230514-386 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 14 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระปฏิวัตินำพิจารณาธรรมะปฏิเวชก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกอาการพิจารณาในช่วงชีวิตทุกๆเวลาประจำวันของเราไม่แต่การพิจารณาในตอนที่กินในเรื่องอาหารนี้เท่านั้นที่เราได้พูดกันก็ไม่น้อยถ้าใครจะขอให้พิจารณาถึงความเป็นอยู่ที่เราเป็นอยู่นี้จะอยู่ให้เป็นสุขเราก็จะต้องช่วยกันดูพยายามจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ตนเป็นประโยชน์ท่าน แม้แต่การพิจารณาในเรื่องที่ควรพิจารณาบ้างอย่าปล่อยปละละเลยของง่ายๆที่ผ่านหูผ่านตาอันนี้เห็นแล้วก็ควรจะรู้ว่ามันมันไม่เรียบร้อยมันขวางหูขวางตาควรจะจัดให้เรียบร้อยควรปัดควรกวาดควรเช็ดควรถูไอ้เรื่องที่จะพูดวันนี้เราไม่ได้พูดมานานก็คือเรื่องของสิ่งที่มันตรงกันข้ามกับอาหารคือเรื่องของส้วมที่ให้มาพิจารณาในเวลาที่จะทานอาหารในเรื่องของการดูแลเรื่องส้วมเรื่องขัดเรื่องรู้เรื่องใช้น้ำใช้ท่าเรื่องอะไรต่ออะไรต่างๆพวกนี้เรา บัตรเราได้ประพฤติธรรมด้วยเราได้พิจารณาด้วยเราได้เรียนรู้ชีวิตถึงความจำเป็นซึ่งเราได้มีกรรมฐานกันเช่นว่าเราเองเราฝึกการอาบน้ำ 3 ขันอะไรนี้ที่เรากล่าวกันอยู่เนี่ยเราจะได้รู้ว่าถ้าเราอาบน้ำนี่คืออะไรเราอาบน้ำคือเราเอาน้ำนี่มาล้างขี้ไก่ขี้เหนียวซึ่งมันจะต้องหมุนเวียนออกมาวันหนึ่งวันหนึ่งก็ควรจะได้ล้างมันซะบ้างถ้ามันหน้าร้อนมันก็ควรจะอาบน้ำทุกวันวันละคนถ้าเกิดว่ามันมากมายเกินการสำหรับบุคคลที่มันมีจิตมีการอะไรไปเลอะเทอะมากกว่า 2 หนก็ตามใจแต่ถ้าเผื่อว่าใครทนได้จะลองดูมัน 2 วันหน่อทนเหนียวทนหนืดอะไร อยู่บ้านมันก็พอเป็นไปได้แต่ก็ระวังอย่าไปไม่อาบซะหลายหนหลายวันจนกระทั่งใครผ่านก็กลิ่นมันฉึ่งฉึ่งเหลือเกินการแล้วมันก็ไอ้อย่างนั้นมันก็ดูมันไม่ค่อยเข้าทีและดีไม่ดีก็เป็นเชื้อแห่งโรคได้ง่ายอาการอาบน้ำนี่ถ้าใครระลึกดูจะรู้ว่าเราเองเราอาบ
อ่านต่อ
น้ำแต่ก่อนโน้นยิ่งหน้าร้อนนี้เราจะเห็นชัดเลยว่าอาบน้ำเพื่อที่จะบำบัดร้อนเย็นเราร้อนเราก็อาบน้ำเย็นก็เทเอาเทเอาราดไปลาดไปยิ่งเท่าไหร่เท่าไหร่ก็เทน้ำมันยังไม่ค่อยมีหน้าร้อนก็ยิ่งเวลาเทราๆมันก็เย็นแล้วก็ชื่นใจว่าอร่อยๆต่างๆนานาอย่างนี้แหละเป็นกิเลส จากนี้ไปกินเลยถึงแม้แต่คำพังเพยที่คุณจำลองเคยเอามาใช้เลยว่าอาบน้ำอาบน้ำเอาเย็นกิเลสนะเป็นตัวกิเลสไม่ใช่อาบน้ำเอาเย็นน้ำขุ่นน้ำใสคุณกำลังจะแก้ในประเด็นที่ว่าน้ำขุ่นน้ำใสก็เอาเธอเราไม่ได้อาบน้ำเอาคุณเอาใสแต่ละอ่อนอาบน้ำเอาเย็นทีนี้ในประเด็นที่กำลังจะกล่าวนี้ก็ลึกขึ้นไปกว่านั้นว่าเราไม่ได้อาบน้ำเอาเย็นด้วยก็อาบน้ำเอาอาศัยน้ำเนี่ยเป็นทาสอย่างหนึ่งที่จะล้างล้างความสกปรกล้างสิ่งที่หมุนเวียนออกมาชำระความสกปรกที่เป็นขี้ไคลเป็นขี้เหงื่อเป็นสิ่งที่ขับถ่ายออกมาในร่างกายและเราก็ล้างมันออกพอสมควรเพราะการล้างนี่จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปตัดเทลาแล้วเอาเย็นชื่นใจ อารมณ์จิตที่เป็นอารมณ์ที่เราชอบมันเย็นมันอร่อยตรงนั้นราคาเท่าไหร่ก็ไม่พอเปลืองแสนเปลืองเอาเท่าไหร่ก็ไม่ไม่ได้ไม่ได้ไอ้นั่นหรอกมันไม่ใช่สภาพที่ควรเป็นยิ่งเราต้องการประหยัดที่เราจะต้องต้องการให้มันรู้สาระสารของมันถ้าไม่เข้าใจอย่างนี้เราก็จะทำผิดกันศาลเพราะฉะนั้นขอให้พวกเราได้พิจารณาว่าเราจะอาบน้ำนี่เราก็จะใช้น้ำอย่างไรจึงจะชโลมแล้วก็เช็ดถูเช็ดเหงื่อที่ขายที่จริงเหงื่อใครมันเช็ดออกไม่หมดหรอกเพราะเดี๋ยวมันก็หมุนเวียนมาใหม่แล้วมันก็หมุนออกมาใหม่ไม่ใช่ว่าเช็ดแล้วมันจะสะอาดผ่องไปอะไรมันไม่พองยิ่งหน้าร้อนก็หมุนเวียนมาแล้วเราก็ต้องรู้ว่ามันเป็นความธรรมดา มันเป็นความมีอยู่อย่างนี้แหละมันจะหมุนเวียนอย่างนี้แหละเพราะว่าใครทนได้มากก็ไม่มีปัญหาอะไรจะอยู่กับใครไม่ได้พอสมควรแล้วก็ล้างออกพอสมควรวันหนึ่งก็ล้างออกไปอ้าวเท่านั้นเท่านี้กรรมวิธีในการที่จะใช้น้ำได้น้อยแล้วก็ล้างอะไรจะได้เอาไปเราจึงเป็นสิ่งที่เอามาพูดกันเหมือนกันเลยกันเราอาบน้ำสำคัญอะไรอย่างเงี้ยซึ่งมันก็พอเป็นไปถ้าไม่มีทีที่เราจะเอาวิดน้ำมาชโลมมาถูตัวถ้าใช้ผ้าน้อยผืนนึงทีนี้มันจะมีอีกตัวเองอันนี้เกิดจากตัวเองใช้ผ้าขาวชุบน้ำที่ใส่เนี่ยค่อนถังก็หน่อยนึงในราว 2-3 ขันชุบน้ำแล้วก็อาบ มันก็เกลี้ยงมันก็สะอาดได้หมดน้ำเราก็ถือว่าเราก็ตกลงเราอาบน้ำเท่านั้นเราใช้น้ำค่อนถังนั่นแหละแต่ผ้าขาวที่เรามาเช็ดตัวนี่สิมันติดขี้ใครมันติดสีติดสันแล้วก็เราก็ต้องซักทีนี้ซักก็เริ่มใช้ผงซักฟอกพอผงซักฟอกมาใช้ซักซักเข้าไปไอ้ขี้ไคลขี้เกียจขี่อะไรมันอยู่ในภาพออกแต่น้ำที่เรามาล้างไอ้ผงซักฟอกมันไม่รู้อะไรต่ออะไรของมันผงเคมีอะไรต่างๆนี่ก็ไอ้ผ้าเนี่ยมันจะสะอาดไอน้ำที่ซักผ้าผืนน้อยนี่แหละมากก็น้ำที่เราอาบตัวทั้งตัวเห็นแล้วก็มันนั่งคิดไอ้เรานี่มันประหยัดอย่างนึงแต่อีกอย่างนึงมันไม่ประหยัดจะไปคิดเห็นว่าไอ้ผ้าขาว เป็นสีสีจริงๆมันก็ไม่มีอะไรมันก็สีขี้ไคลของเราสีไอ้นี่มันก็เป็นไปมันก็ไม่ได้เป็นของสกปรกอะไรนักหนามันก็มีบ้างสีนั้นสีนี้อะไรต่างๆนานาก็เลยคิดอ่านเปลี่ยนผ้าขาวมาเป็นผ้าสีน้ำตาลอย่างเก่าแล้วก็จะจุ๊บสักบางทีก็จะต้องใช้ผงซักฟอกมองนานๆทีไม่ใช้ผงซักฟอกก็ขยี้ขยี้น้ำพอสมควรอย่างที่เราเคยใช้อยู่ทุกวันนี้ใช้ยังใช้ผ้านุ่งผ้าสบงผ้าจีวรหรือแม้แต่อังสะอะไรบางทีเราก็ไม่ได้ใช้ผงซักฟอกซักเฟอร์ไม่ได้ใช้สบู่อะไรแล้วก็มีน้ำแล้วก็เพิ่งด่าตากแดดให้มันแห้งมันก็ได้มันก็เรียบร้อยไปยิ่งผึ่งแดดมากๆไอ้ตัวเชื้ออะไรต่ออะไรต่างๆมันก็แห้งก็ตายไปด้วยซ้ำมันก็ง่ายพิจารณา ดูว่าเรายังมีกิเลสอะไรแม้จะอาบน้ำเดี๋ยวเราอาบน้ำด้วยกิเลสแม้จะประกาศสบู่ใช้สบู่ฟอกเนี่ยมันก็เป็นการใช้โซดาไฟขัดแล้วผิวหนังของเราก็ถูกโซดาไฟทำปฏิกิริยาแห้งที่จริงผิวหนังแห้งมันจะผิวหนังดีผิวหนังที่มันๆพอสมควรเป็นผิวหนังที่ดีมันแสดงถึงสุขภาพร่างกายของเราดีให้ยืมไปแห่ลงไปจากที่เราเอาไอ้โซดาไฟหรือเอาสบู่อะไรขัดล้างเช็ดออกมาหนืดเลยนั่นน่ะเราก็ไปหลงยึดอุปาทานว่าผิวอย่างนั้นเป็นผิวที่สะอาดขัดแล้วมันฝืดๆมือที่ยังเปิดมืออย่างนั้นแม่งอุปทานของเราเราไปสมมุติว่านี่คืออาการแห้งการไม่มันการ การดีแล้วเป็นความเข้าใจผิดนะเข้าใจผิดนะคุณคุณจะเข้าใจว่าคุณเองเจริญผิวหนังของคุณแย่ไปเลยเสร็จแล้วถ้าผัวร่างกายของคุณดีมันเดี๋ยวมันก็ขับน้ำมันออกมาเลี้ยงชโลมไว้แล้วก็ผิวหนังคุณก็จะมีการหมุนเวียนปฏิกิริยาของการทรงอยู่ก็มันมันก็จะดำเนินไปด้วยดีอย่างเราไปพยายามอาบบ่อยๆถูสบู่บ่อยๆพ่อเอามาบ่อยๆพี่น้องก็ยิ่งแห้งแตกยิ่งแห้งยิ่งแตกสภาพพวกนั้นเป็นการทำลายตัวเองคุณหลงผิดโดยอุปทานว่าถ้ามันแห้งมันไม่ลื่นเรารู้อยู่ว่าน้ำมันมันลื่นและเราก็อยากให้น้ำมันมันออกเพราะน้ำมันมันออกมันแห้งมันฝืดมือแล้วก็คิดว่าการฝืดมือการแห้งนี้เป็นสิ่งที่ดีแล้วความจริงเป็นสิ่งที่แย่แล้ว แย่แล้วกูจะต้องการเช็ดแต่เพียงเล็กๆน้อยๆพออาศัยเช็ดออกพอเราพอเป็นพอไปแล้วก็มีน้ำมูกน้ำมันอะไรอยู่เลี้ยงผิวหนังเลี้ยงอะไรก็ได้ไปนั่นเป็นเรื่องถูกสุขภาพเป็นเรื่องดีไม่ชี้ชัยออกไปวิเคราะห์ให้ฟังกันถึงความเข้าใจผิดของคนโลกโลกกับลักษณะธรรมที่สูงเป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้งเราจะได้เข้าใจว่าเราต้องเปลืองแล้วทั้งต้องมาบริการตนเองที่ผิดสัจจะด้วยก็กลายเป็นการทำลายตัวเองโดยความไม่รู้อวิชชาอย่างนี้เป็นต้นเพราะการที่ผู้ใดใช้สบู่จะใช้น้ำจะใช้ท่าอะไรต่างๆนานาจึงขอให้พวกเราได้ระลึกถึงการเป็นอยู่ของเราแล้วก็ลองดูถ้าเราเข้าใจไม่ผิด สัมมาทิฏฐิไม่อุปทานผิดไม่หลงผิดเราก็จะใช้น้ำใช้ท่าก็ไม่ใช่เป็นพืชกิเลสใช้สบู่ก็ไม่เปลือกกิเลสเฉพาะอะไรสำคัญว่ามันจะเป็นจะต้องต้องขัดต้องถูมันบ้างพ่อออกบ้างก็เอาพอไปอาศัยเราจะได้ไม่เปลืองข้าวของต่างๆด้วยแล้วก็ไม่ทำเพื่อที่จะบำบัดกิเลสของเราด้วยเพราะเหตุแห่งอวิชชานอกวันนั้นในการใช้น้ำใช้ของใช้ข้าวอะไรอะไรต่างๆก็ช่วยกันดูแลเราได้รับชื่อว่าเราไปที่ไหนสะอาดที่นั่นมาช่วยกันขัดถูก็ดูถ้าเกิดว่าตอนคนต้องใช้ไฟกลางลาดเวลาเราไปทำกิจทำอะไรแล้วเราก็ลากก็ถูกคนละเล็กคนละน้อยคนละทีไปอย่างที่เราเคยบอกกันไว้ว่าเรามีกำหนดว่าจะต้องทุกคนเวลาเข้าร่วมแล้ว วันหนึ่งต้องถูส้วมหรือขัดส้วมด้วยตัวของเรา 1 ครั้งเราจะเข้าช่วงกี่ครั้งอย่างน้อยถ้าเกิดว่าเรามีอย่างนี้ทุกคนนะครับครั้งแรกอ่ะครั้งไหนก็ตามควรจะเป็นครั้งแรกเพราะเราอาจจะเข้าครั้งแรกครั้งเดียววันหนึ่งได้ถวายครั้งก็ไม่เป็นไรครั้งแรกเราก็ทำแล้วหรือจะทำอีกก็ไม่ว่าขัดเล็กๆน้อยๆไม่ได้เปลืองน้ำเปลืองค่าอะไรเพิ่มเติมมากมายมันอยู่ในเรื่องของมันเองเพราะว่าเราจะต้องล่าจะต้องเทจะต้องล้างแล้วก็ขัดไปพลางอะไรอยู่เนี่ยคนละนิดคนละหน่อยก็ไม่จับไม่เกาะไม่มีอะไรมากมายมันจะสะอาดจริงๆสร้างอุปนิสัยของเราด้วยนะไม่ใช่เป็นหนักอยู่คนเดียวทำไม่สะอาดแล้วก็เดี๋ยวอีกคนทำให้เลอะก็เยอะอะไรงี้ไม่เข้าเรื่องเพราะสิ่งนี้เป็นความฉลาดเฉลียวเป็นความที่รู้จักรู้โดยปัญญารู้ด้วยความเข้าใจที่จริงไม่ รังเกียจไม่ใช่นางนอนแล้วไม่ใช่ขี้เกียจด้วยแต่เราช่วยกันทำคนละไม้คนละมือไม่มีงานอะไรหนักต่างคนต่างเป็นไปต่างคนต่างช่วยกันแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่มันน่าเกลียดน่าชังอะไรนักหนาอะไรเราจะได้พิจารณาธรรมด้วยไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดไม่ใช่เรื่องน่าชังอะไรเราเคยทำไปไหนมาไหนเราได้รับการยกย่องนับถือเราจะเห็นผลอย่างเคยยกตัวอย่างให้ฟังว่าแต่ก่อนเราก็เคยไปอยู่ห้องพักสุวรรณพวกเรานี่ 23 10 รูปอยู่ที่ท่านประธานเดิน 6 เดือนแอร์อาจจะแยกอยู่ในบ้านเขาส้วมก็มีอยู่เท่านั้นเราใช้กับเราไม่เคยที่จะได้ถ้าเผื่อว่ามียกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆถ้าเผื่อว่าเราเองอยู่อย่างนั้นนะถ้าเราไม่มีความรู้ไม่มีอุปนิสัยดีๆอย่างนี้เราไปอยู่อย่างงั้นลบๆๆเกิดความ ไม่ชอบมาพากลกันไม่ชอบอกชอบใจกันได้เราถ้าพูดก็พูดเถอะพูดด้วยความจริงเขาอยู่มีกลิ่นมากดูไม่ค่อยสะอาดด้วยซ้ำแต่เราไปอยู่เขามากๆคนแทนที่มันจะกลับเลิกกับรบกับเพื่อนกับเปรอะเข้าไปอีกเหมือนกับสะอาดยิ่งกว่าเขาอยู่กันแค่เดิมด้วยซ้ำนี่มันเป็นเรื่องพัฒนาเราไปถึงที่ไหนอยู่ที่ไหนพัฒนาที่นั่นสะอาดสะอ้านเป็นไปด้วยดีมันเป็นเรื่องที่มันเป็นเรื่องน่าคิดเป็นเรื่องที่คิดดีๆคุณจะเห็นไม่ใช่เรื่องพูดเรื่องต่ำเรื่องยาอะไรทุกคนช่วยตัวช่วยตนทุกคนช่วยกันไม่ใช่เรื่องนี้จะต้องไปจำเพาะบังคับให้คนใช้ทำเราไม่ใช่หน้าที่มันไม่เห็นต้องเปลืองเปล่าไม่เห็นต้องหน้าที่มันสร้างนิสัยของเราด้วยแล้วเราจะได้ถือยศถือศักดิ์ไม่มีศักดินาไม่มีต่ำมีสูงไม่ใช่คนใช้กับเจ้า เจ้านายอะไรมันไม่มีมันช่วยกันคนจะมาช่วยทำงานมารับใช้ก็ไม่ว่าอะไรแต่เราก็จะต้องพยายามเข้าใจว่าเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องช่วยกันเลี้ยงดูไปก็เขามีฐานะอย่างนี้มันสมองเท่านี้ฝีมืออย่างนี้ก็มาอุ้มชูกันไปเรียกดูกันไปแบ่งเบาการงานเขามีความสามารถเท่านี้ก็พอเป็นไปอย่างนี้มันจะเป็นเรื่องที่ดีเป็นสังคมเป็นญาติติธรรมสังคมที่เราต้องการอยู่ทุกวันนี้เราต้องการสังคมที่มีรูปอย่างนี้มีสภาพอย่างนี้ใครจะช่วยอะไรต่ออะไรกันได้ก็ค่อยแบ่งค่อยเบาค่อยทำกันไปทุกอย่างมันก็เป็นงานย่อยเป็นงานน้อยเป็นงานไม่ต้องหนักต้องหนานี่เป็นเรื่องที่นานๆจะพูดกันทีนึงก็ขอพูดขอให้พิจารณาขอให้พยายามปรับปรุง ไม่แต่เรื่องในห้องน้ำดังกล่าวนี้นอกห้องน้ำก็เหมือนกันที่ไหนควรเช็ดควรถูควรดูคนแลควรหยิบควรปรับปรุงกันไปมันก็จะง่ายขึ้นมันก็จะดีขึ้นมันก็จะสะอาดสะอ้านขึ้นเป็นเมืองพัฒนาเป็นบ้านพัฒนาไม่ใช่เป็นความสกปรกเลอะเทอะไม่ใช่กิจไม่ใช่การไม่ใช่เรื่องอะไรแล้วก็ดูทำอะไรก็ไม่ทำคนมีจิตควรทำที่ช่วยอาศัยอยู่ก็ไม่ช่วยทำคนที่มีกฎมีวินัยทำไม่ได้เลยกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรสอดร้อยกันไม่มีอะไรอ่าโยงใยสืบต่อกันได้ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่คาราคาซังแล้วก็ยกเลิกไม่เป็นไปเพื่อความสูงหรือว่าความมันไม่ข้ามแยกกะโหลกหรอกศาสนานี้นะ ดูภาพคนที่เป็นไม่ใช่คนด้อยพัฒนาอย่างแท้จริงมันจะเป็นคนพัฒนาตามที่กล่าวนี้ถ้าผู้ใดเข้าใจในการพิจารณาด้วยว่าการช่วยเหลือโปรไฟล์เป็นการทำอะไรต่ออะไรบ้างคนนั้นคนนี้เข้าใจดีแล้วมันพูดที่ยังติดยึดอยู่อย่างมากในความเข้าใจที่ผิดผิดเป็นมิจฉาทิฐิก็ขอให้ตั้งใจดีๆคิดดีๆแล้วเราก็เพิ่งเป็นไปแล้วเราจะรู้สึกว่าเออมันเป็นเรื่องที่ดีนะมันเป็นเรื่องที่ทำให้เราได้รักกิเลสในตัวด้วยเพราะกิเลสเรายึดถือเพราะกิเลสเราไปรังเกียจรังงอนเพราะกิเลสของเราไปฝังมาตั้งแต่เมื่อไหร่เมื่อไหร่อุปทานตั้งแต่ปางใดก็ไม่รู้ด้วยมันจึงไม่กล้าทำแล้วไม่อยากจะทำถ้าเผื่อว่าเราเองเราเข้าใจแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นไม่ ที่จะต้องอาศัยความกล้าความหารอะไรเลยแล้วก็เป็นเรื่องที่ง่ายๆเป็นเรื่องธรรมดาชีวิตประจำวันอยู่ในความเป็นอยู่จริงๆแล้วเราก็จะเป็นผู้ที่ได้ทั้งธรรมะส่วนตนละกิเลสคล้ายอุปทานและเราก็จะได้ทั้งสิ่งที่มันดีทางด้านนอกทางด้านที่จะเป็นสังคมของมนุษย์ผู้เจริญหรือผู้พัฒนาแท้จริง