600813_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาเป็นคนจนมหัศจรรย์ จนสำเร็จ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข19 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600813_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาเป็นคนจนมหัศจรรย์ จนสำเร็จ

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 ที่ราชธานีอโศกได้จัดงานวันแม่แห่งชาติ แม่ก็ต้องข้ามน้ำมา เพราะที่นี่น้ำท่วม พ่อครูก็พยายามสร้างคนให้เป็นอาริยะให้ได้ ตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ บุคคลที่จะมารับผิดชอบหน้าที่นี้ก็ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ ต้องมีความสามารถมีจิตใจที่มีความแข็งแรง มีความสามารถที่จะสืบทอดศาสนานี้ให้ได้ สร้างคนให้เป็นอาริยบุคคลให้ได้ ทั้งแสดงธรรม ทั้งเขียน ให้คนเสมอๆ ในหนังสือเราคิดอะไร พ่อครูก็จะมีคอลัมน์ 4 คอลัมน์ให้พวกเราอ่านเสมอๆ คอลัมน์เปิดยุคบุญนิยม เขียนโดยเก่าสมัย ใหม่เสมอ บุญมีหน้าที่กำจัดบาป พ่อครูว่า...กำจัดบาปหายไปแล้วบุญก็หายไปด้วย ความเข้าใจของชาวพุทธสมัยนี้เป็นความเข้าใจที่มิจฉาทิฏฐิไปแล้วเพราะเข้าใจคำว่าบุญผิดไป เข้าใจว่าบุญเป็นกุศลเป็นสมบัติเป็นสิ่งที่ต้องได้ต้องมีต้องเป็น ซึ่งผิดถนัดเลย ยิ่งเอาบุญมาค้าขายสะสม แบ่งแจกเล่นลิเกไป สมณะฟ้าไทว่า...พ่อครูว่า บุญไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เป็นตัวการทำให้หมดโศกหมดทุกข์อย่างสะอาดหมดจด บุญไม่ใช่เวทนา แต่เป็นมโนสัญเจตนาหาร แต่บุญต้องมีผัสสาหารจึงเกิดบุญ โลกของอรหันต์ไม่มีบุญไม่มีบาปสิ้นเกลี้ยง พ่อครูทั้งเขียนทั้งเทศน์ให้คนเข้าใจ เมื่อไหร่คนไทยเข้าใจเรื่องบุญได้ ศาสนาพุทธจะไปได้ไกล คำหนึ่งที่อาตมาสะดุดในสังคมที่เขาเปลี่ยนแปลงกันคือ คำว่า เคราะห์ดี ตอนนี้นักข่าวก็ใช้คำว่าเคราะห์ดีได้

SMS วันที่ 9 สิงหาคม 2560 (พ่อครู-บวรราชธานีอโศก) 3867รู้ดีว่าทุกบวรอโศกเคร่งศีลข้อปาณาฯบ่พิฆาตยุงด้วยมือแน่!แต่โบราณว่ายุงร้ายกว่าเสือ(4ขาบ่ใช่2ขา)กัดจิ๊ดเดียวเจอมหันตภัยโรคทลายภูมิคุ้มกันตกวู๊บเลย!ใช้กลิ่นป้องกันคงมิบาปกระมัง?

3867ตราบใดที่คนฉ้อฉลยังมิหย

อ่านต่อ

ุดคอรัปชั่นเหตุมิเชื่อคำอมตะวาจาฯถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวขอให้มีอันเป็นไปฯ!ขอให้กำลังใจผู้ประสบภัยผู้ ผจญวิบากร่วมกันฝ่าวิกฤติด้วยศรัทธารักษาแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยใจบริสุทธิ์ต่อช.ศ.กษ.ปชช.จักพ้นภัยพาลทุจริตชนด้วยธ.กตัญญู คุ้มครองผู้ประพฤติธ.รักษาแผ่นดิน

SMS จากเฟซบุ๊ค _เอกีภาวะ วิชชาราม · ตกลงน้ำท่วมมันดีใช่ใหมเจ้าคะ ที่สมุทรปราการรับบริจาคช่วยน้ำท่วม แต่ที่บ้านราชกลับฉลองน้ำ เท่ห์จัง เป็นห่วงทุกคน ปีนี้คงหนาวมากแน่ ๆ เตรียมเครื่องกันหนาวด้วยนะเจ้าคะ

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ใช้สัตว์ทำงานผิดศีลไหม _เล็ก ชัยวัฒน์ แล้วสมัยก่อนทำนาไม่มีรถไถจำเป็นต้องเลี้ยงวัวเลี้ยงควายไว้ใช้งาน ผิดศีลมั้ยครับ ? พ่อครูว่า…ที่จริงแล้วประเด็นนี้ ถ้าจะตอบกันแล้ว ต้องสืบสาวราวเรื่องไปยาวนานมาก ก็ตอบสั้นๆ แต่ก่อนไม่มีรถไถก็ต้องหาแรงงานมาช่วย หาช้างม้าวัวควายพอมาช่วยได้ แม้แต่อยู่ขั้วโลกเหนือ ไม่มีแรงงาน จะลากรถ วัสดุก็ต้องเอาหมาตัวน้อยมารวมแรงกันช่วยลาก คนเรานี่ไม่ได้มีเรี่ยวแรงอะไรมากมาย ต้องพึ่งอาศัยสัตว์ ถามว่าผิดศีลไหม ก็ไม่ได้ฆ่ามัน ถ้าเลี้ยงมัน ต่างคนต่างอาศัยกัน เลี้ยงช้างก็ใช้ช้าง เลี้ยงดูมันอย่างดี เลี้ยงหมาก็ใช้หมา ใช้วัวใช้ควายก็เลี้ยงดูมันอย่างดี ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ต่างคนต่างช่วยกัน สัตว์ที่ได้รับสอนให้ทำงานมีคุณค่าประโยชน์สัตว์มันก็เจริญ ได้รับความรู้ชำนาญ เป็นวิบากในชีวิตของมันเหมือนกัน จะบอกว่าเอาสัตว์มาใช้งาน ถ้าเราไม่สอนไม่ฝึกสัตว์ให้มันทำงานเป็น แล้วสัตว์มันจะใช้งานอะไรได้ สัตว์มันก็จะเจริญด้วย มันได้พัฒนาตัวเองได้มีความเจริญอย่างนี้ขึ้นมา ไม่น่าจะเป็นเรื่องผิดศีล

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน อุเบกขาของอรหันต์กับปุถุชนต่างกัน _ลอย แคนาดา ถามต่อจากวันก่อนเรียนถามพ่อท่านว่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสเช่นนั้นหรือไม่ว่า "ถ้าใครได้กุญแจไปสวรรค์ กุญแจดอกเดียวกันนั้น ก็เปิดประตูไปนรกด้วยเช่นกัน" พ่อครูตอบว่า ...ใช่แล้ว เพราะว่า สวรรค์กับนรกคืออันเดียวกัน ถ้ามีภูมิปัญญาจะรู้ว่า อันเดียวกัน คุณจะเอาสวรรค์ก็คือเอานรกด้วย (อธิบายนรกสวรรค์มาเยอะแล้ว)นั้น ....ผมขอเรียนถามพ่อท่านต่อว่า ประโยคข้างต้น คือ อันเดียวกับปฏิจจสมุปบาท ที่ว่า สุขเวทนา เป็นเหตุให้เกิด ตัณหา ใช่หรือไม่ ครับ ? พ่อครูว่า…ก็ถูกต้อง สุขเวทนาเป็นตัวล่อ คนใดไม่อยากได้แม้สุข ไม่ติดสุขไม่เสพสุข ไม่เกิดอารมณ์สุขเลยก็เป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อุเบกขาเนกขัมสิตเวทนา เป็นพื้นฐานของความเป็นอรหันต์ อาการไม่สุขไม่ทุกข์เป็นอุเบกขาถ้าความรู้สึกนี้เกิดในจิตใจของใครจริงๆ นั่นคืออาการของนิพพาน แต่สามัญปุถุชนเกิดอุเบกขาเหมือนกัน ไม่สุขไม่ทุกข์ เฉยๆ กระทบสัมผัสสิ่งใดไม่เกิดสุขและทุกข์ได้ ปุถุชนก็เกิด แต่การเกิดอุเบกขาของปุถุชนเป็นการเกิดอย่างไม่มีสติปัญญา ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่รู้ลึกซึ้งความจริง ก็เกิดเป็นธรรมดาเรียกว่า เคหสิตอุเบกขาเวทนา

_ผมสงสัยครับ..จากพระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๗ เรื่อง พาโลวาทชาดก ว่าด้วยคนมีปัญญาบริโภค [๓๔๒] บุคคลผู้ไม่สำรวม ประหารสัตว์ เบียดเบียน และฆ่าสัตว์ ให้ทานแก่สมณะใด สมณะนั้น บริโภคภัตเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย. [๓๔๓] ถ้าสมณะเป็นผู้มีปัญญา แม้จะบริโภคทานที่บุคคลผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตร และภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย. จากเรื่องนี้ จึงมีนักบวชนำไปกล่าวอ้างว่า การกินเนื้อสัตว์ไม่บาป.พ่อครูมีความเห็นอย่างไรครับ ๖ พาโลวาทชาตก ๑ [๓๔๒] หนฺตฺวา ฆตฺวา ๒ วธิตฺวา จ เทติ ทาน อสฺโต อีทิส ภตฺต ภฺุชมาโน ส ปาปมุปลิมฺปติ ๓ ฯ [๓๔๓] ปุตฺตทารมฺปิ เจ หนฺตฺวา เทติ ทาน อสฺโต ภฺุชมาโนปิ สปฺปฺโน ปาปมุปลิมฺปตีติ ๓ ฯ พาโลวาทชาตก ฉฏฺ ฯ

“ ความเที่ยงแท้” ของศาสนาพุทธคือ “ความไม่มี” ...พ่อครู 13 ส.ค. 60 “ ความมี” นั้น “ไม่เที่ยง” “ความเที่ยง”อยู่ที่ “ไม่มี” ...พ่อครู 13 ส.ค. 60 สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความเที่ยงแท้ของศาสนาพุทธคือความไม่มี Sms 10 ส.ค. 60 _3134 1ความเสื่อมแห่งทิฐิ2ความเสื่อมเพราะกิเลส3ความเสื่อมของสัตว์โลก4ความเสื่อมแห่งอายุ5ความเสื่อมแห่งกัลป์ กราบนมัสการพ่อครูขยายความสัจธรรมนี้ พ่อครูว่า...คำว่าไม่เที่ยงนี้บางอย่างมันอาจอยู่ยาวนานเลย คนไม่รู้ก็เลยนึกว่าเป็นสัจจะ เที่ยงแท้ก็เลยมีศาสนานิรันดร ยกให้พระเจ้านี้เที่ยงสามารถสั่งการให้เป็นได้ทุกอย่างโดยพระเจ้า นี่คือความจำนนของศาสนาไม่รู้จักความไม่เที่ยง ยกให้พระเจ้าสูงสุดว่าเที่ยง ศาสนาพุทธนั้น มีเที่ยง แต่เที่ยงนั้นคือไม่มี ความมีนั้นไม่เที่ยง ความเที่ยงอยู่ที่ไม่มี ถ้าถึงความไม่มีเมื่อไหร่ ไม่มีนั้นแหละเที่ยง ต้องทำความไม่มีให้ได้ คือจิตคุณไม่มี เมื่อจิตคุณไม่มีแล้วก็ไม่มีทั้งความเที่ยงความไม่เที่ยง ต้องฝึกหัดตั้งแต่คุณไปมีความสุขความทุกข์ มีภาวะโลกีย์กับอะไร เริ่มต้นตั้งแต่สิ่งหยาบ ไปมีความสุขกับยาเสพติด ละเม็งละคร ลาภยศสรรเสริญ กาม โอฬาริกอัตตา ไปมีความสุขกับ มโนมยอัตตา ก็ทำต่อไม่ให้มีสุขทุกข์กับมโนมยอัตตา ก็ล้างอรูปอัตตาต่อ ก็ไม่มีสุข ทุกข์ ดับอรูปปลายสุดท้ายได้ ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ศาสนาพุทธมีความเที่ยง เที่ยงก็คือความไม่มี ต้องเที่ยงจน จิตของเราไม่มีสุขไม่มีทุกข์ตลอดกาล นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) นี่คือการตรัสรู้ของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าท่านได้ค้นพบ

_3867 คุณตะหานเขามารัฐประหารกิเลสบำเพ็ญตบะจำศีลพรรษากับพี่น้องบวรอโศกด้วยฤา? พ่อครูว่า ทหารเป็นลูกของญาติธรรมที่ตาย แล้วเขามางานศพ

สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รูป 24 กับผีมีจริงที่จิตและผีไม่มีจริง _ผู้น้อยดูรก.สารพันผีลี้ลับเขาถ่ายคลิบติดวิญญาณคนตายมาให้เห็นก็บ่รู้ว่าจริงฤาปลอม?รู้แต่ว่าสัจธ.ของจริงที่สัมผัสได้จากบุญบาปที่กระทำกันคือกฏแห่งกรรมสะท้อนวิบากกรรมใครกรรมมันชัดเจนที่สุด! พ่อครูว่า...เขาถ่ายภาพจริงๆ ต่อให้เขาถ่ายติดมาจริงๆ ก็คือของปลอมทั้งนั้น ถ่ายภาพได้ก็คือปลอมซ้ำปลอม เพราะวิญญาณหรือธาตุรู้เท่านั้นที่เป็นผี วัตถุดินน้ำไฟลม อากาศอะไรก็แล้วแต่ เป็นผีไม่ได้ ไม่ใช่นามธรรม ดินน้ำไฟลมไม่ใช่นามธรรม เป็นผีเป็นผีไม่ได้ ผีอยู่ที่นามธรรม อยู่ที่จิต มโน วิญญาณ ถ้าไม่มีจิตมโนวิญญาณแล้วไม่มีผี เอากล้องถ่ายรูปถ่ายผีแล้วมีผีที่รูปกล้อง แสดงว่าอันนั้นไม่ใช่นาม ก็เป็นของเก๊ ก็รูปที่ติดมามันนามหรือรูป ก็รูป แล้วผีอยู่ในจิตวิญญาณ หรือเทวดาอยู่ในนาม อยู่ในรูปไม่ได้ สงสารที่ถ้าคนไม่ได้เรียนรู้ไปถึงคำว่ากาย ไม่เข้าใจคำว่ากายให้ได้ตลอด ศึกษากายให้ครบรูป 28 มหาภูตรูป 4 อุปาทยรูป 24 รูปเหล่านี้ ยกเว้น มหาภูตรูป คือวัตถุธาตุ ส่วนรูป 24 คือจิต มโน วิญญาณ แต่คนไทยเข้าใจว่ารูปคือสภาพไม่ใช่นาม รูปคือสิ่งที่ไม่มีความรู้สึก ก็เลยหมดทางปฏิบัติธรรม เพราะไปตัดประตูความจริง ว่าจะต้องไปศึกษารูป 24 เป็นสำคัญ เพราะความทุกข์ความสุขอยู่ในรูป 24 อาริยสัจ คือทุกข์อาริยสัจ จะสิ้นทุกข์ได้ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ต้องทำให้ดับให้ได้ นี่คือจุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธ ก็เลยจบเห่เลย คนไหนที่เข้าใจว่า รูป 24 อุปาทยรูป 24 คือวัตถุ ไม่ศึกษารูป 24 นี้ก็สูญเลย รูป 24 นี้คือนามธรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะจิตเจตสิก เจตสิก 52 จิต 89 หรือ 121 ก็อยู่ในนี้หมด ทำเสร็จแล้วบรรลุธรรมเข้าใจสภาวะ อุปาทายรูป 24 ผู้สมบูรณ์สุดจะจบด้วย อากาศว่าง ในแต่ละปริเฉทรูป อยู่ในอาหารคือเครื่องอาศัย อาหารรูป ตาหูจมูกลิ้นกายเป็นเครื่องอาศัย ก็ทำให้ใจว่างได้ ตากระทบรูปก็ทำให้จิตว่างได้ หูกระทบเสียงก็ทำให้จิตว่าง จมูกกระทบกลิ่นจิตก็จิตว่าง ลิ้นกระทบรสก็จิตใจว่างได้ กายสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งก็จิตว่าง ก็เป็นอรหันต์ ทำจิตว่างได้ตั้งแต่ อาหารรูป ต่อจากนั้นก็ศึกษา วิญญัติรูป 2 กายวิญญัติ วจีวิญญัติ แล้วมีวิการรูป 5 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ยกตัวอย่าง อาตมาแสดงท่าทีลหุ ใช้สัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เบาที่สุดเหมาะสมที่สุดในยุคการนี้แล้ว ปริสัญญุตา อย่างนี้ ดีไม่ดีบางคนแรงกว่านี้ ปุคลปโรปลัญญุตา อาตมาพูดแสดงท่าทีแรงกว่านี้ ถ้าคนนี้ต้องใช้อย่างแรง เรียกว่าลหุตา ถ้าเบาแล้วเขาไม่เข้าใจ ยุคนี้เป็นยุคดื้อ ยุคแข็ง มันด้านหนา กิเลสมันหนามันด้านมาก จึงต้องใช้แรงๆ ไม่ได้แก้ตัวนะ ลหุแปลว่าเบา แต่ต้องสมกับสัปปุริสธรรม 7 ต้องมีอัตตัญญุตา รู้ตัวว่าอาตมาคือใคร ตัวเราก็เท่านี้ อาตมาจะต้องมาทำอะไรก็ต้องรู้ตัว ก็ต้องจัดสรร ธัมมัญญุตา ให้เหมาะสม อาตมาทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ จะเอาสำลีมาเช็ดทุเรียนให้ผิวเรียบไม่มีทางสำเร็จหรอก สมัยนี้ยุคนี้ จึงยากมากที่จะประมาณอย่างเหมาะควร ส่วนลักษณะ 4 ของรูป เป็นตัวจบ ผู้ที่รู้จบจะเข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ในลักษณะ 4 คือจะให้เกิด อุปจยะ สองจะให้ต่อก็สันตติ จะให้เกิดท่านก็ต่อ ถ้าไม่ให้เกิดท่านก็ตัด ไม่ต่อ แต่สิ่งที่เกิดแล้วต้องมีชรตา หรืออนิจจตา หากไม่ต้องการให้มันอนิจจตา ก็เสริมพลังงานให้สูงขึ้น ถึง Coefficient สัมประสิทธิ์ ก็จะมีความสูงไม่รู้จบง่ายๆได้ นี่คือธรรมะ อาตมาพูดด้วยความรู้ความเข้าใจขยายความจริง สรุปคำว่าผี ลี้ลับ ผีจริงๆแล้วคือกิเลสคืออวิชชา คือความไม่รู้นั่นคือผี คือจิต ผี เทวดา อยู่ได้แต่ในจิต ที่อื่นไม่มี ผู้ใดที่อธิบายธรรมะว่ามีผีมีเทวดาอยู่ในจิต แล้วไม่พูดให้เข้าใจชัดเจนว่า คุณสามารถทำให้หมดความเป็นผีเทวดาในจิตได้ ไม่มีผี เทวดาหรอกในศาสนาพุทธ ผู้ที่พูดว่าไม่มีผีหรือเทวดาในศาสนาพุทธได้และทำอย่างนั้นได้คือพระอรหันต์ ถ้าไม่ใช่ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ก็เอาโวโวหารบัญญัติภาษามาพูดก็ได้ ก็บอกว่านี่เป็นคำพูดคำสอนพระพุทธเจ้าว่า ผีเทวดามันไม่มีหรอก ผู้ที่มียังอวิชชาอยู่ ผู้หมดอวิชชาแล้วผีและเทวดาไม่มีในจิต คนใดที่มีผี มีเทวดา คนนั้นก็ยังไม่หมดผี ยิ่งลี้ลับก็แสดงว่าคุณเองยิ่งไม่รู้เรื่อง แล้วมาสร้างเป็นหนังหลอกกัน พวกที่สร้างหนังผีคือผู้ที่ก่อบาปให้กับตัวเองอย่างหนัก ได้บาปมาก คือ ไปเสริมความหลงให้แก่คน ยกเว้นคนสร้างหนังผีและมีเจตนาล้างกิเลส คนไปเข้าใจว่าผีนั้นมันมีอย่างนั้น จนหมดความยึดถือผี จนรู้แจ้งว่าผีไม่มีได้ คนนั้นทำหนังได้เป็นโลกุตระ แต่ถ้าทำหนังแล้วคนกลัวผีเพิ่ม ตื่นเต้นเรื่องผีอยากเสพรสความตื่นเต้น แล้วก็ไปดูหนังผีให้มันตื่นเต้นได้เงินได้ทองจากความตื่นเต้น คนนี้บาปกินหัวหนักมาก แล้วก็ยังเสริมความอวิชชาแก่มนุษย์อีกเยอะ แถมหาเงินจากคนโง่คุณก็โง่ ทำไมคนอื่นโง่หนักเข้าไปอีก ห้องดับเบิลโง่ ทริปเปิ้ลโง่ ศึกษาให้ดีมาล้างอุปาทานความยึดติดว่ามีผี เมืองนอกเขาก็ไม่ได้กลัวมากเท่าไหร่ แต่เมืองไทยทำไมถึงได้โง่เง่ากลัวผี มีผีคนตายมาหลอก อาตมาเคยยกตัวอย่างสึนามิ มีศพคนตายกองเป็นเบือ ไปตามหาพ่อแม่พี่น้องกันเยอะ ถ้าผีมันมีตัวตนมันตายโหงด้วยตอนมีสึนามิก็ต้องวิ่งไปหาพ่อแม่ลูกเต้าพี่น้อง ถ้ามีวิญญาณก็คงจะไปสะกิดให้มาหาศพได้ พวกเราก็ไม่กลัวผีกันได้ แม้แต่นอนกองฟอน นอนโลงศพก็ได้ เขาเอาแต่ศพข้างในไปเผา เหลือโลงไว้ก็ไม่เคยเห็นกลัวกัน

_ฟังท่านด่วนดีเทศน์กรรมทันตามักมาไวกับกรรมชั่วไวติดจรวด!กรรมทันใจมัก มาช้ากับกรรมดีดุจพร้าเล่มงามสาธุ!

_3867ฟังท่านด่วนดีเทศน์กรรมทันตามักมาไวกับกรรมชั่วไวติดจรวด!กรรมทันใจมักมาช้ากับกรรมดีดุจพร้าเล่มงามสาธุ! ..พ่อครูว่าอันนี้ไม่รู้เรื่องก็เลยผ่าน

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน โอวาทปาติโมกข์ 3 กับบุญ พ่อครูว่า...ศาสนาพุทธสอนเรื่องกรรม โอวาทปาติโมกข์ 3 สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) เท่ากับคนใดผู้ใดอ่านบาปในตนแล้วกำจัดบาปในตนให้หมด บาปก็สิ้นเกลี้ยงบุญก็หมดไปด้วย ปุญญปาปปริกขีโณ แต่กรรมยังมีอยู่ แต่ไม่มีบุญไม่มีบาปแล้ว สัพพปาปัสสอกรณัง บาปสิ้นไปบุญก็สิ้นไปด้วย มีแต่กรรมที่เป็นกุศล บาปกับบุญนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน แต่ที่มีตัวตนอยู่เพราะคนมีอนุสัยอวิชชา พอล้างอนุสัยหมดอวิชชา บาปก็หมดบุญก็หมด มีแต่กุศล แต่กรรมอกุศลไม่มีแล้ว กรรมเป็นสมบัติ บาปบุญไม่เป็นสมบัติ บุญฆ่าบาปเสร็จ บุญบาปก็หายไปวิบัติทั้งคู่ไม่เหลือเลย ส่วนกุศลเป็นสมบัติ อกุศลก็เป็นสมบัติ กุศลคือสิ่งที่ทำแล้วดี ส่วนอกุศลคือสิ่งที่ทำแล้วไม่ดีก็มีสมบัติที่ไม่ดี บุญกับบาปเป็นวิบัติทั้งคู่ ในตัวเราหากไม่สับสน บาปจริงๆแล้วไม่ได้สับสน บาปกับบุญเป็นปัจจุบันธรรม บาปที่เกิดต้องเกิดในปัจจุบัน การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจึงเอาการปฏิบัติในปัจจุบันเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ไปตัดสินที่ตัวอดีตหรืออนาคต เวทนา 108 เมื่อทำปัจจุบัน เป็น 0 สั่งสมเป็นอดีตอย่าง นิจจังทุวังสัสสตัง แม้อนาคตจะไม่มา แต่ทุกปัจจุบันยืนยันว่า จะมาอีกอย่างไรก็ทำให้กิเลส 0 ได้ตลอดกาลนานคือตัวตัดสิน อวิชชาข้อที่ 7 คนสับสนในอวิชชา 8 คือ ไม่รู้ในทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค ห้าไม่รู้ส่วนอดีต หก ไม่รู้ส่วนอนาคต 7 ไม่รู้ทั้งส่วนอดีต อนาคต ส่วน 8 ไม่รู้ในปฏิจจสมุปบาท คนก็สับสนว่าทำไมข้อ 5 ไม่รู้อดีต ข้อ6 ก็ไม่รู้อนาคต แต่ข้อ 7 ทำไมต้องซ้ำอีกว่าไม่รู้อดีตและอนาคต หากไม่มีสภาวะก็ตอบยาก แต่อาตมารู้สภาวะก็ตอบได้… ส่วนอดีต เป็นส่วนที่ยังไม่เป็นสูญสูญบริบูรณ์อย่างถาวร ส่วนอนาคตข้อ 6 ก็ยังไม่สูญบริบูรณ์อย่างถาวร แต่ถ้าข้อ 7 ทั้งอดีตและอนาคตมันเหมือนกันเป็น 0 เหมือนกัน

_8182หนูนั่งอยู่ตรงศาลพระภูมิพอดีแล้วมีคนร้องขอสิ่งต่างๆจากศาลพระภูมิ จะมีวิธีพูดกับเขาอย่างไรดีคะเพราะคนไทยร้องขอกับสิ่งต่างๆกับความเชื่อเหล่านี้มาก พ่อครูว่า...คุณเป็นพระภูมิก็บอกว่า อย่ามาขอเลย คนเรามันอยู่ที่กรรม พระภูมิช่วยอะไรไม่ได้หรอก ขอไปก็เสียเวลาเสียแรงงานเสียทุนรอน พระภูมิ เป็นเรื่องทำให้เห็นว่าคนเข้าใจศาสนาพุทธผิดเป็นเทวนิยม ถ้าเข้าใจความเป็นศาสนาพุทธแล้วคนจะไม่ติดความเป็นพระพรหม ไปอ้อนวอนร้องขอ ขนาดศาสนาเทวนิยมยังไม่ติดยึดเลย อย่างศาสนาอิสลามห้ามมีรูปเคารพ ศาสนาคริสต์ก็ยังมีรูปเคารพมีเครื่องหมายบ้าง ส่วนศาสนาพุทธ มีรูปเคารพเยอะแยะและหวังพึ่งกันน่าสงสารน่าสมเพชเวทนา ทั้งที่เป็นศาสนาที่ประเสริฐแต่กลายเป็นอย่างนี้ SMS จากเฟซบุ๊ค

_Nathatai Morgen : กราบนมัสการค่ะ ฟังธรรมะเพื่อเตือนสติแม้จะยังเข้าไม่ถึงเท่าที่ควรแต่ก็รู้สึกดีมีข้อคิดที่ดีมากๆ ช่วยในด้านจิตใจได้ดีมากๆ เจ้าค่ะ พ่อครูว่า...อาตมารู้ว่าคนฟังอาตมามีจำนวนน้อยแม้แต่เด็กพูดฟังมากกว่าอาตมาเลย คนจะฟังอาตมาต้องเห็นค่า ยอมเสียเวลามาฟัง สนุกก็ไม่สนุก แล้วก็ยังด่าเราอีก คนอะไรปากจัดด่าเอาด่าเอา พูดทีไรก็ถูกทุกที ถูกกิเลส เปรี้ยงๆ แต่เขาไม่ยอมรับว่ามีกิเลส แต่เขารักกิเลส เป็นตัวตนเขามากกว่า

_เอกีภาวะ วิชชาราม : ดีใจจังวันนี้พ่อครูดูแข็งแรงแล้ว โอมเพี๊ยง จงแข็งแรงมาก มาก สาธุเจ้าค่ะ

_เอกีภาวะ วิชชาราม : น้อมกราบนมัสการ พ่อครูหนูเล่าเรื่องกินมื้อเดียวให้พี่สาวหนูฟัง นางสามารถกินได้ทันทีเลยเจ้าคะดีจัง นางมีบุญเนอะ กราบขอบพระคุณเจ้าคะพ่อครู ปองแสงพุทธ

_แก้วลา: ฟังธรรมะพ่อครูอยู่ที่จอมทองเชียงใหม่ทุกครั้งที่พ่อครูเทศไม่เคยเบื่อเลยเจ้าค่ะ

_เอกีภาวะ วิชชาราม : น้อมกราบนมัสการเจ้าคะ ปลื้มจัง พ่อครูเจ้าขา หนูเกิด 19 ส.ค.18 ชึ่งก็ใกล้จะถึงวันเกิดหนูแล้ว หนูอายุห่างจากพ่อครู 41 ปี ถ้าพ่อครูตาย 151 หนู ก็จะตายอายุ 110 ปี พอแล้วไม่อยากแก่นาน ให้หนูตายก่อนน่ะเจ้าคะ หนูสัญญาจะพยายาม ทำใจตัวเองให้หมดกิเลสให้ไวเจ้าคะ เป็นกำลังให้หนูน่ะเจ้าคะ

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เปรตกับเทวดาหมายถึงอะไร _Minty So : กราบนมัสการค่ะ มีคำถามสงสัย คือ 1. ในบทสวดมนต์ มีการกล่าวถึงเปรต กับเทวดา อยากถามว่า เปรตกับเทวดาหมายถึงอะไรคะ

ตอบ หมายถึงความโง่ จิตใจที่ยังมีความโง่และอวิชชาคนนั้นมีเปรตและเทวดาอยู่ในจิต ส่วน คนที่มีวิชชา หมดอวิชชาแล้ว คนนั้นไม่มีเปรตและเทวดาในจิต นี่ตอบสั้นๆชัดเจนแล้วนะ

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน คนระลึกชาติได้มีจริงไหม 2. คนที่นั่งสมาธิแล้วเห็นชาติก่อนๆของตนเองหรือคนอื่น สามารถเป็นไปได้มั้ยคะ ถ้าคนนั้นยังกินเนื้อสัตว์อยู่ พ่อครูว่า...คนที่นั่งหลับตาทำสมาธิ ในพรหมชาลสูตรว่า คือผู้ได้เจโตสมาธิ หลับตาปิดหูไม่รับรู้ภายนอกว่ามันเคลื่อนไปอย่างไรแล้ว ก็จะมีแต่ภพอดีตและอนาคต ซึ่งเป็น มิจฉาทิฏฐิ 62อย่าง อดีต 18 อนาคต 44 เป็นมิจฉาทิฐิเป็นความรู้ความเห็นที่ไม่มีความจริงเพราะคุณดับปัจจุบัน ผู้ใดไปนั่งหลับตาทำสมาธิเพื่อจะตรัสรู้เพื่อจะเกิดภูมิปัญญา คนนั้นเป็นโมฆะ จะไปทำเหมือนพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ อัันนั้นท่านมีของเก่าของท่านมาแล้ว ท่านมีภูมิตรัสรู้ มีสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้ว เมื่อไปนั่งใต้ต้นโพธิ์ท่านก็ระลึกอดีตว่าท่านมีมาหมดแล้ว เกิดมาในชาตินี้เป็นเจ้าชายสิทธัตถะท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมของพุทธเลย ท่านก็ระลึกได้ว่า ท่านเกิดมาในชาตินี้จะมาประกาศตน เราเป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณมาประกาศศาสนาพุทธ คือสัมมาสัมโพธิญาณให้คนอื่นฟังต่อไป แสดงว่าท่านเองเห็นชาติก่อนๆ นั่งแล้วระลึกชาติก่อนได้แต่คนไม่ได้ปฏิบัติธรรมมีมรรคมีผลในจิต จะนั่งให้ก้นแตกให้ตาย ก็ไม่ได้ระลึกชาติได้ ไม่ได้เกิดปัญญาเลย ในมหาจัตตารีสกสูตร ข้อ 258 เปิดอ่านเลยว่า ปัญญาจะเกิดจากกระบวนการหกของ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มัคคังคะ ต้องปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 จึงเกิดปัญญา ปัญญาจะไปหลับตาให้เกิดไม่มี ที่หลับตาเกิดรู้เห็นขึ้นมาก็มีแต่สัญญาไม่มีปัญญา มีแต่ความจำ มีแต่สิ่งที่ได้เคยรู้แล้วกำหนดขึ้นมา รู้ของเก่าเรียกว่าอดีต หรือดีไม่ดี ฟุ้งซ่านเป็นอนาคตนึกคิดเอง มันไม่มีความจริง ความจริงจะต้องประกอบด้วยปัจจุบันเป็นหลัก จำไว้นะจ๊ะ โป้งรวย อย่างอาตมาระลึกอุตริมนุสธรรมของชาติก่อนได้ก็เอามาพูด เพราะอะไร เพราะอาตมามีของจริงแล้วมายืนยันประกาศว่า ที่เข้าใจกันนั้นมันผิด เช่นไปเข้าใจว่านั่งสมาธิหลับตาเป็นของพระพุทธเจ้านั้นมันผิด อาตมาก็มาบอกก็ไม่เหมือนกับอาจารย์คนอื่นเขาบอก อาตมาจำต้องบอกว่าของอาตมามันมีมาเก่า คำว่าบุญ คุณก็เข้าใจผิด ไปเข้าใจว่าบุญคือกุศลเป็นสมบัติมันไม่ใช่ ไปเข้าใจว่าปัญญา เหมือนเฉโก เฉกะ มันผิด ไม่มีใครมาบอกคุณหรอกถ้าไม่มีอาตมามาเกิดในชาตินี้ รับรองไม่มีใครมา ไขความนี้ ยืนยัน ว่าไง เปรียญ มหา...เปรียญ 8 ประโยคก็ตอบว่าใช่ครับผม… อาตมามีบารมี ไม่ได้เรียนอะไรมาเลย อยากเรียนนะ ไปเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ จุฬาก็ไปอาศัยที่เรียนหลายคณะ จะสมัคร เป็นนักศึกษาจุฬาก็ไม่ได้ ก็เลยไม่ได้เรียนเลย มันไม่มีบารมี เพราะฉะนั้น อย่างมหาบุญหนา ไม่มีบารมีจะเป็นเปรียญ 9 ไม่มีบารมีจะเป็นดอกเตอร์ ก็ช่างศีรษะมันเถอะ เรามีภูมิ เอาสัจจะได้จริง โดยไม่ต้องมีใบปริญญารองรับ เอาให้จริงเลย อาตมามีกำลังใจแสดงธรรม ที่ไม่มีเปรียญ ปริญญาอะไรรองรับเลย แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็พยายามพากเพียรเอาสิ่งที่ดีที่สุดจริงที่สุดมาขยายความ ทำงานอยู่นี่ คนจะได้ประโยชน์ก็รับไป บางคนไม่ได้ประโยชน์ก็จะด่าก็ว่าไป แต่จะมาห้ามให้อาตมาไม่ให้แสดงธรรมไม่ได้ เพราะคนเข้าใจผิดมีเยอะ แล้วยึดมั่นถือมั่นสิ่งที่ผิดว่าเป็นสิ่งที่ถูก อาตมาจึงมีความจำเป็นมากที่จะมาแก้ไขความเข้าใจผิดของเขาให้ได้ มันจําเป็นจริงๆ ปล่อยไปไม่ได้ จะเป็นเหมือนคนใจดำ เห็นคนตกนรกหมกไหม้ต่อหน้าต่อตา ก็บอกว่าตกไปสิ อาตมาทำไม่ลงหรอก ทำไม่ได้ต้องช่วย ไม่ให้ช่วยก็ต้องช่วย คนจะตกนรกบอกว่าไม่ให้ช่วย อะไรจะบ้าหรือ ก็ขอช่วยหน่อยเถอะ แล้วคนมาโซคิส ก็ชอบตกนรก แต่คนซาดิสม์ก็ชอบใจที่คนตกนรก ตกลงแล้วเป็นไปได้แต่ต้องเป็นสัจจะ แม้ไม่นั่ง แต่จิตใจมีสมาธิและมีพลัง อาตมาไม่ต้องนั่งก็ระลึกได้ ยิ่งนั่งยิ่งระลึกได้ดี แต่ส่วนมากไปนั่งหลับตาแล้วบอกว่าระลึกชาติได้ของเก๊ นึกเองสร้างเองฝันเอง ดีไม่ดีนึกว่าตัวเองเป็นคนนั้นคนนี้เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ต่างๆนานา เยอะๆ แต่จะบอกว่าจริงไหมจริง แต่ที่ไม่จริงมีเยอะกว่า

_Kanc Tiarawat : ท่านจันทร์ชงเรื่องเก่ง ท่านซาบซึ้งท่านสิกขมาตสัจฉิกตา ก็อธิบายได้เข้าใจง่าย..รู้สึกประทับใจค่ะ

_ปรัชญา ปารมี : "ภาษิตจีน"กล่าวว่า "ช่วยชีวิตคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์7ชั้น"

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หัวใจศาสนาพุทธคือทำเวทนาสองให้เป็นหนึ่ง _600811 ประเด็นถามพ่อครู กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพค่ะ ดิฉันเข่ง ใจแก้ว อโศกตระกูล จะเล่าเรื่องตบะอีก 1ข้อ ตั้งไม่กินทุเรียนในพรรษานี้ต้นเหตุที่ดิฉันติดทุเรียนตอนเด็กๆเตี่ยขับรถจิ๊บไปซื้อทุเรียนเป็นคันรถเป็นประจำ ให้ลูกๆดิฉันคนหนึ่งที่ชอบทุเรียนมาก ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่มีใครมาบอกว่าติดทุเรียนเป็นกิเลสเลย พอดิฉันได้มาปฏิบัติธรรมที่สันติอโศก ก็ได้เจอคุณจำลองพูดว่าจะไม่กินทุเรียนตลอดไป ดิฉันฟังแล้วก็ฝึกเหมือนกันแต่ไม่เด็ดขาดเหมือนคุณจำลองเลยค่ะ ดิฉันเห็นทุเรียนทีไรก็หยิบไม่ปล่อยให้ผ่านไป พอถึงปีนี้เข้าพรรษาก็ตรวจว่าจิตของเรายังติดอะไรบ้าง เสพอะไรบ้างก็พบว่าลึกๆ ยังติดทุเรียนอยู่เลยตั้งตบะเอาจริงจะไม่กินทุเรียนจะจัดการกับกิเลสตัวนี้ ตอนไม่ตั้งตบะไม่กินทุเรียนพอเห็นทุเรียนมาก็หยิบมาไม่เห็นมีอาการอะไรเกิดขึ้น พอตั้งตบะขึ้นมาในพรรษานี้มีอยู่วันหนึ่งมีคนเอาทุเรียนมา 1ตระกร้าใหญ่ มาถวายสมณะที่ศาลาท่านสมณะหัวแถวก็พูดออกไมค์ว่าใครตั้งตบะไม่กินทุเรียนวันนี้มีทุเรียนมาหนึ่งตระกร้าใหญ่ เสียงของท่านพูดถึงทุเรียนได้มากระทบหู จิตก็บอกว่า มาก็ไม่กิน ทุเรียนก็เลื่อนมาถึงข้างหน้าพอดี ตาได้กระทบผัสะกับตระกร้าทุเรียน มองเห็นรูปและกลิ่นเท่านั้นก็ถามตัวเองว่าจะกินทุเรียนหรือจะทำตบะ ที่จริงเคยกินมามากแล้ว กำลังวิตกวิจารณ์ถ้าไม่หยิบมากิน จะตายไหมพอคิดแล้วก็เลื่อนไป พอเลื่อนไปแล้วก็มีอาการจิตที่ยินดีเกิดขึ้นมา เราได้ชนะใจของเราและชนะกิเลส อาการจิตของเราก็เปลียนได้จริงๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนอาการจิตก็เป็นธรรมะสอง ขณะปัจจุบันนี้ผัสสะอยู่ปรับเปลี่ยนเป็นธรรมะหนึ่งได้ทันที เรียนถามพ่อท่านว่าถ้าหากเราปรับจิตขณะที่ผัสสะอยู่ปัจจุบันทันที ลดอาการจิตให้เป็นหนึ่งได้ไปเรื่อยๆทุกครั้ง จะมีหวังไหมคะ ที่จริงเรื่องของทุเรียนเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่มันก็ทำให้เห็นกิเลสของเราเกิดขึ้นมาได้ แล้วเราก็ได้ลดกิเลสออกไปได้ นั้นมันเป็นเรื่องใหญ่กว่าใช่ไหมคะ สุดท้ายนี้จะถามพ่อท่านว่าเสพรสทุเรียนจะเหมือนเสพรสผู้หญิงผู้ชายไหมคะ กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพคะกินกัน พี่น้องเลยติดทุเรียนกันทุกคน พ่อครูว่า ...กิเลสลดมีสองวิธี หนึ่ง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน