230603-399 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์33 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 3 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าได้แนะนำเสนอให้พิจารณาเรื่องความจบหรือความตัดหรือความแล้วให้รู้แล้วคือจะต้องพยายามรู้สภาพอากาศถ้าเราทำจิตมาทำจิตเสร็จเป็นจักรยานก็ต้องมีปัญญารู้ความแล้วเราจะทำอะไรเรารู้สิ่งนั้นให้ถูกตรงให้แน่จริงเราเรียกว่าสัจจะยานรู้ไม่จริงแล้วเราก็ทำ เรียกว่ากิจการทำจริงๆลงมือทำให้ได้มักได้ผลไปทีเดียวได้มักได้ผลไปจนถึงที่สุดแล้วแล้วเรียบร้อยเรียกว่ากตญาณญาณ 3 อย่างนี้ต้องมีประกอบในการที่จะต้องเรียนรู้ตนเองที่ประพฤติปฏิบัติถ้าไม่มีการตรวจตรา 3 อย่างนี้ไม่มีสัมมาทิฏฐิตั้งแต่เริ่มแรกเป็นสัจจานถือว่าไม่รู้ถึงสัจจะที่แท้จริงตรงเป้าเราก็จะทำอะไรไปเรื่อยๆเมื่อเรารู้เป็นสมาธิแล้วเป็นสัจจะสัจจะยามเกิดปัญญารู้ในความจริงในเป้าหมายที่เราจะกระทำที่จะจัดการไม่ได้แล้วก็ทำจริงๆแม้รู้เป็นสมาธิจะไม่ลงมือทำก็ไม่มีประโยชน์อะไร ได้ทำแล้วเราก็เราได้สำเร็จแล้วก็ได้แนะนำไปแล้วถึงจุดสำคัญที่จะให้พิจารณาดูว่าสิ่งใดที่เราได้แล้วก็ขอให้หยุดแล้วก็ขอให้เข้าใจว่ามันสบายงั้นแน่นอนถูกต้องแล้วลงตัวตามเหตุตามผลตามทฤษฎีตามหลักการใดเราตรวจสอบแล้วได้ทรงแล้วก็เป็นฐานอาศัยคำว่าฐานอาศัยนี่แหละถ้าเราเรียกว่าทิพย์ธรรมสุขวิหารนักปฏิบัติธรรมที่มีองค์ฌานมีทิศทางสู่พระวิหารอยู่ก็เป็นนักปฏิบัติธรรมที่เข้าสู่สภาพสุขภาพมีที่จะทำวันศุกร์เป็นเครื่องอาศัยมีสาร size เป็นเครื่องอยู่เป็นเครื่องเป็นไฟวิหารวิหารเป็นเครื่องเป็นไปเป็นเครื่องอยู่เป็นเครื่องอาศัยนี่แหละเราจะแสวงหาตรงนี้เมื่อเรามาส่งที่พระธรรมพระสงฆ์หมายความว่าความสุขเป็นสภาพศพสุขมันไม่ได้แปลว่าเสพสมสุขสมอย่างที่เราแปลความหมายเป็นไทยทรงมันหมายความว่ามันสบายมันง่ายสะดวกง่ายสบาย

อ่านต่อ

สะดวกเรียกว่าสุขอยู่ด้วยดีได้ง่ายสบายด้วยเช่นดอกโดยไม่ต้องลำบากลำบนเรียกว่าสุขไม่ลำบากมึงเองถ้าทุกข์เป็นความลำบากที่ทนได้ยากคำว่าทุกข์หมายความว่าความลำบากที่ทนไม่ยากสุขหมายความเป็นธรรมไม่ลำบากทีนี้ความไม่ลำบากนี้ ภาพผู้ใดมีปฏิปทาเป็นสุขสุขาปฏิปทามันก็จะเร็วสุขาปฏิปทาที่จริงทุกขาปฏิปทาเร็วก็มีนะเร็วก็มีเร็วนี่ว่าภาษาบาลีท่านเรียกว่าทำพาสิ่งใดที่ปลากินยาไอ้ชาฉันเรียกว่าทำชากินยาถ้าผู้ใดปฏิบัติรู้สุขาปฏิปทาหรือมีทิชาวิหารอันนี้ลงตัวกันผู้นั้นก็สามารถที่จะกระทำไปได้ด้วยดีแม้จะเร็วแม้จะช้าเราก็คงจะไม่เอาเทียบเคียงกันว่าสุขาปฏิปทากันสุขาปฏิปทาแน่นอนที่สุดเลยใครเธอก็ต้องเลือกสุขาปฏิปทาคือปฏิบัติ อยู่เป็นสุขคงไม่มีใครที่จะเอาปฏิบัติอยู่เป็นทุกข์ถ้าใครที่ปฏิบัติอยู่เป็นทุกข์ในศัพท์สำนวนทั้งโลกเขาเรียกว่าเป็นพวกซาดิสทรมานจัดปฏิบัติอย่างทรมานตัวทรมานจนเกินการอย่างนั้นก็เรียกว่ามันมันก็แล้วแต่นะอาจจะมีคนชอบอย่างนั้นคนพอใจอย่างนั้นถ้ามีนิสัยอุปนิสัยอย่างนั้นก็แล้วแต่ความจริตอย่างนั้นก็คนนิสัยอย่างนั้นก็ยกไว้แต่โดยความเป็นธรรมดาสามัญทุกคนก็ต้องต้องการการปฏิบัติแบบสุขาปฏิปทาปฏิปทาคืออะไรปฏิปทาภาษาโดยพยัญชนะมันก็บอกให้ใช้อยู่แล้วปกติกับศรัทธาประชาชนเรามี [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] กิจกรรมวันศุกร์กับวิหารคืออะไรที่ทำให้สุดของวิหารคือลักษณะฌานมีแต่นำมาสู่ผู้บริหารคือลักษณะการคืออะไรฌานคือองค์ที่เพ่งและเผาเพราะในขณะใดที่เราได้มีบทแห่งการเผาฟังดีๆนั้นไม่เกี่ยวข้องไปที่คำว่าบทอีกแล้วปฏิปทามีบทการเผามีฐานแห่งการเผาการเพ่งรู้และเพ่งเผาไปเรื่อยๆอยู่ตลอดเวลาและเขาไปค่อยๆเผาค่อยๆจูนค่อยๆทำไปทำมันแรงได้โดยเราเองก็ไม่ร้อนเราเองก็ไม่ลำบากนั่นแหละเป็นการเดินทางอยู่เป็นการได้กระทำตนมีผลในการปฏิบัติอยู่มีองค์ชายมีการวิตกวิจารณ์นั่นเองแล้วก็มีการ มีการเกิดสุขมีการอุเบกขาทั้งสองมาถึงปลายได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากใน 3-4 สามารถเรียนรู้ไปเป็นเสมหะบุคคลที่มีองค์ฌานที่จริงแล้วเมื่อผู้ที่ปฏิบัติธรรมะขั้นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้ที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่มีนิวรณ์ 5 อย่างเด็ดขาดตลอดเวลานั้นว่ากันจริงแล้วท่านไม่เป็นคนไม่มีฉันไม่มีฉันก็ไม่มีทางไม่มีทางร้ายเขาว่าถ้าไม่ต้องไปเพ่งเผากันอีกแล้วท่านเสร็จแล้วเป็นจักรยานแล้วครับเรียบร้อยแล้วเผาศพเลี่ยงไปแล้วเผาซากๆ ท่านจึงเป็นผู้ที่ชื่อว่าไม่มีฌานค่อยว่ากันแล้วแต่โดยความหมายเอาโดยความจริงแล้วเอาด้วยความหมายที่ไปขยายคำว่าฌานก็คือเป็นสภาพเจตนาจะไม่ให้มีนิวรณ์โดยเอาหลักของเป็นนิวรณ์ให้เป็นเครื่องวัดแต่ในขณะที่กำลังทำอยู่นั้นจะต้องทำให้มันลดลงไปลดลงไปมีทิศทาง RE บอกแล้วว่ามีทิศทางดีมีทิศทางรถมีทิศทางวางกลางพรายนายออกนี่เป็นลักษณะของการทำฌานเพราะการทำฌานจึงไม่ใช่ไปนั่งหลับตาอยู่เฉยๆพิธีการหลับตาก็เป็นความหมายตรงกันเหมือนกันหลับตาแล้วก็เป็นคนที่ทำให้จิตที่เป็นปราศจากกิเลสนิวรณ์โดยการกด ขำคณะโดยการพยายามที่จะทำสกัดสลัดออกอย่างง่ายๆแต่มันไม่ง่ายตรงที่กดข่มจิตไม่เป็นหลอกล่อจิตตะล่อมจิตไม่เป็นมันก็ไม่ง่ายแต่ใครตะล่อมจิตเป็นหลอกล่อจิตเป็นกฎของเก่งตรงกับจริตคนไปทำจริตอย่างนี้ก็ง่ายเพราะฉะนั้นคนที่ทำโดยวิธีนั่งหลับหูหลับตาถ้าไม่ผิดทางซะจริงๆเขาก็ได้อานิสงส์อยู่เป็นอุปการะแต่มันมีซับซ้อนอันที่กล่าวแล้วอธิบายกันมากแล้วว่าถ้าไม่เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วไปนั่งหลับตาแล้วมันออกนอกทางและมันไม่สะอาดในสัมมาทิฐิจริงๆมันก็หลงในอัตภาพลงในอัตราร้องอัตราต่างๆอยู่ได้หลงได้ง่ายตามที่อธิบายมามากมายเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใด จะมีจริตไปในทางฌานบางทีก็อย่าไปตีรันฟันแทงกันเกินไปถ้าคุณยังไม่อยู่ในฐานะไม่เป็นผู้รู้ไม่เป็นผู้ที่เป็นครูเป็นอาจารย์อยู่ในฐานะเพื่อนฝูงอย่าไปพูดกันมากอย่าไปตีกันมากเพราะเราต่างคนก็ต่างมีอะไรดีๆกันงั้นการที่จะไปกล่าวใครว่าว่าเขาไปติดชานหลับตานี้คุณต้องมีฤทธิ์มีเดชมีความรู้มีความเก่งพอเพียงไม่เช่นนั้นเราเองเราจะไปยืนยันกับเขาเป็นแต่เพียงว่าคุณเคยทำไว้หรือยังฉันหลับตาเขาเขียนแค่นี้คุณคุณก็แย่แล้วถ้าเราไม่ได้ทำมาเลยเราไม่รู้จริงแต่ถ้าเราเคยทำมาแล้วเราเคยรู้จริงรู้ชัดรู้แจ้งแล้วก็เห็นเหลี่ยมมุมเห็นสภาพที่มันเหนือกว่ากันอย่างชัดเจนเพื่อที่จะอธิบายสู่เขาฟังได้หรือว่าแก้ไขให้เขามาเห็นในทางที่ ขวาได้อ่าแล้วก็กระทำไม่ถึงกาละอันควรมันไม่ใช่เรื่องเล่นเรื่องชาญขนาดนี้มันเป็นเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องไม่ใช่พูดไม่กาละใครๆได้ไม่ใช่เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องสงวนท่าทีเสมอเมื่อผู้ชายอย่าไปถือพราหมณ์กันไว้สอนกันไว้เราจะเป็นคนพูดสัจธรรมแต่เราก็ต้องรู้กาลในการแสดงสัจธรรมไม่ใช่ว่าเราเองเราไม่มีการไตร่ตรองไม่มีการรู้จักกาลเทศะไม่มีการประมาณต้องมีสัตบุรุษ 7 ต้องมีจริงๆก็พยายามเรียนรู้อาจจะมีวงนอกสุดของวิหารเมื่อเราเข้าใจคำว่าฌานเข้าใจคำว่าเราจะต้องฝึกฝนให้เป็นฌานอยู่ ชาญนั่นแหละคือเรื่องที่ทำให้จางคลายต่อกิเลสตัณหาและเราทำให้จางคลายต่อสุริยาอยู่เราก็มีทิฏฐธัมสุขกับวิหารอยู่มีองค์อย่างที่จะทำสุขกับวิหารคือมีเครื่องอยู่อาศัยที่เห็นเด่นชัดว่าเราเองได้วิตกวิจารณ์จริงๆเราได้ดีอยู่เสมอสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นปิติและเราก็สะดวกสบายคลายได้ง่ายเป็นสุขขะว่างเบานั่นแหละดีเห็นว่าเห็นเราเป็นความดีอยู่ในตัวแต่ไม่ใช่ว่าเบาอย่างนี้งานงานที่เราทำแค่คล่องแล้วว่างขึ้นง่ายขึ้นเบาขึ้นแคล่วคล่องขึ้นสะดวกขึ้นสะดวกงานใดที่เราได้ทำแล้วถ้าโรคขี้เกียจเข้ามาจับใจงานนั้นแม้เป็นแม่คล่องอยู่มันก็หนัก ตัวขี้เกียจเข้ามาจับเพราะฉะนั้นคำว่าศุกร์นี้บอกว่าแปลว่าเข้าคล่องสบายสะดวกมันไม่ได้แปลว่าเสพสมใจเป็นกามาวจรแสบตามันสุขาริกะไม่ใช่อย่างนั้นนะไม่ใช่สภาพอย่างนั้นคำว่าประสบการณ์มันสุขนั้นน่ะที่จริงมันมีอลิกาประกอบอยู่ด้วยมันเป็นตัวหลอกลวงการวันสุดท้ายรีบกลับเพราะว่าแม่จะไม่ใช่กามสุขสาริกาจะเป็นสุขอื่นอีกท่านก็เรียกว่าสุขการฆ่าสัตว์ฆ่าสัตว์มามาเสพเป็นสุขเป็นการลักทรัพย์มาเสพติดการผิดพรหมจรรย์เป็นสุขาริกะการมุสาเขาได้เป็น สุพรรณิการ์ฉันกลับว่ามันเป็นสุขนั้นหลอกลวงเพราะฉะนั้นสุขที่ว่านี้โดยของเขาเองมันหมายความถึงความเบาง่ายปลอดโปร่งคล่องแคล่วคนที่ทำงานใดๆที่คล่องแคล่วแล้วเบาคำว่าเบาคำนี้ไม่ได้หมายความว่าแบกคนที่แบกหินจริงๆแบบหินเนี่ยถ้าแบกหินอย่างสุขแล้วหมายความว่าเขาแบกหินได้อย่างมีกลวิธีมีการกระทำอย่างที่เรียกว่าไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ยากของเขาสะดวกของเขาง่ายของเขาแต่น้ำหนักมันมีจริงๆโดยเหตุปัจจัยน้ำหนักมันหนักนี่เท่านั้นเท่านี้กิโล 100 กิโล 200 กิโลแต่ก็เอาขึ้นมึงก็ยังง่ายๆมันก็ยังเบาๆมีวิธีการ เดินไปแม่จะเห็นว่าเขามีน้ำหนักเยอะแต่ก็ดูแคล่วคล่องดูเหมือนกับสบายๆสะดวกไม่ไม่อึดอัดไม่ลำบากป่านนี้ต้องเข้าใจให้ซับซ้อนเข้าไปชัดเจนไม่เข้าใจซับซ้อนเข้าไปอย่างนี้แล้วเราจะเข้าใจความหมายคำว่าสุขได้ชัดเพราะเราปฏิบัติธรรมเนี่ยแม้จะเป็นการปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำมาอริยมรรคองค์ 8 มีการเข้าใจดีแล้วมีการดำริคิดมีการมีวาจาอยู่มีการงานกัมมันตะอยู่มีอาชีพอยู่เราก็ได้พยายามอยู่อย่างถูกต้องแล้วก็มีสติสัมปชัญญะตรวจอ่านต่อสัมผัสต่อเหตุปัจจัยมีสัมผัสเป็นปัจจัยและเราก็ได้ปรับปรุงปรับเปลี่ยนสูงอุเบกขาการคลายสู่สภาพที่ เก่งคงทนแม้แต่สัมผัสอย่างใดอย่างใดเราก็ไม่เป็นทุกข์เรารู้เหตุผลในการก่อการสร้างสรรค์เรารู้เหตุผลในการงานเราไม่มีความโง่ความอวิชชาอะไรเข้าใจว่าในเจตนาสร้างสรรค์ก็สร้างสรรค์อานิสงส์เหมาะสมควรก็เป็นไปโดยดีโดยจริงกิเลสนั้นล้างออกแม้เราจะทำสิ่งใดที่มันเราไม่ชอบเป็นกิเลสเพราะไม่ชอบเราก็ยังไปทำงานที่ไม่ชอบนั้นได้จะงานใดๆเราก็ไม่รังเกียจงานที่เขาตีราคาว่างานคนชั้นต่ำเราก็ไม่รังเกียจในงานคนชั้นต่ำนอกจากไม่ต้องเขียนในงานคนชั้นต่ำแล้วเรายังเห็นสัจจะที่จริงด้วยว่างานนี้ไม่ใช่ชั้นต่ำชั้นสูงอะไรเลยเป็นงานที่เป็นสาระของมนุษย์ งานสุจริตไม่ใช่งานทุจริตเลยแม้คุณจะขนขี้มันก็ไม่ใช่งานต่ำคุณแอนก็ขนขี้อยู่ทุกวันนะคุณแบกมันอยู่ตลอดตัวคุณน่ะขี้ทั้งตัวแดกมันอยู่ชิดนอนกอดนอนดูดมันอยู่ตรงนี้ตลอดไปคุณชายมันออกได้ที่ไหนแล้วคุณจะยังเป็นรังเกียจงานขนที่งานปักงานกวาดงานแบกงานถามการแสดงถึงพละกำลังแบกหามได้ไม่ใช่งานต่ำงานจะใช้สมองก็ไม่ใช่งานต่ำงานจะแดกจะถามก็ไม่ใช่งานตัดงานทุจริตเป็นงานทำงานสุจริตไม่มีต่ำเลยเราจะต้องรู้จักเป้าหมายที่พิจารณาตัดสินไม่ได้ว่าอะไรเป็นเครื่องตัดสินงานการตัดสินการงาน ดูที่ทุจริตหรือสุจริตหรืออยู่ที่โลกโกรธหลงถ้าเราทำงานด้วยความโลภโกรธหลงเราเป็นงานทุจริตถ้าเราทำงานโดยความปราศจากโลภโกรธหลงเจ้าทำงานสุจริตเป็นจริงไหมถ้าเป็นจริงอยู่ตราบใดคุณสุจริตคือการนอกจากจะไม่มีโลภโกรธหลงแล้วเรายังมีปัญญาอีกปัญญารู้เหมาะรู้ควรว่าเราควรจะทำงานนี้ในกาละใดงานนี้มันเฟ้อหรือเปล่าถ้าสร้างสรรค์ขึ้นมามันเพิ่มมันเกิดนั่นเป็นความรู้ที่สูงยอดขึ้นไปอีกซับซ้อนขึ้นไปอีกมีปัญญาทางเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์มีปัญญาทั้งรู้โลกเราจะรู้โลกกว้างขวางรู้เขาได้ว่าเขาตอนนี้โลกเขาไม่ต้องการแล้วอันนี้อันนี้มัน อันนี้มันล้นโลกล้นตลาดแล้วเราจะรู้ได้เราก็ต้องเปิดตากว้างมีชีวประวัติเราจะเป็นคนโง่ๆงมงายไม่รู้โลกก็เป็นไปยังไงอันไหนอันไหนเป็นวัตถุก็ตามถึงรู้ได้เปิดตาดูเล็กน้อยมันก็ดูแลเรารู้ไม่ได้ก็แสดงว่าเราเองเป็นคนคับแคบเป็นคนไม่กว้างขวางไม่รู้ก็เป็นผู้ที่จริงวันก่อนที่เราจะไปเปิดหูเปิดตานี้ในฐานะของผู้ใดเปิดหูเปิดตาไปรับอะไรมามากเราก็สู้ไม่ได้ทนไม่ได้เราเองก็ถูกกิเลสมันกินเอาก็หลีกเสียแต่คนไหนที่ปลีกได้แล้วและสามารถที่จะรับรู้ได้ก็เปิดเป็นประสิทธิภาพย้อนไปย้อนมาเพื่อพิสูจน์ตนว่าเราเองนี้อยู่กับโลกของเขาได้อย่างสบายแม้แต่โลกจะหยาบกร้านจัดจ้านอย่างไรเราก็สามารถที่จะทน ยิ่งกว่าก้อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กก็ทนได้จริงๆน่าจะสัมผัสได้อย่างไรอย่างนี้ก็แสดงว่าเราเป็นผู้ที่มีทิฏฐธัมสุขของวิหารที่ยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งขึ้นเพราะนอกจากที่ประจำวันศุกร์พระวิหารนั้นเรามีสัตหีบซึ่งเป็นอรูปบูชาเรามีจิตหรือมีเจโตที่มีสภาพสัมผัสมีสภาพอาการสาววิญญาณและอากิญจัญญายตนะและคนในวันสัญญางานสัญญาเป็นฐานฟังให้ดีเป็นบทเป็นพื้นรองรับเป็นสิ่งที่อยู่ก้นบึ้งของจิตที่แท้จริงเพราะงั้นกลุ่มใดปฏิบัติทานปฏิบัติธรรมจนกระทั่งมีสิ่งที่ ผมลงเป็นสันป่าวิหารได้สันป่าวิหารนั้นก็จะขึ้นเป็นบทเป็นฐานรองรับขึ้นมาภาคใดที่ยังปฏิบัติอยู่เป็นที่กระทำสุดของวิหารมันยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์สั่งสมลงเป็นสันตะวิหารเราก็จะต้องมีภาวะที่ต้องมีวิตกวิจารมีปิติมีสุขและก็สั่งสมอุเบกขาเข้าไปเข้าไปเป็นอุเบกขาฐานอุเบกขาฐานลงไปเมื่อเป็นอุเบกขาฐานนั่นคือสภาพของสันป่าวิหารเรื่อยไปหมุนสลับซับซ้อนอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาแล้วก็ขอให้พวกเราได้ปฏิบัติธรรมโดยมีฌานโดยมีกิจกรรมอย่างแท้จริงอย่างนี้โดยตลอดเวลาทุกๆชั่วโมงตรงสะพานคลอง 8 จะเห็นได้ว่ามันจำกัดอยู่ในการปฏิบัติธรรมเป็นสติปัฏฐานหรือมีฌานมีกิจกรรม สั่งสมลงเป็นสังหารวิหารอยู่ดังนี้ชัดๆผู้ใดเข้าใจด้วยปัญญาจะไม่เห็นทางแย้งเลยเห็นสอดคล้องจะเห็นว่าเราปฏิบัตินี้ถูกต้องตามทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วมีสมาธิมักองค์ 8 เป็นทางปฏิบัติจริงๆแล้วก็มีสภาพของรัฐธรรมนูญของวิหารจริงๆมีฌานอยู่จริงๆมีวิมุตสั่งสมลงเป็นสันติวิหารด้วยๆๆๆถูกปรับถูกทำจึงจะเป็นสุขาปฏิปทาและปิดตากินยาด้วยรวดเร็วเพราะเราทำอยู่เสมอมีสติสัมปชัญญะอย่าให้ขาดขณะทำขณะให้เจริญอย่าทำขนาดให้ตกลงผู้ใดทำขนาดให้เจริญอยู่ไม่ตกหล่นผู้นั้นหวังได้ว่าจะเร็วและยิ่งทำถูกต้องเป็น ทำถูกต้องตามที่ได้กล่าวมาแล้วมีกิจกรรมเฉพาะวิหารมีฌานแล้วก็สั่งสมลงด้วยสัมมารามคง 8 ทุกๆอิริยาบถไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนทั้งสัมมาสัมพุทโธคนถูกต้องเหมาะพอเหมาะพอควรได้สัมมาวาจาก็พอเหมาะพอควรได้สัมมากัมมันตะก็พอเหมาะพอควรได้สัมมาอาชีวะก็พอเหมาะพอควรได้สัมมาวายามะก็พอเหมาะพอควรสัมมาสติก็พอเหมาะพอควรสัมมาสมาธิจึงตั้งลงยิ่งเป็นจิตสมาธิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอริยะเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะที่แท้จริงเราจึงจะสั่งนะสัมมาสัมพุทธถึงที่สุด ที่สุดได้อย่างบริ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน