230203-361 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-บ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อยากจะตีความคำว่าทีนะมิตรทังให้ฟังอีกครั้งหนึ่งคำว่าทีนะเนี่ยมันเป็นคำที่มาจากรากศัพท์ในที่ที่ใช้กันมาตั้งแต่ท้อฐานถถุงเป็นสภาพที่อยู่ยั่งยืนตั้งมั่นเป็นฐานเป็นสิ่งที่จะต้องอยู่เป็นฐานะเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นไปเป็นอย่างนั้นควรเป็นไปอย่างนั้นและเขาก็เอาเวลามาบวกเข้าก็เป็นเวลายาวนานเรียกว่าฐาน เลขบัญชีนะเป็นการบอกถึงเวลาสถิตเสถียรนี่เป็นการขยายจิระธีระเป็นการขยายเวลาขึ้นมาว่าเป็นการยาวนานส่วนมิตรทางนั้นน่ะหมายถึงจิตมากกว่าอิทธิพลซึ่งเป็นความเก่งของจิตชนิดหนึ่งคำว่าเก่งคำนี้หมายความว่ามันสามารถมากมันสามารถมาหาคำแปลเอาอัดเอาความคิดทางมันแปลว่ามันตกตะกอนมันไม่กระเตื้องอะไรแล้วมันตก ตะกอนมันแช่นิ่งหยุดมันเก่งไปเชิงนั้นเพราะทีนะมีทางมันมีแนวโน้มไปในทางสงบทางหยุดเพราะฉะนั้นความเก่งก็เก่งไปในทางหยุดแนวโน้มก็กินไม่มีทางมันมีลักษณะอย่างนั้นโดยอรรถก็จึงแปลว่ามันตกผลึกหรือว่ามันตกตะกอนมันเกาะกลุ่มไม่กระดิกกระเดี้ยเพราะถ้าผู้ใดมีจิตในลักษณะที่จะเรียกว่าเก่งจะเรียกว่าชำนาญจะเรียกว่าเชี่ยวชาญอะไรก็ได้มันเก่งหรือว่ามันเป็นไปอย่างนั้นน่ะได้ยังแหมแป๊บๆเลยสามารถมากเป็นไปในเชิงของการหยุดหยุดแล้วไม่ทำอะไรเลยด้วยไม่ให้มันเป็นจิตที่แท้จริงด้วย มันไม่เป็นจิตที่มีประสิทธิภาพมีการรู้มีสติสัมปชัญญะมีปัญญาเปล่ามันกลายเป็นตกผลึกตกตะกอนก้อนแข็งกลายเป็นตกผลึกตกตะกอนก้อนแข็งไม่มีความเป็นชีวิตชีวาไม่มีญาณหยั่งรู้ไม่มียานรับสัมผัสไม่มีญาณเข้าใจมันกลับกลายเป็นเลยเถิดจากความเป็นจริงของคำว่าจิตคำว่าวิญญาณมันเก่งตายไม่เก่งเกิดทั้งๆที่ความพอดีหรือความเป็นจริงของเราคือชีวิตที่ยังไม่ตายโดยความเป็นจริงที่เถียงไม่ได้คือเรายังไม่ตายเรายังไม่ได้ดับเรายังมีจิตวิญญาณแต่เราทำชีวิตของเราให้ เลยเถิดจากจิตวิญญาณไปโดยไม่ให้มีความ

อ่านต่อ

รู้สึกไม่ให้มีความรับรู้มันก็เลยความจริงไปจากคำว่าเรายังมีชีวิตยิ่งโดยเฉพาะเวลาตื่นวาระที่เรากำลังอยู่กับโลกเขาอย่างเป็นผู้รู้ผู้เห็นเข้าใจเกี่ยวข้องยังไม่ใช่เวลาหลับนอนมันไม่ใช่เวลาพักเวลานอนเวลาจะปิดอ้าวเราไม่รับรู้ชั่วครู่ชั่วคราวไม่ใช่เวลานั้นซะด้วยซ้ำไปแต่มันก็ยังโน้มน้อมดึงดูดไปนั่นแสดงว่าเรายังพ่ายแพ้ต่อความเป็นจริงอยู่เราพ่ายแพ้ต่อความเป็นจริงเพราะเรานี่ยังไม่เก่งที่จริงเรายังไม่เก่งไม่ใช่เราเก่งแต่เราถูกผีต่างหากเก่งถูกผีที่ดึงให้เลยเถิดไปจากสารัตถะที่เป็นจริง เลยเอียงไปข้างมัชฌิมาเลยเอียงไปข้างสัมมามันยังไม่ใช่สัมมายังไม่ใช่มัชฌิมามันเลยไปแล้วเจตนารมณ์เราก็รู้ภาวะเราก็รู้กำหนดสมมุติรู้หมดทุกอย่างว่ามันยังเป็นการตื่นยังเป็นการมีชีวิตยังไม่ใช่การตายยังไม่ใช่การหลับไม่ใช่เวลาหลับเนี่ยเพราะฉะนั้นเราทำนี้โดยสัจจะที่สุขุมประณีตแล้วทิศทางมันมาจากบัญญัติหรือมาจากภาษาบอกแล้วออกมาบอกอีกครั้งจิตที่มันเก่งมันไม่ใช่เก่งแต่มันไม่ใช่เก่งดีคำว่าเก่งคำนี้จึงแปลได้ 2 ในเก่งไปในทางผิดก็มีเก่งไปในทางถูกก็มีเราไม่ได้เก่งไปในทางถูกเลยจึงเรียกมันว่ากิเลสทีนะมิติทางแล้วมันยาวนานซะด้วยนะทีละที มันมีความสถิตเสถียรมันมีความยืนยงซะด้วยนะถ้าไม่รู้ไม่สำเหนียกไม่สังวรไม่ระวังไม่แก้กันอย่างอุตสาหะวิริยะไม่พยายามที่จะไม่อ่อนข้อกับมันทำไมพยายามที่จะแข็งข้อกับมันขึ้นมาแล้วเราก็ตายมันเอาตายนะทีนี้ไม่ทันมันเอาตายมันเอาจนกระทั่งมันกลายเป็นลัทธิกลายเป็นเดียรถีย์กลายเป็นศาสนามาทีเดียวไม่ใช่มันเอาเล่นๆนะมันเอาจนกลายเป็นศาสนาเป็นศาสนาเป็นลัทธิเป็นอยู่เดี๋ยวนี้มันก็มีศาสนาที่นั้นมีทางนี้อยู่เดี๋ยวนี้ก็ยังมีศาสนาจะเอาได้แค่เนี้ยไม่รับรู้โลกไม่เอาอะไรแล้วดับดีๆหลับไปไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไรฉันกินฉันอยู่ฉันขี้ฉันเยี่ยวไปตลอดแล้วก็ตาย ชีวิตร่างกายก็เป็นแค่นั้นที่เอามาวิเคราะห์แยกแยะให้ดูละเอียดละออขึ้นมาแล้วก็ทำนัยยะให้กระจ่างกระจ่างขึ้นมาชัดๆแจ้งๆก็เพื่อที่จะให้เราได้สำนึกได้สำเหนียกได้มีความตั้งใจเราอยู่ตกอยู่ในฐานพวกนี้ก็ไม่ใช่น้อยถ้าเราไม่กระปรี้กระเปร่าไม่สำเนียงไม่สังวรไม่พยายามที่จะเสพคุณที่พูดเนี่ยเพื่อให้เกิดทัศนาจะได้สังวราให้เกิดความเห็นทัศนะให้เกิดความที่พูดเนี่ยเพื่อให้เกิดทัศนาจะได้สังวราให้เกิดความเห็นทัศนะให้เกิดความแจ้งแล้วเราจะได้ ผลบอลจะได้ระมัดระวังควบคุมประพฤติจะได้ทำไปได้ถูกทิศทางที่เราเข้าใจปฏิเสวามิคุ้นในทิศทางที่เราไม่ควรให้มันขุดเราจะต้องรู้ว่าเราจะควรเสพอย่างไรควรคุณอย่างไรเราจะผลักเวทีชีวิตของเรามาคุณมาเสพอย่างไรเสมอปฏิเสวามิ ต้องทนต้องเก่งทำเสมอๆปฏิเสธเวลา คนเราก็จะให้เป็นไปเราก็จะให้ยั่งยืนมันในทิศทางที่เจริญนี้อย่างแท้จริงก้าวเข้ามาสู่ปรัชญาภาวนาเป็นที่สุดถึงภาวะอันบริบูรณ์บริสุทธิ์ครั้งสุดท้ายเมื่อเราเข้าใจผีร้ายตัวนี้ถ้าไม่เช่นนั้นเราต่อทั้งอายุเวลาให้มันเราทำทั้งให้มันเก่งถ้าเราไปอ่อยมันถ้าเราไปตามใจมันถ้าเราไปให้มันมันจะต้องเก่งด้วยแล้วมันก็จะรักษาเวลามากขึ้นเราก็ยิ่งกลายเป็นตัวลักษณะนี้แหละมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นตลอดเวลาแล้วเราก็ไม่ได้เจริญได้ตกต่ำอยู่จริงๆแล้วแม้แต่เราจะดีขึ้นบ้างจะได้พอสมควรพอสู้พอไปได้แต่ก็ไม่ได้หมายความ สะอาดบริสุทธิ์สุดยอดเราก็จะต้องทำให้สะอาดบริสุทธิ์สุดยอดไม่ได้จริงๆมีจำนวนเวลามีจำนวนปริมาณมีเนื้อหาสาระของมันและหลุดพ้นว่างเว้นเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสจนเป็นผู้ที่ใหม่จะมีคนเขียนจดหมายมาว่าเห็นคนไม่ไม่เป็นคนบรรลุเหนือกว่าพระโพธิรักษ์อีกมีพระเขาเขียนจดหมายมาชื่อพระจิรธัมโมเขาจะมาจำพรรษาที่นี่มันบอกว่าเขาได้เขียนจดหมายสมัครไว้แล้วซะด้วยแต่เสร็จแล้วก็ยังไม่ได้มาเป็นพระอยู่ทางภาคเหนือพอมาแล้วจะมาจำพรรษาที่นี่เสร็จแล้วเขาไปพบพระองค์หนึ่งพระองค์นั้นพ่อไปพบแล้วก็ได้อยู่ด้วยแล้วก็ยืนยันทั้งสอบทั้งทานทั้งพิสูจน์โอ้พระองค์ เป็นพระผู้บรรลุหลุดพ้นที่แท้จริงเป็นอเสขะไม่มีการหลับไม่มีการฝันเขาว่างั้นโอเพิ่งเคยเห็นไม่หลับไม่ฝันแล้วเป็นผู้ไม่หลับไม่ฝันอย่างแท้จริงสำนวนนี้ถ้าเรามองเป็นกลางๆจะเห็นว่าสำนวนนี้น่าฟังมากคือเป็นพระผู้ที่ไม่หลับไม่ฝันที่ต้องเป็นธรรมาธิการหมายความว่าเป็นผู้ที่ไม่หลับไหลเป็นที่ไม่เป็นผู้ที่ไม่ฝันเพ้ออะไรแล้วเป็นผู้ที่ไม่ปล่อยให้จิตใจมันไปตามอำนาจของกิเลสได้อย่างแท้จริงเป็นผู้ไม่หลับไม่ฝันถ้าทำอธิษฐานภาษาที่หมายนี้ลึกซึ้งอย่างนี้ก็จริงและพระผู้นี้ก็เป็นผู้ที่อยู่อย่างปกติมีการหลับธรรมดาถึงเวลาหลับตั้งแต่นอนหลับและท่านก็ตื่นท่านก็ไม่มีอารมณ์โง่ๆไม่มีเราอารมณ์ซึมเศร้าไม่มีอารมณ์เป็นผู้เบิกบานแจ่ม สดชื่นอยู่จริงทั้งรูปกายก็กายกรรมก็เห็นว่าเป็นผู้ที่ตื่นโพรงเป็นผู้ที่เบิกบานร่าเริงเสมอวจีกรรมก็เป็นผู้ที่เบิกบานร่าเริงไม่เป็นวจีที่งองๆแงงๆๆอะไรเป็นหัวใจที่มันไม่อาจหาญเจ้ากล้าไม่ใช่เป็นสภาพที่เป็นผู้ที่ได้อย่างสัตว์ได้อย่างส่วนที่พอเหมาะพอสมมโนกรรมของท่านก็แน่นอนล่ะถ้าอยากรู้ถึงมโนกรรมได้ก็เป็นมโนที่ตื่นเป็นมโนที่แจ่มใสแท้จริงน่าจะฟังภาษาแล้วเราก็เข้าใจความหมายนี้ได้แต่ส่วนความเป็นจริงนั้นเราก็ยังไม่รู้ได้ว่าพระองค์นี้หมายเอาแค่ใดไม่หลับไม่ฝันที่จะหมายเอาแค่ใดเราก็ไม่รู้สอบถามด้วยปากของพระผู้นั้นเองเฉยๆหรือว่าเห็นรูปรอยว่าท่านไม่นอนหลับเลยเอาแต่นั่งแบบมหากัสสปะ ไม่หลับแล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่เคยฝันอะไรหยุดดับสนิทเลยแล้วท่านก็อยู่ของท่านง้องแง้งๆเพราะไม่เคยได้ยินพระองค์นี้ก็ไม่รู้ว่าชื่ออะไรเขาก็ไม่บอกชื่อด้วยเขาบอกว่าพ่อท่านน่าจะเดินทางไปพบเพื่อจะได้บรรลุหลุดพ้นสุดยอดสักทีนึงเชื่อแน่ว่าพ่อท่านจะบรรลุหลุดพ้นได้ถ้าไปพบพระองค์นี้เท่านี้ก็จะสอนให้บรรลุอดทนได้เขาเชื่อมั่นอย่างนั้นเลยน่าฟังดีเหมือนกันซึ่งเราเองเราก็ยังไม่รู้เรายังไม่เข้าใจเรายังไม่เห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรทั้งหมดเราก็ฟังไว้หน้าก็น่าสนใจน่าจะไปดูถูกดูแคลนเขาทีเดียวก็ยังไม่ได้จะเป็นประมาทไม่ได้หรอกคนเราเขายังไม่ผิดก็ยังไม่ถูกแต่เรามองในเชิงที่ว่ามันก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็น อรหันต์แล้วทำไมไม่ไปกอบกู้ศาสนาขึ้นมาบ้างเขาอาจจะเป็นอรหันต์แบบเชิงเข้าใจเอียงไปว่ามันเป็นการหลุดพ้นรอบรอบตัวไปเฉยๆไม่มีตายะไม่มีผลชนะสุขายะเอาตัวรอดเป็นแรดหน่อเดียวไปอยู่อย่างนั้นเขาจะเป็นพระอรหันต์อย่างนั้นก็ได้แล้วก็อาจจะมีแนวโน้มไปในทางหยุดๆจริงๆไม่หลับไม่ฝันแล้วก็ไม่เอาโลกเลิกไม่เกี่ยวไม่คล่องไม่ต้องวุ่นวายอะไรถ้าอรหันต์อย่างนั้นก็เป็นความคิดของพระองค์นี้เห็นว่าอรหันต์ต้องมีลักษณะนี้เราก็ฟังเอาลักษณะนี้เราก็ดับไปไม่ยุ่งยังไงก็ได้ไม่มีอะไรไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับใครจะบอกว่าเบิกบานร่าเริงแจ่มใสเบิกบานนี้ก็มันไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องคิดอะไรเนี่ยการพักผ่อนก็เพียงพอไม่ต้องง่วงก็งงอะไรการจะต้องทำอะไรก็ไม่ต้องทำอะไรอยู่ให้ได้เลี้ยงเอาไว้ในระบบหมุนเวียนพอดีขนาดนั้นกิน หลับนอนไปเฉยๆวันๆต่อวันใครมาพูดก็คุยด้วยไม่แสวงหาไม่พยายามที่จะตอบก็ตอบภูมิอะไรกับใครไม่เอาภาระไม่ค้นคว้าอะไรมันก็ทำได้อย่าทำอย่างนั้นก็ทำได้แต่มันไม่มีแนวโน้มมันในทางที่ถูกต้องตามจุดเป้าหมายอุดมการณ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นการลงไปในทิศทางหนึ่งจะได้ประมาณ 1 จะว่าดีครับผมว่าเป็นจริงถูกต้องลงตัวจริงก่อนก็ดีอยู่ในฐานนึงแต่ยังไม่ได้ถามถึงอรหันต์คำว่าอรหันต์หมายความว่าถึงปลายสุดยอดของอุดมการณ์ที่แท้จริงยังไม่ได้ตกในฐานที่ถึงอุดมการณ์ปลายอุดมการณ์ที่ถูกต้องตามสหรัฐสัจจะที่แท้จริงจะไปถือว่าอรหันต์ยังไม่ได้แต่เขาจะถือก็แล้วแต่ใครจะไปฉีดขอบอกเองตัด เส้นตัดขอบตัดรอบเอาเองก็ตามใจนะเราก็ฟังไว้ฟังรู้ฟังได้ใครจะเห็นดีเห็นด้วยขนาดไหนก็ยอมๆเลือกเอาตามประสาพระองค์นี้อาจจะเลือกขนาดนั้นก็เอาเราไม่ได้ดูถูกดูแคลนขายขอให้มันสะอาดสะอ้านตัดโลกแห่งหยาบๆไปจนกระทั่งถึงโลกละเอียดแล้วก็ทำให้สูงยิ่งยิ่งขึ้นไปใครสูงยิ่งขนาดไหนได้เราก็รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วเราจะอยู่ยังไงเราก็เลือกเอาที่นี่ก็ไม่ได้บังคับอันนี้ย้อนกลับมาถึงขีดนั้นมีทางดังกล่าวนี้การหลักการไหลการฝันการเพ้อหรือว่าการไปเกาะติดลักษณะอย่างนี้ขอให้พวกเราได้เพลงเพี้ยนเมื่อเพลงเปลี่ยนแล้วรู้จักความพอดีแม้เราจะมีงานมีการมากมายหน่อยสมบัติสมบัติบ้างเราก็จะมีการพักผ่อนน้อยไปก็ให้รู้ พักผ่อนน้อยไปเราก็พยายามทำจังหวะหมุนเวียนทำให้มันพอเหมาะพอสมแล้วก็มีการสู้ทนมีการพยายามปรับปรุงตนเราก็จะเข้าใจตัวเราว่าเรามีเหตุมีปัจจัยอย่างนั้นอย่างนั้นพอเป็นพอไปขนาดนั้นขนาดนี้แล้วเราก็อยู่อย่างสุขาปฏิปทาไม่อึดอัดขัดเคืองไม่มีพยาธิอะไรไม่มีโทรมานัดอะไรไม่มีทุกข์อะไรไม่มีแฟรี่เทวอาการอะไรและเราก็ไม่ได้สอบได้เศร้าอะไรเลยเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสรู้ในเหตุปัจจัยรู้ในพฤติกรรมรู้ในความเป็นอยู่ของเราดีอยู่แล้วเราก็จะได้มีชีวิตต่อไปสร้างประโยชน์ท่านส่วนเหลือของประโยชน์ตนที่จะทำให้ดียิ่งๆๆก็พากเพียรทำไปส่วนใดที่ไม่ต้องทำก็ไม่ต้องทำส่วนใดที่ต้องทำอยู่ก็ทำไปมีฐานะแห่ง กูจะเป็นฐานะคันอัจฉริยะขั้นไหนก็ว่าไปต้องรู้ความจริงอันนี้เมื่อมันไม่สงสัยในความเป็นจริงที่ตั้งอยู่เราก็ตั้งอยู่อย่างดีแล้วมันก็จะเสื่อมไปเสื่อมไปในส่วนที่จะเสื่อมส่วนเจริญมันก็จะเจริญไปยิ่งๆอยู่ไม่มีทางสุดสิ้นในความเจริญยิ่งๆอยู่ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มหรือคนแก่มันจะเจริญได้ถ้าเกิดว่าเรารู้ว่าทิศทางได้ทำความเจริญให้แก่ตนในอะไรเราจะเข้าใจแล้วเราก็จะทำขอให้พวกเราได้มีความเป็นหนี้สุขุมไตร่ตรองให้ดีแล้วเราก็จะทำสิ่งที่ควรดับให้ดับได้แม้จะดับความคิดไปหลงดับดับที่ความเป็นหลวงจีนนะมีทางเราก็จะดับได้มีฤทธิ์มีแรงอย่างจริงที่จะต่อสู้ได้และเราก็จะเป็นผู้ที่มีคุณค่าเป็นผู้ที่จะมีรูปของงาม กัลยาณังยังกุศลก็จะยังกุศลได้อย่างดีฉลากและเจริญงอกงามอย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน