240924-3-129 ทางเอกภาค3-ตอน129(หน้า295)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
ที่ 24 กันยายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานปฐมอโศกได้เหรียญทองเอกมาจนถึงหน้า 294 คือจบบทที่ 27 ไปขอทบทวนอีกนิดนึงว่าถ้าเราได้อธิบายถึงสภาพของฌานแล้วในฌานเราก็ได้อธิบายถึงสภาวะของผลจิตเมื่อจิตเป็นชายแล้วตามหลังฌานก็ย่อมเกิดมาเป็นวิชาโดยเฉพาะใน กันเองในทางเอกนี้ได้รวมเอาไว้เป็นวิชาหนึ่งเหมือนกันเรียกว่าวิชาหนึ่งจึงรวมเข้าไปกับวิชาอื่นๆอีกเป็น 9 วิชาด้วยกันแต่โบราณเดิมอาจารย์ได้รวบรวมวิชาทั้งหลายเอาไว้ 8 ประการแต่เราได้รวมเอาไว้เป็น 9 ประการและก็เลยเป็นสิ่งที่แปลกหูกันไปนิดนึงเพราะว่าไม่เคยได้ยินมาแต่ว่าแปลกประการอย่างนี้ก็ไม่ได้ยินอันนี้อีกเป็น 9 ก็เป็นการกำหนดในการระบุให้เห็นความสำคัญในวิชาว่าวิชาญนั้นก็เป็น ชานึงเพราะว่าเป็นสภาพจิตของพุทธชาญของพุทธนั้นไม่เหมือนฌานของฤาษีฌานของพุทธต้องมีญาณหรือมีปัญญาเมื่อมีญาณมีปัญญาย่อมเป็นวิชาเป็นความรู้ต้องมีความรู้ถ้าฉันไม่มีความรู้นั้นไม่ใช่วิชาของพุทธหรือไม่ใช่ฌานลักษณะพุทธานลักษณะพุทธต้องมีญาณดังที่พระพุทธเจ้าจึงตรัสเอาไว้ยืนยันลัทธิปัญญาอาชานัตถิปัญญานัตถิชานังอัปยศศักดิ์นัตถิปัญญาอาศัยอยู่นั่นลืมศัพท์ทุกทีตรงนี้นัดที่ปัญญานัตถิฌานัง ยัสสะนัตถิปัญญาอาชาอินโนไม่มีปัญญาไม่ได้ว่าฉันไม่มีฌานที่ไม่มีปัญญาไม่ใช่ไม่ใช่เรียกไม่เรียกว่าไม่มีปัญญาไม่มีฌานที่ไม่มีปัญญาท่านยืนยันว่าถ้าจะไปเรียกไอ้ที่ไม่มีปัญญานะว่าชาดำเข้าไปแล้วก็ชั้นดีไม่มีปัญญาไม่มีความรู้ไม่มีธาตุรู้อยู่ในจังหวะนั้นขณะนั้นอย่างนั้นเลยแล้วจะเรียกสภาวะนั้นเป็นชาญไม่ได้เพราะสภาวะอย่างนั้นไม่รีบทานเพราะฉะนั้นแม้แต่จิตของเราเนี่ยนั่งไปจะเอาหลับตา หลับตาก็ตามหรือมานั่งหลับตาแล้วจิตของเราก็หรี่ตกมีขีดนะมีทางเข้าครอบงำจนไม่มีธาตุรู้ไม่รู้สึกตัวสติตกอย่า
อ่านต่อ
งนั้นก็ไม่เรียกว่าสภาวะฉันจะว่าถึงอสัญญีดับลงไปเลยถ้าไม่มีความระลึกรู้ที่ฉลาดหรือสามารถจับรู้อะไรชัดเจนสามารถรู้อะไรเป็นความรู้เป็นเหตุเป็นผลเป็นเรื่องเป็นราวที่ดีสภาพอย่างนั้นไม่เรียกว่าฌานจงเข้าใจให้ดีคำกำหนดที่ชัดเจนลงไปในคำว่าฌานเป็นสภาพที่มีสติเป็นตัวประกอบชัดเจนว่ามีสติสัมปชัญญะปัญญา อยู่พร้อมและกำกับลงไปอีกว่าไม่มีนิวรณ์กิเลสเป็นจิตที่สายโปร่งไม่มีสภาพเสื่อมไม่มีสภาพกิเลสเข้ามาครอบงำและเรียกว่าชาญแท้น่าเอาพวกนั้นเป็นเครื่องอธิบายวันหนึ่งต้องไม่มีนิวรณ์ 2 จะต้องมีสติสัมปชัญญะปัญญาถ้าไม่มีปัญญาไม่เรียกว่าฌานนี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะฉะนั้นทุกวันนี้ไปเอาคำว่าฌานของฤาษีมาอธิบายกันบนเปลอยู่ในศาสนาพุทธเยอะแล้วพบพระพุทธเจ้าท่านก็จะต้องมาสอนให้ถูกไปสอนให้เข้าใจให้ดีนะถึงจะเรียกว่าสัจธรรมจึงได้เรียกว่าความจริงเมื่อมันไม่เป็นความจริงมันเพี้ยนมัน พลาดไปมันก็เลยไม่ถูกเรื่องเราได้อธิบายแยกวิชานอกจากฌานที่อธิบายให้ถูกให้ตรงอะไรต่ออะไรมันดีแล้วมันก็จะเริ่มต้นเป็นตัวมีปัญญาเมื่อเริ่มต้นมีฌานเมื่อเริ่มต้นมีปัญญาปัญญานั้นก็จะเป็นตัวที่เกิดความรู้ที่รู้ยิ่งยิ่งรู้ขึ้นไปอีกจึงเรียกว่าวิชาที่สูงขึ้นเรียกว่าญาณทัศนะวิเศษหรือว่าเรียกว่าวิปัสสนาญาณเธอยานของผู้รู้ญาณของตัวผู้รู้ปัญญาของตัวผู้รู้จะเริ่มรู้อีกเป็นตัวต่อมาจากชาญเป็นวิชาที่ 2 เมื่อรู้แล้วทำให้ได้โดยเฉพาะทำในด้านจิตจึงเป็นมโนมยิทธิ เป็นวิชาที่ 3 เมื่อรู้แล้วทำไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องปรมัตถ์เรื่องจิตจิตของเรารู้ว่านี่เป็นกิเลสนี่มันเป็นธาตุรู้และแยกแยะออกเป็นวิปัสสนานี่หมายความว่ามีเหตุมีผลเข้าใจแล้วนี่เป็นอารมณ์ไม่ดีอารมณ์ที่ไม่ใช่ชาญหรืออารมณ์ที่เข้ามาปลูกปนเปอยู่ในในความรู้อยู่ในจิตเอาบทเพลงอยู่ในธาตุรู้เลยว่าธาตุจิตต์ที่มันไม่สมควรสิ่งที่มันเป็นอกุศลเราก็จะต้องเอามันออกและสามารถมีมโนมยิทธิที่เก่งขึ้นเก่งขึ้นและเรียกว่าสมาธิทำให้เป็นอย่างนั้นให้ได้อย่าให้เป็นแต่บางขณะจะต้องให้ตั้งมั่นให้มีฤทธิ์มีแรงและจิตไม่ได้มีแรงสามารถ ทำให้สู้หรือป้องกันหรือว่าไม่ให้กิเลสเข้ามาได้มันเคยเข้ามาครองใจเคยหลงผิดเคยหลงให้มันเข้ามาแทรกมาแซงอะไรต่างๆนี่ตัวนี้สามารถทำได้ไปเรื่อยๆมีการฝึกฝนสูงขึ้นไปเป็นลำดับลำดับมีอิทธิวิธีนอกจากจะมีฤทธิ์มีแรงสามารถเอามันออกได้โดยเจตนาจงใจรู้แล้วก็เอามันออกได้และมีฤทธิ์มีวิธีการในขณะที่เราเป็นฌานในระดับนึงที่ยังไม่ตั้งมั่นเป็นชาญที่พอรู้ว่าออกอาการฌานเป็นอย่างนี้เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ชานี่ดีถ้ามันไม่เป็นฌานมันว่ามันแว๊บอีกก็ทำให้ใหม่แล้วคันนี้กะสมาธิก็ดีแล้วอุปการะก็ดีทำให้เป็นอัปปนาสมาธิ คือทำให้แนบแน่นเลยไม่ให้มีการแทรกแซงเข้ามาได้ให้เป็นฌานสนิทแผ่เมตตาไม่มีนิวรณ์ไม่เป็นการเป็นผู้มีธาตุรู้อันสมบูรณ์มีธาตุรู้วันรู้ยิ่งลักษณ์ที่เรารู้เสมอๆให้ได้ก็มีกรรมวิธีมาฝึกฝนชำระล้างฟอกจิตนี้ทำจิตนี้ให้มั่นคงทำจิตนี้ให้แข็งแรงทำจิตนี้ให้สะอาดให้สงบให้ปราศจากให้ผุดผ่องไม่ได้เรื่อยๆมีอิทธิวิธีและเราก็จะสามารถระมัดระวังสามารถฝึกไปได้อีกโดยมีโสธรมีการรู้เสียง 2 มีการรู้สภาพซ้อน หมดเวลาเรายืนเดินนั่งนอนทำจิตทำการเคลื่อนไหวโน่นนี่มีสัมผัส 6 เราก็จะรู้ว่าเราเองเราได้รับอะไรเข้ามากายกรรมนักแสดงออกไปว่าจริงกรรมมันแสดงออกไปเราก็จะรู้ว่ามีมโนกรรมที่มีสภาพอีกสภาพหนึ่งเรียกว่าสภาพ 2 ไม่ประสงค์พิเศษคือสภาพที่มันไม่บริสุทธิ์ผสมเปอร์เซียเรียกว่าโสดทิพย์รู้องค์ประกอบเป็นสภาพสภาพ 2 เราจะเรียกเสียงก็ได้เราจะเรียกธาตุรู้ก็ได้เป็นเสียง 2 โสตะในแปลว่ารู้ธาตุรู้มันรู้ซ้อนรู้สภาพอีกสภาพหนึ่งที่ผสมอยู่มันไม่เป็นเอกมันไม่เป็นความเลิศมันไม่เป็นความสะอาดยอดมันมีอะไร iPhone อะไรเป็นสิ่ง 2 ประสมอยู่มันมีสิ่งที่ 2 ผสมอยู่เรียกว่าเมถุนเมถุนทั้งสิ้นโดยลักษณะธรรมไม่ใช่เรื่องหยาบๆในเรื่องลักษณะทำยังมีสิ่งอีกสิ่งหนึ่งผสมอยู่เขาเรียกว่ามันยังไม่เป็นมันยังไม่เป็นเอกมันยังไม่เป็นตัวสะอาดมันจะเป็นพันธุ์แท้มันยังเป็นพันธุ์ผสมยังเป็นพันทางยังไม่ใช่ตัวแท้ยังเป็นตัวเทียมหรือยังเป็นตัวปนเราจะต้องเอาให้แท้เอาให้จริงเอาให้สะอาดให้มีจิตก็มีแต่จิตอันผ่องใสบริสุทธิ์ไม่มีกิเลสเข้ามาเจอปนเลยไม่มี 2 มี 1 เราจะต้องอ่านไอ้โสดทิพย์อ่านด้วยสิ่งที่เราจะต้องรู้รู้อย่างละเอียดเลยว่าทิพย์รู้อย่างละเอียด สิ่งหนึ่งเป็นสิ่ง 2 ผสมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าออกทั้งกายวจีมโนหรือราย 6 รับเข้าได้ยินสัมผัสรับเข้าแล้วเราก็จะต้องรู้ส่วนสองรู้ส่วน 2 รู้ส่วนที่มีมันเป็นคู่เป็นเมถุนเป็นอะไรผสมอยู่ให้ได้อย่างละเอียดลออเราจึงจะเป็นผู้ที่ได้รู้ต่อไปอีกเป็นเจโตปริยญาณฟังดีๆแล้วจะเห็นว่ามันต่อโยงกันไปหมดเลยตั้งแต่ความรู้สึกชาญเมื่อเรารู้ว่าอ๋อทำฌานเป็นอย่างนี้ระบบชาญเป็นอย่างนี้มันนั่งดูเจโตสมถะมาอ่านดูอาการชาเป็นอย่างนี้แล้วก็เอาไปฝึกตอนเมื่อใดเมื่อใดก็ฝึกให้มันเป็นชาญให้มันสะอาดจากนิวรณ์กิเลสให้จิตมันตั้งมั่นให้จิตเป็นมโนมยิทธิให้จิตมันเป็น กะทิให้กินมันสะอาดบริสุทธิ์มันจะกระทบสัมผัสได้แง่ใดก็แล้วแต่ตาหูจมูกลิ้นกายใจเมื่อใดเมื่อใดมีคำกริยาอยู่อย่างไรก็จะต้องทำจิตให้มันเป็นฌานทำจิตให้สะอาดมีเรื่องเดียวนี่จริงๆในเรื่องเดียวนี่ให้เป็นช้างให้สะอาดฌานที่สะอาดที่สุดหรือจิตที่เผาเพ่งต่อกิเลสออกไปหมดเราเรียกว่าวิมุตจะต้องมีญาณรู้จะต้องเกิดญาณรู้รอบความเป็นจริงอันนี้เจโตปริยญาณก็คือญาณที่รู้รอบในจิตเลยแทงทะลุเข้าไปรู้หมดเลยราคะมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลนี้เป็นตัวภาษาใหญ่มูลเขาขนาดไหนขนาดไหนละเอียดรอบอย่างไรรู้หมดเลยเราทำให้ตนเองดีขึ้นบ้างแล้วทำละออกได้ บอกแต่ก็ยังหนักหน่วงอยู่เลยจิตมันยังไม่ดีนักนะมันยังไม่แนบแน่นมันยังไม่นิ่งมันยังไม่สงบทีเดียวแต่ก็พอทำได้เพราะรู้จิตแต่เราก็ยังเห็นจิตอยู่นั่นแหละว่าจิตของเรามันไม่โปร่งปล่อยในปลงว่างไม่สะอาดไม่บริสุทธิ์ไม่ไปติดที่ดิบดีอะไรสมบูรณ์น่ากลายเป็นจิตที่เซ็งๆกลายเป็นจิตที่เบื่อๆอย่างนี้เป็นต้นเรียกว่าภาษาอังกฤษแต่จิตคือจิตหดหู่จิตเบื่อๆเซ็งๆมันไม่สายโปร่งมันไม่เบิกบานร่าเริงจิตอย่างนี้ไม่ใช่คิดคนมันรู้ไม่ใช่จิตคนมันรู้เป็นจิต ทุกข์ร้อนอยู่มากสภาพของความเซ็งสภาพของความเบื่อสภาพความอึดอัดขัดเคืองสภาพความไม่โปร่งโล่งเบิกบานร่าเริงสบายมันไม่บรรลุหรอกจิตอย่างนั้นเป็นจิตทุกข์ทรมานเรารู้ว่าเป็นตัวทุกข์คนก็รู้มันเป็นตัวทุกข์ไม่ใช่ตัวสบายไม่ใช่ตัวที่พุทธะไม่ใช่ตัวเบิกบานรู้ตื่นรู้เบิกบานร่าเริงโปร่งปล่อยอยู่ไม่ห่วงหาอาวรณ์ไม่มีความวุ่นวายอะไรจะไปสบายๆปล่อยตรงๆว่างๆอยู่มันก็ว่างๆอยู่ธรรมดาเราก็จะต้องรู้ว่าอารมณ์จิตปล่อยโปร่งอะไรงี้มันเป็นจิตที่อิสระเสรีดีเพราะฉะนั้นเราเองเมื่อเรารู้แล้วอาการนี้เราทำให้ได้ ตัวเราเองทำไม่ได้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็มีได้และเราก็ไม่ติดยึดไปที่สุดเวลาทำได้แล้วแน่ใจเลยเมื่อไหร่ก็ทำได้ถ้ามีมันก็ไม่ติดยึดไม่เสพติดแม้แต่จิตวางว่างปล่อยแล้วก็ไม่ติดไม่เอาไม่เป็นไม่มีไม่ต้องไปแช่อยู่ที่อาการอย่างนั้นก็ได้เอามาคิดเอามาเป็นแฟนกับปะจะคิดจะนึกจะตรองจะทำจิตทำการทำงานก็ทำไปจะพูดจะจาจะทำการงานอื่นเป็นกรรมมันจะเป็นอาชีวะมีความพยายามมีสติก็ทำไปและในการกระทำเหล่านั้นเราก็รู้ซ้อนลงไปอีกว่าเราไม่ได้ทำด้วยความโลภมาให้ตัวเลยไม่มีกิเลสซ้อนมาเป็นตัวเป็นตนไม่ได้เกิดราคะมาแก่ตัว เกิดโทสะให้เกิดขึ้นไม่มีโมหะรู้ชอบรู้ควรไม่หลงผิดรู้ดีรู้ชอบรู้ควรทำชอบจึงไม่สามารถทำชอบทำดีแล้วทำควรแล้วทำสิ่งที่เป็นการการงานเป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่ก็กระทำไปตามชีวิตไม่ใช่แค่นิ่งศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่เพ่งจิตกรรมมากที่สุดเพราะจึงไม่ใช่ปลงปล่อยอยู่อย่างนั้นและจนติดจนทำอะไรก็ไม่ได้กลายเป็นพวกฤาษีติดป่าหรือติดที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรไม่ต้องยุ่งอะไรจะกินนอนขี้เยี่ยวอย่างที่เคยบอกเคยว่าอาจจะไม่สืบพันธุ์มายุ่งกับเรื่องโลกกันจริงๆแต่ก็กินนอน ก็อยู่อย่างนั้นแค่นั้นเองซึ่งมันก็จะบอกว่าหลุดก็หลุดแต่รถอย่างที่เรียกว่าไร้ค่าไร้คุณอันนี้ไม่ประเสริฐไม่สูงเหมือนอุดมการณ์ของศาสนาพุทธที่ท่านมีสัมมากัมมันตะเมื่อมีสัมมาอาชีวะเมื่อมีชีวิตชีวะอยู่ก็มีการงานมีกัมมันตะท่านจึงยืนยันว่ากรรมกรมหิดลกรรมฐานกัมมังสะเต๊ะนี่กรรมจำแนกสัตว์เพราะฉะนั้นถ้าเราจะไปมีกรรมหรือมีการกระทำอยู่อย่างสัตว์กินนอนขี้เยี่ยวอยู่เราก็ถูกจำแนกไปไว้เป็นพวกเดชาพวกหนึ่งเพราะว่าเอากรรมไม่ได้เอาตัวร่างกายเป็นที่กำหนดกำหนดสัตว์ พระพุทธเจ้าฉันเอากรรมเป็นตัวกำหนดสัตว์แต่ถ้าเราเองเป็นตัวสัตว์ที่กินนอนขี้เยี่ยวอยู่มีกรรมมีกริยามีการกระทำเป็นอย่างนั้นน่ะแล้วก็เป็นสัตว์เดรัจฉานพวกหนึ่งที่กินนอนขี้เยี่ยวพวกนั้นก็แล้วแต่อย่างพวกหมูพวกหมานี่หมามันก็ยังเห่าบ้างแต่นี่มันไม่เหมือนหมาด้วยซ้ำแยกกับหมาไม่มีการงานยิ่งกว่าหมาอีกก็เป็นพวกกินนอนขี้เยี่ยวอยู่เท่านั้นเองนะก็กรรมที่จะจำแนกสัตว์ทีนี้ถ้าเผื่อว่าเรามีกรรมมีการงานที่ประเสริฐมีการงานที่เป็นคุณค่าโดยปัญญาคนที่มีปัญญารู้ควรทำอะไรควรทำอะไรอันนี้เป็นกุศลกรรมยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอยู่ไม่ประมาทอยู่เป็นคนมีประโยชน์เพราะผู้ชนะเหตุใดครับผู้ชนะอัดฉายเป็นคนมีประโยชน์ยิ่งอยู่ อยากกินที่ได้อบรมแล้วภาวิตามีพิจิตรที่อบรมแล้วมีจิตที่ได้ปรากฏแล้วมองเห็นแล้วมองออกอ่านออกแล้วปรากฏภูตะภูตะคือจิตวิญญาณปรากฏแล้วก็ปรากฏแปลว่าเห็นเห็นจิตวิญญาณของเราอยู่ว่าเป็นจิตวิญญาณที่เราทำการงานอยู่เรารู้จิตของเราตลอดเวลาเห็นจิตปรากฏอยู่อ่านจิตของเรารู้อยู่เพราะว่าเราเป็นผู้ที่ผู้บรรลุแล้วนี่จะเห็นจิตตนเห็นตลอดเวลาจะพูดก็เห็นจิตตนจะทำการงานจะทำอะไรอยู่ก็เห็นจิตตนจะคิดก็เห็นจิตตนฉันก็ปากก็เห็นจิตตนวาจาก็เห็นจิตตนกรรมมันตะการงานการกระทำใดๆเห็นจิตตนมีอาชีพอยู่ทำอยู่ส่วนมากก็ยังเห็นจิตตนอยู่ตลอดเวลารู้จิตตนเรียกว่าปลาตกภูตังมองเห็นจิตตนปรากฏอยู่มีปรากฏจิตตนเองอยู่จิตที่ได้อบ แล้วแล้วก็ได้ปรากฏจิตอยู่ว่าจิตนี้ได้อบรมอย่างสมบูรณ์แล้วจิตนี้เป็นจิตที่สะอาดอยู่แล้วรู้ว่าจิตของเราไม่มีกิเลสอะไรอบรมมากจนตั้งมั่นพหุนามเป็นผู้มีกรรมมาเยอะแยะเหมาะแก่การงานจึงเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ได้มากเป็นมหาทรัพย์ทายะเป็นผู้ที่มีแก่นสารมีสาระไม่ใช่เป็นคู่ไร้แก่นสารไร้สาระเป็นสัตว์เดรัจฉานกินนอนทีเดียวอยู่เฉยๆไม่เป็นจริงๆฟังให้ชัดเจนเลยจะเห็นว่าอุดมการณ์ศาสนาพุทธที่ทำลายล้างคว่ำศาสนาหรือสีเลยทำให้คนเป็นคนทำให้คนเป็นมนุษย์ประเสริฐเป็นผู้มีคุณค่าอยู่ในโลกไม่ไร้ค่าจริงๆไม่ไร้ค่าจริงๆมีประโยชน์มีการสามารถเกี่ยวข้อง อยู่กับมนุษยชาติได้อย่างเก่งรู้เหลี่ยมของโลกจึงเรียกว่าโลกุตระเป็นศาสนาโลกุตระเป็นศาสนาอยู่เหนือโลกไม่ใช่หนีโลกพระศาสนาอย่างผู้ที่ลบไม่สัมผัสๆอะไรกับใครในศาสนานี้โลกศาสนาหนีไปสุดโลกแต่ศาสนาของพระพุทธเจ้านี่อยู่เป็นปกติกับมนุษย์อยู่เหนือโลกมีการรู้ทุกอย่างเท่าทันสามารถสร้างสรรค์สามารถเป็นหลักเป็นตัวอย่างเป็นครูของเทวดามนุษย์ทั้งหลายเป็นตัวอย่างเป็นครูเป็นผู้ที่ให้ประโยชน์แก่คนอื่นมากเป็นผู้ที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงเนี่ยเป็นตัวสำคัญที่ศาสนา ต่างกับฤาษีเดือนเศรษฐีทั้งหลายศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ศาสนาทำให้บุคคลถูกตีทิ้งดังที่แม้แต่ผ่านมาแกก็บอกว่าศาสนานี่เหลวไหลเป็นยาเสพติดทำให้คนไม่พัฒนาแม้แต่นมราชวงศ์คึกฤทธิ์ปราโมชก็บอกว่าศาสนาโลกุตตระอย่าเอามาสอนคนเป็นศาสนาที่ทำให้คนไม่พัฒนาซึ่งเข้าใจศาสนาโลกุตระไม่ได้จึงพูดว่าคุณจะรักบ้าๆบอๆผิดพลาดเป็นโลกุตระอะไรแล้วคุณจะได้เอามาสอนคนไม่พัฒนาได้หรอแต่ถ้าศาสนาถูกเรื่องของโลกุตระแล้วเป็นศาสนาที่สอนคนพัฒนาทีเดียวเป็นศาสนาที่ยิ่งมีความรู้ถูกต้องเป็นสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าสามารถที่จะปฏิบัติตนได้ทุกที่ดีหมด ปัสสนาเป็นสติปัฏฐานที่แท้เป็นเอกนะครูเป็นทางเดินที่ถูกต้องปฏิบัติไปมีสัมมาทิฏฐิแล้วก็ปฏิบัติรู้สัมผัสรู้เท่าทันจิตใจไม่เผลอใจไม่ห่างใจของตัวเองแม้แต่จะนึกจะคิดกับพยายามรู้เลยนี่อารมณ์จิตของเราเป็นอย่างนี้เป็นปรมัตถ์รู้จิตเจตสิกรูปนิพพานรู้ละเอียดลออถึงจิตใจแต่สิ่งเป็นอภิธรรมชัดแจ้งปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับเสมอก็ได้ปรับจริงตัวจริงไม่ต้องเป็นนักนั่งคิดเสียเวล่ำเวลาต้องคอยไปว่างๆนู่นแหละเราจะสามารถจะคิดได้เพราะอินทรีย์พลังอ่อนไม่เลยอินทรีย์พละแก่กล้าสามารถสัมผัสก็รู้เท่าทันแข็งแรงปรับปรุงปรับเปลี่ยนไปเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้ได้ก็ได้เดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่ก็รู้ว่าไม่ได้เดี๋ยวนี้สู้หาวิธีใหม่ทันทีทันใดจบเดี๋ยวนี้ก็รู้ เดี๋ยวนี้อยู่จบเป็นพรหมจรรย์เดี๋ยวนี้นี่เป็นทางเดินทางเอกของพระพุทธเจ้าเป็นสติปัฏฐานมีสติสร้างฐานอยู่ตลอดเวลาเลยมีการนึกคิดได้มีการพูดจาได้มีการกระทำได้ทำให้เหมาะไม่ควรทำไม่ดีให้เป็นกลางทำให้ไม่มีกิเลสมาผสมเสมอเสมอมีสัมมาอาชีวะมีการงานอะไรต่ออะไรได้ไม่บกพร่องไม่ต้องเอาเวลาไปนอกอยู่ในเวลาอยู่ในคำกิริยาเป็นปกติมนุษย์ปฏิบัติได้โดยใช้หลักตามควรเป็นขั้นตอนศีลอ้าวคนนี้จะเอาศีลแค่นี้ปฏิบัติตนก็ปฏิบัติไปได้ขอบเขตนี้หมายความว่าเราจะทำในแวดวงขนาดนี้ทำในรอบขนาดนี้ตามอินทรีย์พละไม่ไปที่ได้หอบหามมากกว่านั้นหลักของ อาจจะมีหลักศีลตามคนใครสามารถทำได้เท่านี้เท่านี้ก่อนใครสูงได้มีอีกศีลมีอีกนานๆที่จะมาทำกับตนมีศีลมีอธิษฐานมีอริยะการตัดสินมีปริสุทธิศีลมีอาศัยขัดศีลต่างๆเมื่อเราได้ตัวใดสีนั้นใดบริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นปกติก็เป็นฐานเสริมให้แก่เราเรื่อยไปแล้วเราก็จะปฏิบัติศีลสมาธิปัญญานี้ขึ้นไปได้เรื่อยๆๆๆๆโดยเอาศีลเป็นข้อตั้งเป็นหลักสำหรับแต่ละฐานะทำได้อย่างนั้นจริงๆปฏิบัติในสัมมารามองค์ 8 เดินเรื่อยไปเรื่อยๆเลยอ่าไม่เป็นอย่างฤาษีแล้วไอ้ที่ได้นั่งหลับตาหลับหูอะไรนั่นก็เป็นเรื่องของฤาษีถ้าจะมานั่งพิจารณาก็ท่านเสริมด้วยเป็นอุปการะอานาปาน เนี่ยไม่ใช่เอกมัยโคถ้าไม่เคยตรัสว่าอานาปานสติเป็นเอกนะมะโคอย่างที่มีใครมีพวกศาสนาพุทธนี่แหละเคยหลงทางว่านี่ปฏิบัติก็ต้องไปนั่งไม่ใช่ปฏิบัติไม่ใช่เอกมัยโคไม่ใช่นั่งอานาปานสติได้เป็นเพียงอุปการะทานตะวันเป็นอุปการะมากจะนั่งได้เป็นอุปกรณ์มหานิยมเป็นมหาลาภมหาศาลเป็นผลมากอยู่เป็นผลเป็นเป็นอานิสงส์เป็นประโยชน์เป็นประโยชน์ใหญ่อยู่พอสมควรประกอบกันทำได้แต่ไม่ใช่เอกเรียนเอามาโคตรสติปัฏฐานเป็นเอกลักษณ์โค อยากมีสติสั่งตัวอยู่ตลอดเวลามีสติระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนทำจิตทำการทำงานมีผัสสะทั้ง 6 แล้วก็ปฏิบัติโดยรู้คำนวณรู้สังกัปปะคำนวณรู้วาจาคำนวณรู้กัมมันตะรู้อย่างแท้จริงและปรับตลอดเวลาอย่างน้อยที่สุดต้องศึกษาทิฐิให้เต็มสัมมาทิฏฐิเป็นอย่างไรให้ชัดแจ้งแล้วก็ต้องไปปรับในสมาธิปรับอยู่ตลอดเวลาเลยว่าทานเป็นยังไงพิธียันต์พิธีเป็นยังไงไอ้เรื่องบวงสรวงมันมีแต่นายแต่นายก็รู้ว่าเป็นยังไงเรื่องต่างๆพวกนี้เราจะอนุโลมแค่ไหนเราจะรับแค่ไหนไม่รับแค่ไหนปรับอยู่ตลอดเวลาให้พอเหมาะมันจึงจะพอเหมาะได้ถึงจะลงตัว โรงงานทำไปโดยกรรมรู้ว่าตัวกรรมนี่แหละตัวที่จะฝึกจะฝนก็ทำนี่แหละเป็นตัวหลักก็ทำให้ได้ในโลกนี้แล้วจะรู้โลกได้เพราะโลกนี้โลกหน้านั้นเนื่องกันโรคนี้ก็โรงงานเนื่องกันเรารู้เป็นปัจจุบันนี้เราก็จะมีอนาคตทางพยานเราจะมีการรู้อนาคตไม่รู้อนาคตก็รู้โลกหน้าได้นะถ้ามีเหตุปัจจัยสืบต่อเราก็รู้ว่าสืบต่อไปตามเหตุปัจจัยอย่างนี้แน่ๆเลยผู้เกิดญาณเกิดปัญญาอันยิ่งแล้วจะรู้ทันทีนะมีโลกนี้มีโลกหน้าและมีการสืบต่อมาแต่โลกอดีตเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งผู้ใดมีญาณทัศนะสูงมากก็รู้ได้มากรู้โลกหน้าได้กว้างหรือรู้โลกอันดีรู้อะไรที่จะต่อด้วยเหตุปัจจัยทุกอย่างเกิดด้วยเหตุปัจจัย จึงไม่ใช่เรื่องลึกลับเป็นเรื่องที่แจ้งชัดเป็นผู้ที่รู้ในลักษณะที่สูงจนฐานะให้เกิดเรียกว่าแม่เรียกว่าพ่อมาตาปิดตาเพราะฉะนั้นลักษณะให้เกิดเข้าใจและรักษาให้เกิดหยาบอย่างสัตว์เดรัจฉานสมสู่กันให้เกิดมาเป็นวัตถุธาตุเป็นตัวตนบุคคลเราเขาไอ้นี่มันก็ไม่น่าจะสงสัยอะไรเป็นคนที่ได้เรียนมาถึงขั้นสูงถึงขั้นรู้โลกนี้โลกหน้าแล้วนี่เรื่องแม่เรื่องพ่อนี่บอกแล้วว่ามาตาปิดตาไม่ได้ไม่ต้องมาอธิบายแล้วก็ให้สมสู่ออกมาจากท้องพ่อท้องแม่จะไปสงสัยอะไรมีทิฐิแค่นี้ไม่เข้าใจมีความเห็นแค่นี้ว่ามีแม่มีพ่อมีแค่นี้เรื่องตลกมันเป็นเรื่องตื้นคำว่ามาตาปิดตาจึงรู้แม้กระทั่งพ่อแม่ทางวิญญาณ ฟังให้ดีพ่อแม่ทางโอปปาติกะไม่ใช่พ่อแม่ทางเนื้อหนังมังสามาตาปิดตาสัตว์สัตตาโอปปาติกะหมวดที่สามวันนี้มาอยู่ในหมวดลึกๆไม่ใช่หมวดต้นๆนะมาตาปิดตาสัตตะอุปปาติกะไม่ได้หมดต้นๆหรอกมารู้พ่อรู้แม่ของจิตวิญญาณไม่ใช่พ่อแม่แค่เนื้อหนังมังสาคำว่าพ่อว่าแม่นี่เป็นพ่อแม่ทางจิตวิญญาณเพราะฉะนั้นเราเองสามารถเป็นพ่อสามารถเป็นแม่ทางจิตวิญญาณได้สามารถปรับปรุงสามารถทำให้เกิดเกิดจิตวิญญาณที่ดีเกิดมาเราไม่เป็นพ่อเป็นแม่ทางแค่เนื้อหนังแค่ หนังไอ้ด่างไอ้เขียวทำได้ใครก็ทำได้ไม่พ่อแม่ทางเนื้อหนังแต่พ่อแม่ทางจิตวิญญาณนี่ไม่ง่ายเลยต้องมีความเห็นให้ถูกต้องเป็นสมาธิให้ได้ก็พ่อแม่หมายถึงอะไรแค่นี้แค่นี้ก็ต้องรู้ก่อนในเมื่อพูดได้รู้วันนี้แล้วก็จงมาเป็นพ่อเป็นแม่พ่อมีแม่มีพ่อมีแม่มีท่านสุพจน์เจ้าไหมว่าผมเป็นพ่อฮะผมเป็นพ่อคุณบ้างหรือเปล่าเป็นจริงเหรอคุณแน่ใจเหรอสามารถให้กำเนิดสามารถให้กำเนิดทางจิต ไอ้เรื่องจะไปแย่งเอาไปทางเหนือหนังเจ้าพ่อคุณแม่คุณมาผมไม่แย่งคุณหรอกเท่านั้นมันก็แน่ๆอยู่แล้วผมก็รู้อยู่แล้วชัดๆอยู่แล้วทั้งเนื้อทั้งหนังแต่พ่อแม่ทางจิตวิญญาณไม่มีเพราะเราจะต้องมาเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิให้ชัดแจ้งน่ะอย่าตื่นยกตัวอย่างเทียบเคียงให้ชัดเจนแล้วไอ้เรื่องพ่อแม่อย่างเนื้อหนังก็ต้องไปสงสัยอะไรต้องมามีทิฐิอะไรต้องมาศึกษาอะไรคุณต้องศึกษาอะไรคุณสงสัยว่าพ่อไม่มีแม่ไม่มีในโลกเบอร์โทรต้นๆแค่นี้นะไอ้เด็กป 5 ผมก็รู้เรื่องเด็กต่ำกว่าป 5 ไม่รู้เรื่องนะพอมีหรือเปล่าแม่มีหรือเปล่าเพราะฉะนั้นอย่ามานั่งมิจฉาทิฏฐิหรือสัมมาทิฏฐิไอ้แค่นี้ไม่เข้าท่าอะไรเหมือนพ่อแม่อันนี้ ตาปิดตานี้มันสูงกว่านั้นสามารถทำให้เกิดแล้วเราจงมาเป็นพ่อเป็นแม่เราจงมาเป็นพ่อเป็นแม่ชนิดนี้มาทำให้เกิดชนิดนี้อย่างน้อยที่สุดเราเป็นพ่อแม่ตัวเราซะเองจิตวิญญาณของเรานี่แหละเราทำให้กำเนิดเองโอปปาติกะของเรารู้เท่าทันโอปปาติกะจิตวิญญาณสัตว์มันเป็นสัตว์นรกทำให้มันเกิดเป็นอุบัติเหตุให้มันเกิดเป็นวิสุทธิเทพให้มันเกิดเป็นเทวดาบริสุทธิ์ให้มันเกิดเป็นจิตวิญญาณเทวดาที่สูงขึ้นมาให้ได้จริงๆเรานี่แหละเป็นคนทำให้มันเกิดทำคลอดให้มันจิตเรานี่สำคัญเพราะฉะนั้นไอ้การที่จะไปให้จิตคนอื่นเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดกับคนอื่นมีเจโตตัวอย่างก็บอกว่า สามารถที่จะหยั่งรู้จิตผู้อื่นสามารถที่จะไปทำให้ผู้อื่นนั้นเจริญมันก็อีกอันนึงซึ่งสามารถทำให้ตัวเองได้ก่อนทำให้ตัวเองเป็นพ่อเป็นแม่ตัวเองได้ก่อนถ้าเข้าใจว่ามาตาปิดตาคือการทำเกิดเราก็จะเข้าใจกลับมาอยู่นี้กรรมพันธุ์ทุกคำว่าทำได้เด็ดกรรมกรรมคือตัวเราทำให้จิตของเรานี่เกิดเป็นเทวะจากไอ้พวกเปรตสัตว์นรกทั้งหลายแหล่มาเป็นเทวะมาเป็นจิตมนุษย์โสมาเป็นจิตประเสริฐมาเป็นจิตที่อยู่เหนือจิตต่ำๆแต่ก่อนนี้ที่มันโง่เง่าหลงไหลนี่เป็นขั้นสูง เป็นสัมมาทิฏฐิขั้นสูงและเป็นขั้นปรมัตถ์แท้ๆตั้งแต่เริ่มรู้กรรมรู้โลกนี้รู้โลกหน้าได้เริ่มตายก็มาหาปรมัตถ์หมดเพราะฉะนั้นแค่ขั้นทานแก้คันยันต์อย่าผิดทีแค่ขั้นเรื่องบวงสรวงไอ้เรื่องพวกนี้มันเป็นองค์ประกอบของกิจกรรมของโรคและเมื่อฉันลึกชั้นสูงทานไม่ใช่ทานได้เฉพาะวัตถุเท่านั้นทานถึงธรรมชาติทานถึงการเกิดได้โปรดการเกิดได้กระทำเป็นถ้าเผื่อว่าพระพุทธเจ้าไม่อุทิศตนเป็นพระบิดาใหญ่เป็นสมเด็จพ่อใหญ่ของโลกสร้างจิตวิญญาณมนุษย์ให้เกิด อริยชาติชิบหายเลยโลกโลกแต่รอบๆพระพุทธเจ้ามีพระมหากรุณาธิคุณสูงส่งท่านจึงได้เกิดการคลอดได้เกิดการสร้างเป็นพ่อใหญ่สร้างมนุษย์ขึ้นมาให้ได้ให้มีจิตบริสุทธิ์สะอาดขึ้นมาจริงพยายามสร้างพยายามทำเกิดด้วยกัมมะโยนิกรรมพันธุ์ทุกกัมมะปฏิสนธิเป็นที่พึ่งกรรมเป็นที่พึ่งการกระทำเป็นที่พึ่งทำตนเป็นที่พึ่งเป็นนาโถเป็นที่พึ่งของโลกแล้วท่านก็กระทำให้เขาเกิดต่อเผ่าต่อพันธุ์กรรมพันธุ์ทุกข์ให้มีพุทธต่อเกิดสร้างลูกพุทธสร้างลูกพุทธบุตรสร้างพุทธบุตรสร้างพุทธคุณพุทธธิดา สร้างจนกระทั่งมาได้มาเป็นอันนี้ก็เป็นกิจกรรมหรือเป็นกรรมต่อเป็นกิจต่อเป็นงานต่อที่พระพุทธบุตรก็ไม่ต้องมาทำต่อนัยเดียวกันอย่างเดียวกันผมก็จึงมาทำอยู่แล้วโพธิสัตว์หรือว่าพระอรหันต์เจ้าทุกองค์ก็ต้องเข้าใจรู้ว่าต้องมาทำกิจนี้การนี้เป็นเรื่องที่จะต้องกระทำไปสั่งสมไปรักษาไปช่วยเหลือประชาชนภายไปขยันไปมันถึงที่สุดแล้วเราก็รู้ว่าเราทำแก่ตนได้จริงเราก็มาทำแก่ผู้อื่นได้ด้วยไม่ว่าทำให้แก่ผู้อื่นได้ด้วยเราก็เป็นผู้ที่เป็นมาตาเป็นปิดตาเห็นได้อ๋อแม่เป็นอย่างนี้พ่อเป็นอย่างนี้น้อ แล้วเราก็มาเป็นมาตาปิตาไม่ใช่อย่างโลกเลยอย่าเข้าใจว่ามาตาปิดตาสัมมาทิฏฐินี้เป็นอย่างโลกเป็นอันขาดยังยกตัวอย่างยืนยันให้ฟังแล้วไอ้พ่อแม่ยังแบบตื่นๆแบบนั้นจะเป็นมีความสงสัยอะไรว่ามีหรือไม่มีนัทธิมาตาณที่ปิดตาแม่ไม่มีพ่อไม่มีแบบลูกโลกมันน่าขำนะแต่มันต้องอะไรกันอีกขั้นสูงระดับสัมมาทิฏฐิมิจฉาทิฏฐิขั้น 7 8 9 อะไรป่านนี้ขึ้นมาแล้วยังไม่รู้เรื่องเนี่ยมันจะไม่ได้ความอะไรจนเป็นสมณะพราหมณ์ที่รู้ดีจริงๆรู้จักรู้แจ้งเป็นสมณะแท้เป็นพราหมณ์มานานแท้เป็นผู้ที่สามารถหยั่งรู้สัตย์ ปฏิกะจึงสามารถเป็นพ่อได้จริงเป็นแม่ได้จริงและสามารถเรียนรู้โลกนี้โลกหน้าทำสิ่งที่มันจะเพิ่มเป็นอนาคตผมบอกตรงๆว่าผมเองผมทำงานผมตายวันนี้ผมตายพรุ่งนี้ผมก็ยังมีอนาคตเพราะผมยังมีพันต่อมีนาคมเผ่าพันธุ์ยังไม่สูญแต่ก็แค่นี้มันยังไม่มากนักเพราะจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้อีกสร้างเผาสร้างฝันให้มีอุ่นหนาฝาคั่งแข็งแรงอีกเอามันจะมีเหตุปัจจัยพอไปต่อกรรมยังไม่มีอุปสรรคเหตุอะไรยังไม่มีอะไรมาตัดรอนยังเป็นไปได้อยู่ร่างนี้ขันนี้ไปได้อยู่ทำต่อไปอุตสาหะวิริยะผมไม่ย่อยันผมรู้ว่าความขยันมัน ความขี้เกียจรู้ว่าความเสพติดมันเลวกว่าความมีวิริยารัมภะปรารภความเพียรกระทำจิตทำการวันต่อวันต่อวันก็แค่นั้นเองไม่มีอะไรเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพี้ยนตามที่พระพุทธเจ้าท่านว่าผมรู้แล้วเราไม่รักเราไม่เพี้ยนก็เป็นจบสำหรับเรื่องกิเลสตัณหาผมก็อ่านผมก็รู้พยายามรู้ใจรู้จิตตัวเองว่าเราทำอะไรต่ออะไรด้วยกิเลสหรือเปล่าถ้ามันด้วยกิเลสเราก็ไม่เอาเราจะต้องให้สะอาดจริงๆด้วยแล้วการทำงานนี่แหละเราจะรู้ได้มากการนั่งอยู่เฉยๆเราเผลอไผลเผลอๆได้เก่งมากเลยมันไม่มันไม่ได้เป็นเอกอะไรนักหนาเพราะว่าเราก็เอารู้ดึงขึ้นมารู้จิตเรามาใช้เป็นปกติ ธรรมดาสามัญจิตของเราก็จะเห็นแจ้งรู้แจ้งได้จิตมันขึ้นสู่วิถีนี้เป็นตัวชัดจิตที่มันอยู่ในภวังค์เป็นจิตที่คลำยากเป็นจิตที่อยู่ในภพอยู่ในภวังค์จิตที่ความยากมันมันลำบากจะรู้แต่ดึงขึ้นสู่วิถีมีจิตสู่วิถีนี้เป็นตัวรู้ง่ายเห็นง่ายข้อสำคัญคุณต้องเรียนให้เก่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive