่ได้สนใจเราไม่โกรธเท่าเก่าเสียแล้วบางลงอ่อนลงเรียกว่าอนิจจังไม่เที่ยงไม่เป็นเหมือนเดิมไม่ยืนยงคงเดิมไม่เท่าเก่าไม่เที่ยงไม่แท้ไม่ยืนยงลดได้เล็กลงได้ตายชีวิตตายลงได้อายุสั้นลงได้อายุน้อยลงได้อัตรานั้นแหละแต่ก่อนนี้ประมาณเท่านี้อัตราของรถโล่งหรือว่าความยึดถือแบบ พิษณุโลกมรกตเล็กลงอัตราก็น้อยลงน้อยลงน้อยลงเรียกว่าจนน้อยๆมากๆเขาเรียกว่าอัตรานกจะเรียกว่าตามเห็นอัตตาก็ได้หรือเรียกว่าอัตบวกอนุแปลว่าน้อยก็ได้มันเหลือน้อยมันก็เหลือน้อยถ้ามันยังไม่เป็นอัตราน้ำมันก็เหลือมากถ้าเหลือมากอยู่แต่เราตามรู้เราก็เรียกว่าอัตราหนูนี่คือตาเห็นอัตตาของเราก็แล้วกันแล้วตามเห็นอัตตานุทิฏฐิทิฐิแปลว่าความเห็นความเข้าใจเข้าใจจิตของเราเข้าใจอัตราเป็นอย่างนี้เหตุปัจจัยเรื่องใดก็จับเอาอันไหนที่มันเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญที่เราจับได้ก็เอาถ้าใครจับกลางๆได้ก็ยิ่งดีระลึกรู้จิตตัวเสมอเกินไปไหนก็แสนรู้ว่าเราเกิดอัตราเราเกิดรสชาติเราเกิดโลกิยะโลกีย์ยาลมอะไรแบบหยาบแบบละเอียดยังไงก็ แบบกามตัณหาหรือแบบภวตัณหาเขาเรียนรู้เอาไว้จริงแล้วรถมันได้น้อยลงน้อยลงท่านเรียกว่าอนิจจาอุปศรีไม่เที่ยงไม่เที่ยงตัวนี้ยังไม่ได้บอกว่าลดหรือมากแต่ถ้าเป็นธรรมะเป็นปรมัตถ์แล้วอนิจจาอนุบาลศรีตัวนี้เราตามเห็นอยู่รู้อยู่ก็คือตามเห็นที่มันลดลงมันไม่ลดก็อยากจะอธิบายให้ฟังแล้วเป็นโลกิยะผู้นั้นจะไม่ตามเห็นติดตัวหรอกแต่ผู้ที่เรียนปรมัตถ์จะตามเห็นว่ามันใหญ่ขึ้นแล้วเราจะรู้สึกเราไม่ไหวแล้วเนี่ยเราอนิจจังแบบกิเลสเราโตขึ้นโตขึ้นอีกแย่นะเราอ่ะถ้าพวกนี้เห็นธรรมะจริงๆขนาดคันนี้แล้วก็จะไม่ประมาทเพราะมันรู้ของจริงมันมีตัวเกิดตัวตายจริงๆนะคนมันมีตัวอายุมันมีตัวสัตว์โลกมันมีตัวเป็นตัวตายจริงๆนะอายุกิเลสมันเกิด ร้านถ้าเราทำจางคลายลงเป็นวินาทีทำให้มันเบาลงได้จริงๆตามเห็นความจางใครอยู่เรื่อยๆนี่คือเราทำฌานเสมอฌานจะไปสู่วิมุตจะไปสู่นิโรธจนกระทั่งในระดับนึงเราเรียกว่ามันไม่มีในจิตใจเราก็รู้สึกว่าโอ้ไม่มีดับสนิทนะเราก็เรียกว่านิโรธภาษาบาลีเรียกว่านิโรธอาการอารมณ์อย่างนี้ไม่มีแม้แต่ต้องสัมผัสหรือว่าอารมณ์มันจะหิวโหยเกิดมาอยู่ในอารมณ์เกิดมาอยู่ในจิตก็ไม่มียิ่งไปสัมผัสแตะต้องกับสิ่งนั้นมีเหตุปัจจัยนั้นอย่างเราติดอะไรแล้วแต่ถ้าจะหยาบๆหรือว่าละเอียดขึ้นไปเคยพูดย้ำย้ำแล้วตั้งแต่อบายมุขบ่ายจนกระทั่งถึงลาภยศถึงกระทั่ง รูปรถเครื่องเสียงสัมผัสนี่เอาหลักใหญ่ๆได้เพชรได้ทองได้ทองได้ข้าวได้เงินได้อะไรแล้วแต่หรือว่าได้ยศได้รูปอย่างนี้รถอย่างนี้กินอย่างนี้แล้วแต่ที่เราเคยติดเราเคยยึดอยู่มันลดลงจริงมันไม่มีเราจะรู้ของเราว่าไม่มีนะเราเป็นคนรู้ไม่ใช่คนอื่นมารู้ปัดจะตั้งจิตของเรารู้ของเราเองอ๋อนี่ไม่มีแล้วอารมณ์นี้แต่ก่อนนี้ก็แปลกเขาแล้วเกิดรสชาติเป็นสุขเป็นทุกข์ชื่นอกชื่นใจหรือไม่ชื่นอกไม่ชื่นใจเพราะว่ามันไม่สมจริงเราสมมุติเราจะรู้ถ้าเราไม่มีอารมณ์ไม่ต้องชื่นออกไม่ต้องชื่นใจอัดทุกข์เข้ามาส่งหรืออุเบกขาเวทนารู้สึกเฉยเฉยก็ต้อง แล้วก็ไม่มีอารมณ์สวรรค์อารมณ์นรกไม่มีอารมณ์ชื่นใจหรือเสียใจเฉยๆไม่เร่งให้เราไม่ทำให้เราจิตใจของเราติดใจอีกแล้วไม่เสพไม่ติดเห็นชัดไม่มัวไม่เมาเจ็บอย่างนี้เลยว่าจิตนิโรธเราทำได้เดี๋ยวนี้คนนิโรธเดี๋ยวนี้ทำได้ชั่วคราวกว่านี้โลดมีอายุของนิโรธขึ้นเราทำให้เกิดอายุของนิโรธเรียกว่านิโรธสมาบัตินิโรธ + อุบัติหรือบวกอาบัติอาบัติคำนี้มันแปลว่าเกิดแต่การเกิดอันนี้เป็นการเกิดชั้นสูงอาบัติมีความหมายอธิบายมากถ้าเรามีหลักเรามีข้อเรามีเกณฑ์อะไรที่เราจะทำว่าไม่ให้เกิดถ้ามันเกิดเราเรียกว่าอาบ มันเกิดโดยเราไม่ให้เกิดกิเลสก็เช่นเดียวกันไม่มีใครอยากให้กิเลสเกิดเราต้องพูดกันโดยตรงๆกันแล้วแต่มันก็ยังเกิดเขาเรียกว่ามันอาบัติเหมือนกันเพราะว่าสมัครเป็นแปลว่ามันเกิดอยู่เนืองๆเพราะเราทำให้จิตของเราเนี่ยกิเลสเกิดเนี่ยมันไม่ถูกต้องเราต้องทำให้กิเลสไม่เกิดก็เรียกว่าเราทำให้เกิดได้โดยยากเกินได้โดยที่เรียกว่าเรามันย้อนแย้งกันอยู่ในตัวเพราะการเกิดอย่างนี้ทำได้เสมอๆถึงเรียกว่าสมาบัติสมาธิทำให้ถึงขั้นนี้รอดเกิดเขาเรียกว่านิโรธสมาบัติลืมตาโพลงนี่ไม่ต้องไปหลับไปหลายที่ไหนมีสติปัฏฐานรู้อยู่นี่กิเลสโดยเฉพาะเหตุนี้ปัจจัยนี้ ละเอียดขึ้นมาเป็นพระโสดาสกิทาก็บอกแล้วเหตุปัจจัยแต่ละท่านอาตมาบอกแล้วว่าโลกสบายเป็นของโซดาโรคกล้ามโลกธรรม 8 หยาบๆนี่หรือว่าเห็นง่ายๆชัดๆในรูปนอกเป็นของพระสกิทาหมดไปแล้วไปเป็นพระนาคาก็เหลือแต่ได้พบจิตยังเหลือเศษเหลือส่วนอยู่เป็นรูปราคะอรูปราคะหรือมันจะมีกิเลสตรงของมันผ่านธนาคารคือกิเลสมานะสังโยชน์ก็ค่อยเรียนรู้กันอันนี้เรื่องของพรมนี่ตอนนี้ก็กำลังวาดถึงอยู่เป็นหลงความดีงามหลงถือตัวถือตนเป็นความดีจริงซะด้วยและถือตัวถือตนซ้อนเข้าไปอีกมันไปกิเลสชั้นสูงมันไม่เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหรอกมันถือตัวขึ้นเลยมันถือดิบถือดีถือความเก่งความรู้อะไรขึ้นไป วัดสะเดาดับกิเลสได้อย่างนี้หรือว่าฝึกหัดฝึกปรือมีอย่างงี้มีนิโรธสมาบัติเก่งก็เกิดอายุใหม่อายุความตายฟังซ้อนนะอายุความตายคืออายุความไม่เป็นอย่างสัตว์โลกสามารถที่จะมีจิตแต่ก่อนมันไม่เคยรู้หรอกว่ามันดับได้ดับไม่ได้เพราะเรามาเรียนรู้แล้วเห็นจริงเราจะรู้ว่ามันดับได้มีชีวิตที่ไม่มีอายุอย่างสัตว์โลกต้องไปเสพสุขเสพทุกข์แบบโลกอย่างเก่าก่อนไม่มีแล้วมันดับสนิทได้ไม่ถึงขั้นรู้นิโรธเราจะเป็นผู้รู้คนอื่นไม่รู้เราเป็นผู้เข้าใจทำได้ถึงขั้นนี้โล่นี่ไม่ใช่คันเล็กแล้วท่านก็หาปรมัตถธรรมจะเรียกว่า แพ้ก็เข้าหาโรคจิตหรือว่าเข้าหาอรหัตตผลโรคจิตไม่ว่าจะเป็นเหตุปัจจัยแค่ใดพระโสดาก็ต้องมีอรหัตผลและจิตแผ่พระโสดากับพระสกิทาจะจับติดตัวละเอียดละอออย่างที่กล่าวนี้ยังไม่แม่นยังไม่ได้ทีเดียวแต่จะมีทำอธิษฐานถ้าพูดได้ปัญญาดีเป็นพระโสดาบันแต่มีปัญญาดีสามารถจับแยกละเอียดอย่างนี้ได้อยู่เป็นสัดส่วนชัดเจนก็มีได้เหมือนกันแต่ว่าเป็นผู้ที่มีบารมีมีอ่ามีส่วนของปฏิสัมภิทาญาณอยู่ในตัวก็สามารถที่จะรู้ละเอียดชัดเจน วันพรุ่งนี้จะเป็นพระโสดาก็เป็นโสดายังปฏิสัมภิทาญาณจะเป็นสันติทางญาณเป็นอนาคาก็อันนาอย่างปฏิสัมภิทาญาณเป็นพระอรหันต์เลยก็เป็นอรหันต์อย่างปฏิสัมภิทาญาณจะเป็นอรหันต์ที่ละเอียดละออรู้ชัดเจนแจ่มแจ้งทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งภาษาสมมุติมีปฏิภาณรู้รอบรู้รอบต่ำแยกชัดเจนจะรู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอธิบายแจกแจงอะไรได้ละเอียดลออทีเดียวช่วยเหลือผู้อื่นได้มากนะอันนี้เป็นอายุจริงๆของสิ่งที่เราจะเรียนธรรมะและมีของจริงเมื่อทำนิโรธได้หมดดับทุกข์ปัจจัยก็เป็นพระอรหันต์เนี่ยร่วมรัฐเข้าไปเลย เพราะงั้นเหตุปัจจัยขั้นโสดาสกิทานาคาเราก็ต้องเรียนรู้มีกิเลสกับที่อาตมายกตัวอย่างมาพลางๆไปจนกระทั่งมีมานะสังโยชน์มีกิเลสสูงมีอุปสรรคสังโยชน์ชั้นสูงขึ้นไปอีกเราก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive