220209-2-030 ทางเอกภาค2-ตอน030(หน้า059)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์199 KB
วันที่แก้ไข27 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายธรรมเอกภาค 2 บทที่ 11 ที่พุทธสถานสันติอโศกของคุณเองเท่านั้นและประโยชน์กับคนอื่นมันได้ตามไปด้วยหมู่กลุ่มก็ได้ศาสนาก็ได้เราได้ช่วยรังสรรค์ศาสนาจริงๆศาสนาได้มีกลุ่มก็ได้มนุษย์ชาติก็ได้ก็ได้ประโยชน์จากเรานั่นแหละและโดยเฉพาะเรานั่นแหละได้เราจะนั่งนึกคิดว่าเราเองเราก็ไปทำประโยชน์ให้เขาทำไมเราถ้าเราไม่ทำเราไม่ฝึกเราไม่ซื้อเราไม่สำคัญ จริงๆแล้วเราก็นั่งนึกเดาเอามันจะไปได้จริงตรงไหนถ้าเราไม่เกิดไม่เป็นไม่ทำแล้วมันจะเป็นยังไงมันต้องทำที่จะเป็นเพราะถ้ามันยังสงสัยถึงเรื่องถึงเรื่องว่างๆอยู่เฉยๆอยู่ลอยๆไม่มีบทบาทอะไรอยู่ก็พยายามพิจารณาอ่านก็ไม่จริงหรอกมันเป็นยังไงมันไม่ดียังไงมันไม่มันไม่หมดสงสัยยังไงมันไม่เข้าใจยังไงวะมันอยู่นี่มันหยุดมันไม่ดีมันไม่ดียังไงดีนะหยุดเนี่ยว่ามันวางน่ะดีแล้วทำไม่ได้ว่างที่จิตวาง โปร่งโล่งเออให้มันลงตัวมันทำไม่ได้เออดีเห็นดีเมื่อไหร่ก็ดีไม่เข้าใจแล้วก็วางว่างๆวิจิตรไม่ต้องยึดไปจนถึงดีพ่อแม่แต่อยู่คนเดียวแม้แต่อยู่ไกลไม่ต้องสัมผัสสัมพันธ์กับอะไรเราก็ยังวุ่นมีสิทธิ์คิดอะไรที่จะยุ่งในจิตเรื่องนั้นเรื่องนี้เยอะเรื่องกามก็เยอะเรื่องพยาบาลก็เยอะต้องรู้จริงๆนะพยาบาลโทรศัพท์แทบจะไม่ชอบอันนั้นไม่ชอบแบบนี้ไอ้หนูนี่ปรับเช้ามลมองอยู่อยู่คนเดียวมันหมอไม่ได้เบิกบานร่าเริงไม่ได้มีความสำคัญอะไรมันก็สำคัญเหมือนกันแต่เกิดการสัมพันธ์ไปในทางโทรศัพท์ในทางอาฆาต พยาบาทเนี่ยซ้ายทีไม่เข้าเรื่องพาให้แข็งดีพอให้แข่งขันพาให้นึกอาฆาตคนโน้นคนนี้จะต้องอย่างนู้นอย่างนี้ต้องอะไรก็ได้อยู่นี่มันเป็นเรื่องของสายพยาบาลรู้จริงว่าจิตใจเรายังปรารถนาอะไรมากมายราคะไอ้โน่นราคะไอ้นี่อยากเป็นแม้แต่อยากเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งอยากเป็นคนอยู่เ

อ่านต่อ

ฉยๆอยากเป็นจิตวิญญาณที่นิ่งๆเฉยๆอะไรอย่างนี้ก็ยังไม่เอาเป็นที่สุดอย่างที่เคยรักอธิบายไม่เจ็บเพราะงั้นป่วยการกล่าวปฏิญาณตนต้องนั่งนึกต้องนั่งนึกถึงต้องโน้นอย่างนี้ต้อง เดี๋ยวว่าจะคิดลึกเอาเลยเอาตัวเอาตนมาสัมผัสสัมผัสพิสูจน์จริงมาพิสูจน์ว่าเราคลุกคลีแล้วเกี่ยวข้องเรามาเห็นเรามาเปิดหูตาจมูกลิ้นกายสัมผัสแล้วอะไรแล้วเราว่าว่างได้หรือเปล่าระวังได้หรือเปล่าเราจะต้องดูความจริงที่มันเกิดนะวางได้วางได้แม้จะหนักจะหนาจะสัมผัสจะต้องมีอย่างนู้นอย่างนี้ปรุงสังขารกระทบแล้วคนนั้นคนนี้เขาร้อนจี๋ร้อนจ๋าขึ้นมาแล้วก็เย็นไม่ได้แล้วก็เฉยแล้วก็ปล่อยแล้วเราก็จะมีปฏิภาณรู้ว่าโอ้เวลามันไม่มีอะไรไม่มีราคะโทสะนี่มันเบามันมีปฏิภาณมันมีน้ำหนักมันมีอำนาจ ไม่สบายแล้วมันก็เก่งแล้วมันก็ฉลาดแทนที่จะโง่ๆทึบๆเหมือนแต่ก่อนที่เราไม่ได้เป็นอย่างนี้ตอนนี้เราทำอารมณ์อย่างนี้จิตใจเราเป็นอย่างนี้โอ้มันเก่งขึ้นมามันเนื้อมันรู้กว่ามันสุขุมมันประณีตมันมีอำนาจมันตรงแต่ว่ามันมีปฏิภาณเห็นมันแจ้งชัดกว่าอะไรต่างๆนานาต้องมาซักซ้อมมาฝึกปรือทำให้เข้าใจแล้วการอยู่เดี่ยวการอยู่ไม่ทุกข์ใครไม่เกี่ยวข้องกับระบบหนึ่งก็ต้องเอาให้เข้าใจว่าการไม่ทุกทีแม้ภายนอกจิตใจของเราไปคลุกคลีมากมายอยู่แค่ไหนอ่านไม่จิตใจของเรา คลุกคลีมากมายแล้วสงบระงับลงเข้าใจดีแล้วแล้วก็เห็นจริงด้วยว่าเออการปล่อยการวางการวางการปลดได้เธออย่างนี้คัดเลือกได้ปลดได้ปล่อยได้แม้จะมาหนักมาเบาลงในแล้วก็เข้าใจไปเรื่อยๆแล้วก็แน่ใจแล้วทีนี้ก็ต้องมาฝึกจริงๆทีนี้มากระทบต่อกระทบถ้าเรายังกระทบหนักไม่ได้กระทบในขั้นนึงก่อนหัดสักพันขนาดหนึ่งอย่างพวกเรานี่ไม่มีการมากไม่มีพยาบาทอะไรมากพยาบาลยังลูกสาวยังโลกโลกไม่มีมากขนาดนี้แล้วก็ทนได้ก็ให้รู้มันซับซ้อนถ้าเรายึดถือเป็นสาระกันมาก พันธมิตรอะไรหน่อยแล้วก็โกรธได้ง่ายหรือตัวได้ง่ายแต่ถ้าเราไม่มีมันไม่แรงหรอกพวกเราไม่โทสะๆไม่ได้มีอะไรปรุงสร้างอะไรแล้วจะด่ากันแรงจะว่ากันแรงจะมีอะไรหรือไม่เขาเรียกว่าด่าอย่างผู้ดีถ้าเราด่าอยากพูดดีเราก็ตัวเองที่จริงคนธรรมดาก็ไม่ได้หยาบอะไรเลยแต่เราว่าโดนด่าหยาบแล้วคิดเอาเองนะที่จริงไม่หยาบด้วยสัจจะแล้วมันไม่ใช่ยาอะไรมันเบาแล้วแต่เราเองนั่นแหละคิดอย่างผู้ดียิ่งจิตเราสูงฐานเราสูงยิ่งแม้จะด่านิดด่าหน่อยอย่างผู้ดีเท่าไหร่เราก็รู้สึกตัวนั้นเร็วกว่าเรามีหิริเรามีปากเรามีภูมิสูงมีเทวะเป็นเทวะที่สูงมีเทวธรรมที่สูงขึ้นละเอียด เปิดจริงเราก็ต้องมากระทบดูของเราเองเนี่ยเป็นฐานฝึกถ้าทนอย่างด่าผู้ดีได้แล้วก็เก่งขึ้นอีกถ้าคนอยากแล้วด่ายังผู้ดีไม่รู้สึกไม่รู้ด้วยว่าเขาด่าแต่ถ้าเรารู้สึกเราเข้าใจแล้วเราก็รู้สึกว่ามันหนักมันเจ็บเหมือนกันเราก็ต้องทนให้ได้อีกมันจะเกิดจริงจากภูมิของผู้มีจริงมาอยู่กับพวกเราหมู่เราเองเรามีนโยบายมีกุศโลบายมีสภาพนั้นสภาพนี้ของเราเองมันมีของเราควรจะไปนั่งดาวน์ได้มันอยู่กับหมู่ผู้สูงผู้ดีและคนก็ไม่มาฝึกความเป็นผู้ดีของคุณแล้วก็ไม่ฝึกสภาพนี้แหละเป็นเหตุปัจจัยของผู้ดีความหยาบของผู้ดีเป็นอย่างนี้ เจอแต่คนฉันหยาบต่ำๆจริงๆเขาไม่ถือว่าอยากเข้าแต่ไม่ติดด้วยก็ทำไม่เป็นเลยเราก็จะต้องมารู้ความจริงหรือของจริงเดาเอาไม่ได้แล้วยังไม่คลุกคลีแล้วยังไม่อะไรมันถือสากันก็จริงนั่นแหละมันเป็นโรงฝึกเป็นที่สุดที่จะต้องรู้ยิ่งหาได้ยากในโลกก็ไม่เข้าใจโรงเรียนรู้โลกนี้อีกโรคนอกเราเข้าใจแล้วอยากๆไม่เข้าใจแล้วเราไม่มีปัญหาเราก็เวียนวนไปเพื่อที่จะซื้อเพื่อที่จะตัดสัมพันธ์แม้จะออกไปรบข้างนอกเราก็จะไปคบเป็นพระมาลัยผู้ที่จะไปโปรดเมืองนรกทำงานให้ครบถ้วนแต่ทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านและทำประโยชน์ท่านโดยที่เรา เราอยู่เหนือเนื้อกำนันเนื้อการกระทำนั้นก็ทำได้อย่างสบายสะดวกไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนและมีปฏิภาณในการที่จะทำกับเขาได้อย่างราบรื่นเจริญสรรสร้างยิ่งสร้างได้มากเก่งมากก็ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นข้าเป็นอิสระเป็นอัตถะเป็นประโยชน์ทำให้พระหูชนะสุดทายะให้ปวงชนประชาชนมวลชนทั้งหลายเขาเป็นสุขขึ้นเป็นไปโดยถูกหลักถูกเกณฑ์มาถูกทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าท่านเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะแล้วท่านก็เอาหลักเกณฑ์องค์นี้มาบอกเราให้เราเป็นไปตามทิศทางที่มันถูกไม่ต้องพยายามฟังที่บอกทำยำยำยำยำซ้ำๆ อะไรเนี่ยไม่ใช่ว่าบอกเพื่อต้องการอะไรมาให้แก่ตัวผมเองผมไม่มีอะไรหรอกที่พูดนี่ไม่ใช่มาเอาประโยชน์อะไรให้ผมให้คุณแล้วก็ให้มนุษย์ทุกคนให้แก่โลกเขาเป็นประโยชน์ก็จริงๆเป็นค่าของเราเองเราไม่อยากได้ว่าได้เป็นคนมีค่ามีราคามีอะไรหรอกแต่มันต้องเป็นเพราะศาสนาสอนให้คนมีค่าเป็นคนประเสริฐเป็นคนที่ควรเคารพกราบไหว้ยิ่งยิ่งยิ่งขึ้นควรยกย่องเชิดชูเพราะว่าเป็นผู้สูงเป็นผู้เก่งมันไม่มีประโยชน์ต่อผู้ที่ไม่เผาผลาญเป็นคนที่ไม่ตกต่ำจริงๆสูงสูงจริงๆไม่งั้นเราจะมาแสวงหาอะไรในโลกเกิดมาทั้งทีเป็นมนุษย์ นอนตายไปมันก็ดีกว่านี้ก็ดึงเฉยๆดินมันยังไม่มีประโยชน์ให้แก่สัตว์บ้างให้แก่คนสัตว์เองมันก็ไม่มีเท่าไหร่คนนึงเอามาใช้ประโยชน์ให้เราเองไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเป็นแท่งรวมเป็นก่อนสังขารที่รัฐอื่นเอาไปใช้อะไรไม่ได้ถ้าเราไม่เป็นให้มันถ้าเราเป็นไอ้สัตว์เป็นให้มนุษย์เป็นมนุษย์ก็ดีก็เป็นไอ้สัตว์เราก็เป็นให้มนุษย์อื่นๆในโลกมันจึงอยากสอบถามเขาก็ต้องขนขวายชอบน้อมตนเพราะมันเป็นแต่ถ้าเราเรียนรู้บุญกิริยาวัตถุต้องทำบุญกิริยาวัตถุ 3 แล้วนะเป็นหลักใหญ่ทานศีลภาวนานิทานนิทาน หลักใหญ่เมื่อเราเป็นได้แล้วแล้วที่จริงทั้งหมดบุญอื่นก็ซ้อนอยู่ในฐานศีลภาวนามือกับศีล 5 แล้วก็ศีลขยายมันแม้แต่จะต่อไปจะอัปเดตอนามัยว่ายาวว่าจะไม่มีทานอนามัยประธานอนุโมทนาไม่มีธรรมะเสวะนะธรรมเทศนาใหม่อะไรต่างๆขึ้นไปมันก็เป็นการปฏิบัติเป็นที่ตัวชุดกรรมทำให้มันตรงทำให้มันถูกทำให้มันเห็นเป็นปัจจุบันทำไม่อย่างเข้าใจคิดทุกกรรมการกระทำที่ถูกต้องการกระทำในปัจจุบันก็เป็นอย่างดีทั้งนั้นแหละตกลงเราก็เป็นคนมีบุญกับตัวเราทำก็มีบุญมีกริยาอย่างนี้เป็นคนที่เป็นอย่างนี้เป็นคนทานเป็นคนศีลเป็นคนมีภาวนา มีการนอบน้อมเป็นคนที่พยายามเอื้อเฟื้อยื่นเข้าหาเรียกว่าปัจจัยอนามัยนอบน้อมเป็นผู้ที่ขนขวายปลูกขนขวายพากเพียรพยายามอยู่แต่คนรู้เข้าถึงการทานเสมอปฏิภาณทำไมเข้าถึงการเห็นดีมีดีอยู่กับดีปัตตานุโมทนามัยเข้าถึงอยู่เสมอมีสภาพนั้นหยั่งลงหยั่งลงอยู่เสมอมีปฏิปฐานทำไมตามเห็นตามรู้ตามมีอยู่เสมอ ทำดีอนุโมทนาหรือปัตตาอนุโมทนาใหม่มีดีเสมอมีธรรมะเสวนามีคบคนในธรรมมีการเสพธรรมอยู่เสมอธรรมชาติจริงจังเท่จังเอาเป็นเอาตายเช่นเคืองๆใหญ่ๆเทศกาลเทศกาลคุยกันเองก็เทศน์มีทุกขนาดทุกอย่างก็แสวงหาแล้วก็พยายามกระทำให้มันได้ทุกระดับทุกอัน จะหมุนเวียนอยู่อย่างเจ้าของไม่มีบุญอยู่หมดทุกอันมีบุญอยู่หมดทุกอันมีทานศีลก็แสดงความปรกติแม้แต่เราเองเราทำอะไรอยู่ก็ปกติปกติปกติที่ใจจิตเราเฉยจิตเราสบายจิตแล้วไม่หวั่นไหวจิตเราเป็นอันเดิมอยู่ว่างๆปล่อยโล่งโปร่งอยู่ที่สุดความโปร่งแม้แต่จะไปร้อนเท่าไหร่ก็โปร่งแม้แต่เป็นหนาวเท่าไหร่ก็โปร่งแม้แต่จะวุ่นเท่าไหร่ก็โปร่งแม้แต่จะยุ่งเท่าไหร่ก็โปร่งพิสูจน์ความปกติมั่นคงแม่มันเที่ยงแท้มันยืนยันมันไม่หวั่นไหวมันไม่แปรปรวนถูกมาแรงมาหนักมาเบายังไงนึกเอาคิดเอาไม่ได้ทำจริงมีจริง โสดจริงสัมพันธ์จริงมันจึงจะจริงมันจึงจะมั่นคงจริงมันถึงจะเป็นของจริงถ้าจริงแล้วเรามั่นใจเราแน่ใจแล้วเราก็จะรู้ความดีที่จริงทุกคนทำดีได้ก็ต้องอยากทำดีนั้นแต่ว่าอยากหรือไม่อยากก็ตามสิ่งใดที่ดียิ่งกว่านี้มีอยู่ขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กระทบตัวของเราจริงเราจะเป็นผู้ที่ปรารภความเพียรและจะมีวิริยารัมภะมันเข้ากุศลธรรมทั้งหมดเป็นกุศลกรรมกุศลธรรมเป็นจริงจังกุศลอย่างกุศลให้ถึงพร้อมด้วยประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตนก็มั่นคงตนก็แข็งแรงตนก็ได้ทบทวนไม่เป็นคนรื้อไม่เป็นคนที่ เรื่องคำว่าเรือมันคือมันมันเสื่อมมันไม่มันไม่ได้ฝึกฝึกฟื้นมันไม่ได้ทำอยู่เสมอมันไม่ได้เป็นไปอยู่เสมอเนืองๆมันก็ไม่แคล้วค้องไม่ต้องมาแข็งแรงมันก็ดูมันไม่เกิดสารัตถะจริงๆแต่ถ้าเราทำเสมอมันไม่รู้มันไม่มีประโยชน์มีอะไรก็ได้อยู่แล้วก็ยิ่งรู้ยิ่งเห็นยิ่งเข้าใจยิ่งลึกซึ้งยิ่งเป็นตัวประโยชน์คุณยิ่งทำคนดีรู้ยิ่งกว่าเราไม่ทำยิ่งมาแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจมันจะยิ่งหลงทิศหลงทางก็ยิ่งเสียเวลาชาตินึงไปมันก็ไม่ได้สำหรับคืนมันก็ไม่ได้รู้ที่จบที่แข็งแรงที่จบที่แน่นอนที่ จริงแน่ใจเมื่อเช้าไปอยู่อย่างนั้นแหละที่พูดมันก็เพื่อเราทั้งนั้นแหละเพื่อที่จะได้เร็วขึ้นไปเก็บปลากินยาเป็นผลเร็วเก่งเร็วจนได้เร็วคลิปปลากินยาและวิธีที่บอกอะไรอยู่เนี่ยไม่งั้นเราก็กลายเป็นคนสวยเหนื่อยไม่มีบุญไม่มีความจริงไม่ลงตามหลักตามเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าตามทฤษฎีพยายามตรวจของคนไหนมันยังหนักจริงๆมันต้องเป็นไปไม่ได้เราเป็นคนที่อินทรีย์พละของเรามันไม่เก่งจริงก็ก็ค่อยๆไล่มันต้องยอมรับถ้าไม่ยอมรับก็เป็นมานะมีมานะหลงตัวหลงตน จริงนะเราเองเรายังอ่อนและยังไม่ค่อยก้าวหน้าอะไรเป็นเด็กเชิงดูเหมือนว่าเราเก่งแต่แท้จริงไม่เก่งก็อย่าไปทะเลหลอกตัวเองหรือไปอย่าไปหลอกคนอื่นเราไม่เก่งเราก็ไม่เก่งแต่ก็พยายามช่วยเหลือเผื่อฝากคนอื่นถ้าเราไม่เก่งแอดเก่งแล้วมันหน้ามันไส้แทนที่คนอื่นเขาจะช่วยเขาไม่ช่วยเมื่อมีสิ่งแวดล้อมก็ไม่เอื้อเราก็ขาดทุนเราเองถ้ามีคนอื่นก็เพื่อเราไม่มีเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือถ้าเราก็ได้เร็วเราก็มีเร็วต้องที่เราไม่เก่งมันก็จะเก่งได้ไวมันก็จะไปเร็วๆแต่ถ้าคนร้ายทั้งหมด เกินไปไม่ดีไม่เก่งอะไรแอดเป็นคนเก่งคนดีคนอื่นเขาหมั่นไส้เขาก็ไม่อยากทำให้มันก็ไม่อยากช่วยเหลือด่วนนิดช่วยหน่อยก็ทำ App ทำสะดิ้งทำอะไรก็ได้คนเขาก็ไม่อยากช่วยก็ไม่ช่วยมันก็ไม่เลวแตะนิดแตะหน่อยก็โกรธเป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้มานะหรือพยาบาลหรือโทรศัพท์สายโทรศัพท์มันมากเพราะเราก็ต้องปลดปล่อยมาฝึกมือไม่มีม้าน้ำไม่ถือตัวถือตนไม่ต้องทำยิ่งทำใหญ่ทำช่วยเหลือเกื้อกูลใครจะช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยใจเมตตาในเอื้อเอ็นดูเกื้อกูลเจือจานเขาก็ทำ เราก็ควรจะยอมรับในสิ่งที่ดีของเขาต้องมีจิตใจมองเห็นจุดกุศลทั้งมวลเออกุศลนี้น่าชื่นใจน่าเอ็นดูน่ารักน่าสงสารกันแล้วก็เกิดประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ทุกตัวเราประโยชน์ทุกคนอื่นผนึกกันไปทีเดียวเร็วไวตอนนี้เราก็มาต่อหน้า 59 ตอนปลายซึ่งได้สรุปถึง 50 บาท 50 บาทก็คือการเกิดความร่าเริงอุบาทอุปาทานแปลว่าการทำให้เกิดขึ้นมีการเกิดแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ จะดูประปาจักรยานเกิดการเคลื่อนที่อสิตาแปลว่าร่าเริง 50 สตางค์ + อุปกรณ์จะต้องรู้จิตที่มันมีบทบาทหรือมีการเกิดเป็นความร่าเริงต้องเรียนรู้ความร่าเริงเบิกบานเพราะว่าเราเป็นพุทธะและต้องรู้ขนาดและต้องรู้ความจริงของความร่าเริงเบิกบานคือกิริยาอย่างนี้กริยาทางกายกิริยาทางวจีกิริยาทางมโนอย่างนี้เราอ่านว่าเราเรียกว่าร่าเริงเบิกบาน สีผ่องใสเป็นสภาพกุศลอย่างนึงในส่วนนึงขนาด 1 มีหลายระดับหลายขนาดนั่นแหละจริงๆมากบ้างน้อยบ้างเราควรจะประมาณใช้ขนาดไหนเราก็จะรู้จะเรียนยังแบ่งออกเป็นแม้แต่กิริยาการยิ้มแย้ม 6 ระดับเราก็ต้องประมาณ 6 ระดับนี้แยกเป็นขนาดเฉยๆนะที่จริงมีละเอียดละออน้อยมากซ้อนซ้อนมีเชิงซ้อนอยู่ในนั้นเองมีมากมีน้อยมีกลางมีปลายกลางต้นกลางปลายในนั้นมีอีกต่างหากด้วยเราจะต้องเป็นผู้ที่จะต้องเข้าใจโลกเข้าใจสมมติรู้สมุดที่จะทำอะไรแค่ไหนจะยืดหยุ่นแค่ไหนแม้เราจะอนุโลมลงไปได้มากคนอนุโลมไปใน ก็เป็นคนที่ต้องเก่งมากมีกำลังมากมีความยืดยาวได้มากมีกำลังจริงๆเหมือนอย่างคนที่จะยืนมือลงไปช่วยคนตกบ่อลึกๆคนนั้นก็จะต้องมีกำลังยืนยาวลงไปได้มากกว่ายาวไปแล้วก็ยังจะมีกำลังเดินขึ้นมาได้เราต้องรู้กำลังของเราด้วยถ้าเรายังไม่ฝึกเป็นจะยื่นลงไปช่วยคนนั้นไม่ได้ยืนยาวลงไปก็ไม่ได้มากมันก็แค่สั้นจู๋ไม่มีกำลังอะไรไม่เก่งไม่ขาดอะไรอยู่นั่นแหละเพราะคนที่จะนึกว่าตัวเองจะทนได้นึกว่าตัวเองจะยืดหยุ่นได้ก็เพราะคนที่ได้ฝึกการยืดหยุ่นถ้าไม่ฝึกการยืดหยุ่นแล้วจะยืดหยุ่นลงไปไม่ได้มานั่งเดาไม่ได้การยิ่งยืดหยุ่นออกไปเท่ากับเรายิ่งรู้โลกมีโลกะวิทูมีเหลี่ยมครู โลกเก่งกับโลกเหนือโลกที่ยิ่งๆขึ้นเท่านั้นไม่ใช่ดาวยิ่งเป็นจริงยิ่งได้เนื้อโลกจริงมีการรู้รอบมีการเข้าใจมีโลกะวิทูที่ขยายมีสัพพัญญูที่ขยายและมีกำลังเป็นพลังเป็นเจโตพระมีปัญญาพละด้วยไม่ใช่จะมีแต่จิตเท่านั้นมีหมดนั่นแหละทั้งอินทรีย์พละ 5 อันนี้ก็สรุปแล้วถึงเรื่องของการที่จะรู้ถึงความจะพอทำขนาดไหนจะยืดหยุ่นขนาดไหนแล้วก็ตกตอนสรุปถึงอย่างไรอย่างไร ตามก็จะต้องรู้ระดับเหตุแห่งทุกข์หรือว่าตัวลักษณะทุกข์เพราะยังไงเราก็จะทำตนให้หม่นหมองจะทำตัวนี้โทรมานัดไม่เป็นความโง่ทับถมต้นโดยเอาความไม่สบายใจความโกรธความหม่นหมองความท้อแท้ความหดหู่ความน้อยใจเสียใจข้องใจหรืออึดอัดขัดเคืองฟุ้งซ่านไม่มีอะไรฟุ้งฟุ้งซ่านๆอย่างอึดอัดก็ตามหรือว่ามันมืดไปอัดมันไม่รู้อะไรจะว่าอะไรมันก็อึดอัดอะไรก็ตามเรื่องของจิตที่มันไม่โล่งโปร่งสบายแล้วมันก็ไม่อยู่อย่างใสรู้อยู่อย่างรู้มันจะคิดจะอ่านอะไรมันคิดอ่านปลงเข้าใจใส่ไปหมดไม่ใช่ว่าจิตมันฟุ้งซ่านไปจับไม่ติดวุ่นๆอะไรก็ไม่เข้าใจ มันต่างกันที่พูดให้ฟังภาษาและทำความเข้าใจกับสภาวะที่เราเคยเป็นเคยมีถ้าเราไม่เป็นเราไม่มีดีอย่างใดที่บอกว่าไม่ดีแล้วเราก็ฟังว่าเอออย่างไม่ดีนี่เราไม่มีอย่างนี้บอกว่ามันโล่งว่างให้มันดีมันมีให้เราทำได้เราก็จะได้รู้ไม่ได้เข้าใจแล้วแต่ใจผู้ใดเป็นไปดังที่กล่าวว่าอันนี้ควรมีอันนี้ไม่ควรมีเราควรเป็นอย่างนี้ไม่ควรเป็นอย่างนี้แล้วก็เทียบเคียงไปจริงๆเราฝึกได้แค่ได้เราจะรู้ตัวเองขึ้นทุกวันทุกวันที่พูดด้วยซ้ำๆพูดเหมือนให้คุณตรวจพูดเหมือนทำกระจกส่องให้คุณดูดูดูดูดูดูดูดูแต่คุณเองคุณหลับตาคุณเองคุณไม่ฟังแล้วก็จบฉายเท่าไหร่เท่าไหร่คุณก็ไม่รับรู้ไม่รับเห็นมันก็ไม่รู้มันก็ไม่ได้ตรวจตรามันก็ไม่ดี ใจว่าตัวเป็นยังไงแค่ไหนควรจะเพิ่มยังไงมุมเหลี่ยมตรงไหนมันยังเป็นกระปุกแบบเป็นตัวที่ผมจะปรับปรุงตัวที่ควรจะตัดจะละคนคุณจะเฉาะออกล้างออกมันก็ไม่รู้ถ้าเราดูไปฟังไปนั่นเองก็คือฟังไปนี่แหละเธอก็รู้ไปเหมือนแตกแล้วก็จบส่องไฟหรือว่าเทียบเคียงตัวเรารู้เข้าใจทุกทีทุกทีเราก็ได้ปรับทุกทีเราก็เข้าใจทุกทีไปทำด้วยเข้าใจด้วยทำด้วยเข้าใจด้วยแล้วก็มีของจริงลงตัวของมันไปทุกทีทุกทีมันก็สบายเพราะถ้าพวกเราไม่เราไม่ได้เป็นไปดังที่กล่าวนี้หรือถ้ามันเป็นอยู่เราก็ได้ทำจริงแล้วเราก็จะรู้อันนี้เป็นการปฏิบัติอานาปานสติเป็นสูตรเป็นหลักของอานาปานสติ บ่บอกวิธีการทำอย่างนี้แล้วเราก็ไปมีสติปัฏฐานไปมีการมีสติแล้วก็ทำฐานให้มันสูงตามที่เรารู้อย่างนี้เสมอๆบ่อยๆบ่อยๆก็จะทุกข์เวลาที่มีลมหายใจเข้าออกเรามีสติแล้วก็มีสติปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติปรับปรุงจิตของเราไม่ดีรู้กายสังขารมันอยู่ข้างนอกปรุงเข้ามาข้างในจับได้จนจิตสังขารรู้ในจิตสังขารต่างๆรู้เท่าทันสังขารต่างๆและเราก็ปรับปรุงให้มันเป็นผู้ที่มีปราโมทย์มีความปราโมทย์ยิ่งอยู่ไม่ทุกข์โทมนัสเข้าใจว่าทุกข์ทนมนัสเป็นอย่างนั้น แม้แต่การเฉินหลงสุขหลงสุขหลงสมนัสหลวงพี่ติแล้วก็รู้เท่าทันตัวโสมนัสตัวปิติจนกระทั่งเราอยู่เหนือสภาพปิติสภาพโมทนาสภาพมณฑปสภาพดินดีเราดูเนื้อจริงๆแล้วก็ปรับปรุงไปเรื่อยจนกระทั่งไม่ติดสิ่งนี้แต่เป็นได้ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสสดใสเข้าไว้ได้จริงมันก็จะเกิดสั่งสมเป็นเสพคุณเป็นไปได้ไอ้นี่บอกตอนต้นไว้ขยับหนึ่งเมื่อวานนี้จบตรงที่ว่าเราหวังจะทำสวนที่บกพร่องส่วนที่เป็นทุกข์มันมองธงมัน ความโกรธความคิดทางที่ไม่ควรมีเป็นเบื้องต้นจริงๆอย่าทำไว้จงทำให้มันเบิกบานสดใสเขาว่าอย่างนี้มันจะเป็นสุขอันนี้ต่อมาก็ว่าส่วนสุขที่เรียกว่าสุขด้วยสงบในวงเล็บภาษาบาลีมีเยอะกูไปสมัครสันติปัสสัทธิวิเวกพยานใหญ่พวกนี้วงเล็บปิดนั้นนี่เรียกว่าเราสุขด้วยความสงบมันมีความหมายเยอะภาษาบาลีก็มีไว้ทุกข์ระดับทุกท่านถ้าเรายังเข้าใจไม่ได้ก็เข้าใจความหมายตรงกลางก่อนก็ได้ประสิทธิภาพแปลว่าสงบเป็นสุขอยู่ในตัววิเศษก็แปลว่าสงบมีเป็นต้นสันติก็เหมือนกันอุปสมะอย่างนี้ตาม เคยเห็นตัวพวกนี้ตัวอื่นไม่ได้ใส่เข้าไปในนี้ระลึกยังไม่ออกก็เอาล่ะเอาไว้ก่อนจะมีนะเพราะจะส่งด้วยความสงบนั้นก็อีกลักษณะหนึ่งถือว่าเป็นสุขที่ยิ่งกว่าสูงกว่าสุขที่เกิดมาแต่การสมใจในรถในชาติอันดับผัสสะทางทวาร 5 หรือแม้แต่ปรุงเองทางใจเป็นก็เป็นชาติเศษเพราะการสัมผัสเป็นปัจจัยในวงเล็บคือยังไม่ใช่สุขเพราะการระงับการจางลงการหยุดการพักลงหรือเพราะไม่ต้องได้รับมาบำบัดสนใจวงเล็บปิดคือไม่ต้องบำบัดอะไรหรอกมันก็อยู่จิตของมันก็คือตัวทาสรู้แล้วมันก็รู้เฉยๆแล้วเราก็ลงๆ สวยสงบสงัดอยู่นิ่งๆอยู่รู้ก็รู้ชัดๆเฉยๆอยู่ไม่มีการปรุงอารมณ์ถ้าเราจิตของเราแต่มันยังไม่แน่เมียมันยังไม่มีเป็นอย่างนี้ได้อย่างมั่นคงมันจะต้องการของบำบัดเป็นอามิสมาแลกเปลี่ยนยางเราต้องการโลกเราก็ต้องพยายามดูโลกีย์ยึดรถมันจะจ้านต่างกันอย่างไรสังขารและโรคปรุงเราชอบใจในการสัมผัสอย่างนี้แล้วก็จะเกิดรถอย่างนี้แล้วก็จะชื่นใจสมที่เราต้องการเราชอบเคี้ยวได้เคี้ยวแล้วก็แสดงว่าชอบเปรี้ยวได้เปรี้ยวแล้วชอบหวาน เราชอบใหญ่ได้ใหญ่แล้วชอบเล็กได้เล็กเราชอบร้อนไม่ร้อนชอบเย็นได้เย็นอะไรก็ตามแต่พอได้สมใจมันเป็นการบำบัดทุกทีสุขเพราะการสังขารสมใจอย่างนั้นโลกการหรือว่าโลกีย์รสเราต้องรู้เท่าทันพยายามจับประเด็นให้ถูกเข้าใจนัยยะของมันให้ตรงให้ได้อันนี้เป็นของใหญ่แม้จะละเอียดลงไปอีกสุขสมใจที่เราลดปลาลงมาแล้วมันก็ยังมีสภาพนะเรายังต้องการอยู่เหมือนกันแม่ไม่ได้ถึงกับรถจะจัดมันจะกรอบๆนี่ติดยึดมากลดลงมาแล้วมันยังมีความสวยอยู่นิดความสวยอยู่หน่อยคนอื่นก็ไม่รู้สึกแล้วว่าเรายังติดเรายังมีเราเองเราก็ต้อง เรายังมีอยู่หน่อยๆนะหวานอย่างนี้หน่อยนึงแล้วก็ยังเออดีเปรี้ยวอย่างนี้หน่อยก็ยังดีร้อนกว่านี้อย่างนี้หน่อยก็ยังดีเราก็จะต้องรู้แล้วในโลกนี้ไม่ให้มันมีหวานไม่ให้มันมีเปรี้ยวไม่ให้มันมีร้อนไม่ให้มันมีเย็นไม่ให้มันไม่มีเขียวไม่มีมีแดงไม่มีเสียงดังเสียงเบาไม่มีเสียงช้าเสียงเร็วไม่ให้มีกลิ่นอย่างโน้นกลิ่นอย่างนี้ไม่ได้ไม่มีไม่ได้ข้าพระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่เกิดดินน้ำไฟลมที่ไหนนะที่ไม่เกิดดินน้ำไฟลมเท่านั้นบอกไม่ได้ที่ไหนอย่างไรทำอย่างไรถึงจะดินน้ำไฟลมอย่างลงไม่ได้ถ้าไปทำ แล้วก็ทำทำที่ไหนทำจิตเราจิตเราริมน้ำไฟลมหยั่งลงไม่ได้แล้วก็อธิบายให้ฟังแล้วเอาดินน้ำไฟลมหยั่งลงจริงๆมันเป็นบุคลากรที่ฐานมันอย่างเราไม่ได้แล้วเอาดินน้ำไฟลมเข้าไปปั้นเป็นตัวจิตได้ที่ไหนแล้วก็อธิบายทำมาที่ฐานให้ฟังแล้วว่าอย่างนี้แหละมันเกาะอย่างนี้แล้วมันเกาะอย่างกันอย่างหยาบก็ยังอาโปธาตุหรือยังมีฤทธิ์แบบเตโชก็ยังมีความรุนไปดันมาเคลื่อนไปเคลื่อนมาแบบวาโยธาตุเราก็ต้องเข้าใจให้จริงเห็นจริงว่าอาการของจิตกิริยาของจิตของเราไม่มีแล้วแม้แต่เป็นธรรมาธิการเป็นสภาพละเอียดลึกซึ้งอย่างนั้นมันก็ไม่มี ยังลงไม่ได้ไม่แปรปรวนไม่ๆไม่ต้องเดือดเดือดร้อนๆเราจะมีอำนาจจิตของเราจะมีเบสมีฤทธิ์ก็เราก็มีเองแล้วเรามาอยู่ชายชายเป็นเพราะอันอื่นมาเป็นอำนาจมาเป็นการดุลดันให้เราเป็นไม่ใช่เราจะดุลแล้วจะดันเราจะเป็นพลังจิตของเราจะเป็นพลังไปก็เราสามารถที่จะเป็นไปเอาเองเราเป็นผู้กระทำเป็นผู้ฝึกปรือจนกระทำได้ต่างหากที่เราปลูกเองปลูกเองโดยที่เรียกว่าซ้อนกันกับในนี้ว่าหรือแม้แต่ปรุงเองทางใจเป็นรสชาติพิเศษให้เป็นรสชาติเค็มขึ้นมาแบบมีทุนดังกล่าว อดีตยอดหนี้หรือจะอนาคตเพ้อฝันไปเอาเองหรือว่าพรุ่งนี้เกิดรถเกิดชาติต่างๆไอ้อย่างนั้นมันเกิดรสชาติบำบัดเดี๋ยวนี้พอเกิดสมใจก็เหมือนว่าเราได้แต่ที่จริงก็สุขใจไปสร้างวิมานในอากาศสั่งวิมานลอยหรือยอดอดีตมาก็เหมือนกันเอามานั่งคิดปรุงขึ้นไปแล้วก็ชื่นใจสุขไปวันๆคืนๆสังเกตอ่านที่จิตกล่าวนี้เราอยู่กันว่างๆก็ปลงทุกวันนี้จิตมันทำงานอย่างนี้อยู่โดยเราไม่รู้ไปจับมันไม่ติดแต่มันไม่ได้วินาทีนึงนาทีนี้ไปคิดอย่างนี้ไปทำที่เท่าไหร่เราไม่เข้าใจจับดูให้ดีๆจิตเราก็อยู่ว่างๆมันก็ปล่อยไปงั้นแหละคิดเกิน บทบาทมันมีเป็นเรื่องจัดๆจัดจ้านจะตายแล้วก็จับไม่ได้เพราะบางทีถ้าเกิดว่าเราเองเราไม่มีอะไรแล้วมันก็อยู่โล่งๆว่างๆก็พิสูจน์เราไม่ได้อยู่ว่างๆก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วก็ไม่มีอะไรนะมันก็ไม่คิดอะไรนั่นเรียกว่าเราอยู่ว่างแล้วเราจะเป็นพระอริยะชั้นสูงมันก็ว่างๆมันไม่ฟุ้งซ่านไปไหนไม่มีอะไรโลกว่างแล้วดีมันก็ดีก็สบายเบาให้กำหนดลงความสบายให้กำหนดดูความเบาความว่างอันนี้มันเป็นได้แล้วนะเราทุกคนเข้าใจสงสัยอะไรก็ไม่สงสัยอะไรเพราะงั้นเราก็ต้องไปฝึกปรือใหม่เวลาไปสัมผัสเราจะทำว่างอย่างนี้ได้ไหมไปเกี่ยวข้องทุกทีไปอยู่กับโลกเราจะเหนือโลกต่างๆได้ไหม ถ้าโลกว่างๆก็บอกแล้วว่าอยู่ว่างแล้วเราว่างมันง่ายเมื่อถึงขั้นนี้ในระดับต้นเบื้องต้นจริงๆนั่นน่ะจับไปอยู่ว่างแล้วจะเห็นวุ่นชัดเหมือนกันอยู่สีจัดๆเยอะๆเอาไปวางกลางแผ่นขาวมันก็จะเห็นชัดวางลงในกลางแผ่นใสมันก็จะเห็นชัดเมื่อเราเอาตัววุ่นๆเยอะๆไปวางกลางตรงกลางที่ว่างๆมันก็จะเห็นตัววุ่นๆออกมาชัดแต่เหมือนพระมาในช่วงนี้ยางออกจากน้ำก็จะเห็นมันดิ้นเห็นมันเป็นกลิ่นมันเรื่องยุ่งกับโลกเขาเห็นชัดเห็นแล้วก็หาทางปราบหาปัญญาหากำลังแรงที่จะกดปุ่มตัดหยุดทำมันอยู่ได้ก็จะเห็นตัวหยุดถามว่าหยุดได้แล้ว กลับมาอยู่กับความวุ่นอีกแล้วจะสอนลงไปเป็นตัวหยุดที่อยู่เหนือโลกที่แท้ไม่ใช่เป็นเนื้อโลกกว้างแต่เหนือโลกกว้างได้ก่อนรู้ให้จริงเพราะเนื้อโลกกว้างหน่อยแล้วก็เนื้อโลกวุ่นนี่แบบสโลโมชั่นแต่ถ้าใครเข้าใจแล้วถึงเราจะไปนั่งว่างแล้วเราก็มากลับว่างอยู่ในวุ่นอีกถ้ารู้หลักการนี้ก็มาทำสติปัฏฐานโดยไม่ต้องอาศัยสถานที่ไม่ต้องออกป่าออกเขาออกถ้ำไม่ต้องไปออกไปในสถานที่ที่จะต้องไปนั่งค่อยๆอ่านที่ว่างแล้วมันถึงจะเห็นความวุ่นวายเรามีปัญญามีปฏิภาณจับจิตจิตของเรารู้ว่าเราอยู่ที่นี่เราก็รู้ความบุญของเราจับกริยาจับอาการได้อย่างนี้เรียกว่าราคะหรือโลภะอย่างนี้เรียกว่าอาการของโทสะอย่างนี้เรียกว่าเรายังไม่รู้ แล้วจับไม่ติดจะโมหะหรือไม่ได้หลงผิดดีเราไปกลับว่าชั่วชั่วแล้วไปกลับลงมาเป็นดีถูกแล้วก็กลับแล้วมันผิดผิดแล้วไปกลับรถไม่ถูกจะมากกว่ากันน้อยกว่ากันเท่าไหร่ถูกมากแล้วเราก็ยังไปหลงผิดตั้งมากหรือว่าน้อยแม้แต่ละเอียดมาแล้วอ๋อมีนิดหน่อยที่จริงมันผิดนิดนึงแล้วเราไปลงมือถือหรือว่าถูกนิดแต่เราก็ผิดหน่อยอะไรอย่างเงี้ยก็มีปริมาณหรือมีคุณค่าเรารู้ค่ามากค่าน้อยค่าแรงค่าเบาแล้วก็จะเข้าใจไปยิ่งฝึกยิ่งปรือจับได้ไม่ต้องเป็นไปในสถานที่เหล่านั้นฝึกเป็นสติปัฏฐานลืมตายืนเดินนั่งนอนก็ทำได้ก็เอาลองฝึก YouTube ได้ไปแล้วก็มาเข้าใจจริงแล้วนะมันไม่มีปัญหาอะไรเราก็ มาเรียนรู้แล้วผู้ใดแม้ที่สุดได้หัดได้รู้จนกระทั่งถึงตัวว่างตัวอะไรสุขจนกระทั่งมันเป็นสงบมันจะติดใจสงบแต่ตอนนี้อันนี้ท่านอันนี้อธิบายไปมาจนกระทั่งคำว่าสุขด้วยสงบเราก็จะเป็นผู้ที่รู้ว่ามันสุกยิ่งกว่าจิตใจของเราเองจะเห็นจะยินดีด้วยจริงๆจึ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน