600703_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาอวตารเป็นลำดับ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์350 KB
วันที่แก้ไข27 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

600703_รายการพุทธศาสนาตามภูมิ ที่บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาอวตารเป็นลำดับ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

สมณะเดินดิน… วันนี้วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 เหลืออีกไม่ถึง 1 สัปดาห์จะเป็นเทศกาลสำคัญของชาวพุทธคือเทศกาลเข้าพรรษา วันนี้พวกเรามาฟังธรรมกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ถือว่าวันนี้เป็นวันบวรของบ้านราชฯ เป็นวันที่นักเรียนผู้ใหญ่และชาวชุมชน ว.นบ. ไปทำงานร่วมกัน และมาฟังธรรมร่วมกัน จะทำให้ชุมชนเราอบอุ่นตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา เข้าพรรษาก็จะอบอุ่นมากขึ้น ช่วงนี้ได้เห็นญาติธรรมจากต่างจังหวัดมามากขึ้น ผู้ที่มีศีลถ้ายังไม่มาก็จงมา ถ้ามาแล้วก็จงอยู่เป็นสุข เหตุการณ์บ้านเมืองก็มีการวิเคราะห์วิจัย เพื่อให้บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้ามากขึ้น เมื่อสองสามวันก่อน เป็นวันสุนทรภู่ ท่านนายกฯก็เขียนกลอนเรื่อง ประเทศไทย 4.0 จนเขาตั้งฉายาว่า สุนทรตู่ มีคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ก็ได้มาเขียนเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ท่านนายกฯก็ขอบคุณมา สิ่งที่คุณเนาวรัตน์เพิ่มเติมคือ 1. จะต้องพัฒนา ศึกษาชาติ 2. โครงสร้างอำนาจ ไม่บาตรใหญ่ 3. ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย 4. ธรรมาธิปไตย ให้เป็นจริงฯ

ทั้งนี้จากนั้น นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ซึ่งเป็นเจ้าของนามปากกา สิงห์สนามหลวง อีกทั้งยังเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เมื่อปี 2554 ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวด้วยซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมดว่า

_“ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นไม่เคยรู้ก็จะได้รู้ ลูกชายขอไว้ตั้งแต่เมื่อคืน บอกว่า ปล่อยเขาไปเถอะพ่อ ปล่อยแล้วครับ ทางใครทางมัน โลกใครโลกมัน อย่าพบกันเป็นดีที่สุด แต่จำพวก เงาของเขา ที่วางตัวเหยียบเรือสองแคมนี่สิ ทำใจลำบาก นี่กระมังครับ 1 ใน 250 ของ สว.ลากตั้ง ทางวัฒนธรรม

จำพวกเงาของเขาในกระทรวงวัฒนธรรมและพวกพ้องที่เลือกแ

อ่านต่อ

ล้วเตรียมตัว "เลีย" ล่วงหน้าได้ ขณะนี้ก็เป็น 1 ใน 15 ของคณะกรรมการกลาง วัฒนธรรมแห่งชาติอยู่แล้ว ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ เอาตามที่เลือก ที่สบายใจกันต่อไปตามที่นิยมยินดี เขาคือใคร ไม่สำนึก พลาดอย่างไร เขาเลือก ของเขา เราก็เลือกของเรา และอย่าพบกันได้เป็นดี -- บางทีจำพวกคณะเงาของเขา อาจจะรู้สึกสมเพชผมก็เป็นได้ ลาก่อน - บทกวีที่แสนไพเราะ เวลา 3 ปีกว่าที่ผ่านมานี้ ผมโง่ไปเองที่ไม่เชื่อฟังลูกชาย”

พ่อครูว่า… อย่างไรก็ตามหลังจากมีข้อความจากนายสุชาติ ออกมาแล้วปรากฏว่า นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ประจำปี 2536 ฉายากวีรัตนโกสินทร์ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กในทำนองตอบโต้ด้วย

“อยู่เป็นต้องดูเป็น เห็นด้านร้ายให้เป็นครู ด้านดีมีให้ดู เป็นไม้วัดบรรทัดฐาน

หมาเห่าอย่าเห่าตอบ มันทดสอบสัญชาตญาณ รู้ได้ในสันดาน ว่าใครพาลและใครพระ

เด็กดื้อต้องมีดี มีความคิดเป็นอิสระ รู้แพ้และรู้ชนะ ได้รู้ล้มแล้วรู้ลุก

เด็กอ่อนก็ติดเอว กระเตงอุ้มอยู่จุมปุก ชีวิตคือติดคุก ไม่รู้ตัวไม่รู้โต

ดูเด่นให้เห็นด้อย และเห็นสร้อยให้เห็นโซ่ เห็นพาลอย่าพาโล ให้รู้เพ่งพินิจพลัน

ทุกสิ่งมาเป็นครู ให้ได้ดูได้รู้ทัน กราบไหว้ได้ทั้งนั้น ถ้าอยู่เป็นและดูเป็นฯ ”

เหตุผลที่คนกินเนื้ออ้างว่าถูกต้อง พ่อครูว่า… ก่อนจะได้พูดเรื่องประชาธิปไตย ก็พูดเรื่องที่ค้างมาคือเรื่องการกินเนื้อสัตว์ แม้แต่ในเข้าพรรษานี้ คนตั้งใจจะไม่กินเนื้อสัตว์ก็อนุโมทนา เราก็ต้องมาพูดกันอีกเพื่อชัดเจนยิ่งขึ้น การกินมังสวิรัติเป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 อาตมาทำงานมา 47 ปี แล้วก็ยังต่องแต่งกันอยู่ ก็ขออ่านของคุณหนุ่มบ้านไกล _จาก...หนุ่มบ้านไกล การกินเนื้อชนิดใด จะบาปหรือไม่บาป ประการใด ขึ้นอยู่กับที่มาของเนื้อสัตว์นั้นๆ (ในที่นี้จะพูดถึงสำหรับฆราวาสเท่านั้น เพราะพระสงฆ์มีกฏข้อห้ามของตัวเองอยู่แล้ว) พ่อครูว่า… ศีลข้อ 1 อาตมาพูดไปถึงสัตว์เซลล์เดียวก็ต้องมีความปรารถนาดี เอื้อเอ็นดู หวังประโยชน์ต่อเขา เขาอาจเจริญไปเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ ไปตัดทางเขาทำไม แม้แต่เหตุผลว่าคุณเองไม่กินเลย ไม่มีเอี่ยวเลย รอดปลอดภัยและรับรองว่าไม่ตาย ไม่กินเนื้อสัตว์นี้ไม่ตาย กินแต่พืชนี่อายุยืนยาวกว่ากินเนื้อสัตว์ด้วย คนที่พยายามหาแง่เชิงเหลี่ยมมุมในการกิน ก็เพื่อรักษาหน้าของตน เป็นอัตตามานะเสริมในตัวด้วย _ขอเพียงที่มาของเนื้อสัตว์นั้นถูกต้อง เช่น.... ไม่ได้ลงมือฆ่าเอง,ไม่ได้จ้างวานให้ผู้อื่นฆ่าเพื่อเรา,ไม่ได้ยินดีหรือรู้เห็นให้คนอื่นฆ่าเพื่อเรา เนื้อนั้นสามารถกินได้โดยที่ไม่ผิดบาปแต่ประการใด และแม้ว่าการกินเนื้อ จะทำให้มีคนหันไปฆ่าสัตว์ชนิดนั้นๆเพิ่มขึ้นเพราะต้องตอบสนองต่อ อุปสงค์&อุปทาน กรรมอันนั้นจะเป็นของผู้ลงมือฆ่า,และผู้ร่วมรู้เห็นและยินดีในการฆ่านั้นเท่านั้น พ่อครูว่า… ประเด็นคำว่า “อุทิศ” นี้ ความหมายเขาว่าคือเจาะจงเพื่อผู้นี้ๆ แต่พ่อครูแปลว่า มนุษย์คนใดก็ตามเป็นคนเจาะจงที่จะฆ่าสัตว์ใดๆ คือเขาถือกันว่าถ้าเจาะจงฆ่าเพื่อคนชื่อนี้ๆ คนที่ถูกเจาะจงชื่อนี้ ก็จะกินไม่ได้มันก็เลยเป็นเรื่องตลก ประเด็นที่จะครบองค์แห่งการผิดศีลปานาติบาตคือ สัตว์มีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีเจตนาฆ่า พยายามลงมือฆ่า สัตว์ตายสำเร็จสมประสงค์ นี่คือการฆ่าของมนุษย์ที่มีจิตโหดร้าย คุณหยุดได้ทุกระดับ อันดับแรก คุณรู้ว่าสัตว์มีชีวิตก็ปล่อยมันไปสิ 2.รู้ว่าสัตว์มีชีวิต ถ้าไม่รู้ก็แล้วไป แต่ข้อ3.นี้จิตคิดจะฆ่า และ 4.พยายามฆ่า 5.มันก็ตายลง และอีกสูตรหนึ่ง 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมาย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้นเมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคตให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60

_ไม่ใช่ผู้บริโภคที่ไม่รู้เห็นเพราะเนื้อที่ไม่ได้ลงมือฆ่าเอง,ไม่ได้จ้างวานให้ผู้ อื่นฆ่าเพื่อเรา,ไม่ได้ยินดีหรือรู้เห็นให้คนอื่นฆ่าเพื่อเรา ย่อมสามารถกินได้โดยที่ไม่ผิดบาปแต่ประการใด (เสมือนกินซากสัตว์ที่ตายแล้ว) พ่อครูว่า... ซากสัตว์ที่ตายนี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 2 นัย ในปวัตตมังสะ 1.สัตว์นั้นตายลงเอง 2.เดนสัตว์กินคือสัตว์นี้ฆ่าสัตว์อื่นกิน แล้วกินเหลือมันไม่กินอีก

_การเจริญสมณธรรมเพื่อยกระดับจิตของผู้ที่ไม่กินเนื้อ กับ ผู้ที่กินเนื้อ(ที่ได้มาอย่างถูกต้อง) จึงไม่ต่างกัน เหตุเพราะการละเว้นศีลปาณาติบาต บริสุทธิ์เสมอกัน การเอาเหตุที่ว่าคนไหนกินหรือไม่กินเนื้อ มาแบ่งแยกว่าใครเข้าถึงธรรมมากกว่ากัน จึงไม่ถูกต้อง เพราะว่าศีลข้อแรก(ในศีล5)หมายถึงการละเว้นการฆ่าสัตว์ และการทรมานสัตว์ เท่านั้น พ่อครูว่า... ในศีลข้อที่ 1 ในจุลศีลว่า ให้มีใจเอื้อเอ็นดูปรารถนาดี หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวง...คุณเอาไปไว้ที่ไหน?

_ไม่ได้ห้ามการกินเนื้อสัตว์ เพราะฉนั้นผู้ที่กินเนื้อสัตว์(ที่ได้มาอย่างถูกต้อง) จึงมีศีลบริสุทธิ์ได้ (พระพุทธเจ้า ก็ฉันเนื้อสัตว์เหมือนกัน) พ่อครูว่า... อันนี้คุณสรุปเอง มีหลักฐานว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์ในสีหสูตรหลังจากที่สีหเสนาบดีประกาศตนเป็นพุทธสาวกแล้ว...พวกนิครนถ์เป็นอันมากพากันประคองแขน คร่ำครวญไปตามถนนหนทางสี่แยก สามแยกทั่วทุกสายในพระนครเวสาลีว่า วันนี้สีหะเสนาบดีล้มสัตว์ของเลี้ยงตัวอ้วนๆ ทำอาหารถวายพระสมณะโคดม พระสมณะโคดมทรงทราบอยู่ยังเสวยเนื้อนั้นซึ่งเขาทำเฉพาะเจาะจงตน ก็ถ้าท่านฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติ แล้วอเจลกะ จะไปแหกปากว่าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์ทำไม? แค่ประเด็นนี้ คุณก็ควรพิจารณาได้แล้วว่า พระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์

พ่อครูว่า… SMS วันที่ 30 มิถุนายน 2560 _3867 · หลงเหล้าลืมตับ!รักเหล้าเป็นเพื่อนเท่ากับเกลียดตับเป็นศัตรู!หลงรักอบายคือหลงติดบ่วงกรรม! คนหลงอบายบ่เชื่อเวร!คนติดเหล้าบ่เชื่อกรรม!คนเสพ มึนเมาบ่เชื่อวิบาก!คนเชื่อบ่ เชื่อก็ล้วนหนีไม่พ้นวิบากกรรม! _0893867xxx · นมก.พ่อครูฯสณ.สม.จรธ.ญตธ.บวรบ้านราชฯกับการมีศีล5คือมหาทานที่ยิ่งใหญ่ต่อทุกชีวิตทุกสรรพสัตว์พ่อครูเคยกล่าวผู้มีมหาทานในการทำทานในการปฏิบัติศีลเป็นผู้มีศีล5อย่างเป็นไตรสิกขาให้เกิดมรรคเกิดผลได้จริง กราบอนุโมทนาธ.สณ.สม.ปุญญปาปปริกขีโณประกอบศีลบ่ฆ่าสัตว์บ่กินเนื้อฯดังคำตรัสผู้ใดฆ่าสัตว์เจาะจงตถาคตฤาสาวกให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะย่อมประสบบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก _1657 · ชอบอโศกมากค่ะ มิตรแท้คือธรรมะ _3752 · รักเคารพนับถือหลวงพ่ออย่างสูง อำนาจ _3867 · นมก.พ่อครูฯสณ.สม.ญตธ.บวรบ้านกับประเด็นธ.จาก สาระธ.โลกียะในชาติเก่าสู่ ธ.โลกุตระชาติใหม่ เห็นอาเปลี่ยนฤาเปี่ยม?แม่ครัวกทธ.แล้วคิดถึงน้ำใจ ญตธ.บ้านราชช่วยสอนทำอาหารมังสะวิรัตตอนชุมนุมทุกสนามรบข้างถนน!มวลครกสากเสริมกทธ.ขอบคุณพี่น้อง!เปลี่ยนจากพุทธกินเนื้อมาเป็นพุทธกินผักเพราะกทธ.!ทำมังสะวิรัติเป็นเพราะครัวกทธ.ขอบคุณหลายๆเด๊อ! พลังรักในพ่อหลวงฯจากทศพิธราชธ.!พลังรักในพ่อครูจากโลกุตระธ.!พลังรักในพสกนิกรจากสามัคคีธ.!คือพลังรักแผ่นดินจากหัวใจรักษ์พอเพียง!

SMS จากเฟซบุ๊ค สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจสมุปบาท) ตอน สวรรค์นิดก็นรกนิด _รุ่งโรจน์ อนันต์เจริญกิจ · เป็นอรหันต์ และไปรอดึงดาว ไงไงพระทั่วไปก็ไม่เข้าใจ สรุปไงไงก็ติดอยู่ในภพตัวเองอยู่ดี พ่อครูว่า... อย่าไปดูถูกพระไปทั้งหมด พระบางรูปอาจเข้าใจ ภพที่อาตมาว่าคือเกินกว่าอาการ 32 คืออาการ 33 ที่เกินธรรมชาติที่มี เป็นการสร้างภพที่เกินกว่าของจริง มันเลยเป็นของปลอม เป็นดาวดึงส์คนยังหวังสุข ก็สุขที่ต้องรับรสสุข ดาวดึงส์เป็นแดนสุข ราชิกา เป็นสวรรค์ชั้นที่ 1 หนักหนาสาหัสเพราะต้องไปแย่งชิง ใช้อาวุธทำร้ายเขา มันไม่สุขทีเดียวหรอก มันได้มาแล้วเป็นกาละเสพสุข ดาวดึงส์คือกาละเสพสุข แล้วอาการสุขมันไม่มี ยิ่งไปนึกว่ามันมีก็เป็นภพชาติและยืนยาวเป็น ยามา แต่ถึงจะยาวเท่าไหร่ก็ต้องพักต้องหยุด ที่จะไม่เคยพักไม่เคยหยุดไม่มี มันต้องหยุดต้องพัก คือดุสิต แต่คนอวิชชาก็ไม่รู้ไม่ยอมหยุดพัก ก็หลงจมต่อเป็นนิมมานรดี เป็นปรนิมมิตวสวัตตี ดาวดึงส์เป็นตัวเสพรสสวรรค์ สุขนั้นยังสงบ ไม่มีสวรรค์นิ่งเฉยก็ยังลึกซึ้งกว่ารสดาวดึงส์ หรือพักยกเป็นโลกียะคุณก็ไม่รู้ หรือมาพักได้หยุดได้คุณก็ไม่จบ แล้ววนเวียนมาเสพใหม่ ก็ต้องรู้ว่าทำให้มันจบ อย่าไปวนเวียนอีก สรุปแล้วสวรรค์ทุกชั้นคือนรกทุกชั้น ตั้งแต่ จตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ถ้าคุณลดสวรรค์ได้ชั้นใดก็ลดนรกได้เท่านั้น ไม่เสพดาวดึงส์แล้วก็ลดนรกไปลดภพไป 1 ชั้น มีภพอยู่ก็คือเป็นนรก สวรรค์ก็คือภพ ก็คือนรก สวรรค์มีเหลือกี่ชั้นก็คือนรกเหลือกี่ชั้นแล้วนะ ไม่มีใครอยากได้นรกหรอกแต่เพราะคนหลงสวรรค์จึงได้นรก แม้นิดน้อยก็คือนรกนิดน้อยแค่นั้น สมณะเดินดิน… ไม่มีใครอยากได้นรกแต่ก็ได้นรกทุกคน ถ้าคุณอยากได้สวรรค์นิดหนึ่ง นรกก็มีนิดนึ่งตามไป เหมือนกันถ้าให้หยาบคือเกิดมาไม่มีใครอยากจะจนแต่ยิ่งอยากรวยเท่าไหร่ก็ยิ่งจนเท่านั้น

_ลูกหนอนฯ · วันนี้ระลึกถึงท่านฟ้าไทเทศน์กับพ่อครูเรื่องสัมประสิทธิ์ของพ่อครูมาวนเวียนทั้งวันเลยค่ะ มาตรวจสอบตัวเองจากการได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดosmosisในพฤติภาคปฏิบัติของหมู่ ที่มีผลกับตัวเองมากที่สุดคือเรื่อง ความเมตตากรุณาของพระโพธิสัตว์ที่ขยายอายุขัยเพื่อมนุษยชาติ ทำให้ตัวเองสังวรณ์ระวังในกรรมทั้ง 3 อย่าให้เป็นอกุศล มีวจีสังขารแข็งแรงขึ้น ทำให้ลดความถือสา มองกิเลสตัวเองมากขึ้น พ่อครูเป็น สัมประสิทธิ์ที่ต้องมีลูกๆเป็นตัววิ่งเก็บแต้มขยายอายุขัยให้พ่อครูด้วยการศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จนถึงวิมุติ ยิ่งลูกๆเพิ่มอธิศีล อธิจิต อธิปัญญามีผลกับตนเองในการลดความเห็นแก่ตัว พลังงานที่ไม่เห็นแก่ตัวจะทำเพื่อคนอื่นได้มากอนุเคราะห์คนอื่นได้มาก ซึ่งจะเสริมความแข็งแรงให้ constant (พ่อครู)มีพลังมากขึ้น พ่อครูว่า… ดีจังเลยพวกเรานี่ละเอียดลึกซึ้งกัน

_ ขออนุญาติส่ง สภาวะและคำถามค่ะ นิยามความเข้าใจของ คำว่า อวตาร ในแบบ ฝนเอื้อฟ้า นามสกุล ตามรอยพระโพธิสัตว์ พ่อครูช่วยเสริมในส่วนที่ขาดหายไปด้วยนะคะเพราะหนูไม่ค่อยเก่ง ในโลกนี้มีเพียงพ่อครูที่จะเข้าใจคำนี้ได้ดีที่สุด ค่ะ คำว่า อวตาร ( Avatar) = incarnate อ่านว่า ( อิน ~ เคอ ~ เนท) อวตารมักใช้กันมากหลายในศาสนาฮินดูหรือ คือศาสนาพราหมณ์ แต่ทว่าศาสนาพุทธ ก็คือ เนื้อเดียวกัน ใกล้เคียงกันกับศาสนาพราหมณ์ ~ ฮินดู เพียงแต่ศาสนาพุทธคือ ( ศาสนาอเทวนิยม มีเทวะ แต่ไม่ยึดเทวะ เน้นภาวะการสร้างเทวะภายในตน)

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน อวตารอย่างเป็นลำดับ _ อวตารจึงเป็นคำสูง ไม่เน้นหมายถึงการเกิดหรือการจุติของมนุษย์ธรรมดาๆ เป็นสำคัญแต่เป็นลักษณะการแบ่งภาคมาเกิดของบุคคลที่สำคัญต่อโลก รวมถึงการอวตารของพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงมี ทศพิธราชธรรมอย่างสูง การเกิดในร่างใหม่ที่มีจิตวิญญานอันทรงอานุภาพซึ่งเป็นจิตวิญญานที่มีประสิทธิสูงสุด เพื่อมาช่วยโลกด้วยจิตเมตตาและด้วยความรักตามพลังงานของการ อวตารในกัปป์ นั้นๆ พ่อครูว่า… การเปลี่ยนภพชาติ บางคราวอาจเปลี่ยนแล้วสูงขึ้น บางคราวอาจเปลี่ยนแล้วต่ำลงได้ เพื่อมาช่วยมนุษย์โลก การอวตารมาเกิดเป็นชั้นๆจึงเป็นได้ ผู้จะอวตารได้จึงต้องเป็นผู้เหลือเฟือในธรรมะ ฐานะดีพอควรในธรรมะจึงมาช่วยได้ ไม่อย่างนั้นถูกดึงลง การอวตารในแต่ละลัทธิไม่เหมือนกัน มีหลายแบบ อย่างนั้นแปลว่าไม่เป็นลำดับ ไม่ลาดลุ่มอย่างน่าอัศจรรย์ มีของฮินดูพราหมณ์นั้นใกล้เคียงที่สุด แต่ก็วนเวียน ผู้ที่ไม่จริงและชัดเจนสัมมาตั้งแต่ต้น ก็จะทำแล้วสลับไปมา พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ มีความราบเรียบ ไม่สะดุดเลย ไม่เสียเวลา ผู้ที่ทำได้ไม่สะดุด จึงถือเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ข้อหนึ่งเลยนะ ในเรื่องที่น่าอัศจรรย์ 8 ข้อนี้ พระพุทธเจ้าถือว่า อันนี้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์สำหรับที่ 1 ในปหาราทสูตร พ. ดูกรปหาราทะ ในมหาสมุทรมีธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาสักเท่าไร ที่พวกอสูรเห็นแล้วย่อมอภิรมย์ ฯ ป. มี 8 ประการ พระเจ้าข้า 8 ประการเป็นไฉน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มหาสมุทรลาด ลุ่ม ลึกลงไปโดยลำดับ หาได้โกรกชันเหมือนเหวไม่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่มหาสมุทรลาด ลุ่ม ลึกลงไปโดยลำดับ หาได้โกรกชันเหมือนเหวไม่ นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาประการที่ 1 ในมหาสมุทร ที่พวกอสูรเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ ฯ

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน รัฐศาสตร์โลกุตระ _กระบวนการอวตารจะมีประสิทธิผลสูงสุดจนช่วยเหลือโลกได้ดีนั้นก็คือ การอวตารในร่างของมนุษย์เท่านั้นเพราะมนุษย์ มีทั้งกายทั้งจิตวิญญาน และมีปัญญาเหนือสัตว์อื่นๆ พ่อครูว่า… อาตมารู้ดีจริงๆว่าเกิดมาในยุคนี้นั้นคนมีมิจฉาทิฏฐิเยอะมากจริงๆ ตั้งแต่พ.ศ.2515 อาตมาพูดความจริง 100% ว่าจะมาทำงานศาสนา ออกไป โดยเจตนาจะต้องตายภายใน 5 ได้ อาตมาก็เลยต้องค่อยๆทำ อาตมาก็เลยมีโศลก ต้องแรงให้เขาเข็ดชั่ว อาตมาต้องรักษาส่วนใหญ่ให้เขาได้ประโยชน์ ก็เลยเหมือนต้องเสียสละก็ต้องทำ เพราะอาตมารู้จริงๆว่ายุคนี้มันหนัก ได้ผลขนาดนี้ก็ดีแล้ว มีหลักฐานของจริงอ้างอิงยืนยันได้ หากไม่มีเขาเอาตายเลยเพราะมันละเอียดลึกซึ้ง ด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์โลกุตระ สังคมศาสตร์โลกุตระ รัฐศาสตร์โลกุตระ ก็ตาม ขณะนี้ รัฐศาสตร์โลกุตระ เรื่องของการเมือง เรื่องของการเลือกตั้ง เรื่องของการเป็นใหญ่ แต่เราไม่ได้แย่งชิงกันเป็นใหญ่ ถึงให้เราก็ไม่เอา เพราะเรารู้ตัวเองดี มีอัตตัญญุตา เราก็จะช่วยผู้ที่เหมาะควรเต็มที่ พูดแล้วก็จะหาว่าเชลียร์อีก แต่ก็ขอให้ผู้ทำหน้าที่ทำอย่างมั่นคง ตอนนี้อาตมาขยายความประชาธิปไตยโลกุตระถึง 77 ข้อ แล้ว ยังไม่มั่นใจว่าจะจบแล้วหรือยัง ข้อ 77 ประชาธิปไตยที่ดีแท้สัมบูรณ์จริงนั้น เป็นเรื่องของ“พหุชนาญาสิทธิราช” หมายความว่า เป็น“อำนาจของพระราชากับอำนาจของปวงประชาชนทั้งหลาย” ซึ่งต่างก็ใช้“ธรรม”เป็นอำนาจ” นั่นคือ กษัตริย์ก็ทรงมี“ธรรมาธิปไตย” และปวงประชาชนทั้งหลายก็ต่างมี“ธรรมาธิปไตย” สังคมประเทศจึงเกิดความเป็นอยู่กันอย่างสงบสุขกันทั้งชาติเพราะต่างก็มี“อำนาจ”คือพลังทั้งเบื้องบนทั้งเบื้องล่างสมานกันอยู่ด้วย“ธรรม” ผู้สนใจก็โปรดติดตาม เรายังจะได้สาธยายเรื่องประชาธิปไตยกันอยู่อีกนานเท่านาน พระพุทธเจ้าได้ทำประชาธิปไตยที่สุดยอด ท่านประกาศลัทธิของท่าน มีธรรมนูญของท่าน ท่ามกลางแคว้นใหญ่น้อยต่างๆที่พระเจ้าแผ่นดินก็ยอมให้หมด เป็นหลักฐานตำนานประวัติศาสตร์ ที่ยืนยันชัดเจนว่าลักษณะพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตย ที่ท่านว่าพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) อาตมาก็มาขยายความเป็นคำความที่ตรงกับยุคสมัยคือ อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ แต่ของฝรั่งเศสมี 3 ข้อ คือ ภราดรภาพ สันติภาพ และเสมอภาค อาตมาก็ยืนยันว่า เสมอภาคไม่มีจริงในโลกหรอก สมรรถภาพคือความรู้ความสามารถของมนุษย์ บูรณภาพคือทำให้เต็มอยู่เสมอ อย่างซื่อสัตย์บริสุทธิ์ถูกต้อง integrity เป็นสัจจะที่ยิ่งใหญ่ ในยุคพระพุทธเจ้าได้ทำมา อาตมาเองพูดอวดตัวตนมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว

_กระบวนการอวตารจะมีประสิทธิผลสูงสุดจนช่วยเหลือโลกได้ดีนั้นก็คือ การอวตารในร่างของมนุษย์เท่านั้นเพราะมนุษย์ มีทั้งกายทั้งจิตวิญญาน และมีปัญญาเหนือสัตว์อื่นๆ พ่อครูว่า… เป็นสัจจะความจริงดีที่สุด หากไปอยู่ในภพอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์นั้นไม่ได้ผลสูงสุด พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ประกาศศาสนาขณะเป็นมนุษย์ก็เลยไม่มีผลสูงสุด ต้องประกาศเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ปรากฏขึ้นในโลก ถ้าปัจเจกพระพุทธเจ้า คือ ท่านมีภูมิเท่ากับพระพุทธเจ้า แต่ไม่ได้ประกาศตนก็รู้แต่ของท่านแล้วจบ

_ขอยกตัวอย่างบุคลาธิษฐานทางวัตถุจำลองการอวตาร ที่จะเห็นได้เป็นรูปธรรม คือพระพุทธรูป ปางวิชิตอวิชชา แสดงนัยยะสื่อทางนามธรรม ของการอวตารเพื่อมาปราบมาร ลักษณะภายนอกของพระพุทธรูปปางนี้ คือ ลักษณะของความพริ้วไหวด้วยท่วงท่าลีลาที่จีวรสบัดไปมา บ่งบอกว่าปางนี้ต้องมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นนัยยะลักษณะของการต่อสู้ของผู้มีจิตสูง สุภาพ แต่ต่อสู้ ปกป้อง คุ้มภัยโลก พระพุทธรูปปางนี้จึงมีจุดเด่น ที่ต้องบอบบางและเบาเพราะเมื่อศัตรู คือ อวิชชาทั้งปวงมาในรูปแบบไหนๆ ก็สามารถหลบหลีกได้ ตั้งรับได้ทันที จึงเป็นสภาวะธรรม ที่เหมาะสมกับปาง วิชิตอวิชชา ส่วน ปางสมานัตตา ปางนี้มีลักษณะเด่นที่ สัณฐานน้ำหนักมากกว่า ปางวิชิตอวิชชา ทั้งพระเศียร ต้นคอ ลำแขน ที่ใหญ่กว่ามากนัก มีลักษณะอมยิ้มน้อยๆ มือประสานคว่ำลง ใช้เป็น บุคลาธิษฐานสื่อถึงการให้อภัย ลักษณะอ่อนโยนอยู่ในรอยยิ้ม สื่อทางนามธรรม คือ ภาคของการอวตาร การสร้างความปรองดองความรัก ความสามัคคีให้เป็น เอกีภาวะ ทั่วทุกทิศ ทุกดินแดนในโลก อย่างที่พ่อครูเคยกล่าวไว้นะคะ เราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมาเอาความจริง เพราะโลกคือการหมุนวนตามรอบมาเพื่อให้เราศึกษาจนสามารถปรินิพพานเป็นปริโยสาน ศึกษาจนเป็นพระอรหันต์แล้วจะได้มาช่วยโลก เพราะเราจะรู้อย่างลึกซึ้งว่าโลกทุกวันนี้สัมพันธ์ถึงกัน สรุปสุดท้ายนี้การที่เราจะเกิดมาร่วมกันในช่วงการแบ่งภาคอวตารของพระโพธิสัตว์ได้นั้น ต้องลดกิเลส ต้องลดอัตตา ตัองมีจิตสำนึกผิด ต้องมีความรักต่อโลก ต้องสร้างมหากุศลอย่างมหาศาลเพื่อจะได้มาพบพานร่วมทำงานรับใช้โลกกับพวกท่าน ทั้งในกาลนี้และกาลต่อไป อวตารแห่งรักแท้ ฝนเอื้อฟ้า ตามรอยพระโพธิสัตว์ กราบนมัสการพ่อครูอย่างสูงด้วยหัวใจค่ะ และขอกราบขอบพระคุณ ที่ท่านปัจฉา ส่งสภาวะธรรมและคำถามให้ค่ะ

_จากพันธุ์ พอเพียง · สมมุติว่าให้สัมมาทิฏฐิเป็นเหมือนกระปุกออมสินที่มีขนาดบรรจุเหรียญบาทได้ร้อยเหรียญถ้าบรรจุได้เต็มจึงจะเรียกคนนั้นว่าเศรษฐี การหยอดเหรียญเหรียญแรก ยังไม่ได้เป็นเศรษฐีนั้นก็ถูกต้องแล้ว แต่มันก็คือการสะสม( เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธุ์) กระปุกที่ใช้เก็บเหรียญก็ยังชื่อสัมมาทิฏฐิอยู่ แม้จะเป็นเหรียญที่หนึ่งถึงเหรียญที่ร้อยก็หนุนกันให้เป็นเศรษฐีวางทับซับซ้อนลาดลุ่มกันอยู่ ถ้าบุคคลใดทำเครื่องหมายไว้เฉพาะเหรียญที่ร้อย แล้วยึดเอาว่าเหรียญที่ร้อยนี่แหละคือโลกุตระคือการเป็นเศรษฐี เชื่อว่าบุคคลนั้นคงสำคัญผิดแน่ เพราะในชีวิตเขาจะมีตังค์แค่บาทเดียว ทำเนียบโลกุตระนั้นนับเอาเหรียญทั้งร้อยเหรียญเป็นโลกุตระเป็นอรหันต์จึงจะนับว่าเป็นผู้พ้นภัย แต่ก็ให้เกียรติผู้มียี่สิบห้าเหรียญเป็นพระโสดาบันเป็นต้น ซ้ำยังเรียกว่าเศรษฐีในระดับต้นบ้าง อรหันต์ในโสดาบ้าง ผู้มีสัมโพธิปรายนะบ้าง แต่ที่ปลอดภัยแล้วคือสภาพอรหัตตผล ด้วยมีแนวคิดแบบนี้ผมจึงเข้าใจสาสวะ และอนาสวะแบบนี้แหละครับ ผิดถูกขอพ่อครูแก้ได้น๊ะครับ กราบนมัสการครับ

พ่อครูว่า… ถูกแล้ว

สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน อานิสงส์การสวดมนต์ _กุศลา ธรรมา · สวดมนต์ในใจ กับ สวดมนต์แบบออกเสียงดัง อานิสงส์เท่ากันไหมคะ.?" พ่อครูว่า… ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าก่อนนะ จะไปโดนใครก็ขออภัย การสวดมนต์คืออะไร สวดมนต์หมายความว่าท่องหรืออ่าน ให้จำไว้และให้เข้าใจ สังคีติคือให้จำไว้ และสังคายนาคือทำให้เกิดความหลากหลายครบครันทั้งเหตุผล เป็นไปได้ เป็นไปไม่ได้ สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีเครื่องบันทึก จึงใช้ความทรงจำอย่างเดียว การสวดมนต์จึงมีเยอะ ถือว่าได้ช่วยศาสนา และยุคนั้นต้องจำได้ พลังงานไม่ฟุ้งซ่านเหมือนยุคนี้ก็เลยทำได้ เป็นการรักษาคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นกุศลบารมีของผู้จำได้ ถ้าเราจำได้ก็เป็นของเก่าสืบต่อกันมา อย่างอาตมาก็มีของเก่า สืบสานกันมา การจำด้วยการสวดจึงมีอานิสงส์สูงแต่ถ้าเอามาสวดหากิน สวดเพื่อให้ได้ ลาภยศสรรเสริญ หรือแม้แต่สวดเพื่อต้องการความสุข ก็ผิดทั้งนั้น การสวดเพื่อจำได้หรือใช้งาน เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่ได้เอาไปแลกลาภยศสรรเสริญสุข ยิ่งสวดเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์ ให้อายุยืนหรือได้อะไรต่างๆ เป็นความฟุ้งซ่าน ถ้าสวดมนต์นี้บันดาลอะไรได้ทุกอย่าง คนสวดมนต์ทุกวันนี้มีเยอะไหม ก็เสร็จสำเร็จตามที่เขาสวดแล้ว นี่สวดกันล้านเที่ยวแล้ว ธัมมชโยก็มาเสนอหน้าได้แล้วเพราะมีฤทธิ์เดชจากสวดมนต์ แต่นี่หายหัวไปไหน เกิดมาชาตินี้ก็เพิ่งเคยได้ยินได้ฟัง เขาสวดมนต์กันล้านเที่ยว แล้วมันมีผลสำเร็จไหม? ถ้าสำเร็จป่านนี้ออกมาเดินปร๋อแล้ว หากสวดมนต์เสียงดังก็จ่ายพลังงานมากกว่าสวดมนต์เสียงค่อย ประโยชน์คือหากสวดเบาก็เสียพลังงานน้อยกว่า แต่ถ้าต้องการให้คนได้ยินได้ฟังก็ได้ แต่ถ้ามองว่าเขารำคาญก็ได้อีก เหตุผลในคนนี้สารพัดจะหาเรื่องก็เอาแต่พอเหมาะ

_ผาหิน · ขออภัยเพื่อนๆ..หลังจากวันที่ 6ก.ค.เน็ตผมจะหมดและผมจะไม่ต่อค่าเน็ต3เดือนในช่วงเข้าพรรษา..ถ้าต้องการติดต่อกรุณาใช้ข้อความหรือโทรศัพท์..ผมขอตั้งตบะธรรม 1.กินอาหารมื้อเดียว..(เพื่อจะได้อานิสงส์ 5 ประการ ตามพระพุทธเจ้าตรัส) 2.ไม่เล่นไลน์,ไม่เล่นเฟส..(เพราะทุกวันนี้สิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เสียเวลาเสียทุนรอนเสียสุขภาพและกลายเป็นอบายมุขที่คนมองเห็นและเข้าใจได้ยาก...ลองพรากจากมันสัก 3 เดือนดูมันจะลงแดงไหม?)...ขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า.. .กินมื้อเดียวมีอานิสงส์ถึง 5 ประการ 1. ร่างกายไม่เจ็บป่วย อาพาธน้อย (อัปปาพาธัง) 2. ไม่มีอะไรบกพร่อง (อัปปาตังกัง) 3. กระปรี้กระเปร่า เบากาย เบาใจ (ลหุฏฐานัง) 4. มีพละกำลังเหลือใช้ (พลัง) 5. เป็นอยู่สบาย จิตใจผาสุก (ผาสุวิหารัง) (พตปฎ. ล.12/265 ล.13/160)

พ่อครูว่า… อาตมาขอย้ำหัวตะปู ไอ้นี้คืออบายมุขที่คนติดงอมแงมทั่วโลก ไม่ถูกจัดว่าเป็นสิ่งเสพติดเลย แต่มันเป็นสิ่งเสพติดอย่างยิ่ง สมณะเดินดิน… พ่อครูเคยบอกตัวนี้มันเป็นสัตว์นรก มันเป็นอย่างไร พ่อครูว่า… ลองดูสิว่ามันจะลงแดงไหม มันเป็นสิ่งเสพติดที่คนไม่รู้ทัน เป็นเครื่องมือของนายทุนที่คนไม่รู้เท่าทัน ค้ายาเสพติดอันนี้ก็รวยเละเลย

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน วิปัสสนาจิตอิสสาคนได้ทุเรียน _คุณพิมพ์เพชรรุ้ง · วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ กราบนมัสการ พ่อท่านฯ สมณะโพธิรักษ์ ที่เคารพอย่างสูง ลูกขอกราบเรียนผลการปฏิบัติธรรมของลูกในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดการกิเลสของตัวเอง และจะขอคำชี้แนะจากพ่อท่านฯ ดังนี้ค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน