231222-2-269 ทางเอกภาค2-ตอน269(หน้า521)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่าววันนี้เราลองต่อในหนังสือไปดูนะเราไม่ได้พูดในหนังสือไปหลายวันหน้า 521 ละครวิมานจึงคือมัน No คือจิตคือวิญญาณที่คนไปกำหนดมุ่งหมายไปหลงยึดหลง หรือจิตที่ไปตั้งเป้าไว้ในวงเล็บปันนี่อิตะอย่างนี้อย่างนั้นแล้วจะต้องมีจะต้องเป็นให้ได้ดังจิตหมายตามที่วิญญาณหลงยึดมั่นจะให้เป็นให้มีบางอย่างก็พักบางอย่างก็ดูดถ้าไปหลงตั้งเป้าหรือไปสร้างไปปั่นไว้ว่าโครงการไว้ในเรื่องเลวเรื่องต่ำทรามนั่งที่กล่าวผ่านมาแล้วมันก็จะจงนำจะโน้มน้าวจะบงการให้คนผู้นั้นก็กรรมหรือทำอะไรก็ตามก็จะเพื่อให้เป็นไปเพื่อให้เป็นให้มีตามเป้าที่ตั้งไว้นั้นนั่นแหละ เป็นที่สุดให้จนได้มีความปรารถนาแรงก็จะเอาให้ได้เร็วๆทุจริตแค่ใดอำมหิตแค่ไหนไม่รู้กันเลยแหละวงเล็บเปิดไม่รู้จริงๆเมื่อคนพูดใดมีความปรารถนาแรงกล้ามากจริงๆรูปดังนี้แหละที่นักปฏิบัติธรรมหรือพระโยคาวจรจะต้องรู้ให้จริงแจ้งให้รอบทั่วให้ได้จะได้ละถูกวางถูกและจะได้หลุดได้ผลจากการดับสิ้นจากจิตเป็นที่สุดไปได้เรียกว่ามีวิมุต คำว่ารูปในรูปของจิตนะฟังดีๆวิมานจิตจิตจิตจิตจิตเราไปปั้นหมายจิตเราไปยึดไปอุปทานไม่ได้ใช้ภาษาประกอบภาษาประกอบมีเยอะถ้าจะใช้ภาษาบาลีกำกับและยาวเยอะแยะเลยแล้วบนด้วยยุ่งแต่อันนี้อธิบายเป็นเนื้อๆเป็นชิ้นๆเป็นสิ่งที่ชีพเฉพาะชัดๆลงไปเพราะคำว่ารูปรูปรูปรูปรูปีรูปานังเห็นรูปมันเป็นทั้งขั้นถึงจิตอย่างนี้มันเห็นมันจนกระทั่งถึงขั้นจิตเป็นโรคจิตๆนี่เป็นผลไม้ที่เขาเรียนกันวันอาทิตย์รูปนิพพานรูปนี้ไม่ได้เอาไปตั้งไว้ข้างหน้า ถ้ายังขันธ์ 5 นี่รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณตั้งรูปไว้ที่ตัวแรกรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณส่วนที่ปรมัตถ์ก็ไม่ได้ตั้งรูปเป็นตัวแรกแล้วก็ตั้งรูปเป็นตัวท้ายตัวท้ายจิต
อ่านต่อ
1 ภายหลังเจ็ดสิบด้วยจิตใจรูปนิพพานหลังรูปก็เป็นนิพพานเลยแหละหลังลูกก็เป็นนิพพานเพราะฉะนั้นถ้าเราไม่รู้รูปโดยเฉพาะรูปขั้นเทพท่านอารมณ์ของจิตอาการของจิตเนี่ยเป็นรูปเป็นจิตเป็นอ่ารูปเป็นจิตแล้วก็ละลดสิ่งที่มันไม่ใช่จิตมันเป็นอาคารสุขะมันเป็นสิ่งแฝงถ้ารถมันไม่ลงทำมันจางคลายลงไม่ได้จนกระทั่งมันพ้นสักกายะ มันพ้นอัตตาเป็นพ่อแม่อัตราอนุรักษ์เข้าใจชัดเลยเป็นปกติเห็นเป็นสติเพราะความเห็นของเรายังเป็นอัตตาใดอยู่เป็นอัตนัยก็ตามแต่ความเข้าใจความเห็นความคิดความนึกของเราอาจจะเป็นสภาพที่นึกว่ามันยังเป็นตัวเป็นตนยังเป็นสภาพที่มันต้องมีมันต้องมีไอ้นี่มันต้องได้มันต้องเสพติดใจมันจะต้องไปเสพอาจารย์ไม่ต้องไปติดใจมันต้องเสมอมันไม่รู้จักพอไม่รู้จักเครื่องอาศัยไม่รู้จักขนาดกำหนดมันยังมากอยู่มากๆอยู่มันก็เป็นภาระ เศร้ามากๆถ้ามันน้อยมันก็เป็นภาระน้อยเนี่ยมันก็ยิ่งสูงในคำว่ารูปนี้ก็ซ้ำก็ย้ำเพราะว่าท่านที่เราจะรู้รูปที่เรียกว่าวีโว่จะต้องจับรูปท่านรูปและข้อ 1 นี่ก็ตามการรู้รูปรู้นามที่นักวิปัสสนาทั้งหลายในเมืองไทยก็ตามเยอะแยะวิปัสสนาต้องรู้ลูกรู้นามไม่รู้รูปไม่รู้นามไม่ใช่วิปัสสนาจริงที่เขาพูดแต่รูปนามดังกล่าวนั้นคืออะไรเนี่ยเรากำลังไล่กันแล้วกำลังทำความเข้าใจกันได้ชัดอยู่มันรูปใด ที่มันออกมาว่ามันรับสายถ่ายทอดมาจากทวารทั้ง 5 และแม้ในจิตเองทวารทั้ง 5 และแม้จิตเป็นทวารทั้ง 6 นั่นแหละมีผัสสะมาแล้วก็เข้ามาถึงมาทำไมที่จิตจับรูปที่ 7 ได้จับรูปจิตได้มีอาการมีอารมณ์และสิ่งเราก็เลยใช้หลักการของพระพุทธเจ้าแล้วว่าการรู้รูปรู้นามต้องรู้ได้ด้วยอาการลิงอุเทศอาการอย่างนี้แหละรูปไม่ใช่รูปก็คือตาเห็นเป็นรูปๆเลยแต่อาการรู้อาการเลยแล้วแตกต่างกันอย่างไรกับนามไม่รู้รูปแล้วเราก็รู้ว่านามอยู่เคียง รูปกับน้ำมันก็แยกกันไม่ออกอีกอ่ะในขณะใดที่เราเห็นรูปรู้รูปคือรูปเป็นจิตเอารูปไปจิตพร้อมกันนั้นตัวน้ำที่มันรู้ซ้อนอยู่รู้ตัวรูปจิตเอารูปไปจิตตัวปกติตัวเห็นเห็นรูปเห็นนามตัวนั้นเป็นนามของเรานามที่มันระลึกรู้อยู่เป็นนามบริสุทธิ์ถ้ายิ่งเป็นนามอันเป็นฌานวิมุตเป็นชาญอันสะอาดบริสุทธิ์เป็นฌานเป็นตัวทำงานที่เป็นตัวไม่มีนิวรณ์อะไรเลยเห็นยังคนวิจิกิจฉาเห็นอย่างแจ่มแจ้งเข้าใจปัจจุบันนั้นกำลังสัมผัสอยู่กำลังมีเหตุปัจจัยอยู่เห็นด้วยชายมันแจ๋วเขาจึง แปลกันว่าเห็นรูปด้วยฌานแปลว่าเห็นรูปด้วยชาญแปลเอาความหมายแปลว่าถูกถูกเป็นข้อกำหนดหมายว่าเราจะต้องพยายามเห็นรูปด้วยฌานนะอย่าไปเห็นรูปด้วยกินเลยเห็นรูปด้วยความไม่พ้นวิธีใช้เห็นรูปด้วยฟุ้งซ่านเสร็จฟุ้งซ่านของเราอย่างโน้นอย่างนี้ต้องผสมเปอร์เซียเห็นรูปด้วยสีนั้นมีพระร่ำๆรวยๆอะไรอยู่ก็แล้วแต่มันยังไม่ใช่ของที่สูงสุดเห็นยังไม่สูงสุดก็เห็นอยู่อย่างสติสัมปชัญญะปัญญา 10 เต็มไม่มีอะไรทั้งนั้นไม่มีอุปกิเลสอะไรอย่างนี้เร็วคือการเห็นชั้นสูงเห็นชั้น Vivo ถ่ายรูปไปก่อนเห็นไปก่อนเรื่อยๆทำให้เกิดเป็นวิโมกแรกโดยเฉพาะหยาบๆเป็นกามเป็นพยาบาลเข้ามาร่วมกันเห็นการรู้ด้วยแล้วมันยิ่งเหมือนกับมาใส่แว่นตาสีเขียวแล้วก็เล่นยาเล่นฟางก็มีนิทานมากินแต่ฟังมาก็บ่นว่าไม่ให้กินหญ้าสีเขียวเลยคนก็ฉลาดไม่เป็นไรเดี๋ยวจะพาไปกินหญ้าสีเขียวก็เอาแว่นตาสีเขียวมาใส่มาแล้วก็มากินฝั่งอย่างเก่ามาก็รอฟังสีเขียวไปอย่างเคยเพราะมันเขียวที่แว่นตาไม่ได้เขียวที่ฝากฝากเก่าแต่ก็มานี่มันโง่นี่เป็นม้าก็ถูกคนหลอกเอาอย่างนั้นแหละ คนก็ถูกผีหลอกเอาอย่างนั้นแหละคนก็ถูกผีหลอกเอาตามมามองเอาพยาบาทมามอมเอาทีนะมีพระมามองอะไรนะทีนี้ถ้าจะไปเอาแต่เรื่องใสๆทำไมเอาเรื่องดีๆเอาเรื่องลบๆๆมันก็มันไม่รู้ชัดมันไม่เกิดปัญญาแจ้งฟุ้งซ่านไปเราก็อดเก่งไปหน่อยคิดไปก็ได้อะไรก็ได้ฟุ้งซ่านไปก็ได้ไม่เป็นไรเราเรียนเรารู้เท่านี้เราก็รู้เท่าทันเราฟังแค่นี้ก็พอคิดโน่นคิดนี่ผสมเปอร์เซียเอาก็ได้เราเก่งแล้วก็มีฟุ้งซ่านไปมันก็ไม่เป็นเอกก็ตามอารมณ์จิตเราไม่เป็นชาญจิตก็เป็นไม่เป็นโยนิโสมนสิการเต็ม กิจกรรมรู้รูปไม่ด้วยฌานแม้ฟังธรรมแม้ที่จะสัมผัสอยู่อะไรก็ตามแต่ตาได้หูด้วยจมูกด้วยลิ้นด้วยกายเราไม่ได้รับเต็มที่เราไม่เกิดการเห็นแจ้งไม่เกิดสติไม่เกิดการเห็นที่เป็นฌานเขาจึงกำหนดว่าให้เห็นรูปด้วยฌานเมื่อการเห็นรูปเด็กชายเข้าใจเราเข้าใจฌานกันดีป่านนี้แล้วเราจะไปสงสัยอะไรต้องไปนั่งหลับตาทำไมฌานเห็นรูปด้วยชาญไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหลับตาแต่ผู้ที่ยังมีมิจฉาทิฐิยังไม่เข้าใจว่าฌานคืออะไรต้องไปนั่งหลับตาแล้วก็หลับตาเหล่เห็นรูปเกิดรูปเกิดแล้วรูปเกิดเป็นรูปอยู่ในจิตเลยเป็นมูลนิธิฝันหวานเลยโอ้รูปปลากดแล้วเป็นรูปร่างและตี ดีใจเลยกระโดดโลดเต้นมากเกิดรูปแล้วนั่งหลับตาแล้วเห็นอะไรไหมนี่คำถามคำนี้แม่มันหมายถึงความล้มเหลวของศาสนาจริงๆนั่งหลับตาได้ไปนั่งนั่งไปนั่งสมาธิใช่ไหมไม่เห็นอะไรไหมไอ้คำว่าเห็นของเขานี่มันเป็นคำพูดหยาบหยาบเป็นคำพูดของคนทั่วไปเป็นอุปาทานเป็นคนโลกโลกพูดกันเขาจะให้เห็นรูปที่นั่งหลับตาไปแล้วก็ไปเห็นรูปจี๋แก่อะไรนั่นน่ะยิ่งไปเห็นรูปวิญญาณวิญญาณไม่เห็นรูปอะไรต่ออะไรที่มันไม่มีตัวไม่มีตนที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าจิตวิญญาณอันนั้นตายจิตวิญญาณอัสรี เตือนบ้านคนโน้นก็เล็งเห็นบ้านคนนี้ก็เล็งเห็นเรือนคนนู้นก็เล็งเห็นคนนั้นคนนี้เห็นหน้าตาอยู่ในรูปนั่งหลับตามันก็ยังพอทำเนาเพราะว่ามันไม่พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ตรัสว่าไอ้คนนี้มันเป็นอนัตตานะบ้านเรือนนี้เป็นอนัตตาแล้วท่านก็ไม่ได้จับมันก็เป็นปั้นรูปปั้นไอ้โฉมอะไรเอาไว้เป็นจินตนาการจินตนาภาพมันก็ยังพอได้แต่ทีนี้ได้ไปเห็นที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันอยู่เลยชัดๆอยู่เลยว่าวิญญาณนางก็ผิดตั้งแต่เป้าต้นนะเป้าหมายต้นแล้ว ต้องการรู้รูปนี่ก็ย้ำอีกทีนึงให้เข้าใจให้ชัดว่ารูปที่ว่านี้เป็นขั้นปรมัตถ์ท่านปรมัตถธรรมรูปปัจจุบันไม่ได้หมายถึงรูปที่เห็นด้วยลูกกะตาหรือแม้แต่รูปที่เข้าไปนั่งหลับตาเข้าไปแล้วก็ไปปั้นเห็นโฉมเห็นสีเห็นแสงอะไรนั้นก็ไม่ใช่รูปที่ว่านี้คืออาการลิ้นชักนิมิตรเป็นอาการที่เรารู้ได้มันอากรมันไม่ได้มีตัวมีตนมันไม่ได้มีโฉมแต่เรารู้ชัดว่ามันแตกต่างกันอันใดเป็นกุศลอันใดเป็นอกุศล อันใดเป็นผีอันใดเป็นจิตบริสุทธิ์เราแยกออกว่ามันต่างกันนะนี่มันจะไม่ติดๆนี่มันเจ้านี้มันพกมาสิงสู่ในเรือนใจเราเป็นตัวแฝงตัวผีเราก็จะรู้แม้ยามกลางละเอียดรู้ไล่เข้าไปจนละเอียดได้นั่นแหละเรียกว่ารู้รูปรู้นามแล้วเราจะทำอย่างไรมีอุบายเครื่องออกที่จะลดละให้มันจางคลายแล้วเราก็เห็นความจางคลายเวลาการปฏิบัติอานาปานสติบทท้าย 4 4 หมวด 4 หมวดท้ายถึงขั้นอนิจจานกบัดสีเห็นเลยว่าอนิจจารูปปัดสีก็ อนุปัดสีตามเห็นตัดสีปกตินี่แหละเห็นเห็นเลยว่าเออมันเปลี่ยนแปลงได้ไม่เที่ยงอนิจจังไม่ได้เห็นอนิจจังใจรักแบบนึกคิดเอาหรือว่าเป็นแต่เพียงความเห็นความเข้าใจเหตุผลความเปรียบเทียบโดยการคำนวณคำนึงอะไรของของเราเลยไม่ใช่เห็นอย่างนั้นมันปรากฏเลยมันเห็นอนิจจังปรากฏว่าจิตของเราอาการของจิตของเรานี่มันโกรธอย่างแรงอยู่นี่เห็นรูปโกรธโกรธแล้วมันก็ดับลงได้โดยความสามารถโดยความสามารถเลยทำโดยเราสามารถทำเข้าไปจริงๆมันลดลงได้ด้วยฝีมือแห่งสติปัฏฐานแห่งวิปัสสนาแห่งการประพฤติบำเพ็ญ บำเพ็ญการทำรถของเราการปฏิบัติธรรมภาวนาใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่ถ้าจะเรียกว่าภาวนาคือการปฏิบัติธรรมมันลดลงเพราะเราปฏิบัติแท้ๆรู้แท้ๆแล้วก็ทำลงได้เลยเหมือนฝีมือพ่อครัวปรุงออกมาชัดๆเลยนั่นแหละยิ่งชัดเลยเป็นว่าอนิจจาอุปศรีเห็นว่ามันไม่เที่ยงแล้วไม่มั่นคงที่ที่ไม่คงที่นี่ไม่ใช่ว่ามากขึ้นเพราะโกรธรสชาติของความโกรธอาการของความโกรธมันมีอยู่ขนาดอย่างนี้มันลดจางลงความรถที่ไม่เที่ยงเป็นอนิจจังปัดสีความจางคลายลงเป็นเวลาคานอุปศรีเห็นเลยว่ามันจางคลายลงได้ด้วยฝีมือด้วยความสามารถ ปฏิบัติธรรมมีอุบายเครื่องทำและเราทำได้ลดได้ความโลภสีจารุอาการอยู่ทันทีเดี๋ยวนี้เป็นปัจจุบันแล้วเราลดอาการที่โลภลงได้ราคะเกิดเดี๋ยวนี้ลดราคาลงเห็นเดี๋ยวนี้มันเป็นอนิจจาวัตศรีรถลงได้เดี๋ยวนี้ความโลภความราคะแรงๆอยู่เดี๋ยวนี้เห็นเลยว่าอาการอย่างนี้ลักษณะอย่างนี้สัญลักษณ์อย่างนี้ตัวตนอย่างนี้มันมีตัวตนน่ะตัวตนความโลภนี่ตัวตนราคะแน่ๆเลยแล้วมันลดลงอันนี้จากสีคือไม่ไม่ยึดไว้ไม่เป็นอย่างเก่าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงได้ ฝีมือโดยเราทำโดยเห็นโดยรู้ไม่ใช่โดยเดาปรากฏอยู่นี่เราเห็นอนิจจังเราเห็นวิราคะธรรมเราเกิดการเห็นวิลาศรีเห็นความจางคลายลงมาทำตามีเรียกว่าทันตกรรมไม่ใช่เอาลูกกะตาเข้าไปแลนะไอ้ลูกกะตานี่ไม่ใช่แล้วเป็นศัพท์เป็นภาษาโวหารสื่อบอกเห็นด้วยทำตาหมายความว่ามันทันทีทันใดเป็นปัจจุบันเห็นในปัจจุบันทันทีทันใดเห็นอยู่ที่เดียวนักปฏิบัติธรรมจะต้องมีสภาวะธรรมพรุ่งนี้รองรับมีพวกนี้จริงๆเข้าใจแล้วก็เอาไปพิสูจน์มีนิโรธภาณุประภา มีการดับสนิทได้เลยเห็นว่ามันไม่ใช่จางเท่านั้นเพราะว่ามันดับเลยไม่มีอาการเลยเหมือนเมื่อกี้นี้เห็นโกรธแม้อย่างแรงหรืออย่างเบาเห็นเราเห็นราคะอาการราคะเห็นชัดเลยแล้วอาการราคานั้นดับไปต่อหน้าเห็นเลยว่ามันดับไปต่อหน้ามันมีแล้วมันดับนี่เราถามสิประเด็นนี้ศรัทธานกศักดิ์ศรีดับก็ได้อย่างทันทีและเราก็จะรับรู้เราเราจะลองให้มีอาการเล็กๆน้อยๆขึ้นมาดูซิเราก็ทำได้ทำดูได้ทำให้เกิดดูได้แต่ถ้าดับสนิทแล้วจึงเราไม่ทำให้เกิดเลย แต่ว่าเราทวนทีนี้ทวนแบบทวนรูปทวนนามใจเราไม่มีดับสนิทดับแน่ๆเลยทีนี้เสร็จแล้วเราก็ไปยุ่งไปเกี่ยวไปสัมผัสๆอยู่ได้นี่เป็นประเด็นที่สถานะภาษีทวนรูปทวนนามสัมผัสอยู่ไกลๆไม่เป็นไรพอสัมผัสได้เกิดอาการจนสุดท้ายสัมผัสใกล้ก็ไม่เป็นไรเหมือนน้ำกับใบบอนแตะกันอยู่ก็ไม่เป็นไรนั้นเรียกว่าปฏิสัมพันธ์สลัดคืนเมื่อเราพรากหมายถึงหรือยังจากน้ำแล้วตอนนี้เราก็ประชุมที่น้ำแตะที่น้ำอยู่มันก็ไม่เป็นไรเพราะยางเหนียวของเราแห้งสนิทแล้วไม่กลับกำเริบเพราะฉะนั้นไปแตะน้ำอีก เองมันเหมือนของที่จะทำให้เปียกชุ่มทำให้เกิดเชื้อเขาก็ทำของเขาตัวกินเลทหรือว่าตัวฤทธิ์แรงตัวฤทธิ์แรงของสิ่งนั้นมันก็ยั่วก็ย้อมของมันแต่มันยั่วยอมเราไม่ได้เพราะว่าเราจิตใจโตวิมุตไม่กลับกำเริบแล้วเราก็ไม่ต้องฝากเป็นทางพรากเหมือนกับพรากไม้ที่ชมได้อย่างออกจากน้ำทวนรูปได้แล้วเพราะน้ำของเราเก่งกาจนามของเราเป็นเจโตว่า 10 โตทวนสภาพจิตว่าจิตมีวิมุติและวิมุตนี้ทวนแข็งด้วยเป็นฌานลืมตาก็รู้หลับตาก็รู้เป็นฌานมันแข็งแรงจนชานแข็งแรงด้วยเจโตว่า 10 ประตูแข็งแรงอีก มีอำนาจเหนือจิตอำนาจเหนือถึงขนาดจะทำให้ดับก็ได้จะทำให้เกิดก็ได้แล้วเราจะอนุโลมให้เกิดขนาดไหนเราจะทำความยินดีความพอใจหรือว่าความอนุโลมกับโลกให้เป็นไปเหมือนกับว่าเป็นรถเป็นอะไรกับโลกไปบ้างก็พอได้และเราก็รู้ด้วยว่าเราอนุโลมเราไม่ได้ติดหรอกนะเราไม่ได้เป็นจริงเพราะอนุโลมกับเขาให้มันเหมือนจริงเราจึงจะเข้าไปพหุชนเพราะหูชนะสุขายะที่จะไม่ใช่ว่าเราไม่มีเครื่องวัดตอนนี้เราไปทำพร้อมกันมีเครื่องวัดกับเขาเลยย้อนทวนมาให้ฟังดีๆนี่อธิบายเป็นปฏิทินแล้วจริงแล้วพูดถึงมันเป็นประโยชน์สูงสุดเป็นเอก มหาบุรุษนั้นก็อยู่วัดย้อนทวนไปทวนมาทำเป็นประโยชน์ตนที่จริงน่ะยังไม่ใช่มหาบุรุษนี่ทำประโยชน์ตนก่อนแล้วให้ตนนี่มีทานให้ตนมีวิมุติให้ตอนนี้มีจิตแข็งคือให้มีจิตกล้าเจโตไว้ 10 ตัวอย่างหนึ่งซะก่อนก็คือจิตของเรานี่มันสามารถทนได้แล้วก็เก่งขึ้นเก่งขึ้นเก่งขึ้นจะด้วยวิธีพรากด้วยวิธีสมถะด้วยวิธีอะไรแต่ก่อนก็เอาก่อนจิตมีกำลังก่อนแล้วก็เป็นชาญรู้ฌานฌานฌานที่ห่างๆหน่อยก็ตามจนกระทั่งเป็นวิมุติอย่างนี้วิมุตจนกระทั่งทวนคืนมาสัมผัสแตะต้องก็เป็นฌานลืมตามีวิตกวิจารณ์ต้องระมัดระวังอย่างแข็งๆหน่อยมีวิตก สังวรณ์ยังเรียกว่าคุมกันหน่อยก็ต้องระมัดระวังจนกระทั่งเก่งจนกระทั่งเป็นอัตโนมัติจนกระทั่งกล้านั่นคือเจโตรวัตถุแต่งขึ้นฌานก็เป็นเจโตวัดสิงโตมีมดก็เป็นเจโตว่า 10 กว่าโตแข็งแรงจนกระทั่งสัมผัสได้ต่อหน้าต่อตาเลยกำลังของจิตของเราเด็ดขาดเลยทีนี้เราก็จะมาช่วยพหุชนะมาช่วยปวงชนมาช่วยมวลมนุษยชาติได้เต็มแรงเต็มเรื่องเลยเพราะจิตของเรามีลักษณะพวกนั้นจึงมีลักษณะที่แก่งจริงเป็นจิตอันบริสุทธิ์บริบูรณ์รู้เท่าทันอยู่เหนือเป็นโลกุตระเต็มบริบูรณ์อยู่เหนือมันอยู่ไม่แค่นี้ยังโลกุตระแท้สัมผัสสัมผัสอยู่มีสัมผัสเป็นปัจจัยอยู่ก็เนื้อมันเป็นอน ในสัมผัสเป็นปัจจัยไม่ใช่ว่าเป็นอนัตตาต่อเมื่อไม่มีสัมผัสเป็นนั่งหลับหูหลับตาอยู่หรือไปหลบไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัยแล้วเราก็บอกว่าเราวิมุติหรือเราอนัตตามันก็ได้ง่ายอยู่ง่ายกว่าแต่ถ้าพบว่ามีสัมผัสเป็นปัจจัยแล้วเราไม่มีอนัตตามันเป็นตัวตนเราก็ไม่รู้ตัวตนมันเป็นอารมณ์ไม่รู้อารมณ์มันเป็นอาการไม่รู้อาการมันมีตัวมีตนขึ้นมาแล้วมีเชื้อชีวิตคือมาแล้วไหวขึ้นมาแล้วเราไม่รู้เราก็ไม่ใช่ผู้ที่สูงสุดสูงสุดของพระพุทธเจ้าฟังความหมายฟังเป้าประเด็นให้ชัดๆเราอย่าเรียกเราเลี่ยงเราก็โกงตัวเองเราอย่าหลบเรารู้ให้ชัดและทำให้จริงเราจึงจะ บาปบริสุทธิ์จริงและพิสูจน์พิสูจน์ของพระพุทธเจ้าไม่จริงไหมนี่ไม่มีหลักฐานมีอุเทศหัวข้อมีคำสอนของพระพุทธเจ้าเอามาประกอบคำอธิบายทั้งสิ้นไม่ใช่พูดเอาเองคุณมีสภาวะรองรับป่านนี้ผู้ที่มาปฏิบัติแล้วปฏิบัติมาขนาดนี้แล้วยังไม่รู้เรื่องไม่รู้อีน้อยอะไรเลยก็ยากอยู่ล่ะแต่ถ้าเผื่อว่าได้ปฏิบัติมารู้สภาวะธรรมรู้จิตใจเป็น 10 รูปต่างๆพยายามแนะนำพยายามบอกพยายามกระทำกันปลาป่านี้แล้วถ้าคุณฟังอันนี้ไม่รู้แล้วก็จับไม่ติดพูดไปก็ไม่รู้เอาอะไรมาเทียบเคียงเพราะไม่มีสภาวะธรรมรองรับเลยคุณก็หลงหลงเหล็งๆอยู่นั่นแหละแต่ถ้าคุณมีสภาวะทำรองรับคุณ ชัดเจนแล้วศาสนานี้ชัดเจนได้เราก็รู้ว่าเราได้ส่วนที่ยังไม่ได้อยู่คุณก็จะรู้อยู่ว่าเออนี่ยังไม่ได้ไอ้นี่ยังเหลือนี่เรายังแม่เดี๋ยวนี้พูดอยู่เดี๋ยวนี้เราก็เข้าใจเข้าใจเลยเมื่อกี้ยังผ่านมาหยกๆมันยังเล่นงานเราหน่อยๆเลยอาการอารมณ์อย่างนั้นยังเหลือหรือไม่เหลือหรือไงเดี๋ยวนี้จะมีหรือไม่มีอะไรต่างๆนานามีผัสสะเป็นปัจจัยอยู่แท้เลยแม้แต่ในใจเดี๋ยวนี้หรือแม้แต่ในหูในตาจมูกลิ้นกายสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้เราก็จะรู้ชัดรู้แจ้งถึงสภาวะธรรมที่จริงวันสุดท้ายหมดมันลงตัวหมดอานาปานสติก็ตามหลักการอื่นๆของพระพุทธเจ้าก็ตามถ้าทำได้ตลอดเวลาเพราะดูรูป ไอ้นี่อธิบายรวมๆไปเรื่อยๆแล้วทีนี้ก็ต่อดูรูปดังนี้แหละที่นักปฏิบัติธรรมหรือพระโยคาวจรจะต้องรู้ให้จริงแจ้งให้รอบทั่วไม่ได้จะได้ละถูกวางถูกแล้วจะได้หลุดได้พ้นจากกันได้สิ้นจากจิตเป็นที่สุดไปได้เรียกว่ามีวิมุติเมื่อจิตผู้ใดเกิดปัญญาเห็นแจ้งรูปได้จริงแล้วเป็นรูปีรูปานังละเอียดในรูปที่ซ่อนซ้อนยอกย้อนเป็นนอกเป็นในเป็นยากลางละเอียดสลับเหลื่อมล้ำมีเงื่อนแง่เหลี่ยมมุมต่างๆ ปัจจัตที่หมายความว่าในภายในนั้นเป็นอย่างไรทั้งที่หมายความว่านอกภายนอกนั้นเป็นอย่างไรและแม้ที่สุดท่านรูปแนวและรูปีรูปปานนี้ทั้งหมดเป็นอย่างไรท่านอูปในวงเล็บอลูปีอรูปนี้อะรูปะสัญญีนั้นเป็นอย่างไรกำหนดเคลื่อนไหวเข้าไปอย่างไรมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนกันอยู่อย่างไรคือปริวัตร 3 อาการ 3 เป็นอย่างไรปริวัติ 3 ประการ 6 เป็นอย่างไรเพราะปฏิวัติ 3 อาการ 9 เป็นอย่างไรปริวาสกรรม [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เป็นรูปไหนแล้วมีรูปบัตรต้องมีวิมานเกี่ยวข้องสืบต่อสัมพันธ์ซ้อนอยู่ด้วยแม้วิวาทก็ตามก็เช่นกันต้องมีวิมานอันคือจิตเกี่ยวข้องสืบสายกันอยู่เรื่องลึกลับสลับซับซ้อนกันเข้าไปเข้าไปเป็นเปราะเป็นขั้นอยู่จริงๆมีอธิบายเปราะแรกขั้นแรกชั้นแรกพื้นฐานเทียบเคียงแรกๆความหมายแค่วิรูปักกับวิวาทกับวิมานก็ถือว่าวิรูปักไว้ว่านี่เป็นรูปหน่อวิมานเป็นรูปในพื้นที่สุดจะไม่เกี่ยวข้องกับวิรูปักษ์ไม่เกี่ยวข้องกับวิวาทเลยเฉพาะแต่จิตเองก็ยังมีรูปนอกและรูปในที่ซ่อนแสง สอนสืบต่อกันอยู่ก็จะต้องเรียนต้องรู้ต้องสัมผัสอ่านให้ออกแยกแยะในวงเล็บธรรมวิจัยให้เข้าใจชัดชัดให้เข้าใจชัดว่าตัดแบ่งเป็นนอกเป็นในแค่ใดและที่ยังมีส่วนต่อเข้าไปอีกอย่างไรแค่ไหนข้อสำคัญต้องรู้ส่วนตัดหรือส่วนสุดและส่วนต่อมันมีอยู่ 3 นะส่วนตัดและส่วนสุดและส่วนต่อของคำว่านอกรุ่นไหนคือแบ่งได้แบ่งแบ่งเป็นจัดลำดับขั้นตอนให้ถูกแท้ๆนั่นเองดังเช่นวิมานหรือที่หมายเอาอุปทานเป็นจิตในลึกอยู่ จิตยึดแนบแน่นแต่ทำไมเรียกหยาบใหญ่อันมีลักษณะเป็นของง่ายภายนอกก็เพราะว่าอุปทานจิตที่ยึดแน่นอยู่ในลึกก็จริงเป็นอัศจรรย์คือเป็นนิสัยเป็นสันดานทีเดียวแต่มันก็จะต้องมีเสมอๆรู้ง่ายเห็นได้ชัดเพราะมีมากมีจัดแสดงบทบาทเด่นอยู่ใหญ่อยู่บ่อยๆอยู่ทำเองจึงเป็นลักษณะแห่งความภายนอกแท้ฟังดีๆนะใช้ภาษาบอกว่ามันอยู่ในลึกนะเป็นอุปทานจิตทั้งนั้นนะแหมมันฝังจิตใจอยู่ในลึกเลยเป็นอุปทานจิตเป็นนิสัยเป็นสันดานเลยทีเดียวและเป็นตัวใหญ่ตัวโตรู้ง่ายรู้ชัดมีมากและเกิดบ่อยๆด้วย อย่างนี้จึงเป็นลักษณะแห่งความภายนอกแท้ฟังดีๆนะอย่างนี้เรียกว่าภายนอกอันเป็นนายภายในน่ะมันเป็นอุปทานฝังลึกเป็นสันดานเป็นอนุสัยก็ตามเรียกมันด้วยภาษาแล้วเรารู้เลยว่าเรามีบ่อยๆด้วยมีหยาบๆใหญ่ๆด้วยจิตอันนี้ตอนนี้เอาจิตเอาวิมานอัดยกคำว่าอุปทานจิตขึ้นมา Assistant ขึ้นมาถ้าเรารู้เห็นจิตของเราอย่างนี้เรามีบ่อยนะหยาบด้วยแรงกล้าด้วยรสชาติจัดจ้านด้วยอย่างนี้เรารู้เลยว่าไอ้นี่มันหมายมันแสดงเป็นภายนอกมันมาเล่นโป๊ๆอยู่กับเราเรื่อยๆเลยเนี่ยไอ้คำว่าโป๊ๆที่จริงเนี่ยเปิดเผยภายในนะแต่ที่จริงมันปลดเอาหลังช้างนะมันนอกนะเว้ยมันหยาบนี่แบบนี้ แต่เราที่มันเกิดสภาวะธรรมรู้สึกโป๊เข้าแล้วรู้สึกว่าอยากสัมผัสติดเข้าแล้วเห็นชัดเลยเราเห็นอันนี้เป็นภายนอกแล้วเห็นของนายเป็นภายนอกเหมือนกับการโป๊นี่แหละธรรมะของชาวอโศกนี่มันโป๊คนทั่วถึงรังเกียจเขาถึงได้เหนียมเหนียมทำมาของชาวอโศกนี่มันโป๊พูดอะไรไม่ระมัดระวังเลยไม่กระมิดกระเมี้ยนเลยเออพูดไปก็มีกับเมียเลยเปิดเลยอะไรก็เปิดผงเลยไม่ได้ฉันพูดดีมาพูดอะไรโป๊ๆความเร็วความต่ำความช้าอะไรเขาก็มีกระเมี้ยนพูดกันทั้งนั้นใครมาพูดเปิดเผยตรงๆพูดอะไรเป็นนักแสดงระบำ คงไปได้ไอ้นี่ก็ไปพูดกับที่รับเป็นเรื่องความชั่วความเลวทุจริตใครเข้ามาเปิดโปงอย่างนี้นี่มันเป็นอย่างนี้พวกเรามันเต้นระบำโป๊อโศกนี่เป็นนักเต้นระบำโป๊พูดความชั่วความเลวพูดความไม่ดีไม่งามพาเลิกผัวๆๆคนพวกผู้ดีเขามีความรู้สึกอย่างนั้นเขาถึงไม่ชอบแต่ก็เถียงไม่ได้เพราะเราเปิดทีได้เห็นของจริงที่นั้นระบำโป๊ของเราเราเปิดของจริงไม่ใช่ของปลอมเปิดออกมาที่ได้ผัวมันก็จริงมันก็เขาก็ยังอายไปลักษณะมันเป็นอย่างนี้นะของภายในนี่แหละเราชักออกมาเป็นภายนอกและ ฟังให้ดีนะนี่เป็นวิโมกข์ขั้นที่ 2 ละเอียดซอยขึ้นอีกหน่อยอีโมระดับ 2 รู้อัตรารูปหิระถ้าเราไม่รู้เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนไม่รู้เป็นคัมภีร์ราวผ้าซออย่างนี้ไม่รู้เงาซ้อนเงาที่จริงแล้วนั่นมันของในระดับนายเป็นวิมานในเป็นอุปทานจิตในเป็นจิตเหมือนกับจิตสิงห์อยู่ในจิตเดือนจิตเลยถ้าเราไม่รู้จิตในจิตอย่างนี้ที่จริงมันเป็นภายนอกเป็นภรรยาเป็นความอยากเป็นความใหญ่เป็นความจัดจ้านเป็นความรู้ง่ายสำหรับผู้ที่มีญาณวิโมกข์ผู้มีวิโมกข์มีพลาสติกรู้จริงๆนะก็ของง่ายๆของอยากๆคนอื่นๆจัดๆโตๆแล้วขนาดตัวโตๆแล้วก็ยังไม่รู้กิเลสชัดๆแล้วไม่รู้ ไม่เรียนด้วยลบด้วยใครมาแสดงโป๊ๆอย่างนี้ให้หน่อยหนีไม่ฟังน่าเกลียดผู้ดีตีนแดงก็ไปตะแคงตีนเดินต่อไปก็ไม่ได้เรื่องไม่ได้เรียนแต่ผู้ที่เห็นชัดแล้วว่าโอ๊ยนี่ของดีนี่ไม่มีใครมาเปิดให้ดูไม่มีใครมาเปิดให้ฟังโอ้ปิดบังอำพรางกันมานานไม่มีใครบอกนี่ไม่มีใครชี้นี่มันพลางกันมาด้วยเล่ห์กลของจอมโจรบัณฑิตพลางกันมาด้วยอำนาจผีนานมานานมาแล้วมามีผู้มาเปิดที่จริงน่ะมันทำของตื้นให้ตื่นด้วยซ้ำไม่ใช่ทำความของลึกอะไรก็เปิดอยู่นี่ไอ้ที่เปิดเผยนอกนอกที่เทศนาให้พวกชาวบ้านฟังน่ะมันไม่ใช่ของลึกอะไร ไม่ได้ชักของลึกมาให้ตื้นเลยชักของตื้นให้เห็นตื้นๆแค่นั้นเองวิ่งหนีแล้วโอ้ยที่นี่พูดอะไรรุนแรงจัดจ้านฟังไม่ได้ระคายหูพูดดีฟังเถอะพูดดีแฝงแบบนี้เขาก็ไม่ได้รู้อะไรหรอกแต่ก็รู้สึกอย่างนี้จริงๆอารมณ์ที่ถูกหลอกซ้อนลงไปว่าผู้ดีจะต้องไม่เปิดเผยความเลวไม่พูดความเลวมันเป็นเลขกฎของคนเลวไม่บอกความเร็วกันเป็นเลขคนของคนเลวแต่ก็มีนัยยะซ้อนมีมารยาทอยู่นิดนึงเหมือนกันเพราะมารยาทว่าบางทีมันก็ต้องรู้กาลเทศะบางทีไม่เหมาะสมไม่มีนัยยะที่ละเอียดซ่อนอยู่มันไม่สมควรอย่างนี้มันรู้สึกว่ากิเลสผู้ที่อายหรือรู้ มีมานะถือตัวถือตนอะไรจะจัดจ้านเนี่ยมันมากอยู่มีกิเลสมานะมากอยู่ฉีกหน้าแล้วมันเห็นชัดเกินไปแล้วเราเองเราขายขี้หน้าเกินไปมันทนไม่ได้แล้วคนนี้ทีหลังทนความอายไม่ได้ก็ไม่เรียนต่อไม่กล้าแหนงเนียมก็ขาดประโยชน์ทำลายเขาฉีกหน้าเขาเพราะมันมีมารยาทรักษาเขาไว้นิดนึงนอกจากจำเป็นว่าแม้ตอนนี้เราจะยิงนกตั้ง 10 ตัวแต่มีนกตัวหนึ่งขวางอยู่เอาตัวนี้มันจะอายมันจะเหนียวมันจะกลัวทีหลังขยาดไม่เข้ามาใกล้แล้วเลยก็ต้องยิงแล้วเอา 5 ตัวนี้ก่อนก็จำเป็นเราก็ต้องยิงออกไปว่าเรามีมีกำไรเหมือนพระพุทธเจ้าเทศน์ปึ้งออกไปพระสาวกได้อรหันต์มา 60 อีก 60 อาเจียนเป็นโลหิตอีก 60 บอกลาสิ ไปเลยเอาก่อนเอาพระสาวกเอาพระสงฆ์ 60 ก่อนได้พระสงฆ์มา 60 ที่เป็นพระอรหันต์ได้พระอรหันต์มา 60 ไอ้ที่อาเจียนเป็นเลือดไป 60 ก็จำเป็นหรือว่าลาสิกขาบอกคืนสินค้าไม่เอาแล้วกลัวแล้วขยาดแล้วอีก 60 ก็จำยอมก่อนอย่างนี้ก็มันก็ต้องใช้ปัญญาใช้การประมาณปฏิวัติหรือว่ายืดหยุ่นจะทำขนาดไหนคุณต้องมีปัญญาเป็นสัตบุรุษมีสรรพคุณ 7 ประการจริงๆนะอย่าเลี่ยงยาแก้ตัวทำให้ดีทำให้ดีมีเจตนามีปัญญาที่จะพยายามกระทำตรงอาทิตย์นี้ค่อยๆเข้าไปแล้วค่อยๆอธิบายระดับของจิตเนี่ยอธิบายเห็นชัดๆ พูดถึงสภาพธรรมพวกว่ามันมีอะไรซ่อนมีอะไรแฝงเรื่องของรูปนอกรูปในอชตและภิษเพราะในขณะนี้ภาษามันชักไม่หยุดไม่เที่ยงแล้วภาษาไม่อยู่ตัวเหมือนกับคนขับเปื้อนๆไม่ใช่นะมันเป็นขั้นตอนขึ้นไปแล้วถ้าเรารู้ที่ตัดและรู้ที่ต่อรู้ส่วนปรับรู้ส่วนต่อตอนนี้เราตัดแล้วชั้นประถม 1 เราขึ้นประถม 2 ต้องรู้ว่าความหมายแต่ก่อนเราเรียนว่าศูนย์นี้ไม่มีค่าตอนนี้เรามาเรียนศูนย์เราไม่มีค่าไม่ได้แล้วเราบอกว่าศูนย์มีค่านะนี่ไม่ได้สับปรับนะไม่ได้สับปรับไม่ได้กลับกลอกไม่ได้พูดไปเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะก็ตอนนี้เป็นอย่างนี้แล้วนะครับคันนี้เราเข้าใจความหมายคำที่จะพูดถึงแค่ขั้นว่าศูนย์ไม่มีค่าแล้วก็เอาได้ตอนนี้เราต่อละเราตัด ฉันเข้าใจแล้วส่วนสุดแค่ขอบเขตของท่านประถมก็เรียนศูนย์ไม่มีค่าพอขั้นมัธยมหรือว่าขั้นสูงขึ้นมาก็ศูนย์มีค่าก็ต้องรู้ต้องเข้าใจนะนี่เป็นภายนอกของภายในพร้อมจิตใจที่มันยังมีอารมณ์มีอะไรรู้ง่ายเสมอเห็นได้ชัดมีมากมีจัดแสดงบทบาทอยู่เด่นอยู่และใหญ่อยู่แล้วบ่อยๆอยู่ซะด้วยจึงเป็นลักษณะแห่งความภายนอกแท้แต่ผลักดันให้เกิดมาจากภายในสุดดังนี้เป็นต้นข้อสำคัญจะต้องรู้อารมณ์จิตที่เป็นสุขเป็นทุกข์เมื่อสมใจไม่สนใจแล้วอย่าตามใจมันต้องหัดโทษหัดรถบ้างนิสัยสันดานจะได้เลิกออกละลงบ้างด้วยแล้วฟังแล้วพึง [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ไม่ใช่ทั้งของของเรามันไม่ใช่ทั้งของของใครจริงๆนะต
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive