220720-2-135 ทางเอกภาค2-ตอน135(หน้า284)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกอารามมาทำวัดกันต่อแล้วถึงหน้า 284 แต่ว่าเมื่อวานนี้ทั้งวันเราก็ยังไม่ได้เริ่มต่อเราก็ได้ฝากกันให้พิสดารขึ้นไปอีกผมก็สมควรต่อพระที่สมควรให้เข้าใจทั้งความจะเกาะอายุเทียบเคียง คือส่วนที่เราจะทำไม่ให้มีอายุเทียบเคียงให้เห็นสภาพของนิโรธนิโรธอย่างที่คนเข้าใจได้อีกแง่หนึ่งกับนิโรธอริยสัจของพระพุทธเจ้าที่เป็นนิโรธที่พยายามที่จะชี้แนะทั้งสองฝ่ายสองฝั่งขึ้นมาเรารู้หมดเรารู้แทงทะลุรอบรู้ท่วมทั่วอย่างใดๆของใครๆเราก็รู้เราก็เข้าใจทำเป็นในส่วนที่ควรทำในส่วนที่ไม่ควรก็รู้แล้วชัดเจนแล้วไม่ควรไปเสียเสียเวลาไม่ควรไปแสวงหาไม่ควรเป็นเหน็บเหนื่อยเมื่อยล้าควรไปเสียแรงงานอะไรหรอกเราก็รู้กันให้ชัดเจนว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นชัดแล้วแล้วก็แล้วก็เลือกทำจะได้ไม่นาน จะไปมัวงมงายไปเก็บอยู่ตลอดทั้งหมดเลยไอ้ทิมเขาว่าผิดก็ไปเก็บทำไปตามทำอยู่มันก็เนิ่นช้าเสียเวลาดีไม่ดีไปหลงติดเอาด้วยอีกยิ่งพายเสียเวลามากมายเพราะเรารู้เป็นสัมมาทิฏฐิสิ่งใดก็ควรจะรู้ให้ถึงที่ถึงชัดบางสิ่งบางอย่างจะทดสอบก็ทดสอบไปจะได้ไม่ใช่ว่าเราจะฟังแต่ข้างเดียวไม่ทดสอบอีกข้างนึงซะบ้างเลยก็ไม่ได้แล้วก็ทดสอบอีกครั้งนึงฝั่งนึงบ้างไม่มีโอกาสมีเวลาแต่ก่อนจะไปทดสอบอีกข้างนึงฝั่งนึงต้องเกิดสัมมาทิฏฐิหรือถ้าได้ยินมีส่วนที่เป็นสัมมาทิฏฐินั้นถึงที่เราได้แล้วคุณจะรักก่อนแล้วเราก็จะไปศึกษาทางโลกิยะบางอย่างงี้โลกิยะก็ไม่สามารถ สามารถที่จะดึงเราลงไปได้แต่ถ้าเผลอเราไม่มีหลักค้ำประกันที่เป็นโลกุตระแล้วเราโดดไปชิมโลกิยะก่อนไม่ยากแสนยากเนิ่นช้าแน่ๆเนิ่นช้าแน่ๆดีไม่ดีจะไม่ได้เอาไม่สำเร็จเอาติดโลกิยะถึงเลยแล้วก็ไม่มาหาโลกุตระได้เพราะฉะนั้นเราไม
อ่านต่อ
่เนิ่นช้าเราจะต้องรีบมารู้แล้วเรียนรับรองอุจจาระแน่ใจทำโลกุตระให้มั่นคงเป็นสมาธิที่หรือแบบเป็นฐานเป็นหลักประกันเนี่ยทำให้เป็นหลักประกันให้แก่ตัวเองเมื่อมีหลักประกันที่ดีเราก็จะไปสลับคืนไปทดสอบโลกีย ว่าจะส่งผลมันจะยิ่งเห็นชัดมันก็เป็นอย่างนี้เองอ่ะนะมันก็เป็นสุขของเขาอย่างเป็นอย่างนี้และเรามีหลักประกันมี Security ของโลกุตระแล้วมันก็เทียบเคียงได้มันยิ่งจะเห็นได้ว่ามันไม่สู้สู้ไม่ได้สู้ทางโลกุตระไม่ได้มันหนักมันน้ำมันเน็ตมันเหนื่อยมันสังขารมันต้องปรุงมันต้องงี้มันก็ไม่มีไม่มีทางที่จะถอนแต่ถ้าไปโลกิยะแล้วมันไม่ขึ้นมาหาโลกุตระเพราะโลกุตตระนั้นต้องผ่าเทียนต้องล้างถอนต้องทำกันหนักมันก็ไม่อยากทำมันหนักกว่านั้นหนักกว่าโลกียะไม่หนักไม่อยากทำเพราะว่ามันไปได้แค่นั้นมันก็ดีแล้วแล้วมันก็พอแล้ว มาอย่างนี้ไม่เอาอ่ะแล้วมันก็มาย้อนหลังตัวเองอีกด้วยย้อนหลังโลกียะเองมึงก็เลยไม่ทำใหญ่พอได้โลกียะรถแล้วลงอุจจาระจนล้างล้างโลกีย์ในรถอีกย้อนย้อนศรตัวเองไม่อยากทำเหมือนจะขายไม่ติดแล้วก็มาทำโรงกุระก็ไปได้ไวแล้วทีนี้ก็จะไปดูโลกิยะมันก็ไม่มีไม่เท่าไหร่แต่ถ้าคนที่ไปติดโลกียะมาแล้วนั่นแหละมากแล้วก็มาล้างออกถึงต้องใช้เวลาใช้อุตสาหะวิริยะอย่างยิ่งแล้วก็ต้องเห็นให้ชัดให้จริงมีความเห็นแจ้งแทงทะลุจิตใจก็ต้องแปรเปลี่ยนต้องสวนทางกับโลกจริงๆเมื่อได้และเป็นหลักคอยดำเนินไปไม่ค่อยดำเนินไปสะสมโลกุตระ ยิ่งเป็นหลักที่แข็งแรงยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นมั่นคงยิ่งขึ้นเราก็ถึงจะไปรอดฝั่งถึงจะไปได้สิ้นชนิดดูที่หน้า 284 ผู้แจ้งทะลุและเข้าถึงนิโรธอริยสัจอย่างแท้จริงแล้วจะไม่ต้องไปเสียเวลาภาคเรียนหรือใช้กรรมวิธีใดๆสร้างนิโรธธาตุให้กับจิตของตนดังผู้เข้าฉายหลับตาทำดอกเพราะท่านนิโรธดับทุกข์ดับความทรมานใดๆได้โดยเด็ดขาดในทุกที่ทุกทีและทันทีต้องเป็นผู้มี ภาพเช่นนี้จึงจะเรียกว่าถึงสมุทรเขตดังนั้นแม้ท่านจะลืมตาโพลงๆปรุงแต่งสิ่งใดๆอยู่คือยอมให้จิตตนมีอายุเรียกว่าวิสังขารหรืออิทธาภิสังขารคือปรุงชนิดที่มีปัญญามีวิชาคุมอยู่แท้ไม่ใช่ปรุงแต่งแบบสัตว์โลกผู้ตกอยู่ในอยู่ใต้อำนาจกิเลสตัณหาอุปทานแต่เป็นการปรุงอย่างยิ่งปรุงอย่างเก่งแท้ดีจริงท่านก็ปรุงก็แต่งได้แต่ทว่าปรุงแต่งเพื่อผู้อื่นถ้าไม่ลองฟังดูดีๆฟังดูแล้วก็เทียบดูคำว่า โหลดภาพหรือว่านิโรธสภาพนิโรธแท้ๆเนี่ยสภาพนิโรธที่จะต้องนั่งหลับตาเข้าไปทำอสัญญีที่เรากำลังเทียบคู่กันชัดๆเนี่ยเรียกว่านิโรธเขาก็เรียกวันนี้โรจน์และดีไม่ดีก็เข้าใจว่านิโรธนั่นแหละคือนิโรธนิพพานเป็นนิพพานของพุทธด้วยถ้าเผื่อว่าจะได้นิโรธอย่างนั้นแล้วก็นั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็ไปทำเอาไปอย่างนั้นลืมตามันทำไม่ได้หลับตาเข้าไปเป็นนิโรธอย่างนั้นก็เป็นนิพพานได้ที่ผ่านก็อย่างนี้แหละรับลิงนิ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่แหละมันก็ต้องมาทำการดับดิ่งนิ่งเอานี่ตลอดเวลาเมื่อไหร่เมื่อไหร่จะนิโรธก็จะต้องมานั่งหลับตาทำเอาอย่างนี้จึงจะเรียกว่าได้ในโลกหรือได้นิพพานมันก็เป็นนิพพานชั่วคราวนิพพานจอนนี่ผ่าน ถ้าไม่ทำเอาก็ไม่ได้ไม่สำเร็จสักทีในเวลาคนเรานี่มีเวลาลืมตาดีมากมากกว่าที่จะมานั่งหลับตาแล้วก็มาทำเอาอย่างนี้มันไม่ใช่ไปนั่งหลับตาทำเอาอยู่ตลอดเวลาอาจจะทำเดี๋ยวจะกลายเป็นฤๅษีตาไฟเป็นฤาษีที่นั่งทำมาอยู่ตลอดอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำไม่เป็นอะไรก็เป็นก้อนหินเป็นฟอสซิลอย่างที่ว่านั่นเป็นตายซากเป็นคนตายซากเป็นคนซากแห้งเป็นคนเรียกหินแข็งอย่างน้อยไปหินมันยังมีประโยชน์บ้างมันเป็นซากแห้งมันเป็นคนตายซากมันเป็นสิ่งที่ไม่ไม่มีประโยชน์ไร้ค่าเหมือนนั่งทำเอาถ้าวันนึง 24 ชั่วโมงเราก็ต้องมานั่งทำอยู่มันอย่างนั้นให้มันเกิน 12 ชั่วโมง ไปเราถึงจะได้กำไรว่าเป็นนิพพานเวลาตื่นลืมตาแล้วเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราไม่ได้มีมีนิพพานแล้วก็เป็นสภาพที่ก็ได้อย่างนั้นล่ะฟังดูดีๆเราจะเข้าใจส่วนนิโรธของพระพุทธเจ้านั้นนิโรธอริยสัจนั้นมันดับสนิทเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็ว่างๆมันเป็นรูปเป็นชาญมีอยู่ในนั้นเสร็จมีอาการสานันท์อายตนะมีอภิญญานินจาเย็ดกันนะมีอากิญจัญญายตนะพ้นเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นสัญญาเป็นสัญญาไว้ที่ยึดตังค์เลยทีเดียวมีปัญญาวิมุติมีเจโตวิมุติอยู่ในนั้นเจโตวิมุติใดที่มีปัญญา ร่วมเป็นอุปโภควิมุติผู้มีปัญญาวิมุติเพราะยังมีความรับรู้วิมุตเพราะฉลาดเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งวิมุตเพราะมีสภาพธรรมรูปปัจเจกรูปฌานที่ทำได้สำเร็จแล้วเรียบร้อยถึงที่เป็นอรูปฌานซ่อนอยู่ในรูปฌานแน่นอนเมื่อเราเข้าใจอย่างนี้อย่างถ้วนทั่วแล้วเราก็จะไม่สงสัยในถ้าเผื่อว่าเราเรียนลึกซึ้งมีปัญญาเข้าใจในหลักฐานในอะไรต่ออะไรจะหมดสงสัยว่าทำไมจรณะ 15 จึงไม่มีอรูปฌานทำไมที่จะทำนิพพานทิฐิ 62 จึงไม่มีจึงไม่มีอรูปประชานคนหลงเอารูปเป็นฌานทำไมจึงไม่มีแต่แท้จริงแล้วที่เรากำลังพูดนี่เขาหลงอ่ะรูปประธาน นิพพานนะฟังดูดีๆนะเขาไปนั่งหลับตาฉันดีนี่ว่าเป็นนิพพานนี้แล้วยอดเนรมิตพานนิโรธนิโรธภาคนิพพานนะเค้าไปลงนั่งหลับตาอย่างนั้นเป็นอสัญญีแล้วเขาก็บอกว่านี่เป็นนิพพานเพราะฉะนั้นทิฐินี้ต้องเป็นทิฐิแน่ควรจะเป็นทิฐิควรนับเข้าไปที่ทิฐิใน 62 พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าไม่มีทิฐิใดอีกแล้วใน 62 นี้ไม่กว่านี้ไม่มีอีกไม่เกินนี้ทั้งหมดทั้งสิ้นในสัตว์โลกมี 62 ทิฐิเท่านี้เพราะฉะนั้นการที่จะไปยึดเอานิโรธภาพแบบที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่เป็นอรูปฌานเนี่ยว่าเป็นทิฐิเป็นนิพพานที่จะทำนิพพานทิฐิถือเป็นความเห็นผิดว่าไอ้นี่เป็นนิพพานแล้วก็ไปยึดเอานิโรธถ่ายแบบนิโรธอริยสัจ ไปที่ผ่านมันควรจะเป็นทิฐิแต่ที่ไม่นับเข้าเป็นทิฐิด้วยก็เพราะว่ามันไม่ใช่เอกเทศมันไม่ใช่เอกภาพอรูปฌานเป็นเอกภาพไม่ได้เอารูปไปใช้เป็นเอกเทศไม่ได้รูปผู้ชายคือสิ่งหนึ่งกับของรูปฌานถ้าไม่หลับตาลูกผู้ชายถ้าไม่มีรูปบัญชาจะไปนั่งหลับดับดิ่งเป็นอรูปฌานแม้หลับตานิโรธทาสแบบนั้นไม่ได้ไม่ได้ฟังดีๆนะถ้าไม่งั้นคุณจะเข้าใจไม่ได้เลยว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงหลวมๆพระพุทธเจ้าหลวงมีพระปัญญาคุณอย่างมากและถ้ากลับไปก็ต้องเป็นความจริงถ้าเราเข้าใจไม่เพียงพอเราเข้าใจไม่ทะลุรอบเราเข้าใจไม่ลึกซึ้งแล้วก็แย้งเรา เพลงอวดเก่งไปว่าฉันเติมอีกพระพุทธเจ้าขาดตกบกพร่องอยู่ชั้นสูงกว่าพระพุทธเจ้าตัวจริงเก่งอะไรอื่นไม่กลัวเท่าไหร่แล้วเก่งกว่าพระพุทธเจ้านี่กลัวจริงพยายามย้อนแย้งโดยไม่เข้าใจในนัยยะที่ลึกซึ้งหลายเรื่องที่ผมเคยแนะขึ้นเคยเอามาอธิบายสู่ฟังเรื่องนี้ก็เช่นกันนะเพราะว่าผู้ที่แยกเป็นหลงเข้าใจเอารูปไปทานเป็นนิพพานโดยแยกเป็นเอกเทศเป็นอรูปฌานเป็นนิพพานไม่มีนิโรธในอดีตไม่ใช่นิโรธแล้วก็ไม่ใช่นิพพานท่านถึงไม่เรียกว่านิพพานไปเรียกเรียกคนนั้นคนเข้าใจคนนั้นเองคนเดียวของเขาหรือว่าหลายคน ไม่เข้าใจอย่างนั้นแล้วก็ไปทำเอาอย่างนั้นของเขาได้ของเขาแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นรูปไม่ชัดแล้วเอารูปไปใช้มันเกิดตามอรูปฌานมันเกิดอยู่ในรูปฌานถ้าเข้าใจจริงแล้วอย่างพานั่งใจตัวสมถะก็อธิบายสู่ฟังแล้วพอไปเป็นลูกชายแล้วประเดี๋ยวแล้วแล้วก็ผ่านเข้าไปเป็นลูกผู้ชายคุณจะทำอรูปฌานโดยไม่มีรูปฌานเป็นฐานหลักเลยคุณจะทำยังไงนั่งหลับตาก็ตามมาคือทำยังไงหรือแม้แต่จะเป็นแบบพุทธเป็นทานแบบพุทธไปเลยไม่ต้องนั่งหลับตาลืมตาเอาลูกไปทานก็ซ้อนอยู่ในรูปเป็นฐานนั่นเองเอารูปประชาชนอย่าลืมตามตรงโพรงก็มีทานแล้วก็มีเอารูปประชาชนเต่าวิหารเมื่อไหร่เมื่อไหร่ มีเครื่องอยู่ที่สถานศึกษาวิหารเราก็มีแล้วมีเครื่องอยู่เครื่องอาศัยลืมตาโพลงๆก็มีชั้นตาวิหารก็เป็นเครื่องอยู่เครื่องอาศัยที่แท้จริงเป็นปลายแท้ว่างระหว่างเรามีอารมณ์อย่างนั้นไหมเรามีจริงไหมเราดูของเราให้ได้ตราบใดเราก็มีและเราก็จะผ่านถ้าสังเกตดีๆมันก็จะผ่านรูปประชาทุกทีไปมันมีวิตกวิจารดูมีการวิจารณ์ก็ดูพฤติกรรมต้องมีองค์ธรรมของรูปฌานคุณไม่มีวิตกวิจารณ์คุณรู้รูปฌานคุณรู้อาการ 3 คุณได้อย่างไรคุณรู้ไม่ได้เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นฐานลืมตาและที่ต้องมีวิตกวิจารดูดีแล้วพอดูปุ๊บผู้จัดการนี้เป็นอาสาเลยเรามีสัญชาติวิหารอยู่แล้วก็มีความรู้ดีเห็นดียินดี พระอยู่ในสิ่งที่เข้าใจดีเราก็เป็นสุขอยู่แล้วไม่ใช่สุขอย่างโลกียสุขอย่างสงบระงับเป็นผู้สโมสรเป็นปรมังสุขังเป็นสุขไม่ใช่สังขารปรุงเป็นสังขารว่างสังขารจิตเป็นจิตสังขารที่ว่างเป็นจิตสังขารที่เป็นอากาสานัญจายตนะเป็นจิตสังขารที่เป็นอากิญจัญญายตนะมีปัญญาวิมุติมีธาตุรู้เรียกว่าวิญญาณัญจายตนะมีสัญญารู้เรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธก็มี ภาพนี้เป็นภาพดับธาตุดับก็มีอยู่วิจึงมีทั้ง 2 ตัว 1 วิไม่มันไม่มีมันไม่มีกิเลสเลยมันไม่มีสิ่งที่ยุ่งมันไม่มีสิ่งเห็นแก่ตัวไม่มีสิ่งที่จะสร้างสรรค์จะสังขารจะฟุ้งซ่านอะไรทำอะไรก็มีอยู่ด้วยมีคิดอ่านมีสัมมาสังกัปปะพร้อมพรั่งมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะมีสัมมาอาชีวะมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติมีสัมมาสมาธิมีองค์ประกอบพร้อมดำเนินบทอยู่ทีเดียวแต่ไม่มีทุกข์ไม่มีกิเลสปราศจากอกุศลสิ้นไม่มีแต่มีมี 2 อย่างมีก็มีไม่มีก็มีอุปโภค 2 ส่วนนิภากับพระพุทธเจ้าถึงพิสดารมากที่ผ่านกระบวนการพิสดารนะซับซ้อน เอาดีๆนะไม่ใช่มีแต่ความไม่รู้ท่าเดียวความรู้ไม่มีไม่ใช่เอกภาพอย่างนั้นเลยอุปโภคนะไม่ใช่เอกภาพอย่าลืมหมดที่ผ่านของพระพุทธเจ้าหรือวิมุตของพระเจ้าจะไปอบตภาคเขาไปหมดไม่ใช่เอกภาพของวิมุตไม่ใช่ไม่ใช่เอกเทศไม่ใช่เอกภาพ 2 ส่วนอุปกรณ์แปลว่า 2 ประตูมี 2 สภาพที่ซ้อนกันอยู่แยกกันยากหลวงพ่อโตนี่แยกกันยากมี 2 ส่วนที่แท้ชัดอย่างนั้นเราจะเป็นรูปบัญชาอย่างลืมตาหรือเป็นรูปประจำ จึงเป็นสภาพที่คนหลงเท่านั้นเขาจึงไปตั้งขึ้นไปสมมุติโดยบัญญัติแต่โดยสภาวะธรรมจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้เป็นฉันหรือว่าเป็นสภาพที่จะเป็นนิพพานอย่างโดดเดี่ยวเป็นเอกภาพไม่ได้มันเป็นสิ่งซ้อนอยู่เท่านั้นเป็นสิ่งหนึ่งอยู่กับอันนี้ในสิ่งหนึ่งอยู่ตรงนี้เช่นเดียวกับการจิตก็ต้องเป็นสิ่ง 2 สิ่งที่อยู่ในสิ่งเดียวจิตกะใจแต่สิ่งเขาก็เรียกว่าเป็นสิ่งสองสิ่งที่อยู่ในสิ่งเดียวแต่เป็นบัญญัติหรือเป็นความรู้ที่จะแทรกซ้อนเข้าไปรู้เท่านั้นยิ่งจิตใจจะเสร็จแล้วยิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมันเกิดอยู่ด้วยกันแกจะติดก็อาศัยเกิดใช้แต่สิ่งที่เป็นสิ่งสิ่งที่ไม่ใช่จิต ได้เจ๊ตัดสินจะมีโดยไม่มีจิตไม่มีในโลกเศรษฐกิจจะมีโดยไม่มีจิตไม่ได้เจอแต่สิ่งก็คือสิ่งเกิดอยู่ในจิตอาศัยจิตเกิดดับกับจิตพร้อมกับจิตโรงเรียนอภิธรรมมาก็รู้แต่เจ๊แต่สิ่งมีน้อยกว่าจิตจิตมีมากกว่า 70 70 มี 52 ดวงจิตมีตั้ง 89 ดวงพอพูดอย่างนี้บางคนก็งงกันทำไมว่าเจอแต่สิ่งที่มันเกิดกับจิตดับพร้อมกับจิตอาศัยจิตเกิดแล้วทำไมมันผ่ามีน้อยแล้วก็จิตมันเป็นใหญ่อ่ะแกแต่สิ่งมันเป็นส่วนรองมันก็มีมีจิตมากสิมากกว่าเจอแต่สิ่งที่มันจะได้สีมันไม่เกิดก็ได้เพราะมันมีทั้งความไม่เกิดก็มีทั้งความเกิดอยู่ในตัว เพราะความไม่เกิดมันก็ต้องมีมากกว่าความเกิดมันจะตัดสินมันก็เกิดได้แค่ 52 จิตมันเป็นได้ตั้ง 89 เพราะมันมีความไม่เกิดเกิดอยู่ในนั้นเสร็จจิตใจตัดสินมันจะเกิดมันก็เกิดมาเกิดมาแล้วก็จิตจัดการแม้จะตัดสิทธิ์ก็ไม่ได้ยึดมั่นอะไรวัดเอารูปประชานต้องฟังให้ดีต้องเข้าทำความเข้าใจให้ดีเอารูปอาจารย์แบบอสัญญีก็ตามแบบพุทธก็ตามจึงเป็นส่วนหนึ่งเอารูปปัจจุบันจึงเป็นส่วนหนึ่งของรูปผู้ชายไม่เป็นเอกเทศไม่เป็นเอกภาพอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ด้วยนัยยะอย่างนี้พระพุทธเจ้าจึงไม่นับเข้าอยู่ในจรณะ 15 ก็ไม่นับ ไม่เอามาตั้งเป็นชื่อเอกไม่เอามาเป็นตัวเอกแม้แต่อยู่ในทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ 62 ก็จึงไม่มีใครจะมาหลงสิ่งนี้เป็นนิพพานไม่มีแม้แต่เราพูดกันเนี่ยเราตอบตรวจสอบก็มีสภาวะในโลกในมนุษย์ที่เข้าไปหลงอรูปฌานที่เราพูดถึงอยู่นี่ไปหลงกับฉันมีสัตว์เป็นนิโรธเป็นนิพพานธาตุเป็นนิโรธผ่านอย่างนี้เป็นต้นเรายังเราจึงถ้าไม่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงและไม่เข้าใจสภาวะธรรมที่จริงมันก็จะงงอยู่สงสัยทำไมพระพุทธเจ้าถึงล้มที่อธิบายเรื่องลูกเป็นชายก็อธิบายในพระสูตรในคำสอนอะไรมีพวกเราต้องทำนะก็ทำจริงๆเพราะฉะนั้นต่อวิหารจะเป็นสิ่งที่อาศัยของผู้ที่ถึงกินเท่านั้นเอง ผู้ที่มีจริงถึงจริงคุณมีสันหลังจะขออธิบายอีกนิดนึงสมุนไพรเข้าไปต่ออีกนิดนึงในตัวอันนี้โรจน์อริยสัจคุณมีเอานิโรธอริยสัจของปัจจัยหนึ่งคุณเคยติดบุหรี่หรือคุณเคยติดเหล้าหรือคุณเคยติดอะไรอบายมุขอะไรของคุณแต่ละคนแต่ละคนก็แล้วแต่ของผู้หญิงก็ของผู้หญิงของผู้ชายผู้ชายสมมุติสิ่งเดียวแล้วเอาบุหรี่เราเคยติดบุหรี่เมื่อเรานิโรธอริยสัจได้นิโรธนี้มันก็มีอาการสาหัสนะอยู่นิโรธนี้มันก็มีวิญญาณัญจายตนะอยู่นิโรธนี้มันมีจรรยาเย็ดกันนะอยู่นิโรธนี้มันพ้นแหน่ว่าสัญญาณน่ะสัญญาจะชนะแล้ว เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธแท้นิโรธอริยสัจเพราะจิตใจของเราหมดอัสสาทะหมดรถหมดชาติหมดเรื่องราวเลยทีเดียวหมดสงสัยเพราะวิจิกิจฉาถอนพิจิกชาร์จสิ้นเป็นความสว่างแจ้งเป็นอินทรีย์ขึ้นเต็มรูปเราไม่สงสัยเราหมดความสงสัยและจิตใจที่เคยเป็นอัตราเคยเป็นอัจฉริยะเคยเป็นตัวที่สัมผัสอยู่ก็ยังเป็นรสชาติมันไม่มีแล้วจริงๆมันตายดิ้นสัมผัสรสสัมผัสอะไรต่ออะไรมันก็ยังเป็นของมันมันมีควันมีกลิ่นมีอะไรของมันอย่างเดิมมันมีรูปมันมีอะไรมันรูปรสกลิ่นเสียงของบุหรี่มันมีอยู่อย่างเดิมเราสัมผัสมันเมื่อไหร่มันก็ยังเดิม แต่ตอนนี้เราไม่มีอารมณ์ที่มีเชิงยินดีติดใจพอใจหรือว่าจะมาทำให้เราเข้าไปลงอีกแล้วก็ไปติดอีกหรือแม้แต่เข้าไปสัมผัสแล้วก็เกิดอารมณ์ว่าแหมเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ไม่มีอีกมันเป็นอาการนะแต่ถ้าเราไม่ไปพิจารณามันนะหมายความว่ามันก็เกิดแล้วเราก็สัมผัสแล้วก็ผ่านไปเฉยๆมันก็สูญไปธรรมดาไม่รู้อะไรไม่รู้อะไรแต่ว่าเราไม่ติดมันก็ผ่านเราถ้าสมมุติว่าบุหรี่เนี่ยเราไม่สูบเองก็ตามเราไปแล้วก็ได้กลิ่นคนสูงข้างๆมันก็มีควันมีอะไรผ่านมันก็แตะต้องเข้าแต่เราไม่มีเจตนาที่จะวิตกวิจารณ์ไม่มีเจตนาที่จะพิจารณาไม่มีมโน วิจาระเราไม่พิจารณาไปจนถึงขั้นเวทนาในเวทนามันก็ผ่านมันก็สักแต่ว่ามันผ่านเหมือนที่อธิบายในคนคืออะไรเหมือนกับปากกามาแล้วมันก็ลบมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอกมันรู้แต่มันไม่รับรู้มันก็รู้ว่าเป็นกลิ่นเป็นรถเป็นอะไรแต่สมมติว่าคนสูบบุหรี่หรือพ่นควันปุ้ยก็ที่เราเราก็เฉยเราไม่ชอบไม่ฟังอะไรเฉยมันก็ผ่านแต่มันก็รู้เหมือนกันว่าควันบุหรี่มันมีสัญญาถ้ามีสัญญาเราทำงานอยู่มันก็สัญญาทำงานแต่มันไม่ได้ไปพิจารณาในเวทนาในเวทนาว่าเป็นสุขเวทนาในทุกขเวทนามันเป็นทุกข์ก็สุขหรืออุเบกขาเวทนาโดยปริยายมันเป็นอุเบกขาเวทนาโดยกรายเฉยๆเพราะฉะนั้นขณะนี้เราถือว่าเรายังไม่ มโนปณิธานหรือไม่มีรูปฌานไม่มีองค์ธรรมของลูกผู้ชายไม่มีวิตกวิจารณ์เลยเราเฉยเราก็ไม่รู้ดีแต่เราก็ไม่ทุกข์ไม่สุขนะเราก็เฉยๆแบบเฉยมันเป็นอัตโนมัติใช้อัตโนมัติเพราะฉะนั้นถ้าเราพิจารณาปุ๊บขึ้นมาก็เริ่มมีรูปเป็นฌานมีองค์ฌานของธรรมมีแต่วิจารณ์รู้พฤติกรรมของจิตอ่อพฤติกรรมของจิตเราเฉยอยู่ดีแล้วพฤติกรรมของจิตของเราไม่มีทุกข์ไม่มีสุขและเราก็เริ่มพิจารณาแล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรมันก็รู้ว่าเป็นอากาสานัญจายตนะมันก็ว่างอยู่ธาตุรู้ก็ทำงานเป็นวิญญาณธาตุรู้สำคัญกับสิ่งนั้นเป็น 2 ส่วน 1 ส่วน รูป 2 ส่วนน้ำน้ำขึ้นจริงของเรายกขึ้นไปทำงานทำงานร่วมกับสิ่งที่สัมผัสเราสัมผัสตอนนี้บุหรี่สัมผัสจมูกหรือเห็นรูปบุหรี่ก็สูบก็พิจารณาเออก็สูบท่าทีก็อร่อยเลยแต่ก่อนเราไม่ได้พิจารณาเขาอร่อยนะหรือเขาไม่อร่อยนะแล้วก็ต้องทุกข์อะไรเราก็เห็นทันทีจะพิจารณาไปให้มากๆก็จะเห็นไม่เข้าใจแต่เรารู้แล้วเรียบร้อยเราไม่ต้องพิจารณามากแล้วก็เหลือกินแล้วแต่ก่อนนี้ต้องกลับไปพักชั่วคราวไปจรเป็นเพราะเสียงข่าวบุคคลก็ต้องพิจารณาอ่านหนังสือเห็นทุกข์หนอแหมก็ต้องทุกข์ก็ต้องลำบากก็ต้องเป็นภาระก็ต้องกระทำให้แก่ตนก็ต้องแสบต้องถูกต้องอะไรต่ออะไรมากมายเลยเราจะพิจารณาเห็นโทษภัยให้เป็นภาระแบบอันเป็นความพยายามของเขาอันเป็นวงการลงทุนลงเวลาลงแรงลงอะไรต่ออะไรเราจะเห็น แล้วเขาก็บอกว่าเขาเป็นสุขส่วนสุขนั้นแล้วเขาได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งนี้นักหนาเราพิจารณาซ้อนเราก็จะเข้าใจมันไม่ใช่สาระชีวิตไม่ใช่กันชีวิตเลยแล้วเขาก็ติดแล้วเขาก็ทำให้แก่มันเหลือเกินเราจะเห็นชัดเจนแล้วถอดถอนมาแล้วเราเข้าใจหมดแล้วพอสัมผัสก็ไม่ต้องพิจารณาอีกมันก็ว่ามันเป็นวิญญาณแสนรู้เป็นวิญญาณในทัศนะอนันตังสรรพคุณทางอยู่ทีเดียวอาสาเขาว่างอยู่ที่เราว่างไม่ได้เกิดรถอะไรไม่ได้เกิดติดอะไรไม่ได้เกิดบอกแบบอะไรอ่ะกินจรรยาจะชนะเพราะมันไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีเศษเสี้ยวธุลีของกิเลสตัณหาอุปาทานเลยไม่มีเลยเป็นยาจะชนะนิดนึงไม่มีจริงๆในวันสัญญานาสัญญามันก็ไม่มีมันรู้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิญญาณที่วิญญาณบริสุทธิ์ มันเป็นวิญญาณสัญชาติที่แท้เลยเต็มพร้อมไปด้วยสังขารกำลังสังขารรู้กำลังเข้าใจสัญญากำหนดหมายกำลังมีเวทนารู้เวทนาว่าเฉยอยู่เออเราดูจิตเราพฤติกรรมของเรามีฐานมีฐานนิยมคือมีอุเบกขาเวทนาหรืออนุกรรมสุขขเวทนารู้มโนปวิตจาระของเรารู้จิตของเราตั้งอยู่มโนปักวิจาระมโนก็คือตัวจิตเข้าไปดูที่จิตแล้วก็รู้พฤติกรรมของจิตวิทยาพฤติกรรมอันยิ่งดูจริงๆดูมันยิ่งๆมันตั้งอยู่ยังไงอ๋อมันตั้งอยู่ในฐานะเฉยตั้งอยู่ในฐานะไม่หวั่นไหวไม่มีรถไม่มีชาติไม่มีโรคไม่มีสังขารและโลกไม่ได้ปรุงเป็นโรคเลยฟังดีๆนะเข้าใจดีๆไม่ใช่พูด คนเดียวนะเราไม่รู้เรื่องอุตสาห์บรรยายอาจจะลึกมันอาจจะเป็นสภาพที่คุณคุณจะยังไม่รู้ว่ามันเป็นความสำคัญสำหรับคนที่ยังไม่ถึงแต่คนที่ถึงแล้วอยู่ในภูมิแล้วจะเห็นว่าเป็นสำคัญเหลือเกินนี่เป็นการอธิบายสภาพละเอียดสูงสุดในการอธิบายถึงตัวนิโรธตัวนิพพานตัวจิตนิพพานแม้ยกแค่เหตุปัจจัยแค่บุหรี่หรือแค่อะไรถ้าคุณไม่มีบุหรี่คุณไม่เอาบุหรี่นี้เป็นสาเหตุปัจจัยด้วยคุณไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยก็สมมุติอะไรของเราที่เป็นปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราได้นิโรธผ่านนี้แล้วเข้ามาประกอบฟังตามเราสมมุติปัจจัยของเราตามอันใดของใครก็ตามใจที่เราได้แล้วเรามีแล้วเป็นแล้วมีตัวอย่างของเรา ระลึกตาไม่ดีแล้วคุณจะเข้าใจแล้วคุณจะซาบซึ้งถึงอารมณ์ที่กำลังอธิบายนี้ตัวอย่างนี้อ๋อลักษณะอย่างนี้แหละนิโรธผ่านลักษณะอย่างนี้เหรอรูปฌานอรูปฌานลักษณะอย่างนี้แล้วสภาพที่จิตคนจะต้องเป็นต้องมีเมื่อใดเรียกว่ามีรูปอาจารย์เมื่อใดเรียกว่ามีอรูปฌานซ้อนอยู่อย่างไรเมื่อใดไม่มีทำไมไม่มีเรียกว่าไม่มีฌานเดี๋ยวจะบอกว่าฌานมันจะต้องมีอยู่ตลอดเวลาครองอยู่บอกว่าบางทียังไม่นึกไม่มีการอะไรก็ไม่ได้เราก็ไม่เรียกว่าชาญเมื่อไม่เรียกว่าชาญมันเป็นอัตโนมัติเฉยๆแต่ที่มันอัตโนมัติที่ไม่เสียหายแล้วเป็นเองเป็นโดยไม่ต้องใช้ยานหรือใช้ทานหรือใช้วิตกวิจารณ์หรือใช้การรู้เข้าไปตรวจสอบเข้าไปเป็นมันก็เป็นสิ่งดีโดยอัตโนมัติอยู่แล้วมันก็ไม่ ไม่น่าเดือดร้อนอะไรสำหรับมนุษย์มันก็เป็นสิ่งปลอดภัยอยู่แต่ถ้าเราสงสัยหรือว่าเราต้องการจะรู้จะเช็คแล้วก็มีฌานมีวิตกวิจารก็ไปตรวจทันทีตรวจอย่างเก่งอย่างละเอียดยิ่งคุณทำอยู่ทุกวันคุณมีอยู่ทุกวันอยู่กับคุณเป็นพระอรหันต์แล้วไม่มีฌานไม่ได้เค้าเข้าใจฉันไม่เป็นโทรศัพท์พระอภิธรรมงงๆถึงจะไปแยกพระอรหันต์ต้องมีฌานไม่มีฌานมันไม่จริงแต่เขาก็พูดถูกเขาก็พูดถูกส่วนนึงแต่เขาพูดไม่ถูกจริงๆทั้งหมดของพระพุทธเจ้าก็พูดถูกที่ว่าพระอรหันต์ที่ไม่มีฌานมีเพราะเขาหมายเอาชาญคือเดรัจฉานๆไม่ใช่พระพุทธเจ้า เดรัจฉานวิชาฌานคือฌานแบบฤาษีน่ะเพราะว่าพระอรหันต์บางองค์ที่เป็นโลกุตระโดยตรงไม่ได้ไปเคยไปสร้างเจโตสมถะเลยไม่ได้เคยไปฝึกปรือใจโตสมถะเลยไม่เคยไปนั่งหลับตาปี๋แล้วก็ทำรูปชานเอารูปเป็นชาดำแบบโล่งๆดับแบบฤาษีเขาเลยเขาก็บอกว่าเนี่ยพระอรหันต์พวกนี้ไม่มีการปัดภวังค์เข้าไปแล้วก็ไปอยู่ในภวังค์แล้วก็ไปนั่งทำรูปอาจารย์เล่นจิตทั้งแบบนั่งหลับตาแบบนั้นก็มีจริงเขาพูดถูกแต่เป็นสิ่งเฟอร์ของศาสนาพุทธเป็นสิ่งเกินไปจะใช้ศึกษาได้รางวัลอย่างเราเรากำลังเรียนดูอยู่เนี่ยเราใช้ศึกษาได้แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินโลกุตระไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าชาญศาสนาพุทธก็มีฌาน อย่าเพิ่งพูดเล่นเป็นอันขาดมีความหมายลึกซ้อนลึกซึ้งนะแล้วแม่นเป้าด้วยแม่นเป้าด้วยละเอียดลึกซึ้งและแม่นด้วยไม่เบลอๆถ้าเป็นชาแบบหยาบๆอย่างฤาษีเหรอง่ายรู้จะตายไปหยาบไม่มีก็เข้าใจแล้วนี่ก็ไม่มีไม่เคยไปนั่งหลับตาทำชาญถึงก็ถือว่าหลับตาหรือเป็นชาญไม่ได้เคยไปนั่งหลับตาทำเอาแบบนั้นแบบนั้นใช่พระอรหันต์องค์ที่ท่านไม่ได้ไปทำฌานแบบนั้นมีถูกพระอภิธรรมพูดว่าอย่างนี้ถูกอยู่นะถูกถ้าหมาอย่างนี้นะทำไมว่าพระอรหันต์ที่ไม่ได้ทำฌานเนี่ยไม่ได้มีชาญแบบโลกียะใช่ถูกต้อง เป็นพระอรหันต์สุกขวิปัสสโกเป็นอรหันต์ที่ไม่มีฌานไม่ได้ทำฌานชานก็หมายคือต้องหลับตาเข้าไปทำเข้าใจมั้ยน่ะทางเข้านี่คือฌานฤาษีที่สอนกันมาเป็นอุปสรรคสอนกันมานานแล้วฉันก็มาเป็นสีดำหมดใครก็เข้าใจเป็นพื้นฐานใครก็เข้าใจได้เออใครก็เข้าใจได้นี่เป็นทานทานอย่างนี้ก็เป็นทางโลกโลกเป็นชั้นเข้าใจง่ายๆจะเรียกว่ามีความลึกซึ้งจะเรียกว่ามีความยากบ้างในการกระทำก็จริงแต่ถ้าผู้ใดจะไปฝึกก็จะรู้ในความยากนะมีอะไรต่อรายรายละเอียดของมันจริงถ้าคนนั้นถึงจริงแม้ผู้นั้นไม่ถึงจริงในฌานแบบฤาษีเอามาพูด มึงก็เป็นการโกหกดูแม้แต่ชาฤาษีทีนี้ถ้าพูดได้ไม่รู้ไปพูดเข้าก็ถือว่าเป็นพวกขี้โม้สิ่งที่ไม่ใช่ง่ายเหมือนกันก็ไปจริงๆอ่ะมันง่ายรู้แต่มันไม่ง่ายทำฉันมันง่ายรู้มันจะไม่มีอะไรลึกซึ้งนั่งหลับตาก็ไปก็ดับจิตดับปีขึ้นไปหรือจะพูดบอกว่าเข้าไปแล้วนั้นสีนี้ก็ไปแล้วก็จิตมันจะมีกำลังมีจิตไปเล่นกิเลสจิตไปเล่นสร้างสวรรค์นรกสร้างกำลังทำเล่นแร่แปรธาตุทำนู่นทำนี่อะไรต่ออะไรก็เข้าใจเข้าใจง่ายแต่ก็ยากที่จะทำยากที่จะทำใช่มั้ยของดีๆนะยิ่งยากกว่า ถ้าจะเอาไปให้เหาะเหินเดินน้ำดำดินทำอะไรยิ่งยากกว่าชาญพุทธอีกก็ว่ากันไปแล้วที่ทำให้กิเลสหายนะทำไปอย่างโน้นน่ะได้ประโยชน์น้อยทำทานแบบเหาะเหินเดินน้ำดำดินเอาเหาะได้ก็ดีหมาเลียก้นไม่ถึงท่านพุทธทาสว่าทำให้หอได้ก็ดีก็ดีอยู่หรอกทำชาแบบนี้ได้ก็เพราะเลยเพราะก็ดีมันไม่มีประโยชน์กับหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วมันยากอย่างไรเรามีกี่คนล่ะจะบรรลุมีกี่คนแล้วจะเหาะได้แล้วเหาะได้ได้ประโยชน์แค่หมาเลียคนไม่ถึงมันก็ช่วยอะไรกันนักหนานะลงทุนลงแรงเหลือเกินแล้วได้ประโยชน์กับชีวิตอะไรก็ไม่ค่อยเข้าท่าช่วยอะไรคนก็ยาก ได้แล้วนะเหาะได้แล้วหอบของขนเป็นจัมโบ้ 7 ได้ไหมเล่าขนของก็ได้ไหมเล่าค่าขนส่งมันยิ่งแพงทุกวันนี้น้ำมันมันยิ่งขึ้นได้ไหมล่ะก็ไม่ได้อีกอ่ะพาตัวของเขาทั้งญาติทั้งเย็นต้องนั่งหลับตาต้องจะมีอะไรนะไม่เกี่ยวหรือไปแล้วก็ไปก็ไปแต่ตัวเอาของอะไรเข้าไปได้ขนส่งอะไรได้ที่ไหนมีหอและขนส่งได้อยู่ไหนยังไม่เคยได้ยินแม้แต่สมัยฤาษีก็ได้ขนส่งได้ไม่มีก็ไอ้เท่านั้นเองแล้วก็ไม่จริงจังไม่มีหลักฐานอะไรแน่นอนยืนยันอะไรเลยแต่เช้าแล้วพระพุทธเจ้ามีหลักฐานยืนยันแน่นอนเด็ดขาดมาว่า จริงยิ่งกว่านกเบาอิสระเสรีอย่างนกน้อยปีกแข็งสบายง่ายสะดวกจะยังนกบินอยู่ในอากาศและเบาจริงๆด้วยจิตเบากายเบาของเราเองและเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ทำงานทำการทำอะไรได้ใจเบาไม่ยึดไม่ติดไม่ขัดไม่คล่องส่งเสริมสร้างสรรค์อยู่ทีเดียวมีประโยชน์มาก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive