241009-3-137 ทางเอกภาค3-ตอน137(หน้า299)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านบรรยายทางเอกภาค 3 ในการทำวัตรเช้าของวันที่ 9 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 วันนี้บรรยายถึงหน้า 299 ที่พุทธสถานปฐมอโศกขออ่านจากหน้า 299 ซ้ำประกาศมีให้ฟังอีกหน่อยเราจะได้อ่านต่อให้ฟังจะได้อธิบายต่อไปเพราะฉะนั้นการสิ้นอาสวะขยะนั้นสิ้นอาสวะขยะหมายความว่าสิ้นอาสวะจึงคือการรู้การสิ้นจึงคือการ การหมดจึงคือการรู้ไม่ใช่ว่ามดขึ้นดับคือไม่รู้เรื่องไม่ใช่การสิ้นนี่คือการรู้และรู้ยิ่งด้วยในวงเล็บจึงเรียกว่าวิชาหรือเวทียิปซีเวทีตะนี่เป็นธาตุรู้เนติธรเป็นธาตุรู้ที่รู้อย่างเข้าไปเขาเคลียร์อารมณ์เข้าไปสอดส่ายแทงทะลุในอารมณ์เวทีต่างหากท่านแปลในพจนานุกรมภาษาบาลีว่าการเสวยอารมณ์มันแปลว่าการเสวยคือการเข้าไปเสพเข้าไปเสวยอารมณ์เข้าไปเข้าเคลียร์อารมณ์เข้าไป แตกในอารมณ์ของจิตของเราจิตของเราทั้งหมดแล้วก็มีการเข้าไปมีตัวรู้มีธาตุรู้เข้าไปแทรกซ้อนเป็นญาณมีธาตุรู้ที่เป็นวิญญาณญาณทัสสนะวิเศษเข้าไปแทรกซ้อนรู้ไปทั้งหมดถ้วนรอบเวทีตัดเวที 23 นี่คำว่าแฟนในมาแปลในพระไตรปิฎกมาแปลกันว่าเป็นเวทนาซึ่งที่จริงมันคนละธาตุธาตุธาตุธาตุธาตุที่ละเอียดกันเวทที่ยึดตาเป็นทาสที่ละเอียดยิ่งกว่าเวทนาเวทนานั้นน่ะแบ่งออกเป็นทุกข์เป็นสุขแบ่งออกเป็นไม่ ศูนย์วิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นทุกข์เป็นสุขแบ่งออกว่าไม่เป็นตู้เป็นธาตุรู้ที่รู้ให้ยิ่งรู้รู้กันจนเสร็จจนเป็นความรู้เวทะที่เราเอามาคืนมาใช้ในภาษาไทยเวทแปลว่าความรู้เวรกรรมมียยักษ์การันต์บวกอีต๊ะซึ่งแปลว่าแล้วเป็นอ่าเป็นคำแสดงถึงสภาพที่สำเร็จผ่านไปร่วมเข้าไปแล้วเป็นการว่าได้รู้แล้วไม่ได้รู้ธรรมดารู้อย่างเป็นความรู้รู้อย่างเป็นญาณทัศนะวิเศษรู้บางอย่างละเอียดแทงเข้าไปชนชัยก็ไปรู้หมดใน โดยเฉพาะที่มุ่งหมายถึงปรมัตถ์นี่คือรู้เข้าไปในจิตของเราเองหมดเลยแยกออกหมดมีอภิญญาทั้งหมดมีอภิญญาทั้งหมดมันจะ
อ่านต่อ
ได้อธิบายมาตลอดว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี่ไม่ใช่ศาสนาที่จะมีวิชาเลือกเอาตัวใดตัวหนึ่งไม่ใช่แต่วิชาอันหลังสุดนั่นก็เป็นการต้องทบทวนต้องกระทำซ้ำซากต้องบุพเพนิวาสานุสติญาณทบทวนระลึกย้อนเราทำวันนี้เราทำวันก่อนเราทำเมื่อนั้นมื้อนี้มีสภาวะธรรมกระทบสัมผัสอันนู้นอันนี้เราก็รู้มโนราห์ทั้งหลายต้องพยายาม การทบทวนจนช่ำชองจนจำได้จนเห็นจริงจนเรียกว่าฉลาดชาญฉลาดเชี่ยวชาญในการที่จะระลึกจนเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ระลึกได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนั่งอยู่เฉยๆนั่งอยู่ว่างๆจึงจะทำเตยได้ต้องนั่งหลับตาจึงจะทำเตวิชโชได้ไม่ต้องด้วยซ้ำเก่งแล้วก็ปฏิบัติเนี่ยระลึกย้อนเดี๋ยวนี้ได้ทำงานไปพลางเราก็ยังมีระลึกย้อนได้เดินจงกรมเดินไปบิณฑบาตหรือย้อนได้แต่ไม่ชอบไม่จำเป็นต้องไปนั่งหลับตาตี๋แล้วก็เพ่งเข้าไปจึงเจริญได้ไม่ใช่ถ้ายิ่งเข้าใจแต่วิจารณญาณเข้าใจบุพเพนิวาสานุสติญาณก็จะต้องไปนั่งระลึกนั่งวันชาติ ปางก่อนโน้นเมื่อ 5 ชาติที่แล้วเมื่อ 7 ชาติที่แล้วเมื่อ 8 ชาติที่แล้วเราเกิดเป็นอะไรแล้วก็ไปเป็นบุคคลตัวตนเราเขาอยู่ออกแต่ว่าโอ้ชาติโน้นเราเป็นเทวดาชาตินี้เราเป็นนายกอทางโน้นเราเป็นนางขอชาติโน้นเราเป็นหมาชาตินี้เราเป็นแมวชานนท์เราเป็นเสืออะไรอยู่เฉยๆได้แต่บุคคลตัวตนเราเขาสัตว์เท่านั้นเองมีแต่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขาดังนั้นไม่ใช่ปรมัตถ์ฟังตรงนี้ให้ชัดไม่ได้ปฏิเสธว่าถ้าจะระลึกชาติไปเป็นชาตินี้ชาติหน้าชาติโน้นชาตินั้นเราจะเกิดเป็นสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาอะไรก็ไม่ได้ปฏิเสธระลึกอย่างนั้นก็ระลึกได้ถ้าจริงถ้าถึงจริงก็ระลึกได้เป็นจริงถึงภูมินั้นจริงสามารถ ก็ระลึกได้แต่ระลึกได้แค่นั้นมันเป็นแค่บุคลาธิษฐานมันได้แค่สัตว์ตัวตนบุคคลเราเขามันยังไม่ได้ถึงขั้นที่จิตเจตสิกรูปนิพพานยังไม่เป็นปรมัตถ์ถ้าระลึกถ้าระลึกได้ถึงขั้นว่าเราเกิดเป็นสัตว์เป็นตัวตนบุคคลเราเขาในชาติอย่างนั้นอย่างนั้นก็ต้องระลึกซ้อนลงไปอีกให้รู้ถึงนามธาตุของตอนที่เกิดเป็นสัตว์เป็นบุคคลตัวตนเราเขาจะต่างโน้นๆหรือไปจนเห็นทุกข์ของความเป็นสัตว์ของเป็นบุคคลในวาระโน้นนึกถึงตัวทุกข์ตัวสมุทัยตัวที่เราเองเราได้ประสบพบผ่านจนกระทั่งถึงสภาพที่เราทำบาปทำกรรมกุศลอกุศลอะไรต่างๆ นั่นก็ได้ถ้าเรานึกยังไงก็เข้าถึงใจจะเสร็จจิตใจเป็นสิ่งลูกนี้ผ่านเข้าเป็นปรมัตถ์ได้แต่มันจำยากนะมันจะแม่นมั่นมันจะรู้สึกว่าใช่หรือไม่ใช่จริงหรือไม่จริงยากเพราะเครื่องเช็คมันน้อยแต่ถ้าระลึกชาตินี่ระลึกถึงอดีตสิ่งที่ผ่านมาบุพเพซึ่งเราเคยอยู่เคยผ่านก็มันในเมื่อเราเคยผ่านในเมื่อวานนี้ก็ผ่านมาอาทิตย์ที่แล้วผ่านมาเดือนที่แล้วผ่านมาประสบตาหูจมูกลิ้นกายอากาศกิริยาที่เราได้ประสบจริงการเกิดบอกแล้วว่าไม่ใช่การเกิดจากท้องพ่อท้องแม่เป็นตัวตนบุคคลเราเขาเท่านั้นการเกิดถึงขนาด 17 รูปนิ บ้านเกิดของกิเลสการเกิดของอกุศลการเกิดของสภาพที่มันเกิดที่ 7 ไม่ใช่จิตที่เป็นธรรมดาว่าจิตมันต้องเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปเป็นตามธรรมดาไม่ใช่เท่านั้นมันมีอะไรมาเกิดมันมีเครื่องทำเครื่องพาณิชย์พามนุษย์เกิดพาสัตว์เกิดพาทุกข์ร้อนเกิดทุกข์ให้เกิดทุกข์เกิดร้อนผาให้เกิดความลำบากยากเย็นอะไรมันพาเกิดและมันเกิดเราก็รู้ว่ามันเกิดความเกิดนี่ไม่ใช่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่เท่านั้นตัวนี้แหละตัวละเอียด 17 รูปพรรณตัวละเอียดแล้วก็ตัวที่ไม่ใช่จิตไม่ใช่เจตสิก เป็นสิ่งที่แฝงซ้อนเป็นอาคันตุกะมันไม่ใช่ตัวจิตแท้ไม่ใช่ประภัสรามิตรทั้งจิตตังไม่ใช่จิตแท้เป็นของแฝงนี่ของเค้าไปปนเนี่ยอ่านแย่ออกด้วยปัญญาอันยิ่งมีธรรมะชมรมเข้าใจด้วยเหตุผลของภาษาชัดแล้วก็ไปทำจริงๆด้วยความขวนขวายจริงๆจึงจะเข้าใจถึงจะเห็นแท้แยกให้ออกจนกระทั่งมีเวทีตะมีวิชาเข้าไปสอนใช้รู้แยกออกนอกจากแยกออกแล้วทำให้หลุดออกทำให้ ทำให้นิโรธทำให้ตายจิตไม่ต้องไปดับจิตไม่ต้องไปดับจิตมันเป็นธาตุธรรมดาเป็นรูปนามขันธ์ 5 มันเป็นธรรมดาถ้ามันประภัสรามันประภัสสรแล้วมันก็เป็นของบริสุทธิ์สะอาดอยู่ของมันเองมันหมดเหตุปัจจัยมันก็สลายแต่ถ้ามันมีอะไรเข้าไปแฝงไปเกาะนั่นแหละเป็นยายยึดทำให้เราไม่แตกอัตราเหมือนกับ h2 กับ O ธาตุไฮโดรเจนกับธาตุออกซิเจนมีขามีอะไรของมันมีตัวแล้วมันก็เกาะกันมันเป็นธาตุน้ำแล้วมันก็ไม่จบเป็นธาตุน้ำพอดีมันก็ระเหยไปแล้วมันก็ตกมาเป็นฝนวันนี้มันก็ซึมลงไปในดินไปมันก็ธาตุน้ำไม่สูญเพราะมันไม่แตกการเกาะชั้นเดียวกันกับจิตกับกิเลสของเรามันไม่แตกการก่อมันก็พา เกิดกันอยู่เรื่อยถนัดแดกเอากิเลสออกเสียหาย 0 หมดไม่เหลือแตกออกจิตมันไม่ใช่ตัวตนจิตเป็นอนัตตาจิตมันหมดภาพรูปนามขันธ์ 5 นี่มันก็สูญแต่คนไม่สูญเพราะมันมีตัวจิตที่มันมีอะไรเกาะเข้าแล้วมันก็เลยพากันเกิดแล้วเราก็มาเกิดมันอยู่ด้วยไม่รู้จักจบทุกทีมันเกาะอยู่ด้วยไม่รู้จักจบแต่ถ้าเผื่อว่าเราเอาการเกาะเนี่ยทำลายมันทำลาย H2O ออกแล้วหมดน้ำไม่มีความเป็นน้ำไม่มีการจะมาเกิดเป็นคนชั้นเดียวกันเมื่อหมดไอ้สิ่งนำเกิดคือราคะโทสะโมหะที่เป็นเชื้อเขาแม้กระทั่งถึงขั้นอาสวะถึงกันอาสวะหมด ต้องรู้ตัวสภาวะจริงๆไม่ใช่ไม่รู้ไม่รู้แล้วคุณจะทำความสะอาดอะไรได้คุณเองคุณจะทำความสะอาดเพชรคุณก็จะต้องมองเห็นความหม่นหมองความเป็นธุลีความเป็นละอองความเป็นอะไรที่ไปเกาะเพชรของเราตรงไหนอยู่ตรงไหนเล็กละเอียดยังไงคุณก็ต้องรู้ว่าอ๋อไอ้เนี่ยเป็นธุลีไอ้นี่เป็นสิ่งทำให้มองแล้วคุณจึงจะเช็ดคุณมีวิธีอะไรมีเครื่องมืออะไรเช็ดออกให้สะอาดจนได้เพชรจึงจะสะอาดสุดชั้นใดคุณก็ต้องรู้ว่าอะไรมีที่เราอะไรเป็นธุลีอะไรเป็นละอองอะไรเป็นสิ่งที่มันผสมเปอร์เซียเป็นแขกจอดอยู่ในจิตเป็นตัวที่ไม่ใช่เป็นตัวปลอมตัวแฝงตัวคนอะไร จนกระทั่งรู้แท้จริงจับออกมาจึงเช็ดให้หายจึงทำลายลงไปได้ด้วยอิทธิวิธีมันจึงจะหมดไม่ใช่ว่ามันรู้เองเป็นเองหรือว่ามันไปเองอะไรเองโดยที่เรียกว่าไม่รู้ยิ่งละเอียดยิ่งลึกซึ้งยิ่งเป็นขั้นอาสวะแล้วยิ่งต้องเกิดอภิญญายิ่งต้องเกิดวิชายิ่งต้องละเอียดละออยิ่งมีเจโตปริยญาณอันลึกซึ้งจึงต้องเห็นชัดเลยว่าโอ้จิตนี้เป็นอนัตตาจิตแล้วโอ้นี่ยังเป็นสาวอุตรดิตถ์เท่านั้นจิตก็ยังไม่ดีเยี่ยมยังไม่ใสสะอาดยังไม่เป็นไปจริงและจิตนี้ยังมีธาตุซ้อนอยู่แม้จิตตัวนี้ตัวเราเองว่างเบาสบายแล้วเราก็ยังไม่เป็นจิตที่ยังเป็นประโยชน์เป็นคุณเป็นข้าเป็น เป็นสมาธิชั้นสูงเป็นสมาธิที่เป็นอาสวะนิโรธทักคามินีปฏิปทาหมายความว่าไม่อยากมีขาไม่มีปฏิเสธมีบทปฏิบัติหรือว่ามีพฤติกรรมอยู่อย่างชาวบ้านนี่แหละเนื่องอยู่กับชาวบ้านนี่แหละสำคัญกันอยู่กับชาวบ้านนี่แหละแต่เราก็มีกรรมกริยากายกรรมวจีกรรมศีลเราก็สะอาดแล้วดูท้วงตัวเราเองด้วยศีลก็ไม่ได้ผู้อื่นจะหมดตูดทวงใครควรแล้วปู่ทวดเราด้วยศีลก็ไม่ได้แล้วทำแล้วเราก็ไม่ติดไม่ยึดเราก็รู้ว่าทำแล้วก็ปล่อยเพราะทุกอย่างต้องพรากจากกันแต่ทำแล้วก็ปล่อยกรรมเป็นกรรมกรรมเป็นกรรมของกรรมกรรมก็เป็นความดีใครทำใครได้ใครก็รับเป็นทายาททายาทของกรรม เราก็รับเป็นทายาทของเราเป็นวิบากถ้าเราทำดีมีแต่ทำดีทำดีวิบากเก่าที่เราทำไม่ดีเอาไว้วิบากใหม่ที่เราทำดีมันก็มาถ่วงดุลกันสมดุลกันมันไม่ลบไม่ล้างแต่มันถ่วงดุลกันมันวิ่งไล่ไม่ทันมันเหมือนกับเติมเชื้อเพลิงเติม shipping อันนึงที่วิ่งไปทางโน้นอันนึงที่วิ่งไปทางนี้ท่านดีวิ่งไปทางนู้นเท่านั้นชั่ววิ่งไปทางนี้ถ้าเติมดีเป็นพลังงานมากดีมันก็วิ่งไปทางนี้ได้มากชั่วมันก็วิ่งไปทางนี้ถ้าเราไปเติมชั่วๆมันก็วิ่งไปทางนี้มากมันก็ดึงรั้งกันไปอย่างนั้นแหละแต่มันก็เคยแยกตัวอย่างยกตัวอย่างมาน้ำมีสีเอาสีแดงสมมุติสีแดงเป็นสีชั่วสีน้ำเงินเป็นสีดีเป็นกุศลแดงเป็นอกุศลน้ำเงินเป็นกุศลถ้าเราเติมเข้าไปในขวดมันก็อยู่ในขวด เติมแดงเป็นชั่วมันก็แดงอยู่ในขวดเติมน้ำมันเป็นดีมันก็แดกมันก็น้ำเงินอยู่ในขวดมันไม่สูญไปถ้าเราเติมแดงมากๆๆแดงก็ชัดแดงก็เด้งเดิมช่วงมากๆก็ชั่วมันก็เห็นชัดชั่วมันเกิดผลชั่วมันก็เป็นวิบากถ้าเราเติมน้ำมันมากมากมากมากมากมากมากมากมากมากมากน้ำเงินก็เกิดผลดีก็เกิดผลดีก็เห็นชัดดีก็เป็นวิบากวิบากนี่ไม่หมดไม่ว่าจะเป็นพระอริยะระดับไหนแม้แต่เป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่มีหมดวิบากวิบากเป็นทุกข์วิบากเป็นสุขพี่บังนี่พี่บาปทุกข์กับมันเป็นความทุกข์ความสุขมันเป็นโลกิยะส่วนอรหันต์นั้นอ่านรู้กิเลสเพราะฉะนั้นเราเข้าใจอย่างนี้แล้วเรื่องอะไรเราจะไป ชั่วทำชั่วให้มันเป็นวิบากมันเป็นของเติมแล้วมันก็เติมมันก็เป็นมันก็มีมันก็แสดงผลออกผลแล้วต้องทำจนกระทั่งวิบากดีมันมากจนนำหน้าจนมันล่าทะลุทุกครั้งไปนำหน้าไปอาจจะเหลือไอ้ตัวที่มันจะวิบากทำให้เราลำบากลำบนมันซับซ้อนมากเลยนะกรรมาวิบากเนี่ยมันเป็นอย่างพระพุทธเจ้าก็ยังมีบาปจนกระทั่งถึงขั้นต้องมีหินมาทับเท้าพระเทวทัตต้องมากลิ้งหินมาทับเท้าท่านฉันถึงขั้นตอนขายที่บอกว่าเพราะท่านเคยฆ่าหลานใช่ไหม หลานพี่น้องตามมารดาก็เป็นวิบากที่ท่านเคยทำท่านก็เคยลึกลาวบอกตอบคนอื่นที่สงสัยอะไรต่างๆขนาดเป็นพระพุทธเจ้ายังมีวิบากอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเรื่องวิบากนี่ผมบอกข้างล่างก็ตายเพราะเรื่องวิบากถึงขนาดไอ้โจรฆ่าตายอะไรต่างๆพวกนี้เพราะเราจะต้องแยกให้ออกว่ากรรมดีกว่ากับอาสวะขยะยานมันไม่ใช่เรื่องเดียวกันแต่เป็นเรื่องที่ชีวิตเราต้องอาศัยถ้าเราทำอาสวะขยะได้เราก็ศูนย์เราไม่มาเกิดอีกเรามีสิทธิ์ ไม่มาเกิดอีกเรารู้ว่าทำอาสวะสิ้นเป็นอย่างนี้แล้วรู้จิตเจตสิกรูปนิพพานจริงๆเรารู้กรรมทำกรรมที่ดีเป็นอย่างนี้กรรมนี่แหละมันพาทุกข์พาร้อนพาเดือดร้อนพาอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแล้วก็พาให้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าอะไรก็ได้น้อยก็เพราะกรรมแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีกรรมดีเราจะทำคุณค่าประโยชน์ได้มากแล้วเราก็ไม่ทุกข์ร้อนมากแล้วเราก็เรียนธรรมะที่จะเป็นการล้างอาสวะขยะดูเหตุดูปัจจัยที่มันจะต้องมีอาสวะเหลือมีสภาพที่กิเลสตัณหาอุปทานอาสวะต่างๆมันมีมันเหลือก็ต้องเรียนรู้อย่างชัดจนเห็นรู้ได้อย่างทัศนวิภาสกรรมวิบาก น่าเรียนรู้เรื่องทุกเรื่องกรรมติดต่อสืบโยงมีวิบากตามมาอะไรเนี่ยศาสนามีศาสนาเก่าๆเรียนกันมามากเดี๋ยวจะมามากเลยจนกระทั่งเป็นผู้ที่หาวิธีไม่ไปหลงลาภยศสรรเสริญเรียนเรื่องกรรมนั้นนะเรียนรู้ว่ามันเป็นผลพลอยต่อไอ้โน่นไอ้นี่มาไม่เป็นหลงแล้วก็มันไปแย่งเขามากก็ไม่เป็นหนี้เขามากก็ไม่เป็นกรรมมากก็ไม่ต้องเป็นเดือดร้อนมากลมๆมาก็ได้แต่ตัวที่จะล้างอาสวะให้สิ้นนี่สิไอ้ล้างการไม่ล้างแย่งลาบแย่งยศอย่างสรรเสริญแบบโลกๆหรือแย่งโลกียสุขเขาหลอกเอาไปเต้นดิสโก้สุขเข้าไปแต่งตัวสวยๆสุขเข้ามาเป็นกามสุขเออเข้าไปได้รูป รถอร่อยได้ของหอมได้ของที่สัมผัสจะงอนอย่างนี้เป็นสุขอะไรเนี่ยก็พอเข้าใจแล้วเขาก็ทนได้มาเป็นไปได้ไม่ต้องเป็นแล้วไม่ต้องไปชิงเขาอยู่ประมาณอย่างนี้ไม่ต้องมาถามพวกคุณนักบวชหรอกถามพวกเรานี่อารามิกอารามิกก็พอทนได้หลายๆคนบอกว่าถ้าเปิดจะอยู่อย่างนี้เป็นอยู่อย่างนี้ไม่ต้องมีสมาชิกไม่ต้องมีประโยชน์ไม่ต้องมีคุณค่าอะไรมากนักมีอยู่มีกินไม่พออย่างเงี้ยเนี่ยก็คอยรับบาตรถูกกวาดล้างทำอะไรต่ออะไรไปตลอดชีวิตเนี่ยหลายคนแน่นอนว่าเชื่อว่าทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากตลอดชีวิตนี้อีก 80 ปีว่างั้นถือว่าอีก 80 ปีตาย แจ้งว่าจะถามอะไรบอกว่าทนได้ไม่ต้องเป็นหนี้ไปเต้นเข้าใจแล้วไม่ต้องไปแย่งลาภยศสรรเสริญมาเยี่ยมไปแย่งกามไปยังอะไรต่ออะไรในโลกเขานี่เชื่อว่าหลายคนพวกเราเนี่ยทั้งหญิงทั้งชายทนได้ทนได้ไหมทนได้ไหมหรือว่ายังไม่ไว้ใจไว้ใจตัวเองเหรอได้แน่นะอายุ 120 ปีให้ถึงน่ะจะทนไหวอีกตั้งหลาย 10 ปีเหลือเกินถ้าอยู่ได้ก็ทนได้แน่ใจนะมันมีอัปปนามันมีพายัพประณามมันมีความแน่วแน่มันมีความแนบแน่นมันมีความรู้ความเห็นเป็นยานเป็นปัญญาวิญญาณทัศนะเป็นปัญญาของเราเพราะตัวที่เกิด แล้วก็เกิดจนกระทั่งเราลองตรึกตรองไตร่ตรองนึกคิดสังกัปปะมันจะเป็นตัวรู้ธาตุรู้ตรึกตรองนึกคิดแม้เราจะนึกคิดอย่างไรแม้แต่เราจะสัมผัสอย่างไรแม้แต่เราจะทำงานอย่างไรในจิตก็จิตที่มันเกิดความแนบแน่นความแน่วแน่ความปักใจมันรู้มันเห็นมันพิสูจน์แล้วมันยืนยันแล้วมันเห็นจริงแล้วไอ้ตัวพวกนี้มันมีที่แต่ละบุคคลนะใครจะตอบตัวเองได้มันหมั้นมันมั่นเลยเพราะมันแน่ๆมันแน่วแน่มันมีตัวทาสพวกนี้ธาตุอัปปนาชาติพยัคฆ์อัปปนาสมาธินี่แหละที่ท่านเรียกอัปปนาแต่ท่านแปลกันไปแบบชาฤาษีบอกแล้วอัปปนาสมาธิจะต้องไปนั่งตักก็ไป ดับราตรีเข้าไปจนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเพราะฉะนั้นพอเป็นอัปปนาสมาธิแล้วมันวิปัสสนาไม่ได้ต้องถอนออกมาเป็นอุปจารสมาธิมาเป็นคณิตศาสตร์สมาธิจึงจะวิปัสสนาได้จึงจะรู้เรื่องซึ่งมันผิดมันรักลั่นหลบไปหลบมาไม่ใช่อัปปนานี่หมายความว่าแนบแน่นกับตัวเรากับสมรรถภาพของเราเป็นได้อย่างอยู่กับตัวเราติดแน่นแม้กรรมวิธีไม่ใช่อยู่ในภวังค์เป็นปัจจุบันเป็นธรรมดาเป็นปกติมันเป็นปกติเลยแนบแน่นๆๆนะอัปปนาพยัพโสเภณีโลกนามันเป็นความแนบแน่นๆจนกระทั่งสัมผัสกับโลกก็ไม่หวั่นไหวไม่เปลี่ยน สัมผัสอยู่รู้อยู่ก็ไม่มีกระเทือนนะมันล่อมันหลอกมายั่วมายวนยังไงก็ไม่มีอาการไม่มีอารมณ์เฉยสบายถึงเป็นอุเบกขาฐานเป็นอันเณรชาได้หวั่นไหวแล้วนี่เป็นสภาพนี้เราก็ย้ำซ้ำให้เห็นชัดให้เข้าใจมันเพี้ยนง่ายเห็นไหมอธิบายกันไปเพี้ยนเพราะฉะนั้นแม้แต่อธิบายชาญสมาธิก็เลยกลายเป็นอัปปนาสมาธิเข้าไปอีกอย่างหนึ่งอย่างที่ว่านี่ก็ดับลึกเข้าไปลึกก็ไปจนทำอะไรไม่ได้ถ้าเป็นธรรมดาอัปปนาเป็นสมาธิชั้นสูงยิ่งสูงยิ่งทำงานไม่ได้วิปัสสนาก็ไม่ได้อ้าวมันอะไรกันต้องถอนมาเอาอุปการะต้องถอนมาคราวนี้กะเนี่ยมันอะไรกันเนี่ยมันไม่ถูกต้องแล้วไม่เข้าร่องเข้ารอยแล้วอย่างนี้เป็นต้น สมาธิแม้แต่ชาญพรุ่งนี้ถึงบอกว่ามันเป็นอุตริมนุษยธรรมนะมันต้องสัมมาทิฏฐิจริงๆนะถ้าไม่จริงแล้วไปอธิบายสมาบัติก็ดีสมาธิก็ดีฌานก็ดีอุตริมนุษย์ทำนาอธิบายไม่ถูกจึงเพี้ยนเพราะความรู้ไม่ตรงมันเป็นสัมมาทิฏฐิมันเป็นเรื่องปรมัตถ์เรื่องจิตเจตสิกรูปนิพพานแท้ๆแล้วเพราะงั้นมันไม่ตรงมันจึงเพี้ยนมันเพี้ยนมันจึงไม่เข้าร่องเข้ารอยไปลึกไปได้ไกลไปได้สูงมันก็ไม่หมดมันเป็นเหตุเป็นปัจจัยนะมันเป็นเรื่องจริงมีหลักฐานมีสอบหลักสอบถามสอบถามสอบวินัยไม่ใช่ไปเอาของผู้นั้นเท่านั้นของผู้นั้นเท่านั้นสอน ที่นั่งหลับตาเอาแล้วก็คุยออกมาก็ได้ของผู้นั้นเท่านั้นภูมิใดที่ตัวเราเองเป็นปัจเจกได้มาเท่าใดผู้นั้นก็มีภูมิเท่านั้นไม่ใช่ไปนั่งเพิ่มภูมิเอาเราต้องเรียนรู้โลกเราต้องเรียนรู้จากอื่นถ้าเราเป็นปัจเจกเราก็จะมีภูมิของเรามากปัจจัยที่มีมากกว่ามากปัจจัยที่มีน้อยคำว่าปัจเจกคำนี้ก็คือส่วนตนเพราะฉะนั้นผู้ใดมีภูมิส่วนตนแล้วก็ไปทำหยิ่งผยองมานะไม่เรียนรู้จากคนอื่นไม่ดูตำราไม่เรียนปริยัติไม่สอบทานจากคนอื่นความรู้อื่นตัวเองไม่ใช่พระพุทธเจ้าเป็นสยามภูมิเป็นปัจเจกจนกระทั่งเนื้อปัจเจกเป็นพระพุทธเจ้าก็มีมากมากจนแก่คนอื่นท่าเดียวแต่ทีนี้เราไม่ถึงขั้นอย่างนั้นเราก็ต้องเรียนสะสมสะสมไปชาติแล้วชาติเล่าชาติแล้วชาติเราแม้เราจะมีมากเป็นปัจเจกมาก สะสมแล้วก็เอามาแจกคนอื่นไปพลางมันก็ถ่ายทอดกันอยู่เสมอแล้วเราก็ศึกษาจากคนอื่นอีกไปพลางเรียนรู้ทางปริยัติทางปฏิบัติเพิ่มเติมไปจะไม่เรียนรู้หนังสือไม่เรียนรู้จากตำราเอาออกมาขุดคุ้ยของตัวเองออกมาอย่างเดียวพูดที่เป็นปัจเจกมีภูมิมากจึงเป็นปัจเจกแท้เป็นโพธิสัตว์แท้ก็มีพอสอนคนอื่นแต่ถ้าตัวเองไม่มีนะและจะเป็นนั่งหยิ่งผยองว่าจะต้องขุดคุ้ยของตัวเองออกมาต้องไปดูตำราไม่เอาอะไรแม้แต่ตำราพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้าแท้ๆก็ไม่เอาปิดตำราพวกภาคปฏิบัติผู้ที่เป็นปฏิบัติโดยที่จะหลงตัวเองแล้วก็ดูถูกปฏิญาณแบบนี้จึงไม่รอดไม่รอดแล้วก็ล้มๆเละๆศาสนาจึง อยู่ Canon Canon ของผู้ที่ไปลงผิดอย่างนี้เพราะการเรียนรู้ปริยัติปฏิบัติปฏิเวธนี่ต้องมีครบครันสอดร้อยสนับสนุนเสริมส่งกันอยู่ทั้งปริยัติปฏิบัติปฏิเวธมีอยู่ตลอดกาลตลอดเวลามันจึงจะเจริญละเอียดละออสูงได้รัฐมนตรีใดได้จับสภาวะก็ดีจับภาษาความหมายก็ดีได้แม่นดีแล้วก็เอามาไปดูให้มันลงตัวมันก็เป็นปฏิเวธเป็นปฏิเวธเป็นผลแทงทะลุรอบคำว่าแทงทะลุรอบเนี่ยเกิดวิชาเกิดเหตุใดเกิดความเป็นจริงที่เราเป็นเรามีเพราะเมื่อเราได้แล้วเราก็จะรู้ว่าเราได้เป็นลำดับเป็นขั้นแค่ขั้นพ้นทุกข์แต่ยัง ไม่หมดอาสวะเมื่อเรียนรู้ถูกทางแล้วจะรู้เลยว่าอ๋อมันไม่หมดอาสวะมันเผลอได้ง่ายนะเผลอว่าเราบรรลุได้ง่ายมีเยอะแยะเลยที่มันหลงว่าตัวเองว่าพ้นทุกข์แล้วฤาษีเขาก็บอกว่าเขาพ้นทุกข์เยอะไปเขาไม่หลงลาภยศกับมันเรื่องต้นเรื่องยามากลาภยศสรรเสริญกามกามก็ยังมีอีกละเอียดละออเราจะรู้ว่าเราสัมผัสอยู่ทุกวันนี้ลูกก็ดีรถก็ดีขึ้นก็ดีเสียงก็ดีมันก็ยังมีเศษเล็กเศษน้อยมีนู่นมีนี่มีอาการนี่แหละเราจะต้องแยกขายแยกขายเราจะสงบเราจะหมดฟูพุทธเจ้าสังโยคเนี่ยเราจะหมดอุทยานในการที่จะต้องมีเจตนา 782 อุปสโมคือสภาพที่ต้องจิตสงบนิ่งเห็นความสงบของจิตของเราเห็นเลยความสงบของจิตของเราชัดเจนในเวทนามโนปวิชญ์ชัดเจนในจิตเวชอ่านดูแทรกซ้อนเวที 23 เข้าไปอ่านสัญญาสัญญาเห็นความดับเพราะฉะนั้นความสิ้นอาสวะก็ดีหรือความดับก็ดีเป็นความดับที่เราเห็นอยู่เห็นอยู่เรียกว่านิโรธปักษีไม่ใช่ว่าดับแล้วไม่เห็นปัดสีนี้แปลว่าเห็นเห็นความดับอยู่เห็นนิโรธอยู่ไม่ใช่นิโรธเป็นมืดตื้อไม่รู้เรื่องเลยฟังให้ชัดนะ เราฟังชัดแล้วจะได้เข้าใจที่สอนกันอยู่พลัดๆผิดๆอะไรมันเยอะไปฮีโร่ก็ไปนั่งดับปีไม่รู้เรื่องแข็งคืออะไรเนี่ยมันลงทะเลยะเยือกเย็นทั้งนั้นน่ะพวกนั้นมันไม่เข้าล็อคเข้าร่องมันไม่ซ้ำมาวันนี้รอดต้องเห็นเป็นนิโรธอนุปัสสนาแปลว่าตามเห็นอนุปัสสนาอนุแปลว่าตามหรือจะแปลว่าน้อยก็ได้แปลว่าละเอียดก็ได้แปลว่าน้อยก็เห็นไอ้ความเล็กความน้อยความละเอียดของนิโรธต่างๆนิโรธนิโรธสนิทนะนิโรธไม่สนิทนิโรธเหลือเชื่อไม่เหลือเชื้อเห็นอยู่จึงเป็นการสิ้นอาสวะอย่างรู้ๆหรือว่าหมดมีนิโรธมีดับมีสิ้นมีสนิทอะไรที่จะต้องอยู่ต้องส่งก็รู้นะอันนี้เป็นการสิ้นอาสวะ จึงคือการรู้ในโรงเรียนวิชาหรือเวทีตัดหรือการเข้าใจถึงถึงใจการเข้าใจถึงใจทำได้กับตัวใจไอ้คำว่าตัวใจนี่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดทำได้กับตัวใจของตนจริงๆจิตของตนนั้นทำตายได้แล้วฟังให้ดีจิตของตนนั้นทำตาได้แล้วเห็นความตายตายอยู่หลัดๆต่อหน้าต่อตาคำว่าต่อหน้าต่อตานี่มันก็ไม่ได้เป็นภาษาโลกเป็นภาษาธรรมไม่ใช่เอาลูกกะตาไปเห็นไม่ใช่เอาตาทำเอาจักขุธรรมมาจักขุอัตราธรรมะก็ไปเห็นด้วยญาณทัศนะเห็นวิเศษกับญาณทัศนะวิเศษเห็นของเราเนี่ยอ้อเห็นตายให้มันดับอยู่มันนิ่งอยู่มันละเอียดอยู่การจิตเจตสิกรูป ดับเห็นมันไม่มีไม่มีอาการเลยหมดอาการอาการมีกับไม่มีต่างกันเป็นลิ้นชัดเจนมีนิมิตหมายรู้ชัดถึงขั้นเราเอามาบอกได้จะเอามาพูดว่าบอกกันเอาอะไรสื่อแทนมาบอกกันให้รู้อย่างที่กำลังพูดกำลังสื่อแทนกับคุณเนี่ยผมนั่งเขียนหนังสือพวกนี้นี่นะขนาด 3 เล่มทางเอกนี่ไม่ใช่น้อยๆนี่ปั้นอะไรออกมาก็จากความรู้จากที่เอามาปั้นเป็นสื่อเป็นอุเทศเป็นกล่าวชี้ออกมาบอกให้ดูได้ก็เพราะว่ามันมีปฏิภาณมันมีนิรุตติมีภาษามีอรรถมีธรรมะมีแก่นสารเนื้อหานั้นรู้ชั้นเชิงธรรมะนี่รู้ชั้นเชิงอู้เยอะแยะมาหลากหลายเลยธรรมะรู้ชั้นรู้เชิงรุก ดูเหลี่ยมรูปมุมรูปเงื่อนไขรู้เหตุรู้ผลรู้มากหลายแล้วเอามาเรียบเรียงเอามาไล่ให้เรียบเรียงต่างๆภาษาคุณอ่านเนี่ยเกือบทั้งนั้นเนี่ยก็รู้ทั้งนั้นน่ะไม่รู้ตัวไหนคิดว่าพวกคุณจะไม่รู้ก็วงเล็บบอกวงเล็บบอกคำนี้เป็นคำบาลีคำนี้เป็นคำนี้ก็วงเล็บหรือไม่อธิบายทั้งนั้นน่ะอธิบายบางทีวงเล็บตั้งยาวเนี่ยอธิบายคำอธิบายความอธิบายความหมายพวกนั้นเพื่อให้รู้ให้ชัดสื่อการช่วยกันเรารู้เราก็ช่วยประโยชน์คนอื่นให้เข้าใจมากๆแล้วก็ได้ไปพิสูจน์เห็นความตายเพราะฉะนั้นในขณะที่เรารู้จักความตายความตายฉันตื่นตายในร่างกายเหม็นเน่าหมดลมหายใจใครก็ต้องรู้เรานี่ตายแล้วไอ้นี่ตายแล้วไอ้อย่างนั้นรู้แล้วแต่ความตายของปร จิตเจตสิกและความตายของสิ่งที่เป็นอาคารตุ๊กแกเป็นแขกจอนของส่วนที่เป็นแหมมันแปลงตัวเป็นจิตเรามันเหมือน 7 มันเนื่องได้ 7 อยู่กับจิตอาศัยจิตเป็นที่เกิดและก็กอดคอกันแหมกลมเกลียวเลยดังกับจิตแท้จริงมันไม่ใช่มันมายามันเป็นแขกจอนมันเป็นเรื่องผีมันเป็นเรื่องนอกมันเข้ามาอาศัยจิตเราจิตของเราแท้จริงมันเป็นจิตประพันธ์สอนเป็นจิตบริสุทธิ์จิตเป็นธาตุเกิดเป็นธาตุรู้เป็นธาตุไม่เอาเปรียบใครเป็นทาสไม่มีโรคมีโรคไม่เจ็บๆแต่เราไปเรียกก็เรียกรวมเท่านั้นเองว่าโลกพระจิตหล่อพระมูลและจิตอะไรงี้มันเป็นตัวผสมอยู่ไม่ใช่โรคไม่ใช่โกรธไม่ใช่โมหะมันเป็นธาตุรู้ที่ หมูยอดรู้เป็นญาณทัศนะวิเศษนะเป็นวิญญาณนางอริทัศนันท์อนันตังสะโตปะผังนะวิญญาณหรือจิตเป็นยังงั้นเราก็ไม่ดูออกทีนี้เราจะไปดูทีเดียวเพราะๆรอให้มันตายหมดทุกส่วนทุกสัตว์มันจะไปดูได้ยังไงหวาดไหวก็ต้องคอยดูไปทีละปัจจัยทีละเรื่องทีละตัวอ่าเห็นไอ้นี่มันเชื้ออาการอย่างนี้นี่มันไม่ใช่เรื่องแล้วเนี่ยมันเป็นอาคารตุ๊กแกนี่มันแค่จอนมันไม่ใช่ตัวจิตแท้แยกออกได้ทำยังไงมันตายรู้มีอิทธิวิธีทำมันจนตายจิตของตนนั้นทำตายคำว่าตายอยู่ในเครื่องหมายคำพูดได้แล้วและยอมให้จิตรับรู้ความกระทบสัมผัสนั้นๆอยู่ก็ได้อีกให้จิตใจกิเลสตัวนี้ตายทำตายได้แล้วยังให้จิตนี่ไปกระทบสัมผัสกับสิ่งที่มันจะเป็นเหตุถ้าเกิดว่าแต่ก่อน มีทั้งผลกระทบกับอันนี้แล้วล่ะก็ต้องเกิดกิเลสตัวนี้แน่แต่ตอนนี้ตายก็ทำให้มันตายได้แม้ไปกระทบสัมผัสกับไอ้สิ่งที่มันเคยทำให้เกิดนี่อยู่มันก็ยังทำให้กระทบสัมผัสนั้นๆอยู่ก็ได้ในวงเล็บเรียกว่าเกิดได้อีกเกิดแต่เป็นการเกิดที่สะอาดแล้วตอนนี้เกิดไม่มีกินเลยเกิดอยู่ก็เป็นชีวิตชีวาเป็นความเป็นไปเป็นคัตตะเป็นสุขคะตะเป็นมหัตถกรรมท่านไปดีแล้วมันก็ไปอยู่ดำเนินไปอยู่เพราะมันยังไม่จบสิ้นเหตุปัจจัยมันยังเป็นรูปนามขันธ์ 5 มันก็ต้องเป็นไปอยู่ มือกันที่บอกว่าเที่ยวไปเที่ยวพระไตรปิฎกเล่มนั้นมาอ่านมาเที่ยวไปอยู่มันยังไปอยู่ก็โตไม่ได้ไปแต่มันไปดีมันไปเจริญมันไปสมเหมาะสมควรแล้วมันดำเนินไปดีแล้วสมการสัมมากรราชาศัพท์กับท่านเลยพระพุทธเจ้าตถาคตตัดดำเนินไปดีแล้วถ้าเขาแปลในภาษาเนี่ยเขาก็บอกว่าเที่ยวไปเที่ยวไปแปลมันก็ก็โตก็ไปไปดีแล้วอย่างนี้เป็นต้นจะเรียกว่าเกิดก็ได้แต่มันไปนะเรียกว่าเราความมันเป็นความกระทบสัมผัสอันนั้นอยู่ก็ อีกอย่างยางทนได้โดยรู้หรือทนได้โดยเข้าใจในความยากลำบากนั้นๆแท้จริงเพราะฉะนั้นบางทีก็เป็นกายิกกันทุกข์ก็มณฑลมันร้อนมันหนาวมันอะไรบางทีเรายังไม่เก่งก็ต้องฝึกแล้วมันก็จะมีอภิญญาแบบเดรัจฉานวิชาสามารถสู้ได้อีกแต่โดยทำแล้วมันก็รู้ว่าไอ้นี่คนอื่นเขาร้อนเท่านี้เราก็ร้อนแถวนี้คนอื่นเขาหนาวเท่านี้ก็หนาวเท่านี้ก็เลิกคบสัมผัสแล้วแข็งอ่อนอย่างนี้เผ็ดหวานเปรี้ยวเหม็นอะไรแล้วแต่มันก็เป็นกระทบสัมผัสอย่างนั้นแหละอย่างที่มันให้ปฏิกิริยาอย่างนั้นมันก็มีภาพที่สัมผัสรู้มันก็รู้เหมือนเหมือนกันมันเหมือนกันทีนี้ความทนได้มันต่างกันเท่านั้นเองเมื่อกระทบสัมผัส แล้วไอ้เป็นยังไงรู้ทั้งเข้าใจประโยชน์และเข้าใจความเห็นแก่ตัวจริงๆด้วยเข้าใจว่ามันจะเป็นประโยชน์เข้าใจว่ามันจะเห็นแก่ตัวอยู่หรือว่าเราสละอยู่สละอยู่ก็รู้บางคนเรามันรู้ด้วยสูตรด้วย
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive