210401-197 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน197-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 1 เมษายนพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัตรกันต่อที่กำลังถึงนี้ที่กำลังเล่าถึงนี้หรือว่าพุทธประวัติที่กำลังเรียนกันเป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านกล่าวโยงใยไปถึงเรื่องเก่าเรื่องก่อนซึ่งยกขึ้นเป็นปลุกเวลา ฐานสำหรับผู้จะรับด้วยปัญญาแค่บุคลิกฐานเพื่อจะรับแค่ปัญญาบุคลิกฐานเพื่อรับไว้ตามที่ผู้นั้นมีปัญญาจริงๆมีอัตรามีตัวตนมีเหลือมีอะไรก็เป็นชั้นตอนส่วนผู้ใดที่รับได้เป็นธรรมที่ฐานทรงเป็นธรรมาธิการที่เราสามารถจะทำความเข้าใจสามารถที่จะแทงออกซึ่งจะรู้โดยบุคลากรที่ฐานรวดโดยอะไรก็ตามแต่ละ 20 บาทมาแล้วมันไม่มีตัวตนหรือถึงสิ่งที่มีตัวตนใดๆอย่าว่าแต่ถึงของหยาบแม้แต่ของละเอียดท่านคิดท่านวิญญาณมันก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไร แต่มันก็เป็นตัวเป็นต้นสำหรับความยึดถือยึดจริงถือจริงมีจริงเหมือนอย่างเรามีรถอย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่าเราเกิดรถจริงๆนะรถอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วเราก็เป็นสุขมันไม่มีเลยที่จริงมันไม่มีมันเป็นหลงกับโลกและเราก็มายึดตัวยึดจิตของเราเองความเชื่อของเราเองความเป็นของเราเองเราเป็นบ้าเราเองแท้ๆไม่ใช่คนอื่นมาเป็นบ้ากะเราเมื่อเราเป็นบ้าเอาเองคิดเอาเองเป็นเอาเองยึดเอาเองมีตัวมีตนนั้นเรียกว่าอัตตาภาษาบาลีเรียกว่าอัตตามันเป็นตัวตนนั้นมียังไงมันก็มีเมื่อไหร่มันก็มีเหมือนคนที่บอกว่าอร่อยกินอะไรก็อร่อยทุกทีมีทำไมมันไม่มีเขามีอร่อยนั้นจริงๆ แล้วก็ยังอาตมานี่บอกว่าอาตมาอร่อยเคยอร่อยพริกมันอร่อยจริงๆตอนที่มันมีเป็นมายาเราก็ไม่ไปไหนเราก็เป็นคนอย่างนี้เดี๋ยวนี้ยังจำได้อยู่ของเก่าก็ยังจำได้ว่าอะไรตอนนั้นเราเป็นความอร่อยมันมีจริงแล้วมันก็ต้องแสวงหาอยู่ได้รับสัมผัสเดี๋ยวนั้นได้รับรถนั้นมันก็อร่อยมันเป็นจริงๆมันมีชีวิตชีวามันมีตัวตน
อ่านต่อ
มีชีวิตชีวาหรือว่าอยู่จริงๆมันไม่มีตัวตนหรอกจริงๆแต่มันมีชีวิตแล้วเราก็จะต้องเกิดอยู่อย่างนั้นแหละจิตเราก็จะต้องเกิดมันมากก็ต้องแสวงหามันเมื่อมันมีชีวิตชีวาที่เป็นตัวเป็นตนมากมันก็ออกแสวงหาต้องการ ไม่ตายมันไม่ตายนะเพราะมันหมดมันตายมันก็ตายเดี๋ยวนี้เราก็เห็นมันตายมันตายอยู่ตายสนิทเราจะสัมผัสหน้าสัมผัสองค์ประกอบสำคัญเป็นรูปเป็นนามที่เกี่ยวข้องจริงๆมันก็ไม่มีรูปนามอย่างลงมันไม่มีรูปนามเลือกตั้งขึ้นมันไม่มีตัวชีวิตชีวาหรือตัวตนอัตตานั้นเกิดมันเป็นอนัตตาแท้มีแม้แต่ถึงขนาดนี้เราจะมาเป็นตัวตนบุคคลเราเขาเป็นร่างเป็นกลายเป็นอะไรอย่างนี้รู้แล้วแต่ความหลงผิดที่เข้าใจไม่ได้หมดแล้วเรียนเล่าประกอบกันขึ้นสร้างก่อการนี้เห็นมีปัจจัยส่วนนั้นส่วนนี้เรามีอะไรมากอะไร ก็เป็นจริตหรือเป็นตัวตนของผู้นั้นผู้นั้นขึ้นมาจริงๆทีนี้เมื่อสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้มันจึงเป็นมายาเมื่อมันมีเป็นมายาเราจึงจะต้องมาแทงมายาเหล่านี้ให้ทะลุสิ้นให้ได้เราอยู่กับโลกเราอยู่กับโลกมายาเป็นตัวไม่จริงบุคคลกับบุคคลไม่จริงแต่มันก็มีกรรมกิริยามีดุเดือดมีโรคโมโทรศัพท์มีรุนแรงมีอ่อนไปเบาไฟมันมีจริงๆบ้างเปล่าบังอรบางแรงบางเบามันมีจริงๆสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้จึงมีเป็นความไม่ดับสูญเป็นความที่ยังเหลืออยู่ แล้วก็เป็นไปตามวิบากตามสภาวะที่มันจะเป็นเราเองเรามาเรียนนี้เรารู้แล้วว่าเราจะมาทำให้มันสูญจะมาทำให้สิ้นสิ่งทั้งวิบากสิ่งทั้งความยึดถือจริงๆจิตของเราหมดเรื่องหมดราวเราสบายแม้ปัจจุบันก็พิสูจน์อยู่ว่าเราสบายแม้แต่ดีแม้แต่ชั่วเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นถึงแม้จะเป็นสิ่งดีเราก็รู้ว่าดีถ้าพอเป็นไปแล้วก็ทำไว้ให้แก่โลกแล้วก็ทำด้วยทำได้บางทีสิ่งดีบางอย่างเขาก็ยังทำไม่ได้เพราะอำนาจในสิ่งที่ขาดที่ขวางที่ต่อ ออมอยู่ในโลกนี้มันแรงเช่นเราทำงานอยู่ทุกวันนี้ยังอโศกทำงานสิ่งที่ดีที่เราควรจะทำไปได้วิ่งทั่วๆๆเลยแล้วทำไม่ได้ถูกดึงถูกทิ้งถูกถ่วงถูกคัดค้านทุกคันทุกคันทุกต่อต้านเดินไปไม่ได้ถ้าเผื่อว่าเราเองมีจิตรุนแรงมีจิตถือว่าดีนี่ถ้าไม่ดีมันคือคนเกิด 10 โทรมันควรเป็นไปมาห้ามทำไมเราก็แรงแรงมากทางนู้นก็ต่อแรงมากต้านแรงมากนักเขาก็ต่อสู้กันก็ฆ่าแกงกันก็ทำลายล้างก็ลงไปเฉยๆ เรากดทุกอย่างเจ็บปวดหนักหนาการที่จะให้สิ่งนี้มันเดินไปก็เดินไปไม่ได้โดยเฉพาะหันเข้ามาหาตัวอริยสัจเราทุกข์เรามาเรียนรู้อริยสัจเรามาเรียนรู้ตัวทุกข์ถ้าเราไม่รู้ความทุกข์เพราะความเป็นไปได้ยากที่เราเองแม้ว่าเราจะเห็นว่าเป็นสิ่งดีแต่เราประมาทไม่เป็นแล้วเราก็ไม่รู้จักตัววางเกินไปจนเกิดการลำบากที่ใจของเราเราเรียกว่าเราทุกข์เราเกิดการลำบากยุ่งยากวุ่นวายนั่นคือ ไม่รู้อริยสัจเราไม่รู้ตัวทุกอริยสัจและเราก็ไม่รู้เหตุมันเป็นกิเลสเป็นอุปกิเลสเป็นตั้งแต่ตัวรูปานังอธิษฐานตัวยึดเอาเป็นเอาตายยึดเอาเป็นเอาตายนอกจากยึดเอาเป็นเอาตายเป็นเชื้อไว้แล้วมันก็จะหาทางที่จะกระทำต่อไปแรงขึ้นแรงขึ้นถ้าเราเองเราไม่รู้จักวัตสันยึดตาไม่รู้จักประมาณแล้วก็จะปรุงแรงขึ้นแรงขึ้นแรงขึ้นเพราะมันแรงขึ้นแรงขึ้นจนกระทั่งการต่อต้านและระบบขัดขวางของโลกมันแรงมันก็จะเกิดการต่อสู้แบบโลกมีการรุนแรง เป็นกระหรี่ยุคก็ได้หรือว่าเป็นกลยุทธ์ก็เป็นสงครามสงครามมีรุนแรงอำมหิตโหดร้ายทั้งรูปทั้งนามข้าวแกงเอาชนะท่าทางกันอย่างตัวอย่างตนโดยนักธรรมะนั้นน่ะไม่สู้เขาโดยน่าสงสารแบบตัวแบบตนแบบร่างแบบกายแบบฆ่าแบบแกงและธรรมะไม่สู้ก็มาจากไหนจำหน่ายเพราะถ้าเกิดสงครามขึ้นเมื่อใดมันก็แพ้อย่างเดียวตายอย่างที่เขาจะฆ่านักธรรมะก็ต้องตายลงไปเฉยๆทื่อๆถ้าเกิดขึ้นถึงอย่างนั้นเมื่อไหร่มันไม่มีทางชนะหรอกและธรรมะไม่เอาชนะได้แบบนั้นและสามารถจะเอาชนะด้วยแบบเรียบตราไม่เป็น ตามแม่เขาจะฆ่าเราตายเราก็ตายสิสนุกทุกทางก็จะสิ้นสุดเร็วและก็ไม่รุนแรงเพราะว่านักธรรมรู้แล้วว่าการตายการเกิดเป็นเรื่องเดียวกันเป็นเรื่องเป็นไปอย่างนั้นน่ะหมุนเวียนเฉยๆถ้ายิ่งผู้ที่เป็นนักธรรมะชั้นสูงแล้วท่านก็ตายถ้าเราได้ทำสิ่งนี้แล้วไปถึงที่นี้เราเองเรารู้ว่าเราทำบกพร่องเธอเข้ามาฆ่าเราก็ฆ่าก็ตายอย่างพระโมคคัลลานะอย่างเงี้ยจะทำอะไรไปจนกระทั่งไปกระทบกระเทือนพวกอีกตอนก็คือพวกลูกน้องของพวกฝั่งที่เขาขัดแย้งกันเองแล้วก็ให้มาฆ่ากันฆ่ากันฆ่าก็ฆ่าถ้าบอกเอ๊ะทำไมมันฆ่าเราก็พยายามที่จะแก้ไขให้ ดีขึ้นที่อธิบายไปปลูกกะลาอธิษฐานว่าท่านก็ฟื้นตีจนท่านกระดูกแตกกระดูกยับหมดแล้วชุบตัวเองฟื้นขึ้นมาว่าเงินอธิบายไปปลูกอะไรอธิษฐานว่าอย่างนั้นฉันก็ขึ้นขึ้นมาตั้งหลายเที่ยวหลายทีแล้วก็พยายามค้นหาเหตุผลเอาชนะขาดอยู่ว่าจะไม่ยอมตายสุดท้ายท่านก็ต้องตายสุดท้ายท่านก็ต้องยอมยกเลิกการโดยการเสียสละตัวเองต้องตายก็ตายก็ตายก็จบกันแต่อย่างที่เป็นต้นยอมแม้กระทั่งมาเอาชีวิตเราก็ตายก็ตายก็เลิกก็เลิกเพื่อสิ่งนี้ไม่ต้อง อีกเกิดอีกมีอีกก็ต้องจบถ้าเข้าใจไปสมาธิฐานอันสูงแล้วตัวอย่างพระโมคคัลลานะถูกโจรฆ่าตายแล้วก็เป็นโจรคือศัตรูฝั่งตรงกันข้ามโดยตรงนั้นฆ่าตายถ้าเห็นเป็นธรรมชาติแล้วจะรู้จะเข้าใจลึกซึ้งมากกว่าแม้แต่ขั้นอัคคาสาวกท่านเบื้องซ้ายก็มีภูมิปัญญาแค่คันเบี่ยงซ้ายนั่นแหละสุดท้ายก็ตายซึ่งดูแล้วเป็นสาวกไม่ได้ฆ่าตายอัครสาวกก็สาวกพระพุทธเจ้าแท้ๆไม่น่าถูกฆ่าตายทำไมยิ่งใหญ่ขนาดนั้นยังไม่ต้องถูกโจรถูกฝ่ายตรงข้ามฆ่า [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] มันไปตรงกันข้ามกันกับอกุศลอกุศลก็จะปราบปรามกุศลลงเท่านั้นเองผีกับพระผีก็ฆ่าพระก็ต้องแพ้ก็ถึงเลยแพ้เป็นพระชนะเป็นผีหรือแพ้เป็นพระชนะเป็นมารมารเท่านั้นมาทำให้ดับไปก็ตายไปได้ลูกก็ตายแต่ด้วยนางของท่านนั้นท่านไม่มีปัญหาท่านตายก็ตายกันเป็นก็เป็นท่านตายไปโดยสมมุติเป็นโดยสมมติที่สุดถ้าทันถึงที่สุดแล้วมันก็เป็นความตายความเป็นเท่านั้นเองไม่มีอะไรความจริงมันไม่มีอะไรตายไม่มีอะไรเป็นมันเป็นสิ่งที่รู้รู้เกิดรู้ตาย รูปภาพวิญญาณที่รู้แล้วมันก็สร้างประกอบมาเอาเป็นเอาตายเอาชนะคัดค้านโลกพัฒนาตนเอาเปรียบเอารัฐเข้ามาทำความฉลาดอะไรมาเรื่อยไปจนกระทั่งมีธรรมะมาเรื่อยเรื่อยๆมีบารมีจนกระทั่งได้เป็นพระอรหันต์โดยเป็นพระอรหันต์และก็รู้มันก็ไม่เห็นมีอะไรโลกแล้วก็ไปแย่งโลกเราจะพยายามช่วยโลกด้วยซ้ำไปแล้วก็มีผู้มาต่อต้านผู้มาทำให้ตายลงไปจนกระทั่งสุดท้ายอย่างนั้นก็ตายเพราะการตายจบของพระโมคคัลลานะก็เป็นความพอดีของท่านถ้าดูอย่างโลกโลกชาวโลกโลกดูอย่างมีทิฐิมานะแล้วจะเห็นว่าพ่ายแพ้และมีความแพ้ความชนะจะเห็นว่าพระโมคคัลลา แพ้แพ้ศัตรูศัตรูฆ่าตายได้จะเห็นเป็นความแค้นเพราะโดยรูปร่างโดยบัญญัติมันก็มีอย่างนั้นแหละมีการแพ้แต่ถ้าเผื่อว่าผู้ใดเห็นสิ่งนี้เป็นธรรมาธิการชัดลงไปอีกเพราะเห็นว่าเค้าก็แพ้ก็แพ้จิตเราก็คือตัวเขาบอกลาก็ได้ที่ดินเขาบอกกะลาสายเปย์โตคือตัวจริงไม่ใช่สายปัญญาแต่จิตปัญญาที่มันไม่มีปัญญาเอาชนะให้เด็กงามที่สุดถึงแม้กระทั่งทำรูปลงตัว มันไม่ลงตัวเลยมันก็ต้องจอไม่เห็นรูปแท้ๆรูปที่โลกเขาเห็นว่าไม่ชนะเขาหรอกก็ต้องให้เป็นเพราะมันไม่มีปัญญามากกว่านั้นมันต้องเห็นรูปนั้นอยู่ได้ทีนี้นามธรรมในจิตของเราเนี่ยแม้เราจะทำในโลกนี้เราจะอยู่กับเขาในโลกนี้เราจะทำให้งานจนชนะทั้งลูกทั้งนามธรรมไม่ได้รูปมันจะแพ้ก็แพ้แต่เจ็บของเราผู้ชนะได้เป็นยังไงจิตของเราไม่มีทุกข์แพ้ก็ไม่ถือสาธุก็ไม่ถือให้ชนะก็ไม่ถือสาเราก็ปล่อยได้วางได้เลิกวางไม่มีอะไรหรอกที่จริงไม่มีแพ้มีชนะมันจึงหมดโปรไปรังสิต บทยึดถือปลดปล่อยไปทีเดียววางโล่งสบายคนที่ว่างโล่งสบายจริงๆแล้วนั้นหมดยึดถือแล้วจริงๆนั้นที่เป็นที่สุดถึงที่สุดในที่สุดถึงที่สุดเป็นอนัตตาพ้นทุกข์หมดทุกข์หมดเชื้อของจิตเราผู้ใดทำให้หมดเชื้อของจิตโดยเป็นธรรมอธิษฐานถึงธรรมในธรรมได้อย่างนี้ก็เป็นเรื่องจบมันจะอธิบายนี้ตั้งแต่เอาตัวบุคลากรที่ศาลเอาตัวบุคคลเอาตัวหมดเวลาเอาตัวพระอัครสาวก เป็นประวัติมีตัวตนจริงแท้จริงเราก็เป็นแต่เพียงของสำรองของแทนเท่านั้นเองพระโมคคัลลาไม่มีจริงก็ได้ถ้าเราถึงทำสมาธิฐานถึงธรรมะในธรรมะเดี๋ยวนี้เราก็เป็นได้เดี๋ยวนี้มันก็จบเดี๋ยวนี้ทุกอย่างก็เป็นสิ่งแทนกันหมดอาตมาจะพยายามที่จะอธิบายทุกอย่างเข้ามาหาอนัตตาโดยนัยยะโดยปัญญาโดยการโดยลีลาโดยการอธิบายโวหารคารมอะไรก็ตามแต่ชักจูงมาให้พวกคุณเข้ามาหาอนัตตาคุณก็เข้าใจมาเรื่อยเปลี่ยนสิ่งยึดสิ่งถือเปลี่ยนรูปานังกฐินวิชายึดต่างๆละลายอัตรามาได้เรื่อยๆอย่างจริงแท้แต่ ก็คืออธิบายกันมาต้องอธิบายเป็นตัวตนเป็นอัตรากันมามากถึงยุคนี้กาลนี้เป็นคนที่ได้ใช้ปัญญามามากอธิบายเชิงลึกอธิบายโดยใช้ปัญญาให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นถามว่าเจโตก็จะได้แค่นั้นเขาก็ได้แค่นั้นไปอย่างที่พระสารีบุตรโมคคัลลาก็เป็นตัวอย่างของมันแต่ตัวก็ได้อย่างนั้นแค่นั้นสารีบุตรก็ได้อย่างนั้นแค่นั้นเพราะขณะนี้ยุคนี้ปางนี้สมัยนี้มาแล้วพยายามชักจูงคุณมาแล้วก็พยายามที่จะทำให้คุณปล่อยเกิดอนัตตาทำละลายอัตรามีความรู้ความเห็นในการยึดถือแม้กระทั่งบุคคลตัวตนเราเขากะลาที่ฐานพยายามละลายให้ออกเป็นสมาชิกฐาน คนเห็นได้เข้าใจได้เริ่มปล่อยได้เป็นกรรมวิธีที่อาตมาช่วยคุณเข้ามาได้นี่เป็นความสามารถของอาตมาหรือเป็นนโยบายอาตมาเป็นกรรมวิธีของอาตมาอาตมาได้ทำแล้วจนกระทั่งมีบางคนเห็นว่าอาตมาทำพิษจากเก่าๆเขาทำมาใช่อาตมาทำผิดจากต่อก็ทำมาจนยึดถือจะให้อาตมาไปทำตามเดิมๆอาตมาก็ขอบอกว่าอันนั้นยกให้อาตมาเถอะเพราะเป็นนโยบายของอาตมาถ้าคุณยึดคุณก็ทุกข์ของคุณถ้าคุณถือคุณก็ทุกข์ของคุณถ้าจะพูดกันอย่างปรมัตถ์สุดแล้วมันก็สมมุติทั้งนั้นแล้วมันก็บางคนยึดมาก ท่ายึดมากแล้วเมื่อมานี้คุณก็มาด้วยนโยบายของอาตมาก็ทำมาแล้วคุณก็มายึดอันนี้อีกคุณจะเกิดผลอะไรไปถึงที่สุดคุณจะพ้นทุกข์ได้อย่างไรคุณก็ติดก็ขาดเท่านั้นเองในเมื่อคุณมาที่นี่แล้วอาตมาเองอาตมาทำอะไรพยายามทำงานอยู่อย่างนี้เนี่ยอาตมาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำด้วยความเจตนาร้ายต่อใครๆไม่มีไม่มีแม้แต่พวกเราที่มาอยู่ที่นี่นั่นน่ะคุณก็คงเข้าใจแล้วรู้แล้วไม่มีเจตนาร้ายที่จะทำให้ผู้ใดเกิดอกุศลขึ้นมาเนี่ย ไม่มีนอกจากพวกเราที่นี่อาตมาทำเพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดอกุศลแม้แต่อกุศลจิตหรืออกุศลกรรมออกมาเป็นหยาบๆข้างนอกก็ตามอย่าว่าแต่ที่นี่แม้ผู้อื่นที่ข้างนอกที่อาตมาทำงานไปสู่ข้างนอกเขาจนบางคนก็บอกว่าอาตมาไปทำร้ายเขาทำไมอาตมาไปว่าเขาทำไมไปด่าไปพอเขาทำไมอะไรอย่างนี้เขาจะว่าอยากมาถึงอย่างนั้นก็ตามอาตมาก็ไม่ไม่เจตนาจะให้มีผลอะไรเกิดขึ้นไม่อยากกุศลโรคจิตอะไรใดๆขึ้นแต่มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นในโลกเพราะว่าปฏิเสธธรรมะคดีโลกคดีธรรมก็เป็นอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไหนพระกับผีก็ ผีก็พยายามเอาชนะพระพระก็พยายามจะเอาชนะผีนี่เป็นความพยายามที่เรารู้กันเป็นสัมมาวายามะเป็นความพยายามเป็นสัมมาวายามะแท้ๆที่มีสัมมาสติสัมมาอันที่เป็นสัมมาตั้งแต่สมาชิกถือเป็นความเห็นที่บังเอิญนี่มันควรจะได้ทำงานจะทำการล้างหรือเปล่าหรือว่าก็ทำให้หายไปไม่ให้มีเท่าที่เราจะสามารถใช้นโยบายใช้การคำนวนวัดประมาณว่าจะทำได้แค่ไรให้เราเองจะอยู่ด้วยทุกข์หรืออยู่ด้วยได้ไม่ทุกข์เป็นคดีเราจะทำงานนี้ก้าวหน้าเจริญไปได้ด้วยดีที่สุดเร็วที่สุดปริมาณมาก คุณภาพพอเพียงที่สุดตามภูมิของแต่ละบุคคลอาตมาก็ทำตามภูมิทรงอาตมามันก็ต้องต่อสู้มันก็จะต้องมีการมีความพยายามที่จะกระทำอยู่อย่างนี้ตลอดมาทั้งข้างนอกและแม้กระทั่งพวกเราเองอาตมาก็ไม่เจตนามองได้โดยบริสุทธิ์ใจบอกว่าพระธรรมพระสงฆ์จะพูดภาษาลูกๆแล้วก็ก็พยายามช่วยเหลือเกื้อกูลอุ้มชูแต่เลี้ยงเลี้ยงกันมาครบกำหนดการมีใครหกล้มหกล้มมีใครเป็นแผลมีใครที่ยังบกพร่องมีใครที่ยังอะไรเจ็บปวดหรือทำเมนูนี้อยู่ที่ตัวเอง ยามที่พยายามบอกพยายามแก้ใช้พยายามที่จะปรับปรุงไอ้เรื่องแค่เลี้ยงในข้าวด้วยนะมันเรื่องของชาวโลกเลี้ยงกันไม่ยากไม่เย็นอะไรแต่ที่เราเลี้ยงกันโดยการที่จะบูรณะจิตทำจิตให้ดีขึ้นรักษาจิตหรือว่าเลี้ยงจิตให้โตทำจิตที่ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นอภิสิทธิ์เลี้ยงจิตให้ยิ่งใหญ่เรื่องจิตให้มาเป็นพระอริยะให้ฉลาดคนอยู่เหนือโลกสมัยอย่างแท้จริงมันเป็นการเลี้ยงที่ยากแสนยากลำบากแสนลำบากไม่ใช่ของง่ายเป็นงานยากแม้แต่จะเลี้ยงตัวเองทำจิตตัวเองบูรณะกิจตัวเองให้เป็นอริยะ สรุปฟุตบอลโลกออกมาตัวเราเองแท้ๆคนเดียวเนี่ยก็แสนยากนักหนาแล้วแล้วยังจะมารักษามันเลี้ยงฟูฟักคนอื่นช่วยติดคนอื่นช่วยจะร่ำมีนโยบายเล็กนโยบายใหญ่อะไรก็ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างงู้นอย่างงี้ท่าทีนั้นท่าทีนี้ตะล่อมตรงนั้นตกตรงนี้ปรับตรงนี้ดักตรงนี้ขัดตรงนี้เราตรงนี้ทำอยู่ทุกเหลี่ยมอธิบายบ้าง อยากท้องแล้วมั้งจะทุบเอามั่งจะย้อนแย้งเอาด้วยอำนาจมานะก็ดีก็ไม่ได้ถือสาอะไรแต่ก็พยายามที่จะช่วยที่สุดจนมันหมดเรื่องมันหมดแรงมันไม่มีทิศก็ต้องยอมตัวเองต้องยอมที่สุดตัวเองก็จะยอมเป็นทั้งหมดกะลาไปอีกคือต้องแพ้อาตมายอมแพ้มาจนกระทั่งออกเพลงออกมาทางปากบางคนก็จะได้ยินบางคนก็จะเคยเห็นว่าพวกเราเนี่ยอาตมาต้องบอกว่าอาตมาแพ้อาตมายอมแพ้อาตมาสู้ไม่ได้อาตมาก็ทำไม่ไหวแล้วอาตมาก็เด็ดขาดมาแล้วและคนพวกเราก็จะได้ยินอาตมายอมแพ้เป็นพระโมคคัลลาไปชัดๆมีรูปมีเสียงออกมาว่าแพ้แล้วเดินตามเราอยู่ ที่ว่าชนะในสุรยุทธโดยนามธรรมโดยธรรมะชั้นสุดไม่ใช่บุคคลไม่ใช่เสียงไม่ใช่รูปไม่ใช่กายกรรมไม่ใช่วจีกรรมเราอยู่แล้วอาตมาก็หยุดอาตมาก็ขอพักอาตมาก็ไม่เอาแล้วเลิกดูๆๆแพ้ภาษาอาตมาก็บอกตัวแทนของอาตมายอมแพ้สู้ไม่ได้ไม่ไหวอาตมาหมดปัญญามันหมดปัญญาจริงๆมันหมดสาลีบุตรมันต้องเป็นตัวโมคคัลลาตัวเดียวจิตดับลงเสียปล่อยเสียหยุดก็อาตมาก็ได้แพ้อาตมาก็เลยทำมาแล้วมีตัวมีตนมีสิ่งมีอะไรยึดและมีสิ่งมีชีวิตเป็นตัวอย่างแล้ว เพราะว่ามันสุดทางมันไม่มันต้องรู้ตัวว่าเราไม่เก่งแล้วเราไม่ไปแล้วทำแล้วไม่ได้เราจะไม่ได้แล้วก็คลานทำให้อันอื่นบกพร่องลงไปอีกเพราะสิ่งที่จะดีมันไม่ดีขึ้นอีกเราก็ต้องรู้ที่จบอย่างนี้เป็นต้นหน้าอาตมาก็ได้มีอยู่ทุกภาวะที่พูดนี่ไม่มีตัวที่อธิบายเนี่ยมีรูปประธรรมมีตัวตนมีบุคลากรที่ฐานแต่ว่าเมื่ออธิบายไปแล้วก็เลาะเข้าไปจะหาธรรมาที่ฐานจนไม่มีตัวตนไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขาที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าเป็นไปว่าคนนั้นไปว่าคนนี้ถ้าใครเข้าใจได้ก็จะรู้ว่าพูดไล่เข้าไปจนถึงธรรมะในธรรมะเป็นตัวกุศลอกุศลเป็นตัวที่สุดถึงการ ปล่อยสุดวางสุดดับสุดเลิกจบกับตัวที่แพ้อย่างชัดเจนอธิบายมาแล้วผู้ใดที่ทำให้อาตมาต้องแพ้อาตมาก็จะต้องแพ้เป็นที่สุดอาตมาก็จบแล้วอาตมาก็ไม่ทุกข์อาตมาจบก็อาตมาก็ไม่ดันทุรังต่ออาตมามีความพยายามอยู่เท่าที่อาตมาจะพยายามมีสัมมาวายามะอยู่เขาจะอาตมาจะทำไม่มีเจตนาแดกดันจิตใจถ้าจะบอกว่ามีเมตตามีเมตตาที่ทำอยู่ทุกวันนี้ด้วยเมตตาถ้าจะเรียกโดยโรคตัวอย่างถ้าจะถามว่ากรุณาก็กรุณาเป็นจิตอาตมาบอกแล้วว่าอาตมาประกาศเป็นโพธิสัตว์โพธิสัตว์ก็ทำงานอย่างนี้เป็นจิตมีความพยายามมีความคิดอ่านมีความริเริ่มมี วิธีมีนโยบายเป็นจอมนโยบายในทางธรรมเป็นจอมนโยบายเป็นจอมบริหารเป็นจอมสร้างจอมก่อภูมิของธรรมะคำพูดธรรมะธรรมเท่าที่อาตมาเองจะมีกำลังพอสู้ได้ไม่ว่าทางนอกไม่ว่าโลกทั้งนอกหรือโลกทั้งในอาตมาต่อสู้กับทั้งวงการนอกๆทุกคนในวงการของศาสนาอาตมาก็ต้องต่อสู้อยู่ด้วยทั้งในนี้ก็ต่อสู้เองในชีวิตสำหรับตัวอาตมาเองอาตมาไม่มีไม่มีภาระไม่มีความยุ่งยากอะไรสำหรับยิ่งอาตมาไม่ยุ่งแล้วอาตมาไม่ทุกข์ก็อาตมาโลดแล่นโดดเดี่ยวไปเมื่อไหร่อาตมาก็สบายสบายจริงๆ แล้วจริงๆไม่มีอะไรเหลือหรอกตัวเองไม่มีไม่มีปัญหาเลยจริงๆอาตมาก็เคยอยู่คนเดียวมาแล้วด้วยอาตมาจะกลับไปอยู่คนเดียวอีกแสนสบายอีกอย่างเก่าไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่ยุ่งยากไม่มีใครมาช่วยอาตมาหรอกที่ออกอาตมาออกมาอยู่คนเดียวอาตมาไม่เคยมีอาจารย์ไม่เคยมีครูไม่เคยมีพรรคพวกอาตมาทำมันโดดเดี่ยวโดดเดี่ยวแล้วอาตมาก็สบายมาแล้วอาตมาออกมาทำงานอาตมาแม้แต่อาตมาสบายคนเดียวอาตมาก็จะทำงานง่ายๆตั้งใจแต่ตอนแรกที่สุดจริงๆเลยคิดว่าจะเขียนหนังสือออกไปมีอะไรคิดถึงตอนนั้นมันมีเงินเพราะว่าเราเป็นฆราวาสจนถึงฆราวาสมันก็ยังมีเชื้อของเงินมันยังมีเชื้อไอ้สมบัติอยู่บ้านก็ทำแล้วก็พิมพ์หนังสือออกมาแจกแจกแจกแจกแจกแจกแจกไปหมดก็หมดกันแล้วอาตมาไม่ งานแล้วมันจะไม่มีเงินมาทำอะไรถ้าไม่มีใครก็ไปยุ่งเกี่ยวมันก็หมดมันก็บอดี้มันก็บ่รับบ่รับมันก็ไม่มีงานการอะไรมันก็หมดไปมันก็ทำก็จบอยู่แต่ตัวมันเองแล้วทำไมมีความคิดตอนแรกๆก็แค่เรามีแรงจะทำหนังสือให้คนเขารู้ไปเท่านี้ไม่เคยมีนโยบายจะต้องไปพูดไปบรรยายใดๆทั้งๆที่ทำงานพูดเหมือนเดิมที่โฆษกไม่เคยคิดจะไปบรรยายธรรมะไม่เคยคิดมีแต่เขียนเรามีความรู้ทางเขียนและเขียนแล้วก็ส่งแต่ออกไปมันหน้าตาคนที่รับไปเป็นใครไม่รู้เรื่องกระจายออกไปได้เท่าไหร่แต่บางทีเอาเป็นคนที่กองกองให้เขาใครขอก็ให้เขาขอทีละพันเล่มก็ยังให้เขาไม่ๆๆไม่ได้มีคลิปอะไรตอนแรกมีแต่ทำงานจริงๆ สบายอยู่ไปเป็นเดือนเป็นปีไม่ถึงปีด้วยซ้ำไปไม่ถึงปีถึงเจออะไรหรอกปฏิบัติมาแล้วก็มาอยู่อยู่หลายเดือนแต่หลายเดือนจนกระทั่งคนพยายามยื่นมือเข้าไปดึงออกมาพูดก็น้อยๆแต่ตอนแรกๆจะมีมากอะไรก็สบายสบายอยู่อีกก็สบายอีกไม่มีใครไปยุ่งเป็นคนแสนสบายคือไม่ยากอะไรเลยสบายจริงๆไม่ต้องยกจิตอะไรไม่ต้องไปทำการคิดไม่ต้องริเริ่มอะไรไม่ต้องพยายามอะไรมากมายแต่ว่าเมื่ออาตมาต้องมาทำอย่างนี้อาตมาก็มารู้ตอนหลังว่าจะมาจะต้องมาทำอย่างนี้แม้รากฐานเดิมมันจะบอกว่าตัวเองประกาศผล สตางค์มันก็เป็นการประกาศตอนที่ยังไม่มีไหวพริบแต่ตัวเจโตมันเป็นเองมันประกาศโพธิสัตว์ไปเจโตมันไม่มีไหวพริบมันไม่มีปัญญาที่ทำอยู่นั่นก็เป็นแต่เพียงเชื่อสื่อจะเรียกว่านอนก็เป็นการสลัดหน่อไปเท่านั้นเองแล้วมันก็ไปเชื่อมโยงเอาอะไรต่ออะไรมาจนกระทั่งต้องมาพบทวนต้องมาดูมารู้ไม่เห็นเลยมันมีรากเหง้ามันมีเชื้อแถวมันมีอะไรต่ออะไรมันเป็นโพธิสัตว์มาอย่างไรมันมีอะไรแค่ไหนอาตมาอธิบายเป็นภาษาคนถูกคุณฟังไม่ได้เราทุกวันนี้พยายามให้เป็นธรรมชาติอยู่นี้เป็น บุคลิกฐานขนาดของพระพุทธเจ้าในอาตมากำลังละลายมาเป็นกรรมาธิการละอองของอาตมาประสมกับอีกนะเน่าเลยเยอะเลอะเลอะเทอะส่วนใหญ่ไม่ได้เรื่องเพราะถึงแม้จะเป็นบุตรกะลาอธิษฐานขนาดใดเราก็จะต้องมาทำความเข้าใจให้เป็นบุคลากรที่ 3 ได้แล้วมันก็เป็นอันเดียวที่สุดก็คือถึงธรรมในธรรมเราจะสติปัฏฐานไปถึงไหนก็ต่างก็แตกความประชุมที่เป็นกายนั้นออกมาถึงเวทนาไม่ถึง 10 รู้สึกรู้สึกเป็นตัวอริยสัจแล้วก็แตกตัวจริงที่มันจะเกาะกลุ่มที่เรียกว่าจิตให้ออกก็เป็นธรรมจิตเป็นสุขกะลาที่ฐาน 81 ออกไป อธิษฐานให้ถึงธรรมใดทำเป็นที่สุดแต่อารมณ์ของจิตไปเป็นธรรมารมณ์แล้วก็พยายามอธิบายหรือแยกแยะธรรมารมณ์ออกไปเป็นธรรมะเป็นชั้นเชิงของมันเท่านั้นเองเป็นบัญญัติสมมุติในโลกมีชั้นเชิงต่ำสูงดีชั่วถูกผิดมีกับไม่มีบัญญัติจะมีแต่ไม่มีหรือว่าโลกนี้มีก็ไม่มีเป็นชั้นเชิงแห่งความมีกับความไม่มีผู้ใดเข้าใจถึงความไม่มีแล้วก็ทำใจทำทุกอย่างให้เข้าใจผิดไม่มีได้ก็จบสิ่งใดมีมีแต่สมุดเท่านั้นแล้วเราก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรกับสมมติเราจะให้มีสมุดนี้ก็พยายามไปถ้าเห็นว่าควรมีเป็นกุศลเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่จะต้องให้คนอื่นก็พึ่งพาอาศัยได้ไม่มีไป ใครจะรับก็รับใครไม่รับก็รับเราพยายามให้มันได้หมดได้สมได้ประโยชน์สูงสุดก็พอแล้วเราก็รู้ขนาดว่าเราได้ทำได้แค่นี้พอแล้วมีผลกระท้อนมาเพราะว่าทำสิ่งที่เป็นไปในโลกก็ทำสิ่งที่ไม่มีทำมีไปไว้เพื่อที่จะล้างความไม่มีทำสิ่งมีชีวิตเพื่อจะต่อช่วยเขามีบันไดอย่างเข้ามาหาความไม่มีอย่างนั้นแหละเรื่อยไปไม่ใช่ว่าเราเองเราจะไปทำทางให้เป็นไปเพื่อความมั่นใจไม่แม้เราจะต่ออะไรให้เราต่อไปเพื่อให้เขาตอบมาหาความมักน้อยมาหาจุดปลายกรวยไม่ใช่ไปหาฝากด้วยแล้วก็ทำอยู่แถวนั้นอย่างนั้นถ้าทำแล้วเขาจะมาล้างเพื่อจะให้เราเลิกเราก็เลิกได้ จุดเริ่มอยู่แล้วเราอยู่จุดๆอยู่แล้วไปอยู่จุดสบายอยู่แล้วก็ได้เราทำได้แต่แรงเท่าไหร่ก็ทำไปใครก็มาต่อต้านลงมาอีกมากมายอยู่ไปเบอร์ลำบากทำไปเลยลำบากทำไปโดยยากแล้วก็แล้วก็หดนะแล้วก็ลดลงไหมถ้าทำไปได้โดยง่ายทำไปได้โดยไม่ลำบากแล้วก็เกิดผลเห็นอยู่เป็นกุศลเห็นอยู่แต่ทุกวันนี้เราทำงานทำอะไรไปมันก็ไปโดยไม่ยากไม่ลำบากอะไรจนเกินไปไม่ทุกข์ทรมานอะไรพวกเราจะปั่นจะสร้างจะทำอะไรต่ออะไรอยู่เนี่ยเพื่อที่จะเป็นผลให้เขาเหยียบยื่นเข้าไปให้ถึงฐานของเขาให้ได้ระดับนี้ถ้าเราจะอนุโลมมากไปกว่านี้มามากกว่านี้เราจะหนักเกินไปไหมหนักเกินไปแล้วก็ไม่เอาแล้วก็ขนาดนี้พอเหมาะพอสมแล้วก็ได้ผลมาอยู่ ไปสู่เชื่อมโยงไปเขาไม่มาโรงเรียนจนกระทั่งเป็นโรคจนกระทั่งเราเองไม่ไหวแก้ไม่ไหวมันพูดมากเราจะสางแล้วจะจัดระเบียบและจะทำให้เขาเกิดผลก็ไม่เกิดผลดีเราก็ยังไม่เอาเราเอาแค่ที่ไปเนี่ยกระจายไปได้ทำไปได้เหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนเราก็ทำได้ทนได้แค่นี้แล้วก็เอาแค่นี้ทนได้มากกว่านี้อีกก็เอาถ้ามันเป็นผลดีไม่ได้ทำเปล่าได้เช็คผลอยู่ว่าเราทำกรรมกิริยาหรือว่าทำการงานอยู่เนี่ยมันมีผลต่อไปพอมาเช็คดูก้าวหน้าเจริญขึ้นมีบทบาทขึ้นคนรักมากขึ้นทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆมันก็เห็นการพัฒนาแผนการก้าวหน้าเห็นวุฒิธรรมมีความเจริญด้วยไปอยู่ก็ แล้วก็ไม่มีอะไรมาลบล้างสิ่งที่เราทำได้แล้วลงไปไม่มีอะไรมากินตัวให้เราเสื่อมลงตามลงแล้วก็ทำไปเรื่อยๆเท่าที่จะเป็นไปเพื่อการเกิดการเดินทางด้วยการกระทำก็กระทำอยู่กันอยู่อย่างนี้อย่างนี้แล้วสิ่งใดที่มาที่นี่แล้วก็ต้องทำความเข้าใจให้ชัดแจ้งอาตมาพูดกับพวกคุณเนี่ยจะบอกว่าคุยโม้ก็ได้โม้ออกไปตั้งเยอะแต่ความจริงคำว่าโม้คำนี้เป็นแต่เพียงบัญญัติพูดให้พวกคุณน่ะถ้าพวกคุณเองมีจิตคิดว่าอาตมามองคุณจะได้หนำใจถ้าเผื่อว่าคุณเองคุณไม่ได้คิดว่าจะ มันก็ไม่ใช่ความโม้หรอกมันเป็นความจริงมันอาจจะคุยตัวคุยเด่นคุยดังหน้าหมั่นไส้โม้โอ้อวดที่จริงไม่ได้โอไม่ได้อวดอาตมาพูดด้วยใจซื่อพูดแต่ใจจริงพูดด้วยความยกอันนี้ว่าใหญ่แต่อาตมาก็พยายามใช้ภาษาที่พูดกันไปอย่างนั้นก็พูดว่าอาตมาจะโม้อาตมาจะยกตัวยกตนอะไรก็พูดเพื่อให้คุณเห็นว่าอาตมามีสติอาตมาย่อมรู้ว่าอันนี้คุยใหญ่คุยโตมีแต่คนกำลังจะคุยเนี่ยกำลังจะพูดเนี่ยอาตมารู้ตัวมาก่อนแล้วไม่ใช่อาตมาพูดโดยไร้สติมีตัวอย่างเป็นตัวดันออกมานำออกมาโม่ไปแล้วทุกคนมารู้ตัวทีหลังไม่ใช่อาตมาพูดให้รู้ว่าอาตมามีสติดับไว้ก่อนแล้วเนี่ยควรพูดหรือไม่ควรพูดขณะนี้ ก็รู้อยู่แล้วกำลังจะพูดกำลังจะโม้ก็รู้ตัวไม่ค่อยอยากดังไม่อยากหลงสรรเสริญอะไรพูดให้รู้ว่าอาตมามีสติไม่ใช่พูดไปเลยเพ้อพบไม่มีสติตัวละสังขารหรือตัวเชื้อที่มันดันไม่มองให้คุยอวดไอ้โอนั่นน่ะเป็นตัวจิตลามกของนายเป็นตัวดันห้ามก็ไม่ทันโผล่ออกมาแล้วอะไรไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้นที่ทำให้มีจังหวะจับคนมีความลึกรู้อยู่มีสติสัมปชัญญะสติสัมปชัญญะพูดเผื่อด้วยซ้ำไปอย่างที่ว่าแล้วใช้คำว่าโม้อำนาจใช้คำว่าอวดอะไรโดยใช้คำว่าคุยก็ยกใหญ่ของตัวเองถ้าจะว่ากันไปแล้วท่านอาตมาจะพูดโดยนึกว่าอย่าโผล่อย่าโกรธแล้วอาตมาใหญ่กว่าที่อาตมา Morning ต้นไม้ใหญ่อาตมาเบิ้ลก็อาตมาคุยออกไปในอีกด้วยซ้ำไปคิดอย่างอาตมา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive