210321-190 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน190-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์183 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ที่ 21 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันด้วยภาพที่ 6 ของหนังสือพุทธประวัติเป็นภาพลายที่สุดหาภาพลายนี้เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงพระธาตุในอดีตของพระองค์หากมีผู้รวบรวมโดยทางด้านทางฝ่ายอำเภอท่าชนะรวบรวมไว้ก็บอกรายละเอียดเอาไว้นี่ด้วยบอกว่าเรื่องราวที่กล่าวถึงพระธาตุในอดีตของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้า มวลมาไว้ในภาคนี้นั้นเลือกเจ็บแต่เรื่องที่มีในคัมภีร์ชั้นบาลีในพระไตรปิฎกเป็นเรื่องจำพวกที่เราเรียกกันว่าชาดกและอรรถกถาเสียจึงได้มาไม่กี่เรื่องสำหรับท้องเรื่องชาดกบุรุษคาถาชาดกที่มีตอนประชุมกลับชาติเป็นพระพุทธเป็นพระพุทธภาษิตหากเป็นพุทธภาษิตดังที่เราเคยอ่านกันทั่วไปนั้นไม่มีในบาลียังไม่ได้นำเรื่องประเภทนี้มารวบรวมไว้ด้วยและมีมากมายจนเหลือที่จะรวบรวมมาอันหนึ่งเฉพาะคัมภีร์บาลีจริยธรรมซึ่งมีอยู่ 35 เรื่องนั้น ได้ประมูลมาไว้ในที่นี้เพียง 8 เรื่องเลิกเอาเฉพาะแปลกกันและจัดไว้ตอนปลายของภาคอีพวกหนึ่งนอกจากเรื่องมหาสุทัศน์ชนะจริยาซึ่งใส่ไว้ในตอนกลางประการหนึ่งการที่นำเรื่องบุพเพขององค์ของพระองค์มากล่าวไว้ในเรื่องพุทธประวัติจากพระโอษฐ์นี้มีความมุ่งหมายให้ผู้อ่านกำหนดพิจารณาให้เห็นพระพุทธเจ้าจริยาที่เรียกว่าการสร้างบารมีหรือสั่งสมความดีของพระองค์เพื่อถือเอาเป็นทิศทางหรือคติเครื่องดำเนินตามมีแต่มุมเหล้านิยายเพราะเรามีมุมกล่าวหนักไปทางธรรมแทนกล่าว การกล่าวหนักไปทางนิยายหรือตำนานอย่างที่เคยปรารภมาแล้วข้างต้นเท่านั้นถ้าต่อไปนี้ก็จะมีตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านจะได้ตรัสเป็นคำสั่งจากพระโอษฐ์ซึ่งในชั้นนี้เป็นชั้นเอามาจากพระบาลีโดยตรงที่เชื่อเชื่อถือได้อย่างน้อยที่สุดก็ไปขั้นที่เรียกว่าเรามั่นใจว่าเป็นพระพุทธพระโอษฐ์หรือเป็นคำศัพท์ที่ออกมาจากพระโอษฐ์จริ

อ่านต่อ

งไม่ใช่ว่าเป็นของอนุกรรมการเป็นของฎีกาอาจารย์หรือว่าเป็นของอาจารย์เกจิอาจารย์รุ่นหลังเอาความคิดเห็นของตัวเองระลึกไปอะไรไปเองแล้วก็ไปว่าคบกับพระพุทธเจ้าอะไรก็ว่าพระพุทธเจ้าตรัสตนเองอะไรต่ออะไรไม่ ซับซ้อนอีกเยอะเป็นชาดกก็เยอะดังที่กล่าวไว้นั้นเพราะงั้นในพระไตรปิฎกมีหลักฐานแค่นี้ทางด้านกลุ่มพระพุทธทาสกับทางคณะได้เลือกเป็นออกมานี่ก็เอาแต่ออกมาจากพระบาลีในชั้นพระไตรปิฎกอันอื่นๆอีกเยอะเพราะว่าดีที่เป็นสถาเป็นฎีกาเป็นอะไรต่ออะไรซึ่งเป็นเรื่องที่ผสมอยู่ในตำราเรียนของศาสนามีเยอะและที่เล่าฟังกันมากกว่ามากชาดกต่างๆอะไรต่างๆเรื่องราวอะไรต่างๆที่เป็นเพราะว่าพุทธประวัติพระพุทธเจ้ามากมายก่ายกองอะไรก็ล้วนแล้วแต่พวกเอเชียอาจารย์เล่าทั้งนั้นเยอะพระพุทธองค์เองเล่าไม่เท่าไหร่หรอก ที่นี้เนี่ยมีแต่ของพระพุทธเจ้าจริงๆที่มีอยู่เลือกเป็นมาและไม่ได้เล่าเชิงนิยายเอามากล่าวถึงในนี้มากล่าวถึงกินเหล้าเอาเชิงสาระเชิงที่จะมีบทบาทลีลาเหมือนในหนังอะไรหนังแสดงสาระเชิงนิยายมีบทบาทมีอารมณ์มีอะไรต่ออะไรต่างๆนานามีของประกอบอะไรรสชาติปรุงกันเต็มเครื่องเลยโดยที่ผู้ที่ดูก็ต้องจับสาระเอาเองเป็นแต่ในนี้ท่านจับสาระเอามาแล้วไม่ต้องไปปอกเปลือกอะไรมีแต่ตัวเรื่องสาระไอ้ตัวบทบาทเหมือนกันและเขาก็แสดงสยาม หัวร้อนน้อยๆแล้วก็เคาะบุหรี่ขึ้นสูบอัดอย่างแรง 1 ครั้งอะไรพวกนี้อย่างหนังสือนวนิยายไอ้เรื่องพวกนั้นปลีกย่อยเรื่องบทบาทองค์ประกอบอะไรพวกนี้ก็จะน้อยไม่มีมากเอามาศึกษาสาระแล้วก็เอาตรงนั้นตรงนั้นมาบันทึกไว้ถ้าเราฟังดูเราก็จะได้เข้าใจอยากจะได้เห็นถึงความเป็นจริงต่างๆเราจะได้มีความรู้มันเชื่อมั่นแม้แต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสหมายว่าอย่างไรเรามาวิเคราะห์กันลงไปซ้อนลงไปในนี้อีกทีนึงบุคลากรเป็นอย่างนั้นจริงหรือสมาชิกฐานจะเป็นอย่างนั้นจริงหรืออะไรที่เข้าถึงก่อนแล้วก็เอาก่อนผมก็ได้ที่ฐานเป็นก็ยังไม่ได้แล้วก็ คำอธิษฐานให้มันได้ส่วนบุคคลอธิษฐานก็ย่อมเกิดตามมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาเมื่อจิตมาก่อนจิตเป็นได้แล้วทุกอย่างก็ตามไปเราจะเป็นอย่างนั้นไหมล่ะถ้าเราจะเป็นอย่างนั้นอยากเป็นอย่างนั้นหรือเห็นว่าอย่างนั้นควรเป็นอย่างนั้นควรกระทำให้ถึงให้เป็นให้ได้เราก็จะทำขึ้นไปให้ถึงให้เป็นไม่ได้ตามนั้นโดยเริ่มต้นจากมโนมโนนี่แหละจะเป็นตัวที่ทำให้ได้เป็นตัวที่สุดถ้าทำทิ้งใต้เริ่มต้นได้ก่อนก็เอาก่อนสิมันจะไปยากอะไรแต่ทำมโนได้ก่อนมันก็เป็นตัวดีแล้วก็ไปเรื่อยๆทุกอย่างก็เกิดตามกายก็ตามเมื่อกี้ก็ตามเกิดมาจากมโนทั้งสิ้นเราก็ทำมโนนี้ให้เป็นหลัก สูตรที่ 1 ต้องท่องเที่ยวมาแล้วเพราะไม่รู้อริยสัจมีขึ้นต้นเป็นหลักใหญ่เลยเราเคยผ่านมาแล้วล่ะฟังดูอีกทีนึงภิกษุทั้งหลายเพราะไม่รู้ถึงไม่แทงตลอดซึ่งอริยสัจ 4 อย่างเราและพวกเธอทั้งหลายจึงท่องเที่ยวไปในวัฏสงสารตลอดกาลยืดยาวนานถึงเพียงนี้ที่สุดทั้งหลายเพราะไม่รู้ถึงพร้อมไม่แทงตลอดซึ่งอริยสัจ 4 อย่างเหล่าไหนเล่า 4 อย่างคืออริยสัจคือทุกข์อริยสัจคือเหตุให้เกิดทุกข์อริยสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์อริยสัจคือทางดำเนิน นึกถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ภิกษุทั้งหลายเพราะไม่รู้ถึงไม่แทงตลอดซึ่งอริยสัจ 4 ประการเหล่านี้แลเราและพวกเธอทั้งหลายจึงได้ท่องเที่ยวไปแล้วในสังสารวัฏตลอดกาลยืดยาวนานถึงเพียงนี้แต่จุดจบของมันในการประพฤติธรรมโดยเฉพาะพุทธธรรมเนี่ยก็มาถึงขั้นสุดท้ายจะต้องเกิดอริยสัจ 4 คำว่าเกิดอริยสัจ 4 นั้นน่ะไม่ได้หมายความว่าเราฟังภาษาอริยสัจ 4 ได้แล้วคือเกิดไม่ใช่เราเกิดได้ฟังภาษาอริยสัจ 4 ฟังโมโหแฉะแล้วมันจะยากอะไรให้ฟังได้อ่าน กูอยู่ทุกวันนี้มีตัวหนังสือบอกไว้แล้วก็บอกกล่าวกันมาติดปากกันเยอะแยะคำว่าเกิดอริยสัจ 4 นั่นคือเกิดทุกข์เกิดจริงๆแล้วเราก็รู้ตัวทุกข์นั้นจริงๆมันเกิดที่ตัวเราเดี๋ยวนี้อาการทุกข์ไม่ใช่เดี๋ยวนี้เราสบายไม่มีทุกข์อะไรเลยแล้วก็ฟังอะไรจริยศาสตร์ 4 ฟังคำสอนเขาบอกว่านี่คือทุกข์นะเราไม่ได้เกิดแล้วไม่ได้เป็นไม่ได้มีเราเฉยๆมันเรียกว่าเราไม่มีไม่มีตัวจริงมันมีแต่ภาษารู้มีแต่ความหมายตัวจริงน่ะมันคือเกิดอาการทุกข์จริงๆแล้วเราก็รู้สึกตัวเรารู้เลยว่านี่ทุกข์ใช่ว่าเราเองเรากำลังพลัด จากสิ่งที่รักหรือกำลังสิ่งที่รักไม่ได้สมใจเราอยากได้สิ่งที่รักนั้นสิ่งที่ต้องการนั้นแต่สิ่งที่รักที่ต้องการนั้นมันไม่ได้มันก็ทุกข์ห่วงหาอาวรณ์อยากใคร่ปรารถนาเอาอยู่ๆอาการของจิตขนาดนั้นกำลังขณะนั้นกำลังทุกข์นะแต่เราไม่รู้เราก็ให้มันเกิดให้มันเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเราก็ทุกข์อยู่อย่างนั้นแหละแต่เราไม่รู้ตัวว่าเราทุกข์เราก็โง่อย่างนั้นแหละถ้าผู้ใดรู้ว่าอ้าวไอ้ตัวทุกข์นี่ทำให้ตัวเองทำไมยังไม่อยากอยู่ทำไมไปเอาจะเอาอยู่ทำไมไม่ต้องการอยากให้อยู่ทำไมสิ่งที่รักและเป็นห่วงหัวอยู่ทำไมหรือว่าสิ่งนี้ ศาสนาเอามาทำไมสิ่งที่รับผิดชอบจะเอามาทำไมอยากได้มาทำไมอาการจิตมันอยากได้มันเกิดเราเราอยู่นั่นพอเรารู้สำนึกอย่างนี้แล้วอ๋อมันเกิดจากจิตเราเองเป็นสาวเป็นสมุทัยเป็นเหตุคิดเอามันไปอยากได้อยากได้แค่นั้นเองอ่ะเมื่อเรารู้ตัวนี้เราก็เราวางจิตเป็นปล่อยจิตเป็นสมมุติว่าอย่างนั้นก่อนเพราะรู้ว่าจับได้แล้วก็โทษเราไปอยากได้หวงแหนหรือว่าเป็นเหนี่ยวนำศาสนาต้องการนั้นจริงๆมีอาการจากกำลังปรารถนากำลังอยากเปลี่ยนเลยเป็น นี่ภาษาพูดนะถ้าจิตมันเป็นอย่างนี้จริงๆของผู้ใดก็ตามเรียนเลยไม่อยากไม่ต้องการสิ่งนี้น่ารักหน้าใครไม่น่ารักไม่น่าไปแล้วไม่ใช่ภาษาพูดหรือจิตมันเห็นจริงแล้วมันทำงานของมันอย่างนั้นจริงๆนักธุรกิจไปอย่างนี้เพราะปล่อยแล้วอาการทุกข์มันหลุดไปเลิกไปมันหนักอกหนักใจมันปวดเจ็บมันไม่สบายมันไม่โล่งมันหายไปเลยแล้วก็เจออาการโรคเจออาการโปร่งว่าเป็นสิ่งที่ตาทำเป็นนิโรธเป็นตัวดับอย่างนี้หนอนี่โลดอย่างนี้ การไม่เป็นทุกข์อย่างนี้หนอไม่อึดอัดไม่หนักใจไม่ลำบากลำบนเป็นอย่างนี้หนอคุณจะเห็นพิจิตรปลดปล่อยผมปรับเปลี่ยนจิตสมุดไทยนั้นได้ปล่อยคลายเป็นตัวเหตุใหญ่มันได้มันจะเห็นตัวโล่งตัวว่างตัวดับทันทีเมื่อคุณถึงนิโรธทีนี้ถ้ามันไม่โลภละเอียดมันก็โล่งไปเลยไม่มีอะไรเหลือมันก็สบายอย่างนั้นถ้าคุณตรวจสอบแล้วไปอีกก็เห็นเศษเหลือบ้างผมก็จะรู้ออกนิดๆแต่ขนาดที่หมดไปบ้านยังเหลืออยู่บ้างมันก็ยังเบาง่ายคลายสบายกว่าเห็นชัดคุณจะรู้ชัดเลยว่าคุณเห็นชัดอ่อมันเป็นอย่างนี้เองนะ หมดเลยทีนี้คุณก็ทำให้เกลี้ยงได้อีกก็ยิ่งรู้เลยว่ามันสบายทีนี้กรรมวิธีต่างๆที่จะทำอย่างนี้ไม่ว่ามรรคองค์ 8 เนี่ยหรือว่าทุกอย่างไม่มีปฏิปทาบทการกระทำความประพฤติที่จะหมดจากทุกข์เนี่ยมีบทปฏิปทาต่างๆบทฝึกหัดบทการกระทำแม้ว่ามันยังไม่หลุดยังไม่พ้นคุณก็จะรู้คุณก็จะเข้าใจบทต่างๆหรือคุณลุงอ๋อทำอย่างนี้เองรู้ให้ได้นี้เองรู้ตัวทุกข์ไม่ได้แล้วรู้ว่าจิตของเราเป็นอย่างนี้แล้วก็ปรับเปลี่ยนจิตอย่างนี้แล้วมันก็จะหมดไปอย่างนี้อย่างนี้เองเนาะคุณจะรู้ทุกข์ที่เราทักทายไม่มีปฏิปทารู้ปฏิปทาแห่งการทำบทบาทมา ตามทางตามวิธีตามทฤษฎีทำอย่างนี้เองคุณจะเป็นคนรู้ของคุณเองใครมีสติปัญญาดีให้มีไหวดีเอาบทประพันธ์นี้มากระทำบ่อยๆทำเสมอๆอะไรมันเจอเข้าคุณก็เอามาใช้เสมอมันก็เริ่มก็ว่างเสมอก็พ้นทุกข์เสมอที่จิตเปลี่ยนสมุดไทยนั้นเหตุนั้นออกมาสู่ความโลภความสูงได้ทุกทีทุกทีทุกทีมันก็เก่งทุกทีทีหลังก็แค่อย่างนี้น่าทุกข์ เรื่องอะไรจะให้มันทุกข์เกิดมันก็จะสลักก็ปล่อยมันออกไปทันทีได้อย่างง่ายอย่างเร็วขึ้นทุกวันทุกเวลาจนอะไรมาสัมผัสมาเป็นตัวทุกข์มันก็หลุดถอยไปเองโดยอัตโนมัติไม่ให้มันเข้ามาคลุกเคล้าในจิตไม่ให้มาคลุกคลีในจิตสัมผัสทุกข์อยู่บนทุกข์รู้ทุกข์ที่ไม่มีในโลกคนอื่นเขาไม่รู้ไม่เป็นเรื่องเดียวกันนี่พอคนที่รับสัมผัสปั๊บเขาก็เหน็บเขาไว้ที่จิตทุกข์แต่เราเองอันนี้ก็สัมผัสอยู่ด้วยกันมาสัมผัสพร้อมกันด้วยซ้ำไปเราสมมุติว่าเราอยู่ในบรรยากาศนี้ด้วยกันคนที่เขาไม่ทุกข์เขาสัมผัสปั๊บมันก็ร่วงถอยเองก็ปรับแล้วผู้นั้นไม่ได้ให้มาปรุงแล้วผัด คนนั้นไม่รู้เท่าทันทุกข์ไอ้ตัวนี้ตัวทุกข์เรื่องอะไรจะเข้ามามีบทบาทในจิตของเราไม่มีเรารู้เท่าทันแล้วเราก็คิดว่าติดเฉยติดนิโรธอยู่จริงรู้ทุกข์กับเขาด้วยแต่คนนั้นแทนที่จะรู้ทุกอย่างเดียวไม่รู้หรอกเขาไม่รู้นะคือความรู้มันไม่มีแต่มันเอาทุกข์นั้นเข้ามาหนักอยู่ในใจเลยเอาเข้ามาปนตรงกับเขามาห่วงหาอาวรณ์เอาเข้ามาเป็นเรื่องเป็นราวของตัวของตนเอาเข้ามายุ่งแล้วก็บังคับให้ตัวเองเป็นทาสเป็นไปตามตัวทุกข์นั้นมันต้องการมันปรารถนามันจะต้องให้เกิดให้มีให้ได้นะอยู่อย่างนั้นคนที่ไม่รู้เท่าทันคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมคนที่ไม่ถึงอริย ด้วยกันนี่ก็ทุกอย่างแต่คนนี้ก็สบายอยู่ด้วยกันในโลกนี้แหละอยู่ด้วยกันในโลกนี้เพราะผู้มีอริยสัจ 4 นั้นมีจริงๆนะเนี่ยต้องมาพูดนี่ทบทวนให้พวกคุณฟังทบทวนยืนยันอริยสัจ 4 อีกใช้ภาษาพยายามโน้มน้าวให้มันลึกซึ้งขึ้นให้มันพิสดารขึ้นให้มันใกล้เคียงกับเนื้อสภาวะขึ้นเมื่อเรามีบทบาทจริงเราเอาเทียบเคียงข้าราชการตามไปเทียบเคียงไปเออเรามีไม่มีสภาพนั้นไม่เรามีตัวไหนเรียกว่าตัวทุกข์และตัวไหนเรียกว่าเราตัวรู้สมุนไพรแล้วก็ทดสอบเราฟังไปแล้วเออจริงด้วยมีนะอันนี้อย่างนี้เป็นอย่างที่เราเป็นอย่างที่เราฟังท่านพูดและเออมีจริงๆมีให้เข้าใจคุณก็จะเข้าใจอริยสัจ โดยสิ่งที่คุณมีไม่ได้ฟังอริยสัจ 4 โดยสิ่งที่คุณฟังแต่ภาษาคุณจะฟังแล้วก็ทดสอบเทียบสอบสวนเทียบเคียงไปตามเรื่องนี้เราหมดเรื่องนี้เราได้นี่องค์อริยสัจ 4 ประการมีพร้อมเลยในปัจจัยอย่างมีเรื่องอย่างนี้เราผ่านมาแล้วนี่เราต่อสู้มาเราได้ทำจริงแต่ก่อนนี้มันมีทุกข์เราก็รู้ได้จำได้อยู่ตอนนี้ทุกข์หมดไปเพราะเราจับเหตุแห่งทุกข์ได้เพราะเราทำนิโรธจะมีได้จริงเพราะมีบทบาทในการกระทำเรื่องนี้ทำง่ายเราก็รู้เราแป๊บเดียวเราก็ทำได้เลยพอรู้เรื่องปั๊บก็ปลดปล่อยไว้เลยในเรื่องนี้เราทำอยู่นานมีมรรคของวิธีมีสัมมาคารวะ องค์ 8 ทำอยู่ตั้งนานหรือว่าทุกที่โหลดถ้าถามไม่มีปฏิปทาปฏิบัติปฏิปทาเพื่อการละลดหลุดเนี่ยขยับมาอยู่หลายครั้งที่เดียวกว่าจะขาดได้กว่าจะหมดได้ผมก็จะระลึกรู้เป็นเรื่องๆไปปัจจัยเป็นเหตุๆเป็นเพราะเขาขาดเป็นอันๆไปอ่ออย่างนี้ถ้าคุณไปไล่เองละเอียดทบทวนดูชัดๆอีกทีนึงแทนที่จะฟังอาตมาพูดนี่มันพูดผ่านพูดแล้วคุณยิ่งจะเห็นรายละเอียดชัดแต่แม้กระนั้นคุณฟังอาตมาพูดเดี๋ยวนี้ถ้าคุณมีเรื่องจริงมีตัวจริงมีสภาวะจริงคุณฟังผ่านๆคร่าวๆคุณก็จะรู้เรื่องนี้เทียบอย่างเร็วของตัวเองเข้าใจเรื่องบางเรื่องก็จับยกขึ้นมาได้ อันนี้เป็นอริยสัจ 4 อันนี้เป็นเรื่องที่เราได้แล้วอันนี้กำลังทำอยู่ก็มีเรื่องที่อยากได้แล้วเรื่องที่มีจริงเรื่องบางเรื่องไม่ต้องทำเพราะมันไม่เคยทุกข์เพราะเรื่องอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีอริยสัจ 4 อะไรมันมีอยู่แล้วมันไม่มีความทุกข์อยู่แล้วอันไหนที่เราเคยมีนั่นแหละเป็นตัวทุกข์ที่เราก็ได้ฟังธรรมเราก็จะทำเราได้ละปรับปล่อยไม่จริงผู้นั้นจึงจะเข้าใจอริยสัจ 4 แท้ๆและมีตัวอริยสัจ 4 แท้ๆตามลำดับมีเครื่องรองรับมีปัจจัยรองรับมีตัวจริงไม่ได้ฟังจากภาษาเรียนอาตมาพยายามเน้นนะเน้นเข้าไปบางคนที่ฟังภาษาเรียนเป็นเจ้าเจ้าจ้อยไม่รู้จักเน้น ไม่รู้จักให้เทียบเคียงไม่รู้จักพูดให้พยายามลึกซึ้งขึ้นให้พวกคุณเข้าใจแล้วเทียบเคียงก็มีตัวสภาวะมีอะไรตายจริงเขาไม่รู้เขาก็จะพูดเขาเน้นไม่ค่อยถูกหรอกเพราะว่าเขาไม่มีตัวเนื้อตัวจริงของเขาด้วยเขาก็มีตัวเนื้อตัวจริงก็จะเน้นลงไปได้เองเน้นในเราเข้าใจได้มากแล้วก็เทียบเคียงแต่ออกมาให้ได้อย่างยาก็แตกออกมายาวๆง่ายๆให้ฟังไม่รู้เรื่องคุณจะได้รู้ตัวอย่างเริ่มจับตัวอย่างได้เริ่มรู้หลักเขาทำให้คุณไม่มีเขาไม่มีหลักเลยคุณจะเอาอะไรกับเขาแต่เพียงนิดนึงได้ก่อนก็เอาอย่างเดียวไอ้นี่ก็จับได้น้อยนึงได้ส้นตีนปลายมันนิดนึงก็ยังดีพอได้แล้วมันก็จะค่อยได้ ไอ้นี่จับไม่ติดเลยจับอะไรก็ไม่ได้มันจะไปได้อะไรที่พูดเนี่ยที่อธิบายเนี่ยเชื่อว่าที่นั่งอยู่ในนี้จับเขาจับเงินได้หมดได้ไหมยังอรุณีเสงี่ยมวันนี้รู้เรื่องมั้ยห๊ะมีไหมที่ตัวเองมีไหมมีเหรอทุกข์เป็นอย่างไรก็ขายได้ไหมมันมีตั้งโต๊ะอึดอัดใจตรงเวลาอาการเป็นเวลาแล้วเราก็หัดปรับจิตปรับใจเปลี่ยนไปหัดทำจริงๆไอ้ที่คลายได้แล้วไม่มีอีกก็มีไอ้ที่คลายยังไม่ได้จึงเกิดอยู่นี่ยังแต่เบาๆบางไปก็มีไอ้ที่ยังไม่ได้เลยมันเท่าเก่าอยู่อย่างเก่ามันเป็นผีรายเดือนเก่าแรงอย่างเก่าทุกอย่างเก่าปรับเปลี่ยนยังไม่ได้เลย มีอยู่เราก็รู้ตัวเราเราจะโกหกตัวเราได้นั่นน่ะตัวทุกข์จะเป็นโลภะราคะมันยังอยากให้ตัวนั่นแหละตัวทุกข์แท้หรือยิ่งตัวโทรศัพท์ยิ่งโตยิ่งเห็นชัดตายเลยขัดแน่นโหยหาอาวรณ์ห่วงหนักอะไรก็แล้วแต่ตัวโทรศัพท์ไม่สมใจถ้าตัวที่เรียกว่าราคะกำลังอยากได้อยู่ถ้ามันไม่อยากได้แรงมันไม่ได้มากๆเข้ามันก็จะคึดฮอดแรงมันก็กลายมาเป็นโทรศัพท์หนักเข้ามันจะฆ่าจะแกงมันจะแย่งจะชิงจะทำร้ายทำลายเอาเลยนะเร็วโทรศัพท์แท้เพราะมันบอกโทรศัพท์มันเกิดมาจากสาขาจนเก่งจนชินกระทบนิดนึงเป็นตัวโทรศัพท์เป็นผีออกหน้ามาเลยนะเรียกว่า ราคาจนปลอมตัวจนสั่งสมจนกระทั่งแตะปั๊บเป็นโทรศัพท์เลยนั่นมันเคยมาเท่าไหร่คิดดูสิโทรศัพท์ไม่ได้เกิดเองหรอกมันเกิดมาจากรากเหง้าราคานั่นน่ะเป็นตัวตนจริงๆมันเกิดจากความมีตัวตนสมใจแก่ตนหรือไม่สมใจแก่ตนถ้าสนใจแก่ตนมันไม่ใช่มันไม่ใช่โทรศัพท์มันเป็นราคะไม่สนใจแล้วมันก็บรรเทาไปเบาบางไปถ้าไม่สมใจแล้วก็สนิทสนิทไว้ถ้าไม่สนใจหนักๆเข้าตอนนี้ก็ไม่ต้องรีบแล้วตอนนี้แล้วก็เลยและไม่มีแล้วมุมความเลยรุนแรงเลยอาการมันตัวโตๆแล้วมันร้ายขึ้นแรงจริงๆเรียกว่าโทรศัพท์จะจัดไม่ได้ ขายของตอนนั้นน่ะเรื่องบางเรื่องไม่มีอื่นอันนี้อธิบายคร่าวๆเพื่อยืนยันด้วยซ้ำเพราะว่าเป็นเรื่องหางเป็นเรื่องปลายเป็นเรื่องจบเป็นเรื่องที่สุดก็คืออริยสัจ 4 ถ้าเราจับไม่ได้เลยว่าเป็นทุกข์ที่ไม่เป็นที่ไม่เป็นทุกข์กันทุกวันนี้ก็เพราะเห็นว่ามันมีมันมีเครื่องมาเป็นเครื่องมืออยากได้อะไรก็มีเครื่องมืออยากกินก็มีเงินไปสั่งซื้อมีอำนาจไปชี้เอามาอยากเสพอยากได้ทางตาหูจมูกลิ้นกายอยากได้ทั้งข้าวของไปหามาได้ทั้งนั้นมันก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นทุกข์อยู่ตรงไหนเพราะมันสมใจเสมอบำบัดเสมอเพราะถ้าขาดมือขาดไม้ขาดแคลนลงนิดนึงหน่อยก็ทุกข์ละ แต่เขาไม่รู้ตัวดิ้นรนต่อเพื่อที่จะมาให้ได้ถึงที่สุดมาให้สมใจตกลงเกิดมามีแต่เรื่องเขาจะหาสมใจเท่านั้นถ้าไม่ได้สมใจซะได้ก็ไม่ต้องไม่มีหยุดสั่งสมมาอีกบาทไว้ในใจมันจะเอาให้ได้ไม่เคยล้างไม่เคยปล่อยไม่เคยรู้ว่าตัวนี้เป็นตัวผีร้ายๆไม่เคยเพราะพวกเรามาเรียนแล้วนี่ต้องรู้นะอย่าไปสั่งสมเอาไว้อยากได้อะไรมีอะไรปรารถนาอะไรไม่ต้องหรอกปล่อยไม่ต้องเอาไม่เอาอะไรเลยก็ได้ไม่เอาเลยแล้วเราจะตายความตายสนิทของจิตที่ไม่อยากได้อะไรเลยนั่นแหละเป็นพระอรหันต์ระบบต้องการสิ่งนี้แล้วเราจะไปกลัวที่จะได้สิ่งนี้ทำไม อย่าโง่นะคุณจะต้องการสิ่งนี้มาเอาสิ่งนี้แล้วคุณกลัวจะได้สิ่งนี้คุณจะมาเอาตายแล้วคุณจะตายกูจะตายอีกเอ๊ะคุณสัดใหญ่เราจะเอาสิ่งที่ตายนี่แหละให้มันตายแล้วจะภาษาตายโดยสมมติมันก็มีแต่ตัวตายของกิเลสพอดีมันตายแล้วมันก็เหลือตัวแทนเท่านั้นเองฝึกหัดไปรู้ตัวจริงไปเรื่อยๆเรื่อยๆเราจะสูงขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆทบทวนขึ้นมาเนี่ยถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้อริยสัจ 4 นี้เราและพวกเธอทั้งหลายก็จะท่องเที่ยวไปในวัฏสงสารคือมันจะวนเวียนแสวงหาแล้วก็ได้มาเสพสุขวนไปวนมาเป็นโลกียะเป็นอามิตร เสวยตามที่เราปรารถนาถ้าเรารู้เท่าทันความปรารถนาแล้วเราไม่ต้องปรารถนาให้สมใจสมอะไรแล้วก็ทำก็ทำเพื่อทำทำเพื่อมันให้มันเกิดการกระทำเห็นว่าดีแล้วก็ทำเพราะเราเป็นคนสิ่งใดไม่ดีเราไม่ทำเด็ดขาดแม้แต่ตัวเองอยากจะเสพสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่เซฟมันไม่บรรลุตรงที่มันไม่กล้าขัดใจตัวเองนั่นแหละฉันกล้าขัดใจตัวเองแล้วมันจะบรรลุเพราะมันอยากได้นี่มันสั่งเอามาหน่อยทีนี้พอมีจิตปัญญารู้หน่อยนึงมันก็จะขัดเฮ้ยนี่เราไปตามใจมันจะขาดไอ้ตัวขาดนั่นแหละจะเป็นตัวทุกข์อยากได้ จะรู้เลยยิ่งมีปัญญาอันลึกซึ้งยิ่งจะรู้ว่ามันทุกข์ชัดและละเอียดพอจากอะไรนิดนึงก็เราก็รู้เท่าทันขึ้นมาเรามีปัญญาแล้วเนี่ยเฮ้ยแกจะอยากขับก็ขับก็ทุกข์เนี่ยมันเป็นอย่างนี้จิตมันเอานะจิตมันเป็นจริงแล้วมันเป็นตัวเชื้ออยู่แค่นั่งฟังธรรมเนี่ยมันอยากจะนึกถึงที่นอนมันอยากหลับเรารู้แล้วว่าไอ้นั่นมันไปกินเลทเราก็ต้องส่งจิตอีกตัวนึงด้วยความพยายามอีกอันนึงเข้าไปพยายามขัดใจมันจะดับสิอย่าๆไอ้พวกขัดตัวนั่นแหละถ้าปล่อยให้มันหลับไปซะเลยแล้วมันก็ไปเป็นสวรรค์สมใจมันจะฝันมันจะเพ้อมันจะไปใหญ่เลยมันก็ไปได้เลยถ้าปล่อยตาม แล้วมันก็ติดนิสัยอย่างนั้นต่อไปเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ติดมันต่อไปอีกไม่ได้แก้มันน่ะเพราะเราไม่เอาเราจะแก้ไอ้ตัวจะแก้นี่แหละคือตัวเราหรือตัวถูกอริยสัจ 4 เรารู้ตัวทุกข์อยู่แล้วเราก็ต้องแก้ไม่ได้จึงไปตามมันก็ต้องตามยื้อยุดไปวนเวียนไปวนเวียนมาอ้าวให้มันให้มันแล้วเราก็มาดึงมันใหม่ให้มันมันก็ชินมันก็ติดไปเรื่อยเราไม่ให้ไม่ให้ไม่ให้ดึงไม่ให้จนขาดไม่ให้เลยไม่ให้เป็นเลยขาดสนิทได้อย่างแรงด้วยอำนาจอินทรีพลังอยู่นั่นเองเพราะเราขาดออกมาได้เราจะเห็นว่าโทรตัดผ่านมาแล้วก็หลงลงไม่เห็นจะต้องต่อสู้อะไรกันทุก ทุกข์หายไปเราจะรู้ทุกข์ก็มีนิโรธอริยสัจดับจิตจิตมันไม่ต้องไปชักคะเย่อเดี๋ยวก็ทุกข์ทำไมกระชากให้แรงสุดเลยเปลี่ยนด้วยกันกิริยาอันแรงอย่าไปปราณีมันเปลี่ยนสัญญาเรียกว่ากระชากจิตไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกายกรรมวจีกรรมเลยเปลี่ยนใหม่เปลี่ยนเรื่องใหม่ดึงมาเรื่องใหม่เอาอันใหม่แล้วก็วันเกิดจากมาได้แล้วโปร่งขึ้นแล้วก็เห็นสภาพที่โปร่งได้ชัดเพื่อทราบเพื่อทราบเพื่อทราบเพื่อให้เกิดศรัทธาเพื่อให้เห็นดีกว่าเออไปยุ่งอยู่ ทุกข์ไม่ยุ่งอย่างนี้สุขกว่าเป็นสุขอันสงบด้วยเรื่องอะไรจะต้องไปให้มันเรื่องทุกข์อย่างนั้นนั่นเรียกว่ามารับทราบพอทราบเสร็จแล้วหาเหตุผลวิเคราะห์ทำไมต้องโง่จะต้องมาดึงเราไปเป็นสภาพนั้นไว้ทำไมวิเคราะห์ก็ไปวิเคราะห์ก็ไปหาเหตุหาโทษหาภัยหาเรื่องมายาของมันหาสิ่งที่มันลวงเราเห็นชัดเจนหาจริงๆเลยทำมาวิจัยออกไปจริงๆแม่บอกว่าปรารถนาผมก็จะเสริมเข้าไปอีกนอกจากสมถะตอนนั้นเรากระชากมันมาได้ด้วยแรงกรรมฐานที่แล้ววิปัสสนาอีกซ้ำซ้อนล้างออกบรรยายมันจะเห็นจริงนะมันเห็นจริงนะมองเห็นชัดขึ้นมันก็จะหลุดร่อนมาเองต้องทำนะไม่ใช่พูดบอกที่ไม่ใช่เรา ปากรู้แต่เหตุผลเข้าใจแต่ทฤษฎีไม่ใช่นะต้องทำทำทุกวันทุกเวลาที่เราทำงานอยู่เนี่ยมีอาการใดที่มันเป็นทุกข์จับทุกข์ได้เหตุที่มันกำลังเป็นกำลังเกิดกระทำปัจจุบันนั้นกำลังเกิดในทันทีอย่าปล่อยค่ำเวลาเรารู้อยู่เห็นอยู่นั่นแหละเป็นตัวประสิทธิภาพวิปัสสนาที่เป็นปัจจุบันน่ะทำมีรถมีแต่มีอานิสงส์สูงสูงมีผลมากจะทำได้ถูกตัวไม่ใช่ไปนั่งสมมุติไม่ได้ไปนั่งคิดนึกไปนั่งเดาด้นหรือไปนั่งย้อนทวนเอาเฉยๆไม่ใช่เอาตัวจริงถ้าทำได้ก็ได้จริงนั่นแหละเป็นตัวฝึกหัดจริงเป็นตัวปฏิบัติธรรมแท้ไม่ต้องไปสมมุตินี่เรื่องที่เรา เกิดเห็นมีแล้วก็แก้ไขทันทีเลยนั่นแหละได้ขึ้นไปการได้จริงแล้วมีอินทรีย์พละสูงเร็วรับรองอย่างนี้แล้วก็ไปสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาเป็นเอกลักษณ์โทเป็นทางเอกเป็นสติปัฏฐานแท้และกำลังมีตัวปฏิบัติจริงตัวไหนได้แล้วมันไม่มีทุกข์อะไรแล้วก็รู้ตัวเราตอนนี้เราไม่มีทุกข์อะไรทำงานอยู่กับโปร่งว่างงานจะหนักนี่เรายังโปร่งเลยเราทำงานนี่หนักนะร้อนบางทีแบบหาบางทีขัดสีบางทีทำทนอะไรอยู่ทั้งหนักทั้งร้อนทั้งเป็นอย่างไรอยู่ก็ตามแต่ใจของเราไม่มีทุกข์อะไรเลยเราปล่อยวางเรารู้แล้วว่านี่เป็นกุศลอันอย่างกุศลให้ถึงพร้อมอยู่เป็นไปตามวันตามเวลายังไม่เมื่อยยังไม่เคลียร์อะไรเกินไปยังเป็นไปได้อยู่สบายเกิดการยินดี ในงานมีฉันทะมีวิริยะมีจิตตะมีวิมังสาดัดแปลงปรับปรุงตกแต่งทำให้ดีให้งามอยู่ได้มีอิทธิบาทเต็มอินทรีย์พละก็ยิ่งเก่งขึ้นว่าเราก็ต่อสู้ได้ไม่มีอะไรมาแทรกแซงเป็นทุกข์อินทรีย์เราดีเราก็ยิ่งศรัทธายิ่งเห็นไม่ใช่ทุกข์ในเรื่องทุกข์ไม่ใช่เรื่องอย่างที่คนเขาเข้าใจการทำงานไม่ใช่ทุกข์เพราะมันเกิดที่จิตที่เราไปหลงผิดมันไม่ยึดถือไม่อยากเสพติดมันติดสงบมันติดอยู่เฉยๆมันก็จึงไม่อยากทำงานมันอยากลอยไปลอยมาเฉยๆแต่ก็มีตัวอย่างหนึ่งไว้ถ้าไม่มีตัวอย่างนี้ทำงานก็ทำงานก็รู้ทันเวลารูปพักก็พักขายเมื่อยแล้วแล้วเราก็ไม่อยาก พักต่อไปอีกเลิกจบไม่รู้เขตรู้ขอบที่หยุดพักแล้วมาทำงานหางานจะลดความเพียรจะทำอะไรดีหนอนึกขึ้นมามันก็จะรู้ตามที่เรามีระดับมีระเบียบถ้าเรามีอะไรเรียนอยู่ที่หัวว่าเอออันนี้ก่อนเดี๋ยวนี้หลังอันนี้ควรระลึกถึงก่อนมันก็จะมาก่อนมันมีสัญญามันมีจิตที่เราเรารู้ตัวมันไม่มีก็นึกมันนิดหน่อยหานิดหน่อยอะไรควรถามมันไม่มีแล้วก็หาเลยเดินหาเลยเอาตามมือลูกทำหาเลยอะไรควรทำอะไรควรเป็นอะไรควรขยันอะไรควรเป็นงานการถ้าไม่มีงานการมันอยู่ว่าจิตของคุณตั้งมั่นไว้แล้วที่คุณแข็งแรงมาเราจะนึกทบทวนถึงสภาพธรรมถึงความรู้ที่ควรคิดควร ตกวิจารณ์คนทำมาวิจัยหลักทฤษฎีต่างๆเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยกูจะทำงานได้แค่กลุ่มธรรมะหรือไม่หาหนังสือมาอ่านหาตำรามาอ่านเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะไปงานจะทำจะศึกษาหาความรู้จะเรียนหรือจะทำงานโน้นงานนี้อาจเป็นประโยชน์ทั้งตนก็ได้เผยแพร่ก็ได้ผู้ใดหางานที่ใช้ได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านไปพร้อมกันได้งานนั้นแหละเป็นงานที่มีอานิสงส์สูงสูงเป็นงานที่ได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ทางเราทำงานไปด้วยแล้วก็งานนี้มันจะไปให้แก่ผู้อื่นได้มันจะเป็นผลไปถึงผู้อื่นพร้อมกันนั้นเราก็ได้ฝึกหัดตนแต่อ่านใจได้มีผัสสะได้รู้ได้เห็นสูตรทฤษฎีและปฏิบัติไปก็ได้ภิกษุ พิสูจน์ทฤษฎีพระพุทธเจ้าไปเป็นสติปัฏฐานเป็นวิปัสสนาเป็นผัสสะรูปผัสสะควบคุมจิตใจทำไปหนักไปยากไปลำบากไปก็ยังรู้อยู่ว่าทนได้มันโดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากยิ่งหนักยิ่งเหนื่อยยิ่งร้อนยิ่งลำบากนะยิ่งจิตใจยิ่งอ่อนลงอ่อนลงอ่อนลงกระทบอะไรนิดมีภาษาอะไรนิดนึงมันจะวู่วามเร็วมันจะเป็นอย่างที่เคยเป็นถ้าเราได้ปฏิบัติธรรมจริงมันจะเก่งมันจะแกร่งมันจะแก้ไขได้กระทบเรารู้เท่าทันเร็วขึ้นหนักแน่นขึ้นไม่วู่วามแล้วเปลี่ยนโทสะแก้ไขโทรศัพท์ที่เคยเร็วยิ่งเมื่อยิ่งเพลียยิ่งทำหนักยิ่งทำอะไรต่ออะไรมันยิ่งแรงมันยิ่งน้อยมันยิ่งควบคุมตนได้ยากเพราะฉะนั้นเกิดการผสานโน่นนี่นิดหน่อยอะไรมันจะโกรธ มันได้ลองของเราด้วยเราก็จะแต่งขึ้นชำนาญขึ้นไม่ใช่สมมติเป็นจริงมันจะเห็นชัดยิ่งรวยยิ่งเกลียดยิ่งทุกข์มากทุกข์อริยสัจนี่แหละยิ่งหนักยิ่งแย่ยิ่งจะมีตัวเจ้าโลภะโทสะมันเห็นแก่ตัวนั่นแหละมันจะเกิดโทรศัพท์ได้เร็วอึดอัดไม่สนใจไม่ชอบใจขึ้นมาไวจะได้พิสูจน์เพราะการไปทำงานก็ดีหรือว่าการไปทำสมบัติทำไปจารึกเป็นแบบคนก็หาไปทำเจ็บแต่ปากแบบสมบุกสมบันจะนอนจะนั่งอะไรก็ไม่ค่อยได้ให้อาหารแก่ความเคยชินไปก่อนไม่เคยได้เดี๋ยวนี้ไม่ให้มันนอนก็ลำบากนั่งก็ลำบากเดินก็ลำบากกินก็ลำบากไปก็ลำบาก จะเจอเยอะเลยทีนี้ไม่จาดีกว่าเราปฏิบัติธรรมตั้งแต่ง่ายก่อนตั้งแต่ทำงานเนี่ยทำอยู่กับที่นี่ทำไอ้โน่นไอ้นี่เจอกับเพื่อนฝูง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน