210330-195 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน195-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์158 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเราก่อนจะทำวัตรในเรื่องของพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่เราได้ทำวัตรกันมาจนถึงตอนเคยทรงบังเกิดเป็นพระพุทธศาสนาหรือว่าอะไรต่างๆก็อยากจะขอเงินขอพูดย้ำทบทวนกับพวกเราเพื่อความสนิทใจ ประโยชน์ที่จะได้แก่ตัวพวกเราเองให้เข้าใจมากพยายามนึกคิดทบทวนให้ดีคือพวกเราที่พยายามเอาตัวเอาชีวิตจิตใจเข้ามาเล่าเรียนเข้ามาเป็นไปเนี่ยมันเป็นเรื่องจริงบางคนเป็นนึกว่าลองๆดูก็ตามแต่เราลองเราไม่ได้ลองเล่นเพราะว่าเราไม่ได้ทำเล่นเราไม่ใช่การละเล่นเราทำจริงๆแล้วทำเรื่องจริงถามว่าเราทำเรื่องจริงๆเนี่ยเราก็จะต้องมีผลจริงๆ ถึงใครจะตั้งใจหรือว่าคิดอยู่ในใจว่าเรามาร้องร้องประพฤติลองปฏิบัติลองอะไรคำว่าลองนี่มันเป็นบัญญัติเป็นภาษาเท่านั้นแต่ว่าเมื่อมันกระทำแล้วเนี่ยมันไม่ใช่ร้องหรอกลงกระทำมันไม่ใช่รองและเราได้กระทำเราได้ลงมือมีศีลมีความเป็นอยู่เดินยืนนั่งนอนมีชีวิตอยู่ทุกอิริยาบถในขณะที่เราเป็นอยู่เนี่ยมันเป็นเรื่องจริงของชีวิตยิ่งเราเองใช้ปัญญาถ้าใช้ปัญญาทดสอบแล้วด้วยพระปัญญาสัมผัสรู้กับชีวิตของเราคนยิ่งมา ได้ยินอยากจะรู้ที่เขาใช้คำว่าลองพอมาลองยิ่งอยากจะรู้เพราะฉะนั้นจะใช้จิตตัวนึงนี่คอยสอดส่องดูสังเกตดูว่ามันจะเป็นยังไงมันจะเป็นยังไงมันจะเป็นยังไงยิ่งได้รู้ยิ่งได้มีบทปฏิบัติมีปฏิปทามีบุตรประพฤติไปด้วยยิ่งร้องนั่นแหละยิ่งดีถ้าคนที่มีจิตอย่างนั้นจริงๆนะคนที่มีจิตก็ลองแล้วมันคิดว่าตัวเองมาปฏิบัติจริงที่จริงมาปฏิบัติจริงขอให้ได้มีปฏิปทากระทำลงไปสำคัญในศาสนาพุทธที่สำคัญที่กรรมการกระทำให้มีบทบาทให้มีปฏิปทาที่จริงลงไปให้ตรงตรงข้างนอกและทรงทั้งในภาษา หรือว่าทฤษฎีบอกเอาไว้ว่าเป็นอย่างนี้ทำอย่างนี้ทำอย่างนี้ตรงให้มันตรงเถอะถ้ามันตรงก

อ่านต่อ

ันหมดทั้งกายหมดทั้งใจแล้วมันเป็นอันเดียวเลยทีนี้ถ้าเราเองเรายังทำไม่จิตใจของเรายังไม่มั่นใจเรายังคลางแคลงเรายังสงสัยอะไรยังอะไรอยู่ก็พยายามใช้จิตสอดส่องอ่านไม่มั่นใจเราก็ทำให้มันลงตัวสำรวมสังวรระวังกายอย่างนี้ว่าจีอย่างนี้ให้ความเป็นอยู่อย่างนี้เป็นไปอย่างนี้แล้วก็พยายามจัดมันให้ได้ตามที่เรามีปัญญารู้ก็จัดมันอยู่เรื่อยจัดมันอยู่เรื่อยจัดมันอยู่เรื่อยข้างนอกมันตรงเป๊ะข้างในถ้ามันไม่มีความสงสัยนะแล้วเราก็ทำไม่ได้ทำไม่ยากทำด้วย เขาทำมันก็ได้นี่ก็ทำไม่ยากไม่อะไรเราจะรู้สึกว่ามันไม่ทุกข์มันไม่เดือดร้อนอะไรมันจะทุกข์อยู่ก็ตรงที่จิตของเรามันทำไม่ได้แหมมันฝืนจังเลยจะทำอย่างนี้ควบคุมกายควบคุมบัญชีนี้ให้เป็นอย่างนี้ตามที่เรารู้ตามทฤษฎีที่ถูกที่ตรงแล้วให้มันยากมันต้องบังคับข่มขืนบังคับข่มขืนเพราะส่วนกายส่วนวจีของเรามันแข็งเพราะมันถูกดักถูกเคยมาอย่างก่อนก่อนแล้วก็ดีอันนั้นเป็นเรื่องดัดกายมันจะฝืนซ้อมตายเราไม่ใช่คนต่อเราไม่ใช่คนแก่กันบ้างไม่ใช่คนแข็งไม่ใช่คนยากหรอกตายแต่มันก็ไม่เป็นไปตามเพราะ ตอนนี้ไม่ใช่กายใจเลยตอนนี้ก็ใจมันฝืนเองมันดับมันก็ไม่ดับเต็มที่เพราะใจมันไม่ชอบใจมันขวางใจมันขาดมันก็เลยดัดกลายบัตรก็ชี้ให้เป็นไปตามที่เรารู้นี่ตามทฤษฎีตามหลักเกณฑ์ตามเหตุผลมันอาจไม่ไปให้มันทำตามที่เราเข้าใจแล้วล่ะรู้แล้วเราว่าอย่างนี้คือกุศลอย่างนี้คือดีอย่างนี้คือพร้อมพรั่งแต่เราก็ทำได้แก่ๆกลางๆที่ทำได้มันทุกข์อ่ะจิตมันทุกข์มันทำไม่มันไม่ลงนั่นแหละตัวจิตแท้ๆขวางไว้เพราะเราดับกายไม่ได้ถ้าเรารู้ความเป็นจริงของเราว่าเราดัดกายตัวนี้มันตัวกายมันดัดไม่ลงมันทำให้ไม่ชอบไม่พร้อมเพราะว่าเรามัน เสียงกลางเมืองเก่าเคยชินเคยเป็นมาแต่ก่อนนี้วาสนาบารมีก่อนก่อนมันติดมาจริงๆแล้วเราก็วางใจเรารู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงของเรามีอัตตัญญุตารู้ตัวเองประมาณได้หรอเราเพราะบารมีเหมือนอย่างพระสารีบุตรนี้ท่านเองท่านติดต่อเป็นลิงมา 500 ชาติลูกนี้ลุกลนไม่ค่อยเรียบร้อยนัดท่านรู้ตัวเองท่านท่านก็ไม่มีอะไรท่านก็สบายใจท่านก็ไปเพราะอรหันต์ได้วางใจได้เป็นแต่เพียงว่าวาสนาบารมีมันไม่งามด้วยลูกเด็กกายดัดมันก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าแบบเข้าระเบียบตามหมู่ตามฝูงมีส่วนเกินเลยๆมีอย่างโน้นอย่างนี้บ้างเมื่อเช้านี้บุตรท่านก็ เข้าใจของฉันเองแล้วท่านก็วางใจของท่านได้ที่เป็นพระอรหันต์ก็ตรงที่มันวางใจมันไม่ถูกดัดมันยังไม่ได้ก็ไม่ได้มันจะไม่งามมันยังขาดอยู่บ้างเกินอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆหรือจะมากไปหน่อยบางทีนี้พระสารีบุตรทำอะไรมากเปล่าพระสมณะสารูปไม่งามเลยอย่างนี้โดดข้ามทั้งร่องแผ่วๆไปเรื่อยๆคนก็เห็นเขาเอามาฟ้องพระพุทธเจ้าบอกพระอะไรของท่านก็โดนกระโดดกระโดดรุ่นกระโดดนี่ยังไงกันเขาก็มาฟ้องเป็นต้นซึ่งเดินเหินอะไรงี้เดินชนผู้คนก็ได้คนก็นั่งอยู่เดินเตะไหลเข้าไปก็ได้สาวกเบื้องขวาอะไรกันถึงจะเป็นทั้งปานนั้น พรุ่งนี้เป็นต้นก็แสดงถึงว่าลักษณะของจิตที่วางเนี่ยที่เราเอารหัสกับคนโรคจิตมันมันวางได้จริงๆแม้มีอย่างนั้นก็วางได้แล้วก็รู้จักจิตที่สูญญตาจิตที่ไม่ได้ถือสาจิตที่ไม่ได้เพ่งโทษจิตที่ไม่ได้เป็นอะไรเพราะแม้แต่เดินแต่หลายคนแล้วเสร็จหลายพระไม่ได้ไปหรอกเดินชนมันก็เหมือนเตะขาแบ่งไปถูกอะไรเนี่ยมันก็ไม่ถูกจริงๆเขาว่าแต่เราไม่เจตนาแต่ว่าคำว่าขาแกว่งไปขู่มันไม่ได้เจตนาและท่านก็ไม่ได้เจตนาจริงๆด้วยก็เป็นเพราะว่าแม่ก็คงจะเป็นเอามากเหมือนกันในตามที่เราก็คนนั่งอยู่ดีๆคนนั่ง พระตำหนักเดินไปยังไงขาแกว่งไปถูกออนไลน์ขั้นเฉียบได้ยังไงก็ไม่รู้ได้ล่ะมันก็มีในหลักฐานอย่างนี้เสร็จแล้วพระพุทธเจ้าท่านจะรู้ถึงจิตที่ว่างจิตที่ไม่มีกุศลอกุศลจิตอะไรของสารีบุตรพอพระองค์นี้มาฟ้องท่านก็เลยเอ้าแล้วในบทมาแก้ไขเองแก้ไขความอะไรต่ออะไรแล้วก็แสดงธรรมแสดงให้เห็นจิตต่างๆที่จริงแสดงไปจนให้เข้าใจว่าจิตของเรานี่มันสะอาดมันไม่มีเจตนาร้ายมันไม่มีอ่ะกุศลกิจอะไรนะอกุศลเจตนาก็ไม่มีที่ค้างไม่ถูกน่ะมันแตกได้ แกว่งไปถูกหรือว่ามันเป็นไปได้จิตว่างนะไม่ใช่จิตที่มีโทษอะไรทีนี้สมัยน้องเขาเข้าใจเขาซื่อเขาเห็นจิตว่างแล้วด้วยเหตุผลโดยความจริงที่พระสารีบุตรชี้แล้วก็ไม่มีมานะอะไรเขาก็ขออภัยจากขอโทษทันทีว่าโอ้เป็นบาปของเราแล้วหนอที่เราไปขึ้นโทษผู้ที่มีความบริสุทธิ์คิดว่าจิตไม่มีอกุศลถึงแม้จะทำอย่างนี้ไม่งามไม่อะไรมันก็เป็นด้วยวาสนาบารมีเป็นด้วยเหตุปัจจัยอย่างนั้นอย่างนี้ชัดๆท่านก็ต้องกราบคารวะขออภัยโทษทีเราได้บาปไปแน่นอนอย่างนี้เป็นต้นซึ่งพระองค์นั้นท่านก็เข้า ถึงเรื่องของจิตที่ว่างในจิตที่ปราศจากอกุศลเจตนาเป็นที่สุดเอาที่สุดที่เราบาปหรือบุญชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าอกุศลลูกกุศลเหมือนที่สุดอยู่ที่ตรงนั้นก็ปิดปากไปจากอกุศลทั้งมวลแล้วเรียบร้อยสะอาดมันก็จบตรงจุดที่สะอาดจิตที่ปราศจากอกุศลนั้นเพราะเราเองจะอ่านผิดเราเองที่จะเพ่งจะเป็นที่ดีอ่านแม้แต่กายกรรมวจีกรรมหรือว่ากรรมกิริยาข้างนอกโดยคิดว่าเราจะไปคิดว่าข้างในมันตรงกันพอมันติดเป็นกุศลตามรูปตามร่างตามเรื่องหยาบข้างนอกไปทีเดียวมันยังไม่แน่นะไม่ได้ เพลงออกจากอย่างนั้นไม่ได้เพราะว่าเรื่องการประกอบนี้อาจจะประกอบแรงประกอบอย่างบางทีเจตนาแรงก็ยังได้เลยมึงยังเป็นพระพุทธเจ้าท่านตรัสเสมอเราเบื่อนายเราเกลียดชังเรารักแล้วถ้าตัดอย่างนี้แรงๆเงี้ยแต่บางทีท่านดูออกมาบริจาคจึงมีบางสิ่งบางท่านบริภาษท่านว่าอย่างท่านจะว่าผู้ที่ปฏิบัติผิดปฏิบัติอะไรโมฆบุรุษอย่างนี้เป็นคำแรงมากต้องบอกอะไรคนคนลาวได้คนก็สำนวนครับผมกลายเป็นสำนวนไทยและที่จริงอยากบอกคำบุรุษแปลว่าคนตายหลายอย่างแต่ว่าก็เป็นสำนวน ที่มันสำนวนผู้ใหญ่ใช้แล้วก็ชั้นสูงอย่างพระพุทธเจ้าใช้นี่เป็นสำนวนที่คนเกิดมาต้องหานิพพานหรือต้องหากุศลธรรมชั้นสูงเพื่อทำความประเสริฐให้แก่ตนเองและเปล่าได้ไม่ได้ความประเสริฐอย่างนี้มันเสียชาติเกิดที่ผมเคยแปลฟังไว้อย่างนี้มันเกิดมาชิงหมาเกิดให้หมามาเอาร่างนี้เกิดมันยังจะบำเพ็ญกุศลแก่ตนได้บ้างเสียหายไม่ดีอย่างนี้ผมเคยแปลเป็นภาษาให้ฟังอยากๆหนักๆไม่เข้าท่าเพราะเดินในระยะที่อธิบายแกไม่ฟังอย่างนี้เราจะเป็นเพลงเอากันกิริยาข้างนอกแม้แต่ยังภาษาพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าฉันเบื่อนายเกลียดช่างมันก็จิตใจของท่านเกิดไม่สบาย รักมากเกลียดคำว่าเกลียดมันก็เป็นจิตฝั่งนึงที่เป็นฝั่งไม่ใช่จิตว่างแต่ท่านพูดอย่างนั้นไม่ใช่จิตท่านไม่ว่างจิตท่านว่างท่านบอกว่าเราเบื่อหน่ายเราเกลียดชังเหมือนกับท่านพูดว่าจิตของท่านไม่ว่างเหมือนว่าท่านมีอาการอย่างนั้นอย่างนั้นเลยทีเดียวก็ไม่ใช่ถ้าไม่ได้ทุกข์หรอกถ้าไม่ได้มีอาการอย่างนั้นถ้าอาการยังไงให้มันทุกข์นะถ้าเราไม่ชอบอย่างเงี้ยมันทุกข์และเบื่อหน่ายเอามือนายไงมันไม่ทุกข์ได้ไงเบื่อเบื่อมันทุกข์นะแต่แท้จริงเขาพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้มีอาการติดอย่างนั้นแต่เป็นสำนวนสำเนียงเพื่อที่จะปลุกคุณฟังเพื่อที่ให้ใครฟังฟังแล้วมีการอย่างนี้มันมีแนวโน้มบอกชี้ทางว่าอย่าทำอย่างนี้ทำอย่างนี้แล้วมันทำให้คนอื่นเขาทุกข์คนที่เขายังไม่พ้นทุกข์คน มันก็ทำทุกอยู่ในโลกไปเบียดเบียนผู้อื่นเพราะฉะนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ที่คุณทุกคนหรือใครๆทุกคนไม่ใช่ศรัทธาศรัทธาท่านก็บอกความของท่านว่าถ้าท่านเป็นทุกข์และคุณเบียดเบียนพระพุทธเจ้าเนี่ยบาปนะคล้ายๆอย่างนั้นน่ะมันเป็นแนวสอนมันเป็นสมมติสัจจะมันเป็นตัวอธิบายเท่านั้นเองมันเป็นตัวอธิบายแค่นั้นเองถ้าเบียดเบียนพระพุทธเจ้าแล้วเวียนเราถึงเราขนาดที่เราเป็นผู้ที่เธอเคารพศรัทธาเธอควรจะไม่ให้เราได้รับความเดือดร้อนอะไรถ้าทำอย่างนี้แล้วมันไม่ดีนะเพราะฉะนั้นหยุดเสียมันเป็นนโยบาย มันเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งเท่านั้นเพื่อที่จะสอนเพื่อที่จะชี้ให้เห็นชัดเจนถ้าได้รถหยั่งถึงจิตในจิตแล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้เบื่อพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้นายท่านหยุดนายหยุดเบื่อแล้วท่านหยุดรักหยุดครั้งแล้วทำไมไม่ได้เกลียดชังถ้าไม่ได้รักไม่ได้ทำอะไรหมดรักหมดชังไอ้ตัวคำว่าหมดรักหมดชังนี้มันจึงจะสมคล้อยกันมันถึงจะเป็นการพ้นทุกข์อันละเอียดไม่มีความชอบไม่มีความไม่ชอบจิตมันว่างมันกลางให้เป็นพระอรหันต์ไม่มีท่านเองท่านไม่ได้เครียดโดยจิตของท่านท่านไม่มีสัญชาติไทยของท่านเองนะจิตของท่านไม่เป็นอย่างงั้นอย่ากลางละเอียดของท่านไม่ คันใหม่ไงเพราะอย่างนั้นมันยังมีทุกข์มันยังไม่คิดไม่สะอาดมันยังไม่เป็นวิญญาณังคณิตศาสตร์มันยังไม่เป็นอย่างนั้นแต่ทีนี้จิตมันจะเป็นอย่างนั้นเป็นจิตที่บริบูรณ์บริสุทธิ์ยิ่งขนาดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ามันยิ่งมันจะอรหันต์ปากของพระอรหันต์ธรรมดาด้วยเพราะฉะนั้นมันจะว่าต้องวางละเอียดกว่าเลยแล้วจะเทียบสั้นยาวเทียบดีเทียบชั่วดีเทียบเก็บงานเทียบหน่วยงานนี้โดยทันทีละเอียดกว่าพระอรหันต์ฉันธรรมดาแน่ถ้าถ้าจะเทียบแล้วท่านรู้ละเอียดเสมอถ้าเป็นเครื่องมิเตอร์ที่วัดได้อย่างถี่ยิบ พระอรหันต์ธรรมดาแน่นอนบอกความละเอียดได้ยิ่งกว่าด้วยเป็นมิเตอร์เป็นเครื่องที่วัดได้ละเอียดยิ่งกว่าถ้าจะเทียบเป็นเม็ดถั่วให้ฟังแล้วเพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าท่านรู้ท่านรู้ความอยากความละเอียดอย่างแน่นอนแต่จิตท่านหยุดยึดมั่นถือมั่นในความอยากความละเอียดมีแล้วท่านไม่เป็นนะอาการที่ท่านจะเป็นอย่างที่ท่านพูดเนี่ยมันไม่เป็นอาจารย์ท่านบอกว่าท่านเบื่อแล้วอ้าเกลียดชังนายมันเป็นทุกข์ได้ในตัวพวกนี้ถ้าอาการผิดเป็นอย่างนั้นทำไม่เป็นหรอกแต่ท่านกล่าวเพราะฉะนั้นเราจะบอกว่าการกล่าวคำกล่าวนี้ตรงกับตัวใจที่ท่านตัวจิตเป็นอย่างนั้นเหรอมันไม่ตรงหรอกมันว่างนะจิตมันว่างแต่ตอนนี้ท่านเป็น ผู้สอนท่านเป็นดำเนินพุทธกิจท่านใช้สมมติสัจจะทั้งนั้นท่านใช้สมมติสัจจะที่รู้กันสมมติแปลว่าที่รู้ร่วมกันเนื่องกันอยู่ทำเองนะวิมุตไม่ใช่สมมติท่านไม่ได้ไม่ได้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นด้วยอย่างนี้มันเป็นการซ้อนที่สูงที่ละเอียดที่เราจะต้องเข้าใจว่าบางทีเราพูดกันว่ามันไอ้นี่มันไม่ใช่หรอกมันไม่มีมันไม่เป็นมันมันพูดไม่ได้แต่ภาษาเนี่ยอันเนี้ยสิ่งนี้มันพูดไม่ได้เป็นภาษากำลังอธิบายอยู่แบบนี้มันพูดแล้วมันก็ขัดกันอยู่มันแย้งกัน เพราะว่าที่จริงน่ะตัวจริงมันมีอันเดียวมันไม่มีคู่หรอกมันมีอันเดียวมันเป็นอย่างนั้นมันบอกใครไม่ได้ที่พูดเดี๋ยวนี้มันก็บอกใครไม่ได้บอกไม่ได้แม่บอกอยู่เดี๋ยวนี้ก็ขัดกันเป็นภาษาที่พูดอย่างนี้ก็ขาดถ้าใครเห็นรอยขัดนี้แต่ไม่ขาดเราเป็นผู้เข้าใจเองยิ่งเรามีสภาพนี้ในใจมีสภาวะธรรมที่เราเคยรู้เคยกินแต่จริงใจนะเป็นกุศลและเจตนาเป็นกุศลกิจแม้พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้ก็เป็นกุศลอย่างกุศลให้ถึงพร้อมอยู่นะรู้จักแต่ตัดอย่างนี้ไม่มีบาปไม่มีอกุศลและจิตเลยแล้วจะบอกว่าท่านโกหกหรือไม่มีสิทธิ์เจตนาโกหกไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นแร่เหลี่ยมทำอะไรร้ายมาแก่ตนเองเพื่อ เสพเพื่อจะติดเพื่อจะมีอะไรเป็นประโยชน์แก่ตนเปล่าประโยชน์ผู้อื่นทำนี่ก็เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นผู้ที่รับไปผู้อื่นทั้งนั้นตัวเองไม่มีปราศจากอกุศลทั้งหมดเพราะฉะนั้นจะบอกว่านี่เป็นคำโกหกหรือโกหกไปเป็นการพูดผิดเหรอพูดอย่างหนึ่งแต่ใจเป็นอย่างหนึ่งหรือใจมีกุศลเจตนาทำงานแต่จิตนั้นว่างอยู่ต่างหากจิตมันไม่เป็นอย่างนั้นต่างหากจิตฉันว่างแต่ตัวนี้เป็นสมมุติเป็นตัวจริงที่ท่านเห็นว่าดีที่สุดที่ท่านจะแสดงออกได้ตอนนี้จึงเป็นเรื่องลึกซึ้งเกินพูดเกินเข้าใจเกินอธิบาย อธิบายไปแล้วนี่มันก็ยังต้องเข้าใจเอาเองถ้าคุณเข้าใจยังไม่ได้คุณก็ยังขาดๆคุ้มครองอาจจะคิดแย่งคิดขัดคิดอะไรได้ทีเดียวเพราะว่ามันเป็นตัวที่สุดแล้วอธิบายจนสมมุติมันก็สมมุติเพราะฉะนั้นสมมุติเราประมาณก็จะมีฐานอาศัยเป็นสันตะวิหารเป็นทิศทางสู่พระวิหารของท่านสบายอยู่บริบูรณ์ท่านเข้าใจอยู่เห็นอยู่ของท่านเองถ้าไม่มีอารมณ์อย่างนั้นหรือจะอธิบายเป็นภาษาว่าแม้จิตใจท่านจะเป็นอย่างนั้นและก็ขอยืมมาเป็นคริสตธรรมสุริยันได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากจะเอาภาษาอธิบาย เธอก็ไม่ใช่เป็นจริงแล้วท่านก็เป็นแต่สมมุติที่จะจ่ายเหมือนกันน่ะแล้วสมมุติเขาอาศัยทำจิตเป็นอย่างนี้หน่อยชั่วคราวแล้วก็เปลี่ยนกลับไปถ้าเราจะอธิบายผิดว่างั้นนะมันก็เป็นว่าอย่างนั้นแหละไม่ได้เป็นจริงขอเกิดหน่อยแต่แท้จริงทำไมไม่ได้เกิดจริงเป็นแต่เพียงบังคับตัวเองให้เกิดให้เกิดเป็นตัวทุกข์หน่อยหรือเป็นตัวเบื่อเป็นตัวอาเป็นตัวฉันขอให้เกิดเป็นตัวนี้หน่อยคล้ายๆอย่างนั้นถ้าเราเข้าใจแล้วเอาพระพุทธเจ้าท่านจะทำตัวเองให้เกิดอย่างนี้ให้จิตมีอารมณ์หรือมีอาการหรือมีกิริยาอย่างที่ท่านพูดบอก เติมกันอย่างนี้นะให้มันตรงกันพูดอย่างไรเป็นอย่างนั้นอะไรที่ว่านี้นะจะให้มโนกรรมมันเป็นอย่างนี้ด้วยแล้วก็ฟังแล้วก็อยู่ดีๆท่านก็ทำทุกข์ให้กับตัวเองนี่ทำให้จิตเป็นแท็กซี่ถ้าเรารู้แล้วอย่างผมรู้เนี่ยผมพูดอย่างนี้ผมไม่ได้เป็นอย่างนี้ผมรู้ปากผมพูดว่าพังเพราะอาอะไรเงี้ยผมพูดออกไปนี่นะเหมือนๆกันอย่างที่พระพุทธเจ้าจะพูดว่าแท้จริงผมก็อย่างที่ผมพูดบอกว่าพอจะมีเพื่อนบางคนอาจจะมีพวกเราบางคนมามีอาการมันมีทำอะไรต่ออะไรให้ผมก็แสดงแม่นี่มันเหมือนกับจิตที่เรียกว่าโปรดก็ต้องมาจะทำยังไงดีกับคุณนะ อะไรเนี่ยมันก็ได้มันก็บอกว่ากำลังจะหาวิธีฆ่าคุณแทนคุณโหดร้ายหาทุนเลยนะจริงๆไม่มีเงินหรอกเมตตาด้วยซ้ำไปฝากกันจริงๆแล้วสงสารน่ะเออจะทำยังไงน้อมันอยู่ในใจก็จะยิ้มพูดคนที่เราตกอย่างนี้ก็ไม่เอาอ่ะสิมันยิ้มไม่ได้มันบอกไม่ให้คนที่จะเป็นในใจมันจะต้องให้คนนี้มันเหลือเกินจริงๆมันจะทำอย่างไงมันน่าสงสารจริงๆเลยจะทำยังไงด้วยไอ้ใจมันเป็นอย่างนั้นนะใจมันเป็นอย่างนั้นใจแบบนี้มันดื้อจริงๆเลยว่าจะทำยังไงถึงจะแก้ได้มันมี 28 ได้คิดว่าเป็นอย่างนั้นแล้วไอ้ป๋ามันจะมาเยี่ยมอย่างเงี้ยมันก็สอนกันได้สอนกันยังไงไม่ได้มันจะให้เขาเกิด ผิดที่เพลงถามแล้วก็แก้ไขปรับปรุงมันเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นจึงบอกต้องมีเชิงเป็นอันนึงแหมคุณจะทำยังไงกับคนดีนะเอ้าแล้วอายอย่างนี้ไม่มีอยู่มันไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอกที่จริงน่ะเหนื่อยนะผมก็จะสร้างขึ้นมาตัวเองทำอย่างนี้ขึ้นมาเหนื่อยนะทำแล้วก็ไม่มันขาดน่ะมันมีอะไรยอมที่จะไม่เป็นอย่างนั้นหรอกเพราะทำไปแล้วแบบว่าสอนพระพุทธเจ้าก็บอกว่าเราเมื่อยกับคนที่ดื้อได้อย่างในชีวิตมนุษย์เมื่อยเมื่อยกับคนที่ดื้อได้มันเมื่อยจริงๆมันทำงานหนักมันทำงานหลายชั้นเพิ่มขึ้นมาทำงานหลายชั้นมันต้องปรุงมันต้องเพิ่มมันต้องใช้ ธุรกิจจริงแล้วมันมันตีกลับสภาพดีกับสภาพปฏิเสธสภาพทวนจรอยู่อย่างเงี้ยสมมุติสมมุติสัจจะ 2 ส่วนทีนี้เราก็ใช้สมุดกับผลไม้เราต้องใช้ 2 ส่วนตัวจริงมันตัวจริงตัวย่อสุดยอดอะไรและปรมังสุขังมันก็ปรมังสุขังมันไม่ไอ้นั่นอะไรหรอกแต่มันเหนื่อยตรงที่ว่ามันต้องจ่ายจริงๆจ่ายแรงจ่ายความสามารถจ่ายอะไรที่จะมาผสมเปอร์เซียลงไปต้องจ่ายอย่าคิดว่าคุณจะเข้าใจได้เพราะโดยจริงแล้วมันก็สงสารนะมันก็มีเมตตาแต่จะบอกว่าเราจะไปถามอาการอะไรแต่อย่างนั้นให้เขาไม่ได้เพราะเรารู้ฐานสำคัญ เป็นกับสากสากต่อยหัวแล้วเราจะไปเล่นๆหรือว่าไปทำทีไปกลมกลืนไปกับเขาเขาก็ได้ใจเพราะว่าโจรนี่มันก็อย่างนั้นน่ะถ้าตำรวจเข้ากับโจรโอ้โหจนด่านกล้ามากถ้ารู้ว่าตำรวจถือหางไอ้โจรนั้นเหิมเกริมมากทำไงก็ฉันนั้นพอเราจะไปเข้าค่ายแล้วเราจะไปเป็นด้วยเราจะไปส่งคล้อยกับจากนั้นไม่ได้จะต้องตีขาตีกลับแล้วเราก็ต้องสมมุติสมมุติติดตามออกไปเพื่อประโยชน์ช่วยผู้นั้นเองนั่นแหละไม่ได้ชั่วนี่เป็นกรรมเป็นพุทธกิจหรือเป็นโพธิจิตไปทำเป็นเจรียาสักแต่ว่าการสักว่าแต่กิริยาตัวเราเองเรารู้บางทีคนจะตำหนิบาง คนจะว่าเราก็รู้ก็ไม่เข้าใจแต่ถ้าใครรู้กุศลเจตนาแล้วไม่มีปัญหาเนี่ยอธิบายจุดจุดหนึ่งให้ฟังเพราะฉะนั้นเราจะไปเพ่งอาการเพลงกับกิริยาเพลงเอาอะไรก็ได้คนยิ่งทำงานมากยิ่งทำงานอนุโลมยิ่งทำงานกับคนลงไปหลายระดับก็ยิ่งต้องไปถึงขั้นบางทีจะต้องไปสอนคนที่เป็นคนป่าพูดภาษาหยาบพูดภาษาธรรมดาว่าคุณว่าผมไม่ได้ต้องพูดกูพูดมึงเดี๋ยวต้องพูดหยาบกว่านั้นถึงจะเป็นสื่อความหมายที่เขาเข้าใจทราบซึ่งดีได้ถ้าเราจะอนุโลมลงไปสอนที่ยิ่งกว่านั้นอีกเราก็จะต้องกล่าวอย่ากล่าวอะไรต่ออะไรกับคนนั้นอย่างนั้นอีกอย่างนี้คนที่ถือสาหรือคนที่ระดับหนึ่งมาเห็นค่ากว่าจะถือสาว ขั้นต่ำชั้นอะไรตายแล้วคุณก็ถือว่าถือจริงๆก็เป็นได้แล้วคนนั้นเขาจะต้องตำหนิอยู่เขาก็จะหนีไปถ้าเราเจตนาแล้วเราตัดสินแล้วว่าเราจะอนุโลมลงไปถึงขนาดนี้เราจะทำอย่างนี้กับคนอันนี้ขั้นนี้เพื่อให้คนคนนี้เกิดผลได้ประโยชน์ไม่สูญเปล่าทำรายได้ไม่ตัดออกไม่ถือว่าทำไม่ได้ผลไม่ได้อะไรเราก็ต้องอนุโลมลงไปถึงเราก็ต้องยอมก็ทำลงไปเพราะคนไหนเขาจะถือสายังไงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่เราจะทำอันนี้อันนี้อันนี้ประโยชน์เป้าหมายอันนี้บุคลากรโบราณยึดตาแล้วประมาณบุคคลนี้แล้วเราจะให้หรือว่าบริษัทยุทธศาสตร์และบริษัทนี้เราจะให้ ท่านก็ต้องทำให้มันเกิดผลเกิดประโยชน์ยอมที่เขาจะว่าเหมือนอย่างกับเวลาผมบรรยายธรรมะกายญาติโยมที่มามากๆมีหมู่กลุ่มบางทีเนี่ยเราก็ต้องตลกมากหน่อยออกเป็นผ้าออกทางออกนั่นออกนี่เพื่อที่จะเทศนาได้สักชั่วโมงสองชั่วโมง 3 ชั่วโมงยิ่งกว่าเขาดูหนังซะอีกแต่มันก็เป็นเพียงแค่กระแสน้ำผสมน้ำยาผสมเพื่อที่จะให้เนื้อยานี่มันลื่นคอหรือว่าเขากินเขาไปได้บ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะตลกซะมากจนกลายเป็นจำอวดไปเลยมากเกินกว่าสาระแล้วก็ไม่ได้เป็นถึงอย่างนั้นหรอกแต่เราก็ต้องผสมบ้าง ก็รู้ทันเขาไม่เช่นนั้นเขาทนไม่ได้หรอกเขารับไม่ได้มันหนักๆๆแล้วยิ่งเราจะต้องการให้เขาฟังได้นานรับได้นานรับก็สาระไปได้มากขึ้นทนได้ขึ้นเราก็ต้องมีคนละเม็ดหรือว่าก็ต้องมีกุศโลบายให้เราก็ต้องปรุงในการกระทำลงไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นอยู่อย่างนั้นเป็นพื้นเราจะมีเนื้ออันนั้นเป็นพื้นทำด้วยรสชาติทำด้วยความมันเคี่ยวทำด้วยความเอร็ดอร่อยอะไรก็ไม่เมื่อยจะเห็นได้ว่าบรรยายธรรมะถ้าใครสังเกตอาตมาบรรยายธรรมะให้แก่ภูมิๆกับญาติโยมจะเห็นได้ว่าเหงื่อนี่แต่ร้อนอะไรต่ออะไรมันมีออกมากเพราะเราต้องพยายามต้องทำงานเยอะเลยแล้วต้อง ร้อนเหนื่อยผสมมากฟุ้งมากใช้พลังงานเยอะถึงได้เห็นเหงื่อแตกซิกก็บางทีนี้ถ้าใครต้องหยิบกระดาษมาให้บ่อยไปไม่ใช่ว่าเราเราสบายดีหรือว่าเราเองเราง่ายๆเรื่อยๆเมื่อไหร่เปล่ามันต้องเพิ่มพลังงานเรารู้ว่ามันไม่ได้เป็นอยู่สุขด้วยซ้ำไปใครจะว่าสุขทุกข์แต่ไม่ได้ยึดถือนะเรารู้ว่าจิตเราก็ทำสักแต่ว่าจิตนั้นเองมันไม่ได้ไอ้ใจเราไม่ได้ร้อนใจหรอกมันไม่ได้ร้อนหรอกจ่ายไม่ได้ร้อนใจอะไรทำแล้วเราก็วางทำแล้วเราก็ปล่อยแล้วจะฟุ้งไปขนาดนั้นแล้วจะอนุโลมให้อย่างนั้นแล้วก็รู้ว่าเราอนุโลมแต่เราจริงใจเราไม่อาจจะไม่งั้นมันทนทำไม่ได้หรอก ทำแล้วมันทุกข์งานมันจะไปทนทำได้มันต้องหยุดมันต้องเลิกมันต้องเบื่อระอาแต่ยังไม่เคยยังไม่เคยเบื่อเราจะไม่เคยเบื่อแล้วบางทีมันจะเกินเวลาจะอะไรต่ออะไรอยู่เสมอแม้แต่ญาติกับโยมอะไรไปทุกทีไม่ๆไม่ได้เบื่อไม่ได้รักยังไม่เคยมีจิตก็เบื่อแล้วพอใจเต็มใจนอกจากบางทีเมื่อยๆก็ต้องจำหยุดหรือว่าบางทีเราก็ไปได้หรอกไปเมื่อทีเดียวแต่เห็นญาติโยมว่าพอแล้วใช้ไปอีกก็ญาติโยมจะเป็นแผงหน่ายและยังไม่เข้าท่าเพราะหยุดเพราะแม่ญาติโยมผู้รับผิดชอบไม่ไหวไม่ใช่เพราะตัวเองเหมือนยังไม่เบื่อแต่ยังไม่ราคานี้เป็นต้นเอาเป็นว่าเราจะปรุงเราจะทำอะไรต่างๆที่เรารู้อยู่ว่านี่เราอานนท์ รถเราต้องทำยังไงเขาคนไม่ไม่ชอบใจคนที่ถือสาเอารูปเอานามกันสุดท้ายของเขาแล้วเขาก็อ่านแต่แค่รูปก็อ่านผิดไม่ถึงเขาถือสาก็บอกว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆเลยแล้วก็ยังเขาก็เดาคาดคนนี้เอาแล้วก็ถือสาเกิดไม่ชอบใจมีได้เหมือนกันเพราะพวกเรานี่ชั้นอย่างนี้แล้วก็ต้องขอบอกขออธิบายขอยืนยันให้ฟังว่าอย่าไปเพ่งสักแต่ว่าตาสักแต่ว่าสัมผัสนอกเรารับสัมผัสแล้วเราจะไปถือดาวต้นดาวถึงจุดเลยทีเดียวไม่ได้แต่บางคนที่ผิดก็ยังมีอย่างนั้นจริงๆออกมาตรงกับตามข้างนอกเหตุของเขาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเลยนะ เขาโกรธหรือว่าเขาผสมเขามีรสชาติมีอะไรออกมาอย่างนั้นตรงกับข้างนอกเขาก็มีจริงคนที่มีจริงแต่ทีนี้จิตเหนือชั้นแล้วนี่เป็นจิตที่สะอาดกว่านั้นควบคุมด้วยแต่จะทำให้เป็นอย่างนี้ออกมาดวงได้ทำได้เศรษฐกิจไม่มีสิ่งที่กินบ้างเพราะตำรวจที่บอกว่าเนี่ยที่เข้ามาใช้ภาษาฝรั่งลูกขัดข้างในอันนั้นเป็นจริงมีสิ่งใดไม่ใช่ไม่ใช่ของพวกปากเปล่าแก้ไขแก้ไขแก้ไขไม่ใช่ภาษาแขกป่วยแต่เป็นจริงพวกคุณทำไปเรื่อยๆคุณจะรู้บางครั้งบางคราวควรจะเข้าใจ แค่นี้เองเราก็ต้องทำอย่างนี้คุณจะรู้เองคุณจะเข้าใจเองในโอกาสข้างหน้าสูงๆขึ้นมาหรือบางคนก็คงจะมีแล้วแล้วเขาก็ได้พบแล้วได้สัมผัสแล้วแต่รู้แล้วว่าอ๋อใช่เราเป็นอย่างนี้แล้วก็ต้องทำอย่างนี้ให้แก่เขาทำไมอย่างนี้แล้วมันไม่ได้มันเป็นมันมีจริงอันนี้บอกถึงอันหนึ่งจุดสำคัญเพื่อว่าบางคนที่ยังเข้าใจผิดในอันนี้มีอยู่แล้วก็เลยเพ่งโทษถือสาโอเคก็ถือสาจึงไม่ได้ประโยชน์ไม่ได้ประโยชน์เพราะว่าเช่นเอาอาตมาเองก็ได้หรือเปล่าผมก็ได้บางทีบางคนเนี่ยบางองค์ท่านเข้าใจอย่างที่ไม่ได้เข้าใจอย่างที่อธิบายไปแล้วเมื่อกี้นี้เข้าใจสื่อสาร จากที่ว่าตรงเลยไปกับเพลงอ่านออกจากข้างนอกแล้วก็นึกว่าเป็นจิตเป็นอย่างนั้นและจิตใจก็เลยศรัทธาตกเกิดมานะ YouTube ดูแคลนทั้งๆที่หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าว่าถึงแม้เราเข้าใจยังไม่ได้ก็ให้อธิการคณะสมถะให้ทำความสงบระงับตัดสินไปเสียโดยวิธีการใช้สติวินัยบ้างหรือว่าอันอื่นก็แล้วแต่สำหรับอธิการคณะกรรมการที่ทำบัญชีหมู่ตกลงกันแล้วหมู่บ้านวิเคราะห์กันแล้วก็ไม่เอาเราเองยึดของเราแม้แต่บอกว่าถ้าไม่เช่นนั้นก็ยกไว้ก็แล้วกันเมื่อฟังหมู่หรือว่ารู้แล้วสวดกันแล้วหรือมีความเข้าใจกันแล้วพอแล้วเพราะ ว่าท่านคงมีสติมีนัยยะอันลึกซึ้งที่ท่านย่อมรู้ของท่านว่าท่านทำอะไรก็ยกเอาไว้สำหรับพระอริยะพระอรหันต์ผู้ซึ่งมีโลกุตระมีจิตเนื้อจิตจิตของท่านเป็นอย่างบริสุทธิ์ได้และจิตของท่านจะมาทำอะไรอีกอันหนึ่งถ้าจะปรุงจะแปลงจะทำอะไรเป็นกุศโลบายเป็นอะไรต่ออะไรอีกเรายกไว้ให้แก่ท่านเป็นสติวินัยยกไว้ให้เสียถ้าเราก็ไม่เข้าใจอธิบายนี้ไม่เข้าใจการปลดให้สงบให้เลิกคิดที่มันเกิดอาทิตย์ก่อนอธิการคณะซึ่งมีความหมายว่ามันยังเกิดการขัดแย้งและพิจารณานึกออกความหมายนะที่จริงความหมาย วิจิตรผู้นั้นมันเกิดการขัดแย้งเกิดการที่ยังไม่มันทะเลาะเบาะแว้งจะพูดหยาบๆไปอีกมันเกิดการทะเลาะเบาะแว้งมันเกิดการขัดแย้งกันอยู่แต่เราก็พยายามวางสิเป็นสมถะอธิการคณะกรรมการก็คือทำความสงบให้แก่การขัดแย้งและลงไปได้เราก็ต้องทำเราต้องเข้าใจอธิบาย สมถะได้สงบได้วางใจได้แล้วไปได้ปลงได้สบายหรือสุดท้ายเราก็ยังข้องยังมีคนคอยอยู่ก็คนนั้นคนนี้ไปเห็นตามพวกนี้อยู่อีกคนนึงเห็นตามพวกหนึ่งอยู่ก็ลองดูซิส่วนใหญ่แล้วจะเป็นยังไงตัดสินไม่ได้ก็ใช้วิธีโหวตเป็นเยาวชนยกมือก็เห็นด้วยก็อย่างนี้ถูกและดีแล้วฝั่งนี้จะยกมือมีจำนวนมากฝั่งที่ผมเอาใครไม่เห็นด้วยก็มีจำนวนจำนวนหนึ่งแต่น้อยหมดเสียงกันเห็นไหมทางนู้นเขายังเห็นอยู่ก็มีคนเห็นอย่างคุณบ้างเหมือนกันแหละแต่น้อยเพราะฉะนั้นมันน้อยก็ต้องถือว่าแพ้อันมากอันมากก็ถือว่าชนะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน