231122-2-256 ทางเอกภาค2-ตอน256(หน้า508)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์151 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 22 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาฟังกันต่อมีเรื่องอะไรคุยกันมีอะไรแนะกันมีอะไรจะชี้แจงแสดงต่างๆแก่กันและกันเราก็ชี้แจงกันไปวันหนึ่งคืนหนึ่งแต่เราก็ได้ปรับปรุงตน เปิดรับความรู้ได้ปรับความเห็นเราก็เห็นอย่างที่มนุษย์เขาเห็นแต่ทีนี้ถ้าเผื่อว่าเขาไม่เป็นคนที่จะพินิจพิเคราะห์ไม่เป็นคนจะใช้วิจารณญาณเขาก็เห็นโรคอยู่ดื่นดาดแล้วเขาก็วิ่งตามโลกไปอยู่ซอกๆอยู่อย่างนั้นสำหรับมนุษย์ที่มีปัญญาก็จะพึงมองโลกอย่างใช้วิจารณญาณมองโลกอย่างพินิจไม่ใช่มองโลกอย่างเผินๆที่มันปรุงที่มันสังขารที่มันต่างก็สาดกระจายอะไรต่ออะไรออกมา แล้วเราก็เห็นในสิ่งที่เขาสาดออกมาแล้วเราก็ไปคว้าเอาสิ่งที่ประสาทออกมาครองตนเอาตนไปเป็นอย่างที่เขาเป็นกันและเรียกว่ามนุษย์หมุนตามโลกหรือหมุนตามโลกียะมนุษย์ก็จะเป็นไปตามโลกหรือตามโลกียะอย่างนั้นมนุษย์ผู้ใดมีสำนึกมีการเลือกตั้งตนขึ้นสะกิดใจขึ้นก็จะหันมามองศาสดาหรือตัวอย่างมนุษย์ประเสริฐหรือไม่เช่นนั้นก็หยุดพินิจสะดุดหรือสะกิดใจขึ้นมาว่าเราจะวิ่งไปตามโลกอย่างนั้นหรือ หรือเราจะวิ่งตามใครกันดีหรือวิ่งอย่างไรเมื่อผู้ใดมีการสะดุดสะกิดใจอย่างนี้ก็จะมาพิจารณาดูกรรมกิริยาดูสิ่งที่โลกเขาเป็นไปเป็นอยู่เปิดดูเมื่อพิจารณาเข้าก็จะเกิดปัญญาก็จะเกิดรู้ว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายมากมายมันเป็นเรื่องเฟ้อมันเป็นเรื่องเกินมันเป็นเรื่องที่เลอะๆเลอะเทอะคนเปย์อยู่มากเหลือเกินจะเห็นได้ชัดเจนไม่เห็นได้ชัดว่าอะไรที่ควรจะตัดออกเพราะมันเป็นของเลอะมันเป็นของเกินมันเป็นของ เห็นเด่นชัดว่าสิ่งอย่างนี้การกระทำอย่างนี้แสวงหาอย่างนี้เอาอย่างนี้มาวุ่นวายกับตัวเองไปเกี่ยวไปข้องอยู่นั้นไม่จำเป็นแล้วมันไม่จำเป็นแล้วเราก็จะเริ่มรู้โดยปัญญาง่า

อ่านต่อ

ยๆคนไม่ต้องมีปัญญาลึกนักก็จะเห็นได้ค่อยๆอ่านค่อยๆเห็นออกมาหรือยิ่งมีหลักการประพฤติมีกลุ่มหมู่มีอาจารย์มีประธานมีผู้นำมีผู้รู้จะทำอยู่ด้วยเห็นอยู่ด้วยเข้าใจมันก็ยิ่งพากันง่ายเห็นง่ายชี้แนะกันบอกกันยิ่งได้มีผู้นำพาจูงกันเป็นกอบเป็นกลุ่ม มันก็ยิ่งมีอำนาจมีแรงนำพากันไปได้ดังที่เป็นประโยชน์นี้เมื่อเรามาได้ประพฤติไม่ได้พินิจมาได้อ่านไม่ได้รู้ไม่ได้เข้าใจถึงมนุษย์จะดึกก็มีผู้ที่ได้สะกิดใจและสะดุดใจแล้วก็ได้กระทำตนจนหลุดจนพ้นสิ่งที่โลกเขาเข้าใจอยู่ว่ามันเป็นความสุขเป็นความประเสริฐเป็นความเลิศความลอยอะไรต่างๆนานาเป็นสิ่งหน้าได้หน้ามีหน้าเป็นอยู่ในโลกเราก็ไม่เห็นตามที่บุรุษประเสริฐหรือมีบุรุษตั้งแต่โบราณก็ตามที่ท่านเคยพาเป็นมาศึกษาท่านดู เห็นอย่างนี้ท่านเข้าใจอย่างนี้จนท่านใช้ทฤษฎีอย่างนี้มาปรับปรุงตนขณะเราเห็นเรารู้ด้วยปัญญาเราเข้าใจด้วยปัญญามันยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องอบรมมันจับมันฝึกจับมันเฆี่ยนคือจิตวิญญาณของมนุษย์หรือเรียกว่าเจโตรู้ด้วยปัญญาว่าอย่างนี้ดีรู้ด้วยหลักที่หลักพินิจรู้ด้วยหลักวิเคราะห์ว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้ไม่ดีภาษาเพราะพระท่านก็เรียกวันนี้กุศลธรรมอกุศลธรรมท่องอย่างพระอภิธรรมที่สวดกันกุศลทำกุศลธรรมมารู้แล้วอย่างนี้เป็นดีอย่างนี้ไม่ดีเมื่อผู้ใดมีหลักวิเคราะห์มีการพินิจพิจารณาก็เห็นก็เข้าใจด้วยปัญญาได้ ขนาดเรารู้แล้วว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้เลวถ้าไม่ได้เอามาประพฤติเอามากระทำเราก็ทำไม่ได้ทันทีพยายามกระทำยังกระทำไม่ได้ติดต่อกันด้วยจึงต้องเอามากระทําหักกระทำบังคับตนให้กระทำแม้เริ่มกระทำกระทำไปกระทำไปมันยังไม่ติดต่อกันเลยทำไปแล้วมันก็ยังไปทำอย่างเก่าอย่างเคยอย่างติดอย่างยึดจึงมาทำให้มันติดต่อกันการมาทำให้มันติดต่อกันได้ตามหลักที่เราเห็นว่านี่กุสลาทำหรือนี่ดีแน่ทำให้เกิดติดต่อกันเนื่องกันขึ้นเกิดเสมอๆท่านเรียกว่าทำสมาบัติทำไม่ได้ตั้งแต่กายก่อน พฤติกรรมทั้งนอกทำไปจนกระทั่งใจเคยใจชินจ๊ะปัญญาใจเห็นเกิดอธิปัญญาเห็นชัดแจ้งว่าดีจริงๆพิสูจน์แล้วดีมีประโยชน์ประเสริฐเบาว่าง่ายเห็นว่าเป็นของไม่จำเป็นแท้จริงๆแม้ใจที่เคยติดเคยยึดก็เห็นในมายาอ้อเราไปหลงก็เป็นอร่อยเป็นเพลิดเพลินเป็นประเสริฐเป็นเลิศลอยอะไรมันความหลงผิดเราก็จะเห็นความหลงอวิชชาความโง่อะไรต่างๆนานาของเราเราก็ปล่อยสักนิดเป็นได้และเห็นผลประโยชน์ว่าดีขึ้นได้ส่วนได้เหมือนละมันหลุดมาก็มีส่วนได้ที่ได้จริงๆเราได้ส่วนได้เรา ส่วนที่ทิ้งปลดปล่อยส่วนที่ทิ้งที่เลิกได้จริงครับมันจึงเป็นการได้อย่างมั่นคงเรียกว่านิยตได้อย่างมั่นคงได้อย่างสถิตเสถียรเรียกว่าสมถะมั่นคงไม่แปรปรวนนิยตจะเรียกอีกคำนึงมันไปตรงกันกับภาษาคำว่าจะคือเที่ยงหรือคือจริงคือแท้อย่างที่จริงอย่างนี้แท้อย่างนี้ลงตัวพูดได้จริงเห็นจริงด้วยปัญญาและจิตทำได้แล้วเรียกว่าวิมุต 2 อย่างปัญญาเห็นเลยเห็นทั้งญาณทัศนะวิเศษเห็นทั้งประโยชน์เห็นทั้งคุณค่าเห็นทั้งว่าถ้าไปมีเป็นโทษถ้าไม่มีเป็นคุณ เห็นชัดๆเลยเกิดปัญญาแจ้งสว่างเห็นไม่ใช่เห็นแต่เพียงลูกกะตาเห็นมันเห็นด้วยญาณทัศนะเห็นด้วยเหตุด้วยผลเห็นด้วยความจริงที่เราเบาที่เราว่างที่เราสบายที่เราเป็นคุณเป็นข้าเป็นประโยชน์เห็นอย่างชัดแจ้งจึงเรียกว่าญาณทัศนะวิเศษไม่ใช่เห็นง่ายๆเห็นสิ่งลักลอบแวดล้อมนานาประการเสริมกันมันจึงมั่นของมันเป็นความเห็นที่ลึกซึ้งไม่ใช่ไม่เห็นที่ตัวเองเป็นไม่ใช่ไปเชื่อคนอื่นจึงเรียกว่ามันปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิประเด็นที่ต้นเห็นเห็นที่สิ่งที่เราได้เราเป็นเรามีไม่ใช่ไปเห็นแต่เพียงว่าเกิดทัศนะเกิด เห็นตามเขาฟังเขามาได้ยินมาเป็นสุตตะไปคิดนึกขึ้นมาได้เข้าใจเฉยๆไม่ใช่มันเห็นอยู่ทนโท่อยู่ที่เดียวอยู่ที่เราเป็นเรามีเราได้เกิดการเห็นอย่างนี้เรียกว่าปัญญาวิมุติจิตของเราเป็นได้จริงมีเจโตวิมุตติอันไม่กลับไม่กลับกำเริบมีจิตเป็นได้จริงไม่ใช่รู้เฉยๆและจิตเป็นไม่ได้ไม่ใช่เป็นได้เลยสนิทหลับสนิทก็มีอยู่เลิกละขาดจริงก็มีอยู่จิตมันไม่หมดจริงจึงเป็นอุปกรณ์ภาคเขาไปหมดมีหมด 2 ส่วนมีปัญญาเห็นเหตุเห็นผลรู้เข้าใจถึงความดีความงามดีถึงความประเสริฐเข้าใจถึงความประเสริฐอะไรทุกอย่างและพร้อมกันนั้นจิตเป็นได้จริงด้วย ไม่ใช่ได้แต่หลักแต่เหตุผลเฉยๆไม่ใช่จิตเป็นได้จริงด้วยจึงเรียกว่าวิมุติ 2 อย่างวิมุตทั้งปัญญาวิมุติทั้งจิตเป็นได้จริงไม่จำเป็นแต่งกายกลายเป็นได้วจีเป็นได้แต่ใจยังรอนๆใจยังฝืนยังทนใจยังกดยังข่มใจยังมีเศษผีหลอกยังมีจิตยังเหลือเชื้อเหลืออะไรเหลือเศษนิดเศษน้อยอยู่ไม่มีเป็นที่สุดจึงเรียกว่าวิมุตถ้ายังเหลืออยู่ไม่เรียกว่าวิมุติเหลือเรียกว่าวิราคะเรียกว่าจ้างคลายเท่านั้นเรียกแล้วพอทำได้ทนได้เบาได้ไม่ต้องฝืนอะไรนักเป็นเวลาก็ทำแต่ไม่ใช่วิมุตติธรรมพระผู้ใดมีจริงเห็นจริงเป็นจริงแม้สักเหตุปัจจัยหนึ่งเราปฏิบัติได้มาเราก็สบายไม่สบายแล้ว แพ้วันนี้เป็นความประเสริฐของมนุษย์เราก็จะมีอุตสาหะวิริยะมีความเพียรมีความพยายามเอาอีกใหม่พอได้แค่นี้ยังสุขแค่นี้ได้น้อยแค่นี้ยังดีแค่นี้ถ้าได้มากมันก็ต้องดีมากมายแน่นอนมันมาทำถูกทำตรงทำดีได้นิดนึงก็เป็นสามีจิปะฏิปันโนนิดนึงได้ทำสมควรแล้วแกทำกินได้ประพฤติปฏิบัติที่สุดเป็นเจ้าของจริงๆไม่ใช่ฟังว่ามาจากปากแม้แต่แค่ศาสดาว่าตามไม่ใช่เรามีจริงเป็นเจ้าของแห่งธรรมนั้นก็ได้สมควรจะทำตามฐาน บุคคลผู้ใดประพฤติเพิ่มขึ้นได้เพิ่มขึ้นเป็นสามีจิตที่ใหญ่ขึ้นเป็นผู้ใดทำสมควรจะทำใหญ่ขึ้นตามฐานะแท้ไม่มีการแต่งตั้งยศไม่มีการมาตรฐานกันเอาไม่ใช่มันเป็นสถานภาพของตนเองจริงๆไม่ใช่มาตรฐานเล่นผู้ใดเกิดสถานการณ์จริงมีความเกิดสถิตเสถียรมีสมถะแท้มีนิยตแท้สถานภาพอันนั้นเป็นของแท้เป็นของจริงมันสติเสถียรมันมันคงแล้วเราก็ยิ่งมาสั่งสมมาเพิ่มเติมเราก็ยิ่งเห็นแท้ว่าคนอย่างนี้แหละมาทำอย่างนี้แหละดีแล้วเราก็เห็น สิ่งที่อาทิสิ่งที่ยิ่งยิ่งขึ้นไปไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ที่เรายังปฏิบัติไม่ได้ไม่ว่าแต่สิ่งที่เรายังรักมันไม่ได้แม้กระทั่งแต่จิตจิตเราก็ยังลดมันยังลงไม่เก่งเราก็มาบำเพ็ญตามหลักนี้อีกให้มันบริบูรณ์ครบถ้วนตามหลักตามกฎตามทฤษฎีและมาทำให้จิตของมันมันจนกระทั่งมันเป็นสติเสถียรอีกไม่แปรปรวนไม่ปรับกำเริบอีกที่สุดให้ได้อีกเรียกว่ามาทำตามศีลตามสมาธิจนทำได้เองเห็นด้วยปัญญาของเราเองเห็นด้วยปัญญาอันยิ่งเป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นปัญญาวิมุติของเราเองจริงๆเกิดเห็นเกิดรู้เองว่าเราได้แล้วหนอเป็นแล้วหนอ บริบูรณ์แล้วหนอดับสนิทสูงสุดจบสิ้นภารกิจที่จะทำให้แก่ตนและหนอมันก็จะเกิดมาเกิดมาเป็นศีลสมาธิปัญญาตามหลักนี้ตลอดไปอีกเรื่อยไปเรื่อยไปเรื่อยไปมีศีลเท่าไหร่พระพุทธเจ้าสอนว่าเป็นอย่างนี้ให้ได้โอ้ยังมีสิ่งที่จะทำยังมีบทบาทสมาชิกยังมีอภิสมาจารอีกเยอะแยะเราพ้นบาปสมาจารย์มาได้แล้วเราก็เป็นพระอรหันต์แล้วยังมีอภิสมาจารเป็นเสขิยวัตรบ้างเป็นอะไรเป็นอะไรอีกบ้างที่เราจะพึงทำให้แก่ตนอีกมีอีกมากมายแล้วเราก็ทำตนเป็นเถิดวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็ปรับปรุงมีผู้แนะผู้นำมีผู้นำผู้เน้นมีผู้ทำเชิงให้เข้าใจลึกซึ้งเป็นบุญของคุณแล้วคุณได้กำไรแล้ว มีผู้ช่วยนะช่วยพามีผู้ช่วยติงช่วยเตือนช่วยชี้ชี้ขุมทรัพย์เดินเบาบ้างเตือนแรงบ้างเป็นประโยชน์ถ้าเราเป็นผู้เข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้วเราก็วันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็อยู่ไปอย่างเป็นประโยชน์พร้อมกันนั้นเราก็ได้สร้างสรรค์ด้วยงานการมีมีสัมมาเลียมรรคองค์ 8 ครั้งพร้อมทั้งจิตประพฤติสมาธิมั่นคง 8 ประพฤติธรรมสัมมารีมรรคองค์ 8 เป็นภาวะของมนุษย์ปกติมีความเห็นตรงเข้าทุกทีถูกเข้าทุกทีอันใดยังไม่เข้าใจอะไรยังลังเลสงสัยก็ได้ปรับความเข้าใจกันทุกวันทุกวันทุกวันทุกวันอันใดแน่แล้วจึงแล้วก็ย้ำกันยืนยันกันเพื่อผู้อื่นเพื่อตนเพื่อ เพื่อรู้อยู่เห็นอยู่ไม่เสื่อมคลายเราก็ได้รับกันไปอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นเราได้พากันทำทุกวันทุกวันมีกิจวัตรมีกิจวัตรก็คือทำกิจอย่างนี้เราวนเวียนอยู่เรียกว่ากิจวัตรคือทำอย่างนี้วนเวียนอยู่ผู้เข้าใจแล้วก็เคยได้บอกแล้วว่าการกระทำอย่างที่เป็นอยู่นี้เรามีตารางหรือว่าเรามีพฤติกรรมอย่างนี้อย่างนี้มีกฎมีระเบียบเราทำเพื่อประโยชน์อะไรเราก็รู้แล้วเราก็เข้าใจแล้วก็ทำตามวันนี้ไปสบายๆทำให้มันลงตัวลงร่องลงช่องมีเหตุการณ์อะไรบ้างก็อาจจะ ไม่เดินตามร่องนี้สักเล็กน้อยแต่ถ้าทำได้เหมือนกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันพรั่งพร้อมกันประชุมฝั่งพร้อมกันเลิกฟังพร้อมกันตกลงทุกอย่างร่วมกันคิดร่วมกันตัดสินสบายเป็นความไม่เสื่อมของมนุษย์เป็นความไม่เสื่อมของสังฆะในความไม่เสื่อมของกลุ่มหมู่และกลุ่มหมู่ของมนุษย์ชนิดนี้เป็นกลุ่มหมู่ที่มีสันติมีสันติภาพมีภราดรภาพที่จริงพิสูจน์ไปเถอะหลายๆปีก็จะเห็นมีคนมากขึ้นก็จะมีตัวรวนๆหรือว่าตัวแก่ๆกลางๆเก่งๆกลางๆขัดๆแย่งๆขึ้นมาบ้างก็แน่นอนมีบ้างแต่หลักการใหญ่ท่าน เหนียวแน่นน้ำมันคงเป็นแกนจริงแล้วไม่มีล้มแต่อย่าประมาทอย่าประมาทท่านบอกว่าน้ำผึ้งหยดเดียวก็สามารถที่จะทำให้ทุกอย่างนี่สลายทลายได้ไม่ขีดก้านเดียวสามารถเผาผลาญอะไรบรรลัยได้นี่เป็นคำพังเพยเตือนแล้วซึ่งก็มีจริงเป็นจริงเหมือนกันเพราะงั้นเราอย่าประมาทมีอะไรขาดตกบกพร่องมีอะไรที่มันไม่ดีขึ้นมาสักเล็กสักน้อยเราไม่ไม่ประมาทพระพุทธเจ้าสอนเราว่าไม่ประมาทแม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยเราก็จะต้องจัดการขึ้นเรื่องข่าวที่ได้ยินมาจากปฐมอโศกเมื่อวานนี้เปิดกัน ฟังก็ดีได้อ่านไปแล้วแม้แต่บัตรสนเท่ห์ที่ว่านั้นแล้วทั้งปฐมอโศกก็ได้ปรับปรุงเกิดขึ้นแล้วและก็ได้คิดผมได้คิดขึ้นมาว่าแม้แต่ที่ในสันติอโศกเรานี่เองก็ดีเราทำดีแต่ว่าเราเราก็มันยังไม่ลงร่องลงช่องกับคนอื่นอยู่หลายเช่นเราตี 3 ก็ขึ้นมาแล้วทำงานเนื่องจากตึกตักแล้วแล้วก็ส่งเสียงแล้วพอตี 4 ก็เริ่มมีไมโครโฟนแล้วมีลำโพงดังแล้วเราแน่ใจว่าเราพูดสิ่งดีในปี 4 ไปจนกระทั่งถึง 6 โมงนี่เราแสดงธรรมเราไม่ได้พูดอะไรเพ้อเจ้ออะไรเราไม่ได้พูดอะไรเละเทะอะไรเป็นคุณเป็นค่าแท้ๆคุณรู้ว่าเป็นคุณค่า เรามีตารางสอนของเราตี 4 ถึงตี 6 ไม่ถึงตี 6 ดีนักหรือถึงตี 6 เนี่ยประมาณ 2 ชั่วโมงนี้สิ่งที่เป็นเสียงนี้ไม่ใช่เสียงมอมเมาไม่ใช่เสียงเพ้อเจ้อไม่ใช่เสียงไร้คุณไร้ค่าเรารู้ของเราก็จริงแต่คนที่เขาไม่รู้และเขาไม่เอาแม้รู้ว่ามันดีเขาก็ไม่เอามันมันก็เป็นการทะเลาะเพราะมันเสียงนี้จึงได้รับใบตัดสินที่เขาเองเขาถืออากาศโอกาสนี้เขานอนเขาหลับเขาพักเขาหลับสนิทเขากำลังสบายด้วยมันกวนเขาแล้วเขายิ่งจิตใจมันไม่ค่อยปกติฟุ้งซ่านตื่นแล้วก็หลับไม่ค่อยลงเพราะว่าจิตของเขาไม่เก่ง จิตของเขาไม่สงบเขาหลับไม่ได้ง่ายๆมันวุ่นวายแม้แต่การที่จะหลับจะนอนก็ลำบากทุกวันนี้จึงเป็นโรคประสาทกันก็เยอะนอนไม่ค่อยหลับเพราะเขาไม่ได้ฝึกจิตก็ไม่เรียนรู้ความสำคัญของชีวิตเมื่อไม่ได้เรียนรู้ความสำคัญของชีวิตจิตวิญญาณของเขาก็ไม่มีสมรรถภาพอะไรเลยจิตวิญญาณมันเข้าอ่อนแอเหลวไหลไม่อยู่ในอำนาจไม่เชื่องเป็นจิตดื้อจิตดิ้นจิตวุ่นวายเสพติดโง่มันก็เลอะเทอะอยู่อย่างนั้นมันจึงทุกข์เขาไม่ได้ปรับปรุงเพราะงั้นมันมีอยู่แล้วเขาก็เป็นโรคนั้นอยู่จริงๆเราก็ต้องสงสารคนที่เป็นโรคเหล่านั้นแล้วเราก็ทำตามกันพอสมควรแล้วที่ปฐมอโศกสั่งปิดไมโครโฟนปากแตรอะไรเอาออกมีแต่ คนอยู่ภายในที่ในศาลาได้ยินกันตู้เล็กๆน้อยๆซึ่งชัดเจนในพวกเราไม่ออกไปเกะกะข้างนอกแล้วที่นี่เราก็ควรจะได้กระทำอย่างนั้นเพราะว่ามันแรงขึ้นเรื่อยๆคนที่เขาไม่ไม่พอใจมันเพิ่มขึ้นด้วยจริงสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ที่นี่ดีขึ้นเยอะคนที่ฟังรอบๆพวกเราเนี่ยหมู่บ้านใกล้เคียงนี้เขาได้ยินผู้ที่รู้ดีเข้าใจดีว่านี่เป็นคุณค่านี่เป็นสิ่งประเสริฐเรารับได้มารับไม่ได้บ้างเขาก็ยังพอใจสำหรับคนที่เขามีทัศนะดีคนที่ไม่มีมีทัศนะไม่ดีมีทัศนะไม่ลงรอยกันมีทัศนะเกะกะกันมันก็ไม่ดีมันก็สั่งสมอารมณ์ในจิตมันก็เคืองมันก็คุณมันก็สะสมไป ไปสักวันหนึ่งมันก็แรงเพราะฉะนั้นเราลดดีกว่าอย่าให้ไปกอดจุดนี้แรงขึ้นเลยประโยชน์มีเหมือนกันเรานึกถึงประโยชน์ก็มีแท้แต่ว่ามันจะกลายเป็นกอทั้งโทษคือในตัวซ้อนและเราก็คุ้มตัวแล้วผู้ใดรักดีก็เข้ามาในนี้ไม่ต้องไปคอยแอบฟังเอาคนจนๆข้างนอกก็ได้เพราะเราทำอยู่อย่างเปิดเผยเราไม่ได้คิดเงินคิดทองไม่ได้กีดกันอะไรเพราะรักดีฝ่ายดีเชิญเชิญทีเดียวผู้ยังไม่ได้มาจงมาพูดมาแล้วก็อยู่เป็นสุขเถิดไม่ได้กัดกันกีดขวางอะไรเปิดอยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นก็ยินดีที่จะต้อนรับสำหรับผู้ใฝ่ดีงั้นเสียงที่มันจะดังโครมครามอะไรออกไปปักตรงปาก เป็นครั้งคราวใดที่ต้องการที่จะเปิดเผยออกไปจะใช้ปากแปรค่อยใช้ทาคาใดที่ไม่ใช้ปากแตรไม่ต้องใช้เพราะไม่แม้แต่ในกลุ่มในกลุ่มกลุ่มหมู่ที่เราต้องการจะให้เสียงถึงเราก็ใช้ลำโพงน้อยเอาลำโพงน้อยต่อสายไปเอาถ้าเผื่อว่าจะให้เสียงถึงเสียงนี้เราจะต้องใช้เป็น Telecom เป็นเสียงที่จะไปไกลถึงผู้นั้นผู้นี้กันกลุ่มนั้นหมู่นี้ต่อสายเอาไม่ต้องเอาไอ้ที่มันจะตะเบ็งเสียงหรือว่ากระจายเสียงเป็นกลุ่มเป็นก้อนกระจายไปไกลอะไรอย่างงั้นยังไม่ต้องทำใช้วิธีนี้เอาจะได้ สบายขึ้นอยู่ในกลุ่มในหมู่แม้แต่โลกเขาก็มีกฎหมายการที่จะกระจายเสียงให้ไปรบกวนคนอื่นผิดกฎหมายเหมือนกันแต่เราถือว่าเรากระจายเสียงดีเราก็ถือเอาเท่านั้นเองและคนก็ฟังเขาก็รู้วันนี้เราไม่ได้ทำอะไรคนอื่นก็ทำเลวร้ายกับเรามีเยอะเพราะฉะนั้นมันก็เป็นข้อเทียบเคียงแล้วก็ไม่กล้าว่าอะไรเราก็ดีอยู่แต่เราก็ควรจะทำให้มันสอดคล้องลงไปหมดได้ก็จะดีกว่านี้อีกมันก็ปรับปรุงเราไม่ยึดอยู่กับที่เราพัฒนาไปเรื่อยๆแล้วก็ขอให้เราได้ดูโฆษณาด้านร่างกายเสียงก็ช่วยกันขึ้นใหม่แล้วไม่ต้องแรงนักพอสมควรพอประมาณอันไหนต้องการแดดแรงบ้างก็ค่อยว่ากันอันใดที่ยังไม่ต้องการแรงก็พอได้ยินกัน ไม่งั้นมันก็เกิดกวนขึ้นไปข้างนอกมากเกินไปดังกล่าวแล้วแม้เราจะถือว่าเราไม่ได้พูดสิ่งเลวสิ่งร้ายอะไรก็เป็นเราและเห็นเราและถือคนอื่นก็จะเห็นจะถือกับเราทุกคนไปนั้นน่ะหาได้ใหม่แล้วก็จะเอาแค่ที่มันพอเป็นไปเพราะเราได้ช่วยเหลือกันเราได้กระทำงานกันมาโดยเฉพาะตัวผมได้อุทิศตัวคือทิศมันแปลว่ามุ่งหมายที่แปลว่าให้อุทิศแปลว่าสลากกฎคิดนี่แปลว่ามุ่งหมายมีเจตนารมณ์มีปัญญาเข้าประกอบอุทิศอย่างไม่มีปัญญาไม่มีความมุ่งหมายที่ถูกต้องเป็นความมุ่งหมาย ผิดมันก็จะผิดเช่นอุทิศแบ่งบุญไปให้คนตายอย่างนี้มันเป็นความมุ่งหมายเหมือนกันหรือเป็นการให้ลักษณะให้เป็นเรียกว่าอุทิศสะเหมือนกันแต่อุทิศเหลวมุ่งหมายไร้ปัญญาเป็นความมุ่งหมายที่ไม่มีปัญญาอุทิศไปแล้วมันไม่จริงมันไม่ได้จริงอย่างนี้เราก็เคยอธิบายกันแล้วมันก็เป็นการอุทิศโดยความเข้าใจของผู้อุทิศมีความมุ่งหมายอย่างนั้นจะให้อย่างนั้นจะสละอย่างนั้นแต่มันสละไม่จริงมันไม่เป็นไปได้จริงมันไม่ถึงจริงมีจริงเป็นการกระทำอย่างงมงายหรือศิลปะปรามาสเป็นแต่เพียงรูปๆไปลอยเล่นๆเหมือนลิเกละครเฉยๆเออ ถ้าจะเอามาอธิบายว่ามีผลบ้างมีแนวโน้มให้ระลึกถึงท่านระลึกถึงผู้ที่ได้ทำการอะไรมามีประโยชน์มีคุณมาแต่เก่าแก่เป็นกตัญญูกตเวทีก็พออธิบายได้บ้างน่ะพออธิบายได้บ้างแต่มันมีประโยชน์ไม่คุ้มโทษกลายเป็นเครื่องมือหากินกลายเป็นเครื่องหลอกแล้วก็เป็นช่องทางให้แก่ผู้ที่ไม่รู้แสดงอุตริมนุษยธรรมที่เกินต้นบรรยายอจินไตยที่ไม่เข้าเรื่องงมงายเป็นเครื่องหล่อๆเราจึงไม่สนับสนุนอย่างนี้เป็นต้นเพราะคำว่าอุทิศอธิบายกันไม่ค่อยถูกต้องและไม่มีปัญญามันก็เป็นการอุทิศหรือการเจาะจงการจำเพาะการมุ่งหมายที่ไม่เข้าท่า พุ่มไม้ไปโดยไร้ปัญญาดังกล่าวและก็เป็นการให้หรือการสละเหมือนกันแต่สละอย่างไม่เข้าเรื่องสละสิ่งที่มันบางทีมันก็ไม่เป็นจริงบางทีมันฉลาดแล้วมันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเพราะการอุทิศจึงจะต้องเข้าใจมีความหมายมีความรอบรู้ด้วยเช่นว่าเขาอธิบายอุทิศศักดิ์ปานังปะริตคำนี้นี่เป็นการเป็นบาลีเป็นพระบาลีอยู่ในบาลีที่เรียกว่าท่านสอนอยู่ในชีวิตก็โสดเป็นการอุทิศเรื่องของสัตว์แต่พูดใดเกี่ยวข้องเรื่องของสัตว์อย่างนี้ก็ เป็นคนเป็นการอุทิศอย่างจริงเพราะเมื่ออุทิศไม่จริงอุทิศอธิบายไม่จริงก็เป็นการอุทิศอธิบายเลี่ยงเขาอธิบายอุทิศ 3 ตัวนี้อธิบายว่าเจาะจงฆ่าสัตว์จำเพาะให้บุคคลดังอธิบายยาวๆความไปเองที่จริงพระบารมีมีแต่แค่อุทิศศักดิ์ปานังอะระติหมายความว่าการกระทำการกระทำตั้งแต่เริ่มต้นมีปรารภมีเจตนารมณ์ขึ้นที่จิตพอเริ่มปรารภเจตนาแล้วจะเจตนาไปในทางร้ายเรารับผิดปกติตัวนี้ถ้าเจตนาไปในทางร้ายมีอารมณ์ตั้งแต่เริ่มปรารภจนกระทั่งถึงจิตเกิดขึ้นมาเป็นทาสใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นจนกระทั่งถึงทาสการประ line ทำร้ายหรือฆ่าล้วนแล้วแต่เรียกว่าการกระทำในอนาคตติดทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมุ่งหมายวุฒิศักดิ์มุ่งหมายอาระภคินมุ่งหมายตั้งแต่เริ่มปรารภจนกระทั่งถึงกรรมหรือการกระทำขั้นฆ่าขั้นประทุษร้ายต่อปานะต่อสัตว์หรือต่อสิ่งที่มีวิญญาณอย่างนี้ถ้าการทำอย่างนี้ขึ้นเมื่อใดแล้วล่ะก็ไปเกี่ยวกับสงฆ์เพราะฉะนั้นใครทำกับสัตว์อย่างนี้ไปเกี่ยวกับผู้นั้นบาปในชีวกอธิบายไว้ชัดแต่ผู้ที่เลี้ยงบาลีหรือว่าเรียกว่าผู้เดียววารีเขาก็มาแปลว่าอุทิศอันนี้อุทยานปะติอันนี้ก็คือ ถ้าพูดได้เจาะจงหรือมุ่งหมายฆ่าสัตว์นี้ให้จำเพาะไอ้คำว่าจำเพาะแก่บุคคลผู้นี้หรือพระผู้นี้มีอธิบายเอาเองนะต่อหางเอาเองเกจิอาจารย์ผู้ใดได้ต่อหางอย่างนี้ไว้แล้วก็ได้ล้มล้างศาสนาพุทธที่กินเนื้อสัตว์อารมณ์ร้ายศาสนาพุทธที่ไม่กินเนื้อสัตว์มาเป็นศาสนาพุทธกินเนื้อสัตว์ทันทีเพราะว่าเขาอธิบายว่าต้องอุทิศเฉพาะบุคคลไม่มีไม่มีคำบอกคำบอกว่าเฉพาะบุคคลไม่มีบาลีมีเท่านี้แต่การอธิบายต่อหางานอธิบายเองเกจิอาจารย์องค์ใดอธิบายก็ตามใจอธิบายเองในศีลบอกเป็นวลีไว้ว่าสัญจิจจะปานังชีวิตตามเวลโลกเปต นี่ก็เหมือนกันเดี๋ยวเราไปตรงกับลักษณะเดียวกันกับอารัก นิคมธาตุอะไรขึ้นไปอย่างที่ว่าเมื่อจิตมันตั้งทิศไปเนี่ยมิจฉาไปนี่ตั้งจิตตั้งถ้าไม่ได้ทำร้ายอย่างนี้แล้วไม่ได้ทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นเริ่มยาวว่าพระพุทธเจ้าอธิบายสู่ชีวกฟังเริ่มแม้แต่คนที่มีจิตเริ่มสั่งเรียกชื่อสัตว์ไปเอาสัตว์ตัวนั้นมาไปเอาวัวมาเริ่มมีปลาโรคจิตเลยว่าถ้ากล่าวชื่อสัตว์นี้แล้วก็จะเอามาฆ่าแค่นี้บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลยผู้ที่เอาสัตว์มาผูกไว้เลยก็ยิ่งบาปข้อที่ 2 ผู้ที่บอกข้ามาเป็นข้อที่ 3 หนักขึ้นเรื่อยๆผู้ที่ลงมือฆ่าก็บาปใหญ่เป็นข้อที่ 4 ผู้ เอาเนื้อสามีไปถวายพระให้พระได้แอ้มอร่อยๆหน่อยข้อที่ 5 เลยพอฆ่าแล้วนี่ได้เนื้อแล้วเอาเนื้อมาปรุงอาหารด้วยเอาไปถวายพระถวายพระพุทธเจ้าหรือสาวกของพระพุทธเจ้าเป็นบาปประการที่ 5 พระพุทธเจ้าอธิบายละเอียดพอถึงนี้ยังไม่เข้าใจยังไม่รู้ตัวยังอุตส่าห์มาเบี้ยวบาลีแปลว่าจะต้องจำเพาะจำเพาะอะไรกันอีกก็มีจิตร้ายจนกระทั่งติดตัวเองนี่แหละมันติดมันยึดมันร้ายมันมันมันมันมันไปเกี่ยวข้องอยู่กับสัตว์เพราะฉะนั้นคำว่าอุทิศหรือสัญจรมาลีพวกนี้แปลว่าจำเพาะจริงแปลว่ามุ่งหมายจริงแปลว่ามีการเป็นไป รูปรอยร่องอย่างนั้นมุ่งอย่างนั้นเพ่งอย่างนั้นเมื่อเพลงไปในทางร้ายต่อศักดิ์เพ่งหรือว่าจิตมันเริ่มมันเป็นไปแล้วมันจะไปเป็นไปเกี่ยวกับความร้ายกับสัตว์กลับมานะกับชีวิตตาชีวิตสัตว์ไปก็แล้วแต่มองมันไปเกี่ยวอย่างนี้เราตัดเหตุเลยตัดสมุนไพรถ้าเราปรับสมุดไทยเสียงเหมือนเราไม่กินไม่มีใครจะเข้ามายังไงนอกจากท่านบอกว่าถ้าบริสุทธิ์ในส่วน 3 ถ้าสัตว์นี่ไม่ได้ข้ามมาไม่มีใครมีเจตนาฆ่ามันเลยมันตายเองเป็นสัตว์บังสุกุลอย่างนี้ท่านก็ยืนยันในสุราเข้ามาสู่ของของศาสนามหายานอยู่ในลังกาว่าตาลสูงชัดถ้าอย่างนี้แล้วก็ไม่กินแล้วถ้ายังฆ่ามาแล้วไม่กินถ้าจะกินก็ต้อง สิ่งที่มันไม่ได้ถูกทำร้ายมันไม่ได้เกิดมุ่งร้ายมันไม่ได้เป็นว่าโรคเบตงไม่ได้เป็นอะไรปกติมันไม่ได้เป็นไปในทางประทุษร้ายอะไรมันตายก็มันเองไม่มีใครมุ่งหมายร้ายกับมันหรือจะอีกอย่างหนึ่งก็คืออย่าเอาคนเลยท่านก็อนุญาตสัตว์มันฆ่ากันเองอย่างนี้เป็นต้นเสือมันไปฆ่ากวางมาแล้วแล้วมันก็กินเหลือท่านก็เลยอนุญาตอีกจุดหนึ่งจุดเด่นสัตว์กินเพราะฉะนั้นเนื้อสัตว์ที่จะกินได้ก็มีความบริสุทธิ์โดย 5 ชนิดอยู่ในสุรางค์สมมาตรท่านก็บอก 1 เนื้อบางส่วน 2 เณรสัตว์กิน 3 บริสุทธิ์โดยส่วน 3 คือรู้มาทำท่อเห็นอยู่รู้อยู่แท้ๆว่าสัตว์นี่ถูกฆ่า สองไม่รู้ว่าได้ข่าวรู้ข่าวได้ยินไหมไอ้สัตว์นี่ไม่ใช่สัตว์บริสุทธิ์หรอกไม่ใช่สัตว์บังสุกุลเนื้อสัตว์นี้ได้ข่าวมานี่ก็ข้ามาเนื้อสัตว์นี่ไม่ใช่สัตว์บังสุกุลแม่ไม่ได้ข่าวแม่ไม่ได้รู้ได้เห็นแม้ไม่ได้เห็นรู้ชัดๆไม่ได้ข่าวว่าแม้แต่สงสัยข้อที่ 3 สงสัยลังเลปัดไปเลยท่านเอาแค่นั้นสงสัยลังเลวันนี้ไม่ใช่เนื้อคู่หน้านี่ไม่เห็นเนื้อแดงสัตว์กินแน่คุณจะไปหาเนื้อบางส่วนคุณที่ไหนกินทุกวันนี้คุณจะไปหาเนื้อแดงสัตว์กินที่ไหนแต่ก่อนมันป่าๆเขาเขาสมัย 2,000 กว่าปีมันก็พอมีเหลือมีหรอกตกมีลม แต่ถึงกระนั้นศาสนาพระพุทธเจ้านั้นน่ะไม่ได้มีทางกินเนื้อสัตว์หรอกไม่ได้มีทางกินเนื้อสัตว์เด็ดขาดสำหรับผู้ที่รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งมันจนทางจำนวนด้วยเหตุผลจำนวนด้วยของจริงพระพุทธเจ้าท่านอยู่ต่อหน้าท่านเองท่านไม่ใช่ฉันเนื้อสัตว์ในสูตรที่ยืนยันของมหายานเขาก็มีเก็บเอาไว้ตั้งเยอะตั้งแยะแต่ของเถรวาทไม่ได้มีเก็บไว้เลยไม่ได้รวมเอามาพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนไว้แค่ 45 เล่มมีเยอะแยะมีแต่เอามาเรียบเรียงไว้ใน 45 เล่มนี้พระสูตรที่ซ้ำกันบางอันบางอันก็มีกายแล้วท่านก็ไม่ได้เอามาปนกันเลอะเทอะอะไรนะที่ยืนยันกันมามากมายยืนยันแม้แต่แค่หลักเกณฑ์ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเถรวาทนี้ก็ตามข้อที่ 5 ท่านสอนพุทธบริษัทไม่ว่าใครอย่าซื้อขายในมิจฉาวณิชชาข้อนี้ผมเห็นอย่างชัดแจ้งว่ามันเป็นเหตุผลที่จำนนได้อย่างชัดจริงๆเพราะพระพุทธเจ้าท่านห้ามไม่ให้ซื้อขายของ 5 อย่างซึ่งเป็นโทษเป็นภัยร้ายกาจมันรุนแรงต่อสังคมซื้อขายอาวุธกันซื้อขายยาพิษกันซื้อขายของมอมเมากันเนี่ยมันเป็นโทษเป็นภัยต่อมนุษย์ร้ายแรงท่านก็ห้ามซื้อห้ามขายกันได้ว่าการพาณิชย์หรือว่าวณิชชาถ้าเราไม่ซื้อไม่ขายกันซะแล้วสันติก็เกิดได้มีความร้ายแรง 3 อย่างนั้นมันก็มีคุณค่าไกลๆกันแหละ จัดเอาไว้ในหมวดหมู่เดียวกันเพราะงั้นการไม่ซื้อขายสัตว์เป็นสัตววิชาการไม่ซื้อขายเนื้อสัตว์มังสวณิชชาก็มีความร้ายแรงอีก 2 ข้อนี้ก็มีความร้ายแรงพอกันกับขายยาผิดขายของมอมเมาสิ่งเสพติดมอมเมาร้ายแรงพอกันเลยนี่เราต้องใช้ปัญญาเห็นชัดๆทีนี้ท่านทำไมถึงห้ามแล้วห้ามอันนี้มันหมายถึงจุดอะไรสัตวาห้ามขายสัตว์ทั่วไปสัตว์เป็นมังสวณิชชาห้ามขายเนื้อเนื้อสัตว์มันสัตว์เนื้อทุกชนิดทำไมขายเนื้อสัตว์มันร้ายแรงยังไงถึงขั้นยาผิดถึงขั้นอาวุธฆ่าคนถึงขนาดนั้น ไม่ต้องน่าคิดมันได้แรงนะซื้อขายพระพุทธเจ้าท่านออกกฎออกระเบียบออกวินัยมาอย่างนี้ท่านห้ามไว้โดยพระปัญญาธิคุณพระปรีชาญาณไม่ใช่ห้ามด้วยๆห้ามหรือว่าตั้งกฎตั้งระเบียบอะไรขึ้นมาไม่ใช่ถ้าไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนั้นมีเหตุผลเพียงพอแล้วทีนี้เราก็มาวิเคราะห์กันถ้าเผื่อว่าท่านห้ามขายเนื้อสัตว์ซื้อขายเนื้อสัตว์แล้วก็มาถามกันอีกนิดนึงเท่านั้นเองประเด็นเดียวเปราะเดียวผู้ซื้อเนื้อสัตว์ไปเนี่ยซื้อเนื้อสัตว์ไปเอาไปเอาไปทำอะไรแถวนี้จะตอบได้ทันที

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน