240913-3-126 ทางเอกภาค3-ตอน126(หน้า284)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์181 KB
วันที่แก้ไข20 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 13 กันยายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอาการศึกษาบทเรียนในการที่ลุกมาตั้งแต่ตี 2 ตี 3 นี่ก็เรียนคนธรรมดาที่ 2 ตี 3 นี่กำลังอร่อยเหตุการณ์การนอนเนี่ยมันก็ติดอร่อยมันจะติดอะไรผมก็พุทธเจ้าถือว่าเป็นกิเลสอย่างยิ่งท่านถึงขนาดตัดไว้ว่าการนอน 1 ความเมาและความเมาเป็นอันที่ 3 ด้วยซ้ำการนอน ทุนเมถุน 1 การนอน 1 ความเมา 1 3 อย่างนี้ไม่มีวันอิ่มวันเต็มคนจะเสพหลงใหลเสพมัวเมาเสพติดไม่มีวัดอื่นมันเต็มเซฟอยู่นั่นแหละเป็นกิเลสนักเรียนไปแล้วเราจะรู้ว่าเป็นกิเลสครับเผื่อว่าเราเองเราไม่ตัดใจเพราะอะไรอาวรณ์และเราก็ไม่พยายามใช้ปัญญาที่จะพิจารณาให้เห็นให้จริงว่าการนอนไม่ใช่รถการนอนไม่ได้เอาอะไรการนอนก็เป็นการพักผ่อนที่เราจะต้องทำให้แก่ชีวิตให้มันหมุนเวียนไปให้มันสมดุลมีการทำงานและก็มีการ ผ่อนหมุนเวียนกันอยู่อย่างแท้จริงเมื่อเราทำได้สัดส่วนสมดุลแล้วเราก็มีสุขภาพแข็งแรงร่างกายสมบูรณ์ไม่อ้วนไม่อ้วนไม่เทอะทะเพราะว่าการนอนเนี่ยทำให้อ้วนนอน 1 กิน 1 มันทำให้อ้วน 2 อย่างเนี่ยถ้ายิ่ง 2 อย่างพร้อมกันด้วยนะนอนก็ดีกินก็ดีด้วยนะใส่เข้าไปพร้อมๆกันแล้วรับรองเดินออกมาจากประตูที่เห็นก่อนเลยคือเห็นพุงไม่ต้องเห็นหน้าเห็นพุงก่อนเดินออกมาแล้วดูจากประตูเนี่ยออกมาก่อนแทนทีมงานตัวหน้าอะไรมันจะเห็นก่อนเห็นพุงก็รู้เลยมันเป็นเรื่องที่เราจะต้องฝึกเราจะไปคำนวณเอา เพลงเดาเองไม่ได้หรอกมันต้องฝึกจริงๆต้องมานานๆพวกเราเนี่ยฆราวาสจะมาสักทีนึงนานๆมาทีนานๆมาทีก็มาฝึกกันทีนี้เวลาที่มาฝึกแล้วเสร็จเนี่ยมาเป็นผู้ที่จะตัดจะละจะลดกันจริงๆแล้วมาเป็นผู้ที่อยู่ในวัดมาเป็นพระมาเป็นนักบวชหรือแม้แต่เป็นฆราวาสมาอยู่ในวัดแล้วแต่เราแน่ใจว่าเราจะไปทางทิศนี้ตลอดตายแล้วไม่ใช่เพราะว่าฝึกนะต้องตัดกันจริงๆเลยต

อ่านต่อ

ัดทิ้งกันไปเลยมานั่งอร่อยอยู่ในนอนหลับในอะไรที่ไม่ไม่ได้เพราะมันเป็นกิเลสจริงๆเราจะต้องตัดทิ้งไปเลยชีวิตนี้ก็ไม่ต้องเสียดงเสียดายมันก็ ทิ้งทรัพย์สมบัติตัดทิ้งของที่รักและอื่นๆที่มันเป็นของหยาบวัตถุสมบัติเราตัดทิ้งมาแล้วฉันใดบ้านช่องเรือนชานโภคทรัพย์บรรทัดตัดตัดทิ้งมาแล้วเราก็มาตัดทิ้งสิ่งเหล่านี้ซึ่งประกอบไปกับตัวเรานี่แหละมันเป็นการติดยึดเป็นการเสพเป็นกิเลสเป็นความกำหนัดใคร่ความมัวเมาเป็นความแท้ๆให้เป็นเรื่องของสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานาเป็นฐานให้ความประมาทอย่างหนึ่งเหมือนกันละเอียดละออไปมันเป็นเรื่องของนามธรรมเป็นเรื่องของจิตวิญญาณแท้ๆเราต้องฝึกเป็นผู้ที่รู้จักหลับรู้จะตื่นโดยเฉพาะเป็นคนตื่น นอนก็ต้องให้รู้ว่าพักผ่อนอย่างนั้นอย่างนี้มีสติสัมปชัญญะไม่หลับไหลนอนไม่ไม่ไม่เสพอร่อยแต่ก็รู้ว่าพักผ่อนก็พอสบายก็พักผ่อนตื่นขึ้นมาก็แจ่มใสสดชื่นไม่ใช่โหยหาอาวรณ์อาลัยต้องมีอาการรู้อาการรู้จิตของตัวเองเลยไม่หาไม่อาวรณ์อะไรละลงสดมาให้ชีวิตของเราก็หมุนเวียนไปแล้วจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกิเลสที่เราล้างได้ละได้เราจะเห็นตัวกิเลสเราจะรู้กิเลสเราก็จะรู้ว่าตัวกิเลสมันดับมันทนไปเพื่อจะรู้ถ้าเรายังเหลืออยู่เราก็จะรู้ว่าเหลืออยู่หมดมันก็รู้หมดแล้วมันก็สบายชีวิตมันก็ไม่มีปัญหาอะไรมันก็หมุนเวียนไป ถูกต้องมีสุขภาพแข็งแรงมีเวล่ำเวลาเวลาเหลือมากด้วยเพราะว่าเราเองเราพักผ่อนเพียงพอไม่ใช่ว่าเราไม่ต้องการแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะง่ายต้องฝึกต้องเปลี่ยนรหัสรหัสลดลงมาจิตใจที่เคยติดเคยยึดถ้ามันไม่ได้เสพเต็มที่บางทีมันก็เล่นงานเอาเหมือนกันมันก็ต้องค่อยสลับสับเปลี่ยนไปฝึกปรือไปหัดไปอะไรไปเรื่อยๆจิตใจเนี่ยมันเป็นตัวยึดเกี่ยวที่บางคนจิตใจอินทรีย์พละมันไม่แก่กล้ามันเล่นงานจนกระทั่งซักซ้อมสุขภาพทรุดโทรมร่างกายไม่ค่อยเข้าเรื่องราวได้เหมือนกันแต่ถ้าเผื่อว่าคนที่จิตใจกล้าแข็งก็ไม่มีปัญหาอะไรสลัก ตัดง่ายแล้วก็แข็งแรงสมบูรณ์แล้วมาฝึกเข้าที่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรมันยังไม่เข้าที่นี่นะใหม่ๆมานี่มาฝึกจะเห็นได้เป็นฆราวาสเป็นอารามิกกาอะไรเป็นปะเป็นอะไรใหม่ๆกินบ้างนอนบ้างไอ้โน่นไอ้นี่บ้างบางทีก็ 40 เสี่ยวๆเหี่ยวๆโหยๆจะเห็นได้จนกว่าจะเข้าทีถึงจะดูสมบูรณ์ผ่องแผ้วทั้งหน้าทั้งตาทั้งเนื้อทั้งตัวพอเป็นนักบวชแล้วผ่านไปหลายๆปีก็เข้ารูปเข้ารอยแล้วก็อย่างนี้แหละก็ต้องนั่งนอนตื่นยืนเดินแบบนี้มันก็ไม่ให้นอนละวันนึงก็นอนตี 2 ตี 3 อะไรก็ตื่นกันอย่างนี้ก็สบายก็ปกติเรียบร้อยร่างกายอยู่ในเชฟที่ดีด้วยไม่ถูกไม่เพราะ ป้องกันจารีตประเพณีกรรมวิธีเหล่านี้เราจะปล่อยปละละเลยไปไม่ได้จะต้องเป็นไปเนี่ยจารีตของพระจารีตจะเป็นผู้ที่ไม่ใช่ว่ามันนั่งๆกินๆนอนๆเหมือนอย่างกับที่ถูกตีกินไปแล้ววัดต่างๆในนี้เขาตีกินไปแล้วไปเมื่อไหร่ก็ท่านจำวัดแต่ถ้าจะตื่นเมื่อไหร่เออตอนนั้นตอนนี้จะตื่นพอไปถึงท่านจำวัดก็เลยได้ใช้ยาเช้าเองเพลงนอนบายพักผ่อนไปๆถ้าจำวัดสอนไปพอไปตอนเพลงก็บอกท่านนอนพอไปตอนบ่ายบอกสักพักผ่อนพอไปกลางคืนก็บอกถ้าจำวัดก็เลยได้ใช้ยาตามที่เขาว่าไปเช้าๆเองหมายถึงนู้นฉันเอง สเปนให้ก่อนนอนบ่ายก็พักผ่อนเพราะกลางคืนก็จำวัดก็เลยกลายเป็นพระเช้าเองเพลงนอนบ่ายพักผ่อนกลางคืนจำวัดได้ฉายาไปอย่างนั้นเสียหายหมดไม่ใช่ลูกพระพุทธเจ้าเออฝึกทั้งฝึกทั้งอบรมทั้งเรียนรู้รู้สารัตถะรู้ทั้งปริยัติทั้งมีภาคปฏิบัติเรียนไปไม่ใช่เรื่องเรียนง่ายๆเรียนแล้วเราก็จะได้คุณค่าเราจะได้เป็นมนุษย์เป็นวิชาการที่เดี๋ยวนี้ขาดแคลนมากและเป็นวิชาการที่สำคัญที่จะต้องดึงกลับขึ้นมาให้แก่สังคมให้แก่มนุษย์ชาติถ้าเราไม่ได้วิชานี้กลับคืนมา สังคมล้มเหลวกลียุคถึงไวแน่นอนที่สุดเรายังมีชีวิตอยู่แล้วเราก็มาระลึกรู้เท่าทันเราก็มาดึงเอาสิ่งนี้คืนมาให้แก่โลกทำไมให้แก่มนุษย์ชาติลาวบ่าวแม่แก่มนุษย์ชาติอย่างอื่นอย่างใดเปรียบเทียบศึกษาไปดีๆแล้วจะรู้ว่ามันอะไรอะไรมันก็ไม่เลิศยอดอะไรนักหนาหรอกลาภยศสรรเสริญสุขวิชาการอันยิ่งใหญ่อะไรแต่ในโลกนี้มันไม่เลิกยอดอะไรนักหนาหรอกเทียบแล้วมันสู้วิชาการอันนี้ไม่ได้และเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นตามหลักเศรษฐศาสตร์และวิชาการให้เป็นวิชาการที่เร่งรัดมันเร่งรัดที่จะต้องให้พัฒนามันเร่งด่วนมันเป็นมันเป็น อุปสงค์ที่สำคัญมากแล้วมันเป็นสิ่งที่ต้องการในตลาดมนุษย์และเป็นสิ่งที่ต้องการในตลาดมนุษย์มากกว่าอื่นเลยอย่างอื่นๆอะไรๆทุกวันนี้ก็พอมีพอเป็นไปไม่ขาดแคลนอะไรเกินการหรอกที่บอกว่าอดอยากกันไม่ค่อยพอมีพอกินกันอย่างนู้นอย่างนี้อะไรมันยังไม่เท่าไหร่ยังไม่เท่าไหร่มันอดอยากอันนี้มากมันทำให้ชีวิตมนุษย์ทั้งเกิดใหม่ทั้งไม่เกิดทั้งตายไปเกิดใหม่อะไรวนเวียนอยู่เนี่ยกลายเป็นมนุษย์ที่ขาดแคลนคุณธรรมขาดแคลนขาดแคลนเฉลี่ยทำจิตวิญญาณล้มเหลวจิตวิญญาณนี่มันไร้คุณค่า มันเป็นเรื่องที่เกิดแม่เกิดมาอีกแม้จะตายไปอีกกี่ร้อยกี่หมื่นกี่ล้านคนมันก็เกิดมาเพื่อความคดียุบเพื่อความยื้อแย่งเพื่อความลำบากเพื่อความทุกข์ทรมานมันไม่ได้เป็นการผลิตคนหรือว่าทำให้คนเกิดมาเกิดมาแล้วจะเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์เพื่อเสียสละเพื่อเป็นดีอยู่ดีมีแต่เกิดมาทับถมมีแต่ทับถมกันก็ไปมีแต่เดือดร้อนกันทุกทีทุกทีเพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมันจึงเป็นจะเรียกอะไรก็ตามใจจะเรียกจากภาษานักเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นสินค้าและเป็นสิ่งผลิตผลผลิตก็ตามหรือเรียกว่าจะเป็นสิ่ง อะไรก็ตามใจมันเป็นของสำคัญเป็นเรื่องที่ต้องสร้างให้แก่โลกเราสร้างให้แก่โลกเป็นผลที่พูดโกหกจริงๆเราสร้างให้แก่ตัวเราเองเราสร้างให้แก่ตัวเราเองเนี่ยเราได้เราได้ก่อนเขานะเราได้ก่อนมนุษย์อื่นเมื่อเราได้ก่อนมนุษย์อื่นเราได้แล้วเราก็จะได้มาเผื่อแผ่เป็นเชื้อเป็นเขาเอามาปลูกฝังเอามาขยายเผ่าขยายพันธุ์เพื่อที่จะให้มันต่อต่อออกไปให้แก่มนุษย์โลกต่างๆถ้าเรากลับมาสู่บทเรียนหน้า 284 ทางเอก 13 ที่สันติอโศกนั่นแหละอ่านไปแล้วในหน้า 84 แล้ววันนี้จะอ่านซ้ำแล้วก็จะต่อใบหน้า 8 285 แล้วก็ไล่เรียงไปอธิบายไปกลางเราไปกันเรื่อยๆเรียนกันไปตลอดชีวิตเนี่ยเราเรียนกันไปเรื่อยเรื่อยจบเมื่อไหร่ก็จบจะเอามาทวนอีกก็ทวนซ้ำไปซ้ำมาอธิบายไปอธิบายมาให้มันจำได้ให้มันรู้ให้เป็นวิชาให้เป็นความรู้ที่เราจะได้เอาไว้จำได้ด้วยสอนคนอื่นได้ด้วยเผื่อแผ่ไปเหมือนกับเรามีทรัพย์สมบัติมันมีทรัพย์มีวัตถุสมบัติแล้วก็มีไว้หยิบได้เมื่อใดก็หยิบจ่ายหยิบแจกไปไม่ขาดไม้ไม่ขาดมือครูทั้งเอามาประพฤติปฏิบัติเอามารักษาตัวแล้วก็รู้ทั้งที่จะแจกจ่ายผู้อื่นได้หน้า 200 14 ขึ้นต้นด้วยกราฟนี่เลยแต่ที่คนเราคนทั้งหลายหลงผิดไปว่าเป็นพระอริยะเป็นพระอรหันต์แล้วจะต้องไม่มาเกี่ยวข้องกับคนต้องไม่มาอยู่ใกล้คนนั้นเหตุหนึ่งก็เพราะคนผู้นั้นเขารู้แต่สงบนอกหรือภายนอกเขาไม่รู้ความสงบในหรือภายในที่พระอริยะของพุทธแท้ๆท่านมีท่านได้อันเป็นการตายแท้หรือดับสนิทชนิดที่แม้ทวารนอกจากกระทบสัมผัสอีกกับสิ่งที่ท่านได้ ตายจากใครมีหนังสือก็ดูคำว่าตายจากนี่เน้นตัวดำใหญ่กับสิ่งที่ท่านได้ตายจากแล้วจึงนั้นมันก็จะไม่มีฟื้นอีกจริงๆคำว่าฟื้นนี่ก็เน้นตัวดำใหญ่ไม่มีการเวียนกลับอีกแท้ๆเวรกลับนี่ก็เน้นตัวดำใหญ่คือไม่ได้ตายจากแน่มันไม่มีฟื้นอีกแน่ๆมันไม่มีการเวียนกลับอีกแน่ๆน่ะแม้ถวายนอกจากกระทบสัมผัสอีกแล้วท่านจึงจะอยู่กับสังคมอยู่กับคนที่เขามีสิ่งที่ท่านตัดขาดดับสนิทหรือตายจากนั้นได้อย่างไม่หวั่นไหวไม่หวั่นไหวนี่ภาษาบาลีท่านตรงๆก็ท่านก็เรียกนะกรรมปกติ ในวงเล็บนักคำปฏิหรืออเนชาหรืออุเบกขาวงเล็บปิดทำไมไม่มีทุกข์ไม่มีสุขจริงๆมีเหตุที่ 1 สรุปง่ายๆก็คือว่าผู้ที่หลงผิดแปลว่าพระอริยะหรือพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้านั่นน่ะบรรลุแล้วไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับผู้คนไม่ต้องมาอยู่ใกล้ๆคนก็เพราะเชื่อมันมีความเชื่อไม่มีความเห็นไปหลงผิดไปว่าเออไม่ต้องมาที่ไม่ต้องมานั้นก็เพราะว่าผู้นั้นมีเหตุจริงๆว่าตัวเองนั้นได้แต่สงบนอกคือนอกนี่ตัดขาดจากการห่างจากกันได้ก็สงบเพราะไม่มาข้องแวะกันไม่ว่าต้องสัมพันธ์กันไม่ต้องสัมผัส กันมันก็เลยไม่ดิ้นขึ้นมาไม่ตื่นตัวขึ้นมาไม่ต้องมีอะไรมันคล้ายๆกับมันตัดเอาถ่างเอาขาดเอาซึ่งเป็นลัทธิง่ายๆเป็นสภาพง่ายๆมันก็เลยสงบนอกแต่ในใจจริงนั่นน่ะพยายามที่จะมีกรรมวิธีดับมันให้มันบอกตัวเองว่าเอาหน้ามันขาดมันห่างมันอะไรๆไปเป็นชั่วคราวนะมันยังไม่เป็นการสงบในหรือไม่เป็นการดับในไม่เป็นการตายในตายอย่างสนิทตายอย่างไม่ฟื้นไม่เวียนกลับจริงเพราะฉะนั้นไอ้ตัวสงบในที่แน่แท้จนหมดอารมณ์ใส่อาสวะนี่จึงไม่ใช่เรื่องตื้นๆมันเป็นเรื่อง มันเป็นเรื่องจริงๆพระพุทธเจ้าถึงไม่ยอมรับพวกเดียรถีย์ฤาษีทั้งหลายแหล่ที่อยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำตลอดกาลนานอย่างพวกปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เงี้ยอยู่ป่าเขาทำพยายามทรมานตนด้วยตบะอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่ออะไรชอบใจมากอยู่ป่าอยู่เขาห่างตายนอกนั้นมาบำเพ็ญกันเป็นพวกตายนอกแต่ในไม่แน่จริงพระพุทธเจ้าจึงไม่ยอมรับไม่ให้แม้แต่แค่โสดาบันคิดดูไม่ให้แม้แต่แค่โสดาบันต้องมาศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจจริงแล้วพระพุทธเจ้าค่อยๆรับยอมรับค่อยๆให้เรียนรู้แล้วก็ค่อยๆกระทบขึ้นไปจนกว่าจะได้เป็นพระอริยเจ้าแต่ หนังเรื่องลึกซึ้งนะมันเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ทดสอบอ่านให้เข้าขั้นตอนจริงๆการตายในนี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและก็ต้องมีเหตุปัจจัยดังที่เราได้พยายามแยกแบ่งกันให้มาให้ฟังอ่ะทีนี้ต่อมาเหตุอีกเหตุหนึ่งเหตุที่ 2 ก็เพราะคนผู้นั้นเรียนมาผิดโดนไปหลงเอาทิฐิของเดียรถีย์หรือความรู้ความเข้าใจของคนผู้นั้นผู้นั้นไปหลงเชื่อเอาอย่างผิดไปยึดผิดเป้าหมายไปยึดติดเป้าหมายปลายทางของพุทธที่แท้แท้ในวงเล็บคือยาที่อยู่โดยไปหลงยึดเอาเป้าหมายปลายทางของศาสนาอื่นที่เขามารู้สุดยอดได้แค่ทำตนให้ติดสงบไม่ งานเกลียดคนกลัวสังคมต้องหลีกอยู่แต่ในที่รับเป็นโดยไม่มีการสลัดคืนในวงเล็บปฏินิสสัคโค จะเป็นความสงบได้แล้วก็ถือว่าดีเองเป็นจุดสูงสุดของศาสนาเป็นเป้าหมายปลายทางของศาสนาซึ่งจะยังไม่ใช่จุดสุดไม่ใช่ปลายทางแท้ของพุทธศาสนาเลยอันนี้เป็นเหตุที่ 2 คือเข้าใจเข้าใจผิดไปเลยนะหลงไม่ถูกเป็นมิจฉาทิฐิว่าผู้ที่บรรลุธรรมบรรลุทั้งศาสนาแล้วเนี่ยเหตุหนึ่งไม่มีตัวจริงคือไม่มีตัวสงบนายไม่มีตัวตายแท้เหตุที่ 2 มันมีความเข้าใจเลยว่าเข้าใจว่าจะตายแท้หรือไม่ตายแท้ก็ตามผู้บรรลุธรรมและต้องไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร ไม่ต้องทำการทำงานและตัวเองอยู่กับความสงบนี่ก็คือไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับใครอยู่นี่คือความพ้นทุกข์นี่คือความสบายแท้จริงตัวติดสงบไม่ต้องทำงานไม่ต้องวุ่นวายอะไรใครจะยังไงก็ช่างเกลียดคนกลัวสังคมหลีกหนีไปอยู่ที่รับเล่นสลัดคืนไม่ได้กลับไปกลับมาอะไรยังไงไม่ได้สัมผัสคุกกี้เกี่ยวข้องอย่างนี้คืออยู่อย่างที่เรียกว่าจะอยู่ยังไงก็ได้เหมือนกับยกตัวอย่างง่ายๆว่าเราจะนอนบนที่นอนมันจะถอนแล้วก็นอนได้เราจะนอนบนดินบนหญ้าบนอะไรเราก็นอนได้จะมีความรู้สึกว่ามันเหมือนๆกันน่ะเราไม่ติดยึดมีอะไรอาวรณ์อะไรแล้วก็ไม่ผลักไสเราจะนอนพื้นดินพื้นหญ้าเราจะนอนที่ขรุขระแล้วก็ไม่ได้ผลักไสลำบากลำบนยากเย็นอะไร จะนอนบนมันจะถอนก็ไม่ได้ติดอกติดใจอะไรไม่ได้เป็นคนที่ปล่อยวางได้ทุกสถานภาพกลายเป็นคนเลือกต้องเลือกต้องมีสถานที่ต้องมีเวลาต้องมีอะไรต่ออะไรอยู่โดยเฉพาะถ้ามันไม่สงบจริงแล้วมันไม่หลุดพ้นจริงแล้วต้องทำเอาด้วยอย่างพวกที่สายนั่งหลับตาแม้ไปอยู่ที่ผู้คนแล้วก็จะต้องนั่งอยู่นั่นแหละแล้วก็ต้องนั่งเอานั่งทำสงบทำไม่เอาไม่มีสิทธิ์ไม่มีการปล่อยคืนได้หมดไม่มีการเรียบร้อยว่ามันได้แล้วนะความสงบอยู่ที่จิตที่เราระลึกถึงมันเมื่อไหร่ไม่ใช่ระลึกเราจะทำให้มันเป็นเป็นเดี๋ยวนี้ก็ได้เดี๋ยวนี้เป็นอนันตัง ถ้าเรียกว่าภาษาบาลีท่านเรียกอนันตังหรืออนันต์โตคือไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดจะเป็นจะมีเมื่อไหร่ก็อยู่ได้แต่เราไม่ได้ติดเราไม่ได้แช่อิ่มอยู่ที่สิ่งที่ได้นั้นเรามีที่สุดศาสนาพุทธที่มีปฏิสนธิตัวนี้สำคัญมากศาสนาพระพุทธเจ้านี่มีประสิทธิภาพมีการสลักคืนได้แล้วเราไม่เอาได้นิพพานแล้วไม่ติดนิพพานไม่หลงวันนี้ผ่านเป็นของเราเราจะเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์เป็นคุณค่าเป็นเหตุผลประโยชน์แล้วเราทำได้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปตามควรแล้วไอ้ใจที่ว่าว่าไอ้อนันต์โตนี่นะมันเป็นเรื่องราวมาทำที่มันได้แล้วได้เลยได้ทุกสถานที่ทุกเวลาทุกโอกาสไม่ต้องไปทำเอาไม่ต้องไปฝึกเพียรอีกพูดถึงที่สุดแล้วเป็นพระอรหันต์แล้วเนี่ย อย่าไปพูดที่ถึงที่สุดแล้วไม่ต้องไปทำเอาไม่ใช่ว่าจะทำเอาทำไมมันทำได้แล้วเมื่อไหร่มันก็ทำได้ทันทีไม่ต้องไปมีอุปกรณ์ไม่ต้องไปมีเวลาไม่ต้องไปมีท่าทีจะได้นิพพานที่ต้องหาที่ต้องเข้านั่งต้องมีรูปนั่งต้องนั่งเข้าไปซะก่อนหลับตาแล้วจะเป็นนิพพานไม่ใช่นิพพานมันอยู่ตลอดเวลาเลยนิพพานมันเป็นเรื่องที่เป็นอารมณ์ที่เรารู้อารมณ์นิพพานคืออารมณ์ที่มันหนึ่งว่างจากกิเลสบ้างจากกิเลสก็ไม่เรียกว่าอารมณ์นิพพานทีเดียว 2 ว่างเราจะวางปล่อยอะไรก็ได้หมดก็ได้เป็นอากาสานัญจายตนะเป็นสันตะวิหารก็ได้ว่างจากกิเลสนี่แค่ชั้นรูปฌานก็ว่างจากกิเลสนิวรณ์แล้วเป็นสันตะวิหารว่างจากอะไร เราจะเกาะเกี่ยวยึดอะไรมากมายแล้วก็ว่างเป็นสันตะวิหารแล้วก็ได้เดี๋ยวนี้เราจะทำมาแวบนึงก็ได้เดี๋ยวนี้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็จะมีอารมณ์ว่านั้นอยู่ตลอดเวลาเราจะรับรู้สึกรู้ว่าเราเองเราขาดสนิทเมื่อใดเมื่อใดเราก็จะว่างแต่ก็เราก็ไม่เสร็จทำให้จิตมีการมีประโยชน์มีคุณมีค่าอะไรก็ได้แล้วก็จะว่างจะเป็นสันตะวิหารอันนั้นโดยเป็นสุญญตาแต่ละระดับสูญญากาศวิหารแต่ละระดับอันนี้ต้องไปอ่านหรือว่าไปเรียนสูตรจุลินทรีย์ตัดสูทซึ่งมันก็มีสูญญากาศคือว่าเป็นระดับระดับรูปบัญชาการก็ว่างระดับหนึ่งเอารูปไปชาญก็ว่างระดับหนึ่งหรือเวลาเราทำงาน แล้วก็วางระดับนึงจิตก็เราก็ว่าในส่วนที่เรารู้ด้วยปัญญาว่าตอนนี้เราไม่ว่างในส่วนหนึ่งนะเราว่างในส่วนหนึ่งในขณะนี้ที่นี้ศาลานี้ว่างจากช้างให้เถียงบ้างไม่มีทางศาลานี้ว่างจากช้างแต่ไม่ได้ว่างจากพระโยคาวจรไม่ได้ว่างจากนักศึกษาธรรมะที่นี่มีนักศึกษาธรรมะผู้ที่ฝ่ายใจสร้างกุศลทำดีอยู่เนี่ยเป็นมีอันนั้นมีแต่ช้างไม่มีที่นี่ว่างจากช้างพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้จริงๆในจุลศักราชจากช้างแต่ไม่ว่างจากภิกษุท่านตรัสอย่างนี้แล้วก็ไล่ไปมันก็ว่างแวะไปสูญญากาศ เข้าใจในคำว่าสูญญากาศขั้นที่ 1 มันก็สูญญากาศไปตามที่เรารู้ว่าสิ่งนี้มีสิ่งนี้ไม่มีไม่ได้หมายความว่าคือไม่มีอะไรเลยไม่ใช่ให้ไม่มีเลยนี่คือไม่มีกิเลสเลยเพราะฉะนั้นในรูปใบชานี่ก็ไม่มีกิเลสเลยก็เป็นนิพพานแล้วแต่ถ้ามีองค์ประกอบของนิพพานนั้นน่ะเป็นเป็นความมีค่ามีคุณองค์ประกอบของนิพพานเป็นความมีค่ามีคุณมนุษย์ก็เป็นคนมีค่าความว่างก็มีอยู่แต่ว่าระดับไหนที่เรารู้โดยปัญญาเราจะกระวนกระวายพระพุทธเจ้าท่านใช้เข้ามาแปลกันนี่ก็ยังไม่ได้เปิดบาลีดูว่าคำว่ากระบวนการนี้มันเป็นทำอะไรน่าจะแปลได้อะไรดูพยัญชนะตัวเองก็ยังไม่ได้เปิดสักทีมันจะกระวนกระวายนึกว่ามันจะต้องขวนขวายอา เห็นว่ามันไม่น่าแปลว่ากระวนกระวายน่าจะแปลว่าขวนขวายมากกว่าเป็นการขวนขวายอยู่กับส่วนที่มันยังเหลืออยู่เรามีชีวิตเป็นปัจจัยเราก็ขวนขวายให้แก่ชีวิตเช่นเอาข้าวให้มันกินอย่างนี้มันก็ต้องขนขวายให้มันหน่อยหรือว่าขนควายในเรื่องที่จะเป็นจิตเป็นการเป็นงานด้วยทวารทั้ง 6 เป็นสิ่งที่เป็นคุณเป็นค่าอะไรจะต้องสัมผัสสัมผัสที่จะรับรู้ได้ว่าทั้ง 6 ที่จะรังสรรค์ที่จะประกอบให้เป็นกัมมะโยนิกัมมะพันธุกัมมัฏอิสสะโรอะไรที่จะเป็นเรื่องดีแม้ที่สุดคำว่าปฏิสนธิก็คือเป็นที่พึ่งเราก็ทำกรรมอันเป็นที่พึ่งเพราะฉะนั้นใครมาเราก็ร่วมสร้างสรรค์เป็นการงานรำการงานการกรรมที่แปลว่าการงานเราทำการงานอันเป็นที่พึ่งเราเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิเราเป็น 2 เป็นที่พึ่งแก่ผู้อื่นแล้วก็ทำการงานให้แก่ผู้นั้นผู้นี้เอาไป แจกพวกคุณพวกคุณมาพึ่งแล้วก็เป็นที่พึ่งที่แท้เราเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิที่แท้ก็เป็นเราก็ทำกรรมปฏิสนธิทำสิ่งที่การงานที่เป็นที่พึ่งนั้นได้อยู่ก็ขวนขวายอยู่กับวันนี้เราจะเรียกในพระบาลีเป็นอะไรไม่รู้แต่ว่าในพระไตรปิฎกแปลว่าต้องกระวนกระวายอยู่กับเพราะเมื่อถึงที่สุดแม้แต่เราไม่ติดไม่ยึดในนิมิตใดพ้นไปแม้แต่รูปประชาชนท่านในวัดสัญญานาสัญญายตนะสัญญาถึงขั้นในลักษณะอายตนะเนี่ยอันสุดท้ายเราก็ไม่ได้ติดยึดแล้วในสิ่งเหล่านั้นไม่ติดในนิมิตเหล่านั้นจริงๆไม่มีนิมิตเหล่านั้น หลงใหลในนิมิตรเหล่านั้นไม่ติดในนิมิตรเหล่านั้นได้เป็นอนิมิตสมาธิเป็นจิตที่เป็นสมาธิขั้นสูงสุดหมดไม่หลงใหลไม่ติดไม่มีอะไรแล้วเราก็เป็นผู้ที่จะยังขวนขวายหรือเขาจะใช้ในนั้นเขาเรียกว่ายังจะกระวนกระวายอยู่ก็เพราะยังมีสิ่งที่มีคือยังมีอายตนะ 6 และยังมีชีวิตเป็นปัจจัยเราก็อยู่กับชีวิตเป็นปัจจัยหรืออายตนะ 6 นั้นไปเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็เป็นหลักฐานหรือว่าเป็นหลักการของศาสนาพุทธที่ไม่เหมือนกับศาสนาอื่นว่าเป็นศาสนาที่มีปฏิสัมพันธ์ในศาสนาที่มีการสละคืนในส่วนที่เราได้แล้วเราก็ไม่ติดไม่แช่อิ่มแล้วอิ่มไม่ใช่ว่าเราไม่อิ่มเราไม่แช่อิ่ม ภาษาอังกฤษน่าจะดีภาษาไทยแช่อิ่มเล่นแช่อิ่มแล้วนะแต่แช่แช่อิ่มไม่ใช่อิ่มปฏิเสธข้านี่สลัดคือยังไม่แช่อิ่มเป็นคนที่มีอะไรต่ออะไรตามองค์ประกอบของความรู้ซึ่งเรารู้สร้างสรรค์รับรู้ประโยชน์อะไรก็ทำไปมันพักก็มันเมื่อยก็พักมันสมควรจะพักก็พักมันไม่เมื่อยก็เพียรพระพุทธเจ้าท่านจึงได้ตรัสว่ามีเทวดามาถามว่านิพพานของท่านบอกเขาสงสารได้ไปแล้วเรียบร้อยมันมีความหมายยังไงอยากจะรู้แง่เชิงปรัชญาของท่านบริจาคเลยตอบเทวดาไม่ยาวแล้วเราไม่พักเรา เราถึงฝั่งอันเกษมล่ะถ้าเกิดว่าเราไม่มีปัญญารู้นะเราฟังอย่างนี้บอกนิพพานอะไรวะเราไม่พักเราไม่เพี้ยนคืนนี้ผ่านงมงายมีแต่เคยได้ฟังนิพพานคือการดับสนิทนิพพานคือความว่างนิพพานคือความไม่มีอะไรไปงั้นไอ้นี่อธิบายว่าเราไม่พักเราไม่เพียงคืนนิพพานมันเป็นแง่เชิงที่ลึกซึ้งศาสนาพระพุทธเจ้านี่ถ้าเผื่อว่าเราไม่ได้เรียนรู้ไม่จริงแล้วเราฟังไม่พรรคไม่เพียงนี่ก็เป็นสิ่งอธิบายนิพพานแล้วนี่อะไรวันนี้ผ่านเคยได้ยินแต่ว่าดับสนิทไม่มีศูนย์ว่างเปล่าเคยได้ยินได้อย่างนั้น อะไรไม่เราไม่พักเราไม่เพี้ยนอธิบายนิพพานคนไม่พูดถึงทั้งๆที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในพระไตรปิฎกแน่ๆแท้ๆเลยมีหลักฐานยืนยันแต่คนหยิบไม่ออกมีแต่อ่านแล้วก็ผ่านเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นหลักการสำคัญนี่แหละเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุดว่าคนเราไม่เข้าใจศาสนาพระพุทธเจ้าไม่เข้าใจเป็นแบบนี้ฤาษีไปหมดจริงๆแม้ลักษณะอย่างนี้เงื่อนไขสำคัญอย่างนี้หยิบมาไม่ได้เพราะหยิบมาแล้วไม่รู้เรื่องอธิบายไม่ออกไม่ออกอ่ะงงด้วยก็อะไรวะเกี่ยวข้องอะไรวะเออศาสนาพุทธเราไม่พักเราไม่เปลี่ยนที่จริงสำคัญมากเลยถ้าไม่รู้นะไอ้นี่จะตายเป็นกษัตริย์ศาสนาและพร้อมกันในศาสนาพุทธก็ตายไป ลักษณะที่สำคัญอาตมาอยากจะแน่ใจว่านี่เป็นคีย์เป็นคีย์สำคัญที่จะมาอธิบายศาสนาพระพุทธเจ้าคำว่าเราไม่พรรคเราไม่เพี้ยนถ้าเผื่อว่าสิ่งนี้สูญหายมันก็เหมือนศาสนาอื่นสูญว่างดับแล้วก็กลายเป็นเศรษฐีง่ายๆไปเลยถ้าไม่มีตัวสภาวะแห่งการงานทั้งๆที่ศาสนาพุทธยืนยันว่าศาสนาแห่งการงานกรรมนิยมศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งกรรมไม่นิยมก็กรรมก็แปลว่าการงานการกระทำมีบทบาทไม่ใช่ศาสนาที่บรรลุอย่างไม่มีการงานไม่มีกรรมไม่ใช่แล้วทำไมเข้าใจถึงหัวใจสำคัญคือเป็นกุญแจสำคัญของพุทธมีแล้วผู้นั้นไม่ถึงจุด ปลายทางของศาสนาพุทธและจะเอาอธิบายมาอธิบายว่าเป็นศาสนาแห่งมวลชนพหูชนะหินตายะพหูชนะสุขายะไม่มีทางออกเลยมันก็กลายเป็นศาสนาเดียรถีย์ไปหมดไม่แล้วจะเอามาอธิบายซ้ำมาดีมักองค์ 8 ยิ่งไม่เข้าใจเพราะว่าสัมมาอะระหังเป็นทฤษฎีสุดยอดทฤษฎีสูงเยี่ยมเลยที่จะต้องปฏิบัติภาคต้นภาคกลางภาคปลายแม้แต่ที่สุดจบก็มีองค์ 8 มีอยู่มีสมาชิกต่อไปครบพร้อมเหตุการณ์สมบูรณ์อย่าจะอธิบายกันไม่ได้เราศึกษาไปเถอะแล้วเราก็จะได้รู้อยู่อีกหลากหลายน้อที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาได้รู้อะไรก็ได้มาง่ายๆฉันตื่นกว่าจะรู้ว่าศาสนาพุทธนี้สูงส่งเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าทั้งตนและผู้อื่น ยิ่งนักทุกวันนี้มันจนแต้มจนทางแล้วเอาศาสนาเดียรถีย์มาสอนพวกปัญญาชนเขาไม่เอาแล้วเขาไม่เอาเขารู้ว่าไอ้มานอนกินขี้เยี่ยวแล้วก็วันๆคืนๆอย่างนั้นน่ะเขาเข้าใจแล้วเขามีปัญญามาทำคนให้มันเหมือนสัตว์เดรัจฉานตัวนึงไอ้สัตว์เดรัจฉานมันก็ไม่หลงลาภยศสรรเสริญนะหมานี่มันก็ไม่สะสมอะไรไม่สะสมมันอาจจะไม่เก่งเท่าคนที่เป็นฤาษีที่บอกว่าเอาฤาษีไม่เสพสมสุขสมไม่สืบพันธุ์แล้วก็ไม่สะสมลาภยศสรรเสริญอาจจะเก่งเก่งกว่านิดหน่อยแต่หมานี่มันก็ไม่สะสมลาภยศอะไรมันก็ไม่ได้สะสมสรรเสริญอะไรมันก็จะมีบ้างไม่มีก็ ดูนะยกยอมันอาจจะกระดิกหางอะไรบ้างก็ไม่รู้มันแต่ถึงยังไงยังไงมันก็เห็นน่ะคือๆกันแล้วมันก็ดีไม่ดีก็ไอ้แค่นั้นแค่นั้นมันไม่ได้ชัดเจนอะไรแล้วมันไม่ได้มีประโยชน์คุณค่าอะไรนักหนาเพราะเป็นคนที่มีปัญญาหรือปัญญาชนทุกวันนี้เขาไม่ยอมรับและศาสนาแบบนั้นเค้าตีทิ้งเลยเขาไม่เอาอะไรกันมีค่าอะไรเขาไม่เอาทีนี้เราเองเราก็มีอันนี้ด้วยนะไอ้การที่ว่าไม่หลงลาภยศสรรเสริญว่ามีจริงด้วยแล้วพิสูจน์ได้แม้แต่เดี๋ยวนี้ต่อหน้าต่อตายืนหยัดยืนยันแม้แต่สัมผัสสัมผัสกับเรื่องอะไรที่มันจะช่วยยวนอะไรต่างๆมันจึงเป็นลัทธิโลกุตระลัทธิโลกุตระที่อยู่เหนือโลกไม่ใช่หนีโลก ลัทธิสัมผัสมีสัมผัสเป็นปัจจัยมีความรู้สึกได้อย่างที่ยืนยันยืนยันว่าร่อนขาดย้ำนี่อย่าพยายามย้ำพยายามที่จะอธิบายในแง่เชิงที่มันจะมีอะไรละเอียดลออเข้าไปอีกจะแทงลึกด้วยสำนวนโวหารภาษาทำความอะไรที่จะหยั่งให้ลงไปให้เห็นเด่นชัดเราจึงจะนำสิ่งนี้คืนมาได้เราจึงจะนำสิ่งนี้คืนมาได้แล้วจะได้พิสูจน์ว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี้เป็นคุณค่าเป็นของจำเป็นยังไม่เสื่อมและยิ่งจำเป็นที่จะเอามาใช้กับสังคมมนุษย์อีกในสมัยพระพุทธเจ้าท่านใช้สำเร็จมาแล้วในปางนั้นตอนมาหลังๆมามันก็หย่อนยานมันก็ไม่เที่ยงอาจารย์เกจิอาจารย์พาให้เหลวเหลวๆ เลื่อนเปื้อนเพี้ยนออกจากศาสนามาจนปลายห่างจนกระทั่งมาป่านนี้ไม่ต้องค่อยๆคว้ากันขึ้นมาอีกค่อยๆนำขึ้นมาอีกมันมีอะไรหลายๆอย่างที่คุณจะต้องศึกษาไปถึงวาระถึงคราวแล้วจะบอกอะไรต่ออะไรให้ฟังบ้างในส่วนสัตว์ที่ควรจะพูดจะจากกันควรจะบอกกันไอ้ตอนนี้ก็ไปเรื่อยๆค่อยๆอธิบายไปค่อยๆเล่าถึงเหตุผลหลักฐานอะไรต่อได้จริงๆไปอ่ะลองอ่านต่อดูไปหน้า 285 ผู้ที่คิดไม่ให้พระอริยะหรือไม่ให้พระอรหันต์มาอยู่ใกล้คนจึงเท่ากับตัดที่พึ่งในวงเล็บตัดปฏิสนธิจะย้อนทวนมาให้แก่ตนนั้นนั้นเอง จึงเป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิแท้ๆอยู่ก็จะเห็นได้ชัดๆว่าขัดแย้งพระพุทธพจน์อยู่ตรงๆแม้แค่ข้อปฏิสนธิเป็นกรรมการโตจึงยังไม่สำเร็จก็หมายความว่ามันมีเชิงของพวกมีปัญญาจะเป็นความเจตนาจริงคือเข้าใจผิดเพราะมันลูกผู้เป็นพระอริยะเป็นอะไรแล้วก็ต้องไปโน่นไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำหลบเลี่ยงเมืองห่างห่างจากเขาคนเขาจะแยกลาภอย่างยศอะไรกันพระไม่ต้องเยอะเราอยู่โน่นไม่ต้อง พูดมากเพราะพระอริยะจริงๆนะท่านจะรู้ท่านจะเป็นก้างขวางคอพวกช่างขี้โรคขี้โรคในลาภยศสรรเสริญอะไรพวกนี้กิโลพระอริยสัจจะเป็นก้างขวางคอคล้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน