150713 E-MCกำลัง2=A-พ่อท่าน-คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ.txt
เนื้อหาในไฟล์
ปรับผู้ที่ควรจะได้ฟังกันอาตมาเองเพิ่งจะบวชมาได้เพียงพรรษากว่าเท่านั้นแล้วก็ได้มาทำหน้าที่นี้โดยมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะมาทำหน้าที่อันนี้หลายๆคนคงจะได้ฟังหรือได้เห็นที่เขาได้บอกไปแล้วว่าอาตมาจะมาพูดเรื่องอะไรคือมีหัวเรื่องเอาไว้ใครเคยได้ยินใครเคยได้เห็นแล้วบ้างเรายกมือซิมีมั้ยไม่มีเหรอที่นั่งอยู่ทั้งหมดนี่ดูเหมือนจะเป็นน้องใหม่ใช่ไหม แต่ว่าเรื่องที่อาตมาจะพูดนี้มันไม่ใช่เรื่องของน้องใหม่มันเป็นเรื่องทั่วๆไปน้องใหม่น้องเก่าน้องแก่อะไรก็ฟังได้ทั้งนั้นและโดยเฉพาะเรื่องที่อาตมาจะพูดนั้นได้ตั้งหัวข้อเรื่องมาว่าอีลบ MC ^ 2 เท่ากับ a สูตรต่อจากไอน์สไตน์คุณฟังแล้วคุณก็หัวเราะได้เพราะว่าคุณคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของมุกๆขึ้นมาเล่นเพราะว่ามันน่าจะมุขๆขึ้นมาได้แต่ไม่ใช่มุกหรอกเป็นเรื่องจริงสูตรนี้ก็เป็นสูตรจริงอาตมาจะพิสูจน์ให้คุณฟังคร่าวๆว่ามันไม่ใช่สูตรเจ๊ไม่ใช่สูตรที่เป็นไปไม่ได้เป็นสูตรที่เป็น ถ้าคุณสามารถทำได้อาตมาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์แต่อาตมาเข้าใจ E = MC ^ 2 ของไอน์สไตน์ที่เข้าใจนั้นไม่ได้เข้าใจด้วยการเรียนวิทยาศาสตร์อาตมาไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์มาเลยเรียนมาเพื่อการเรียนมอ 8 แค่ม 8 และวิทยาศาสตร์นอกจากนั้นก็ไม่ได้เรียนเพราะงั้นจึงจะถือว่าอาตมาสามารถรู้สูตรนี้ได้ด้วยการเรียนมานั้นยังไม่ได้เพราะอาตมาเรียนม 8 ยังไม่เคยเจอเลยสูตรดีเท่ากับ mc12 และตอนเรียนนั้นก็ยังไม่แพร่หลายก็ยังไม่ค่อยเข้าใจไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกันโดยเฉพาะทฤษฎีของไอน์สไตน์ในทวีปอะไรเนี่ยมันไม่รู้เรื่องหรอกมันยังไม่มีใครรู้นะ Identity ทั้งหลายแหล่ถึงแม้ เดี๋ยวนี้ก็ดีพวกเรื่องของ relative ทั้งหลายนี่มันก็ยังเข้าใจกันไม่ได้อยู่ดีนั่นเองเข้าใจกันได้น้อยแต่ว่าอาตมาคิดว่าอาตมาเข้าใจในรูปของสภาพความเป็นจริงแต่ไม่ใช่ในรูปของวัตถุอ
อ่านต่อ
าตมาไม่ได้เข้าใจในรูปของวัตถุเพราะอาตมาไม่เคยได้มาทำในภาคปฏิบัติเลยอาตมาไม่เคยและอาตมาก็กล้าพูดด้วยว่าอาตมาก็แนวเดียวกันกับไอน์สไตน์เพราะไอน์สไตน์ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่ในห้องไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ภาคปฏิบัติเหมือนกันแล้วอาตมาก็เข้าใจไอน์สไตน์พอๆกันเหมือนกันเพราะงั้นอาตมาที่ว่าสูตรอีลบ MC ^ 2 = a นั้นอาตมาจะขายความ ฟังซะก่อนว่ามันไม่ใช่อาตมาพูดเล่นจะลองพิสูจน์ออกมาก็ได้ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ถ้าเราเอาสูตรของไอน์สไตน์มา E = MC ^ 2 สรุปของอาตมา E ลบ MC = a นะถ้าพี่เท่ากับ MC ^ 2 ก็แทนค่าลงไปดูก็ได้เอาค่าของไอสไตน์มาพิสูจน์ดูซิมันจะรู้อะไรเพิ่มขึ้นจากสูตรของอาตมาที่ว่าไว้นั้นแล้วถ้าแท้ค่าตัวไหนก็ได้ที่เท่ากับ MC ^ 2 มาก็ได้ตัวใดตัวหนึ่งมาแทนค่า E หรือแทนค่า MC ^ 2 ลงไปในส่วนที่อาตมาว่าเอาไว้นะพี่รถ mg ถ้าเราตีมาซะตัวนึงมันเหมือนกันพอดีมันก็เท่ากับ MC อยู่แล้วในตัว E มันเท่ากับ MC ^ 2 อยู่แล้วในตัวเอามาตัวนึงถ้าเอาเอมามาแทนค่า MC ^ 2 ในสูตรของอาตมานะพี่มึงก็ลบ E เท่ากับ a นะพยายามตามให้ดีนะที่มันก็ลบอีเท่ากับ a เหลือเท่าไหร่เหลือเท่าไหร่เหลือ 0 เพราะฉะนั้นเองมีค่าเท่าไหร่ 0 A มีค่าเท่ากับ 0 a ตัวนี้คือ Absolute อาตมาเอามาจากศัพท์คำว่า Absolute Absolute อะไรก็ตามใจคุณเถอะคุณใช้ สรุปเป็นรูปอะไรก็ตามใจคุณคุณจะเอา Absolute LINE กันได้นะแล้วแต่แต่อาตมาอาตมาว่ามัน Absolute ยิ่งกว่า Absolute ยิ่งกว่าอาตมาถึงเอาคำว่า Absolute มาใครจะบอกว่าจริงแท้แค่ไหนอาตมาว่าไอ้นี่แหละจริงแท้ยิ่งกว่าถึงยืนยันเพราะฉะนั้นไอ้จริงแท้ยิ่งกว่าเอาสูตรของไอน์สไตน์มาใช้โดยตรงนี่พิสูจน์ออกมาแล้วโซนออกมาแล้ว A มีค่าเท่ากับ 0 นะสูตรนี้ไม่ใช่สูตรของอาตมาค้นคว้าเองหรอกพระพุทธเจ้าแต่ค้นคว้ามาแล้วพระพุทธเจ้าเป็นคนความมาแล้วท่านได้ท่านท่านได้สูตรอันนี้ออกมาแล้วแต่ว่าสูตรของท่านไม่ได้เป็นภาษาสากลอย่างที่ว่าได้เท่ากับ MC กำลัง 2 หรือว่า MC ^ 2 ถ้าไม่ได้ถ้าไม่ได้สูตรนี้ออกมาเป็นภาษาคนอย่างนี้หรือไม่ได้สูตรออกมาเป็นเชิงคณิตศาสตร์อย่างนี้ถ้าไม่ได้ทำมาอย่างนี้แต่ถึงกระนั้นก็ตามท่านก็ได้ทำมาแล้วและสูตรนี้ที่อาตมาออกมาเขียนเนี่ยจะออกจะว่าอาตมาเขียนออกมาเองโดยอัตโนมัติก็ไม่เชิงเป็นสูตรที่อาตมาเอามาจากความที่อาตมาเข้าใจโดยเดินทางเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านเดินทางแต่พระพุทธเจ้าท่านก็ได้พิสูจน์ไอ้หลักฐานสิ่งเหล่านี้เอาไว้หมดแล้วแล้วอาตมาก็เอามาปรับเข้าออกมาเป็นสูตรเชิงคณิตศาสตร์อย่างนี้เองที่ว่าเองมีค่าเท่ากับศูนย์นั้นภาษาพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าสุน ภาษาพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าสุญญตาและแม้แต่อีแม้แต่ M แม้แต่ C ก็ตามเป็นสภาวะที่รู้กันได้หมดในภาษาของพระพุทธเจ้าหรือในภาษาของทางนามธรรมเข้าใจได้ถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจตัวเนื้อแท้ของมันโดยจริงนะถ้าแม้ว่าเอาสูตรตีลบ MC ^ 2 เท่ากับ a อันนี้ไปใช้โดยจริงแล้วล่ะก็ผู้ใดสามารถเอาไปใช้กับตนเองได้ผู้นั้นมีสุขที่สุดในโลกฟังได้ดีนะตรงนี้สำคัญผู้นั้นมีสุขที่สุดในโลกถ้าเอาอีกลบ MC กำลัง เท่ากับเอไปใช้สำหรับตัวเองนะแต่ถ้าเอาไปใช้กับโลกโดยที่จะแปรสภาพเป็นวัตถุถ้าเอาไปใช้กับโลกแปรสภาพเป็นวัตถุเราจะต้องโยกย้ายและเราจะต้องทำเชิงคณิตศาสตร์ออกไปหน่อยนึงจึงจะใช้ได้ถ้าไม่ทำเอาสูตรนี้ออกไปใช้ตรงๆมันก็จะมีค่าเท่ากับศูนย์ก็เท่ากับคุณไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ต้องมีอะไรเลยมันก็ใช้ไม่ได้อะไรในทางโลกแต่ทีนี้เราลองพิสูจน์กันอีกนิดนึงเราลองพิสูจน์กันอีกนิดนึงสิว่าพิสูจน์กลับก็ได้นะถ้า a มันเท่ากับศูนย์อย่างที่ว่านี้ก็แน่นอนอีเท่ากับ MC กำลัง 2 ก็ไม่ใช่สูตรที่ผิดสูตรของไอสไตล์ คงอยู่สูตรนี้ไม่ขัดกับสูตรไอน์สไตน์ไม่แล้วเสริมสูตรไอสไตล์ด้วยถ้าเผื่อว่าผู้ใดจะเสริมถ้าไม่เสริมจะสามารถทำให้มันสิ้นสุดก็สิ้นสุดได้ด้วยเป็นสูตรที่เก่งถึงอย่างนั้นที่อาตมาพิสูจน์ให้ดูเมื่อกี้แล้วว่า a = 0 นั้นเป็นสูตรที่สิ้นสุดหมายความว่าจบหยุดสันติไม่มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเรียกว่าจบมีที่สุดอยู่เท่านั้นแต่ถ้าจะเสริมเราย้าย MC ^ 2 กลับมาอีกฝั่งนึงสิถ้าเราต้องการค่า E จะได้เป็นอะไรปีเท่ากับ A + MC ^ 2 ชักเพิ่ม a ขึ้นมาตัวนึงแล้วเราดูโดยสูตรนี่ a เพิ่มขึ้นมาตัวนึงแต่ไอน์สไตน์ก็ยืนยันว่า E = MC ^ 2 เท่านั้นแต่ของอาตมาเพิ่ม a ขึ้นมาอีกดวงของอาตมาเพิ่ม a ขึ้นมาอีกตัวนึงแต่ถ้าเผื่อว่า a ตัวนี้มันมีค่าเป็น 0 อย่างที่เราพิสูจน์เมื่อกี้นี้แล้วก็แน่นอนมันไม่เอฟเฟคอะไรเลยกับสูตรนี้ตายใช่ไหมไม่เอฟเฟคอะไรเลยก็สูตรไอสไตล์ถ้า a มันมีค่าเป็น 0 E มันก็เท่ากับ emc ^ 2 เท่าเดิมแต่มันไม่ใช่อย่างนั้นสิไอน์สไตน์แกยังแกยังไม่ได้คิดอีกอันนึงขึ้นมาแกยังคิดอันนึงไม่เห็นอันนั้นเรียกว่าสภาพของ a รูปสภาพของไอ้พวกฟอร์มิสต่างๆหรือว่าพวกอีคอมเมอร์ชมันได้เท่านั้นแต่คุณรู้ไหมว่าไอ้เรื่องของไอ้แรงสัมผัสเนี่ยมันสะพัดออกไปอีกนะมันมีอีกเป็นรูปคุณจะไม่สามารถจับได้หรอกและในด้านโลกวัตถุ เด็กสามารถจับยากแต่ในด้านพุทธศาสนาพุทธศาสนาสามารถจับเอามาได้จึงสามารถที่จะมีพลังเหนือกว่าวัตถุโลกได้เหาะเหินเดินอากาศได้เช่นเดียวกันเรียกได้ว่าพลังที่เพิ่มขึ้นพลังอรูปหรือพลังไอ้พวกเองคอร์ปอเรชั่นต่างๆพวกนี้เรายังไม่สามารถจับได้อาตมาจะยกตัวอย่างให้คุณฟังง่ายๆนะถ้าเราถือค้อนอยู่ในมือตีตะปูลงไปที่ไม้คุณตีเปรี้ยงเปรี้ยงลงไปเนี่ยคุณมีแรงเท่าไหร่คุณใช้แรงนั้นลงไปแรงนั้นมันจะมีแรงที่จะกดดันทำให้ตะปูนี้มีพลังงานที่จะลงไปในเนื้อไม้ คุณสามารถคำนวณโดยหลักกลศาสตร์ธรรมดาๆได้นะคุณสามารถคำนวณได้แน่นอนแต่คุณรู้ไหมว่าอำนาจหรือว่าพลังงานที่คุณออกตีตะปูลงไปเนี่ยคุณไม่ได้เอาพลังงานที่ออกไปทั้งหมดนี้ใช้ทั้งหมดพลังงานที่มันเหลือเศษจากที่คุณตีตะปูเนี่ยยังกระจายอยู่ในบริเวณเหล่านี้อีกเท่าไหร่คุณสามารถเห็นได้ไหมคุณนึกออกไหมว่ามันมีพลังงานที่เพิ่มพลังงานที่คุณจับเอามาใช้ไม่ได้อยู่ในนี้คุณนึกออกไหมนึกเห็นมั้ยพลังงานพลังงานนั้นมีจริงพลังงานแห่งนี้มีจริงแล้วมันยังอยู่ในโลกนี้แหละทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีไปไหนในโลกนี้พลังงานกับสสารมันเดินเข้าไปหา แปลจากสภาพนี้แล้วก็ไปหาสภาพนี้ไปจากสภาพนี้ก็ไปหาสภานี้อยู่ตลอดเวลาเลยถ้าไม่มีพลังงานโลกนี้ก็ไม่มีถ้าไม่มีโรคนี้ก็ไม่มีพลังงานหรือไม่มีเอกภพนี้พลังงานก็ไม่มีและไม่มีพลังงานเอกภพนี้ก็ไม่เกิดนี่เป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาถ้าผู้ใดเข้าใจโดยสภาพธรรมที่แท้จริงแล้วนะไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรเลยเพราะฉะนั้นถ้าคนใดเก่งสามารถที่จะจับเอาพลังงานส่วนเกินที่คุณออกไปแล้วเนี่ยโดยอะไรก็ตามแต่มันยังไม่จบสิ้นมันยังจะมีความสัมพันธ์ที่จะเป็นลูกคลื่นเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะต่อไปอีกได้หมดสภาพที่คุณเอามาใช้เดี๋ยวนี้ทุกเวลานี้ที่เขาจับได้ในโลกของวัตถุของธรรมดาเนี่ยถ้าเอาสภาพแค่เอกภาพและ น้ำของมันเท่านั้นเองเข้ามาเท่านั้นเกินกว่านี้แล้วเขาไม่สามารถจับได้เพราะฉะนั้นสภาพที่เหลือเกินกว่านี้นี่แหละคือ a ของอาตมาฟังให้ดีนะไม่ใช่อาตมาพูดเล่นสูตรนี้ก็ไม่ใช่สูตรที่พูดเล่นแต่ถ้าคุณสามารถจับเอาพลังงานนั้นที่เหลือนั้นได้เท่าใดก็ตามแต่ถ้าคุณได้ไปอีกรอบนึงของมันนะหมายความว่าได้อีกเอกภาพแห่งสนามอีกรอบนึงรอบนอกออกไปอีกคุณก็สามารถจะเอาอันนั้นมาได้เต็มแล้วมันจะมีพลังงานอีกประมาณเท่ากันกับที่คุณได้มาแล้วด้วยเพราะฉะนั้นนี้เท่ากับ 2 MC ^ 2 ก็ยังได้ดีเท่ากับ 2 MC ^ 2 ก็ยังได้ถ้าคุณสามารถจะหยิบจับเอาพลังงานที่เหลือออกมาใช้ได้นี่เป็นสภาพ อาตมาอธิบายให้ฟังคร่าวๆแต่วันนี้อาตมาไม่ได้เอามาอธิบายวิทยาศาสตร์นะเพราะฉะนั้นก็จะขอจบเรื่องเกี่ยวกับสภาพของวิทยาศาสตร์หรือว่าสภาพของทางโลกวัตถุเอาไว้แค่นี้พูดให้ฟังคร่าวๆเท่านั้นเองและก็มันจะเป็นไปได้ในโอกาสต่อไปก็คอยดูก็แล้วกันแต่ว่าอาจจะไม่ตรงตัวกับที่อาตมาว่าสูตรนี้ออกมาเลยก็ได้นะอาจจะเป็นสูตรอื่นที่นักวิทยาศาสตร์อื่นหรือพวกเราเนี่ยพวกคุณก็ได้อาจจะเป็นใครคนใดคนนึงคิดขึ้นมาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเอาไว้ใช้ก็ได้เพราะว่าเขากำลังจะไปกันไกลกว่าแค่สุริยะจักรวาลนี้ขณะนี้ออกไปได้แค่โลกพระจันทร์แล้วก็ไปขอนแก่นอำนาจเจริญพลังงานที่ สูงที่สุดหรืออัตราที่สูงที่สุดเอาไว้แค่อัตราของแสงเป็น constant ที่ใช้งานอยู่เดี๋ยวนี้แต่แท้จริงแล้วพลังงานอัตราของแสงที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ที่ประมาณ 180,000 บาทต่อวินาทีเนี่ยความเร็วของแสงในขณะนี้ที่เราใช้กันอยู่เดี๋ยวนี้มันก็ยังไม่จริงอาตมาจะบอกให้มันยังไม่จริงหรอกนอกเอกภพนี้ไปจะรู้ได้ว่าแสงไม่ได้เดินทางเพียงแสนแปดหมื่นไมล์ต่อวินาทีไม่ใช่แสงเดินทางยิ่งกว่านี้มีอีกขอให้ออกไปนอกสุริยะจักรวาลได้ก่อนเถอะหรือยังไม่ได้ก็จะต้องใช้เพราะว่าถ้าจะใช้อัตรา 18 ต่อวินาทีนี่นะ 180,000 ไมล์ต่อวินาทีมาใช้โซนไอ้พวกสิ่งที่จะคำนวณผิดเป้าหมายหมดผิดหมดผิดหมดจริงๆถ้าจะออกไปนอกสุริยจักรวาลของเรานี่นะต่อเป็นนอก Galaxy อื่นใช้สูตรนี้ไม่ได้เลยใช้อัตราของแสงที่เราใช้อยู่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เลยผิดหมดผิดเป้าหมายคำนวณไม่ถูกหรอกเดี๋ยวนี้คำนวณได้เพราะว่าแสงเอาความเร็วของแสงขนาดนี้และความเร็วของสิ่งที่มันยังอยู่เกี่ยวพันกันในสิ่งที่มันยังอยู่ในวงสัมผัสซึ่งกันและกันอยู่แค่ดวงดาวดวงกับอาจารย์ดวงดาวพระอังคารดาวอะไรก็ได้ใช้สูตรนี้ได้ใช้อัตราเท่านี้ได้เหมือนกันกับสมัยโบราณ ถ่ายบอลโลกเรานี่ไม่เคลื่อนที่พระอาทิตย์ไม่เคลื่อนที่เข้าใจว่าพระอาทิตย์ไม่เคลื่อนที่สมัยก่อนนี้พระอาทิตย์อยู่เฉยๆแล้วเขาก็ constant ที่พระอาทิตย์แล้วเขาบอกคำนวนอะไรออกมาได้ไม่ผิดพลาดเหมือนกันสามารถทำด่วนฤกษ์ยามเวลาดาวตกสุริยะฆาตจันทคาดเขาเขาก็สามารถคำนวณได้ไม่ผิดรองเท้าเดินยังไงยังไงบังกันเมื่อไหร่อะไรยังไงเขาก็คำนวนได้เหมือนกันไม่ผิดสมัยก่อนนี้เขาเข้าใจแค่นั้นแต่เดี๋ยวนี้มันยิ่งกว่านั้นจะไปยึดเอาว่าพระอาทิตย์ไม่เคลื่อนที่แล้วก็ไปเอาหลักนั้นมาคำนวณโอ้ยโบราณเต็มทีไม่ใช้นะเพราะงั้นสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ก็ใช้พลังงานหรือว่าอัตราความเร็วของแสงเป็นคอนสแตนท์ที่มาใช้งานอยู่ต่อไปถ้าจะก็ก้าวหน้าออกไปจนกระทั่งจะไปรู้ หน่วยความเร็วก็ตามหมู่สิ่งที่จะเป็นธรรมชาติที่เขาอยากรู้ว่าทางโลกเขาอยากรู้ให้มากกว่านี้ออกไปนอกโลกนี้จนกระทั่งออกไปนอกสุริยะจักรวาลนี้แล้วล่ะก็จะใช้สูตรนี้ยังไม่ได้เลยจะใช้คอนสแตนแสงแค่ 180,000 ไมล์ต่อวินาทีนี้ไม่ได้เลยนะอันนี้อาตมาก็เล่าสู่ฟังพวกคุณฟังเป็นนิทานไปพลางๆก่อนก็ได้นะแล้วก็มันก็เป็นนิทานหรอกเพราะว่าอาตมาเองก็ไม่ขอยืนยันและไม่ขอพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ว่าจริงหรือไม่จริงแต่เอามาเล่าสู่ฟังถ้าคุณสามารถที่จะเข้าใจได้เหตุและผลได้คุณก็จะสามารถเข้าใจสิ่งนั้นได้นะแต่สิ่งที่อาตมาอยากจะมาคุยหรืออยากจะมาเล่าสู่พวกคุณฟังในวันนี้นั้นอาตมาก็จะขอเล่าในสูตร ลบ MC ^ 2 = a และเราได้ส่งออกมาแล้วว่ามันเท่ากับศูนย์อาตมาจะมาพูดถึงอันนี้เพราะอันนี้เป็นหน้าที่ของอาตมาส่วนอีเท่ากับ a + MC ^ 2 นั้นไม่ใช่หน้าที่ของอาตมาอาตมาก็จะไม่ขอพูดสิ่งนั้นแต่วันนี้มีหนังสือมาแจกหนังสืออโศกอาตมาก็คำนวณพลาดไปนิดนึงนึกว่าวิศวะจะไม่มากมายถึงขนาดนี้เลยเอามาหนังสือเพียง 900 เล่มนะแต่ 900 เล่มนี้ก็คงจะพอประมาณสำหรับผู้ที่จะอยู่ในวงวงนี้ก็คงได้แจกกันทั่วๆแท้จริงนั้นหนังสือนี้มีเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 อาตมาคำนวณ ว่าพวกคุณจะมีกันสักประมาณ 300 คนแล้วเอาหนังสือมา 300 ชุดแล้วมีจำนวน 900 เล่มแต่พอมาถึงนี่แล้วปรากฏว่ามากกว่า 300 คนอีกมากมายก็เลยต้องคลี่ออกเป็นแจกคนละเล่มนะกลายเป็นแจกคนละเล่มไปใครจะได้เล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 อะไรก็เอาอาตมาอยากจะให้เจ้าหน้าที่ของคณะเก็บเอาไปไว้ในห้องสมุดสัก 5 ชุดเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 สัก 5 ชุดแล้วก็นอกนั้นจะแจกกันไปพลางเดี๋ยวนี้ก็ได้และอาตมาพูดไปพลางใครจะช่วยแจกปลายทางก็ได้คนละเล่มละเล่มกูอยู่ข้างนอกก็ได้นะอยู่ข้างนอกนะใครก็ได้เอาสายห้องสมุด สัก 5 ชุดนะเอาที่นี่ก็ฟังไปพลางๆแต่สำหรับเรื่องของโรคกับเรื่องของธรรมเรื่องของโลกกับเรื่องของธรรมนั้นน่ะมันเกื้อหนุนจุนเจือกันมาตลอดกาลและมันก็เป็นดุลยภาพเรียกว่าดุลยภาพมันไปดูภาพซึ่งจะทวงกันมาตลอดกาลแต่เดี๋ยวนี้ดุลยภาพด้านโลกกำลังหนักได้ทำกำลังเอียงถ้าเป็นตาชั่งนะที่กำลังทำให้สมดุลให้มันระหว่างซ้ายกับขวา โลกขณะนี้นี่กำลังหนักทวงทำขึ้นไปเบาหยงเลยสภาพของด้านวัตถุทางโลกกับสภาพของด้านนามธรรมทางธรรมกำลังจะล้างกันไม่อยู่แล้วเพราะฉะนั้นข่าวคราวทางด้านสงครามร้อนคือสงครามที่รบราฆ่าฟันกันจริงๆมันก็เร็วกว่าคลุกฝุ่นอยู่สงครามเย็นที่ไปเป็นไปทางด้านนามธรรมมันก็กำลังคลุกฝุ่นอยู่เช่นเดียวกันทั้งน้ำทั้งด้านสงครามเย็นสงครามร้อนเกิดอยู่แต่พวกคุณเนี่ยยังไม่รู้ ว่าคุณกำลังอยู่ในสงครามอะไรโดยแท้จริงนั้นพวกคุณกำลังอยู่ในสงครามเย็นกำลังอยู่ในสงครามเย็นและในโอกาสต่อไปมันก็จะค่อยๆรู้สึกร้อนขึ้นร้อนขึ้นแต่อายุคุณก็คงจะไม่ถึงร้อนหรอกช่วงอายุคุณนี่อย่างมาก 100 ปีตายไม่ถึงเดี๋ยวนี้ 75 ปีตายเป็นสูงสุด 75 ปีถือว่าเป็น Maximum ละไม่มีเกินนั้นเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าคนอยู่ถึง 75 ปีจริงๆเอาเก่งก็ได้เก่งกว่า 75 ปีคุณอยู่ถึง 90 ปีจริงๆมันก็ยังหรอกยังยังไม่ยังไม่รู้สึกว่ามันจะร้อนในอนาคตอีกประมาณ 7000 ปีข้างหน้าร้อนมากที่สุดร้อนจนกระทั่งโลกนี้มีไฟปะไรกันนี่พูดภาษาโบราณโบราณแต่ภาษาสมัยใหม่ก็เรียกว่าสงครามมหาโลกจะเกิดและอาวุธที่ยิงกันไม่ใช่อาวุธแค่นิ้วอาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงกันเดี๋ยวนี้อาวุธที่ใช้กันในยุคนั้นเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดเดี๋ยวนี้นะขนาดเดี๋ยวนี้พวกคุณก็คงจะเข้าใจถ้าเผื่อว่านิสสันจะกดสวิตซ์อยู่ที่นิวยอร์กเดี๋ยวนี้พวกเราก็ตายพินาศได้คุณเชื่อไหมนิสสันอยู่ที่นิวยอร์กเดี๋ยวนี้พวกเรา ตายเรียบที่หน้าได้คุณเชื่อไหมเช่นเดียวกันกับที่เขากดไปแล้วที่เมืองญี่ปุ่นน่ะแล้วกดได้จริงๆด้วยมันไม่ได้ยากเย็นอะไรนักหนาหรอกเดี๋ยวนี้ที่จะทำในด้านของทางวิทยาศาสตร์ไม่ยากเป็นได้เป็นได้จริงๆแต่ในอีก 7,000 ปีข้างหน้านั้นไม่จำเป็นจะต้องไปถึงขนาดไปนั่งกดปุ่มถ้าหยิบตาเท่านั้นขยิบตาเท่านั้นระเบิดกันเป็นจุลเลยอ่านี่พวกคุณหัวเราะได้เพราะว่าคุณจะไม่เจอสภาพนั้นคุณจะไม่รู้สภาพนั้นนี่เป็นเรื่องที่อาตมาก็ขอขอรับรองว่ามันเป็นไปจริงโดยในนี้นะ ไปจริงโดยในนี้คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อไม่เป็นไรหรอกแต่นายจะพันปีข้างหน้านั้นโลกนี้เรียกว่าฆ่ากันตายหมดเกลี้ยงแล้วฆ่ากันตายหมดเกลี้ยงจริงๆแล้วเป็นสงครามที่ร้อนที่สุดจนกระทั่งไม่มีใครเหลืออยู่รอดเลยไม่เหมือนไม่มีใครเหลืออยู่รอดเพราะโลกนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายใหญ่ๆเท่านั้นเองแล้วสองฝ่ายใหญ่ๆนี้แหละจะทำลายซึ่งกันและกันลงไปตายสิ้นเกลี้ยงแต่ทุกอย่างมันมี exception เสมอมีแต่ซะด้วยแต่แต่จะมีคนรอดตายๆเกลี้ยงเลยโลกสองฝ่ายนี่เรียกว่าเกือบทุกชีวิตตายเกือบหมดสิ้นแต่จะมีคนรอดคนที่รอดตายนั้นคือ คนที่มีธรรมะคุณฟังแล้วคุณรู้สึกว่ามันเบาลงไม่เห็นมันมีน้ำหนักที่น่าเชื่อตรงไหนเลยคนที่รอดตายนั้นคือคนที่มีธรรมะทำไมถึงรอดตายคนที่รอดตายนั้นก็เพราะเหตุว่าเขาไม่เอาด้วยกับโลกเขาไม่เอาด้วยกับโลกนะเขาจะมีทั้งอำนาจพิเศษในตัวเขา 1 2 โดยสภาพการเขาก็จะไม่เอาด้วยกับโลกจริงๆคือเขาจะหนีออกเข้าป่าเข้าเขาเข้าไปลิบลับแดนที่ไม่มีคนอยู่นั่นแหละเขาจะไปอยู่แม้แต่เดี๋ยวนี้พวกธรรมะก็หนีออกไปอยู่แล้วอยู่ป่าอยู่ถ้ำอยู่เขากันอยู่แล้วล่ะคุณก็จะสามารถที่จะทำความเข้าใจได้คนเดี๋ยวนี้ก็ ไม่ค่อยอยู่หรอกในโลกนี้พวกที่รักธรรมะหรือพวกที่ปฏิบัติธรรมะไม่ค่อยอยู่ในโลกนี้เท่าไหร่ก็หนีออกป่าออกเขาไปอยู่ตามชายป่าชายเขาอยู่แล้วเพราะฉะนั้นในยุคโน้นก็เหมือนกันคนพวกรักสงบเนี่ยจะเห็นโลกนี้มันอลวนโลกนี้มันร้อนโลกนี้มันแสนที่จะทารุณโหดร้ายอยู่ด้วยไม่ได้จริงๆเขาจะมีความเห็นอย่างนั้นและมีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆแล้วเขาก็จะออกไปหาแดนเอ่อเรียกว่าแดนอะไรล่ะแดนสนธยาเรียกว่าแดนสนธยาเลยคือแดนที่ลึกลับที่เขาเขาไม่ไม่อยากจะพบปะหรือว่าไม่อยากจะคลุกคลีกับผู้คนสมัยนี้หรอกเขาจะไม่จริงๆไม่ใช่สมัยนี้สมัย เขายังไม่คลุกคลีกับคนที่อยู่ในโลกเขาจะไม่คลุกคลีจริงๆเพราะเหตุว่ามันทนไม่ได้มันอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกันกับอาตมาเนี่ยจะไปคลุกคลีอยู่กับฆราวาสอย่างพวกคุณเนี่ยอาตมาไม่เอาแล้วไม่เอาแล้วเพราะเห็นว่าอาตมามองเห็นจริงๆเห็นชัดๆเข้าใจจริงๆว่าชีวิตที่คลุกคลีต่อสู้อย่างพวกคุณเนี่ยมันเป็นชีวิตที่ทุกข์เป็นชีวิตที่ทรมานเหลือแสนแต่พวกคุณจะไม่รู้สึกเลยว่ามันทรมานพวกคุณจะยังไม่รู้สึกด้วยเหตุนั้นเองแหละโดยนายเดียวกันผู้ที่เขามีความเข้าใจในธรรมะและมีจิตที่รู้ สภาพสภาพทำอย่างนี้จริงๆเขาจะไม่ทนอยู่เหมือนกับอาตมาไม่ทนอยู่ในเพศฆราวาสอาตมาเพิ่งบวชเมื่อกี้ก็เล่าไปแล้วหรือใครรู้จักใครเคยรู้จักอาตมามาก่อนมีไหมเธอรู้จักอาตมามาก่อนพ่อก็หลายคนอยู่นะเธอรู้จักกันมาก่อนเพราะอาตมาเพิ่งออกมาออกมาจากโลกของคุณธรรมอาตมาเพิ่งถ้าอีกสัก 10 ปีข้างหน้านะก็มาพูดต้องมาเล่านิทานต้องมาเล่าย้อนอดีตว่าอาตมาสมัยก่อนนี้อาตมาทำงานที่นั่นนะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้นะถ้าอีก 10 ปีข้างหน้าเราก็ใช่แต่นี่ยังไม่ถึง 10 ปีข้างหน้านี่พวกคุณก็ยังทันยังเห็นหน้าอาตมาในประเทศฆราวาสสมัยที่อาตมากำลังทำงานอยู่แม้จะอยู่กันคนละบ้านก็เห็นกันได้แม้จะอยู่กันคนละวงการก็พอเห็นกันได้เพราะว่าอาตมามันพวกเสนอหน้านะคุณอยู่ที่บ้านก็ยัง แอบไปเสนอหน้าที่บ้านคุณก็เข้าใจได้เห็นหน้าอาตมาได้ง่ายๆเพราะคุณก็รู้จักอาตมาได้นะและในฐานะที่อาตมาอยู่ทางโลกอย่างนั้นในสภาพโน้นเมื่อก่อนที่เป็นฆราวาสอยู่นั้นพวกคุณก็คงจะเข้าใจเพราะคุณก็คงจะเห็นว่าอาตมาเองแล้วก็ทำงานของอาตมาอยู่ก็พอควรไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอกต่อสู้กับทางโลกก็ได้สบายไม่เดือดร้อนไม่อนาถอะไรนักหนาอยู่ในหมู่ที่เรียกว่าชนชั้นกลางที่สบายๆพอสมควรและไม่เดือดร้อนธนาธรอะไรแต่ถึงกระนั้นก็ดีอาตมาก็ทิ้งสภาพนั้นออกมาทั้งหมดจริงๆแล้วจะไม่ขอกลับไปสู่สภาพฆราวาสอย่างนั้นอีกเป็นอันขาดไม่กลับ ไม่กลับเป็นอันขาดเพราะว่าสภาพนั้นมันเป็นทุกข์มันเป็นสภาพที่จะต้องต่อสู้เป็นสภาพที่จะต้องดิ้นรนเป็นสภาพที่จะต้องโลกและโกรธอยู่ตลอดเวลาเพราะอาตมาพูดอย่างนี้พวกคุณได้ยินภาษาโลกภาษาเกาหลีเบื่อหูแล้วแต่อย่าเพิ่งเบื่อเลยอาตมาจะบอกให้ว่าคำว่าโลกกับคำว่าโกรธเนี่ยคือตัวเดียวกันกับ C ฟังให้ดีกลับไปหาสูตรกันสักหน่อยเดี๋ยวจะหาว่าพูดแล้วไม่ได้เข้าหาไอ้ชื่อเรื่องที่จะใช้งานอะไรเลยโรคกับโกรธ ตัวเดียวกันกับ C นะทางด้านนามธรรมทั้งด้านธรรมะตัวเดียวกันเพียบเลยและตัวของคุณนั่นแหละคือเอ็มตัวของคุณนั่นแหละคือเอ็มแล้วคุณก็ดิ้นรนอยู่ด้วยกำลังงานของ 4 แต่คุณไม่สามารถที่จะเอา 4 ^ 2 มาใช้ได้หรอกทุกวันนี้คุณไม่สามารถถ้าคุณสามารถทำได้นะเพราะว่าคุณเป็นเจ้าโลกคุณได้อีมาบานเบิกเลยแล้วอีนั่นมันจะมาทำให้คุณเป็นเจ้าโลกเลยทีเดียวแต่คุณไม่สามารถจะทำได้เพราะตัวของคุณเองเนี่ยยังมีอำนาจที่ loss ออกจาก C ไปนี้มากเหลือเกินมากกว่ามาก ที่อาตมาว่ามีโลกกับโทสะคืออำนาจของซีเนี่ยยังมีอีกอันนึงที่ไม่มีอยู่ในสูตรของไอน์สไตน์เรียกว่าอำนาจของอรูปพลังงานของรูปพลังงานรูปอันนั้นแหละคือโมหะเมื่อกี้อาตมาพูดแทนโลภะโทสะเท่านั้น 2 ตัวแล้วคุณก็เป็นอยู่ด้วยอำนาจของโลภะโทสะแต่อำนาจของโมหะคุณไม่รู้เรื่องคุณไม่เข้าใจคุณไม่เห็นมันน่ะเพราะมันมืดภาษาพระหรือภาษาทางธรรมนะคุณก็เคยได้ยินมาแล้วโมโหมันแปลว่าหลงแปลว่ามืดแปลว่าบอดแปลว่าไม่รู้เรื่องอันนั้นแหละคุณไม่รู้จริงๆแล้วมันจะพามันจะดึงเอาพลังงานฟรีของคุณไปหมดมันจะดึงอำนาจของสีของคุณไปหมด คุณจึงเอาสีมาใช้ไม่ได้เต็มที่คุณเอา C มาใช้ไม่ได้เต็มที่ถ้าคุณสามารถดึงเอาสีมาใช้ได้เต็มที่นะแต่ละคนเนี่ยคุณจะได้ E = พลังงานของดวงอาทิตย์คุณเชื่อมั้ยแต่ละคนเนี่ยคุณแต่ละคนเนี่ยนี่แหละเอ็มเท่าเนี้ยมวลเท่านี้เท่าตัวของคุณเนี่ยถ้าคุณสามารถดึงเอา 4 ของคุณมาใช้ได้แล้วใช้ให้เต็มที่เผาให้เกลี้ยงกับมวลของคุณทำลายกันให้เกลี้ยงใช้ C นี่มาเต็มที่เลยยกกำลัง 2 เข้าไปคุณจะได้ดีขึ้นมาเท่ากับพลังงานของดวงอาทิตย์คุณฟังแล้วเห็นบางทีมันก็เลยว่าโม้เล่นก็ได้แต่ไม่ใช่เล่นหรอกเป็นเรื่องจริงแต่คุณไม่สามารถทำได้เพราะเห็นว่า หน้าของโมหะหรืออำนาจของอรูปที่อาตมากล่าวถึงแล้วนั้นคุณยังไม่เข้าใจแจ้งคุณยังจับมันมาไม่ได้คุณยังเอามาใช้ไม่ได้หมดเอามาใช้ไม่ได้หมดหรอกนี่เป็นเรื่องจริงถ้าคุณสามารถเอามาใช้ได้หมดเมื่อใดแล้วล่ะก็คุณจะสามารถทำได้อย่างที่ว่านี้ทีนี้เราจะสามารถทำได้อย่างไรเอาที่นี่มาพูดกันดีกว่าว่าเราจะสามารถเอาอำนาจของซีนี่มาใช้ให้มันได้เต็มหรือให้มากที่สุดได้อย่างไรมันจะสามารถตีมันจะสามารถมีอำนาจเต็มได้ก็โดยคุณพยายามลดโลภะกับโทสะลงคุณลดโลภะกับโทรศัพท์ลงฟังให้ดีนะมันมันเวียนกันอยู่ถ้าคุณลด โทรศัพท์ของคุณลงมากเท่าใดเท่าใดเท่าใดคุณก็โมหาของคุณจะหายไปในตัวมันจะมีความรู้มันจะรู้มันจะเห็นเห็นอะไรเห็นพลังงานที่เป็นอรูปเรียกว่าพลังงานอ่ะลูกคุณจะเห็นพลังงานรูปนั้นคืนมาทุกตัวไปยิ่งคุณลดลงพระรถโทรศัพท์เข้าไปเท่าใดเท่าใดมากเท่าใดพลังงานรูปยิ่งจะชัดชัดขึ้นมาสุดท้ายถ้าคุณหมดโลภสัตว์เกลี้ยงเลยนะพลังงานเอาลูกของคุณขึ้นมาเต็มที่เลยทุกอย่างก็ออกมาทำงานเต็มหมดโรงพักกับโทรศัพท์หายเมื่อใดหมดเกลี้ยงเมื่อใดไม่มีในตัวคุณเมื่อใดเมื่อนั้นพลังงานรูปมาเต็มที่เลยแล้วพลังงานเอารูปอันนั้นจะมาทำงานตามที่คุณต้องการ ตามที่คุณต้องการมากกว่าด้วยมากกว่าพลังงานทางวัตถุที่เราใช้อยู่เดี๋ยวนี้หรือที่เรากำลังเอามาใช้งานได้เดี๋ยวนี้เลยเพราะมันได้เท่ากับพระอาทิตย์ไงคิดดูซิมันได้พลังงานเท่ากับพระอาทิตย์ถ้าอาตมาจะยกภาษาของพระพุทธเจ้าอันนึงมาพูดให้ฟังบ้างว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสเอาไว้ในพระไตรปิฎกท่านว่าท่านสามารถที่จะลูบคลำพระอาทิตย์ได้ด้วยมือทำด้วยมือไม่ใช่รูปคำด้วยภาษาคิดเอาหรือว่าแปลงเป็นไอ้ทำมาที่ฐานหรือคิดอาวาสรูปเฉยๆไม่ใช่แต่ท่านว่าท่านสามารถลูบคลำพระอาทิตย์พระจันทร์ได้ด้วยมือ ก็ถ้าเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วคุณคิดดูซิว่ามือนี่มันจะมีพลังงานไปต้านทานอะไรกับพลังงานของพระอาทิตย์ได้เป็นลูกเข้าไปได้ยังไงถ้าพลังงานนี้ไม่เท่าเทียมกับพลังงานของพระอาทิตย์แล้วไอ้นี่ก็เป็นจุลไปไม่เหลือหลอได้เพราะฉะนั้นพลังงานนี้ต้องสามารถเท่ากันกับพลังงานของพระอาทิตย์จึงสามารถจะลูบคลำกันได้จึงจะอยู่ได้ในภูมิเดียวกันสิ่งใดที่จะอยู่ในภูมิหนึ่งได้ก็สิ่งนั้นสามารถที่จะมีอำนาจสูงเท่ากันหรือยิ่งกว่าจะสามารถอยู่ในภูมินั้นได้ถ้าเท่ากันก็ยิ่งอยู่สบายเรียกว่าปกติเลยถ้ากว่ามันก็ไม่ได้ นาฬิกาที่หอนี่ไม่มีอาตมาก็เลยไม่รู้เวลาเมื่อกี้มีผู้มาบอกบอกอาตมาก่อนจะมานี่ว่าจะพูดได้ประมาณชั่วโมงเศษๆนี่กี่เวลาแล้วอีกกี่เท่าไหร่นะ 11:30 น คืออาตมาตั้งใจไว้ว่าจะอธิบายอะไรต่ออะไรพอสมควรแล้วตอนท้ายๆรายการจะเปิดโอกาสให้พวกคุณซักถามได้ตามชอบใจจะถามอะไรก็ได้ที่อยากจะถ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive