220203-2-024 ทางเอกภาค2-ตอน024(หน้า045)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 11 หน้า 45 ที่พุทธสถานสันติอโศกทำสงครามวัดผู้ใหญ่เข้ามาแล้วก็เข้ามาแล้วก็จะมีการกล่าวกันก่อนที่เราปรารถนา เพลงกราบแล้วก็หน้ากากไปเรื่อยๆตามระดับอันนี้เราเรียกว่ากราบในที่ประชุมเขาทำวัตรของเราเรามีอยู่ที่เราทำอยู่ประจำก็มีคำว่าประจำหรือจิตวัดของเรานี่ก็มีนี่แหละเท้าลงสวดมนต์ด้วยลงบรรยายก็เช้าฉันอาหารแล้วก็กราบกันอาจจะหาก็อย่างที่เรากล่าวนั่นแหละไปตามรูปตามอะไรต่ออะไรเพราะว่าเราจะใช้เราจะมีรูปแบบและจะมีการฝึกอบรมการฝากเงินแล้วก็กล่าวทีนี้ นอกนั้นในการลงธรรมวัดหรือการที่จะฉันอาหารนั้นก็ตามจะเคารพคารวะกันมาเจอกันหรือมาหลายเรื่องก็เรื่องก็เรื่องของคารวะเคารพกันจะมาเจอกันนั่นแหละเราไม่ทำไม่ทำถือว่าให้เกียรติผู้เป็นผู้ใหญ่ที่เข้ามาในสถานที่และกล่าวต่อไปกราบประมาณ 3% ถ้าผู้ใดจะกล่าวก็กราบก่อน ปราบกันก็กราบก่อนเดี๋ยวก็ได้กราบเองผู้ใหญ่นั่นเดี๋ยวก็ได้กราบท่านได้ข่าวว่าถ้าไม่ได้คารวะตอนนั้นจะคารวะตอนก่อนเมื่อก่อนก็มาคารวะตอนก่อนมาก่อนก็แล้วไปไม่ทันคารวะตอนก่อนมาแล้วจะเป็นภาวะผู้ใหญ่กันเลยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ท่านผู้ใหญ่เข้ามาแล้วก็แม้แต่ยังไม่ได้กราบคารวะเพื่อนๆพี่ๆอะไรก็ไม่ต้องกราบท่านผู้ใหญ่เข้ามาในที่นั้นแล้วไม่เอาคือยังไงก็ไม่ทำการจะกราบคารวะออกทีเดียวแต่ว่า ตอนนี้อาทิตย์นี้ยิ่งคารวะในที่อย่างในที่อื่นนอกจากติดวัดของเรานี่คือการทำวัดฉันอาหารเช้าเราไม่ทำเลยในการที่จะกราบซ้ำกราบซ้อนกลับทีเดียวกลับผู้ใหญ่เมื่อเป็นการประชุมในเมืองมีประธานาธิบดีประชุมหรือผู้ใหญ่ประชุมเข้ามาจะคารวะคารวะผู้ใหญ่นั้นทีเดียวไม่ว่าจะเป็นใครไม่ว่าจะชั้นไหนเช่นเวลาสำคัญก็เข้าที่สถานการณ์แล้วแต่ทีเดียวแม้เราจะมีไม่พร้อมกัน ถนนพระรา
อ่านต่อ
ม 3 ก่อนแล้วก็ค่อยเป็นเณรแล้วก็ค่อยเป็นหน้าค่อยไปปะในระดับระดับกันกราบคนละครั้งก็ทีเดียวไม่ๆๆเป็นว่าพอพระกราบผู้ประสานแล้วเณรก็กราบผู้ประทานแล้วก็หันมากราบพระหมู่อีกไม่ต้องมารู้ว่าหน้าหันมากราบกราบพระอุปชา การให้ให้เกียรติแก่ที่ประชุมองค์ประชุมนั้นเราไม่ใช่ไปทำกิจวัตรมันจะเพียงพอเล่าเราจะต้องรู้ว่านั่นเป็นห้องประชุมการกระทำอย่างนั้นก็คือการทำงานไม่งั้นไม่งั้นคนอื่นเขาเขาก็อยู่ใช้อย่างนี่คือการคารวะที่เราต้องรู้อีกอันนึงก็เวลาเข้าบ้านเข้าไปในบ้านที่ไม่ใช่อะไรต่ออะไรของเรานี่ก็ไม่ต้องไปกราบอะไรกันให้มันเต็มที่คือเพลงอะไรกันบ้างถ้าเขาว่าถ้าสมมุติเราเคยบอกอะไร ชาวบ้านเขาบ้างเพราะว่าตามที่รู้สึกแล้วชาวบ้านก็ไม่มีเดี๋ยวนี้กราบให้เป็นชาวบ้านกราบพระไม่เป็นไรรับนิมนต์ไปที่มาเข้าในบ้านด้วยอะไรไม่กล่าวหรือเปล่าพวกเราไม่เป็นอย่าว่าแต่ชาวบ้านเลยแม้แต่พระในวัดเองในนี้ก็กราบไม่เป็นเป็นจ้างเขาประดิษฐ์อะไรก็ได้ไม่เป็นแล้วไม่รู้จะคารวะไม่มีจิตใจและเมื่อนอกจากไม่มีจิตแล้วกายมันก็ไม่มีมันมีทั้งกายที่เราจะต้องจำเป็นต้องดึงขึ้นหรือว่าต้องเป็นต้องจูงนำมันก็ทำให้เขาเพราะฉะนั้นในขั้นหน้าขั้นกว่าและเข้าไปในบ้านจะไปชั้น 5 เสร็จแล้ว นำครับก็ไม่ต้องไปมากมายอะไรเราก็มีฉันแค่ชอบ 2 ชั้นแต่ชั้นนอกชั้นกลับพร้อมกันต่อไปมีไปด้วยนะไม่มีปะไปด้วย 32 ชั้นน่ะกลับก่อนหน่อยนึงแล้วก็ตามถ้าเขาเห็นเป็นชั้นเชิงให้เห็นลำดับให้เห็นการมีขั้นมีตอนไม่งั้นมันปนมั่วจริงอยู่ในทุกอย่างมันเราต้องการการเสมอแต่ในความเสมอนั้นต้องมีระดับเพราะทุกอย่างในโลกนี้มันซ้ำซ้อนอย่างนั้นไม่มีอะไรเท่ากันในโลกนอกจากศูนย์เมตตาความไม่มีเท่านั้นที่เท่ากันเราคนนั้นไม่มีอะไรเท่ากันเริ่มต้นมี 2 มีอะไรเท่ากันจะมีเพศเริ่มต้นมี 2 และต้องมีเพศมีราคะมันจะมีความแตกต่างกันอยู่เสมอมันยิ่งละเอียดมันยิ่งรู้ความแตกต่างได้ยากแล้วเราก็มีมีความมุ่งหมายและทำประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเป็นพอควรอะไรมากไปตัดอะไรน้อยไปก็เติมแต่พอปรับปรุงไปถ้าเรามาทำวัดกันต่อถึงหน้า 45 ถ้าเรากำลังจะเริ่มต้นถึงเรื่องที่จะอธิบาย ที่มันเป็นสภาพรอบเชิงซ้อนในคำอธิบายซึ่งมันไม่มีเหลื่อมมีซ้ำซ้อนกันอยู่ที่ใช้ภาษาเรียกแล้วมันก็ยังยังมีปนปนกันกลับไปกลับมาเช่นว่าภาษาเรียกท่านบอกว่าตามมาว่าจรและนาฬิกามาไว้ตอนนั้นเป็นอดีตเป็นจิตที่ไม่มีเหตุแต่ยังไม่ถือว่าเป็นเหตุถ้ายังไม่มียังไม่ถือว่าเป็นจิตที่สุดท้ายถึงขั้นโสธรแต่ก็มาเรียกกันว่าเป็นสิทธิ์ของพระอรหันต์อธิบายจิตของพระอรหันต์เช่นว่า ดวงที่เรียกชื่อว่าโสมนัสสหัสสะสิทธิ์ตกปลาใช้จิตตังมีเป็นชื่อเป็นชื่อจิตลักษณะหนึ่งของจิตของเขาหลายๆดวงชื่อลักษณะจิตอย่างนี้ไม่มีเป็นต้นบอกว่านี่ก็เป็นจิตของพระอรหันต์แต่อยู่ในอดีตจุกจิกอยู่ในกามาวจรอยู่ในภพกามแต่บางทีเราฟังภาษาอะไรบอกว่าเอ๊ะทำไมพระอรหันต์จิตของพระอรหันต์มาอยู่ในกามมันอยู่ในภพกามและไม่อยู่แล้วเป็นจิตก็เห็นทุกข์กับจิตด้วยเป็นจิตที่ยังไม่รู้เหตุหรือไม่มีเหตุทำไมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เป็นต้นมันก็ชวนให้สงสัยเราพูดไม่แจ้งจริงใน วัดสามหรือคัมภีร์ราพาโสในวงเล็บสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนคำว่าปริวัตร 3 คดีอันนี้หมายความในภาษาไทยว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเกินกี่ชั้นเชิงที่ซ้ำซ้อนเข้าไปอย่างลึกซึ้งปฏิวัติ 3 ก็ตามพอดีว่าสามีอาการก้าวอาการ 12 อะไรพวกนี้มันยิ่งมีอะไรต่ออะไรก็ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์มาขยายแล้วก็มีทั้งรอบนอกในอะไรเนี่ยมันซับซ้อนซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจความสัมพันธ์พรุ่งนี้ให้ได้อาจจะเข้าใจไม่ได้เลยจริงๆถ้าพูดไม่แจ้งจริงในสภาพแวดล้อม จะเข้าใจไม่ได้เลยจริงๆเพราะมันสลับซับซ้อนจริงๆไอ้เหี้ยตุ๊กกะกิริยาจิตนี้มันเป็นขั้นปลายขั้นลึกสุดจนต้องปล่อยมันก่อนหรือต้องนับว่ามันไม่ทำอะไรให้เราทุกข์หรอกแต่มันก็ยังไม่ใช่ความหยุดยังไม่ใช่ความดับสนิทจนไม่มีกิริยาอะไรอาการแท้ๆอยู่นั่นเองนะเราจึงจะต้องพยายามดับมันให้มีกิริยาที่สงบที่หยุดที่นิ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ดังนั้นพระอริยเจ้ายิ่งชั้นสูงจึงยิ่งหัวเราะน้อยลงน้อยลงและแสดงกิริยายิ้มอย่างสงบยิ่ง ดูเล็บแต่ไม่ใช่เครียดจนที่สุดก็มีแต่ยิ้มเบิกบานสดใสยิ้มในหน้ายิ้มเห็นไรฟันหรืออย่างมากสุดก็หัวเราะมีเสียงน้อยๆซึ่งก่อนนานๆมากจะมีสักครั้งเท่านั้นและที่เป็นอยากแสดงความมีรสชาติสูงสุดของจิตก็เป็นความจริงแต่ก็ยังมีชาติเห็นได้ไหมเอ่ยอันนี้ลองเทียบดูอารมณ์ลองเทียบดูอาการสภาวะธรรมพระอริยเจ้ารู้ว่านักปฏิบัติธรรมเมื่อถึง โรคจิตในจิตเข้าใจเรื่องของอิจฉาลมอนิจจาลมเข้าใจหรืออารมณ์ชอบใจชื่นใจกับอารมณ์ที่ไม่ชอบใจไม่ชื่นใจเมื่อเข้าใจอย่างดีขึ้นมาแล้วถึงขั้นพระอริยเจ้าถ้าบอกว่าขั้นโสดาสกิทาก็ไม่เป็นไรก็จะไม่พิถีพิถันอะไรนักกับเรื่องของการหัวเราะหัวเราะรู้เรื่องของประสิทธิภาพด้วยความยิ้มแย้มด้วยความรื่นเริงร่าเริงล่าช้าจากพระโสดาบันพระโสดายังไม่ค่อยเข้าอันเท่าไหร่หรอกยังเป็นไปโดยรสชาติธรรมดาอยู่บ้างและเศรษฐกิจทางก็มีปัญญาเรียนรู้ก็จะก็จะระมัดระวังขึ้นถ้าไม่ได้เรียนรู้มันก็จะลดถอยเองตามธรรม ไม่ได้มีอาการที่เรียกว่ายินดีกับโลกหรือว่าอะไรต่ออะไรมากมายแล้วก็จะรู้สึกว่าเราไม่มีสภาพที่ต้องไปที่ยินดียินร้ายอะไรมากมายต่อโลกแม้ฉันอยากฉันระบายมุกฉันลาภยศหรือแม้แต่ฉันถูกลบกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรขึ้นมาแล้วจิตมันก็จะไม่ตื่นเต้นอะไรมากมายเพราะฉะนั้นในการที่จะเสด็จเดี๋ยวก็จะต้องวูบวาบวูบวาบซู่ซ่าจะได้เจริญอะไรมากมายนักมันก็จะไม่นะมันจะไม่จนจะกลายเป็นว่าพระสกิทาคามีเมื่อจะเข้าหาอนาคต คือเป็นอีกที่หนึ่งเลยกลายเป็นมิจฉาทิฐิไปกลายเป็นว่าเราจะต้องขรึมต้องสงบเข้าใจคำสงบว่าหยุดเฉยเมยนิ่งเฉยนี่มันเป็นได้กลายเป็นมิจฉาทิฐิกลายเป็นเข้าใจผิดไปเลยว่าจะต้องหยุดตายงานนี้ฟังให้ดีเป็นมิจฉาทิฐิกับลักษณะนั้นลักษณะบอกแล้วว่าตัวจบพระไม่ใช่มันตีย้อนกลับไปนิดนึงเฉยๆหยุดจิตวางต้องเข้าหาจิตคิดหวังจิตปล่อยแต่รูปสมมุติมันเป็นสิ่งที่เราจะต้องคํานึงอีกว่ารูปก็รู้นะเรื่องจิตก็เจ็บแต่อนุโลมก็อนุโลมเราปฏิสันถาร ว่าเราทำความสัมพันธ์ไม่ใช่ความแตกแยกเราก็ต้องรู้เราไม่แล้วในส่วนหนึ่งยิ่งเราไม่ในเรื่องโลกโลกก็จะต้องวุ่นวายกันเขาจะยินดีปรีดาในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเราเองเราไม่ยินดีแล้วเมื่อจิตเราไม่ยินดีแล้วเราก็จะต้องให้ลูกมีประสานเขาเราก็อยู่กับลูกเขานะอยู่กับลูกก็เป็นเสียงสัมผัสนี่แหละอยู่อย่างประสานมีปฏิสันถารมีความสำคัญเราไม่รังเกียจหรอกแต่ใจเราวางของเราของเรามันเป็นของเราเองใจเราไม่เอายังไงใจเราก็ไม่เอาใจเราไม่ได้ไปดูไปเกี่ยวแต่เขารูปนอกก็ต้องเกี่ยวเขาด้วยหรือว่าไม่แตกแยกไม่ทำความสะอาดหมาเมินอะไรจนเกินไปนอกจากบางกรณี ที่เราจะต้องแสดงให้ชัดว่าเราจะต้องล้างมือนะรายนี้รู้แล้วว่าข้างในใจสัมพันธ์กันอยู่จะมีส่วนใดสำคัญส่วนหนึ่งในใจสัมพันธ์กันอยู่เป็นศรัทธาเป็นเลื่อมใสเป็นรู้ว่าอันนี้ไม่มีอะไรหรอกต้องเป็นหมู่เดียวกันแน่ๆแต่ข้างนอกมันทำรูปแบบอีกอันนึงเพื่อที่จะเห็นว่าตับนะแยกนะพรากนะไม่สำคัญนะอันนั้นก็เป็นนัยยะที่ซับซ้อนและมีเจตนาเพราะเราจะเจตนาตัดเป็น 7 เจตนาเชื่อมเจตนาต่อหรือเจตนาตัดต้องดูให้ดีต้องมีปัญญารู้รายละเอียดแต่ถ้าเราจะเจตนาตัดจริงใจเราก็ตัดด้วยแต่ว่าเราตอนนี้เราเจตนาจะตัดให้เห็นชัดสำหรับพรุ่งนี้เรารู้ ความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งศรัทธาเลื่อมใสความเกี่ยวกับส่วนหนึ่งเยื่อใยที่บันทึกจากนั้นก็ตัดไม่ขาดหรอกทำแรงได้เราก็จะต้องตัดให้เห็นตัดให้ดูให้เกิดอาการให้เกิดสภาพที่เรียกว่ากระทำให้เห็นว่านี่เป็นนัยยะที่จะต้องตัดแต่เราก็ต้องเจ้าภาพที่จะต้องต่อเราก็ต้องมีถ้าเผื่อว่านี้เราตัดแล้วล่ะส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งมันไม่ดีเราก็ต้องต่อไว้ให้มันเป็นสภาพสัมพันธ์แล้วก็ต้องรู้สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องลึกซึ้งซึ่งพยายามอธิบายอธิบายระดับมาเรื่อยๆเห็นทุกอย่างมันเหมือนกันของหลอกมันเหมือนกระไม่จริงไม่ แล้วที่จริงมันก็จริงคือไม่เที่ยงหรอกเป็นสภาพแล้วก็แล้วทำไมตีกลับแล้วทำไมทำคืนไปอย่างนั้นมันจะเป็นลักษณะอย่างนี้เสมอเพราะว่าตัวจบจริงๆก็เหมือนเคยคล้ายๆกับภาษาเซ็นไม่มีหรอกแต่มีนะมีอยู่นะแต่ไม่มีอะไรมือภาษาเซ็นชื่อเราจะรู้ความหมายโดยภาษาบอกไม่ได้เพราะเราหมายอะไรมีแต่กุศลเป็นที่สุดมีแต่ความเข้าใจเป็นที่สุดมีแต่ความรู้เป็นวิชาเป็นความรู้ยิ่งเป็นความรู้ยอดจบอยู่ในเจตนารมณ์ที่ดีที่สุดจะปล่อยจะวางจะสัมพันธ์จะปรับจะต่อจึงรู้จักที่ต่ำรู้จักที่ต่อที่สุดอันมีประโยชน์ รายการหัวเราะแม้แต่หัวเราะยิ้มแย้มเนี่ยถ้าเข้าใจไม่ถูกเป็นมิจฉาทิฐิไปมันก็ไปเลยบางคนจะต้องฝึกแม้เป็นพระอนาคามีแล้วก็ต้องฝึกหัวเราะมากไปไม่เคยรู้ขนาดมันเอาแต่ความเคยคุ้นเอาแต่ความเคยเป็นมาตามสัญชาตญาณพออะไรนิดอะไรหน่อยแต่ก็อึดอัดอึดอัดใจแต่มันไม่ใช่เรื่องของสมาคมสมณศักดิ์มันโตสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะอะไรถ้าเป็นเรื่องที่จะต้องปรับใช้เคียววัดหัวเราะคำแบ่งออกเป็นเดี๋ยวนี้มีบอกไว้ทุกระดับ ในระดับน้ำระดับนี้เราก็จะต้องควบคุมเราก็จะต้องระวังรักษาให้ดูว่ามันเหมาะสมส่วนอันนั้นอันนี้ในขณะนี้ก็บอกที่ปลายแล้วว่าถ้าพระอริยเจ้าฉันยิ่งสูงขึ้นก็จะหัวเราะน้อยลงน้อยลงคำว่าหัวเราะกับยิ้มนี่ต่างกันนะหัวเราะคือมีเสียงออกมามีลูกคลื่นออกมาเลยเออๆๆอะไรออกมาได้เลยแล้วก็หัวเราะฟังดีๆนะนี่แยกคำว่าหัวเราะกับยิ้มแย้มให้ฟังถ้าเรียกเจ้าหญิงชั้นสูงยิ่งหัวเราะน้อยลงจนกระทั่งจะว่าไม่มีหัวเราะเลยก็แทบจะได้ไม่มีหัวเราะจะมีอย่างสูงที่สุดที่อนุโลมก็อาจจะมีบ้างนานๆครั้งหรืออะไรเนี่ยมีเสียงน้อยๆอย่างนี้บอกไว้หมดแล้วอย่าง เดี๋ยวก็หัวเราะมีเสียงน้อยๆซึ่งก็นานๆมากจะมีสักครั้งเท่านั้นนอกนั้นก็จะมีแต่เบิกบานสดใสเพราะว่าเบิกบานสดใสนี่ก็หมายความว่าเป็นรูปที่เราจะต้องรู้ว่าเบิกบานแจ่มใสหน้าตาเบิกบานแจ่มใสบางคนจะอยู่ในขนาดไหนยิ้มในหน้าคำว่ายิ้มในหน้าก็มันก็เป็นสภาพนี้ก็ลองประมาณดูว่ามีชั้นเชิงมีชั้นตอนยิ้มเห็นไรฟันแล้วก็สูงขึ้นจนกระทั่งเปิดปากยิ้มร่านั่นแหละยิ้มอย่างมากอย่างกว้างแล้วแต่จริงๆอย่างมากจนกว่ามันก็เป็นมากมันก็คงจะไม่ยิ้มอย่างเกินไปยิ้ม 32 ที่เราเคยว่ากันบางทีเราก็ยิ้ม 32 เลย เราก็ควรจะรู้ว่าไอ้นั่นมากไปแล้วนะเขายิ้มยิ้มเห็นไรฟันแล้วยิ้มเปิดกว้างอะไรพอสมควรควรจะมีที่สุดทำให้ควายมันไหม้ทีนี้มันจะมีไปมากก็เป็นไปได้ถึงแม้กระทั่งวันนอกจากยิ้มแล้วมันก็จะเป็นเชิงหัวเราะมีเสียงน้อยๆซึ่งจะน้อยน้อยมากมันจะมีสติมันจะรู้ว่าทำไมมันออกไปทำไมหัวเราะออกไปมากๆนอกจากว่ามันมีสภาพที่จะบอกว่าเราเอาโดยรวมมากไปตามแล้วก็เกิดบ้างครั้งนานครั้งแล้วก็อีกเรื่องนึงเพราะว่าไอ้เรื่องของนานครั้งหรือว่าอนุโลมยกเว้นไอ้พวก exception อะไรแถมอะไรพวกนี้เราก็น่าจะรู้ว่ามัน กระเดื่อง John ไม่ใช่เรื่องจริงเป็นเรื่องจอห์นซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังมีสติสัมปชัญญะทำให้คุณก็ตัดเสียแล้วเพราะฉะนั้นยิ่งเชื้อกามกิจที่ลึกละเอียดเป็นขั้นอาสวะขั้นอนุสัยสุดยอดชั้นปลายจึงนับเป็นรูปคือถ้าไม่เห็นร่องเห็นรอยเลยจริงๆมันยิ่งไม่รู้ไม่เห็นได้ง่ายๆกันเลยแหละจนพูดยังไม่รู้ก็ต้องนับว่าเป็นของดีเจริญต้องยึดเป็นหลักยึดเป็นฐานยึดเป็นพื้นแห่งจิตไปซะก่อนเป็นพวกแพ้สำหรับคนยังไม่แกร่งกล้าเพราะนี่เราก็ต้องเข้าใจถาม ฐานะของตนผู้ที่เป็นพระโยคาวจรฝึกหัดอยู่ในขนาดขั้นนั้นขั้นนี้ยังไม่ใช่คันที่จะต้องไปกังวลขั้นสูงเราก็ทิ้งไว้ทุกข์กับจิตเออช่างเถอะอันนี้เราเข้าใจแล้วมันไปชาร์จแล้วดับฐานสูงฐานเรายังไม่ต้องถึงขนาดนั้นเรายังไม่ต้องทำเราก็จะได้รู้ว่าเรายังไม่ต้องทำมันเชื้อกาวมาติดตามการบางอย่างเขาก็รู้อยู่ว่าเป็นชั่วคราวนะแต่ว่าเป็นขั้นสูงอยู่เป็นอันลึกอันละเอียดเป็นขั้นอาสวะการอนุสัยขาดรูปแล้วเราก็จะต้องปล่อยไว้ก่อนหรือบางทีก็แถบไม่เห็นต้องเห็นรอยเลยแหละมันเป็นเรื่องละเอียดถ้าเราก็จะวางไว้ก่อนเพราะว่าจะโมเมนับว่าเป็นเหมือนของดีไว้ก่อนคิด ฟ้าใสเป็นผู้แพ้สำหรับทหารยามที่เรากำลังจัดการกันอยู่นี่ก็ไม่รู้ว่าเราต้องจัดการตัวสำคัญนี้เป็นสัปดาห์ละอย่างนี้เป็นต้นสำหรับผู้ยังมีอวิชชาในวงเล็บผู้ไม่รู้จึงเรียกอรูปเป็นจิตหรือจิตท่านอรูปนี้ว่าเป็นโสภณในจิตคือจิตที่ดีจิตที่งามไปพลางๆก่อนเพราะแม้จะเป็นการมีเชื้องามอยู่ก็ต้องขอเรียกว่ากามอย่างงามตามชั้นดีในวงเล็บตามมาก็จะโสภณเขาก็มีภาษาในพระอภิธรรมหรือในจิตพวกนี้เขาเรียกกามาวัชรโสภณยังไงเขาเรียกว่าการงานการ งานตามชั้นดีเนื่องจากมันก็เป็นการที่ไม่หยาบไม่ใหญ่ไม่โตอะไรแล้วยังเป็นเพียงเศษกามธุลีกามเท่านั้นเองดังนี้นายนี่ก็ไม่มีอะไรขยายเมื่อกี้นี้ว่าของดีหรือจิตนั้นก็อนุโลมเรียกว่าของดีหรือจิตดีไปพลางๆก่อนแม้แต่ภาษาอังกฤษอย่างนั้นเขาก็มีมียกตัวอย่างเข้ามาให้ดูตัวนึงตัวที่มันมาวัชรโสภณจิตเป็นจิตที่เราเรียกว่าการงานวันนี้เป็นต้นอาจจะในตำราพระอภิธรรมก็จัดเป็นกุศลจัดเป็นโสภณอันนี้ก็อยู่ในหมวดกุศลกิจของเขาเหมือนกันตามมาว่าจะได้ทรงพนกิจก็อยู่ในหมวดโสภณนิติคือของดีของงานตรงๆเลยสมพลแปลว่าดี ของดีของงานตรงๆเลยอยู่อย่างนี้แหละดีอย่างไรงามอย่างไรใครเห็นขัดก็พยายามพากเพียรหาทางเห็นความไม่ขัดให้ได้ด้วยตนเองบอกแล้วว่าเป็นอีกขั้นลึกขั้นยากแล้วแต่ถ้าใครจะคิดก้าวเข้าไปหลับหูหลับตาเพ่งเพียรแบบมุ่งเข้าเรียนลูกประคบโดยนั่งหลับตาสมาธิเข้าไปเป็นรูปฌานเรียนรู้รู้จิตขั้นนี้กันเลยแบบไม่เรียนไม่คาดการณ์ว่าจิตต้นๆมาก่อนก็ตามใจถ้าเชื่อว่าดีกับสภาวะรู้เห็นตัวตนของจิตละเอียดพวกนี้และอาจสามารถรู้แจ้งเห็นจริงชัดเจนเกิดจากกระจ่างได้มีเหตุมีผลสิ้นรอบเป็นยาทัศนะ ทำเอาคืนแล้วพอมาถึงอย่างนี้แล้วเนี่ยเวลานั่งหลับตาก็ไปอ่านผู้ติดตามวชิรโสภณต่างๆยิ้มแย้มติดตัวเราหรือจิตกุศลหลายๆอย่างเนี่ยมันเป็นอะลูกหรือว่าเป็นรูปจิตที่มันละเอียดเข้าไปแล้วนี่จะไประลึกนึกรู้ในขณะที่ไม่มีสัมผัสไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายจะไปเข้าใจผิดเฉยๆนั่นแหละถ้าเราจะใช้วิธีบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกถึงสภาพนั้นสภาพนี้ครานั้นครานี้มันเกิดทบทวนพอได้และเป็นการทบทวนรู้จิตต้องการนั่งเวลาเรานั่งอยู่โน่นโดนไม้โดนชีวานนท์ลองฟังดนตรี เรานั่งจะนั่งทำอะไรนั่งทำเตวิชโชพระพุทธเจ้านั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตอนที่จะบรรลุก็นั่งทำเตวิชโชแต่ไม่โชว์ก็เคยอธิบายกันเสมอประกอบด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณถึงเรื่องเก่าเรื่องหลังสภาพที่ผ่านมาแล้วระลึกเห็นจริงๆว่าผ่านมามีผัสสะมีมโนสัมผัสมีมโนวิญญาณเกิดจากตาก็เป็นจักขุวิญญาณเกิดจากหูก็เป็นโสตวิญญาณเกิดจากจมูกก็เป็นฐานะวิญญาณเกิดจากลิ้นก็เป็นชิวหาวิญญาณเกิดจะตายสัมผัสก็เป็นกายะวิญญาณไปนั่งระลึกรู้ตอนนั้นเราไม่มีไม่มีทวาร 5 ตอนระลึกประเพณีโจรบุพเพนิวาสานุสติญาณ จอห์นดูทบทวนเราไม่ได้มีสภาพปัจจุบันไม่มีสภาพจริงหรอกเราระลึกตามของเก่าที่เรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณที่มันเคยเป็นอยู่เคยนึกว่าที่จริงมันนิวาสมาแล้วนี่ว่าสั่งมาแล้วมันไม่ได้อยู่แล้วนี่แปลว่าไม่ว่าสักแต่ว่าอยู่ไม่ได้นี่หว่าไม่ได้อยู่ที่นั่นหรอกไม่ได้เป็นไม่ได้อยู่ที่นั่นแต่ว่ามันเป็นมาแล้วมันเคยเป็นเคยมีก็ระลึกดูความเกิดของมันระลึกดูความดับของมันดูรายละเอียดกิริยาอาการรสชาติอะไรของมันมันดีหรือมันชั่วทำมาวิจัยวิเคราะห์วิจัยออกไปดูเห็นแจกเราก็จะเข้าใจเราก็จะเกิดปัญญารู้ว่าอรระลึกได้เราเรานึก ตอนนั้นสิเราไม่รู้ตอนนี้ที่เรารู้ตอนนั้นเราเข้าใจไม่ได้ไม่เกิดญาณไม่รู้ว่ามันดีหรือมันชั่วไม่รู้ว่าทำเหมาะสมควรหรือยังเราจะเข้าใจอ้อตอนนั้นไม่สมควรเลยถ้าเราทำน้อยกว่านั้นก็ดีเราให้มีน้อยกว่านั้นก็เข้าทางกว่าหรือทำให้เราตอนนั้นเราทำให้แรงกว่านี้ก็ดีเราจะรู้ความเหมาะสมคือรู้ความเกิดความดับรู้ความเป็นไปหรืออุบัติเหตุของมันเกิดญาณรู้ความเกิดจริงๆความดับจริงๆจะรู้แม้กระทั่งว่าตอนนั้นเราเจตนาจะดับไม่ได้ลำดับได้จริงหรือเปล่าอ๋อเรากลับกลายเป็นนอกข้างในยังเหลือแค่จิตมันยังมีเรื่องมีราวยังมีบทบาทยังมีการผูกพัน เราผูกติดมาด้วยซ้ำไปเราติดใจด้วยซ้ำไปนะหรือว่าไม่ติดใจปล่อยแล้วเราจะรู้รายละเอียดพรุ่งนี้ก็ระลึกไตร่ตรองเพราะจะนั่งหลับตาหรือไม่หลับตาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรถ้าเราจะทำเตวิชโชขนาดนั้นตัวเราเองฟุ้งซ่านมากไปไหมกามมากวนมากจนคิดจะนึกถึงพวกนี้ไม่ได้ไหมหรือว่าเรื่องพยาบาทชวนไปแต่จะไปหาเรื่องอาฆาตมาดร้ายก็อยู่ไหมเพราะไม่มีนิวรณ์นี้ถ้ามีหรือเปล่าไม่มีฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่นมีหรือเปล่าไม่มีมีแต่จิตที่เราระลึกได้โดยเจตนามีสติสัมปชัญญะวิปัสสนาอยู่รู้พิจารณาในเรื่องราวเหล่านี้อยู่ทางวิปัสสนาแท้เกิดปัญญา ยานเกิดบุพเพนิวาสานุสติญาณเกิดอุบัติเหตุครั้งสุดท้ายตัดได้รู้ได้ถึงอาสวักขยญาณถึงสิงหาคมละหนอเราเองเราไม่มีเศษเชื่อเราไม่มีอะไรสะสมไม่มีอะไรหมกหมักมันปล่อยมันวางมันกลายเป็นสบายเป็นโรคอาการโรคก็มีอยู่รู้ระลึกย้อนตกทบทวนสอบผ่านเหมือนกับตรวจบัญชีงบดุลกับเรามันก็ดูๆถูกนะไม่สับไม่สนนะไม่พ้นไม่เปย์นะไม่มีอะไรผิดพลาดนะตรวจทานตรวจสอบดูเราจะได้ผลทุกทีไปนี่เป็นฐานที่จะต้องใช้มีอภิญญาอย่างนี้ต้องมีอภิญญาต้องมีวิชานี้เป็นสามัญผล หลวงพ่อทบทวนให้ฟังใครไม่เข้าใจอ่านสามัญญาผลสูตรเป็นระดับๆอันนี้เป็นปลายเป็นขั้นปลายต้องมีอันนี้มีเรื่อยแหละเราพยายามทบทวนให้เกิดรู้การสิ้นอาสวะสิ้นการสิ้นอาสวะไม่ใช่ธรรมโดยไม่รู้ไม่เห็นนอกจากจะทำแต่วิชชี่นี่แล้วก่อนจะถึงขั้น 3 อภิญญา 3 ทางมันมีอภิญญาต้นๆมีอิทธิวิธีซึ่งเราได้ทำมาอยู่เสมอเรามีวิธีการเรามีมักถูกวิธีต่างๆที่เราประพฤติพรตแต่การกระทำอย่างนั้นอย่างนี้มีกรรมกิริยาอย่างนั้นอย่างนี้ทำแล้วก็พยายามระลึกรู้มีโสดทิพย์รู้ตามสิ่งที่เกิดกลายเป็นว่าจีก็ดีหรือสิ่งหนึ่งสิ่งสองมีสภาพประกอบกับมันวิญญาณจะมีตาวิญญาณมีหู มีจมูกวิญญาณมีลิ้นวิญญาณกายวิญญาณมันมี 2 ส่วน 2 อยู่ถึงเรียกว่าโสดทิพย์รู้สิ่งหนึ่งสิ่งสองรู้เสียง 2 เขาแปลสดเสียงต่ำไปว่ารู้แต่เราก็ไม่มีปัญหาถ้าเราเข้าใจแล้วตอบว่ารู้ก็เอาอยากจะอธิบายไว้ในหนังสือสุดยอดปาฏิหาริย์หรือทางแห่งภาค 3 บอกว่ารู้เสียง 2 ก็เอาจริงๆก็รู้ชั้น 2 รู้สิ่งที่ประกอบกันที่เราถ้าเมื่อกี้หรือว่าที่ผ่านมาเพิ่งผ่านมามีมิจฉาทิฏฐิมีการมาเนี่ยโดยประกอบด้วยทวารทั้งหมดมาถึงมันมันมีวิญญาณนอกจากวิญญาณแล้วมันตัดก็หาจิตแล้วก็เป็น สัมผัสมีจักขุสัมผัสมีโสตะสัมผัสมีฐานะสัมผัสชิวหาสัมผัสกายสัมผัสแล้วก็จึงจะเกิดเวทนาเข้าไปหาฉันเวทนามีปัจจัยมีอะไรเป็นปัจจัยก็เป็นสภาพมีส่วนนั้นส่วนนี้เป็นปัจจัยน้ำนมไม่ชัดยิ่งตัดจากจิตสัมผัสแล้วมันไปเอาที่ไหนพอเข้าตัดเข้าไปหารอบในจิตในจิตแล้วดูชั้นเชิงของธรรมารมณ์อยู่ชั้นเชิงของอารมณ์เกิดอารมณ์เป็นอย่างไรเป็นอย่างไรมีอารมณ์บริสุทธิ์หรือว่าอารมณ์นั้นมีโลภะโทสะโมหะมีการที่จะยังชื่นยังชอบยังรักยังทำอะไรมากมายยังไงเราก็ไล่หรือโดยเฉพาะภาษาของเขาตายตายตัวอยู่แล้ว มันเป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาหรืออกกำลังประสบกับเวทนาอะไรมากไปบอกแล้วทุกขเวทนาไม่เอาทุกขเวทนาเป็นตัวผีร้ายจัดการก่อนเป็นเบื้องต้นท่ามกลางแม้จะเป็นสุขสุขมากยังไม่ยุติร่าเริงอย่างอะไรแรงๆอยู่ก็ไม่เอาแต่ส่วนเราจะรู้ว่าเออนี่ขั้นตอนช่วงแพเราจะต้องใช้สุขหรือโสมนัสเวทนาเป็นพระองค์แพงเป็นโสภณจิตแม้มันจะเป็นรสชาติเป็นกามอยู่บ้างเราก็ต้องเป็นกามาวัชรโสภณนะใช้บ้างแต่ทุกข์ไม่มีแล้วเราก็รู้ว่าทุกข์ไม่เอาเราจะตัดทุกข์เพราะฉะนั้นอาศัยสวรรค์บังเล็กน้อยก็จะรู้สวรรค์นี้แล้วเราก็จะต้องพยายามทำสวรรค์ให้เล็กลงทุกทีไม่ใช่ว่าทำสวรรค์ให้ใหญ่ใคร ที่ทำรสชาติของสวรรค์กามรสชาติของสวรรค์สมมติเทพลดลงลดลงได้นั่นคือคุณอุบัติเป็นเทพที่ใหญ่มันกลับกันอีกคุณจะทำให้สะอาดลงไปได้จนสามารถเป็นวิสุทธิเทพนั่นคือคุณเป็นเทพที่ใหญ่มีสวรรค์อันที่เรียกว่านิพพานสวรรค์นิพพานหรือสภาวะสภาพไม่มีอะไรเป็นสิ่งไม่ตายแม้แต่อารมณ์ที่มีรถความที่เป็นอารมณ์ที่ไม่มีรถมันจะใหญ่ไม่ใช่ว่าความมีอารมณ์เป็นรถใหญ่อยู่ฝั่งซ้อนดีๆนี่พยายามใช้ภาษาที่จะสื่อความหมายไปสู่สภาวะทำให้คุณฟังเพราะมันยากเพราะเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนคัมภีร์ลาว โชว์อย่างนี้แล้วฟังไม่ดีมันยากน่าเห็นใจพวกพี่ก็ไม่ตั้งหลักไม่ได้มันย้อนกันอยู่เสมอเนี่ยอะไรใหญ่ทำให้เล็กนั่นแหละใหญ่ทำอะไรให้เด็กทำรถของโลกโลกีย์จะลดให้เล็กลงเล็กลงเล็กลงถึงจะตามคุณใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นความไม่มีรถโล่งความไม่มีโลกียะรถคุณใหญ่ขึ้นว่างมากขึ้นเพราะขนของคุณขนของออกจากห้องนี้ความเป็นห้องเปล่าจะใหญ่ขึ้นถ้าคุณขนแต่ของเขาเอาไว้ในห้องนี้ความมีแต่ของเข้ามาสังขารมาปรุงคุณก็เดี๋ยวเอาขี้หมูราขี้หมาแห้งก็บ่ใส่คือเยอะขยะจริงไม่เข้าเรื่องก็ยิ่งเลอะเทอะถ้าคนเอาของที่เป็นสาระเข้ามา สารภาพจะสร้างเอกสารจะใส่ของใส่เข้าที่มันเป็นประโยชน์บ้างก็ยังเป็นของเข้าเป็นประโยชน์ถ้ายิ่งอะไรก็เอามาเยอะๆๆใส่เข้าไปความว่างก็ลดน้อยลงที่ว่างก็หายไปถ้าคุณเอาของออกไปยิ่งเอาของออกไปที่ว่างก็ส่วนใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นนั้นเปรียบเทียบกับอุทาหรณ์แบบวัตถุให้ฟังชั้นเดียวกันคนยิ่งเล็กคุณยิ่งใหญ่พูดภาษาเซนแบบนี้มันก็จะต้องเข้าใจเพราะฉันผู้มีปัญญาแล้วก็บอกยิ่งคุณทำให้น้อยยิ่งคุณทำจะมีพื้นที่มากจะมีสิ่งที่มากอะไรมากเราต้องการสิ่งที่ตามมาเราต้องการความว่างความวางความโปร่งความปล่อยมากก็ต้องทำสิ่งหนึ่งให้มันน้อยลงสิทธิสิ่งหนึ่งมันถึงจะมากขึ้นคุณทำจะทำความสะอาด ทำความสกปรกให้น้อยลงให้มันไม่มีความสกปรกให้ได้ยิ่งขึ้นความสะอาดมันก็จะเกิดใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นเองอย่างนี้เป็นต้นมันเป็นภาษาเยอรมันพูดตัวหนึ่งตัวหนึ่งมันก็มีคนขณะนี้คุณกำลังคว่ำหน้าเป็นหลังมือคุณอยากจะให้หน้ามือเกิดคุณก็จะต้องปิดหลังมือลงไปปิดหลังมือลงไปปิดล้อมมือลงไปหน้ามันก็จะเกิดขึ้นเกิดขึ้นมันมีความเชื่อมต่อมันมีความเป็นอยู่อย่างนั้นถ้าเราเป็นทำความเป็นฆราวาสทำความเป็นผีให้มากขึ้นความเป็นพระก็ลดน้อยลงคุณทำความเป็นพระให้มากขึ้นความเป็นผีก็หายไปค่อยๆหายไปความเป็นผีหายไปมากจนไม่มีผีเลยผีตายเพื่อนความเป็นพระก็เป็นพระ 100% มันอยู่ติดกันอยู่เสมอ เราจะพูดอันใดอันหนึ่งเราจะแสดงอันใดอันหนึ่งก็แสดงอันใดอันหนึ่งอันนั้นอันนั้นมีอีกอันนึงก็ไม่มีพวกมันสนิทจริงแล้วถ้ามันยังมีเศษอยู่มันก็คือยังมีทั้ง 2 ส่วนทั้งสองอย่างเพราะสภาพ 2 ที่ยังไม่ ago มันก็จึงเป็นสภาพ 2 พอเวลาจะพูดด้วยบัญญัติจึงมี 2 เสมอสิ่งที่มีคืออะไรคือสิ่งที่ไม่มีสูญญตานะเป็นเอกที่มีคืออะไรคือสิ่งที่ไม่มีสิ่งที่มีคือสิ่งที่ไม่มีอย่างนี้อย่างเดียวสิ่งนี้หมดแล้วอกุศลศูนย์นี่แหละเป็นสิ่งที่มีกุศลทั้งนั้นกุศลทั้งนั้นมีแต่กุศลศูนย์ศูนย์ สิ่งที่มีคือไม่มีไม่มีนี่เองนั่นแหละสิ่งที่ไม่มีคืออะไรคือสิ่งที่มีก็มันไม่มีความดีเลยมันมีแต่ความชั่ว 100% ด้วยซ้ำมันไม่มีความดีเลยแม้แต่กระบี่ 1% ก็ไม่มีความดีมันอย่างเงี้ยฟังดูดีๆภาษาเพราะเราจะพูดอะไรเป็นภาษาเชิงพูดเชิงพูดมุมเดียวทิศเดียวแต่อีกนิดนึงผู้ที่มีเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงและเห็นรู้เข้าใจผ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive