600731_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำไมคนเราต้องมีโลภโกรธหลง.docx
เนื้อหาในไฟล์
600731_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำไมคนเราต้องมีโลภโกรธหลง
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2560 ที่ บวร ราชธานีอโศก ตอนนี้สิ่งที่เป็นความสนใจของชาวราชธานีอโศกก็คือน้ำท่วม ค่อยๆขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่อื่น ท่วมเร็ว จะเป็นอย่างไรพ่อครูก็ยังคงต้องสอนธรรมะที่เป็นโลกุตระให้พวกเรา จนพ่อครูปริวิตกเมื่อวานก็พูดเรื่องนี้ วันนี้มีข่าวจะอ่านให้ฟัง มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !! ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9) ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง สุดยอดคนดี!! มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !!!!
ในปัจจุบัน อายุเริ่มมากแล้ว เลิกทำทุกอย่าง รับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้น หันหน้ามาทำบุญอย่างจริงจัง ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้บริจาคที่ดิน ซอยสุขุมวิท 24 จำนวน 3 ไร่ 130 ตรว. มีคนมาขอซื้อ700,000 บาท ต่อ ตรว. หรือ 6,000 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด เพื่อดำเนินการโรงพยาบาล เพื่อคนจน มารักษาผ่าตัดตา และฟอกไตฟรี ใครขอซื้อก็ไม่ขาย จะให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน
เปิดใจครั้งแรก กับธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ถวายท่อนไม้จันทน์หอม สร้างพระโกศสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางฯ พร้อมเจริญรอยตามในหลวง ด้วยการเปิดบริษัท ทาสของแผ่นดิน รักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน ความจงรักภักดี แปลว่า “ความยอมสละตนเพื่อประโยชน์แห่งท่าน” ยอมได้ทั้งนั้น เพื่อมุ่งประโยชน์อันแท้จริงให้มีแก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ความจงรักภักดีแท้จริงนี้เอง คือความรักชาติซึ่งคนไทยสมัยใหม่พอใจพูดอยู่จนติดปาก แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำได้อย่างแ
อ่านต่อ
ท้จริง
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จะมีคนธรรมดาสามัญสักกี่คน ที่จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ความประทับใจ แต่พระราชดำรัส ” ขอบใจ ” ยิ่งทำให้เขามีความสุขจนไม่อาจลืม ชายวัย 51 ปี ชี้ไปยังจดหมายที่ใส่กรอบอย่างดีซึ่งติดบนผนังห้องทำงานอันมีใจความว่า ” ตามหมายแจ้ง ความประสงค์ถวายท่อนไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักพระราชวังได้นำถวาย ความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงขอบใจ หจก.เอ็ม.เอ.ที. อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต …” ศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ เกิดจากลมหายใจสุดท้ายครั้งหนึ่งเคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน ในห้องไอซียู นานถึง 45 วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้ง “ เป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่า ภาพที่เห็นคนตาย คิดในทางบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที่รักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้าน กับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้ วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับ แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า ”
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทนแผ่นดิน” เมื่อปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตา จากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้อ อุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้งชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยมีผู้ป่วยถึง 200 ราย ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถมองเห็นอีกครั้ง 3 ปีที่ผ่านมาช่วยเหลือผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ 600,000 ราย
ทุกวันนี้ถามว่าคุณธานินทร์เหนื่อยไหมตอบทันทีว่า “ไม่เหนื่อยเลย ผมมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่า เกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นนี้ ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นดินนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ ”
ในทุกวันนี้เขาขอเดินรอยตามพระยุคลบาทองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ผู้ป่วยโรคต้อกระจกต้องการรักษาฟรี ให้ติดต่อที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่ 98 ซอยสุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขต คลองเตย กทม. 10110
สอบถามรายระเอียดได้ที่ 02-2629454-5,02-2618213-7 เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น.
รักษาตาฟรี !! ผ่าตัดต้อกระจก , ต้อเนื้อ ถวายในหลวง โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อทุกท่านมารับบริการผ่าตัดต้อกระจกและต้อเนื้อ ฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น. เลขที่ 99/359-360 ซอยสุขุมวิท 24 ( เกษม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร 02 262 9454-5 แฟ็กซ์ 02 262 9454
เอกสารที่ต้องนำมา ให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรทอง อย่างละ 2 ใบ แพทย์จะทำการตรวจคนไข้ใหม่เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ กรุณาโทรแจ้งล่วงหน้า
SMS วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 ( วิถีอาริยธรรม )
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน อบายมุขที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน _3867 โลกกีฬาถ้าเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพชีวิตภูมิคุ้มกันสังคมแข็งแรง ! โลกกีฬาถ้าเป็นกีฬาเพื่ออบายมอมเมาเบี่ยงเบนสังคมเผลอเรอโลกทุจริตชน ! พ่อครูว่า...กีฬาโอลิมปิก ในโลกเขาถือว่าประเทศใดได้รับเกียรติจัดกีฬาโอลิมปิก ถือว่ายิ่งใหญ่ แม้จะกู้หนี้ยืมสินเขามาจัด ก่อสร้างอะไรเป็นเงินเท่าไหร่ไม่สน อาตมาเคยบอกว่ากีฬาโอลิมปิกจะเป็นกีฬาที่ทำลายโลกให้ฉิบหาย และเป็นต้นแบบให้เกิดกีฬา เซี๊ยบเกมส์ เอเชียนเกมส์ seagame กีฬาซี้เกมส์ จะเกิดอะไรอีกหลายอย่าง เห่อกัน โฆษณาทางการสื่อสาร ประเดี๋ยวก็เว้นวรรคให้ข่าวทางกีฬา ถ้าเผื่อว่าธรรมะที่มีความจำเป็นแก่มนุษย์ในสังคมทุกสังคม สื่อสารมวลชน ทำรายการ จะสนใจ ออกข่าวคราว นำเสนอที่จะให้เป็นประโยชน์แก่สังคมก็ทำได้ แต่ทำไมคนไม่ทำ กลับไปทำอบายมุข ข่าวกีฬา บันเทิงเริงรมย์ออกมามาก เพื่อหารายได้จากบันเทิงกับกีฬา โลกก็ยิ่งถูกมอมเมาถูกทำร้าย โดยไม่เข้าใจว่า อบายมุขคืออะไร? การละเล่น อบายมุข 6 พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ตั้งแต่ 2600 กว่าปีแล้ว อบายมุข 6 1. เสพของมึนเมาให้โทษ 2. เที่ยวกลางคืน 3. ดูการละเล่นมหรสพ 4. เล่นพนัน 5. คบคนชั่วเป็นมิตร 6. เกียจคร้านการงาน นี่คืออบายมุข 6 อบายมุขในข้อ 3 มหรสพการละเล่น มหรสพคือการบันเทิงเริงรมย์ การละเล่นก็คือกีฬา อบายมุข แปลว่าหัวหน้าหรือปากทางนรกใหญ่ มุข แปลว่าใหญ่ คือปากทางนรกใหญ่ ก็ไม่เข้าใจกัน อาตมาเคยพูดถึงขั้นว่า ถ้าสังคมใดประเทศใด ยุคใด ราคาค่าตัวของดารา ราคาค่าตัวของนักกีฬาราคาแพง ประเทศนั้นเสื่อมต่ำ ถ้าราคาค่าตัวดารานักแสดง กีฬา ราคาสูงมาก นักมวยเกมใหญ่ๆที่เขาพยายามโปรโมทปลุกเร้าให้คนหลงใหล ชกกันว่าชั้นหนึ่ง ชกทีหนึ่ง เงินนักมวยเองได้กันเกือบพันล้าน สอง อบายมุขยิ่งใหญ่ที่คนไม่ค่อยรู้กัน คือการทุจริตการโกง กุหนา ลปนา เป็นการทุจริตและโกงกินที่เกิดในสังคมใดประเทศใดยุคใด ที่มีการโกงกันหนัก ....เสื่อม ที่นั่นเสื่อม อันนี้ก็พอเข้าใจกัน แต่ไม่เข้าใจว่านี่คืออบายมุข ขณะนี้คนรู้สึกรู้สาไหมว่า คดีที่ดังอยู่นี่ คือคดีที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยกำลังดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากคดีนี้ คือคดีที่นายกฯทำอบายมุข นี่คือยอดมหาอบายมุข ทำให้ฉิบหายโกงหรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตเสียหายฉิบหายไปเป็นแสนๆล้าน คนไม่รู้ก็งมงายถือหาง ที่พูดนี้ พวกฝ่ายแดงที่เขาว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนพวกผู้บริหารตอนนี้เป็นเผด็จการ เขาว่าตัวเขาเป็นประชาธิปไตย ซึ่งความเป็นประชาธิปไตยนี้ลึกซึ้งซับซ้อนมาก ทั้งในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือระบอบเผด็จการ อยู่ในทั้งระบอบคอมมิวนิสต์ อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยมีอยู่ในนั้น โดยมีคนที่มีความรู้และประพฤติ
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยแท้ไม่ต้องมีเลือกตั้ง อย่างในยุคพระพุทธเจ้าเป็นยุคทาส เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์เผด็จการ เต็มรูป เพราะว่า พระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจสูงสุดในประเทศ อำนาจเด็ดขาดเลย พระพุทธเจ้าเกิดในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทุกแคว้นในโลกยังไม่มีระบอบประชาธิปไตย แต่พระพุทธเจ้าก็เป็นนักประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่สูงสุด ที่นำลัทธิของท่าน นำธรรมนูญของท่าน ประกาศไปทั่วแคว้น ทวีปอินเดีย มีธรรมนูญของท่านคือจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล และมีพระวินัย เป็นกฎหมายอาญา ท่านก็ประกาศไปทั่ว พระเจ้าแผ่นดินในแคว้นในรัฐของทวีปอินเดีย แคว้นโกศล แคว้นมคธ เป็นต้น พระเจ้าแผ่นดินในแต่ละแคว้นก็ยอมยกให้พระพุทธเจ้าหมด ยิ่งใหญ่ที่สุด อาตมาพูดนี้ไม่ทราบว่านักรัฐศาสตร์ฟังแล้วพอจะซาบซึ้งเห็นจริงสักแค่ไหน เพราะประชาธิปไตยไม่ได้ตื้นๆว่า ต้องมีเลือกตั้งจึงเป็นประชาธิปไตย หากไม่มีการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ได้ตื้นเขินอย่างนั้นเลย ประชาธิปไตยที่ต้องมีเลือกตั้งนั้น เป็นประชาธิปไตยที่ตกต่ำ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริงนั้นไม่ต้องมีเลือกตั้ง เพราะผู้ปกครองบริหารทำงานเพื่อประชาชน อย่างมีความรู้ความจริงใจให้มวลชนได้พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) จึงเป็นลักษณะประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างไม่ต้องเลือกตั้ง ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันนี้ พวกที่ก่อกวนวุ่นวาย หลงตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตยอยู่โวยวายว่า ระบอบเผด็จการๆ ความหมายของเผด็จการคือใช้อำนาจบังคับ เช่นใช้มาตรา 44 เขาก็บอกว่านี้คือเผด็จการ เขาจะใช้อำนาจนั้นกับสังคมเหตุการณ์เรื่องราวที่สมควรจะต้องใช้อำนาจนี้ อาตมาว่า พลเอกประยุทธ์นี้ ไม่ใช้มาตรา 44 กับพวกเอ็ง พวกก่อกวนวุ่นวายนี้ อย่างนายวัฒนาที่ออกมาโวยวายตอนนี้ก็น่าจะถูกใช้มาตรา 44 แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณพวกนี้บ้าง ในหนังแต่ละเรื่องต้องมีตัวโกง ผู้ร้าย ไม่อย่างนั้นหนังไม่สนุก ต้องขอบคุณพวกเขาอย่างหนึ่ง มีคนถามมาว่า ทุกยุคของพระพุทธเจ้านี้ จะมีเหมือนอย่างพระเทวทัต ในยุคพระพุทธเจ้าทุกพระองค์หรือไม่ หรือมีเฉพาะบางพระองค์ พ่อครูตอบว่า มีทุกพระองค์ แล้วคนจะมีบทบาทที่จะเป็นตัวโกงให้พระพุทธเจ้า ไม่ได้สั่งสมวิบากไว้น้อยๆนะ สั่งสมวิบากเลวขนาดหนักนะ ถึงจะได้เป็นตัวโกงในยุคพระพุทธเจ้า ถ้าอยากจะเป็นบ้าง ในยุคนี้ ประเทศไทยเราต้องมองในมุมกลับ อย่าไปเสียใจหรือนึกน่าเสียดาย ที่มีคนชั่วแสดงบทบาทอยู่ สมณะฟ้าไทว่า...ผมสงสัยว่า คนดีมาเกิดด้วยคนชั่วมาเกิดก่อน พ่อครูว่า... มันแยกไม่ออกหรอก ถ้าในโลกจะแยกกุศลแล้วไม่ให้มีอกุศลเลยก็ไม่ได้ จะให้มีแต่ดีในโลกนี้ก็ไม่ได้ หรือจะชั่วจนไม่มีดีเลยก็ไม่ได้ จะเกิดก่อนหรือหลังก็เป็นอจินไตยตัดกรอบตรงไหนไม่ได้ มีเหตุปัจจัยเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน กีฬาและบันเทิงคืออบายมุข ก็ขอปรามพวกเรา … ว่ามีคนถามว่าทำไมที่นี่ไม่สอนให้เด็กออกกำลังกาย อาตมาก็ขอตอบไปอย่างนี้ก็แล้วกัน กีฬานี่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อมอมเมาอบายมุข ถ้ากีฬาเพื่อสุขภาพนี้ไม่มีอะไรมากหรอก คนที่ทำงานออกกำลังอยู่แล้วเช่นชาวไร่ชาวนา เหงื่อไหลไคลย้อยก็ได้ออกกำลังกายของเขา นั่นก็ดีแข็งแรง ผู้ที่ใช้แต่สมองไม่ได้ออกกำลังร่างกาย หรือนั่งอยู่ในที่ที่ไม่ได้ออกกำลัง องค์ประกอบชีวิต พวกนั้นจะเป็นคนอ่อนแอไม่เกิดความสมดุลในพลังงาน ในโลกจะต้องมีการเคลื่อนไหวและความนิ่ง Static And dynamic อย่างสมดุล คนเราไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายให้มากเกิน อย่างที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้มันเกินไป บอกว่าเล่นกีฬาจะได้แข็งแรง แต่พวกนักกีฬามีชีวิตที่เสื่อมในบั้นปลายทั้งนั้น มันเวอร์ อาตมาเคยเป็นนักกีฬา เวลาอยู่ในสนามแข่ง คุณใช้พลังงาน over มีพลังงานเท่าไหร่ก็ต้องใช้ออกมาเพื่อให้เกิดการชนะ การแข่งบอล หากไม่จบเกมส์ ตอนไหนที่เราต้องการให้ชนะ จะหมดเวลาแล้ว ตายเป็นตาย ก็ควักพลังงานพิเศษออกมาหมด แม้แต่ซ้อม โอเวอร์โหลด มันเกินไป คนส่วนใหญ่ไม่ใช่นักกีฬา อายุยืนยาวกว่านี้ ได้สัดส่วนเหมาะสมกว่านี้ ตัวของนักกีฬาเองอายุไม่ยืนยาวหรอก ที่เล่นจัดๆ เป็นสัจจะ ดีไม่ดีเป็นโรคภัยมีความพิการอีก ส่วนใหญ่จะเป็น เพราะมันไม่ใช่ นักกีฬาจะเป็นอาชีพ หากเอากีฬามาเป็นอาชีพมีความเสื่อม เอาเต้นรำร้องเพลง บันเทิงเริงรมย์มาเป็นอาชีพก็เป็นความเสื่อมแล้ว มันเป็นอเมเจอร์ทั้งนั้น เป็นเรื่องสมัครเล่น ชั่วครั้งชั่วคราว อยู่ในวงวรชีวิต บางทีก็พักผ่อน Relax ไม่ใช่อาชีพ ไม่ใช่ Occupation ยิ่ง Professional ยิ่งต้องชำนาญ จะมีกีฬาได้อย่างไร คืออาชีพประจำที่เก่งสามารถ เพราะฉะนั้นสังคมใดคนใดก็แล้วแต่เอาอบายมุขมาเป็นอาชีพ หากิน แล้วมันจะเจริญตรงไหน เอานรกมาเป็นอาชีพ พวกนักธุรกิจที่โกงได้โกงดีหาเล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบคนอื่นได้ เช่น พวกขายตรง หาวิธีจิตวิทยาเอาเปรียบเขาได้มากๆ คืออบายมุขทั้งสิ้น นักการเมืองที่ทำงานการเมืองก็เป็นช่องทางได้โลกธรรมโลกียธรรม ได้ลัดๆเร็วๆ แล้วติดยึด นั่นคืออาชีพอบายมุข ในทิฏฐิของเขา ถ้าเป็นนักการเมืองโดยไม่ได้เอาเป็นอาชีพ ซื่อสัตย์สุจริตทำงานเสียสละแก่ประชาชนมวลมนุษยชาติจริงๆ คือนักการเมืองแท้ ก็เป็นเถอะ แต่พวกนักการเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทำให้คำว่าการเมืองเป็นคำที่น่าเกลียด ...อย่าไปเล่นนะการเมือง ...ฉันไม่ได้เล่นการเมือง...ฉันจะทำการงานอาชีพทำมาหากิน... ฉันไม่เอาหรอกการเมือง แสดงว่า นักการเมืองอาชีพถูกเหยียดหยามถูกลบหลู่ การเมืองทุกวันนี้จึงเป็นอบายมุขไปแล้ว ได้เป็นนักการเมืองสมัยเดียวก็รวยเลอะเลย เขาทำสิ่งเหล่านั้น เป็นเรื่องชั่วบาปทั้งสิ้น คือความไม่เข้าใจในพฤติกรรมสังคมมนุษย์ แล้วตัวเองก็ไปมีการกระทำแบบนั้น ในสังคม พูดถึงมุมนี้แล้ว กลับมาพูดถึงอีกมุม ว่า ชาวอโศกคือคนกลุ่มหนึ่งของคนไทย ที่อาตมาได้พาทำ ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าและเข้าใจ ว่า ถ้ามีธรรมะของพระพุทธเจ้าจะต้องมีสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ อย่างนี้ มีสัมมาอาชีพถึงขั้นทำงานฟรี ทำงานไม่ต้องสะสมเอาอะไรเป็นของตน เป็นคอมมิวนิสต์ชนิดปู่ทวดของคอมมิวนิสต์ เพราะทำงานแล้วให้ ทำงานแล้วให้ส่วนกลางหมด ไม่มีการบังคับด้วย เป็นชาวอโศกนี้จะว่าเป็นลัทธิ ทฤษฎี ก็คือมีทิฏฐิแบบนี้ คนมานี่อิสรเสรีภาพ เพราะทุกคนมาอย่างสมัครใจเองที่จะมาที่นี่ เป็นการสมัครใจโดยที่ว่า แม้แต่อย่าว่าแต่ทำโฆษณาหาเสียง หรืออย่าว่าแต่ไปและเล็มเลียบเคียง พูดประเล้าประโลม หลอกล่อก็ไม่ทำ มีแต่พูดตรงๆว่ามาที่นี่ให้มาจน มาให้มักน้อยสันโดษ มาให้ขยันหมั่นเพียร มาที่นี่มาเสียสละนะ มาเหนื่อย มาที่นี่มาไม่สวยไม่งามนะ ไม่เคยล่อลวงประเล้าประโลมหลอกอะไร พูดตรงๆเลย มาที่นี่บางทีเขาหาว่าเป็นบ้าด้วยซ้ำไป เป็นการยืนยันคำสอนของพระพุทธเจ้า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ตรัสไว้ว่า มาขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มาทำแบบคนจน เราก็ทำมาสอดคล้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นทิฏฐิที่สอดคล้องกัน ตรงกับของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เสร็จแล้ว ชาวอโศกก็เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย จนกระทั่งมาเป็นหมู่บ้าน ได้รับการรับรองทางนิตินัย ราชธานีอโศก ชุมชนศีรษะอโศก ที่อื่นๆแม้จะไม่เป็นนิตินัยแต่ก็มีการบริหารปกครอง มีวัฒนธรรมประเพณีอย่างนั้นจริงๆ เกือบจะ 40 ปีแล้ว อาตมาตายไปแล้วก็ไม่เลิกทำ อาตมาไม่คิดว่าแบบอย่างพฤติกรรมเช่นนี้วัฒนธรรมเช่นนี้ การประพฤติในสังคมตามทฤษฎีแบบนี้ แม้แต่ว่า อาตมาจะตายไปแล้ว หรือผู้นำที่ทำอยู่ตอนนี้จะตายไป รุ่นแก่รุ่นโตตายไปแล้ว รุ่นหลังๆมา ก็จะไม่เอาแล้ว เลิกทำแล้ว อาตมาไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น อาตมาว่า ความเห็นเช่นนี้อย่างชาวอโศก ความเข้าใจเช่นนี้ลัทธินี้เกิดแล้วฝังรากแล้ว แต่มันจะไปได้กว้างไกล คนจะมานิยมมาก จะได้เป็นมวลส่วนมากไหม ตอบได้ว่า ไม่ เพราะอะไร? ตอบให้ตรงกับพระพุทธเจ้าว่าเป็นการทวนกระแสสังคม ตรงกันข้ามกับโลกียะ มันเป็นโลกุตระ มันคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นคนในโลกนี้หลงโลกียะมหาศาล กระแสมันไปอย่างนั้น ส่วนเรื่องโลกุตระเป็นเรื่องทวนกระแส มาได้ขนาดนี้แค่นี้ ไม่มีใครชมก็ช่างเถอะ มันได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว
สื่อธรรมะพ่อครู(หลักตรวจสอบธรรมวินัย) ตอน สำนักไหนทำตามพระธรรมวินัย พูดก็พูดเถอะสำนักต่างๆเกี่ยวกับศาสนาพุทธ มีครูบาอาจารย์หลายรุ่นแล้ว แต่ละสำนักแต่ละสำนัก อยู่ในเมืองอุบลก็มีหลายสำนักที่เป็นอาจารย์ใหญ่ๆดังๆ ที่สิ้นชีพไปก็มียังไม่สิ้นชีพก็มี ถามสิว่า แต่ละสำนักๆ ได้พาปฏิบัติกันแล้ว เอาหลักฐานธรรมะพระพุทธเจ้ามาตรวจสอบ ตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ว่าเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้า พาเป็นไหม เช่น หลักตรวจธรรมวินัย 8 โคตมีสูตรหรือกถาวัตถุ 10 หรือวรรณะ 9 แม้ที่สุด สาราณียธรร 6 พุทธพจน์ 7 สำนักไหน กลุ่มไหน แต่ละอาจารย์จะได้พากันปฏิบัติ เกิดมวลรูปธรรมที่เป็นพฤติกรรมสังคม เอาหลักฐานพวกนี้มาตรวจสอบเทียบวัด สำนักไหนจะใกล้เคียงกว่ากัน ตามหลักการพระพุทธเจ้า ได้ตรวจสอบไปตั้งแต่ธรรมกาย แล้วไปที่สำนักที่รุ่งเรืองอื่นๆ ในประเทศไทย(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...ทดสอบแล้วก็ไม่เห็นจะมี มีแต่คนไปฟังธรรม อยากจะมาเป็นคนจนมักน้อยสันโดษกินน้อยใช้น้อยทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจังและเหนียวแน่นขนาดนี้ไม่มี เขามีก็ยังไปแจกอาหารมังสวิรัติที่สนามหลวงเขามีกันแค่สองสามคน แต่ของเราไปเป็นมวล เป็นชุดๆ เปลี่ยนกันไป พ่อครูว่า...พูดไปแล้วเหมือนร่ำร้องให้คนมาเห็นมายกย่อง ก็เลยไม่ค่อยอยากจะพูด แต่ชาวอโศกได้เกิดมา 30 ถึง 40 ปีแล้ว เกิดเป็นวัฒนธรรมสังคมมีมนุษย์คือคนจริงๆ เข้ามาเป็นจริง เข้ามาเรียนรู้ประพฤติปฏิบัติ เอาชีวิตมาทิ้งจริงๆ คนละ 10 ปี 20 ปี 30 ปี 40 ปี กว่า 40 ปี ต่างคนก็อยู่เนิ่นนานมา อาตมาทำงานมา 47 ปีแล้ว มั่นใจว่าไม่เปลี่ยนแปลงไปทิศทางอื่นแล้ว มีความมั่นคงเด็ดเดี่ยว แล้วก็มีความสุข ข้อสำคัญคือมีความสุข ขออภัยไม่อยากใช้ภาษาคำว่าความสุข เพราะว่าความสุขเป็นคำที่ พูดอย่างโลกุตระ ศาสนาพุทธนั้นไม่มีความสุขหรือทุกข์แต่จำเป็นต้องขอใช้คำว่าสุขมาเรียกขานสภาวะเช่นนี้ แบบนี้ เป็นขั้นตอน คือ ที่จริง สุข ในพยัญชนะที่ลึกสุดมันแปลว่าความว่าง ผู้ที่มาเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว ซึ่งเป็นธรรมะที่มีสภาวะพยัญชนะภาษาสื่อให้รู้ให้ไปถึงสภาวะที่จริงครบพร้อมลึกซึ้งสมบูรณ์ บริบูรณ์ สัมบูรณ์ที่สุด ที่จะเป็นมนุษย์เป็นสังคมมนุษย์ แล้วมีพฤติกรรมของแต่ละคนจนเกิดเป็นพฤติกรรมสังคม อย่างชาวอโศก มีพฤติกรรมสังคมแบบชาวอโศก ทำกันอย่างเปิดเผย ไปไหนๆก็รู้แล้วว่าพวกนี้ชาวอโศก จะปลอมตัวอย่างไรก็รู้ อย่ามาปลอมตัวเสียให้ยากเลย เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนี้แล้ว มีพฤติกรรมที่กินลึกถึงจิตวิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง อาตมาทำงานปลูกฝังมา 40 กว่าปี เกิดหมู่กลุ่มแข็งแรงมาอย่างนี้
_5845 กราบนมัสการพ่อครูเป็นหนึ่งเดี่ยวในโลกในยุคนี้ที่สอนโลกุตระ + นิพพานนอกนั้นสอนวิธีเวียนว่ายตายเกิดทั้งนั้นความเห็นของข้าน้อย ? ฟ้าห่วน พ่อครูว่า... ตอบตรงๆว่าจริง ที่เขาสอนกันไม่ได้สอนเพื่อนิพพาน แต่สอนแล้วมีภพชาติสร้างภพชาติ ก็คือการเวียนว่ายตายเกิด ยกตัวอย่างธัมมชโย พระไตรปิฎกมาเปิดทานสูตรว่า อย่าหวังอะไรแม้แต่นิด ไอ้หวังต้องตายแน่นะ ทานแล้วต้องทำใจในใจ มนสิกโรติ ต้องทำใจในใจของเรา การทำใจในใจก็คือปฏิบัติธรรม หรือมนสิกโรติ ผู้ใดทำทาน อัตถิทินนังทำแล้วมีผลมีอานิสงส์ เพราะทำทานแล้วจิตไม่ได้สร้างภพชาติ ทำทานแล้วจิตเราไม่ได้อยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ อยากจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรืออยากจะได้อะไรตอบแทนไม่มี จิตเราทานคือให้ ถ้าต้องการอะไรตอบแทนคือการแลกเปลี่ยน คือการซื้อขาย หรือการเช่ายืม ต้องใช้หนี้ ชาตินี้ไม่ใช้ก็ชาติหน้าใช้ อาตมาพาทำนี้ทำแบบมาจน ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ มีพระจริยวัตรเป็นพระโพธิสัตว์มาตลอด ท่านสอน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา พวกนักเศรษฐศาสตร์ฟังแล้วก็จะไม่เข้าใจ ท่านก็ตรัสอย่างจริงพระทัยของท่าน ตามสบาย ไม่มีอะไรซับซ้อน แม้ไม่ทรงอธิบายก็มีพระจริยวัตรจริง สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูชาตินี้มาแสดงเนื้อแท้อย่างไม่มีอลังการพวกผมจึงไม่ได้มาเพราะอลังการ พ่อครูว่า...แสดงแบบไม่ปกปิด ขนาดนั้นก็ยังไม่เห็นชัดเลย อาตมาว่าอาตมาเปลือยธรรมะอย่างเกลี้ยงหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีอะไรปิดบังอำพราง ตรงเต็มที่เลย อย่างขนาดนั้นยังไม่เห็นกัน
_3867 กราบอนุโมทนาบุญพ่อครูฯกับธ . อันพาทุกชีวิตหลุดพ้นโลกียะด้วยโลกุตระธ .46 จากพระตปฏ . ยุคนัทธวรรค โลกุตรคถา 31/620
SMS จากเฟซบุ๊ค
_ เอกีภาวะ วิชชาราม : น้อมกราบขอบพระคุณ ท่านสมณะใต้ดาว ที่ให้โอกาสและเมตตา แนะนำทิศทางบำเพ็ญบุญเจ้าคะ กราบพระคุณอย่างสูงเจ้าคะ
_ณัฐไทย : กราบนมัสการค่ะ ฟังธรรมะเพื่อเตือนสติแม้จะยังเข้าไม่ถึงเท่าที่ควรแต่ก็รู้สึกดีมีข้อคิดที่ดีมากๆ ช่วยในด้านจิตใจได้ดีมากๆ เจ้าค่ะ
_เอกีภาวะ วิชชาราม : ดีใจจังวันนี้พ่อครูดูแข็งแรงแล้ว โอมเพี๊ยง จงแข็งแรงมากๆ สาธุเจ้าค่ะ
พ่อครูว่า...มีของคุณอโศกสัมปวังโก _1 ในปัจจุบันได้มีทฤษฎีแพทย์ทางเลือกเกิดขึ้นหลายกลุ่มในสังคมชาวอโศก สิ่งที่แต่ละคนยึดตรงกันคือมังสวิรัติ แต่หลักการและรายละเอียดต่างๆที่ไม่ตรงกันนั้นก็มีไม่น้อย หลักการบางหลักการถึงกับขัดกันอย่างตรงกันข้าม มีความบาดหมางใจกันเกิดขึ้นหลายครั้ง จากการถกเถียงกันในเรื่องเหล่านี้ บางกลุ่มพยายามจะให้คนเข้าใจว่า อาจารย์ของตนคือชีวกโกมารภัตกลับชาติมาเกิด การที่พ่อท่านไม่ยอมหาข้อยุติและให้ความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ เป็นเพราะว่ายังไม่ถึงกาลเวลาอันสมควรใช่หรือไม่ครับ หรือว่าพ่อท่านยังมีหลักฐานอ้างอิงไม่เพียงพอ พ่อครูว่า...จะให้อาตมาไปยุติอะไรล่ะ เรื่องแพทย์ทางเลือก เป็นธรรมดา ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ โลกใดไม่มีความขัดแย้งสังคมใดไม่มีความขัดแย้งสังคมนั้นเป็นสังคม เสื่อมเน่า สังคมใดโลกใด ไม่มีความขัดแย้งอัน พอเหมาะ ก็เสื่อม อาตมาว่าอโศกมีความขัดแย้งอันพอเหมาะอยู่ตลอดเวลา
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ญาณ 7 พระโสดาบันข้อ 1 มีอยู่ประเด็นหนึ่ง ถ้าใครจับประเด็นได้ คนเจริญคือคนเป็นอาริยะ เริ่มเป็นอาริยะ เป็นพระโสดาบัน ปัญญาของพระโสดาบัน ข้อที่1 คือคนเต็มไปด้วยปากหอก ญาณ 7 พระโสดาบัน 1 .รู้จักปริยุฏฐาน(คือกิเลสขั้นต่อไป)กิเลสกลุ้มรุม คือกิเลสนิวรณ์5. (ยังวิวาทกันด้วยหอกคือปากเพราะคิดเรื่องโลกนี้/โลกหน้า) แม้ยังละปริยุฏฐานกิเลสไม่ได้ ก็รู้ ไม่มีที่จะไม่รู้จักปริยุฏฐานนั้น และย่อมมีทิฐิตั้งปณิธานจิตไว้เพื่อไปสู่การตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย พระโสดาบันจะรู้จักกิเลสขั้นต้น วีติกมกิเลส จะผ่านได้แล้วไปยืนในฐานปริยุฏฐานกิเลส บางทีละกิเลสปริยุฏฐานยังไม่ได้ แม้ได้ผ่านวีติกมกิเลส แต่รู้ว่าตนไม่ผ่านปริยุฏฐานกิเลส แต่ตั้งใจไปให้สุดถึงหมดอนุสัยกิเลส แต่สำคัญคือยังมีการวิวาทกัน เป็นปากหอก คือมุขสตี คือข้อที่1 เลย แวะมาแค่นี้ก่อนไม่ลงถึงหมดญาณ 7 คนที่มองไม่เข้าใจชัดเจน จะมองว่าต้องไม่ขัดแย้งแต่ว่า ผู้รู้จะรู้ว่าขัดแย้งมาก แต่ถกกันอย่างเก่ง แล้วเรียบร้อยดีคือเจริญ อย่างชาวอินเดียแม้จะเถียงกันมากม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive