231213-2-264 ทางเอกภาค2-ตอน264(หน้า519)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์132 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราได้พูดกันถึงรายละเอียดอะไรต่ออะไรหลายๆอย่างเพื่อที่จะจำให้เห็นถึงความกว้างของศาสนาให้เห็นแก่นเนื้อเป้าหมายสำคัญของศาสนาให้รู้ว่าโลกมันดีทำก็ดีเราเข้าใจ แค่ไหนอย่างไรและเราเองเราก็เลือกแฟนจัดสรรชีวิตนี้เป็นของๆเราชีวิตไม่ใช่ของของใครที่จะมาจัดสรรพระพุทธเจ้าท่านบอกอัตตาหิอัตโนนาโถโกหินาโถปโรสิยาตนเป็นที่พึ่งของตนนอกจากตนแล้วจะไปพึ่งใครได้เป็นความจริงและเป็นสูงสุดด้วยผู้ที่มีอัตตะเป็นที่พึ่งถึงขั้นอรหันต์ของตนแล้วก็เป็นที่สุดของตนเราได้อรหันต์เป็นทำได้จริงๆมันก็ถึงที่สุดแล้วเราก็ได้พึ่งสิ่งนั้น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] การเกิดอยู่ในจิตในวิญญาณผุดเกิดโผล่เกิดขึ้นหรอกหรือร้อนอะไรอีกไม่มีเชื้ออะไรอาวรณ์ทำไมเป็นอารมณ์อะไรอยู่ในใจของเราอีกอย่างแท้จริงเรารู้เราเห็นเราก็จะเข้าใจเองแล้วเราก็รู้ด้วยว่าหมดสุดแล้วจบแล้วมันเป็นอย่างไรเราจะมีชีวิตอยู่อย่างไรวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วเราก็จะเข้าใจว่าเราอยู่อย่างประเสริฐอย่างไรอย่างมีคุณค่าอย่างไรไปพร้อมกันก็ว่าเราก็สบายมันสบายตรงที่ใจเรามันไม่มีการติดยึดผูกพันลำบากลำบนอะไรอีกวางปล่อยเร็ว อยู่มันเป็นเองของมันหมดเวลามันเป็นจริงแล้วมันก็เป็นเองของมันเป็นอัตโนมัติแล้วเราก็ได้อาศัยสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เอาแต่ตอนนั่งหลับตาอยู่เท่านั้นยืนเดินนั่งนอนทุกอย่างรู้เร็วด้วยเราจะรู้ว่าเราเองมีปฏิภาณมีความเข้าใจมันไม่มีอะไรหมอไม่มีอะไรท่านจะเห็นประสิทธิภาพของปัญญาประสิทธิภาพของการรับรู้ว่ามันเร็วขึ้นด้วยซ้ำมันจะมีอภิญญาแท้มันจะมีส่วนที่มันจะมีเจตรินยาวมันจะมีบุพเพนิวาสานุสติญาณศัตรูประปาตะยานมีมันจะมีในสภาพที่เราเข้าใ

อ่านต่อ

จนั่นแหละก็เข้าใจมาจาก ก่อนน่ะว่าเราจะหยั่งรู้สดที่ไปรู้อันนั้นอันนี้สามารถรู้สิ่งที่ยังคนอื่นเขายังไม่รู้ว่าเรารู้แล้วยังรู้ลงไปในใจลึกรู้ความหลังความเก่าขึ้นมาก็จะเห็นได้ว่ามันมีเนื้อหาระลึกความหลังความเก่าขึ้นมาก็ชัดเจนไม่ได้อะไรอาวรณ์ระลึกความหลังของเขาก็เป็นการระลึกอย่างเห็นว่ามันน่าปล่อยวางหรือว่ามันก็เป็นธรรมดาธรรมดาของมันระลึกไปแล้วยังจะรู้รูปรู้นามรู้กุศลอกุศลรู้จิตใจเป็นสิ่งนั้นโรคกรรมโรคจิตรู้อุตุรู้วิบากไม่รู้รู้จริงๆเมื่อเวลาเรานานขึ้นเก่งขึ้นสบายขึ้น ประสิทธิภาพของจิตรพรุ่งนี้มันเป็นความรู้ยิ่งเป็นอภิญญาผู้ใดมีเชิงตระหนักอย่างไรมันก็จะได้สิ่งนั้นไวหน่อยถ้าผู้ใดพากเพียรสิ่งที่เราไม่ค่อยถนัดแต่ละภาคเพียรเราเพ่งพินิจพิจารณาหรือว่ากระทำการให้เกิดกระทำการให้เป็นเกิดรู้เกิดเจริญทางโพธิญาณมันเป็นโพธิญาณเป็นความรู้ทางโพธิด้วยความรู้ของผู้ตรัสรู้ไม่ใช่ความรู้โลกียะวิชาไม่ใช่เป็นความรู้ทางโพธิสารทางโพธิญาณปัญญาทางตรัสรู้ปัญญาทางที่เกื้อหนุนในการตรัสรู้ยิ่งรู้ยิ่งสูงโพธิญาณยิ่งสะสมโพธิญาณก็ยิ่งเข้าไปหาความเป็นพระพุทธเจ้า ตามรอยพระยุคลบาทเรื่อยไปแม้เป็นพระอรหันต์แล้วก็สั่งสมโพธิญาณเข้าไปได้เรื่อยๆหรือมันจะมีขึ้นเองของมันเมื่อมันถูกคิดถูกทางแล้วมันมีอนันตังมันเดินทางไปจริงเจ็บสิ่งที่ยังเหลือเศษและก็สุดๆยิ่งสุดที่นี่ก็ยิ่งเจริญยิ่งเก่งยิ่งมีอภิญญามีไปจริงๆช้าเร็วก็ตามบุญบารมีของแต่ละบุคคลสังเกตอ่านแล้วเราก็อยู่อย่างมีประโยชน์คุณค่าเรารู้เราเข้าใจแล้วได้สรุปรู้ว่าได้อธิบายพิสดารให้ฟังเสมอว่าเราได้ดีอย่างไรมันแตกต่างจากโลกเข้าจริงๆสวนทางกันเลยยิ่งเราเป็นผู้ที่ขยันหมั่นเพียรเป็นผู้ที่ไม่สะสมไม่ติดไม่ยึด อย่างที่เอาหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าถิ่มเอาความเป็นวรรณะวัดเราวรรณะอันนี้ก็เป็นศีลนะเป็นหลักที่เอามาให้วัดนี่หว่าผู้ที่มีวรรณะ 9 ผู้ที่ไม่มีวรรณะ 6 ลักษณะ 6 อาจารย์เลี้ยงยากบำรุงหญ้าไม่มักน้อยกลายเป็นผู้มักมากไม่สันโดษกลายเป็นผู้ไม่รู้จักพอไม่รู้จักอิ่มเป็นผู้ที่ติดยึดสังคมติดเป็นผู้ยึดเป็นผู้กองเหนียวตีไม่แตก หรือหลงทั้งหมด 2 คณิตศาสตร์ที่จริงท่านใช้ในศัพท์นั้นแปลศัพท์พวกนี้เป็นศัพท์ที่ไวพจน์เป็นไวพจน์กันคล้ายคลึงกันสังขะกันดีสังคะก็ดีจะเรียกเป็นเชิงอารมณ์เขาเรียกเชิงสวรรค์สร้างสัทธาก็เป็นการหลงในการเห็นว่ามันเป็นสวรรค์เป็นวิมานเป็นสิ่งเสพสิ่งสุขในวันสำคัญสำคัญเรียกในเชิงรูปมันติดเป็นคณะเป็นหมู่เป็นก้อนเป็นแท่งเป็นตัวตนเป็นสิ่งที่ยังเหนียวแน่นไม่รู้จางคลายไม่รู้สลายไม่สลาย เกาะเหนียวอยู่ตีไม่แตกอย่างนั้นเรียกว่าคณะหรือคณะสุดท้ายก็ขี้เกียจโทรศัพท์ช้านี่เป็นความไม่มีวรรณะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความพวกจัณฑาลมันเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นคนจัณฑาลลักษณะอย่างนี้มีจริงในคนในอินเดียนี่มีเลยแล้วเขาก็ไม่สงสารมนุษย์กันไม่พยายามปรับปรุงหรือมันปรับปรุงไม่ได้แล้วคนเหล่านั้นก็มีลักษณะของจัณฑาลที่แท้จริงจะบอกว่าวรรณะนั้นไม่มีไม่รังเกียจวรรณะก็จริงเราไม่รังเกียจวรรณะเราไม่ดูถูกคน ก่อนแล้วช่วยลบโปรไฟล์กันเมื่อผู้ใดประทับปรมะแล้วเป็นผู้ที่บำรุงไม่ขึ้นหรือเป็นผู้ที่เลี้ยงดูไม่ไหวก็ต้องปล่อยไปตามวิบากกรรมของเขาเรามีจิตที่จะทำบุคคลให้ดีเจริญอันใดบำรุงได้ก็บำรุงกันได้เลี้ยงได้เลี้ยงอันใดที่ทำการช่วยเหลือกันได้ช่วยไม่เห็นแก่หน้าว่าจะต้องเป็นมนุษย์เกิดมาตามตระกูลคนนี้เป็นลูกของจัณฑาลก็เลยไม่ดูแลเขาไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งกั้นสิ่งก้านคือกรรมคือการประพฤติคือเจตนาอบรมได้ไหมจะเป็นลูกใครหลานใครเชื้อชาติใดก็แล้วแต่ไม่มีปัญหามันอยู่ที่ว่ากรรมกิริยาพฤติกรรมปัญญาสมองความอุตสาหะวิริยะ ซึ่งมันเป็นคุณธรรมประจำตนถ้าเรามีคุณธรรมประจำตนพอเป็นไปได้พัฒนาได้เลี้ยงดูได้บำรุงได้ลดละได้เราก็ทำบางคนเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีเลี้ยงยากบำรุงหญ้ามักมากไม่รู้สิ้นรู้จบไม่รู้จักพอไม่สันโดษเป็นคนที่เกาะติดแจเลยสังฆทานตีไม่แตกยึดหลงอยู่อย่างนั้นแหละเข้าใจไม่ได้เก่งในทางหาเงินหาทองฉลาดมีปัญญานะแต่เป็นคนลำบากคนลำบากช่วยไม่ได้ก็ต้องปล่อยเขาไป บางคนจนยากลำบากมีลักษณะเดียวกันเลี้ยงยากบำรุงยากมักมากไม่รู้จักพอแล้วขี้เกียจเศรษฐีบางคนไม่ขี้เกียจด้วยซ้ำแต่ก็ยังเป็นคนที่บำรุงยากได้ผลบอลเกษตรที่บางคนก็ขี้เกียจด้วยก็เป็นจัณฑาลแพ้เป็นลูกเศรษฐีแต่มีลักษณะ 6 นี่ครบเลยขี้เกียจด้วยลูกเศรษฐีด้วยก็จัณฑาลแท้ๆลูกจัณฑาลเพราะงั้นเรื่องของจะเป็นจัณฑาลหรือจะเป็นคนที่ มีวรรณะเป็นระดับชั้นขึ้นไปตามชั้นตามตอนบางเชิงจะเป็นสูตรบังเชิงเป็นแพทย์บางเชิงเป็นกษัตริย์บางเชิงเป็นพราหมณ์อะไรเนี่ยมันก็เป็นเครื่องหมายจะว่ามันไม่มีมันก็มีแต่ไม่ใช่โดยปกติฐานหรือโดยโคตรโดยเชื้อเกิดมาจากพ่อท้องพ่อท้องแม่ทำตามกันออกมาไม่ใช่อย่างนั้นมันเป็นเรื่องจริงมันเป็นเรื่องจริงในทางเอกนี้ก็ได้แยกไว้ให้ฟังบ้างจัดเราจัดกองไว้ให้ฟังบ้างเป็นเรื่องของลักษณะของผู้ที่จ่ายแรงกายกับจ่ายแรงปัญญาพูดถนัดทางแรงปัญญากับแรงกายและก็พยายามกระทำ ไม่ว่าจะเป็นโสดหรือเป็นแพทย์หรือเป็นกษัตริย์หรือเป็นพราหมณ์ทั้งด้านแพทย์นี่ถือว่าใช้ปัญญาด้านพราหมณ์ถือว่าใช้ปัญญาด้านกษัตริย์ด้านสูตรถือว่าใช้แรงกายเป็นส่วนเด่นนี้เป็นต้นแม้แต่ว่าเป็นขั้นตอนขนาดขั้นตอนของสูตรของแพทย์ก็เป็นขั้นตอนสูตรก็เป็นผู้ที่มีคุณธรรมหรือว่ามีการเป็นไปได้ในระดับหนึ่งสถานะหนึ่งแพทย์ก็เป็นไปได้ในระดับนึงฐานะหนึ่งกษัตริย์ก็เป็นไปได้ในระดับหนึ่งฐานะหนึ่งตามความเป็นจริงหรือแม้แต่พราหมณ์ก็ดีก็เป็นไปตามความเป็นจริง เราเนี่ยมาเป็นพราหมณ์มาเป็นผู้ที่เข้าใจโดยจิตใจปัญญาทางสมองเข้าใจอย่างถึงญาณทัศนะวิเศษและก็ไม่รับหน้าที่บริหารซึ่งกษัตริย์นั้นใช้แรงงานใช้แรงกายใช้สภาพรูปส่วนเราใช้สภาพน้ำเป็นเอกทางด้านพราหมณ์สมณะพราหมณ์ส่วนทางผู้ที่จะปกครองบริหารใช้ด้านรูปเอกใช้ด้านแรงกายก็ว่าไปมีสัดส่วนทางด้านผู้ที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นสูตรก็ดีเป็นแพทย์ก็ดีมีฉันมีเชิงมีฉันมี ถึงเรียกว่ามีวรรณะมีชั้นเชิงมีธรรมะวันนะโดยเอาศีลเป็นเครื่องวัดจะเป็นสูตรระดับเท่าไรก็ใช้ศีลเป็นเครื่องวัดจะเป็นแพทย์ระดับเท่าไรก็ใช้ศีลเป็นเครื่องวัดไม่ใช่เพราะเกิดโดยตระกูลจะเป็นกษัตริย์ระดับเท่าไรก็ใช้ศีลเป็นเครื่องวัดรู้จักเป็นพราหมณ์ในระดับเท่าใดก็ใช้ศีลเป็นเครื่องวัดนี่เป็นความจริงจะบอกว่าไม่มีวรรณะไม่ใช่ศาสนาพระพุทธเจ้าก็มีวรรณะและเป็นวรรณะจริงด้วยท่านก็บอกว่าวันนั้นก็คือสีวรรณะของสมณะผู้เป็นธรรมะหรือเป็นมุนีเป็นผู้ที่มีปัญญารู้จักความ สงบแล้วมีปัญญาทางธรรมแท้แล้วก็รู้จักวรรณะโดยศีลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านว่าไว้ระดับณระดับนี้มากน้อยกว่ากันละเอียดสุขุมประณีตกว่ากันอย่ามาวัดก็จะเข้าใจก็จะรู้ว่าคนนี้วรรณะสูงแล้ววันนี้พรุ่งนี้วันหน้าต่ำอยู่แม้จะได้ลงตัวพร้อมทั้งรูปพร้อมทั้งนามหรือไม่ลงตัวพร้อมทั้งรูปพร้อมทั้งนามเราก็จะรู้ว่าคนนี้ถือศีลนี้ระดับนี้อย่างนี้อนุโลมอันนี้อยู่อันนี้ไม่อนุมัติก็เป็นไปได้แท้ๆแต่โดยลูกของเขาเป็นอย่างนั้นเป็นนามธรรมของเขาไปสูงยิ่งกว่านั้นก็มีสภาวะซับซ้อนที่สามารถจะรู้ ขั้นตอนชั้นเชิงของฐานะอันจริงของบุคคลผู้เป็นผู้ไปได้เมื่อสูงสุดแล้วก็ไล่เรียงกันได้สบายๆผู้ที่เกิดญาณเกิดปัญญาผู้ที่มีสภาพจริงก็จะรู้ชัดเพราะว่าเรามีของจริงไม่มีมิเตอร์ในตัววัดได้เทียบได้อ่านได้ชัดเจนไม่สับสนไม่ปนเปย์ไม่เลอะเทอะรู้ความจริงตามความเป็นจริงกิเลสชั้นที่ตีซ้อนกิเลสอุปกิเลสอะไรต่างๆนานามีอีกแล้วก็ละก็ล้างกันจริงถึงจะรู้ว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี้มีของจริงมีความจริงแล้วมันก็ไม่แปรปรวนเราก็เป็นสุขอยู่เราก็สบายอยู่วันคืนเราก็สร้าง ไปมีกิจมีหน้าที่มีอะไรไม่ยังไม่ได้ดำริก็ดำริเราก็จะยืนอยู่เราจะเห็นว่าสัมมารามองค์ 8 นั่นเป็นผลเมื่อมันเป็นสัมมาที่สุดตั้งแต่สัมมาทิฏฐิเราเห็นแจ้งสัมมาทิฏฐิก็คือปัญญาวิมุติแท้ที่สุดสัมมาสมาธิก็คือเจโตวิมุตติแท้ที่สุดในองค์ 8 องค์สัมมาทิฏฐิคือปัญญาวิมุติหรือวิมุตติญาณทัสสนะสุดท้ายก็ได้ย้อนทวนไปทวนมาเมื่อเวลาถึงขั้นสัมมาสมาธิของพระอริยะขึ้นถึงวิมุติสมาชิกที่ขึ้นถึงมี พิจิตรที่เป็นจิตพิมลเพราะเป็นเจโตวิมุตติอันไม่กลับกำเริบแล้วมันก็จะเห็นชัดเจนย้อนทวนไปเลยเห็นว่าอ๋อนี่เรามีอาชีพอะไรเราจะรู้ว่าเรามีอะไรมีหน้าที่อะไรเรามีชีวิตที่จะเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมีชีวิตอยู่วันอยู่คืนเป็นอย่างไรจิตของเราแข็งแรงจิตของเราวิมุตจิตของเราเด็ดขาดเราเกิดทั้งปัญญาวิมุติเป็น 2 ส่วนสัมมาสมาธินี้ถ้าเผื่อว่าเป็นอุปสรรควิมุติแล้วอ่าสมัครสมาชิกที่เป็นอุปกรณ์แล้วเสร็จมันก็จะยอมไปเห็นอ่ออาชีพของเราเป็นอย่างนี้นะมันไม่เปลี่ยนอาชีพเลยแล้วมันก็จะเป็นอาชีพที่ลงตัวอย่างชัดเจนด้วยว่าเราก็จะมีชีวิตอยู่อย่างนี้ต่อ วันแล้วก็คืนคืนแล้วก็วันรู้จักกันหลักการตื่นรู้จักการพักการเพียรรู้จักจิตรู้ว่าเราจะมีกิจอะไรการอะไรมีกิจวัตรอะไรมีอะไรต่ออะไรเป็นอยู่อย่างสบายเราก็จะรู้การกระทำสัมมากัมมันตะเราจะมีสติพร้อมพรั่งเราจะมีความพยายามพร้อมพรั่งย้อนทวนไปตั้งแต่จะไล่ไปตามลำดับเลยก็ได้เพราะเวลาเราเกิดอบตผ้าเขาจะหมดแล้วจะสติมันจะผ่องใสและสติของเราผ่องใสแล้วมันก็จะมีความพยายามมันจะไม่ใช่ความขี้เกียจเพราะฉะนั้นวันหน้าของพระพุทธเจ้าที่ว่าแม้สุดท้ายหลักว่าปรารภความเพียรมันจะปรารภมันจะรู้ว่าเราจะต้องพยายามทำนะ เรารู้ดีแล้วปัญญาเราเข้าใจแล้วว่านี่กุศลอันนี้อกุศลเมื่อสิ่งที่เกิดอยู่เป็นอยู่ตั้งอยู่มีอยู่มันก็ควรจะมีไปเป็นไปตั้งไปด้วยกุศลมันก็จะปรารภกุศลปรารภความเพียรมันก็จะสอดส่องด้วยปัญญาเมื่อมีสติมันก็จะมีธรรมเอาวิจัยโพดชมมันก็จะเดินไปหมดปกติเมื่อมีสติแล้วก็จะมีธรรมวิจัยแล้วก็มีวิริยะอีกแหละมีความเพียรวิริยะอาจจะเรียกวิริยะจะเรียกว่ายามะจะเรียกอุทานนะอะไรก็ตามใจมันก็จะมีระบบที่มันเพียรพยายามขยันหากรรมต่อจากพยายามมันก็จะหากรรมกรรม พระการกระทำกระทำด้วยกายกระทำด้วยวจีก็มาจากมโนที่มันเป็นยอดรู้เป็นมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยามาจากมโนเป็นประธานมาจากจิตนั่นแหละมันรู้มันเข้าใจพ่อจงก็เดินอยู่สัมมารามก็เดินอยู่ตามอินทรีย์ตามพระจะมีอิทธิบาทเป็นอายุสมณะมีอิทธิบาทเป็นอายุแท้เห็นเลยว่าท่านยังไม่ตายเนี่ยท่านก็มีอายุมีอิทธิบาทเห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความยินดีอยู่ในหน้ามีความยินดีอยู่ในรังสีราศีมีความยินดีอยู่ในกิริยาบทการพูดก็มีความยินดี ในสิ่งที่น่ายินดีถ้าจะบอกลักษณะมีเชิงให้ไม่ยินดีในอกุศลก็มีเชิงในอกุศลอยู่ถูกสัตว์ทุกส่วนถูกต้องจะพูดมีสัมมาวาจาจะคิดมีสัมมาสังกัปปะเมื่อเราได้เพียรพยายามที่จะทำสิ่งที่เราได้พึงทำอยู่เป็นอาชีพทำในสิ่งที่เป็นกรรมมันต่างพูดในสิ่งที่เป็นสิ่งที่ควรพูดดำริในสิ่งที่ควรดำริไปพรั่งพร้อมอยู่เราก็ยิ่งจะเกิดสัมมาทิฏฐิหรือจะเกิดปัญญาที่ยิ่งแจ้งแจ้งขยายขึ้นมาสุดท้ายก็จะมาลงตัวกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐินี้มันจะเป็นปัจจุบันมันจะเป็นความเห็นที่ยิ่งเห็นยิ่งเข้าใจก็ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งเห็นแจ้งแจ้งการยิ่งแจ้งทะลุเป็นโพธิญาณหญิงแจ้งยิ่งสว่างขึ้นยิ่งโลกะวิทูโลกะวิทูโลกะวิทูเป็นผู้รู้แจ้งโลกก็กว้างขึ้นอาณาจักรของโลกก็ยิ่งเห็นกว้างไกลขึ้นและเราก็ไม่ได้ติดโลกเราก็อยู่เหนือโลกจึงนับวันสัมมาอริยมรรคก็ยิ่งวิจิตรพิสดารเราอยู่กับผลสัมฤทธิ์องค์ 8 นี้เราอาศัยได้แล้วสบายแล้วเราก็มีสมาธิองค์ 8 ทุกใหญ่รถเหลือเศษทุกข์น้อยแล้วคุณก็จะอ่านไปเรื่อยๆคุณจะอ่านออกแล้วเอาจริงทุกคนลดลงทุกข์น้อยลงน้อยลงน้อยลงแม้คุณจะมีมรรคนี้ยังไม่สมบูรณ์บริบูรณ์เป็นอรหันต์ประเพณีปลายไปทั้งหมดคุณก็จะเห็นว่ามันดำเนินอนุโลมปฏิโลมอนุโลมปฏิโลมเดินบทย้อนไปย้อนมามีลักษณะทุกอย่างไร่เรียงแล้วจะเห็นชัดเจนตามหลักตามเกณฑ์เหล่านี้วันคืนก็ผ่านไปเราก็ยิ่งได้ดิบได้ดีเราปฏิบัติยิ่งถูกต้องยิ่งไม่พลาดใจไม่ห่างใจมีอานาปานสติในตนมีสติปัฏฐานในตนมีสมรรถภาพในตนมีอิทธิบาทในตน อินทรีย์พละของตนก็สูงขึ้นสูงขึ้นก็ยิ่งเป็นการก้าวของโพชฌงค์โภชงก็ยิ่งก้าวฉับฉับฉับฉับฉับทรงลงเป็นสัมมาอริยมรรคองค์ 8 โพธิปักขิยธรรมก็เดินหมดเดินกลอยู่อย่างนั้นแหละมีจักรกลเดินแท้อันนี้พูดภาษาหลักทฤษฎีต่างๆเอามาเทียบมาเขียนมาให้คุณวัดผู้ใดยังเข้าใจในหัวข้อต่างๆที่กล่าวแม้ว่าสติปัฏฐานก็ดีสติปัฏฐานอิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรค 8 พวกนี้คุณยังไม่เข้าใจแท้ยังจำไม่ได้แม่นก็ตามก็จะพอรู้ได้เรา อยู่หรอกว่ามันเสริมสารกันยิ่งผู้ใดชัดแจ้งเข้าใจดีทั้งปริยัติและมีภาคปฏิบัติมีสภาวะทำรองรับด้วยแล้วจะเห็นยิ่งโล่งโปร่งสัมพันธ์กันแม่มันขับมันขัดกันอยู่ในตัวมันส่งเสริมสอดคล้องสอดร้อยยิ่งจะเห็นชัดเจนเลยว่าเป็นกลไกชั้นสูงไม่มีระบบมีเซอร์กิตต่างๆที่มันทำอะไรต่ออะไรของมันวิจิตรพิสดารเป็นกลไกเป็นแมคคานิคที่ส่งเสริมกันอย่างละเอียดวิจิตรซับซ้อนซ้อนในซ้อนนอกซ้อนนอกซ้อนในละเอียดลึกซึ้งขึ้นมากทีเดียวเพราะผู้ใดฟังแล้วเข้าใจเห็นซาบซึ้ง เจนก็ยิ่งจะรู้ชัดรู้แจ้งว่าศาสนาพระพุทธเจ้ามีทฤษฎีมีอุเทศต่างๆมีหัวข้ออะไรต่างๆพวกนี้ไม่ใช่ปากเปล่าแต่มีลักษณะอยู่แท้เราเองเราปฏิบัติมาเราแต่ก่อนเราอาจจะไม่เข้าใจหัวข้อเหล่านี้พอมาฟังแล้วอ๋ออย่างนี้เหรอจริงๆด้วยมันทำบทบาทหรือว่าทำลักษณะอย่างนี้มาตลอดเวลาทีเดียวมันทำอย่างนี้มาตลอดเวลามันมีโพสต์ที่ปักที่จะทำมันมีโพชฌงค์มันมีองค์มากมันเสริมอินทรีย์มันมีอิทธิบาทคุณเองอิทธิบาทน้อยวิริยะน้อยพยายามน้อยมันก็น้อยถ้าผู้ใดมีความเพียรมากเพ่งเพียรอยู่อุตสาหะวิริยะอยู่ก็ได้มายิ่งทำถูก ไม่ห่างใจไม่เผลอใจรู้ระบบสติปัฏฐานว่าเราจะรู้ตัวรู้ตนรู้ตัวทั่วพร้อมรู้กายรู้เวทนาอยู่เสมอรู้จิตรู้ธรรมารมณ์กายความประชุมนอกก็รู้พร้อมอยู่เรื่อยปรับปรุงทุจริต 3 เป็นสุจริต 3 เรื่อยไปอินทรีย์ทวารทั้ง 6 และก็ควบคุมดูแลเสมอสติสัมปชัญญะของเราดีจะเก่งจะแข็งจะกล้าขึ้นเรื่อยไม่เผลอไม่หลุดง่ายไม่ใช่ผ่านไปแล้วกลายเป็นอกุศลไปตั้งมากแล้วค่อยรู้ตัวไม่ใช่รู้ได้ไวหมดทุกคนแต่กรรมมันมีเยาะในการงานแม้การงานประพฤติธรรมเราก็จะได้ถูกถูกต้องอยู่แม้การงานที่เป็นการงานธรรมดา เป็นปกติการงานของมนุษยชาติเราก็ประกอบการงานไปพร้อมอยู่ไม่ตกหล่นมันจึงเร็วกรรมไม่ได้เยเป็นการงานทั้งทางโลกทางธรรมมีประโยชน์ตนมีประโยชน์ท่านพรั่งพร้อมไปสัมผัสโดยอินทรีย์ทั้ง 6 ข้อมีอยู่เป็นปฏิบัติธรรมสติปัฏฐานทางเอกเป็นทางตรงพร้อมไปในตัวรู้พร้อมมีอินทรีย์ตั้ง 6 สัมผัสเป็นปัจจัยมีจิตแววไวพรั่งพร้อมรู้ทั่วกำหนดกายกำหนดเวทนากำหนดจิตกำหนดอารมณ์พร้อมได้เสมอสังวรอยู่มีสังวรประธานมีประหารประธานมีภาวนาประธานอนุรักษ์คณะประธาน สภาพที่เกิดผลมีสภาพที่รักษาไว้ได้อยู่ไม่มีฐานที่จะรักษาไว้หรือมันทรงตัวของมันอยู่เจริญเป็นเนื้อเป็นแก่นเป็นฐานให้แก่เราแล้วเราก็พัฒนาเรื่อยไปเรื่อยไปเรื่อยไปอิทธิบาทของเราเกิดเองเกิดจริงมีความยินดีมีความวิริยะอุตสาหะมันวิริยะอุตสาหะโดยธรรมเพราะมันมีปิติยินดีปรีดาพรั่งพร้อมมันเห็นดีจิตใจมีเท่าไหร่ยิ่งเอามาใส่แต่เรื่องอย่างที่มันเป็นประโยชน์คุณค่านี้ไม่ฟุ้งซ่านไม่ฟุ้งซ่านถ้าเราจะคิดเราก็ใช้มันคิดถ้าเราไม่ใช้มันคิดมันก็อยู่เฉยมันก็อยู่สงบสบายโปร่งว่างลงสบายๆใช่มันคิดมันก็คิด แล้วมันมีอิทธิบาท 4 มันมีการพัฒนามีวิมังสาพัฒนาทั้งระบบนอกพัฒนาทางวัตถุพัฒนาทางกายวัฒนาทางรูปและพัฒนาทางจิตยึดกับพัฒนาอยู่ที่เดียวมีวิมังสาพรั่งพร้อมเป็นอิทธิบาท 4 อินทรีย์ก็ยิ่งแกร่งกล้ามีอำนาจพระก็ยังมีพละเป็นอำนาจนับวันเนี่ยอโศกเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอโศกก็ยิ่งมีพวกคุณนั่นแหละเป็นตัวมวลเป็นตัวปรมาณูเป็นตัวอณูเป็นตัวจักรวาลเป็นลูกโลกเป็นมวลแห่งมหาพิภพเป็นมวลแห่งมหาเอกกับพิภพเอกภาพเพราะคุณแต่ละหน่วยแต่ละมวลและมีประสิทธิภาพในตัว มีอินทรีย์ในตัวมีภาระในตัวยิ่งเป็นวิมุตยิ่งเป็นพระพลังอันแรงเพราะว่ามันทำงานอย่างเสียสละทำงานอย่างไม่เห็นแก่ตัวทำงานอย่างมีสัมมาอะระหัง 8 ทำงานอย่างผู้ที่เป็นวรรณะสูงมีความปรารภความเพียรมีความไม่สะสมไม่เห็นแก่ตัวไม่กักไม่เจ็บอัจฉริยะมีอาการที่น่าเลื่อมใสขึ้นเรื่อยปรับปรุงกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมขึ้นเรื่อยมีผลต่อสังคมมีผลต่อคนอื่นคนอื่นเห็นคนอื่นสัมผัสแล้วได้ประโยชน์พร้อมไม่ตีไม่แตกไม่แหนงมีแต่กัลยาณมิตรสร้างกัลยาณมิตรขึ้นเรื่อยๆๆสิ่งคนบูรณะก็บูรณะไปไม่เสือกไม่โทรม ขยันก็ทำสิ่งที่ควรจะพัฒนาควรที่จะขยายอาณาจักรขยายสังกัดขยายธรรมจักรขยายพุทธจักรขยายไปจริงๆก้าวหน้าไปเรื่อยเพราะพวกเราเรามีพรั่งพร้อมในอินทรีย์ในพระมีโพชฌงค์เราก็กล้าเป็นพุทธส่วนเหลือก็เจริญไปต่อหมดลงหมดลงหมดสิ่งที่มันเป็นอกุศลทั้งหลายไปเรื่อยๆๆสุดท้ายก็ไม่มีอกุศลอะไรเหลือก็เหลือแต่สิ่งที่ไม่งามโดยส่วนตัวของเราสบายโดยส่วนตัวของเราหมดปัญหาเหลือแต่สิ่งไม่งามตามจริงเข้าใจกรรมเข้าใจจิตเข้าใจอุตุเข้าใจวิบากเข้าใจการ ทำแล้วเข้าใจผิดกรรมนี่เป็นเรื่องจริงไม่ว่าจะเพียงคิดไม่ว่าจะเพียงพูดหรือไม่ว่าจะทั้งกายกรรมเราจะรู้เราจะละเอียดละออแยกคลายจิตจะแยบคายจิตจะสุขุมประณีตรู้เท่าทันในเสียงสองของเราเองในกายกรรม 2 ของเราเองเราแสดงอาการกายอย่างนี้รู้เลยว่าการตายอย่างนี้ไม่งามอาการกายอย่างนี้ไม่สมควรอาการกายอย่างนี้ควรพัฒนาได้อาการวจีอย่างนี้เรารู้เสียง 2 เลยแม้เราแสดงออกเราก็จะรู้ไวหมดทุกข์หมดแต่กรรมมโนกรรมพัฒนาการเข้าใจในกรรมทั้งหลายเป็นเรื่องจริงเราทำงานเป็นงาม เราทำดีเป็นดีเราทำชั่วเป็นชั่วเราทำไม่งามเป็นไม่งามสั่งสมเสพคุณก่อเกิดแท้ๆพระผู้ที่รู้ดีอย่างนี้ย่อมไม่ทำงานกรรมที่ไม่งามย่อมไม่ทำตามกรรมที่เป็นอกุศลย่อมไม่ทำกรรมที่เป็นบาปเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแต่กรรมกรรมโยนิกรรมพันธุ์ทุกกัมมะปฏิกูลกรรมนี่แหละเป็นตัวเกิดแท้ไม่ใช่จากท้องพ่อท้องแม่เป็นตัวเกิดฟังดีๆถ้าใครจับตัวเกิดนี้ไม่ได้ผู้นั้นพัฒนาเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ผู้พัฒนาเป็นอรหันต์ได้ก็เพราะว่ารู้ว่าตัวเกิดคือการกระทำ กรรมโยนิกรรมเป็นกำเนิดการกระทำทางกายนั่นแหละเป็นกำเนิดการกระทำทางวจีนั่นแหละเป็นกำเนิดการกระทำทางใจนั่นแหละเป็นกำเนิดเป็นตัวเกิดแท้เพราะฉะนั้นเราจะให้เกิดเราจะเป็นพระเจ้าเราจะให้กายกรรมมันเกิดเราก็เป็นผู้ที่สร้างให้มันเกิดก่อนจะให้สร้างให้มันเกิดกลองซะก่อนกรองให้มันเป็นบุรุษที่ดีหรือแม้แต่จะให้เป็นสตรีที่ดีก็ต้องให้เป็นสตรีที่ดีเราให้เกิดเองเราเป็นคนควบคุมกรรมเราจึงเป็นพระเจ้าเราเป็นคนให้เกิดไม่ใช่เกิดเองเป็นเอง มีพระเจ้าให้เกิดแล้วเราก็เห็นพระเจ้าแล้วเราก็รู้พระเจ้าเราก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้าเรารู้ในกรรมเรารู้ในจิตรู้จริงๆแล้วก็ประมาณกรรมยังกำลังกำกุศลกรรมให้ถึงพร้อมยังประโยชน์พร้อมกันทุกอย่างเกิดเพราะเรารู้เรารู้ด้วยปัญญาด้วยจิตประธานหรือด้วยพระเจ้าเป็นผู้ควบคุมเป็นผู้ดูแลประธานเพื่อสร้างสรรค์และก็ประธานแล้วก็ให้สร้างสรรค์เพื่อให้โลกอยู่ในโลกนี้แหละไม่มีอื่นด้วยจิตอันบริสุทธิ์มันไม่บริสุทธิ์เราก็ตรวจตรวจส่วน ความสัมพันธ์อยู่นามที่ประกอบกับรูปตรวจแล้วก็กระทำจริงจ่ายจริงผู้เห็นจะรู้เพราะฉะนั้นเราเองนี่มันไม่นอกไปกว่าคำถามไม่ออกไปก่อนกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมไม่นอกเราจะอยู่ในคำสั่งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแล้วเราก็ทำให้มันสุดจริตให้มันงามให้มันดีเสมอดีกว่าดีกว่าดีกว่าดีกว่าขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดมันพูดใดมีสติปัฏฐานทำขณะทุกขณะไม่ให้ตกหล่นรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอๆ ระดับปรับปรุงและอิทธิบาทได้ปรับปรุงด้วยสมรรถภาพอินทรีย์พละก็เกิดโพชฌงค์ 9 สวบๆๆยิ่งก้าวเป็นพุทธะยิ่งเกิดเป็นพุทธะเป็นสติเป็นธรรมะวิจัยเป็นพยายามเป็นวิริยะแล้วก็ได้ดีขึ้นเรื่อยๆเป็นปิติเป็นภาษาที่ดีได้ดีแล้วก็ระงับในสิ่งที่ควรระงับไปเรื่อยสั่งสมลงเป็นแกนสมาธิและในตัวสมาธิมันก็มีอุเบกขาเป็นปลายสำหรับคริสตธรรมสุขกับวิหารสมาชิก จนกระทั่งถึงสัญญาเวทีพิษณุโลกก็คือสัญญากำหนดหมายรู้หมดในรูปอากาศก็ดีวิญญาณก็ดีอ่ะกินก็ดีหากกินจะหรือแม้แต่เนวะสัญญานาสัญญาจะนะก็เข้าใจหมดพ้นไม่ติดยึดและได้อาศัยมีเป็นสันตะวิหารได้อาศัยแท้จริงเป็นคนที่มีฌานเป็นคนที่มีวิมุติเป็นคนที่มีจิตใจเก่งเป็นเจโตว่า 10 ประตูมีอำนาจในจิตจริงๆสามารถควบคุมได้และอยู่เหนือจิตจะอยู่เหนือจิตควบคุมจิตของเราเองได้ให้เป็นไปตามที่เรามีสติสัมปชัญญะปัญญาจิตเราจะแยบคายจริงๆเมื่อเรามา อินทรีย์ควบคุมอินทรีย์ทั้ง 6 ก็ได้สติสัมปชัญญะก็เก่งอังกฤษก็แยบคายแท้จริงควบคุมกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมควบคุมให้สุจริตอยู่เสมอได้เราก็เป็นผู้ที่มีโพชฌงค์มีสติปัฏฐานแน่นอนพรั่งพร้อมเลยมีพวกชมมีสติปัฏฐานเดินบวชอยู่แท้สูงยิ่งสูงยิ่งไปเรื่อยอาศัยสิ่งเหล่านี้เดินไปเราก็ได้ชื่อว่าสัตบุรุษเพราะเราเกิดศรัทธาอย่างสูงแท้ไม่ใช่ศรัทธาฟังไม่ใช่ศรัทธาแค่สัมผัสเห็นอยู่ด้วยตาด้วยสัมผัสนอกไม่ใช่ แต่เราศรัทธาเพราะเราสัมผัสในสัมผัสวิมุติสัมผัสความจริงมีวิมุติจริงอย่างนี้มีความประเสริฐที่จริงอย่างนี้มีความสบายที่จริงอย่างนี้สัมผัสได้ในเลยมันเกิดศรัทธาแล้วเราก็เป็นจริงเรามีจริงนะเนี่ยที่พูดที่พูดถึงผู้ที่มีจริงศรัทธาในตนภาคภูมิในตนแต่ไม่ใช่หลงตนบอกแล้วว่ามันมีสังโยชน์มานะมันสำคัญไม่ได้ลงต้นอย่าหลงตนเตือนตนเสมอได้ดีก็ดีแล้วเป็นสัตว์ตำรวจที่ไม่มีสังโยชน์ผลสังโยชน์ 10 มีศรัทธาเต็มเป็นสัตบุรุษแสดงสัทธรรมเราก็เป็นผู้แสดงสัจธรรมตัวเองเพราะงั้นผู้ใดได้ฟังสัจธรรมได้เข้าใกล้สัตบุรุษได้เกิดศรัทธาต่อสัตบุรุษหรือต่อธรรมเราก็เอามาประพฤติประพฤติจิตของเราจะแยกคล้ายจิตของเราเฉยๆจะมีสติจิตของเราก็จะรู้จักการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 จิตของเราก็จะแก้ไขเราก็จะเป็นผู้ควบคุมตนแก้ไขกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมทั้ง 3 เราก็จะล้างนิวรณ์ 5 จริงๆอยู่เสมอวันนี้บอล 5 หมดอวิชชาก็ตายเพราะตลอดเวลา เราให้ไอ้นิวรณ์ 5 มันสะอาดอยู่เสมอคือให้เป็นชั้นอยู่เสมอเป็นฐานของไปหาพี่หมดเพราะเราเพ่งรู้ตนรู้กายรู้ใจรู้มโนรู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้อารมณ์รู้ตอนนี้เรากำลังประชุมอยู่อย่างไรจิตของเราเป็นตัวสติสัมปชัญญะรู้พร้อมรู้นอกรู้ในแม้เรานั่งอยู่นี่แม้แต่อยู่ในฐานะนิกาลนิเทศศาสตร์นี้เราอยู่ในสภาพอิริยาบถอะไรสมบูรณ์ดีอยู่หรือบกพร่องงามหรือไม่งามสุดจริตหรือไม่สุจริตแล้วนั่งเนี่ยเราก็นั่งสงบเราจะนั่งสงบก็สงบสติของเราเรารู้ว่าการงานขณะนี้โยนิโสมนสิการ การใดก็มนสิการนั้นโยแปลว่าใดโยนิโสไม่ใช่ไม่โยนนิไม่ใช่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเรารู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วเราก็มานะสิกาละมนัสร้อยใจแล้วก็ผูกกับจิตนี้งานนี้กรรมนี้เราอยู่กับการตลอดเวลาแล้วก็รู้อาการของเราตลอดเวลาอาการอาการนี้เป็นอาการปล่อยหรืออาการเกาะอาการนี้เป็นอาการเกาะแล้วก็รู้ว่าเราเกาะนี่เรากำลังเกาะการเรียนเรากำลังเกาะการฟังเรากำลังเกาะสิ่งที่จะเพิ่มปัญญาเพิ่มรู้ เราก็เกาะเกี่ยวกับการนี้ก็มีอาการนี้มีงานนี้เราก็อยู่กับงานนี้ไม่เห็นมีอะไรเลยเราก็อยู่กับงานนี้ไปก็ทำงานนี้ไปสบายๆก็พัฒนาไปถ้าเราตกหล่นเราไม่มีนะสิการอมนมัสการจิตขอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน