231215-2-265 ทางเอกภาค2-ตอน265(หน้า518)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์149 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศก Aroma ต่อมาที่เราได้กำลังอธิบายในทางเอกต่อไปอีกข้างหน้า 518 เรามาถึงหน้า 518 เราได้อธิบายถึงเรื่องจิตวิมานหรือจิตที่เรา ไปที่ยึดอะไรเอาไว้ในภพของจิตไปหลงไปติดไปเสพไปกำหนดเอาไว้แล้วเราก็จะต้องกระทำให้ได้ตามที่เรามีวิมานหรือมีจุดที่จิตมีจิตที่ไปสร้างอะไรเอาไว้นั่นแหละมีภพมีชาติมีกำหนดแต่เราก็จะต้องทำตามที่จิตมันมีจุดเป็นเหตุเป็นปัจจัยการรูปของวิมานดังกล่าวนี้เราจะต้องเห็นเป็นสติคือเปิด เห็นเป็นรูปีรูปานังผู้ที่ถึงวิโมกข์ก็คือผู้ที่จับรูปจิตอย่างนี้ได้จริงของใครของมันถ้าไม่รู้ตัวหรือว่าหลงผิดว่าเรามีนั่นแหละแต่ว่าเรานึกว่าเราไม่มีจับมันไม่ได้รู้มันไม่ทันเข้าใจผิดว่าเราไม่มีซะด้วยมันก็หลอกกินเราไปตลอดนิรันดรเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็หลอกกินเราแต่ถ้าเกิดว่าเราจับได้อ่านเจอเห็นจริงๆเลยมันไม่มีตัวตนหรอกแต่ว่ามันมีความยึดถือมันมีความติดใจเราใช้ภาษาเรียกมันอย่างนี้มันมีอาการมันมีกิริยามันมีความเป็นจริง มันมีนิมมานรดีมันมีปริมาณปัสสาวะตรีมันมีตัวที่ตราตรึงใจไว้มันมีตัวที่กำหนดหมายไว้มันมีตัวที่มันไปติดอยู่อย่างนั้นน่ะมันก็เกิดอยู่อย่างนั้นน่ะมันก็เป็นเรื่องที่จะต้องเล่นบทบาทกับเราอย่างแม่ลีลาเงียบเชียบลีลารถเลี้ยวเราไม่รู้ตัวนะมันรถเลี้ยวเอาจะให้เราเอาโดยวิธีอ่อมๆโค้งๆได้ถ้ามันเอาเราชัดๆนะมันสั่งการเราตรงๆนะมันก็ง่ายหรอกเราก็พอจะรู้มันได้เท่าทันน่ะแต่มันเองมันเล่นกับเรานี่โอ้โหมันแสนที่จะจอมโจรบัณฑิตรถเลี้ยวพังลวง ไม่ให้ตรงๆไม่ให้เราได้เจอง่ายๆอย่างนี้เราก็จะต้องรู้ตัวเราเรานี่แหละหลอกเราเรานี่แหละโง่ทำร้ายตัวเองทำร้ายตัวเองโกหกมดเท็จตัวเองนี่เก่งแท้อำพรางทำเป็นเสแสร้งทำเป็นกระบิดกระบวนการทำเป็นท่

อ่านต่อ

านั้นทีนี้แต่แท้จริงแล้วก็จะเอาไอ้นั่นแหละจะเสพไอ้นั่นน่ะจะให้มันไปถึงจุดนั้นน่ะนี่เป็นเป็นเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้มันมีตัวที่ถูกรู้ได้ตัวเหตุปัจจัยเหตุแทนตัวแทนของจิตวิญญาณเราเรียกว่าจิตที่จริงมันไม่ใช่จิตจริงมันไม่ใช่ ประภัสสรไม่ใช่จิตธาตุรู้ธรรมดามันรู้โง่มันมีอวิชชาปนมันมีความโง่แฝงอยู่ในนั้นนี่เราก็ไล่เรียงมาเรื่อยๆในหลายอย่างหลายอันแล้วมาถึงเอาเอาขึ้นต้นหน้านี้เลยนะ 518 อันในเมื่อคนเอาเวลาเอาทุนเอาแรงกายเอาแรงความคิดความรู้ไปสูญเสียกับการเล่นๆในวงเล็บการละเล่นหรืองานเล่นๆไม่ผลักเบนหรือไม่กอบกู้เอาเวลาทุนแรงกายแรงความคิดความรู้คืนมาใช้ในทางถูก ทำการจริงๆวงเล็บเปิดการที่เป็นสาระหรืองานที่มีเนื้อหาความสำคัญต่อชีวิตจริงๆวงเล็บปิดก็เป็นความเสื่อมโทรมของคนของสังคมโลกที่เดินทางไปสู่ความชิปหายจริงๆหรือคนเอาเวลาเอาทุนเอาแรงกายเอาแรงความคิดความรู้ไปสูญเสียกับมหรสพอันคือวิมานบันเทิงชัดๆก็เป็นจิตอาสาเทวดาโดยจริงหมายความว่าจิตที่หลงในการเล่นการบันเทิงนั่นแหละเป็นตัวเลวเป็นตัวเสียหายเป็นผู้หลงอยู่แต่รถลมๆ แรงอันคือมหรสพมหรสพนั้นแปลจริงๆก็คือจิตในวงเล็บความเกิดฟังให้ดูชัดๆนะตัวจิตนี่แหละมันเกิดล่ะมันยังจะปรุงมันจะกรุ่นกรุ่นกกอยู่มันไม่จบนะมหรสพนั้นแปลจริงๆก็คือจิตที่มีแต่การเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดหรือชัดๆก็คือความเกิดที่หลงแต่การเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเท่านั้นว่าเป็นความสุขในวงเล็บชาตินี้ไม่ใช่คำตอบพระพุทธเจ้านะชาติมาเพื่อที่จะให้ มันเคียงกันกับคำตัดของพระพุทธเจ้าปิดทุกขังการเกิดเป็นทุกข์ไม่ใช่การเกิดเป็นสุขเพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าทำอย่างนี้เป็นอย่างนี้อยู่มันเป็นสิ่งค้านแย้งกับพระพุทธเจ้าไปหลงว่าความเกิดและโดยเฉพาะเกิดที่เราโง่ๆอวิชชาจึงเป็นทุกข์เกิดไม่เป็นแก่นสารเกิดไม่เป็นสาระด้วยนะก็จึงเป็นทุกข์ที่โง่ซ้อลงไปแม้เราเองเราจะทำสิ่งที่เป็นสาระกันสารมันก็ยังต้องต่อสู้มันก็ยังต้องเหน็ดเหนื่อยหนักหนามีการลงทุนลงแรงเป็นการสร้างสรรค์เป็นกิจเป็นการเป็นประโยชน์ คือมันก็ถ้าว่ากันไปแล้วมันก็ทุกข์มันเป็นประโยชน์ในการสร้างสรรค์แต่มันก็เป็นประโยชน์มันเป็นสังขารเหมือนกันเราปรุงเราทำเราแต่งเราคิดดูมีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะมันก็เป็นตัวเกิดมันก็เป็นตัวทุกข์ทั้งสิ้นนั่นแหละแต่ทุกข์เหล่านี้เราได้กรองแล้วด้วยปัญญาเราได้รู้แล้วว่าเออเราก็ต้องทำไปให้เป็นสัมมาให้มันเป็นมัชฌิมาปฏิปทาเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเราไม่พักเราก็คือเรามีอายุเราไม่เพี้ยนก็คือเรามีความพอเรารู้ระดับความพอดีพอควรสัมมาหรือมัช ปฏิปทาเราก็ทำไปตามนั้นตามควรตามเหมาะและเราก็รู้โดยความจริงแล้วว่าในใจของเราว่าเราไม่ได้แม้เราทำนี่มันก็ไม่ใช่ของของเราอะไรเราเป็นผู้ที่ไม่สะสมไม่กอบโกยไม่หอบหวงแหนเราเป็นสิทธิและที่จริงเราเป็นผู้กระทำโดยเก่งด้วยความสามารถสุจริตเราทำเราสร้างเรามีสิทธิ์จะยึดหลงเป็นของเราได้แต่ว่าเราก็ยังไม่สร้างเป็นของเราเราสร้างเป็นของโลกให้ประธานช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่หลงแผนมันเป็นคุณธรรมที่จิตเราต้องเป็นอย่างนั้น จิตใจเราเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็จะสบายในโลกเมื่อเราไม่ยึดไม่ถือไม่ติดแม้เราจะสร้างอย่างนี้เราก็ไม่หลงเป็นสุขด้วยนะเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดอย่างนี้ไม่หลงเป็นสุขส่วนที่เรากำลังอ่านอยู่นี้อยู่ในย่อหน้านี้หรืออยู่ในอนุเฉทนี้มันกำลังอธิบายตัวที่เราไปหลงมีจิตไปยึดไปตั้งไปตั้งอยู่ไปกำหนดอยู่ว่าการละเล่นมหรสพเรื่องชวนให้บันเทิงเริงลมเนี่ยมันเป็นเรื่องควรได้ควรมีควรเป็นแล้วก็จะอยู่อย่างนั้นแหละ มันจะจ่ออยู่มากหรือน้อยก็ตามใจแล้วแต่บุคคลมันก็ไปจดแล้วมันก็พยายามที่จะออกฤทธิ์ออกแรงเฮ้ยเอามาให้ตายสิได้บทบาทแล้วมันก็ยุบบรรยายได้ช่องได้ทางได้โอกาสเมื่อไหร่มันดันเราเอาในช่องได้ทางแล้วมันเอามันดันเราเอาไปเอาไอ้นี่มาเสพสิไปดึงไอ้นี่มาเสียบสิเสร็จแล้วเราก็ลงทุนลงแรงเราก็ทำให้เกิดโทษเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นมหรสพเท่านั้นเพราะฉะนั้นการลงหรือว่าการเป็นหรือว่าจิตเป็นอย่างนี้เขาจึงเรียกจิตว่ามหรสพสวัสเนี่ยแปลว่าการเกิดผลประสบนี่แปลว่าการเกิดผลไม่ใช่ตัวปลอมใบไม้นะเป็นตัวพอสะกดหรือสว มันเป็นตัวตนอยู่แปลว่าตัวตนก็ได้แปลว่าการเกิดอยู่ก็ได้การเกิดผลนั้นอยู่ตัวนั้นเกิดอยู่แล้วมันก็เป็นตัวตนนั้นอยู่จริงเนี่ยสวะแล้วมาหามะหะมหาฤกษ์มหาราชตัวนี้เป็นตัวบอกถึงลักษณะของจิตด้วยจิตเป็นกิเลสรเรือนิมหาใหญ่การเกิดใหญ่มหรสพถึงเรียกว่านี่แปลเอาความชัดๆก็คือความเกิดที่หลงจากการเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดวันนั้นว่าเป็นความสุขมันนึกว่ามันอร่อยมันนึกว่าสุขมีแต่จิตเท่านั้นที่แล่นๆไปแล้วก็กลายเป็นเศษคุณและสั่งสมรูปอย่างนั้นรถอย่างนั้นร่ำไป ยังไม่รู้เน็ตไม่รู้เหนื่อยหน่ายจึงเป็นอัตตะกฤตแท้ๆอยู่นิรันดรฟังอัตตาคือการทรมานตนโดยความโง่ไม่เป็นแก่นสารไม่เป็นสาระไม่เป็นเนื้อหาอะไรแม้แต่มนุษย์เขาก็ไม่ได้เราสร้างความเลวลงให้แก่มนุษย์ด้วยสั่งสมสิ่งที่ไม่เป็นบุญเป็นกุศลไม่เป็นเนื้อเป็นแก่นอะไรเป็นการเผาผลาญมอมเมาด้วยให้แก่โลกมันเป็นบาป 2 ซ้อนเราก็ติดแล้วก็คุ้นเราก็แสบแล้วก็เคยง่ายอยากได้และจะเอาง่ายๆด้วยคล่องแคล่วซะอีกคนอื่นก็เห็นอย่างตามเอาแบบตามอะไรต่ออะไรไปอีก เจ็บอย่างนี้เรียกในภาษาว่าสิทธาปะโทสึกะเทวดาด้วยนะเขาเรียกน่ะเรียกจิตเทวดาด้วยนะคือเสพสุขน่ะมันอร่อยมันเป็นกล้ามอารมณ์มันเป็นอารมณ์ที่สมอยากสมใคร่อธิบายต่อไปอีกแปลความไปเป็นกามสุขัลลิกานุโยคทรมานอัตราทรมานตัวเองทรมานตัวตน มันไม่ได้แก่นไร้สาระอะไรไม่เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอะไรตนก็โง่ลงต้นก็เสพคนในสิ่งที่เป็นกิเลสเข้าทรมานตนไม่ได้ดิบได้ดีอะไรแทนที่จะได้ชำระล้างกิเลสได้เจริญประเสริฐขึ้นเปล่าไม่ได้และแถมยังเป็นประโยชน์ผู้อื่นก็ไม่ได้อีกทำให้ผู้อื่นหลงตามเอาอย่างต่ำแปลว่ารุ่นเริงบันเทิงจิตถะเออพอโทรกลับแปลว่าเป็นโทษพูดที่มีโทษมีภัยเพราะฉะนั้นผู้ที่ มีการบันเทิงมีความรื่นเริงหลงระเริงพวกนี้มีการเล่นการบันเทิงพวกนี้มีอันนี้เป็นโทษแก่ตัวเมียนี้เป็นโทษแก่ตัวเองจิตใจที่หลงในการละเล่นการบันเทิงนี่เป็นตัวเลวตัวเสียหายให้แก่ตัวเองเรียกว่าเทวดาสวยๆเทวดาเป็นเทวดาขาดทุนไม่ใช่เทวดาเด็กดีอะไรหรอกมันเรียกว่าเทวดาก็เพราะว่ามันเสพสมแบบกามาว่าจรเป็นสมมติเทพเป็นเทวดาแก่ๆเทวดาสมมุติสมมุติถ้าผู้ใดไม่รู้แท้ไม่เข้าใจจริงว่ามหรสพนั้นคืออบายคือนรกคือวิมาน ก้านต่ำทรามก็จะต้องสูญเสียเวลาทุนแรงกายแรงความคิดความรู้ไปกับมหรสพทั้งอาจทำเองทั้งเป็นผู้ถูกหลอกให้ไปสัมผัสสัมพันธ์ร่วมรถร่วมชาติอยู่อย่างหนาขึ้นหลงหนักขึ้นทุกทีทุกทีไปอยู่เท่านั้นเองแรงงานเหล่านี้ไร้ค่าเรืองเปล่าซ้ำทำลายตนทำลายโลกทรัพย์ทำลายคนซ้ำทำลายคนทำลายโลกยิ่งมหรสพใดมอมเมาหยิบยื่นความอำมหิตโหดร้ายแฝงฝังลงไปให้แก่คนโลกมาก ในวงเล็บโทสะมูรติหรือมอมเมาหยิบยื่นกามารมณ์กามราคะในวงเล็บโลภมูลนิธิและมอมเมาหยิบยื่นความบ้าๆบอๆเผลอๆด้วยเรื่องไม่เข้าเรื่องด้วย Singer ด้วยสิ่งเพ้อที่เป็นไปไม่ได้ในวงเล็บโมหะมูลนิธิก็ยิ่งเป็นการสั่งสมวิมานหรือก่ออุปทานจิตที่เลวร้ายให้แก่คนแก่โลกโดยบ่าโดยกรรมของผู้ทำจริงๆเป็นอเวจีแท้ๆนี่คือเหตุแห่งทุกข์ของสังคมของมนุษยชาติที่สมบูรณ์อยู่ ในสังคมทุกวันนี้เราแทบไม่ต้องชี้กันในตลาดเดี๋ยวนี้เกลื่อนเยอะมากหลายแล้ววิมานใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านทีนี้ก็ในนี้ก็อธิบายตัวมหรสพตัวอบายมุขแล้วก็อธิบายตรงอบายมุขตัวปลายเลยนิมมานใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านเป็นไปเพื่อความไม่มีงานไม่มีการเป็นที่สุดแล้วล่ะก็นั่นคือมิจฉาทิฐินั้นคืออบายคืนนรกคือวิมานที่หยาบกร้านต่ำทรามด้วยเป็นความยึดถือหรือความเห็นผิดที่ทำลายความมีค่าของ แนวเล็บในตอนและทำลายสังคมทำลายโลกแท้ๆเรื่อง 7 ครั้งในไลน์มากมันทำลายทั้งตนมันทำลายทั้งโลกในตัวอย่างสำคัญเลยเพราะว่าเกิดมาเป็นคนทั้งทีละเพราะงั้นอันนี้ด้วยเป็นการผลาญผลาญความเป็นมนุษย์ลงไปในตัวเลยการขี้เกียจขี้คร้านความเป็นมนุษย์ไปหมดค่าเลยศาสนาพุทธสอนให้คนหยุดให้คนเลิกแต่ไม่ได้สอนให้หยุดงานเลิกการเพราะว่าก็หยุดก็เลิกในงานในการที่ไม่ใช่ฐานะไม่ใช่ขั้นไม่ใช่หน้าที่ไม่ก้าวก่ายไม่ละเมิดรู้กฎรู้กติการู้วินัยรู้ระเบียบรู้ขอบเขตรู้ ภาพนิวเล็บครุฑศีลหรือรู้ธรรมนูญนั่นเองและไม่นอกกฎนอกกติกาไม่นอกวินัยไม่นอกระเบียบไม่นอกขอบเขตไม่นอกเอกภาพเอกกับคุณที่ยิ่งยิ่งขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้กล่าวไว้กำหนดไว้ตามขั้นตามฐานะจริงๆจึงจะต้องมีความรู้มีปัญญาเข้าใจความหมายเหล่านี้ให้ดีๆและทำให้ถูกตรงเราก็จะสบายจริงสังคมก็จะเจริญแท้งานในโลกมีมากมายหลายระดับหลายหน้าที่พูดแจ้งในสัมมาเรียวมะย่อมทำงานเป็นสัมมากัมมันตะ ซึ่งหมายความว่าการงานที่เป็นชนิดรู้ขั้นรู้ที่สุดรู้ขั้นรู้ขั้นที่สุดหรือรู้สัดส่วนปลายสุดแห่งขอบเขตของงานที่รู้แจ้งด้วยปัญญาว่าเป็นงานที่ควรทำตามฐานะตามหน้าที่ไม่ต้องการไม่ก้าวก่ายแต่ก็ไม่ดูดายเพราะผู้เป็นผู้อริยะย่อมรู้ว่ามันเป็นเศรษฐกิจที่ต้องเร่งผลิตเป็นงานที่ให้แต่คุณค่าสะอาดยิ่งจริงๆไม่ได้ทำด้วยความกำหนดใคร่เออหรือเพราะความชอบความยินดีของตนหรือยิ่งเพราะความอยากใหญ่ยิ่งไม่มี สรุปคือสรุปแล้วคือการทำงานใดก็มิใช่จะได้เป็นลาภเป็นยศเป็นสรรเสริญหรือแม้เป็นสุขมาให้แก่ตนอย่างนั้นไม่เลยวงเล็บเปิดกัมมันโตมาจากคำว่ากัมมะบวกทันตกรรมมะกะการงานอันตะก็คือที่สุดหรือปลายสุดวงเล็บปิดย่อมไม่ทำงานที่เป็นกรรมการหรือกรรมการซึ่งหมายความว่าการงานที่เรายินดีพอใจเท่านั้นหรือการงานที่เราชอบเรากำหนดใคร่หรือการงานที่ตามใจกิเลสของเราแท้ๆ นั่นเองวงเล็บเปิดธรรมะ + รัตตะหรือกัมมะบวกอารามมาตารัตนารามนั้นแปลว่าความยินดีพอใจความชื่นชอบกำหนดใคร่วงเล็บปิดเพราะการทำงานตามความชอบใจตามความยินดีพอใจของตนตามความกำหนัดใคร่ของตนนั้นมันคือการทำงานด้วยกิเลสตัณหาของตนโดยตรงดังนั้นจะทำงานใดจึงไม่ต้องอยากทำไม่ต้องให้ความอยากความไม่อยากหรือจิตชอบจิตชังมันบงการให้ทำแต่เกิดเป็นคนจะต้องทำงานและทำอย่างดีที่สุดคือ จะต้องพิจารณาเทียบกฎเทียบกติกาเทียบวินัยเทียบศีลประมาณขอบเขตจัดความเหมาะความควรให้ถ้วนทั่วรอบรัฐรัฐรอบและต้องเลือกชนิดที่มีค่ามีคุณเกิดผลเกิดประโยชน์แก่โลกแก่สังคมหรือแม้แก่ตนก็เป็นอย่างละโรคละโกรธละความหลงเบียดเบียนโลกน้อยที่สุดจึงจะดีจะงามเพราะเราทำงานอย่างพระอริยะเราจึงไม่ได้ทำงานอย่างเราชอบทำทำวันนี้และมันดิทำวันนี้และอร่อยดีเพลิดเพลินดีเราติดใจพอใจเราไม่ได้ทำงานเพราะอย่างนั้น เป็นอัจฉริยะแล้วเราไม่ได้ทำงานเพราะอันนี้ล่อเป็นอามิสทำอันนี้ได้เงินมากทำวันนี้ได้สรรเสริญทำวันนี้แล้วได้ยศไม่มีอะไรหรอกอริยธรรมแล้วไม่มีอะไรหรอกไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรโดยเฉพาะเราไม่เป็นกามตัณหาคือไม่ได้ทำเพราะเราอยากทำเราไม่ได้ทำเพราะเราอยากทำนี่เป็นสั้นๆลงมาไม่ได้เป็นกามมาหาเราไม่ได้ทำเพราะเราอยากใหญ่นี่เป็นเพราะว่าตัณหาเป็นมานะเราไม่ได้ทำเพราะกามราคะ ไม่ได้ทำเพราะว่าราคะไม่ได้ทำเพราะเราอยากใหญ่ไม่ได้ทำเพราะมีอนุสัยอาสวะอยู่ในก้นบึ้งของจิตมันดลบันดาลมันเป็นส่วนเหลือส่วนเศษที่บันดาลให้เราทำเพราะมันอยากมันเสพมันติดอะไรอยู่ไม่มีแม้รูปราคะอรูปราคะไม่เหลือแม้มานะทำเพื่ออยากใหญ่อยากโตหลงดีอยากดีแล้วทำแล้วเราจะได้ดีเฉยๆไม่ใช่อย่างนั้นไม่หลงทีนี้พอถึงขั้นสัจจะสุดท้ายเราทำเพราะเรารู้ชัดรู้แจ้งว่าดีไม่ได้หลงและอยากดีแล้วก็ทำแล้วก็ได้ดีเป็นของเราและเราก็ติดก็ยึดลงไว้นี่เสพและลงอันนี้ติดก็ได้เป็นเลิศเป็นรอยไปเฉยๆเราก็ไม่ได้ แต่รู้ว่ามันก็ดีนี่ถ้าเผื่อว่าเราจะอยู่เป็นชีวิตถ้าตอนนี้เราก็พักก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็ควรจะทำเป็นอาอยู่ห่างเป็นผู้มีอายุอยู่มีอายุอยู่ก็มีอิทธิบาทควรจะยินดีในอะไรควรจะวิริยะในอะไรควรจะมีจิตในอะไรควรจะพัฒนาอะไรในวันที่ 10 บาทเราก็มีอธิบายยินดีในสิ่งนั้นวิริยะเพียรขึ้นในสิ่งนั้นเอาจิตใจใส่ในสิ่งนั้นแล้วก็พัฒนาสิ่งนั้นมีมังสาพัฒนากระทําอันนี้เป็นอาชีพอยู่แล้วเป็นหลักเป็นงานที่ทำประจำอยู่แล้วยังไงยังไงก็ต้องทำ ยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงยังไม่ต้องตามกฎตามหลักตามระเบียบก็ทำได้อยู่เป็นตารางสอนเป็นกิจวัตรแต่เรื่องที่จะต้องทำต้องเป็นไปเป็นจริยวัตรก็เป็นพฤติกรรมเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำประจำอยู่ก็ทำไปอยู่อันนั้นทำแล้วการการประจำทำแล้วยังมีเวลาเหลืออีกจะทำอะไรจะปรารภอะไรก็ทำก็เป็นไปอยู่โดยไม่ได้อยากทำและก็ไม่ผลักไสไม่เบื่อหน่ายทำด้วยจิตว่างอย่างนี้เราทำด้วยจิตว่างชาวโลกเขาไม่รู้ชาวโลกเขานึกไม่ออกเขาเนื่องไม่ออกหรอกเค้านึกเอาง่ายๆมันต้องทำใน ชอบแล้วมันก็ถึงจะมันมันถึงจะอร่อยแล้วถ้าจะพูดอย่างโรคมันก็ถูกอีกเหมือนกันถ้าผมว่าเราทำด้วยจิตของเรายินดีคำว่ายินดีนี้จึงเป็นตัวต้นของอิทธิบาทด้วยนะเราแปลมันมีแนวโน้มว่ายินดียินดีค่ะที่ประกอบด้วยปัญญายินดีคำนี้แล้วก็ต้องแปลเป็นภาษาไทยแล้วก็ถึงได้อธิบายหลายครั้งหลายคราวว่ามันเป็นกิเลสยินดีเนี่ยมันเป็นภาษากิเลสที่จริงน่ะเราเอาภาษาในทวารทวารตาทวารหูมาแปลเห็นดียินดีทีนี้ก็เลยขอให้เอาทวารใจที่มาแปลรู้ดีจริงๆเวลารู้ดีเราทำได้ฉันถ้าฉันทำมันแปลว่าทำได้อย่างรู้ดี ปัญญามาเป็นเครื่องพิจารณาเป็นเครื่องตัดสินเป็นเครื่องรู้ฉันทะถ้าแปลอย่างพระอริยะแล้วก็แปลว่ามีรู้ดีฉันทะมีการรู้ดีมีการพากเพียรมีจิตมีการพัฒนามีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเรารู้ดีว่านี่มันควรจะสร้างสรรค์มันควรจะเกิดต่อไปมันควรจะกระทำโดยเรานี่แหละเข้าร่วมมือเรานี่แหละทำเป็นกัมมันตะเป็นปลายเป็นการงานหรือเป็นกรรมสุดท้ายเป็นปลายสุดเป็นการงานเป็นที่สุดแล้วก็ทำสมเหมาะสมควรเราจึงทำงานไม่ได้เป็นเป็นกรรมการไม่ได้ทำด้วยกรรมมนตราไม่ได้เป็นกิเลส ไม่ได้ทำด้วยความพอใจยินดีติดใครกรรมหนักไพร่อะไรไม่มีไม่ได้ทำงานก็กินเลยที่มันไม่เป็นกิเลสที่สุดก็เพราะว่าเราทำแล้วเราก็ไม่ได้หลงว่าเป็นของเราเราทำแล้วมันจะได้ลาภหรือไม่เราก็ฟรีทำแล้วจะได้ยศหรือไม่ก็ฟรีทำแล้วจะได้รับสรรเสริญหรือไม่ก็ฟรีทำแล้วจะได้เป็นสุขหรือหรือว่ากำลังกระทำอยู่เป็นสุขหรือก็ไม่มีนะไม่มีทำแล้วเสริมลาภได้ทันทีทำแล้วเราก็ให้เขาไปหมดไม่มีอะไรแลกมาไม่เป็นรากไม่เป็นการต่อรากไม่เพื่อแลกกัน แลกลาบอะไรทำแล้วทันทีให้ทันทีได้ไม่ต้องมียศชั้นสรรเสริญวันแรกไม่ต้องราบนี่คือมีของมาแลกเปลี่ยนเป็นวัตถุเป็นของหมูไปไก่มาไม่มียศไม่เป็นวัตถุแลกเปลี่ยนโดยตรงก็กลายเป็นยศชั้นสรรเสริญวันแรกมาเป็นยศบ้างมาเป็นสรรเสริญชมเชยแลกเปลี่ยนบ้างก็ไม่มีแล้วเราก็ไม่โหยหาอาวรณ์ไม่อยากได้อะไรมาแลกด้วยจะต้องเข้าใจความหมายพวกนี้ชัดๆแล้วเราก็ทำในใจฝึกปรือเป็นไปเราก็ทำได้เนี่ยเราได้พยายามอบรมการฝึกปรือกันเป็นไปกันมาจนกระทั่งมีคนกล้าหาญชาญชัยเนี่ยมีเรี่ยวแรงมีสมรรถภาพ ความรู้มีหลักฐานทางโลกก็เอามาทำให้ทางนี้ฟรีไม่ต้องแลกลาภแรกยศอะไรเรารู้ว่าเราจะมาทำในทิศทางนี้ฝึกปรือเป็นคนอย่างนี้แล้วเราก็มาทำแม้มันจะเกิดอยู่ในใจเราเราต้องรู้รูปรู้ทรงวิมานรู้ตัวจิตของเรายังหยาบนี่เราเข้าใจแล้วมันยังมีแฝงมันยังละเอียดอยู่ในเราทำเรายังอยากให้คนชมเราทำเรายังอยากได้ชั้นสรรเสริญว่าฉันเป็นคนเก่งฉันเป็นคนทำมากท่านเป็นคนดีตอนแรกพอรู้ว่ามาทำนี้เราจะมาละมาว่างมาวางเป็นแบบง่ายๆเป็นแบบชั้นต้นว่ามันสงบมาหยุดเพราะฉะนั้นเพื่อนเราพวกเรามีอยู่มากที่ไหนงาน ขี้เกียจมันหนักไปในทางขี้เกียจมันสุดโต่งไม่ได้ทางอบายมุขอยู่ก็รู้ก็สอนก็บอกกันแล้วว่าไม่มีงานการอะไรไม่ทำอะไรเลยขี้เกียจขี้คร้านเฉยเลยล่องๆแรงๆอยู่ว่างๆมันเป็นอบายมุขมันเป็นคนไร้ค่ามันยังไม่พ้นแม้แต่เขตต้นอบายมุขเลยก็เข้าใจแต่มันก็ยังใจมันก็ยังไม่อยากทำงานมันยังขี้เกียจเพราะมันถูกฤาษีลัทธิเดิมเก่าๆว่าสอนว่าการหยุดโลกการไม่ทำอะไรต่ออะไรกับโลกไปปรุงไม่แต่งไม่สร้างอะไรเลยเป็นการสุดโต่งประเภทหนึ่งนั่นน่ะเป็นตัวสงบคือหยุดสงบคือหยุดเฉยนั่งหลับหูหลับตาไม่เอาอะไรถึงเวลาก็ลืมตาขึ้นมาเคลียร์บางทีเคี้ยวโดยไม่ต้องลืมตา เอามันอย่างนั้นมันยอดขี้เกียจนักมันฤาษีตาไฟหนักก็หลับตาแม้แต่กินก็หลับตากินกินแล้วก็นั่งหลับตาปี๋อยู่อย่างนั้นน่ะไม่เอาถ่านอะไรเลยนี่ลัทธิอย่างนี้มันมีมากล่าวซึ่งเราก็รู้ๆกันอยู่ฤาษีเดียรถีย์อะไรก็เอาแต่นั่งหลับหูหลับตาไปถือว่านี่เป็นการปฏิบัติธรรมเป็นเบื้องต้นที่จะหยุดคลุกคลีเกี่ยวข้องลุงสร้างอย่างโง่ๆคือมันไม่รู้ว่าฟุ้งสร้างอะไรก็ไม่เข้าใจหยุดไปซะเลยถ้าไม่สร้างมันก็มีแต่เรื่องกลายเป็นบริวารผีกลายเป็นกิจการสนับสนุนสร้างสิ่งที่เลวเหลวไหลอยู่โดยไม่มีปัญญาหยุดวันก่อนแล้วค่อยๆมาสร้างแล้วก็เอาก็เอา มันก็มีแนวโน้มไปในทางที่ไม่ต้องติดใจหยุดก็เลยสุดตองไปในทางหยุดก็หยุดซะเลยจะหยุดอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันเป็นการติดสงบกลายเป็นโพธิสัตว์แบบโพรทิสจะโพธิสัตว์ที่เคยอธิบายให้ฟังแล้วเพราะที่จิตจุดแรกที่จุติหมายความว่ามีจิตที่เห็นตัวหยุดตัวพักเนี่ยดีกว่าตัวเศษตัวปฏิกิริยาจิตมันมีปฏิกิริยาแต่ได้รับรสจีจ้าได้รับเสพสมปีมันอร่อยนั่นเป็นจิตปฏิกิริยาจิตกรรมสำคัญหยุดเสพตอนที่หยุดนั่นแหละ อารมณ์ที่สบายกว่านะหยุดไม่ไปเอาอารมณ์จี๋จ๋าเสพสมปฏิกิริยาเอาจิตหยุดถ้าผู้ใดมีแนวโน้มเห็นว่าหยุดนี่แหละมันดีกว่าไปมันๆซ่าๆปฏิกิริยาเสพสมมีบทบาทมีสัมผัสจีจ๋าให้พักนี่แหละมันดีกว่าจิตโน้มเอ็นมาในทางหยุดเป็นจุดแรกเพราะแทนที่จะไปสัมผัสเสียดสีจ๋าได้รับได้รถได้ชาติไม่เอาแล้วสู้พรรคไม่ได้สู้ไม่ต้องไปมีรสชาติไม่ต้องไปมีปฏิกิริยาไม่ได้นี่เป็นจิตตัวแรกที่โพธิสัตว์หรือโพธิจิตหรือตรัสรู้ตัวที่เราบอกว่าเราไม่ไปปรุงแต่งเราไม่ไปติดรถปรุงไม่ไปติดรถไปติดกิริยาไม่ไปเห็นการเสพสมสุขสมอย่างนั้นเป็นรสชาติ โรคจิตตัวนี้เป็นตัวเกิดก่อนโพธิสัตว์จะจุติจะตรัสรู้ต้องตรัสรู้จุดนี้ทีนี้พอรู้ว่าหยุดดีกว่าไปสัมผัสสีจ๋ามีปฏิกิริยาหยุดวันหยุดเลยเถิดเลยเดี๋ยวนี้หันทิศหันหัวลงทะเลยะเยือกเย็นเลยหยุดไม่เอาอ่าวอะไรเลยอย่าว่าแต่เสพสมสุขสมรวยเสพสมสุขสมก็ไม่เสพไม่เอาอะไรเอาดับเอาหยุดประพฤติเลยสุดโต่งไปอีกทางหนึ่งก็กลายเป็นอัตราในโลกไม่เสพกามไม่เสพกามมันคือการบริการก็จริงแต่เป็นอัตตักกินเลยมาถามเลยโยกอีกฝั่งหนึ่งเลยเถิดพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสสอนย้ำยืนยันกับพวกเดียรถีย์ฤาษีแม้แต่ปัญจวัคคีย์ปัญจวัคคีย์นี้ ดาบสฤาษียึดติดแต่พวกนี้ล่องๆแรงๆอยู่ในป่าในเขาในถ้ำแล้วมันเสพติดไม่ง่ายเท่านั้นพวกนี้ถอนยากเพราะมันเข้าใจว่ามันดีมันไม่พิเศษลูกๆหยาบๆผสมมีปฏิกิริยาเสพสมสุขสมมีกามสุขัลลิกานุโยคตัณหาแบบอยู่เฉยอยู่ว่างไม่เอาอะไรไม่คิดอะไรไม่อะไรเลยสุดโต่งไปไม่เป็นสัมมาอะระหัง 8 มีความเห็นผิดมีมิจฉาทิฐิตั้งแต่ตัวตนเพราะฉะนั้นความพยายามสัมมาวายามะสัมมาสติย่อมไม่พวกนี้ไม่ต้องมีสติอะไรเลย ตะพึดกระดาษไม่ต้องมีสติสัมปชัญญะอะไรหรอกโง่ไปเรื่อยเมื่อไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะปัญญาจะเกิดได้แต่ไหนไม่ได้โง่ไปหยุดไปดับไปพักไปเลยเถิดไปก็เป็นก็เป็นลัทธิเดียรถีย์ของพระพุทธเจ้าจึงต่างกับฤาษีเดียรถีย์ตรงนี้ตรงที่ต้องไปติดลิ้นชักนี่ไม่ใช่นิโรธแบบนั้นนิโรธแบบดับดิ่งบนมือถือไปเลยอย่างนั้นไม่ใช่ใครจะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าหรือใครจะไม่เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้ากันก็ตอนนี้แหละตรงนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ส่วนดีของเดียรถีย์หรือฤาษีฤาษีเดียรถีย์มีส่วนดีอยู่ตรงที่เขาหยุดตามลำดับการวันศุกร์ การ์นิเย่ก็ดับโลกเขาไม่ปรุงไม่สร้างไม่เสพสมแบบลูกๆแล้วรถรูปรถเป็นเสียงสัมผัสลาภยศอะไรเขาไม่เอาจริงเขาได้เหมือนกันแต่มันก็ไม่เป็นคุณค่าไม่เป็นประโยชน์มันสุดโต่งไปฝั่งหนึ่งมันไม่เอาฝั่งกามแต่มันไปเอาฝั่งอัตรามันจึงได้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้วทุกข์ทรมานไปเหนื่อยเปล่าไม่หมดความเป็นอัตตามีแต่ปฏิฐานหรือโยกชัดๆแล้วก็กินแล้วมันถามว่าเหนื่อยเมื่อยล้ายากลำบากยากลำบากบำเพ็ญเปล่าแต่ไม่สิ้นอัตรายังไม่หมดตัวตนถ้าจะแปลอัตโนมัติก็แปลว่าอย่างนั้นไม่หมดศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่รับรอง เพราะว่าจะรับรองได้ต้องเข้าเขตสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ท่านถึงจะรับรองถ้ายังมิจฉาทิฏฐิอยู่ว่าแม้จะไล่กามมาได้เลิกกามสุขัลลิกานุโยคไม่ติดลาภติดยศอะไรมาได้เป็นผู้สงบท่านก็ไม่ให้นับแม้แต่เป็นโสดาบันยังไม่เข้าข่ายเพราะว่าแบบนี้ไม่ถอนรากไม่ถอนโคนยังไม่รู้อาสวะอนุสัยที่แท้เพราะเป็นแต่เพียงหนีหลบไม่ใช่เหนือไม่ใช่โรคอุจจาระว่าสาวบาลีจะมีอะไรเรียกไอ้นี้โรคที่ไม่ใช่โลกุตระไม่ใช่โลกันต์โลกันต์โลกันต์ โลกไปอยู่สุดโลกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้มันไม่ใช่เหนือโลกยังอยู่ๆเห็นๆมันเป็นโลกันไม่ใช่โลกุตระมโนกรรมไม่ใช่โลกุโลกันตร์นายแบบหนีโลกโลกันต์ลงไปสู่อเวจีโลกันต์หนีโลกไปอยู่ในอเวจีไปอยู่ในหลุมในป่าในเขาในถ้ำในที่ไหนก็ไม่รู้ไม่รู้สังคมโลกขาวนะมันเป็นโอกาสระดับผู้ใดเข้าใจตรงนี้ไม่ได้จับไม่ถูกก็จะกลายเป็นอีกลัทธิ 1 เดือนละทีผิดท่าแล้วคนละท่าและจะมาเป็นบุรุษประเสริฐหรือจะ มหาบุรุษหรือจะมาเป็นพระอริยะแบบพุทธไม่ได้ไม่ถูกเรื่องแล้วเพราะงั้นก็จะต้องเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิก่อนบางคนก็จะต้องอาศัยแบบนี้เหมือนกันจะต้องออกป่าออกเขาออกถ้ำพรากห่างอยู่บ้างสงบระงับไปบ้างใช้วิธีนี้เหมือนกันเพราะว่ามันทนไม่ได้จริงๆมาแตะมาสัมผัสมาคลุกคลีจะมีจิตใจเป็นสติปัฏฐานวิปัสสนารู้เท่ารู้ทันใดทวารทั้ง 6 เอ่อตามงู้จมูกลิ้นกายสัมผัสเป็นปัจจัยก็รู้เท่าทันลูกเป็นลูกจับได้เนี่ยมันมาธุรกิจรูปพระจิตของเราทีเดียวจับจิตใจแต่สิ่งใดเป็นรูปละแล้วก็เป็นตัวปฏิกิริยาขึ้นแล้วเกิดรถเกิดชาติแล้วเนี่ย เป็นอารมณ์ขึ้นมาแล้วสมใจขึ้นมาแล้วอะไรต่ออะไรขึ้นมาแล้วถ้าจับไม่ได้จริงๆโดนมันครอบงำโดนมันกินตัวไปมากนักก็จะต้องพรากไม้ที่ชุ่มเนื้อย่างหากฉันน้ำพัทลุงตะลอนไปก่อนเพราะฉะนั้นพวกเราที่ไปตะลอนตะลอนอยู่ก่อนก็ต้องรู้กันบ้างอย่าไปมองหมิ่นเหม่กันเพ่งโทรกันเกินกันจัดหนักเพราะว่าอินทรีย์ท่านผู้ที่ยังตะลอนตะลอนอยู่นั่นยังเป็นอย่างนั้นแหละมันยังอ่อนมันยังไม่กล้าแทงมันยังสัมผัสไม่ได้มันยังทำกรรมวิธีพระพุทธเจ้าตรงๆยังไม่ได้แต่ก็เป็นผู้ที่จะต้องเป็นผู้ที่จะละกามอยู่เหมือนกันเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าถึงได้บอกได้สอนสำหรับ คนที่รู้ว่าพระโยคาวจรที่กำลังบำเพ็ญธาตุอินทรีย์ยังอ่อนถึงขั้นว่าไม่ประมาทในวัดจะไม่ประมาทในปัจจัย 4 เมื่อประมาณในอาหารเรียกว่ายังหลงกินไม่ประมาณในเครื่องนุ่งห่มยังหลงผ้าหลงเสื้อไม่ประมาณในที่อยู่ยังหลงที่อยู่ที่พักที่พิงอะไรไม่ประมาทในยารักษาโรคไม่ประมาณในปัจจัย 4 ยังหลงปัจจัยอื่นๆอยู่อีกแล้วๆป่วยการกล่าวไปใหญ่แม้แต่ปัจจัย 4 ก็ยังหลงแบกลงหางยังไม่รู้จักหนักยิ่งจะต้องลงปัจจัยอื่นหลงว่าเงินก็เป็นปัจจัยขี่กับรถโทรอะไรก็เป็นปัจจัยทองคำเพชรพลอยของมนุษย์ ของที่น่าได้น่ามีอยู่ไอ้นั่นก็ยิ่งแย่ใหญ่เพราะถ้าพูดได้ไม่หลงในอะไรต่ออะไรเป็นสำคัญแม้แต่ปัจจัย 4 ก็ไม่สะสมไม่หลงเสพหลงหอบลงหาบ่ได้แล้วเป็นผู้ประมาณในปัจจัยสี่แล้วกลับเป็นผู้ที่จะต้องเรียนรู้มีจิตใ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน