230528-396 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
อยากได้กำชับกัมพูชาทั้งเรื่องการปฏิบัติหรือว่าทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฟังอย่างสำคัญแล้วก็อยากจะขยายออกไปอีกนิดนึงเพื่อที่จะกำชับกัญชากันให้เข้าเฝ้าในการประพฤติปฏิบัติของเราต้องการปฏิบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีเรื่องมีองค์สำคัญอยู่อีกอันนึงคือคำว่าศีลสมาธิปัญญาคำว่าศีลคำนี้มันเป็นหลักแกนหลักเกณฑ์ของกุศลธรรมและอกุศลธรรมแบ่งแยกเป็นภาษาไว้ว่าศีลไม่มีสิ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสบอกกล่าวเพื่อให้เลิก ละเว้นห้ามไม่ให้มีให้เป็นให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จนดับชนิดไหนเรียกว่าความหมายเชิงห้ามมีมากและมีอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเชิงสนับสนุนจงทำอย่างนี้ทำอย่างนี้สร้างฝันอย่างนี้ขึ้นอันนี้เป็นต้นมันมี 2 ทางภาษาบาลีท่านเรียกอย่างหนึ่งว่าบาปสมาจารย์ศีลที่เป็นของขาดเป็นระยะฆ่าสัตว์เลี้ยงลักทรัพย์ในการอะไรพวกนี้เป็นบาปสมาจารย์ศรีมีการหนึ่งเป็นด้านที่ควรทำให้ดียิ่งขึ้นเป็นสีเขียววัดเป็นต้นทำให้เกิดทำให้งามพร้อมขึ้นส่งไว้อนุรักษ์ไว้รักษาไว้เป็นกุศลธรรม อย่างนี้เรียกว่าอภิสมาจารเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้ดียิ่งขึ้นแนบเนียนยิ่งขึ้นเพราะงั้นถ้าเราได้รู้จักหลักการต้องกว้างของศีลอย่างนี้แล้วแม้เราจะมาจำเพาะลงไปว่าเราจะถือศีล 5 ศีล 8 ศีลอะไรก็ตามความเกี่ยวข้องของศีลแต่ละข้อมันจะละเอียดละออละเอียดละออลงไปเรื่อยๆจนถึงข้อ 1 เราไม่ฆ่าสัตว์แล้วเราจะทำอย่างไรอีกไม่ฆ่าแล้วเราจะต้องเป็นผู้ที่มีใจเกื้อกูลไม่โหดร้ายอะไรต่างๆนานาและการไม่ฆ่าแล้วมันจะต้องเกี่ยวโยงไปหาการฆ่าถึงขั้นไหนๆเช่นเราไม่กล้าแต่เราไม่กินเนื้อสัตว์อะไรอย่างนี้เป็นต้นมาเกี่ยวข้องกันไปเป็นระดับๆเราก็จะรู้ บอกพ่อเรานี้มันเป็นการเชื่อมโยงและที่สุดการไม่ฆ่าสัตว์นั่นน่ะคำๆนี้เนี่ยถ้าจะอธิบายลึกซึ้งสูงสุดแล้วเป็นชั้นปรมัตถ์เป็นชั้นสูงแล้วไม่ฆ
อ่านต่อ
่าสัตว์นี่คือการไม่ให้กิเลสของเราอยู่กับการเป็นการฆ่ากิเลสเป็นเรื่องของจิตวิญญาณแต่แท้จริงนั้นสิ่งที่แฝงอยู่ในจิตวิญญาณที่เป็นกิเลสนั้นไม่มีความจริงไม่มีตัวตนจริงไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่วิญญาณจริงเรากินข้าวมันได้โดยไม่บาปภาคกิเลสแต่ติดสัตว์ที่เป็น 40 มีวิญญาณนั้นเราจะต้องช่วยเขาให้ ระดับสูงขึ้นมากเขาตกโลกไม่เขาบกพร่องต้องช่วยเขารักษาจะต้องรักษาอย่างละเอียดลออโยงใยเข้าไปเพราะเราจะถนอมแม้กระทั่งสิ่งที่จะไปทำลายน้ำใจของผู้อื่นน้ำใจอันดีน้ำใจอันสูงเราจะไม่ทำลายแต่สิ่งที่จะทำลายน้ำใจที่คนหลงผิดอยู่บางทีเรายังต้องให้ทำลายคือหมายความว่าการแย่งแต่จิตใจเขาแต่ความที่เขายึดติดนั้นเป็นการติดยึดในการทำทารุณตัวเองอาจจะยึดในราคะในสิ่งที่ไม่น่าจะยึดและเราก็พยายามที่จะต่อต้านต่อโซ่เขาก็ไม่ชอบใจเขาจะถือเอาผิดๆกันแค่ว่า ชอบใจนะเป็นการทรมานน้ำใจเขาเป็นการเบียดเบียนใจเขาเป็นการเบียดเบียนแล้วทารุณอดตายแล้วอย่างนี้ยังไม่ได้ดังนี้เป็นต้นมันจะซับซ้อนกลับไปกลับมาอย่างที่ยกตัวอย่างนี้อย่างแท้จริงในความลึกซึ้งขนาดอย่างที่กล่าวนี้ก็เราก็ต้องอย่าเพิ่งไปรีบร้อนคิดอ่านมากเกินไปนักสำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญญาถึงก็เดี๋ยวจะวกวนจนกระทั่งทำอะไรไม่ถูกเพราะการพิจารณาการกระทำก็เอาหยาบมาซะก่อนศีลอย่างยาอย่างต้นที่เราเข้าใจดีๆแล้วให้มันบริสุทธิ์บริบูรณ์ขึ้นไปถึงจิตเมื่อบันทึกจิตเข้าไปเรื่อยๆจิตเราจะละเอียดจะสุขุมจะประณีตจะมีปัญญายิ่งขึ้นจะพิจารณาลึกซึ้งดังที่กล่าวมาแล้วยกตัวอย่างมาแล้วนั้นได้และเมื่อนั้นมันจะถูกฐานะถูกขั้นตอน อะไรจะปฏิบัติจิตของเราได้สูงขึ้นสูงขึ้นจิตที่สูงขึ้นสูงขึ้นนั้นท่านเรียกว่าสมาธิหรืออภิสิทธิ์คำอธิบายก็คือจิตที่มันยิ่งขึ้นสูงขึ้นจริงๆรู้ด้วยทำได้ด้วยสะอาดลงละนายพรายได้ด้วยหรือว่ามั่นคงต่อความดีงามได้ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเป็นสมาธิแท้ปัญญาก็จะเกิดอยู่พร้อมกันปัญญาจะรู้ในภาคปฏิบัติว่ามันได้ผลหรือไม่ได้ผลได้แล้วแล้วเราจะรู้ว่าปัญญาของเรานี่ฉลาดยิ่งขึ้นรู้เท่าทันอายตนะยิ่งขึ้นเข้าใจในความหมายของบาปของกุศลแยกบาปแยกกุศลออกชัดแยกบาปแยกบุญออกชัดขึ้นชัดขึ้นหรือว่าแยกจิตแยกกิเลสออกชัด ดูกิเลสที่แม้แต่ละเอียดลออขึ้นไปเป็นระดับๆก็รู้ชัดขึ้นอีกอย่างนี้ก็คือเรื่องของศีลสมาธิปัญญาทั้งสิ้นเป็นการปฏิบัติโดยหลักสัมมารีมรรคองค์ 8 นั่นเองมีสติปัฏฐานรู้ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนทำงานทำการทำอะไรมีสัมผัสอยู่มีสัมผัสอยู่ก็จะรู้ของจริงทันทีจับจิตจับกายจับองค์ประชุมแม้แต่หยาบข้างนอกเรียกว่าตายจนกระทั่งองค์ประชุมของจิตในจิตเป็นความประชุมของจิตในจิตเองมีลักษณะอย่างนั้นมีอารมณ์อย่างนี้ก็รู้ได้เราเรียกว่ากายแม้แต่กายของจิตรู้อารมณ์ของจิตและก็รู้อารมณ์ที่มันเป็นเวทนามันเป็นสุขเป็นทุกข์หรือไม่สุขไม่ หรือเฉยๆนี่หยาบๆบอกหยาบๆของเวทนาไม่งั้นจะไปโสมนัสหรือพรหมนัสอีกก็ละเอียดขึ้นไปอีกหรือเป็นอารมณ์ที่บันทึกเทวดาการโทมนัสอุปายาสต่างๆแล้วก็จะรู้อีกเป็นหลักการลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่างๆเราก็จะเป็นผู้ที่ปฏิบัติจริงมีของจริงยืนยันแม้จะเป็นนั่งคำนวณต้นดาวแต่เราก็มีการปฏิเวชมีการระลึกถึงความผ่านมาเรียกว่าบุพเพสันนิวาสให้เกิดญาณเกิดปัญญาไม่เกิดญาณเกิดปัญญาเป็นญาณทัศนาแล้วแล้วเราก็มาทำอีกให้เป็นมโนมยิทธิให้มีอีกที่วิธีให้มีความเก่งที่จะสามารถปราบสิ่งเหล่านี้ได้ซับซ้อนลงไปซับซ้อนลงไป เราก็จะยิ่งมีวิธีที่สูงขึ้นเป็นโสดทิพย์มีวิธีที่สูงขึ้นเป็นเจโตปริยญาณหรือหยั่งรู้ถึงจิตลึกละเอียดลงไปอีกอีกเป็นยานพาหนะที่สูงสูงสูงเป็นญาณทัศนะวิเศษที่จากเกิดธาตุเกิดคุณแต่ตนและแก่ผู้อื่นไปได้จริงเพราะการปฏิบัติสิ่งสำคัญที่ปัญญาก็คือการปฏิบัติปฏิปฐานปฏิบัติสัมมารามองค์ 8 ปฏิบัติโพชฌงค์ 7 ปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 อยู่ในตัวด้วยเราเข้าใจพร้อมช่างขอให้เราพยายามฟังดูแล้วก็เทียบเคียงพิจารณาและเราจะรู้เราจะเห็นความจริงทั้งมวลเหล่านี้เพราะเราปฏิบัติไม่ผิดปฏิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีการสังวรศีลและก็มีโภชนามัสยิดตาวิชานโยคะเริ่มมีการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 อยู่พร้อมพรั่งตลอดตลอดเวลาและก็ทำได้ได้ทำการละลายคลายจางจริงๆดังนั้นในทุกๆเวลาทุกๆชั่วโมงใน 24 ชั่วโมงของเราเราจะเป็นผู้ที่มีจิตระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมและเราก็จะพยายามเข้าใจรู้เท่าทันต่อสัมผัสจะมีอะไรเป็นปัจจัยก็ตามไม่ว่าจะมาทำตาหูจมูกลิ้นกายหรือแม้แต่ในใจเองเราก็รู้เท่าทันอนิจจังรู้เท่าทันทุกข์รู้เท่าทันทุกข์สมุทัยและปฏิบัติให้มีทุกข์สมุทัยนั้น ลดลงดับลงเป็นทุกข์นิโรธจนที่สุดเราก็เป็นผู้ดีถึงขั้นทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาจึงสามารถดับทุกข์ที่ชาวโลกโลกเขาทุกข์แต่เรานั้นไม่ถูกแล้วเช่นเขาไม่ได้เสพสมเพราะเขาอยากจะเสพอบายมุขบางอย่างที่รถติดก็ทุกข์แต่เราไม่ทุกข์เขาไม่ได้ลาบไม่ได้ยศเขาทุกข์เราไม่ทุกข์แม้แต่เขาทำงานทำการเขาก็ขี้เกียจเขาทุกข์เราทำงานทำการเราก็ไม่ขี้เกียจและเราก็ไม่ทุกข์แม้การทำงานทำการได้อย่างแท้จริงเรารู้กาละเทศะฐานะอันควรที่แท้และก็พยายามที่จะมีมายาวมากมีความพยายามที่ถูกต้องเป็น มาวายามะมีสัมมาสติมีสัมมาทิฏฐิดำเนินทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ทางมโนกรรมวจีกรรมกายกรรมเป็นผู้มีอาชีพอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างแท้จริง