220204-2-025 ทางเอกภาค2-ตอน025(หน้า047)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 11 ที่พุทธสถานสันติอโศกหากเราเอามารวมกันต่อตอนนี้เราได้มาขมวดลงถึงภาวะธุรกิจใหญ่ๆแต่กามาพจร รูปาวจรจิตนี่ก็อรุณอรูปาวจรจิตรเป็นตัวสุดท้ายซึ่งเป็นตัวละเอียดด้านในนี้ก็พูดไว้สั้นๆไม่มีก็บอกให้เข้าใจว่ามันเป็นหมวดที่จะนับเป็นกิเลสที่เราจะต้องพยายามค้นหากิเลสก็เป็นกิเลสชั้นละเอียดตามมาประจำจิตก็เป็นกิเลสใช้ชีวิตกิเลสดูปลาว่าจรปิดก็ปิดที่เธอค้นหากิเลสก็กิเลสขั้นตอนที่ยึดฐานกิเลสพระอรูปาวจรปิดก็เป็น 10 ขั้นอนุสัยกิเลสเป็นขั้นปลายแม้แต่ขั้นปลายที่เหลืออยู่ เราก็จะต้องละเอียดลออลงไปจับเข้าไปเห็นเข้าไปรู้มันเป็นพ่วงแพสุดท้ายที่เรียกว่ามันเป็นสิ่งละเอียดอาศัยก็ตามจนเรียกมันว่าเป็นโสภณเป็นกามาวจรโสภณหมุนเวียนไปเรียกกามาวจรโสภณก็ตามเราก็จะต้องพยายามรู้ให้มันรู้จริงๆรู้ด้วยเป็นยาสัมผัสโดยฝีมือของเราเองจนกระทั่งเราได้แยกเอาไอ้ตัวที่มันไม่ใช่จิตเรียกว่าอารมณ์จิตก็จะต้องรู้ว่ามันมีความเป็นไปมันเป็นไปอย่างกิเลสหรือเป็น ตัวอย่างสัจจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์ธาตุรู้ของมันเท่านั้นเองถ้ามันยังมีอะไรอยู่เราก็จะต้องจับตัวที่มีแสงจรที่เรียกว่ากิเลสอยู่ในจิตที่มันรู้ได้อย่างอรูปแล้วมันยังเป็นไปอยู่มันแต่มันรู้ได้ยาวเหลือเกินมันละเอียดและออมันเล็กจนกระทั่งทำให้เราเองเห็นแต่จิตจิตก็เป็นจิตไม่เจ็บตัวไม่ใช่ตนไม่ใช่บุคคลเราเขาสิ่งที่ไม่มีคือกิเลสไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนเพราะกิเลสเราล้างมันได้จนไปถึงจะตายไม่มีแล้วเหลือแต่จิตเราก็จะต้องเห็น ผิดจริงๆอีกเป็นไตรลักษณ์อีกชั้นหนึ่งก็จิตก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนมีกิริยาจริงมีอาการของจิตจริงมีสภาพรับรู้มีชีวิตชีวาของจิตจริงแต่จิตนั้นก็ไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขาของใครยึดเอาไม่ได้จะมายึดเอาก็ไม
อ่านต่อ
่มีเผื่อไม่มีศูนย์เป็นนิรันดรเป็นทีหลังเป็นมิตรจังไม่ได้แต่เราจะเข้าใจเราจะเห็นเป็นที่สุดอย่างน้อยที่สุดเราก็ทำอัตตาที่เป็นกิเลสเป็นรถโล่งเป็นอัสสาทะเป็นโลขี่รถหมดไปศูนย์ไปเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยัน สิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยงและแม้ที่สุดแล้วศาสนาพุทธกิเลสหมดกิเลสก็ไม่เที่ยงทำให้กิเลสเกลี้ยงแล้วแม้แต่ปรมาจแต่มันหรือจิตก็ไม่ใช่ของเทียมภาพรู้ก็ไม่ใช่ของเที่ยงวิญญาณก็ไม่ใช่ของเที่ยงเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่ใช่ของเทียมแม้แต่ทำให้จิตของเราเข้าไปเป็นอุเบกขาเวทนาแล้วเฉยวางวางปล่อยมันก็ไม่เที่ยงมันก็ยังมีความเสื่อมสูญมันไม่ใช่ของจริงไม่ใช่ตัวใช่ตนที่จะทรงอยู่อย่างนี้นิรันดรไม่สูญหายอะไรอย่างนี้ไม่ใช่มันจำเป็น อัตราหมุนเวียนจรไฟเกิดแล้วทำสะอาดแล้วก็จะต้องไปเกิดอยู่กับพระเจ้าไปรวมอยู่กับพุทธเกษตรไปเป็นจิตบริสุทธิ์บริสุทธิ์อยู่ที่นั่นที่นี่รวมกันอยู่อันนู้นอันนี้ก็ไม่ใช่มันสักว่าจะเป็นธาตุรู้รับรู้แล้วมันก็รู้แล้วมันก็เลิกกันเราต้องรู้ต้นเขาทั้งต้นเขาแล้วทั้งเข้าไปรู้จริงเห็นจริงที่สุดติดตนเพราะมันไม่มีอะไรมันเป็นแต่เพียงถ้ารู้แล้วรู้แล้วยึดมั่นถือมั่นเอาไม่ได้เราเข้าใจสูตรเข้าใจอย่างนี้แล้วเราพ้นทุกข์ด้วยสภาพของกิเลสไม่มีกิเลส เป็นสุญญตากิเลสก็หมดและแม้แต่ตัวจิตเองเราก็จะปล่อยวางเราก็จะรู้จริงว่ามันยึดเอาไม่ได้จริงๆมันไม่เที่ยงไม่แท้เราจะเอาตามลำพังใจเราเราจะให้มันไม่ว่าไม่ให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ให้มันเป็นอย่างนี้ให้มันคงเที่ยงคืนนี้ไปมากๆมากๆแม้แต่คุณเองคุณลองทำตัวเองไปจนกระทั่งคุณวางเฉยเฉยมันไม่ปรุงอะไรหรอกให้มันอยู่อย่างเงี้ยมันก็อยู่ได้ด้วยอำนาจของความควบคุมอยู่ได้ด้วยการตั้งใจได้ตั้งใจช่วงหนึ่ง ไม่นานนักหรอกเราก็จะตั้งให้เฉยอยู่ได้ช่วงนึงแต่ตามแต่คุณจะสามารถทำตามแต่คุณจะพิสูจน์ไม่ใช่เฉยหาได้จริงรู้จริงจะเห็นจิตของเรานี่ว่างว่างเชิญคุณจะหลับตาก็ได้หรือคุณจะลืมตาก็ได้ลองต้องลองต้องพิสูจน์จิตใครน้อยกิเลสน้อยแล้วจะทำได้เท่าที่เลยไม่น้อยนะลืมตาเฉยๆไม่ได้หรอกไม่ได้ไม่คิดไม่นึกไม่ได้อาตมาจำได้อยู่ผมจำได้อยู่ตั้งแต่เป็นฆราวาสเคยสงสัยและจิตในสมัยนั้นมันหยุดไม่ได้จิตทำไมมันอดคิดอดนึกไม่ได้ ให้มันหยุดเคยจำได้จริงๆว่าเป็นฆราวาสให้มันหยุดคิดสิให้มันหยุดนึกให้มันเฉยๆมันไม่คิดไม่นึกอะไรเลยเนี่ยไม่ได้ไม่ได้หรอกทำไม่ได้ก็จะเป็นฆราวาสเคยจำได้เคยมีว่าตัวเองเคยสงสัยทำไมจะมาปฏิบัติธรรมจนมาจนป่านนี้แล้วฉันเข้าใจได้ว่าอ๋อมันหยุดไม่ได้จริงๆถ้าเรายังไม่มีเลยครับ ใจยิ่งไม่ได้จะไปนั่งหัดหลับตาเรียนก็พอได้กดข่มทำอะไรแล้วก็พอได้แต่มันก็ไม่เที่ยงมันไม่นานจนเอามาปฏิบัติธรรมแล้วจึงไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนว่าแต่ก่อนที่เป็นฆราวาสกับที่เราปฏิบัติธรรมแล้วไม่มีการกระทำได้ลงไปแล้วจึงมาถึงต่างกันมากจิตเราจะอยู่เฉยๆเราก็อยู่ได้จะลืมตาอยู่เฉยๆเห็นอะไรก็เฉยๆเพ่งมองเฉยๆสักแต่ว่ารู้รู้อะไรก็รู้สิ่งที่เราอะไรสำคัญลุงไม่อะไรเท่าที่มันจะบอกให้เราได้ตามสัญญาตามสมมุติ สาวกับสาวกับสาวขาวก็ขาวด่างก็ด่างแดงก็แดงเขียวก็เขียวเฉยแล้วก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้นนิ่งอยู่ตามนั้นรู้แล้วแล้วก็จบอยู่แค่นั้นก็เลยได้หรือจะหลับตาหลับตาไปเฉยๆเห็นผนังตาดำๆก็ดำเฉยไม่มีความรู้สึกอะไรไม่มีคงไม่มีเรื่องวุ่นๆไม่มีผู้ไม่มีว่าไม่มีอะไรแต่เปลี่ยนไปไม่มีแสงไม่มีสีไม่มีเขียวไม่มีแดงไม่มีอะไรแต่ตอนใหม่ๆแรกๆที่หัดนั่งหลับตาก็ยังจำได้ก็หลับตาลงแล้วไอ้ผนังตาดำๆจนมืดเฉยๆมันไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมันมีผู้ปลูกป่ามีแสงสีแดงสีเขียวสีม่วงสีเหลืองมีไอ้โน่น มันไม่หยุดมันวูบวาบเรื่องอะไรไปเยอะแยะมันไม่นิ่งนิ่งหรอกถ้าผู้ใดที่จะทำจิตให้นิ่งได้ก็โดยการกดข่มอันนึงรู้โดยการล้างกิเลสเศรษฐกิจจริงๆเวลากิเลสออก 70 แล้วมันก็ไม่มีอะไรเราจะให้สังขารมันไม่สังขารไม่ต้องปรุงไม่ต้องอะไรสักแต่ว่ารู้จักแต่ว่าอะไรแล้วก็นิ่งอย่างนั้นไม่ต้องมีอะไรปรุงมาปนเข้าไปอีกก็เฉยเพราะว่าเพราะว่าถึงอย่างนั้นมันก็ไม่เที่ยงทำไว้มันก็ได้ชั่วระยะหนึ่งหัดฝึกไปตีติดต่อก็มีว่าสีมีความเชี่ยวชาญมีความคงทนมีความ บ้านวิถีติได้อย่างนี้ไปนานขึ้นหัดไปอีกนานอีกนานขึ้นเราก็เข้าใจเราก็เข้าใจผมเองผมจะนั่งหัดให้มันนานๆผมก็ทำให้มันได้ที่ไปเรียกว่านิโรธสมาบัติให้มันเฉยเอาเอางี้เป็นนิโรธเอาชุดนี้เฉยๆนิ่งๆเฉยๆก็ได้หัดให้ไปให้ได้นานๆเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง 10 ชั่วโมงวันหนึ่งต่อสองวันสามวันอะไรไม่ใช่ง่ายนะจริงๆก็ไม่ง่ายทำให้มันเดินเฉยๆไปนานๆมากๆเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงผ่านก็มันก็ไม่ง่ายแต่ได้เราจะทำให้มากเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจึงเอาเวลามาฝึกมาจริงๆได้ก็ได้เท่าที่เราฝึกหัดถ้าเรือ ไม่มันทำปรอยก็คืนกลับไม่คงทนนานแม้แต่ว่าผู้นั้นจะเป็นพระอรหันต์แล้วจะให้เจโตสมถะหรือว่าจะให้สงบอยู่อย่างนั้นแหละมีเป็นลักษณะของเจโตสมถะฟังดีๆนะเจโตสมถะของพระอรหันต์ที่มีโลกุตระสูงสุดแล้วแต่ว่าเพิ่มใจโตสมถะอย่างนั้นก็ต้องฝึกหัดทำเอาพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราขุดสระผู้มีโลกุตระมีอยู่เพราะโลกุตระขั้นไหนก็ตามเราควรจะรักท่านอรหันต์ก็ต้องใช้ด้วยถ้าบุคคล 4 จำพวกบุคคลจำพวกหนึ่งมีแต่ใจพวกหนึ่งมีแต่ ไม่มีใจตัวสมถะบุคคลมีทั้งเจโตสมถะมีทั้งโลกุตตระไม่มีโลกุตตระแล้วไม่มีหรอกกิเลสไม่มีจริงๆแต่จะทำจิตให้สงบจะให้มีฤาษีจะให้มีการเกาะนิ่งนานๆนะต้องหัดเอาจึงเรียกว่าบุคคลที่มีเราก็ได้แล้วก็จะมีเจโตสโมสรด้วยก็มีอยู่ก็ฝึกก็ทำทำได้ขัดเข้าก็ได้ถ้าไม่หัดไม่ฝึกก็เหลือแต่โลกุตระสิไม่เหลือหรอกเราก็จะไม่รื้อมันมีสติมันมีสัมปชัญญะมันมีความระลึกรู้มันมีความเข้าใจมันมีปัญญารอบถ้วนแน่นอนอยู่มันไม่แปลกตัวไปมากมายอะไรเหมือน ก็ไอ้พวกนี้ถือว่าเป็นของที่มียัดปากเป็นของที่เป็นไปได้เที่ยงกว่าเป็นไปได้มันว่างมันวางมันปล่อยมันรู้ว่าตัวนี้ไม่ต้องเอามันปลดมันปล่อยไปจริงๆมันไม่ใช่อำนาจสังขารเราทำถ้าเราจะพยายามให้จิตนี่มันทรงอยู่เป็นทาสรู้ๆนิ่งๆหรือดับนิ่งๆแม้จะดับ 1 ๆก็เป็นความพยายามอันหนึ่งของเราที่จะทำให้ธาตุรู้มันไม่ใช่ธาตุรู้ถ้ารู้ก็ต้องเป็นธาตุรู้ทีนี้เราทำภาพรู้ไม่ให้เป็นภาพรู้และเป็นสังขารและทำนะกินไม่เป็นท่าดูแล้วทำให้มันเป็นธาตุรู้ไม่ให้มันรู้เป็นสังขารมันเป็นเพราะจิตที่มันจะเป็นไปตาม ปกติมันรู้มันไม่พักมันก็พักถ้ามันไม่ทักมันก็ไม่ทักมันเพี้ยนมันก็เพี้ยนมันรู้ก็ให้มันรู้มันไม่รู้ตอนนี้มันจะพักดับสนิทมันจะหยุดตามฐานะของมันมันก็หยุดแล้วถ้าผู้ใดไม่ได้เป็นฝืนเป็นไปตามจริงมันก็จะเป็นไปตามจริงของมันจะไปตามหมอตามคนตามที่เรารู้จริงแล้วมันก็จะเป็นไปโดยอย่างสมเหมาะสมควรที่สุดเป็นสัมมาโดยสมควรโดยเหมาะโดยพอดีมันเป็นจริงยิ่งกิเลสไม่มีจริงยิ่งเข้าใจแล้วมันจะหลับมันจะพักมันจะนอนมันจะตื่นมันจะไปมันจะมามันจะมีนู่นมีนี่มันก็มีเป็นจังหวะเป็นระดับของมันอย่างแท้จริงเป็นชั้น มันไม่ไปที่ดีทำอะไรเกินเหตุเกินอะไรหรอกเพราะว่ามันตัวรู้ที่มันรู้อยู่วันนี้เราเป็นดีที่สุดแล้วมันก็จะไม่แกล้งแกล้งดีหรือแกล้งไม่ดีมันจะไม่แกล้งนอกจากบางครั้งบางคราวจะเรียกว่าไม่ดีก็ได้ก็คือตรงที่ว่าเราเองเราจะพยายามมากกว่าปกติหน่อยเชื่อเราเมื่อยแล้วนะเปลี่ยนแล้วนะเพลียลงไปมากนักจิตมันก็จะต้องพักแต่เราก็อุตส่าห์ที่จะมีวิริยะอุตสาหะฝืนทนจะทำอีกเร่งจิตเติมเข้าไปอีกถ้าจะเรียกโดยสับกลางๆแล้วเรียกว่าไม่ดีแล้วเกินสมควรแล้วไม่ดีแล้วโดยสมควร ไม่มัชฌิมาหรือไม่ซ้ำมาแต่ถ้าเราจะมีขยันมีเพียรมีสร้างเพิ่มอุฏฐานะทำให้เกิดอีกทำให้เกิดอีกอุฏฐานทำให้เกิดเหตุอยู่แต่รู้ว่ามันจำเป็นมันสมควรมันเป็นโอกาสไม่ใช่พระพุทธเจ้าปรินิพพานก่อนก่อนถึงกลับอย่างเงี้ยคือทำถ้าใช้มันเป็นส่วนเกินก่อนมันเป็นความจำเป็นอย่างนั้นเราก็ต้องทำต้องใช้ความพยายามต้องใช้ความอุตสาหะต้องใช้ความเพิ่มพอดีขึ้นไปคำว่าเพิ่มพอดีขึ้นไปนี้ก็ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองเราเสียสละจึง ตรวจเสียสละที่แท้เป็นตัวที่ให้เป็นตัวที่เสียเพื่อนโลกมันจะมีอยู่เสมอผู้ที่รู้ดีอยู่แล้วถ้าจะเรียกว่าไม่ดีโดยปรมัตถ์ก็คือมันเกินมัชฌิมามันเกินสัมมนาหรือว่าเกินเหมาะควรพอดีกลางๆที่สุดแล้วมันกว่าขึ้นไปแล้วแต่มันไม่ได้ไปอยู่ในด้านอกุศลมาอยู่ในด้านกุศลเราจะใช้คำภาษาและดูขัดบอกว่าไม่ดีเมื่อกี้เหมือนกับคำว่าอกุศลแต่แท้จริงมันไม่ใช่อัดกุศลอย่างที่เรียกว่าถืออย่างรกโลกหรอกมันย้อนแย้งอยู่แม้แต่โลกเค้าก็แน่ใจว่าคนดีนี่เป็นความเสียสละของท่านเป็นความอุตสาหะวิริยะของท่านเป็นการ ให้ของท่านนะเป็นเรื่องที่โลกนี้ต้องเชิดชูเทิดทูนเคารพรักนอกยกย่องเป็นบุญคุณล้นแล้วมันเป็นบุญคุณนั้นแล้วก็คิดดูพยายามฟังตามด้วยเหตุผลมันเป็นเรื่องที่ตัวเราเองเสียสละที่จริงควรพักแล้วควรหยุดแล้วแต่เราไม่พักแต่เราไม่หยุดก็สร้างสรรค์ต่ออีกไม่ได้สร้างสรรค์ให้แก่ตนเลยเหนื่อยและทุกข์ต่อไปอีกแต่เพื่อคนอื่นไม่มีใครหรอกที่เขาจะไม่เข้าใจว่าการเสียสละให้แก่ผู้อื่นอย่างนี้เป็นเรื่องเลวจะไปผลักจุดนี้ลงไปหาอกุศลไม่มีหรอก พะโล้มีน้อยในเรื่องมีน้อยมีแต่จะเอาเปรียบมีแต่จะเอารักมีแต่จะเห็นแก่ตัวมีแต่จะเอาเกินให้แก่ตัวนั่นต่างหากคือกิเลสมาล้างตอนนี้แหละล้างตัวตนตัวเห็นแก่ตัวนี่แหละล้างตัวนี้กันเพราะเมื่อจะมีผู้ใดที่จะมีสิ่งถ่วงผู้เสียสละเกินเนี่ยเป็นสิ่งถ่วงคนส่วนมากจะเห็นแก่ตัวคนที่จะเสียสละตัวถึงจะต้องมันไม่กลางมันไม่กลางอย่างที่ว่ามันไม่เป็นมัชฌิมาหรือว่ามันเกินไปแล้วก็ตามก็ต้องถือสิ่งนี้เป็นสัจจะเพราะเป็นสิ่งทวงไอ้สิ่งต้องเป็นตัวอย่างแต่สิ่งที่ต้องกระทำ จะทำให้ถ่วงดุลสิ่งอีกสิ่งหนึ่งที่คนมวลส่วนมากถือว่าอกุศลคนที่เอาเอาเปรียบเรารักหรือคนที่เห็นแก่ตัวถือว่าอกุศลเพราะคนที่เสียสละความเห็นแก่ตัวต้องถือว่ากุศลฝรั่งนี้จะเป็นหลักเทียบเคียงแต่มันยืนยันว่าอะไรดีเพราะบอกว่าที่มาก็เข้าใจกันยากเพราะที่มาก็เป็นแต่เพียงเราประมาณจะสูงสุดอีกคนถามเคยถามถามว่าจะเอาอะไรเป็นเรื่องเครื่องตัดสินว่าเป็นสิ่งที่ดีมันก็บอกว่าให้ใช้หลักเสียสละให้ใช้หลักไม่มีความเห็นแก่ตัวเสียสละสิ่งใดที่เป็นไปสิ่งใดที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่เสียสละเป็นสิ่งที่ไม่เห็นแก่ตัวสิ่งนั้นถือว่าเป็นดีก่อนถ้าเอาจุดนี้ให้เอาหลักนี้เป็นเครื่องตัดสินรอบสุดท้ายแล้วก็เอาหลักหมดตัวหมดตนและก็ไม่เห็นแก่ตัวแก่ตนไม่เหลือตัวไม่เหลือตนมีแต่เสียๆๆไม่ใช่ได้เพราะโลกเต็มไปด้วยความได้จะได้จะเอาแล้วก็ทวงหนี้อย่างนี้มือถือหลังมีแต่คนเห็นหลักนี้แล้วก็ฝึกตัวฝึกปรือกิเลสก็จะดีดสัตว์ตัวเองก็จะสบายคลายเบาบ้างปลดปล่อยมันมาหาที่ผ่านเออมันเป็นเครื่องสูงสุดอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของจุดหมายปลายทางหรือว่าเป็นเรื่องของจิต เส้นทางที่เราจะต้องทำความเข้าใจจริงๆฟังเป็นภาษาฟังอะไรก็ฟังไปแล้วเราก็จะต้องไปเทียบเคียงเราจะต้องไปศึกษาหัดฝึกอ่านดูแม้กระทั่งพิสูจน์ตนเองก็พิสูจน์ความจริงอย่างที่กล่าวแล้วมันไม่เที่ยงหรือมันจะเป็นไปก็เป็นไปเพราะการสังขารกันแม้แต่จิตมันว่างแล้วเนื้อกิเลสแล้วกิเลสไม่มีอยู่ได้นานๆจะนานแล้วจะให้จิตนี่มันเป็นสมถะแต่จิตมันวางเฉยเฉยนิ่งมันยังต้องฝึกเป็นสมถะหมดเรียกว่าเป็นสมถะหมดเป็นบทบาทของการฝึกให้แก่ตนถ้าไม่ฝึก แล้วไม่ค่อยได้นอนแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ซะเลยเป็นพระอรหันต์แล้วจะไม่รู้เฉยอยู่เดี๋ยวนี้ก็เห็นชัดแล้วแต่ใครจะมีอำนาจเจโตมากแค่ไหนใครจะมีอินทรีย์พละหรือใครจะมีนิสัยมีนิสัยของผู้ใดภาคอีสานของเจโตจะหยุดไปมากหน่อยนิสัยของปัญญาอยากหยุดไม่ให้ปรุงไม่อะไรเนี่ยยากกว่าแล้วไม่ได้นานเท่าถ้าเจ๊โตจะได้นานกว่าสาย 7 โซนจะหยุดเป็นนานกว่าระหว่างที่เป็นเป็นหลักธรรมดาถ้าเข้าใจดีแล้วมันไม่ใช่เรื่องน่าสงสัยอะไรเป็นเรื่องปกติแต่ทำได้เหมือนกันถ้าปัญญาจะฝึกให้เข้าใจโตก็ฝึกได้ โทรไม่ฝึกก็ไม่ได้นานเท่าปัญญาฝึกมันก็ได้เหมือนกันนั่นแหละถ้าจะกระทำแต่จะให้เจโตนี่มาขยันคิดมันไม่ค่อยคิดหรอกมันจะเอาอยู่มันก็มีความถนัดเอียงไปข้างนึงข้างนึงตามนิสัยตามจริตเพราะเราก็รู้ว่าถ้าเรารู้แล้วเราก็ต้องมาพยายามทำกลับปัญญาเข้ามาทำให้มันเป็นจริตแบบเปโตรใจโตก็มาทำให้เป็นจริงอย่างปัญญาในขนาดแต่ละขนาดหรือว่าในแต่ละครั้งที่เราเองเราไปถนัดอะไรก็ทำแล้วแต่คุณอะไรพอเวลาเรากลางๆไม่ใช่ว่าตัวเราเองจะเที่ยงกว่าเราเป็นตัวเจโตเรา ปัญญาแล้วก็จะหมุนเวียนหมุนเวียนตอนนี้เรามาใช้ปัญญามากตอนนี้เรามาใช้แต่เจโตมากมันจะหมุนเวียนไปกลับไปกลับมาได้เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดไม่เข้าใจว่ามันไม่ใช่ไปเกาะที่เจโตไม่ใช่ไปเกาะที่ปัญญาถ้าไม่เข้าใจผู้นั้นก็เพียงแต่ถ้าผู้เข้าใจแล้วไม่ใช่ไปเกาะเจโตไม่ใช่เกาะปัญญาต้องอาศัยกันและกันประมาณเท่าๆกันจะเป็นลักษณะใช้จิตเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ก็เป็นได้แต่เฉยจะวางก็วางได้จะคิดก็คิดได้แต่เป็นสมถะก็เป็นสมถะได้แต่ว่างจะสงบอยู่ก็สงบได้จะคิดจะนึกจะปรุงจะสร้างก็สร้างได้ เราก็จะต้องเข้าใจแล้วก็เขาดำเนินเพราะงั้นก็เพราะว่าผู้ใดที่เป็นจริตปัญญาแล้วก็มาหลงเจโตก็หยุดไปเหมือนกันพูดจะเป็นเจโตมาหลงปัญญาก็คิดฟุ้งซ่านแล้วก็เลยเถิดไปเหมือนกันแล้วก็ไปยึดความคิดยึดความที่เป็นปัญญาหลงไปทำอะไรเลยเถิดไปได้เหมือนกันพวกสายปัญญาได้แก่ตัวมาได้จิตตัวเองความหยุดความรักความสงบเลยเธอไปก็ได้เหมือนกันแต่ส่วนมากจะเป็นอย่างนั้นถ้าเมื่อมีความหลงผสมมันยินดีมันหลงเจโตไม่เคยพบซากพูดภาษาอีสาน สระผมเป็นภาษาอีสานภาษาภาคกลางจะเรียกว่าอะไรคือมันไม่เคยพบไม่เคยเห็นมันพอได้มาประสบพบเข้าแล้วโอ๊ยมันดีใจมันติดใจมันชื่นใจมันเพ้อไปเลยกับวันนั้นก็เลยเถิดไปติดหลงใหลเจโตไม่เคยเจอปัญญาได้ปัญญาติดปัญญาหลงปัญญาก็พาโดยทั่วไปปัญญาไม่เคยเจอเจโตมาเจอเจโตเลยเถิดไปไม่เคยเจอสงบจิตสงบหลงสงบเพ้อไปเลยเธอพาให้ออกนอกลู่นอกทางไปผู้ที่ไม่มีปัญญาจริงๆไม่มีความเก่งยอดจริงๆต้องเลยเถิดดูไม่น้อยก็มาเกือบทุกคน เลขที่นี่ไม่สังวรตอนไม่ระลึกรู้ตัวมันก็เป็นโมหะอยู่อย่างนั้นแหละไม่รู้จักเธอไปเขาจะต้องตรวจตนต้องรู้ให้ดีเจ๊โตก็คือไปหลงสมถะไปหลงหยุดไปหลงอะไรต่ออะไรของตัวเองที่มันหยุดมากไปเลยเถิดมากไปกายกรรมก็หยุดมากวจีกรรมก็หยุดมากมโนกรรมก็หยุดไปมากเมื่อทำมโนกรรมได้จนมโนกรรมประยุทธ์เลยเธอเสียมากทางส่วนเจโตหรือว่าส่วนที่หยุดปรุงไม่ได้มันไม่เคยพบไม่เคยเห็นพอมันได้ปัญญาล้มปัญญาแล้วเธอจะคิดมากถึงขั้นเป็นบ้าไปแล้วก็มีเลยเถิดเรียกว่าฟุ้งซ่านไม่เรียกว่าสติเฟื่องกลายเป็นคนสติเฟื่อง คนหลงปัญญากลายเป็นคนเพ้อไปเลอะเทอะเกินเลยเป็นคนเกินแล้วก็ไปยึดติดในปัญญาก็เป็นเป็นไปได้ถ้าไม่รู้ตัวถ้าไม่หมดโมหะถ้าไม่สำนึกสำเนียงสังวรก็ไม่กลับเขาจะต้องเราเข้าใจจิตตนเอามาหาจุดที่พอดีอย่าไปเลยเถิดเราก็ต้องรู้ว่าตัวเราเองเนี่ยทำอันนี้มันมากไปน้อยไปประมาณดูแล้วก็จะตรวจสอบจังหวะปานกลางเข้าตรวจโดยกรรมโดยกิริยาเอาอย่างเอาแบบผู้ที่เป็นไปโดยดีผู้ที่สูงกว่าผู้ที่รายได้กว่าก็ตรวจดูเมื่อมันหมดตัวตนมันหมดอัตราแล้วมันก็จะเห็นจะรู้มันจะเข้าใจออกประมาณ ปานกลางเป็นไปด้วยวันหนึ่งคืนหนึ่งมีพักมีเพียงเราไม่ทักเราไม่เปลี่ยนเป็นอย่างนี้น้อสลักตัวตนแล้วก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากกรรมมันโตกัมมันตะไม่มีอะไรนอกจากกรรมถ้าจะสรุปว่ากรรมเท่านั้นไปตัดเกิดขึ้นตามถนนตั้งอยู่กรรมเท่านั้นดับไปก็กรรมเป็นตัวกรรมกรรมจะเรียกว่ามันดีกว่ากรรมจะเรียกว่ามันชั่วก็กรรมจะได้ออกกรรมที่มันเป็นไม่ชั่วไม่ดีก็ทำอยู่ที่กรรมศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาแห่งกรรมไม่นิยมกรรมนี่แหละเป็นไฟกรรมไม่นิยมกำเนิดกรรมนี่แหละเที่ยงกว่าอะไรหมดกรรมนี่แหละมีเป็นจริงๆ อยากดูตั้งอยู่ดับอยู่ด้วยกันอาศัยอื่นๆอาศัยธาตุดินน้ำไฟลมอาศัยเมื่อไม่มีวิญญาณลงอย่างคลองมีรู้มีธาตุคุ้มครองอาศัยอันนั้นครองและก็เป็นไปพอถ้ารู้นี่มันเป็นปัญญาอันยอดมันก็ผลักเบนไปในกรรมที่ดีกรรมที่เหมาะสมตามที่ไม่ได้ยึดตัวยึดตนตามที่มีแต่สร้างสรรค์และก็ปล่อยก็วางเป็นการกระทำจะเฉยจะเป็นอัปยศจิตจะเป็นกุศลกรรมจะเป็นอกุศลกรรมอะไรเข้าใจอกุศลรู้พยายามใช้ปัญญาไม่เอาไม่ทำก็ทำอย่างกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอยู่ตลอดเวลา จะพักก็พักถ้าจะเสียสละถ้าจะอดทนข่มขืนจะเลยไปอีกแม้แต่พูดแล้วตอนต้นว่าแม้แต่ควรจะหยุดสักพักแล้วไม่หยุดไม่พักก็ยังขยันต่อไปอีกเลยไปอีกก็ยังทำก็ยังทำถ้าเห็นสมในโอกาสในจังหวะที่ควรจะเสียสละอันนี้ก็ทำตามควรตามเหมาะจริงๆเห็นว่าเป็นไปแล้วมันก็เสียไปว่าเสียสละบ้างก็ต้องทำเพราะกรรมนี่เป็นตัวที่สำคัญเหลือเกินเคยเน้นให้ฟังเคยบอกเคยยืนยันว่าไม่มีอะไรในตัวมนุษย์นี่มันก็เป็นแต่เพียงอุปกรณ์ องค์ประกอบของสังขารมันเป็นความประชุมองค์ประกอบของความประชุมทั้งร่างกายและวิญญาณนี้จะได้มีอะไรเพราะตัววิญญาณตัวรู้ธาตุรู้นี่แหละตัวสำคัญถ้ามันไม่เป็นปัญญาที่เข้าใจเป็นอริยะสูงสุดอรหันต์สูงสุดแล้วมันก็จะทำเพื่อตัวเพื่อตนแล้วมันก็จะกลายเป็นแท่งหนักมันจะกลายเป็นตัวที่จะต้องคอยเป็นภาระต้องบริการมันต้องให้มันจูงดึงไปมากแต่ถ้าไม่แล้วโอ้ยสบายไม่จำเป็นเครื่องกลมันจะเป็นตัวงานมันจะเป็นตัวจับมันจะเป็นอะไรก็เป็นไปตามที่เราเองเราให้มันเป็นแล้วก็พักก็เพียงพอสมควรมาให้มันทุกคนละภาค ลำบากอาพาธจนเจ็บจนป่วยจนเปรี้ยจนน้อยจนตกต่ำซึมไปจนเกินไปมันก็อยู่ไปก็เดินทางไปสู่หลุมฝังศพก็เป็นไปเพราะเราก็อยู่อย่างรู้ก็อยู่อย่างถ้าเผื่อว่าเราจะตายเพราะง่อยเปลี่ยนเฉยหยุดไม่มีการงานมันก็ตายจะทำให้เครื่องมันทำงานมากเกินไปมันก็ตายแต่ส่วนเกินถ้าไม่ทำเกินไปก็ตายเร็วเหมือนกันทำมากเกินไปก็ตายเร็วเหมือนกันมันก็เอา 2 ส่วนนี้มาเปรียบเทียบกันแล้วทำมากเกินไปตายมัน ค่ากว่าเพราะมันยังมีสิ่งที่สืบโยงเป็นการสร้างสรรค์มีอะไรต่อไปถ้ามากเกินไปตายยังดีกว่าที่จะหยุดไม่ทำให้มันง่อยเปลี้ยให้มันเป็นอัมพาตให้มันนิ่งหยุดตายมันดีกว่าจริงๆเพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นตัวสุดท้ายพระพุทธเจ้าเสด็จยืนยันว่าทำถ้าทำการงานมีงานดีกว่าไม่มีงานดีกว่าเฉยๆการงานจึงเป็นปลายและนี่นี่ก็วิเคราะห์ให้ฟังโดยหลักโดยฐานโดยจุดที่ชี้ให้เห็นว่าสัมมากัมมันตะหรือสัมมาทั้งหมดชี้ให้ฟังและถ้าเรายังมีชี ดัมมี่ 8 อยู่ในจุดจุดกลางนี่ชี้ลงมากรรมการงานหรือชีวะนี้ทั้งตัว 2 ตัวนี้ไม่ได้หมายความว่าหยุด 2 ตัวนี้จะเป็นตัวการงานสัมมาอาชีวะสัมมากัมมันตะกัมมันตะต่อการงานอาชีวะแผ่นดินด๊อกแด๊กอยู่มันมีชีวิตชีวาอยู่นะมันไม่ใช่สัตว์ตายสัตว์มีชีวิตเมื่อมีชีวิตมันก็มีการงานทั้ง 2 ตัวมันไม่ได้บอกว่าตัวหยุดมันไม่ได้บอกว่าตัวตายมันไม่บอกว่าตรวจศูนย์ไม่ได้บอกตัวสูงแต่เป็นตัวจริงอย่างนี้เราก็จะต้องพยายาม ทำความเข้าใจให้เห็นว่าประโยชน์ในโลกเมื่อหมดตัวตนแล้วก็มีแต่ตัวประโยชน์การงานของเราก็เป็นไปเป็นแต่เพียงเราพยายามดูอย่าให้มันอาพาธอับๆๆอย่าพลาดอย่าไปป่วยอย่าให้มันถึงทรุดป่วยทรุดเจ็บอย่าให้มันเลยเถิดไปจนกระทั่งเราไม่ไหวแล้วดึงไม่ขึ้นแล้วป่วยเจ็บแล้วก็จะย้อนหลังไปแล้วก็ต้องรู้แต่แม้จะปวดปวดเจ็บๆปวดๆไอ้โน่นไอ้นี่มากๆเล็กๆน้อยๆประเดี๋ยวมันก็หายแต่เดี๋ยวมันก็ไม่มีอะไรมากเราก็ยังทำเลยแล้วก็ยังเป็นไปได้เลยพอได้เลยอย่าให้มันถึง ถ้าจะเอาความหมายหมายความว่าอัตราการยิ่งกว่าอับราฮัมแปลว่าเจ็บป่วยอัปปาต่างๆอย่าให้บกพร่องอย่าให้มันเสื่อมไปจนกระทั่งถึงขอบเขตเลยเถิดไปเสื่อมเราไม่แปลภาษายกเว้นแปลว่าบกพร่องเลยก็หมายความว่าบกพร่องรอบแหละขาดรอบขาดสวนสัตว์อะไรต่ออะไรที่สำคัญลงไปแล้วอย่าให้ไปถึงอย่างนั้นกลายเป็นส่วนบกพร่องเป็นส่วนเสื่อมสมรรถภาพเป็นส่วนที่รถถอยอย่าให้ถึงอย่างไรเพราะเราก็ดูแต่ว่าเอาปลาต่างๆนี่ก็แค่มันก็ ขาดไปนิดนึงอะไรเนี่ยเขาเรียกว่าขับต้องยกเว้นอนาคตก็ยกไปยกไว้เว้นไว้อย่างนี้ก็น้อยหน้าเจอไปนิดนึงขาดไปหน่อยนึงก็แปลเอาปลาต่างๆว่าเคยชนิดขาดไปหน่อยเพราะฉะนั้นก็กลับมาแปลอาภาพว่าถึงขั้นเจ็บป่วยทรุดโทรมก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเพราะเราจะเอาความหมายอาฆาตเป็นเจ็บป่วยอับปลาต่างๆอัปปาทำไปเจ็บป่วยอัปปาตามกรรมไปว่าขาดตกยกเว้นก็พยายามระมัดระวังตัวตนนั่นแหละมันจะเลยไปเป็นอาภาพภาพผู้ใดไม่เป็นเลยไปเป็นอาภาพก็จะบริบูรณ์อยู่คล่องแคล่วเป็นระบบฐานนางเป็นพลังเป็น ผาสุกวิหารรักเป็นสภาพที่เป็นอยู่ผาสุขแต่ก็มีกำลังมีความคล่องแคล่วพลังนี่ก็เป็นเจโตลหุฐานะเป็นปัญญานะแล้วสุดท้ายนางคือมันเดินไปจากอยู่คล่องแคล่วเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยมีสภาพท่ารู้ที่จะกระทำอยู่พลังก็เป็นตัวเป็นตัวใหญ่โตฟังดูคิดดูสรุปรวมดูมันมีปัญญาแต่ใจโต 2 ตัวนี้ลงท้ายมันมีอย่างนี้ปรับลงไปได้อุปสรรคได้เสมอถ้าเราเข้าใจได้ยานเข้าใจด้วยปัญญาลึกซึ้งอันนี้ก็จะเอาออกมาเล่าพิสดารหรือว่าบอกรายละเอียด อะไรๆของจิตของสิ่งที่ควรวิเคราะห์วิจัยสู่ฟังว่าอะไรอย่างไรทิศไหนที่เราควรเป็นคนไปเราควรรู้แล้วก็พยายามทำตนให้มันเข้าสู่ทิศทางนั้นเราก็จะสบายแล้วเราจะหมดสงสัยว่าสงสัยชีวิตมันไม่มีอะไรน่าสงสัยหรอกมันก็อยู่ไปอย่างแท้จริงแล้วก็ปรับปรุงเราเองเข้าใจแล้วแล้วเราก็ยังทำไม่ได้เราก็ทำพากเพียรอุตสาหะไปก็ทำไปมันก็จะง่ายขึ้นเป็นปฏิเสธเวลาที่วาสนาวิโนนาภาวนาเป็นไปได้ด้วยจริงๆพิสูจน์คนพิสูจน์โดยธรรมะพระพุทธเจ้าจึงพิสูจน์ยิ่งเห็นจริงยิ่งเห็นจังยิ่งเข้าใจยิ่งเป็นจริงเราจะไม่สงสัยเลยว่าความประเสริฐคืออะไรแค่ไหนความจริงใจคือแค่ไหนความหลบๆซ่อนๆของจิตเราคือแค่ไหนความสะอาด ผู้หญิงมีปัญญาฉลาดแล้วก็จะรู้ทีนี้มันเป็นยังไงมันจะอายต่อบาปมันจะละอายมันจะเกรงกลัวต่อบาปมันจะเป็นยังไงมันจะซื่อตรงต่อเพราะอุปสรรคต่อความเป็นจริงทั้งหลายทั้งปวงเป็นยังไงเราจะรู้เราเข้าใจอย่าเข้าใจแล้วเรายิ่งจะมีสติอันเต็มมีสติมีวิริยะมีสติมีปัญญามันเต็มมีฌานอันเต็มอยู่ด้วยฌานทั้ง 4 เป็นเครื่องเคียงมีวิมุตเป็นกำลังรองเป็นไปด้วยกันสุดท้ายก็มีแต่ชานกับวิมุตเป็นไปได้ชาญมีวิตกวิจารณ์มีปิติมีสุขมีอุเบกขาเป็นจิตธรรมวิหารแล้วเราก็มีสันตะวิหาร มดมีสภาพอากาศที่เรารู้มีธาตุรู้มีวิญญาณธาตุมีอากินจรรยารักษาดูแลไม่ประมาทพระพุทธเจ้าไม่ให้ประมาทแม้แต่พระอาจเสียค่าภาษีหน้าศพคือพระอรหันต์อย่าประมาทที่อยู่กับโลกเขาก็อย่าประมาทท่านเตือนระวังนะลาภยศสรรเสริญเสียงเยินยอหาลาภสักการะเสียงเยินยอเป็นอันตรายอันแสนเผ็ดต่อแม้สักวินาทีท่านต่อหมดและเป็นอันตรายแต่ติดต่อภิกษุต่อสมรรถนะแต่ละระดับมาทั้งนั้นจนกระทั่งสุดท้ายท่านก็บอกแม้แต่ชี้หน้าศพก็อย่าไปประมาทเป็นอันขาดครั้งได้เพราะจึงจะมีสติสัมปชัญญะรู้อยู่ดูอยู่ อยู่อยากให้เผลออย่าให้เผลออยากให้พลาดอย่าให้พลาดไม่งามเพราะพวกนี้มันมีกำลังโดยธรรมลาบมีกำลังโดยธรรมยศมีกำลังโดยธรรมสรรเสริญมีกำลังโดยธรรมโลกียสุขที่มันทำอยู่มันมีบทบาทอยู่ทุกวันไม่มีอำนาจมันมีกำลังมันมีฤทธิ์อยู่โดยธรรมมันมีนะมันมีฤทธิ์มันมีอำนาจเพราะเราเองเราต้องไม่ประมาทพระอรหันต์จึงไม่ใช่ผู้ประมาทไม่ประมาทจะต้องมีสติสัมปชัญญะจะต้องตรวจจะต้องตราจะต้องพยายามระมัดระวังคอยสำรวจสังวรอยู่เป็นปกติเป็นอัตโนมัติรู้เท่าทันอยู่ไหววัดอยู่มีปฏิภาณอยู่จริงๆเลยไม่เผลอฝ่ายไม่ปล่อยปละละเลยไม่ทำอะไรให้เอียง ความประมาทจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ห
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive