220719-2-134 ทางเอกภาค2-ตอน134(หน้า284)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์205 KB
วันที่แก้ไข5 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกหากเรามาทำวัดกันต่อหน้า 284 เอาขึ้น 284 ขนาดนี้เรากำลังพูดถึงนิโรธภาพชนิดหนึ่งคือนิโรธขาดแล้วเราก็วิเคราะห์ให้ดูถึงความเข้าใจต่างๆของคนที่ยึดถือหรือว่าที่จับ ผลต่างๆเอานิโรธภาพจิตหรือว่าดับธาตุจิตที่ว่านี้มาวิเคราะห์มาเป็นเชิงภาษาบัญญัติก็จะได้ภาษาบัญญัติออกมาอีกเยอะแยะนักโทษนักเขียนก็จะโต้จะเถียงจะใช้พยายามใช้เชิงภาษาเชิงปฏิบัติเชิงวิเคราะห์และก็มองต่างคนนั้นเอามามีแง่มีเงินถ้าจะโต้เถียงกันโต้เถียงอย่างไรก็ได้จะวิเคราะห์ออกไปกว่านี้อีกก็ได้จะมองให้เห็นเหลี่ยมของรูปและเหลี่ยมของนามที่ลึกซึ้งกว่านี้อีกก็ได้สำหรับผมผมจะมองอีกฝ่ายไปกว่านี้จะมองแล้วจะเขียนให้ยาวยืดกว่านี้วิเคราะห์เหลี่ยมมุมออกมาอีกอันนี้ก็ได้ สำหรับผมแต่ผมเขียนขนาดนี้ก็เมื่อยแล้วที่เขียนให้เขียนพอเมื่อยไม่ได้เขียนว่าหมดไม่ได้เขียนว่าหมดแล้วจะพูดก็พูดมากกว่าที่เขียนไว้นั่นอีกตั้งเยอะจะมาพูดอธิบายนี่ก็กว่านั้นอีกตั้งเยอะมีเหตุมีผลมีอะไรร้อยเรียงยุงยาวโยงใยออกไปไกลแล้วก็สลบกลับมาให้เห็นว่ามันเกี่ยวพันกันไปได้อีกเยอะเพราะฉะนั้นนัดเถียงผู้ที่ใช้ปัญญาเพื่อเถียงมีอยู่เยอะถ้ามันไม่มีมานะมันจะเอาชนะมันก็จะเถียงๆๆไปเพื่อเอาชนะเท่านั้นเองแต่ถ้าเผื่อว่าเรารู้เข้าใจแล้วในเรื่องของคำว่านัดเถียง เรารู้แล้วเราเข้าใจแล้วในเรื่องของนักเขียนเราไม่เถียงล่ะเราจะรู้ความจริงไม่รู้ความจริงแล้วเราก็จะพยายามรู้ให้ลึกรู้เห็นลึกเราก็จะเป็นปากเมื่อกำลังจะปลูกป่ามันก็จะหลงตัวเป็นมานะนึกว่าเราเป็นปราชญ์แล้วมันก็จะถือตัวถือตนเป็นเพลงโทษผู้อื่นตามแล้วก็ไปคิดหาเหตุผลก็จะแกงจะมีเหตุมีผลให้กับตัวเองมากรู้มากแล้วก็ได้เป็นนักเสียงแ

อ่านต่อ

ล้วก็ตายไปไม่ได้อะไรหรอกได้แค่เป็นนักเถียงนักโทษนักชนะเป็นผู้ชนะแบบเสียงนะ ผลเป็นนักบัดกรีโหติวิมังสาได้แต่เหตุผลตรรกะจีนเป็นผู้มีเหตุผลเป็นผู้มีเหลี่ยมเชิงคิดค้นหัวสมองดีชาญฉลาดแต่คิดค้นเป็นนักหลักการนักวิชาการนักโครงการเป็นอย่างนั้นแต่ความจริงไม่มีวิชาจริงภาษาสมัยนี้แหละนักวิชาการนักหลักการนักโครงการรับสร้างโครงการนักสร้างหลักการนักสร้างวิธีการนักสร้างรูปการสร้างเกมแต่มันไม่ได้เป็นตัวจริงมันไม่ได้ลงไปตัวเองก็มีแต่มา ได้แต่ชนะนึกภาคภูมิใจแต่ของสุดเปลือกนึกภาพภูมิใจในสิ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้างเหมือนกันในความรู้หลงความรู้นึกว่าตัวมีความรู้แต่ว่าไม่ถึงที่สุดไม่ถึงรอบแทงทะลุไม่เป็นจริงโดย 2 ส่วนไม่อุปโภคภาคได้แต่เป็นเชิงส่วนหนึ่งคือชวนคิดเท่านั้นเองเป็นส่วนใหญ่อย่างนี้ระวังพวกเรานี่ฟังมากพระพุทธศาสนาฟังมากอธิบายมากแจกแจงโดยนัยยะพิสดารมีอะไรต่ออีกความรู้ในเรื่องบัญญัติเรื่องอะไรเยอะเพราะฉะนั้นจะเก่งจะได้ยินได้ฟังเป็นพหูสูตรเป็นพระ เหมือนยังกะพระอานนท์พระนนท์จำได้มากได้ฟังมากแต่พระอานนท์ไม่ใช่พระสารีบุตรพระสารีบุตรกับพระอานนท์นี่ต่างกันมากพระสารีบุตรมันเป็นพหุสัจจะเป็นผู้ที่รู้มากและรู้รู้ลึกรู้ซึ้งรู้ถึงจริงรู้การรู้สาระส่วนพระอานนท์นั้นรู้มากเพราะฟังมามากจำได้มากรู้มากจำมากได้มากแล้วก็เป็นคนคิดติดแจงเหมือนกันเป็นนักคิดจะเก่งเหมือนกันแต่ส่วนได้ส่วนจริงแท้ๆนั้นเอายากได้น้อย ถึงที่สุดได้ยากเอาได้น้อยพระอานนท์คดีส่วนหนึ่งจะจำได้จำเก่งจำเลยพระสารีบุตรประจำสู้ไม่ได้ Samsung ไม่ได้จำแกงมีเชิงเก่งเป็นเอตทัคคะด้านหนึ่งคำว่าพหุสุตตะกับคำว่าพหูสูตรถ้าผมไม่รู้รายละเอียดที่จริงเราก็จะเอาปนกันหน่อยนึงตรงพหุสุตตะแปลว่ารู้รู้อย่างได้ยินได้ฟังมามากส่วนพระมหากษัตริย์จะพหุสัจจะนั่นหมายความว่าได้แก่นมีพระมหากษัตริย์มากมีสัจจะมากได้ยินได้ฟังมามากมีผ้ายันต์นะชนะกำกับแล้วก็ฟังสัจจะแปลว่าจริงแต่คำว่าสัจจะก็หมายความว่า สัจจะทั้ง 2 ส่วนเหมือนกันคือเป็นทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะส่วนจริงมีอยู่เยอะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าได้ทั้ง 2 ส่วนถ้าผู้ใดเป็นมหัศจรรย์ที่มีพหุสุตตะอยู่ในตัวคือได้ยินได้ฟังมาก็มากและเราก็มีสารัตถะนั้นมากด้วยรู้เท่าทันในสมมติฐานมากและเราก็มีปรมัตถสัจจะมีตัวย่อมีแก่นสารปรมะบวกอัฏฐะแปลว่าสาระอันยิ่งปรมะยิ่งอัตถะเรียกว่าปรมัตถะมีสัจจะที่เป็นแก่นเป็นสาระที่แท้อย่างยอดยิ่งบรม รู้จักสัจจะโดยทั้งบัญญัติภาษาทั้งอุดมคติอุดมการณ์เหมือนอย่างเรามีอุดมการณ์รู้อุดมการณ์ของพระพุทธเจ้าอุดมการณ์ของพระพุทธเจ้าเป็นความอุดมเป็นอุดมมงคลที่จริงที่ท่านมีท่านถึงท่านถึงได้มากๆซึ่งเราก็รู้และเราก็มีความรู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านดีอย่างนี้ถ้ามีคุณธรรมอย่างนี้ท่านประเสริฐอย่างนี้ทั้งหมดเรารู้ว่าพระพุทธเจ้าดีอย่างนี้มากมายเราก็พยายามได้ยินได้ฟังมาแล้วเป็นพหุสสุตาเราก็พยายามทำพหุสัจจะนั้นให้ตามไปให้ใกล้ชิดตามไปให้มากให้มีปรมัตถะให้มีสาระที่ยิ่งนั้นใกล้ชิดเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆให้มากที่สุดเหมือนมีแผนที่ มีโครงสร้างนำให้ผู้รู้ดีเฉยๆแล้วก็ทำดีไม่ได้ก็ดีก็ดีส่วนหนึ่งดุดีที่รู้ดีที่รู้ดีนั้นแล้วทำได้ยินตามไปเรื่อยๆก็ดีส่วนผู้ที่รู้ดีแต่ไม่ทำดีเอาเลยเอาแต่ดีพวกนั้นมาเป็นข้ออ้างมาเป็นข้อแก้ตัวเอาปัญญาที่มีมากมาบิดพลิ้วอำพรางตัวผลักดันตัวแล้วก็เลี่ยงอย่างนี้ดีอย่างนี้รู้อย่างนี้เธอเรียกว่าคนฉลาดเฉโปฉลาดไม่เอาถ่านฉลาดที่ไม่พยายามทำให้ตนเองเป็นจริงแล้วก็เอาความเลี่ยงแก้ตัวจะเอาที่คนอื่นไม่ฉลาดเท่าทันนั้น มาเป็นตัวได้เปรียบเขาเอาเปรียบเขาเพราะเขาไม่รู้จึงมีเชิงชนะเชิงชนะด้วยปัญญาแบบนี้เกลื่อนในโลกและนับวันจะเกลื่อนมากขึ้นรักฉันลักษณะเฉโปเนี่ยพวกนี้ไม่เข้าใจคำว่าเสียคือความดีเสียสละคือความดีเสียคือให้แปลเสียคำนี้เป็นภาษาไทยๆพูดเป็นภาษาไทยๆเสียหมายความว่ามันให้ให้จาคะหรือฐานะหรือสิ่งนั้นที่นั่งฐานะคือจากบริจาคคะให้ถ้าเราไม่เข้าใจตัวให้ตัวนี้เกิดมาเพื่อให้เราก็ไม่รู้ความเป็นพระเจ้า ด้วยความเป็นยอดของจิตวิญญาณจิตวิญญาณในโลกนี้เราทำเป็นเรามาทำตัวให้เรามาทำตัวพระเจ้ามันเพื่อเรามาเป็นตัวพระเจ้าเราเป็นตัวให้ได้เราทำให้ได้แล้วให้จริงๆเราให้หมดเราให้ทุกอย่างเราไม่หวงแหนอะไรแต่เรารู้ทันฐานะฐานะเท่านั้นเองว่าฐานะสิ่งที่ควรตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่พอสมควรเมื่อมีเหตุอันแรงกล้าเมื่อมีเหตุอันจัดการที่จะมาเปลี่ยนไปก็เปลี่ยนไปถึงที่แม้แต่ที่สุดก็ฐานะแห่งความตั้งอยู่ของชีวิตมันจะต้องตายเราก็ตายกันตายก็ตายมันก็เป็นความธรรมดาหมุนเวียนอยู่ในโลกตายเกิดเกิดตายสม มันยังไม่ถึงตายแต่มันมีประโยชน์บางคนอยู่บางคนทำไปก็ควรมีอะไรต่ออะไรให้เป็นประโยชน์ที่ดีไปก็เท่านั้นอย่างนี้เป็นต้นที่เราได้พูดกันถึงเรื่องราวของธาตุจิตที่มันควรตั้งอยู่แล้วเราก็มาตั้งอยู่กันสุดท้ายเขาก็ไม่เข้าใจความตั้งอยู่เขาไม่เข้าใจความเป็นของจิตเสร็จแล้วเขาก็ไม่เข้าใจความเป็นของจิตคือจิตนี่มันเป็นอะไรมันมีคุณสมบัติอะไรมันมีคนสมัครรู้เวลาจะให้มันพักมันก็พักจะให้มันคิดมันก็คิดจะให้มันจำมันก็จำจะให้มันหยุดถ้าเราสามารถมันก็หยุดได้ทีนี้จิตนี้มันไม่ค่อยหยุดในความเป็นในโลก ไม่เคยหยุดแม้เราจะพักมันก็ยังคิดยังปรุงมันก็ยังหยิบอดีตเข้ามายำเรียกว่าฝันย้ำไปตามอำนาจกิเลสมันไม่หยุดได้ง่ายๆยิ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่รู้ไม่เข้าใจจะให้จิตพักบ้างมันยิ่งไม่รู้มันยิ่งมันหลงโลกมันยิ่งมันคิดมาปรุงมาฟุ้งซ่านมันยิ่งตื่นกับโลกไม่ยอมพักไม่ยอมหยุดมันไม่มีเวลาพักเอาจริงๆมันไม่มีเวลาหยุดเอาจริงๆสำหรับเด็กจนกระทั่งมาได้รับความรู้มันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามันเห็นทุกข์มากไม่ได้รับความรู้มายึดซะมั่งสิแล้วก็จะสบายพอมีจิตที่มาเข้าใจอ๋อจุดจุดที่สบายพอดีหลงอีกพวกหลงติดติดอะไรผมก็ฮือฮาพอตัวเองนั่นแหละฮือฮา ฮือฮาหยุดไม่ติดยุติหลงหยุดเข้าใจว่าหยุดดีก็มาสั่งสมความอยู่ทั้งๆที่หลงหยุดนี่นาบางทีมันก็หยุดยังไม่ได้หยุดยังไม่ได้ก็มาดับทำการดับหยุดไม่ได้เพราะดับหยุดได้ก็มีปิติดีใจก็ยิ่งติดติดติดติดติดติดติดติดติดติดยอดที่สุดแต่แท้จริงกำลังทำลายความเป็นจริงสิ่งหนึ่งคือทำลายความเป็นจริงของธาตุรู้จะหยุดก็หยุดสิพอพอสมควรแล้วก็ไม่จำเป็นไม่ต้องไปหลงยึดทีนี้ไปหลงเข้าไปหลงยึดหลงติดเข้าเสร็จแล้วก็ต้องตื่นไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ตื่นแต่เราก็ต้องมารู้ไม่ใช่ว่าจะไม่ออกมารู้ไม่ใช่ว่าจะไม่ออกมาก็ออกมารู้แต่เสร็จแล้วก็ไม่พอใจในความที่ต้องการที่จะ ดับต้องการที่จะไม่รับรู้เป็นความหลงผิดของความที่เป็นอยู่จริงๆเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เรายังมีความเป็นอยู่แต่ไม่เข้าใจถึงสัจธรรมที่เป็นปรมัตถสัจจะอันลึกซึ้งก็เลยไม่รู้ความพอดีของความจริงไม่รู้ระยะทางภูตะไม่รู้จะถามไม่รู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงที่มันต้องเกิดน่ะมันต้องเป็นน่ะมันก็อย่างนี้มันก็ต้องเป็นอย่างนี้เพราะฉะนั้นเราจะให้ดับแล้วก็ดับดับแล้วพอประมาณในช่วงของวัดป่าที่ควรพักควรดับก็ดับเสียดับแล้วเสร็จเราจะพอละพอดีแล้วสมควรแล้วแห่งความดับสมการและแห่งความดับ ตื่นตื่นก็มีความตื่นที่เต็มแล้วก็เป็นไปโดยดีการงานทำโน่นทำนี่ไปไหนเป็นคนอื่นที่ตื่นหรือตื่นเวลาดับก็ดับรู้ดับเพราะจริงพระพุทธเจ้าจึงตรัสชัดๆที่จริงเราจะแปลว่าไม่ไม่เราไม่ดับเราไม่ตื่นก็ได้ในความว่าปฏิภาณอายุห่างแล้วไม่ดับแล้วไม่ตื่นที่เคยแปลให้ฟังว่าเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเราข้ามอกข้าสงสารได้แต่จะแปลว่าเราไม่ดับเราไม่ตื่นเราก็ข้ามอกข้าสงสารได้ก็เหมือนกันถ้าเราเข้าใจโดยสารเข้าใจโดยเนื้อแท้ของมันได้แล้วมันก็ไม่มีอะไรเป็นภาษาที่เราต้องเข้าใจสารภาพเข้าใจแก่นแท้ของสัจธรรมแท้จริง ไม่เข้าใจแล้วก็ไม่มีอะไรพระพุทธเจ้าจึงได้มาฝึกหัดหลับหัดตื่นกำหนดความหลับกำเนิดกำหนดความตื่นถึงเวลาควรหลับก็หลับแล้วจะพักผ่อนแล้วจะเอาแค่ไหนให้พอเหมาะสมแล้วมันก็ผ่านไปบางครั้งบางคราวมันก็ไม่ได้หลับให้มันสมที่หรอกมันอาจจะถูกฉุดถูกดึงไปบางครั้งบางคราวเราก็จะได้รถนั้นรถนี้มาก็ไม่ได้หรอกไม่ได้รถที่มันยากๆมาบางทีเราก็จะได้จะได้รถๆนี้มามันง่ายหน่อยมันง่ายทั้งตามันง่ายทั้งหนูมันง่ายทั้งจมูกมันง่ายทั้งลิ้นทั้งกายสัมผัสมันก็ไม่ได้สนใจหรอกบางทีเราบอกแม่ไอ้นี่มันดังหนวกหูจะเอามันดังมากเกินกรนเอิกเกริกเราจะบอกว่าเราไม่อยากได้ถ้าเกิดว่าเราจำเป็น อยู่ที่นั่นกาละนั้นเทศะนั้นไปห้ามเขาก็ห้ามไม่ได้กูก็ไม่รู้เรื่องแล้วเขาก็นึกว่าเป็นสาระของเขาเขาก็ทำของเขาอยู่เราก็เฉยวางใจเฉยเขาจะเต้นจะติดดีดจะตีจะร้องจะไปกระทืบๆยังไงแล้วก็วางเฉยและเราก็ต้องวางเฉยได้ต่อในภาวะแวดล้อมอย่างนั้นอันนี้เป็นความยอดเก่งของศาสนาเป็นความเนื้อโลกนั้นเหนือโลกของเราเองนั่นแหละตัวแท้ว่าจิตวิญญาณของเราไม่ถือสาหมดถือหมดสาหมดยึดหมดสิทธิ์หมดกังวลแม้สิ่งนั้นจะมีมันก็ย่อมมีอยู่มันอาจจะมากจัดจ้านด้วยไหมมันจัดจ้านต้องใช้ทานหรือว่าจะใช้ความ เรียกว่าคำว่าฌานคือเพ่งเพลงเผาต้องแพงหรือว่าต้องสะกดหรือว่าต้องรอรับใจเราให้เรากลั้นในสิ่งนี้ให้รู้ว่าสิ่งนี้เราไม่เอาเราเอาแต่สิ่งนี้จัดขอบเขตของวิญญาณจิตวิญญาณที่เราจะใส่ใจหรือว่าเราจะมีใจรู้อยู่ที่ส่วนหนึ่งอำนาจทานอย่างนี้เป็นอำนาจฌานเป็นว่าเพลงเผาเผาสิ่งที่เราไม่เอาเป็นอำนาจที่จะต้องฝึกปรือเพราะฉะนั้นแม้แต่จิตรู้มันก็เป็นธรรมชาติรู้เป็นของจริงตามความเป็นจริงเพราะผู้ที่จะบอกว่าจะไปทำฌานในจิตแบบเสียให้มันเลยเถิดเป็นขาลงไปเลยนั้นน่ะแล้วก็ไปหลงเอาอันนู้นเป็นความเป็นจริงตามความเป็นจริงตาม พอดีซื้อตามความเป็นสัจจะของเขาธาตุรู้แต่ไปให้มันดับมันไม่ใช่แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าเขาได้ดับเลยเถิดไปสุดโต่งไปอีกส่วนหนึ่งเราจะเรียนรู้เพื่อกระทำสิ่งที่เหนือกว่าเหลือเกินเลยไปบ้างเราเรียนรู้ได้เราจะเรียนรู้อสัญญีจิตเราก็เรียนรู้ได้อสัญญีไม่กำหนดสัญญาอะไรเลยเรียนทำเราจะเป็นก็ได้แต่ว่ามันไม่ใช่ความพอดีไม่ใช่มัชฌิมาไม่ใช่สัมมาไม่ใช่ปกติปกติธาตุรู้ก็รู้เวลามันพักมันก็มีมันดับจะให้มันดับมันก็ดับมันก็พักและแต่โดยแท้จริงแล้วถ้าเกิดว่าเราเองเรายังไม่ตายเน่าเราก็ยังมีธาตุขันมีนามขันธ์รูปขันธ์เป็นธรรมดาแผนรูปขันเวลามันตื่นมันก็ต้องทำหน้าที่ตื่นธรรมดา แต่เรามีอำนาจเหนือกว่านั้นเรามีนิโรธอริยสัจคือนิโรธรู้ทุกข์รู้เหตุแห่งทุกข์และเราก็ไม่จัดจัดการอยู่เหนือเหตุแห่งทุกข์นั้นหรือว่าดับส่วนของจิตตนเองหรือว่าตัดส่วนของจิตตัวเองอย่างที่ว่าเมื่อกี้เนี้ยป้องกันเป็นอำนาจป้องกันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นแม้สิ่งนั้นจะเกิดอยู่ใกล้ชิดแตกกันอยู่เหมือนอย่างกับน้ำกับใบบอนออกกันอยู่แต่เราก็ไม่มีอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์อะไรเลยไม่มีการเกลียดชังไม่มีการเบื่อหน่ายไม่มีการไม่ทุกข์ไม่ร้อนและก็ไม่ได้หลงเป็นสุขอะไรเป็นธรรมดาเป็นอุเบกขาและรูปเด็กขาดธรรมเป็นได้อยู่อย่างนั้น เพราะเราจะมีทานได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 และวิมุตมีชายมีวิมุติเป็นคู่เคียงกันอยู่เพราะเราจะต้องใช้กาลเวลาเราเดินยืนนั่งนอนเราก็จะต้องมีจิตเปิดเพราะอำนาจสิ่งที่เราจะต้องใช้สิทธิ์เพ่งรู้และเพลงเผาเราจะต้องมีตลอดเวลาพระอรหันต์พระอริยะเพราะเราจะต้องการแค่ไหนก็เอาอย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านเดินจงกรมอยู่ในโรงกระเดื่องอย่างนี้ฝนตกฉันเดินจงกรมอยู่ในโรงกระเบื้องฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่าท่านกำหนดสัญญากำหนดหมายว่าท่านจะเอาแค่นี้นอกนั้นจะไม่เอานะท่านจะอยู่ในแวดวงถ้าจะเดินอยู่แค่นี้จะเรียนรู้ใน การรู้เธอจะรับรู้แค่นี้อื่นผ่านเข้ามาแทบไม่รับแทนกำหนดและทางการเดินจงกรมอยู่ในโลกบันเทิงท่านเห็นเห็นชัดเจนเท่าที่กำหนดท่านเห็นหูท่านก็ตัดตาท่านก็ตัดอะไรก็ตัดแค่นี้ก็ทำไมทาตาดูทำไมมันจะไม่เห็นผลแค่พอเวลาท่านเปิดท่านไม่เอาถ้าไม่กำหนดฌานอันนี้แล้วเสร็จเดี๋ยวเราก็เห็นคนมุงกันดูก็ขนาดคนมุงกันอยู่ที่นั่นที่คนที่มันตายที่ฟ้าผ่าแล้วคนก็ตาย 2 คนงัวงัวตาย 4 อ่ะที่ๆที่ที่ท่านเห็นท่านจะถามพวกอุปสรรคอุปสรรคถ้ามึงอะไรกันแสดงว่าท่านเห็นเห็นอันนั้นท่านพอเวลาท่านเปิดแล้วทำไมกำหนดทานในนี้แก่ตน ทำไมสัญญากำหนดขอบเขตของตนแล้วท่านก็มองเห็นเขามุงอะไรกันก็แค่สายตามองเห็นว่ามุมอะไรกันนี่ทำไมเสียงฟ้าผ่าลงตรงนั้นทำไมท่านไม่ได้ยินมันไม่น่ามันเป็นพุทธศาสนาที่เราเองอย่าไปคิดให้หัวแตกเป็นพุทธพิสัยที่เป็นการมีอำนาจทานที่เก่งเนื้อเก่งซึ่งเหมือนกับเรานี่เราไม่เอาใจใส่อันนี้แล้วเราเอาใจใส่อันนี้เพราะว่าเสียงดังบางทีคนร้องดังดังนั้นคนอื่นเขาได้ยินเราไม่ได้ยินแต่ก็แค่นั้นนะถ้าฟ้าผ่าคงได้ยินแน่มันเสียงดังเหลือเกินไอ้ฟ้าผ่าแต่นี่พระพุทธองค์เสียงฟ้าผ่าขนาดนี้ยังไม่ได้ยินแต่พุทธวิชัยที่เราจะต้องทำความเข้าใจอย่างนี้แหละเป็นอุดมการณ์หรือว่าเป็นอุดมคติหรือว่าเป็นเรื่องที่โอ้โหสูงเราเองเราถ้าผมฝึกปรือขึ้น มันก็จะได้ถ้าเราสร้างอินทรีย์พละมันก็จะเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าหมดเวลาท่านตั้งใจแล้วมีองค์ฌานกำหนดขอบเขตแรงอำนาจผิดขนาดนี้แล้วท่านก็เอาแค่นี้รับลูกแค่นี้นะออกบ้านนอกด้วยนะของเรานี่ก็เข้าไปในภาวะภวังค์ข้างในก็ยังยากเพราะฉะนั้นเอาแค่นี้เราก็หมายการกำหนดแค่นี้เราจะเรียกอย่างนี้ว่าชาญโดยกำหนดเจโตอย่างนี้เจโตชาญอย่างนี้ท่านจะสงบอยู่แค่นี้ 8 โมงเนี่ยทำอะไรอยู่แล้วออกนอกเขตที่ไม่รับจะเอาอันนี้เรียกว่าชาญก็ต้องเข้าใจความหมายนะทีนี้เราจะเอาความหมายเน้นทุกวันนี้เพื่อประโยชน์นี่เราไม่เอาความหมายอันนี้ก่อนแล้วเอาความหมายแห่งนิวรณ์เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการคาดกิเลสเพราะเราเอาความหมายที่เป็นเน้นเอาน้ำมาทำไม่เป็น กำลังเจโตธานินทร์ออกกำลังใจตนพยายามเข้าใจให้ดีถ้าใครจะอธิบายเน้นอย่างฤาษีฌานฤาษีนี้เขาเน้นเอากำลังเจโตแล้วก็วัดกันจนกระทั่งว่าไม่รับรู้ในตาหูจมูกลิ้นกายตัดทวาร 5 แล้วก็เข้าไปอยู่ข้างในเป็นชาญเราก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่าเขาหมายเอาเน้นอันนี้อันนี้มันรอบเอาทวารทวารต่างหูจมูกลิ้นกายไม่ได้เน้นอย่างพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้านี่ท่านไม่ถึงขนาดหลับตาด้วยไม่ดับตาไม่ดับหูสำหรับส่วนตนท่านจะรู้ขอบเขตเห็นเดินไม่ใช่ว่าท่านจะหลับตาเดินแน่นอนท่านก็ลืมตาเดินแต่ว่าอยู่แค่นี้แล้วก็ดับหูไม่ใช่ดับไม่ใช่ดับเสียงในส่วนที่ท่านไม่ได้ยินด้วยท่านก็ได้ยินทุกท่านแค่เนี้ยแต่อาจจะจับนะไม่รู้นะคุณทวีศักดิ์จะดับไม่ได้รับที่เสียงได้ คนตอนนั้นฉันใช้แต่ปากก็เพียงพอที่จะเดินจงกรมอยู่แต่คงไม่เดินอย่างคนตาบอดแน่ในโรงกระเดื่องที่ท่านเดินจงกรมของท่านอยู่เป็นนิสัยของท่านนี่เขาเรียกว่ากำหนดขอบเขตของอำนาจเจโตทีนี้ถ้าอำนาจของนามก็หมายความว่านางผิดเพ่งเข้าไปพิจิตรเลยแล้วล้างกิเลสออกจากจิตเอานิวรณ์ 5 เป็นเป็นเป้าหมายเป้ากิเลสเป็นเป้าหมายเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่มีนิวรณ์ 5 ได้รู้นิวรณ์ 5 แล้วก็เพลงเผานิวรณ์ 5 ให้ดูเขาได้เมื่อใดเรียกว่าชาญคนนั้นเพลงกับเขาสำเร็จแข่งรู้เพลงนี้ก็รู้คือพิจารณาหรือเพลงเพื่อพิจารณาเพื่อรู้รู้ว่าอ๋อนี่กุศลนี้อกุศลเพราะฉะนั้นทำอกุศลให้การคลายเมื่อทำอกุศลได้จากใครมีความหมายว่าต้องการคลานลงไปในขณะที่กำลังเผาอยู่ ยังไม่จางคลายลงยังไม่เรียกฌานสิ่งที่เผาลงได้ความละเอียดละออที่สุดแห่งระบบถ้ายังเป็นสันเลขะยังขัดเกลาอยู่ยังไม่สำเร็จฉันเลยค่ะยังไม่เรียกชาญถ้าท่านแล้วเราลงได้เม็ดลงได้หน่อยนึงยังเหลืออยู่ก็รู้แต่ว่าเราอดทนได้โดยไม่ยากจนได้โดยไม่ลำบากของเราเราก็รู้อันใดที่กล่าวลงได้เราเรียกว่าอันนั้นฌานเป็นทิศทางสุดของวิหารมีผลตรงไหนที่จะเรียกว่าชานมีผลตรงที่ว่าเราอยู่ในอยู่มีฐานอาศัยที่เป็นสุขนะที่จะทำก็เสียหายมีฐานอาศัยอยู่เป็นสุขแล้วแม้เราจะมีตบะทำแล้วก็เป็นตบะทำแล้วก็รู้ว่าเรากำหนดให้มันแล้วเราก็สบายแล้วก็ เราเป็นผู้รู้เรารู้อยู่ไม่มีปัญหาเรารู้เราว่าเราตั้งตนอยู่ในความลำบากนี่กุศลธรรมเจริญของเราเราก็ตั้งตนอยู่ในความลำบากเพื่อให้กุศลธรรมของเราเจริญแล้วก็ทำไปโดยความรู้ไม่ได้ทำเพราะความโง่เง่าทำเพราะอยากเป็นกิเลสแล้วมันเป็นตับเพื่อสร้างมานะใครเลยมานะมันใหญ่มันโตฟูเฟื่องแบบนี้สวยง่ายนะหลงง่ายๆนะเออหลงง่ายๆเพราะเราจะบำเพ็ญตบะก็ดีหรือเราจะทำดีเราขยันหมั่นเพียรทำงานทำการอวดอ้างให้คนก็หาว่าเราเก่งเราเพราะเราทำงานมากอวดอ้างงานให้เขาชมเชยเรามีงานมากเฉยๆไอ้อย่างนั้นกิเลสแต่ถ้าเรารู้ความจริงว่างานคืองานงานคือสิ่งผลิตแล้วก็ทำงานเป็นสิ่งประดิษฐ์เพื่อผลิตใครจะมาชม ทำงานดีกว่าคนนอนกอดงอกขิงถึงเวลางานก็ทำงานถึงเวลาพักก็พักถึงเวลาเพียรก็เพี้ยนไปพูดรู้พระผู้รู้เพียรที่จริงมันจะไปมีปัญหาอะไรแล้วเราก็ไม่มีกิเลสตรงที่ว่าทำงานเพียรเพื่อที่จะเข้าชมเพื่อที่จะให้เขายกย่องชูเชิดอย่างนั้นยังเป็นโลกิยะยังไม่ใช่เป็นโลกุตระถ้าโลกุตตระแล้วไม่ได้ทำงานเพื่อเขาชมจะรู้งานคืองานรูปภาพคือพระหยุดงานก็คือพักจะพักก็ดับสนิทกับพระอันดับสนิทไม่จำเป็นต้องพักให้ดับสนิทพรรคคือผ่อนลงแล้วก็เหลือสุดท้ายก็พอก็พอร้อยสุดท้ายที่สุดเมื่อเป็นพุทธวิสัยก็ถึงได้ยกตัวอย่างของพระพุทธเจ้าแม้แต่นอนก็ไม่หยุดพักเลยถ้าไม่หยุดถ้าไม่มีอสัญญี ภารกิจของท่านยังพอนอน 4 ชั่วโมงก็ยังสอนเทวดาคิดไม่ใช่คิดอันนี้ก็คือจับหลักฐานมาอธิบายสู่กันฟังพระพุทธเจ้าท่านไม่ต้องถึงขนาดพักจนอสัญญีไม่ต้องพักถึงขนาดนั้นท่านพักแล้วก็ผ่อนถึงขนาดจิตท่านสอนเทวดาก็พอแล้วพอพรรคพอสมควร 4 ชั่วโมงแล้วท่านก็ได้แล้วได้พักแล้วพักยังผ่อนลงไปไม่ได้พักสนิทจนกระทั่งดับไม่มีอะไรเลยไม่รับรู้อะไรเลยคนหลงจุดนี้มีอยู่แล้วจนกระทั่งมาบอกว่าพระอรหันต์นั้นนอนไม่ฝันไม่ฝันเลยพระพุทธเจ้าก็ไม่ฝันพระพุทธเจ้ามีนิมิตเทวดาและก็สอนเทวดาแน่นอนพระพุทธเจ้ามีนิมิตนั้นมีเครื่องหมายนั้นมีเขาเงินนั้นมีฐานะมีเรื่อง ท่านสอนเทวดาได้มีโลกอีกโลกหนึ่งโลกนั้นพวกที่ยังไม่เข้าใจก็เป็นอัตภาพอะไรไปก็ตามใจแต่คนที่เข้าใจแล้วโลกนั้นถ้าเป็นโรคตัวเราเองอั้นตายตัวเราเองแล้วก็รับก็คือปรับปรุงจิตของเราให้จิตของเรานั้นเป็นเทวะสูงขึ้นสูงขึ้นไอ้ที่มันควรตายให้มันตายไอ้ที่มันควรเจริญให้มันเจริญอยู่เจริญอยู่เรียกว่าปรับจิตของเราให้มีความรู้มีโพธิญาณมีสติปัญญาหรือมีการเจริญด้วยแง่ใดก็ตามแต่มันก็เป็นเทวดาของเราทีนี้เราจะเอาเป็นตัวเขาไปสอนเทวดาตัวเขาที่มีถ้าคุณสามารถสอนได้แต่พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนนะไม่เคยพาทำนะไม่เคยสอนไว้ในสูตรไหนๆเลยว่าจะต้องไปสอนเทวดาเหมือนอย่างอาจารย์มั่นไปถึงก็รีบเข้า สอนเทวดาอย่างนี้ไม้เทวดามาจากเยอรมันก็มีเทวดาต่างประเทศเทวดาโน่นนี่มาก็มีแล้วก็เข้าฌานไปสอนเขาอย่างนี้ไม่มีในพระสูตรไม่มีในหลักฐานพระพุทธเจ้าพาสอนบางๆอย่างนี้ไม่มีเลยมีแต่ฤาษีเป็นพวกฤาษีในพระสูตรไม่มีแล้วผมกล้ายืนยันว่าไม่มีเพราะว่าอันนี้มันเป็นสภาพไม่ใช่ฐานะไม่ใช่เรื่องเพราะกรรมของใครก็กรรมของมันแล้วพระพุทธเจ้าท่านมีหลักมีหลักฐานอยู่ว่าสิ่งที่จะตรัสรู้ได้นั้นไม่ใช่โลกนั้นมีพระพรหมว่าจริยวัตรสุรภาวงสติมันโตโลกนี้เราย่นย่อโลกมาไว้ที่กายยาววาหนาคือกว้างสอบพร้อมสัญญาได้ใจนี้นี่คือพระที่จะมีพรหมจรรย์ ที่จะบรรลุซึ่งพรหมจรรย์ท่านไม่ได้เอาลูกไปไว้โลกโน้นแล้วก็ไปอยู่ในโลกนอกอย่างนั้นท่านไม่เคยสอนถ้าสอนก็ขัดคำสั่งของท่านเองท่านบอกว่าโลกนี้ฉันชี้บอกว่าโลกนี้มนุษย์อุจจาระอุรุกวัยทวีปคือมนุษย์อันนี้ไม่ใช่มนุษย์อื่นมนุษย์ชมพูทวีปนี้จะเป็นมนุษย์อุจจาระของทวีปเพราะมนุษย์ชมพูทวีปนี้เป็นอิทธิพลของสติมันโตนี่แหละโลกนี้ถึงจะเป็นมนุษย์ที่จะพ้นเป็นอิสระของทวีปได้หรือจะสอนผมประจำไม่มีโรคอื่นไม่มีโรคมาไว้ที่กายาคือกว้างสอบพร้อมสัญญาและจ่าย นี่เป็นหลักฐานที่ร้อยเรียงลงมาให้ฟังอีกเท่าที่มีแค่หลักฐานอย่างนี้ก็เป็นคำศัพท์ที่เราใช้ได้ถ้ามีปัญญาอย่างผมผมว่าผมมีปัญญารู้คำศัพท์ที่ท่านบอกสดก็สุดแล้วไม่ขัดกันคำตอบในวัดท่านเองท่านสอนอะไรมาทุกคำสอนไม่ขัดกันมีแต่สอดคล้องทำประกันของท่านตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปรินิพพานมีแต่คำตัดที่สอดคล้องไม่มีคำสั่งที่ขัดกันเหมือนอย่างผู้ที่ยังไม่รู้หรือผู้ที่ยังไม่ใช่ปราชญ์ผมพูดผมก็จะพูดให้สอดคล้องมากที่สุดแต่ผมจะไม่พูดเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าว่าเราตั้งแต่เป็นสยามพูลหรือเป็นพุทธะสัมมาสัมพุทธเจ้าเรากลับอะไรออกมาด้วยเราพูดอะไรออกมากล่าว ทุกอย่างร้อยเรียงเป็นการสอดคล้องสนับสนุนกันไม่มีอะไรขัดกันนั้นมีสายพระพุทธเจ้าแต่วิสัยว่าโพธิรักษ์อาจจะมีขัดบ้างเล็กน้อยหรือว่ามากก็ตามแต่ก็พยายามรู้อยู่ถ้าเรายังไม่เก่งก็จะขัดมากแต่ผมว่าผมไม่พูดให้ขาดมากโดยตนจะต้องพูดให้สอดคล้องจะพูดให้ใครเอามาทำขัดกันแล้วเอามาตีทวงเรานี้เราไม่เอาเราจะไม่พูดเราจะไม่ทำเราก็จะให้น้อยที่สุดแต่มันอาจจะมีได้เพราะว่าเราเองยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะสะอาดบริสุทธิ์บริบูรณ์ล่วงรู้ทะลุปรุโปร่งกันจนไม่ลืมหน้าลืมหลังฟังดีๆนะคำว่าไม่ลืมหน้าลืมหลังคือเราได้ว่าอย่างนี้ไปแล้วนานแล้วแต่ตอนนี้เราก็มาว่าอย่างนี้แล้วเขาก็จับเอาจำนวนนานแล้วนู้นชาติแต่ก่อนที่ท่านพูด เมื่อ 20 ปีที่แล้วต้องพูดอย่างนี้แล้วท่านก็มองตอนนี้ท่านมาว่าอย่างนี้ถ้าเรามีขั้นตอนเถียงก็เถียงก็ 20 ปีที่แล้วเรายังไม่ใช่พระอริยะเนี่ยเรายังโง่ๆอยู่อย่างนั้นแล้วจะเอามาพูดกันตอนนี้ได้ยังไงแต่ตอนนี้แล้วตั้งแต่ตรัสรู้แล้วตั้งแต่เข้าใจแล้วนี่เราไม่พูดอย่างนั้นแต่เขาก็ยังจำได้ว่าท่านบวชใหม่ๆนะท่านยังพูดอย่างนี้เลยก็ใช่เราอาจจะเรียบเรียงยังไม่เก่งเลอะๆอยู่นะเพราะตอนนี้มาเรียบเรียงเก่งแล้วตอนนี้ตอนที่ยังเหลือเยอะอยู่ตอนนี้ยังใหม่ๆเลยนะมันอาจจะได้ผลได้เราก็ต้องรู้อย่างผมนี่ผมจะรู้ว่าใหม่ๆนี่ผมตรัสรู้ใหม่ๆเลยว่าผมได้ทำมาบรรลุใหม่ๆแน่นอนผมอาจจะมีอะไรวนๆเลอะอยู่บ้างผมก็จะรับฟังผมจะมายึดมั่นถือมั่นน่ะผมจะเข้าใจว่าในวาระนั้นเรายังไม่เรียบเรียงยังไม่ได้แล้วเอาวงแคบ วงแคบอยู่ก็ได้แล้วมาเดี๋ยวนี้แล้วเราทะลุปรุโปร่งเรามีอะไรต่ออะไรมากแน่นอนมันจะละเอียดลออแล้วมันจะร้อยเรียงอะไรต่ออะไรเข้าไปอีกเยอะมันอาจจะไปขัดเอาอันนู้นก็ได้เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ๆไม่ถือสาอะไรหรอกเขาจะมาทวงก็ทวงก็รับถ้าจริงๆจังๆแล้วเราก็รับแต่ถ้าเกิดว่าไม่ไม่จริงหรอกเขามองยังไม่ออกมันมีภาวะซับซ้อนและจะอธิบายได้แล้วก็จะอธิบายสู่ความบอกเขามองว่าขัดแต่แท้จริงมันไม่ขัดมันสอดร้อยก็ไปแต่มีอะไรที่รออยู่ในที่เขาตาไม่ทะลุไม่มีตัวเชื่อมต่ออยู่ข้างในเอาไปอีกเราก็จะต้องแทงทะลุเข้าไปให้เขาฟังอีกว่ามันเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เขาก็จะเข้าใจได้แล้วนี่สภาพอะไรต่างๆก็เล่าสู่ฟังให้มันพิสดารเป็นพระที่สมควรเพราะบางทีมันออกไปไกลแล้วที มีเรื่องยาวต่อไปเสร็จแล้วเราก็ต้องจำให้ได้ว่าเราแยกออกไปตรงแยกไหนแล้วเราก็กลับมาสู่แยกพิมายเรากำลังจะยืนหยัดอยู่ในหลักใดตัวใดเป็นจุดตัวใดเป็นตัวแยกตัวปีกบางทีแยกปีกไปไกลก็ต้องกลับมาให้ถูกเราก็อยู่ที่เราเพราะงั้นเราจะเป็นผู้ที่รู้จักรวาลก็รู้ว่าเราอยู่จักรวาลอะไรเสร็จแล้วไอ้จักรวาลอื่นจริงๆเราจะไปเราจะออกจากนอกจักรวาลนี้ไปนะโอ๊ยมีอีกมากกว้างนักในจักรวาลเข้าไปในหมู่ Galaxy ไหนก็ยังมีหมู่ดาวเคราะห์ไหนก็ยังมีอีกหลาย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน