231118-2-253 ทางเอกภาค2-ตอน253(หน้า508)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 18 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกอันนี้เราก็มาต่อมาต่อทางเอกเราได้มีเหตุปัจจัยมาจากพระไตรปิฎกมีสูตรต่างๆมาเชื่อมโยงมาย้ำหรือว่ามาเสริมถ้าผู้ใดจับเอาข้อมูลในส่วนที่เสริมเข้ามานั้นได้ก็จะได้เป็นประโยชน์ทำให้เกิดการหมั้นใจ เกิดการเห็นจริงในส่วนที่มันได้เข้ามามันใหม่ๆนั้นไปพร้อมกันเรามาต่อหน้า 58 ส่วนนั้นเราได้จบตรงวัดสันวัดเล็กที่สุดก็จะละลายนายวางเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งเยี่ยมในของต่ำของสูงที่เคยหลงติดหลงเป็นสุขเป็นทุกข์มาได้ตามลำดับออกไปสิ้นเปลืองจริงจริงวงเล็บเปิดคือบรรลุมาได้จากขั้นต่ำขึ้นมาถึงขนาดยังเหลือแค่คันเนวสัญญานาสัญญายตนะ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ทีเดียววงเล็บปิดแต่ยังมาหลงยึดหลงเห็นหลงเข้าใจอยู่เพียงว่าตราบใดที่ผู้ใดยังมีธาตุรู้อยู่แล้วถ้าขืนไปเปิดจิตรับรู้อะไรกับโลกเข้าเต็มสภาพแล้วตนจะทุกข์อย่างนี้ก็ยังมีพระยาคติคือยังกลัวๆเกรงๆแหมความรับรู้ที่จะได้รู้ดังนั้นเราจึงต้องหัดรับรหัสเปิดจิตรู้ให้เต็มตามปกติธรรมดาของมันเมื่อใดผู้ปฏิบัติมีการบำเพ็ญธรรมด้วยกรรมวิธีสติปัฏฐานได้ถูกแท้ จนมีฐานอุเบกขาธรรมเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้แล้วก็นำมาประกอบเรารู้เรารับรู้อย่างชัดอย่างเต็มสัมผัสไม่ว่าหูตาจมูกลิ้นกายแม้สัมผัสทางใจก็เพิ่งใช้ทวารต่างๆนั้นอย่างเต็มสติบริบูรณ์ทั้งรับทั้งรู้เป็นรู้อยู่ในวงเล็บชาเนสอยู่ปัด Store ตามกาละตามเทศกิจและมีชั้นเดียวโมในวงเล็บไม่ใช่ไม่ให้มีสัญญาณสัญญโมก็คือมีสัญญา สัญญาที่จิตทำการจริงๆมีสัญญาทำที่จะทำการจริงๆไม่ใช่ไม่ให้มีสัญญาอย่างยิ่งคือมีสัญญาณโมอย่างยิ่งแล้วเราก็พึงพิจารณาหรือธัมโมวิจัยให้เข้าใจกุศลหรืออกุศลในสิ่งที่เรารับรู้นั้นๆให้ได้ทุกแง่ทุกมุมให้ได้ทุกขณะทุกเรื่องที่จะสามารถหรือส
อ่านต่อ
มควรกระทำแล้วก็เลือกกระทำตามกาละเทศะให้ดูงานดีในกุศลธรรมเป็นความเจริญในวงเล็บสปายะหรือสบายแต่ที่จริงคำว่าสปายะคำนี้เขาเขียนเต็มคำบาลีเขาเขียนเป็นคำ สมาสศัพท์ก็เขียนสัปปายะคือสอไม้หันอากาศปปลาและก็ปอปลา 2 ตัวสระอายยักษ์เค้าเขียนอย่างนั้นสัปปายะมาจากสระบกปลายะนั่นแหละแต่เขาเขียนเป็นคำสมาสเขาใช้สมัครเอาปอมาสมัครเขาอีกคำนึงแล้วก็เลยสะกดเข้าไปบาลีเขาก็ใส่จุดเท่านั้นแหละเป็นศัพท์สัตว์ป่าและแต่ในที่นี้เขียนสปายะเขียนสปายเลยอย่างเช่นสปายเลยเพื่อที่จะให้มีรูปมันคล้ายคลึงกับคำว่าสบายซึ่งภาษาไทยสบายนี่มาจากสปายนี้โดยตรงมาจากสะบัดตายะของภาษาบาลีโดยตรงมันเป็นคำเดียวกันเป็นคำ กันคือจากความหมายอันเดียวกันเลยจนไทยกลายเป็นใช้สบายเนี่ยเป็นอย่างนั้นแล้วคือมันดีที่สุดแล้วสัปปายะเป็นการประกอบพร้อมไปด้วยการเป็นประโยชน์ที่สุดเพราะฉะนั้นท่านเห็นในประโยชน์แต่ที่จริงมันไม่ใช่เสพติดอารมณ์สบายคืออารมณ์ชอบอารมณ์ที่พอใจมันไม่ใช่แปลว่าอย่างนั้นไปอีกเดี๋ยวนี้สบายถ้าเราจะไปแปลกันไปแปลว่าเป็นอารมณ์ชอบเป็นอารมณ์ที่สัมผัสต้องใจไม่ใช่ที่จริงมันแปลว่าความเจริญสบายแปลว่าความเจริญเรากำลังประกอบจิตหรือประกอบการหรือทำประโยชน์อยู่ซึ่งไอ้ประโยชน์ที่เกิดนั้นคือความเจริญในโลกเจริญ ตนหรือว่าเจริญผู้อื่นก็ตามใจประกอบกิจนั้นอยู่เป็นความเจริญในโลกเป็นประโยชน์ผู้ใดอยู่ในอาการอย่างนี้ผู้ใดอยู่ในกรรมอย่างนี้มีพฤติกรรมอยู่อย่างนี้ผู้นั้นสบายแล้วแม้กำลังขนหินหนักเลยกำลังตักส้วมออกมาเพราะมันเต็มทำให้มันคล่องเสียทำให้มันสะอาดสะอ้านขึ้นกำลังทำอยู่นั่นแหละกำลังสบายกำลังสปายะกำลังประกอบความเจริญหรือกำลังประกอบกำไรกำลังประกอบประโยชน์สัตว์ป่าและสัตว์ประกอบหรือมีปลายักษ์ฝากบอกอายะยังลงซึ่งประโยชน์ฝากบอกอายัด ยางรองซึ่งกำไรกำไรอันนี้ถ้าเรามีตัวตนเราก็เป็นผู้ที่ได้แต่ถ้าเราไม่มีตัวตนมันก็เป็นกำไรของโลกเป็นประโยชน์ของโลกกลางๆเกิดขึ้นมากลางๆเพราะฉะนั้นเรากำลังทำงานอะไรอยู่เรากำลังประกอบบุญหรือประกอบกุศลประกอบอะไรที่เราจะใช้ภาษาอะไรเรียกก็ตามอีกหลายนัยยะที่มันเป็นส่วนดีสิ่งดีประกอบอยู่มีอยู่ทำอยู่เกิดอยู่นั่นคือกำลังสบายทั้งนั้นผู้ใดมีความเห็นเป็นเดียรถีย์แนวโน้มแบบว่าโอ้นี่เราทำไอ้โน่นไอ้นี่มันหนักมันเหนื่อยมันลำบากทั้งนั้นน่ะอยากทั้งนั้นเลยเรานั่งอยู่เฉยๆนอนอยู่เฉยๆเดินลอยๆเพลงความว่างๆเฉยๆเถอะ ผู้นั้นไม่ได้เมื่อยอะไรไม่ได้ปวดอะไรไม่ต้องการพักอะไรไม่เป็นอะไรแต่ไปมีทิฐิลามกเห็นการเงินเดือนๆอยู่เฉยๆนั่งอยู่เฉยๆนอนซะเลยหลับซะเลยอยู่เฉยๆไม่ต้องประกอบกิจประกอบการไม่ต้องมีบทบาทไม่ต้องอะไรแล้วไปหลงว่าเป็นสัปปายะหรือเป็นหลงว่าสบายคนนั้นน่ะกำลังกำลังลามกคนนั้นกำลังมีกิเลสชนิดหนึ่งซึ่งเป็นกิเลสเลยเถิดของนักปฏิบัติธรรมถ้าเป็นพุทธแล้วจะมองเห็นถ้าเป็นเดียรถีย์แล้วหลงเลยว่านั่นแหละคือความหมดแล้วหยุดแล้วสงบแล้วไม่เอาภาระอะไร อีกแล้วอยู่เฉยๆไม่เป็นจบของเขาได้แล้วไม่เต้นไม่ดีด้วยแล้วก็ไม่ทำอะไรด้วยไม่เต้นไม่ดีไม่ดิ้นไม่ร่นไม่เอาจะเอาตามเขาก็ไม่เอาจะเอาลาบเอายศเขาก็ไม่เอาจะเอาอะไรเขาก็ไม่เอาแล้วเขาก็ไม่เต้นไม่ดีดอะไรแล้วเขาก็อยู่เฉยๆด้วยไม่ทำอะไรด้วยนั่นเป็นความเลยเถิดสุดโต่งทรมานตนเป็นอัตลักษณ์โลกอย่างหนึ่งฟังดีๆเขาไม่ใช่กามันสุขาการโยกนะแต่เขาไปอัดกินเลยมาถามโย่เขาไม่ใช่กามตัณหาแต่เขาเป็นภาวะตัณหาเขาไม่ใช่กามมาหาแต่เขาเป็นเพราะว่าตัณหาเขาร้องว่าอย่างนี้เป็นสปายะเหมือนเค้าก็ออกไปป่าไปอยู่ แล้วก็จมอยู่ในป่านั่นแหละเขาว่านั่นสัปปายะเสนาสนะอย่างนี้ก็สัปปายะเป็นความจบของบุรุษเป็นความประเสริฐของบุรุษเป็นถิ่นที่ควรอยู่ของบุรุษทั้งสิ้นทุกอย่างแล้วเขาก็จมอยู่ในป่านั้นโดยไม่มีจิตมีกายไม่มีการงานไม่มีการอะไรทั้งนั้นแหละหมดพรุ่งนี้หมดปรารภหมดอารับปลารำพระธาตุอรัญประเทศพระธาตุอะไรหมดไม่มีธาตุเหล่านี้ไม่มีจะเกิดถามว่าถ้าจะเกิดที่ผิดพลาดเกิดอุปกรณ์ธาตุอะไรไม่เกิดทั้งนั้นคนพวกนี้ไม่เกิดเพราะพวกนี้จะไม่เริ่มอะไรเลยตั้งแต่อารัม อารักษ์พระธาตุตั้งแต่ปรารภไม่มีอารัมพระธาตุเริ่มรู้ริเริ่มดำริไม่มีเพราะฉะนั้นเรื่องที่จะเป็นความเพียรขึ้นมาเป็นมิตรกรรมฐานเป็นความบากบั่นขึ้นมาเป็นปลัดกรรมฐานไม่มีเลยเป็นธรรมชาติเป็นกำลังขึ้นมาไม่มีเพราะฉะนั้นความทรงอยู่ย่อมไม่มีฐิติธาตุก็ไม่มีจะป่วยการกล่าวไปอย่าถึงอุปกรณ์รูปในความเสี่ยงของเขาจึงจะไม่เกิดเลยอุปทานจะเห็นได้ด้วยตาว่าผู้นี้มีอิทธิบาทอยู่แม้ยังไม่ตายมีอายุเป็นผู้มีอายุสมณะผู้มีอายุอยู่น้อ เห็นสมณะหรอกแต่เห็นตัวอิทธิบาทนั่นคืออายุนั่นคือคนยังไม่ตายถ้าเราระลึกถึงพระพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์พระอานนท์จึงบอกว่าจะทูลขอไม่ให้พระพุทธเจ้าตายพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าโอ้ถ้าเผื่อว่าเราอยากจะอยู่อีกไปอีกกลับหนึ่งลึกกว่ากลับเราก็ดำเนินอิทธิบาทอีกต่อไปเราก็เป็นประโยชน์ได้อีกกับหนึ่งหรือว่ากลับนั่นหมายความว่าท่านต่ออายุคำว่าอายุคำนี้จึงมีความหมายซับซ้อนและลึกซึ้งต่อไปอีกถ้าเราระลึกถึงอายุของสมณะจึงไม่ได้หมายความว่ามีลมหายใจต่อเท่านั้นการมีลมหายใจต่อเท่านั้นมันเรื่องปลีกย่อยเหลือเกินมันเรื่องเล็กน้อยมันเรื่องขี้ผง ต้องการเป็นคนจึงไม่ได้หมายความว่าการมีลมหายใจการเป็นคนด้วยความเป็นมนุษย์ประเสริฐคนประเสริฐหรือมนุษย์ที่ประเสริฐแล้วไม่ใช่สักแต่ว่ายังมีลมหายใจเท่านั้นอย่างนี้เป็นความสำเร็จของมนุษย์ไม่ใช่ความสำเร็จคือมันของมนุษย์คือความมีประโยชน์ความมีประโยชน์ความมีสปายะความมีความสบายความมีความสบายความมีความสปายะนั่นคือความประเสริฐของมนุษย์และสิ่งแสดงอยู่คือแสดงให้เห็นอยู่ 10 บาทคือตัวเพียรคือตัวที่มีฉันทะฉันทะ คือตัวเบิกบานตู้สดชื่นเมื่อวานนี้นึกถึงคำคำหนึ่งว่าเอ้จะหาคำใดดีหนอที่จะมาทดแทนคำว่ายินดีที่ให้มันดีกว่าคำว่ายินดีเพราะคำนี้มัน Concept เสียซะแล้วคนมนุษย์เนี่ยคนไทยเนี่ยพอบอกว่าคำว่ายินดีด้วยคำว่าพอใจมันกลายเป็นกิเลสไปหมดแล้วทีนี้ท่านใช้คำว่าเบิกบานพุทธเป็นผู้เบิกบานเบิกบานก็ยังดีอยู่ใช้ได้ผู้ที่จบแล้วผู้ที่มีการบรรลุแล้วนี่จะเห็นได้สัมผัสได้ปั๊บมีอิทธิบาทคืออะไรคือฉันพระนี่แหละฉันพระนี่มันเป็นอารมณ์เดียวกันอารมณ์ประมุขอารมณ์ฉันพระอารมณ์โมทนาอารมณ์ยินดีพอใจ อารมณ์เบิกบานอารมณ์ร่าเริงก็เป็นนึกถึงคำว่าสดชื่นสดชื่นบานก็ได้บานเบิกบานเห็นคำว่าเบิกบานี่ดีแต่ทีนี้ใครจะขับมันจะเซ็งมันจะได้ยินมาซ้ำซากเบิกบานมันหมายความว่าแค่ไหนมันจะเซ็งนะจ๊ะเพราะฉะนั้นมันทำอีกเสริมอีกคำหนึ่งคือสดชื่นเพราะผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุดเป็นพุทธะหรือเป็นสุภาพพุทธานุพุทธหรือเป็นพระอรหันต์แล้วเสร็จนี่นะหรือเป็นผู้ที่สบายแล้วเนี่ยมันแน่นอนเลยเห็นหน้าผับโอ้ยคนนี้สบายเห็นรอยของประมุขถ้าเห็นรอยของฉันทะมีตัวอีซี่บายฟังให้ดีนะเราสัมผัสคนนี้แล้วเนี่ยเราเห็นโอ๊ยนี่คนที่สบาย โคนี่สปายะคนที่เป็นบุคคลสปายะคนนี้มีฉันทะคนนี้มีประมุขชะคนนี้มีโมทนาคนนี้มีทีเดียวมีความยินดีมีความร่าเริงมีความเบิกบานมีความสดชื่นไม่ใช่เห็นหน้าแล้วบอกคุณเป็นอะไรหรือเปล่าจำไม่เลยแม้คนนั้นจะหน้าดำแม้คนนั้นจะหน้ารูปร่างไม่ใช่รูปไข่เป็นลูกเบี้ยวจมูกมันจะแหว่งตาจะบอดข้างหนึ่งปากจะหนาหรือว่าปากจะบางหรือว่าปากจะแหวกอะไรก็ตามเป็นคนอาภัพอัปลักษณ์ไม่สวยไม่งาม แต่เราสัมผัสแล้วเราจะได้สภาพเลยว่าเขาสบายเขาเบิกบานเขาสดชื่นฟังดีๆนะเนี่ยอธิบายให้ฟังอยากจะให้พวกเรารู้กายทั่วกายอยากจะให้เรารู้สึกตัวปฏิบัติสติปัฏฐานให้สูงขึ้นรู้แม้แต่เป็นภายนอกกายภายนอกกายภายในหรือตัวทั่วพร้อมมีปฏิสังขรณ์เป็นการสงบระงับจริงแต่ว่ามันก็ยังมีรอยมีความส่งไว้มีความเป็นไปให้ดีนะมีรูปมีกายมีความประชุมแล้วสร้างความประชุมที่พอเหมาะพอดีดีเพราะฉะนั้นแม้แต่กายเรา รู้ว่าสีหน้าของเราขณะนี้เป็นอย่างไรระวังหน้าระวังหน้าเราไว้ในรูปอะไรหลายคนไม่ได้รู้สึกตัวปฏิบัติธรรมเดินอยู่นั่งอยู่นอนอยู่เป็นไปอยู่โดยแม้เฉพาะอยู่ต่อหน้าธารกำนัลอยู่ต่อหน้าผู้อื่นก็ยังให้ผู้อื่นเห็นว่าเราเองเป็นผู้ไม่ใช่พุทธะเป็นผู้ไม่สบายเป็นผู้ไม่เบิกบานร่าเริงเป็นผู้ไม่รู้ไม่ตื่นเป็นผู้ที่ดีๆหลับๆๆนั่งอย่างนี้ก็หน้าก็หลับตาหลับตาหลบตามดๆๆเป็นเศรษฐีจะดีนะตังค์ทั้งนั้นน่ะหลบไม่อาจหาญแก้วกล้าไม่อาจหายใจกล้าแสดงว่ามีอะไรสั้นๆแฝงๆมันยังไม่ ไม่ไม่กระจ่างมันยังไม่แข็งแรงมันยังไม่สะอาดมันยังหลบๆรินดีไม่กล้าสบตาตาหลบหลบตาต่ำตาไม่ประสานตาที่จริงก็ไม่ใช่จะเอาตาประสานตาทีเดียวหรอกแต่ว่ามันในเชิงคุณพอเข้าใจที่พูดอย่างนี้เป็นคนทั้งรูปร่างหน้าตาก็ทำความไม่ต่อหน้าธารกำนัลแท้ๆก็แสดงไม่ถึงความอาบน้ำไม่มีความแก้วกล้าไม่มีมันเป็นไม่ยินดีไม่กล้ามันหลบแม้แต่อย่างนี้แล้วยิ่งหนักเข้ากลายเป็นคนไม่เบิกเบยไม่เบิกบานไม่สดชื่นหมองหม่นไม่ใช่พุทธะเลย ไม่ตื่นฮุบๆฮูๆหดหดหู่ๆรวยๆรุ่งร่วงสภาพพวกนี้ไม่ใช่สัปปายะไม่ใช่สบายนะไม่ใช่สปายะไม่ใช่สบายน่ะฟังดีๆวันนี้จับจุดเรื่องคำว่าสบายหรือสปายะเป็นที่สุดและสัปปายะแล้วแล้วก็คนอยู่ที่ในตัวเราเองหมดเลยมนุษย์นี้ทุกอย่างสัปปายะไม่ว่าจะเสนาสนะสัปปายะไม่ว่าจะเป็นบุคคลสปายะไม่ว่าจะเป็นอาหารสปายะไม่ว่าธรรมะสัปปายะอยู่ที่เราหมดอยู่ที่เราหมดเรามีอาหารอันสปายะแล้วโดยเฉพาะอาหาร อังกฤษวิญญาณผัสสะก็สบายเราไม่พูดเกาหลีไม่พูดอาหารอันเป็นอาหารที่เป็นข้าวสุกขนมสดเพราะข้าวสุกขนมสดนั้นย่อมประพฤติย่อมปฏิบัติแล้วว่าเรามีอาหารอันสบายคือมีอาหารอันทำให้เราเป็นไปได้ดีแล้วเจริญแล้วไม่ยากไม่ลำบากทุกวันนี้ใครยังยากลำบากอยู่ในเรื่องอาหารก็จงพยายามเรียนให้จบที่นี่เรียกว่ามีทั้งลูกหลอกลูกหล่อมีทั้งลูกขัดลูกเราการกินการอยู่ในที่นี้มีทั้งอุบัติเหตุมีทั้งอะไรเพราะฉะนั้นอาหารไม่พูดเรื่องผักสาหร่ายเรามีภาษาอาหารอย่างไรอย่างไรก็สบาย ไม่ต้องพูดถึงภัตตาหารผัสสะในอากาศอากาศร้อนอากาศหนาวอากาศเย็นอากาศขรุขระหรือว่าสถานที่ขรุขระสถานที่เปื้อนที่เปรอะไม่ต้องพูดพูดผัสสะคนต่อคนรอบวัดสระต่อคนที่มาซับอารมณ์เข้ามาให้เราสักอารมณ์ยั่วจะให้โกรธสักอารมณ์ยั่วจะให้เกิดราคะไม่ว่าจะแรงเท่าใดเท่าใดเราก็สบายมีผัสสะอันสบายเนื้อแล้วอยู่รู้เท่าทันอาหารเหล่านี้เราสบายเพราะฉะนั้นตารับลูกใครจะมาแลกลิ้นปลิ้นตาหลอกใครจะมาแหกอกหลอกอย่างไรก็ไม่เกิดราคะใครจะมาด่ามาทำ แรงมาทำยั่วยวนมาทำอย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่โทรศัพท์ไม่ปฏิฆะไม่ไหวไม่หวั่นไหวไม่เคลื่อนเลยจิตของเรานิ่งแน่สบายเรารู้เท่าทันต่ออาหารแม้ทางภาษาอย่างนี้อย่างนี้เราสบายเรารู้เท่าทันแม้แต่มโนสัญเจตนาหารคือจิตที่เราเจตนาอยู่มุ่งอยู่จงใจอยู่เออจิตของเรามุ่งเราจงใจเรามีเจตนามีการกำหนดที่จะเป็นไปอย่างนั้นแม้เป็นไปแล้วเราก็สบายเรามีจิตทำงานดำริมุ่งหมายก็ทำเป็นสัมมา ปักแล้วก็ทำอยู่อย่างไรจะมีการต่อต้านเกิดปัญหาขึ้นมาสอนแล้วนะมโนสัญเจตนาหารของเราเกิดโดยตนเป็นสัมมาสัมเป็นการดำริเป็นการเริ่มเป็นการคิดเป็นสังขารเป็นปัญญาที่สังขารเป็นเจตนารมณ์ของเราเพื่อสร้างประโยชน์เพื่อสร้างปายะเพื่อสร้างกำไรเพื่อสร้างสิ่งที่ดีงามเพื่อสร้างความเจริญขึ้นไปเป็นกรรมเป็นการกระทำเป็นสัมมากัมมันตะสัมมาสังกัปปะก็เป็นสัมมากัมมันตะกับปะก็เป็นอมตะวาจาก็เป็นกัมมันตะมโนกรรมวจีกรรมกายกรรมเป็นกรรมการทั้งสิ้นเป็นกรรมการ Taxi ใครสงสัยมโนกรรมก็เป็นมโนกรรมวจีกรรม กายกรรมก็เป็นกรรมกรรมทั้งสิ้นกรรมมันตกรรมบวกอันตรายกรรมทั้งทุกอย่างรวมหมดเลยเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นกรรมทุกอย่างนี้มันเราเองเราทำเพื่อความมันดีเป็นกุศลเรามีเจตนามีมโนสัญเจตนาอย่างดีแล้วแล้วเราทำลงไปคนไม่เห็นดีด้วยเกิดเขาย้อนแย้งตอบโต้เป็นอุปสรรคเราก็ยังสบายอุปสรรคที่เขาแสดงตอบโต้ย้อนแย้งขัดขวางออกมามาผัสสะให้เราก็ได้รับพรรษาอาหารจากการกระทำของเราอีกเราก็ยังเป็นได้สบายเราก็ยังอยู่ได้สบายไม่เกิดการแตกร้าวไม่เกิด การทะเลาะเบาะแว้งไม่เกิดการลำบากลำบนยังพอเป็นไปได้เราฉลาดที่จะจัดสรรเราฉลาดที่จะกระทำอย่างที่อโศกอยู่เนี่ยก็ทำเป็นไปได้ไม่ต้องถึงขนาดอยู่อย่างเสียศักดิ์ศรีต้องหลบๆซ่อนๆต้องวิ่งหนีต้องไม่อาจหารแก้วกล้าต้องลีลาหลบๆไม่ต้องเรายังอยู่อาจหาญแก้วกล้าแล้วเรายังมีฤทธิ์มีแรงทำแล้วก็มีฤทธิ์มีแรงแม้จะมีการตอบโต้มามีฤทธิ์ย้อนมามีการขัดขวางมีอุปสรรคอะไรมันก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีแต่สิ่งที่มาเหล่านั้นไม่มีฤทธิ์แรงพอที่จะทำให้เราทำงานอันนี้ไปลุล่วงไม่ได้มันมีฤทธิ์เท่านั้นแหละ และเราก็ยังทำงานลุล่วงไปได้นี่คือการประเมินผลหรือการต้องประมาณให้ชัดมีมัสยิดตาชัดเด่นแล้วเราก็กระทำไปถ้ามันแรงไปเราจะทำอย่างไรถ้ามันดูแล้วโอ้โหนี่เขาเอาแรงมันไม่ไหวก็ทนไม่ไหวเราไม่เราสงสารถ้าเราไม่แกล้งเขาถ้าทนไม่ไหวเมื่อทนไม่ไหวจริงๆเราก็ลดบ้างถ้าเขาทนได้อยู่นี่ไม่แรงมามีสภาวะตอบโต้แถวนี้เราทนได้เราทนได้มาเป็นผัสสะแล้วเราก็ทนได้และก็ไม่ต้องทำอะไรแรงกว่านี้ไม่ต้องถึงทะเลาะวิวาทแตกร้าวลำบากลำบนไม่สันติแล้วไม่ต้องอยู่ด้วยสันติอยู่ในประมาณ สันติที่คุณรู้นี่ว่าสันติมานะขนาดนี้ราบรื่นง่ายงามไปได้คุณก็จะเป็นคนประมาณรู้มีมัธยมยุทธตาแท้แล้วดำเนินกิจกรรมการกระทำอันนั้นไปได้นี่บอกความหมายลึกๆซึ้งๆขึ้นไปอีกในความเป็นอยู่ของพระอริยบุคคลที่จะมีชีวิตอยู่ดำเนินกิจการดำเนินอะไรต่อไปเราไม่อยู่อย่างแกล้งหรือเราไม่อยู่อย่างที่จะทำอะไรให้มันไม่สันติเรารู้ว่าทุกวันนี้สันติอโศกอยู่ในประเทศไทยขณะนี้กลุ่มพระสงฆ์อยู่อย่างสันติแม้จะมีกลุ่มหมู่ที่เหมือนกับเป็นปฏิปักษ์หรือว่าเป็นฝั่งตรงข้ามที่เขาก็ดำเนินความเห็นทางด้านงาน งานตรงหน้าที่งานตรงสายอโศกทำงานศาสนากลุ่มหมู่ที่ทำงานศาสนาก็มีอยู่และกลุ่มหมู่ที่ทำงานศาสนานั้นเขามีความเห็นอย่างเขาเห็นอโศกก็เห็นอย่างอโศกเห็นต่างคนต่างกระทำอยู่มันชนกันมันเป็นปฏิปักษ์ต่อกันมันกำลังแข่งกันมันกำลังจะพยายามพิสูจน์ต่อประชาชนพิสูจน์ต่อผู้รู้จริงๆผู้มีปัญญาจริงๆว่าอันใดถูกแท้อันใดดีแท้กำลังพิสูจน์อยู่ไม่เด็กแกล้งกันแต่เราต้องเราต้องการเรามีเจตนาเรามีความมุ่งหมาย ให้ความดีนี้อยู่ไม่ดีจงตายไม่ดีจงเลิกดีจงเกิดจงเจริญความถูกต้องความดีงามจงเกิดจงเจริญถ้าเราผิดอันใดเราก็ต้องรู้ตัวว่าเราผิดแล้วเราก็หยุดถ้ามันไม่ผิดมันเป็นความจริงพิสูจน์กันได้ต้องยอมรับและความจริงนี่แหละจะมีการยอมรับกันสำหรับผู้มีปัญญาอโศกนี่เล็กอโศกมีน้อยและทำแรงสิ่งที่ทำออกไปนี้มันดีและมันถูกจริงและทุกคนก็รู้ว่าแม้แต่เราเองหรือข้างนอกเขาว่าอักษรที่ทำแรงแน่นอนแน่นอนเรารู้ตัวว่าเราทำ ถ้าเราทำแรงๆออกไปแล้วถ้ามันไม่ดีผู้รู้จะต้องรีบปราบและระงับจะทำอย่างกล้าหาญจะทำอย่างเปิดเผยจะทำอย่างจริงจังแต่ถ้าอโศกทำออกไปแล้วดีถูกผู้รู้ก็จะรู้ว่าดีก็ถูกจะไม่กล้าทำอย่างเปิดเผยถ้าแม้ว่าจะปราบจะไม่กล้าทำอย่างกล้าหาญถ้าแม้ว่าจะปราบเพราะเขาก็รู้ว่าดีเขาก็รู้ว่าถูกย่อมเกรงใจผู้รู้ที่เขาจะรู้เหมือนกันว่าดีนี่ถูกเพราะงั้นจะมาปราบดีจะมาทำลายดีมาทำลายสิ่งถูก ผู้นั้นก็มีปัญญาก็มีไหวพริบรู้อยู่เหมือนกันว่าจะทำไปได้อย่างไรสิ่งนี้คือสัจจะที่มันคลานอยู่ได้อโศกอยู่ได้ด้วยลักษณะอย่างนี้พระสงฆ์ไม่ได้ใหญ่อโศกเล็กนิดเดียวอโศกทำแรงแต่อโศกก็ไม่ได้ต้องหลบลี้หนีตรงไหนอโศกอยู่แม้มีเจตนาอย่างนี้มีอาหารอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาทั้งปัสสาอาหารทั้งมโนสัญเจตนาอาหารอยู่ตลอดเวลาเราก็ยังสบายเพราะผลที่รักสบายนะแต่คนอื่นจะสบายหรือไม่สบายไม่รู้สบายไหมท่านติดตามสบายเลยสบายถ้าติดก็ไม่รู้อ่ะสบายทุกวันนี้ก็เหลาหอกอยู่เหมือนกันบางทีอย่างงี้มันวานนี้เปิดฟังดู มือรถตะพงนี่เหมือนกันเล้าหอกเล้าดาบอยู่เหมือนกันคือผู้ที่มีธรรมาวุธแล้วก็สร้างธรรมาวุธออกไปทำศึกทำสงครามแห่งธรรมเนียมก็ทำอยู่อย่างนี้แหละเราพูดเป็นเชิงว่าเป็นอาวุธเป็นธรรมาวุธลาออกแล้วดาบอะไรอยู่เนี่ยต่างคนต่างๆที่ตรัสรู้ก็ทำท่านที่เคารพก็ทำนี่ยกตัวอย่างง่ายๆพวกเราช่วยกันทำบางคนก็เป็นหัวเรื่องหัวแรงทำหลายคนก็เป็นคนชั่วกันต่างคนต่างช่วยกันเราออกเราดาบออกไปอยู่ตลอดเวลาแต่ช่วยกันทำแล้วมันก็มีมากมันก็แรงได้ออกไปแล้วแม้เราเองเราทำสงครามอยู่เราก็ยังสงบสงัดเราก็ยังสบายเราไม่ต้องหลีก นี้เล่นออกไปไหนเราไม่ต้องเข้าสู่ป่าแล้วก็ดีแล้วก็อยู่ในเมืองนี่แหละตัวเราเองเราก็อยู่ในเมืองได้ตัวเราเองแล้วก็อยู่กลางภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิการาชามหาอำมาตย์แม้แต่อยู่กับชาวบ้านแม้แต่อยู่กับคหบดีและชาวบ้านแล้วอยู่ท่ามกลางอย่างนี้เราก็เป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียวแล้วไม่มีเพื่อน 2 นะเราได้ข้อมูลมาจากพระไตรปิฎกทฤษฎีของพระพุทธเจ้าด้วยหลักฐานอะไรมาเนี่ยมันกำลังมาสนับสนุนเสริมเราจะเห็นว่าอะไรๆก็เข้าหลักการสุดท้ายเราอยู่ได้ไม่มีเพื่อน 2 ไม่หวั่นไหวไม่ต้องไปปรุงไม่ต้องไปกระทบกระเทือนไม่ต้องไป มันว่างสบายเบาอยู่ผู้เดียวหรือเป็นที่สุดเป็นเป้าหมายแห่งการสูงสุดที่เราจะได้เพราะเราอยู่อย่างนี้เราก็สบายหรือสัปปายะสบายมีอาหารมีภาษาอาหารมีมโนสัญเจตนาหารอย่างนี้แหละก็สบายเพราะฉะนั้นมโนสัญเจตนาอาหารก็ดีภาษาอาหารก็ดีก็เข้าใจให้ลึกซึ้งแล้วกระทบจากคนอื่นเราได้รับกระทบย้อนจากคนอื่นมาเป็นผัสสะเป็นอาหารทางศาสนาเราก็อยู่สบายด้วยอาหารนี้เรามีเป็นสำนวนชัดเจนเป็นอาหารออกไปเราก็ทำได้สบายๆช่องเท่านี้อย่างอโศกทำงานอยู่เนี่ยเราทำได้คล่องเท่านี้ คุณเห็นคุณทำงานในที่นี้บางคนมีจิตที่มันยังเป็นมานะเราเสนองานนี้เราทำนี่แล้วก็เพื่อนฝูงไม่เอาหมูไม่เอาให้คนนี้คนนี้ก็ไม่เอาแล้วเราก็ยังมีตัวตนอยู่เสมอความเห็นเสนออะไรแล้วไม่เอาถ้าเขาไม่เอาแล้วเรามีจุดมุ่งหมายแล้วเราก็ทุกข์ทีนี้เราจะดันทุรังทำคนเดียวมันก็ยากอยู่นะแต่ว่าบางคนก็ทำจริงๆทำก็จนถูกห้ามบางคนก็รักรอบทำอะไรเงี้ยอันนี้ก็เรียกว่าเราเองเราทำคนเดียวเราไม่มีหมู่ไม่มีเพื่อนไม่มีสหายดีอยู่พรั่งพร้อมอะไรอะไรก็เป็นไปด้วยอภินิหาริย์ทำช่วยกันประชุมช่วยกันตกลงช่วยกันทำช่วยกันเลิกพร้อมกันเลิกพร้อมกันทำเราไม่มีอภิหารนี้จะทำอย่างนี้ระวังมันจะเสื่อมถ้าเราทำโดยที่เรียกว่ายาเอา มานะของเราเองเข้ามายึดแรงนักปรึกษาหารือหมู่แล้วทำกิจที่หมู่ก็เห็นเราก็เห็นด้วยร่วมกันแล้วเราก็ร่วมกันทำอยู่มันยังมีไม่ใช่ว่าเราเองเราจะทำร่วมกับหมู่โดยที่เราเองไม่เห็นด้วยเลยทั้งหมดเมื่อไหร่เราเห็นด้วยแล้วเราก็ทำร่วมกับหมู่ด้วยก็ยังมีนะไม่ใช่ว่ากินไม่หมดเมื่อไหร่แต่เรามันมีมานะอย่าอวดอย่าอ้างอยากโตอยากเอาของตัวเป็นของของตัวมันมีตัวมีตนชื่อว่าเป็นของของฉันมันก็แรงหน่อยแต่ถ้าไม่มีอารมณ์อันนี้แล้วนะไม่มีปัญหาอะไรมากมีปัญหาอะไรมากเพราะมานะอันนี้ลดแล้วเราเสนอมาผมเอาก็เอาหมูไม่เอาก็แล้วไปอันใดเราเห็นพร้อมกับหมู่ด้วยแล้วก็ทำไปด้วยกันมันก็มีจิตมีการมีงานมีอะไรไปอยู่เสมอ ไม่แปลกอะไรเพราะไม่ถือตัวถือตนอะไรหนูเอาก็เอาหมูไม่เอาก็ไม่เอาไม่ได้มีปัญหาอะไรทำขึ้นมาเสนอขึ้นมายกตัวอย่างให้ฟังอย่างเช่นของสมพงษ์สมพงษ์เขียนหนังสือนี่ยิ่งแต่ก่อนนี่บางทีเขียนงวด 1 งวด 1 เยอะเรื่องจนนามปากกาของเขาเนี่ยเขาจำไม่ได้เลยทรงผมนี่จำนามปากกาตัวเองไม่ได้มีนามปากกาเป็นเข่งแล้วเขาก็เขียนเขียนแล้วเขาก็ส่งมาส่งมาจะใช้ก็ใช้ไม่ใช้ก็แล้วไปใครจะเอาไปใช้อะไรก็ช่างมันก็ไปของมันเองงานของสมพงษ์ในนี้มีเยอะแยะหลายชิ้นมากมายที่มาเป็นธรรมาวุธมาเป็นอาวุธมาเป็นสิ่งที่เราจะเสนอออกไป มีแต่ 30 มี 2 2 เรื่องเดือนนี้ของสมพงษ์ 2 หรือ 3 ไม่รู้แม่สายอกไม่ต้องพูดก็ทำมาอันนี้ก็เป็นกิจการงานเขามีความสามารถแล้วเขาก็ทำคือการกระทำทำอย่างนั้นน่ะทำไปแล้วก็ส่งมีหน้าที่ทำก็ทำเอาก็เอาไม่เอาก็ไม่เอางานอื่นก็มีร่วมไม้ร่วมมือกับเพื่อนฝูงก็มีเขาก็ทำงานที่เขาถนัดเขาก็ทำก็เห็นว่าเขาจะทำได้เขาก็ทำๆๆส่งมาอย่างนี้เป็นตัวอย่างนะที่ยกให้ฟังยกให้เห็นที่มีของกินแล้วแต่หลายคนอาจจะอาจจะไม่รู้ตื่นถึงหน้าบางเรื่องเหล่านี้แต่คนที่รู้ก็ฟังดูนายกประเด็นหนึ่งการเขียนหนังสือออกมาเพื่อที่จะให้เราได้อ่านกันก็เป็น ทำอาวุธอย่างนึงเป็นข้อมูลเป็นรายละเอียดเป็นการบรรยายนั่นแหละเป็นการเทศนาทางตัวหนังสือจะเป็นเชิงไหนก็ตามแต่มันเป็นศิลปะเป็นเชิงอย่างไรมันก็เป็นศิลปะที่เราจะแสดงนี้ออกมาอย่างนี้มันเป็นศิลปะที่จะสื่อให้เราได้รู้กันเพราะฉะนั้นการที่จะทำอะไรอยู่การที่จะมีชีวิตอย่างไรอยู่เราก็รู้เพิ่มขึ้นที่พูดให้รู้เพิ่มขึ้นเราจะทำอะไรเราจะมีอะไรชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งเราจะมีสมาธิมากองค์ 8 เราจะดำริบ้างไหมเราจะมีวาจาบ้างไหมเราจะทำงานทางกายกรรมอันใดบ้างไหมเราจะมีสัมมากัมมันตะอะไรเราจึงจะมีสัมมาอาชีวะเราจึงจะมีสิ่งอย่างนี้แหละ ไม่ใช่เราเอาแต่รอยชายมากนั่งอยู่เฉยๆมากเฉลี่ยแล้ววันหนึ่งคืนหนึ่งนอนเอาไปกินซะส่วนหนึ่งนั่งอยู่เฉยๆเอาไปกินซะส่วนนึงเดินรอยชายเอาไปกินอีกซะส่วนหนึ่งรวมแล้วไอ้พวกเฉยๆว่างๆเนี่ยปล่อยปลาพวกนี้นี่ซึ่งไม่ใช่เป็นสปายะไม่ใช่เป็นความเจริญอะไรเป็นความสูญเปล่าบอกแล้วว่าถ้าเราเป็นพุทธะแล้วเราต้องมีปัญญาเราต้องรู้เราต้องเข้าใจว่าลัทธิพุทธไม่ใช่ลัทธิเดียวละทีเป็นความต่างจากเดรัจฉานตรงนี้ตรงที่แน่นแล้วแน่นอีกย้ำแล้วย้ำอีกถ้าอาตมาถ้าผมทำให้พวกคุณเข้าใจอันนี้ไม่ได้พูดศูนย์ผมขอบอกว่าพุธศูนย์แต่พุทธทาสได้จุด ความจริงอันนึงมาขึ้นมาแล้วท่านก็ทำมาแล้วท่านบอกว่าการงานคือการปฏิบัติธรรมที่เป็นจุดมาแล้วท่านสร้างมาแล้วดีและศาสนาพุทธเหลืออยู่พระท่านจุดด่างนี้ศาสนาพุทธเหลืออยู่เพราะท่านพุทธทาสเย็ดเน้นย้ำตรงนี้ต่างกันกับศาสนาที่จะเอนไปทางเดรัจฉานเอนไปทางเถรวาททางด้านมหายานท่านโน้มมหายานพุทธทาสท่านเห็นประโยชน์ท่านท่านทำงานเพื่อผู้อื่นมากแต่ท่านเองท่านก็ไม่รู้ล่ะเราก็ว่าท่านเองท่านดูตนน้อยไปนิดนึงนะแต่ส่วนทางด้านเถรวาทและทางด้านสายสายนั่งหลับตาทางด้านอาจารย์มั่นทำได้ประโยชน์ตนไม่ค่อยทำประโยชน์ทานมันก็กลายเป็นอย่างนั้น ลงไปทางเดียวกับที่ทำหยุดหนีไปมากมันแนวโน้มของศาสนาในเมืองไทยหรือเมืองอื่นหรืออะไรต่ออะไรหลายๆเมืองเนี่ยนอกจากตัวมหายานไม่เข้าเรื่องแล้วเป็นเถรวาทเชิงเถรวาทอยู่เนี่ยมันเอียงเทไปในด้านเดียรถีย์แบบฤาษีดาบสหยุดแล้วก็ดีไม่เป็นประโยชน์ไม่เป็นสปายะที่แท้ไม่เป็นสบายไม่เป็นความเจริญมันจึงไม่เป็นศาสนาแห่งการพัฒนาเขาว่าเขาถูกแล้วฝ่ายซ้ายก็ตัวว่าเป็นศาสนาแห่งการไม่พัฒนาไม่ได้เรื่องอะไรเลยนั่งอมตะไม่ทำการทำงานไม่มีสัมมากัมมันตะไม่มีสัมมาอาชีวะ จริงของเขาไม่มีปัญญาอะไรโง่หรือโง่ลงด้วยกิ่งทองคำแก้ไม่ได้ถ้าเราทำความเห็นแจ้งเป็นสัมมาทิฏฐิไม่ได้ถ้าเราไม่เกิดปัญญาญาณที่ถูกต้องจมแน่ศาสนาเพราะงั้นผมเห็นส่วนดีที่พระพุทธเจ้าตูมทฤษฎีที่ว่าการงานคือการปฏิบัติธรรมโตมานี้มาแล้วท่านก็ปลูกปลูกหรือให้คิดให้ใช้มันสมองให้เป็นลักษณะให้ดำริให้ริเริ่มให้พิจารณาให้มีทำเอาไว้ใจให้เดินสมโภชน์ช่องมีสติมีธรรมะวิจัยวิริยะขึ้นมาดีแล้วและศาสนาก็ขึ้นมาก้าวหนึ่งแล้วแต่เลยเถิดไปอีก ขืนเลยเถิดไปเป็นนักคิดเซ็นเป็นนักหลงความนึกคิดความปรุงความสร้างแต่ความคิดเลยเถิดตกกระไดอีกเพ้อ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive